ฮะนะชิ

'หุ่นยนต์' จะเข้าใจ 'มนุษย์' ได้จริงหรือเปล่านะ? (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

บทที่ 2-3 ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักที

ชื่อตอน : บทที่ 2-3 ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักที

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น รีบูทหัวใจนายโรบอท โรบอท หุ่นยนต์

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 168

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2562 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2-3 ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักที
แบบอักษร

เครื่องยนต์ไม่ทนต่อความร้อน 

ถึงจะเปิดเครื่องปรับอากาศอยู่ แต่ความร้อนของเครื่องยนต์ในแต่ละชิ้นก็ทำให้การทำงานในช่วงกลางวันหยุดชะงัก 

ตัวผมมีระบบจัดการความร้อนก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นความร้อนของปีนี้ก็ยังสร้างภาระใหญ่หลวงต่อชิ้นส่วนวงจร ทำให้วงจรความคิดไม่สามารถทำงานอย่างเป็นระบบได้ 

โดยเฉพาะเวลาออกไปข้างนอก แทบประเมินไม่ได้เลยว่าความร้อนรุนแรงจะสร้างภาระต่อเครื่องยนต์แค่ไหน ยิ่งช่วงนี้มีข่าวคนหมดสติเพราะลมแดดออกมาทุกวัน ดังนั้นปีนี้คงค่อนข้างร้อนเลยทีเดียว 

อีกด้านหนึ่ง การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น หลังจบมัธยมต้น ผมก็เทียวไปมาระหว่างบ้านกับห้องสมุดทุกวัน เลยรวบรวมความรู้มาได้ในปริมาณหนึ่ง 

แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดสถานการณ์ไม่ค่อยดีขึ้น เพราะการที่ผมเลือกที่จะไม่เรียนต่อมัธยมปลาย ทำให้ถูกคนในเขตที่พักสงสัยเข้า 

ดูเหมือนพวกเขาจะยอมรับไม่ได้กับการที่ผมไม่ไปโรงเรียนหรือหางานทำ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่จะมีผลต่อแผนการหลังจากนี้ 

ในระหว่างนั้น ผมวางแผนการเอาไว้อย่างหนึ่ง 

การที่ก่อนหน้านี้ผมอ่านหนังสือหลายเล่ม ทำให้ผมมีข้อมูลของสถานที่ที่มีชื่อเสียงในประเทศหลายรูปแบบ แต่นั่นเป็นแค่ข้อมูลที่ได้จากรูปถ่ายหรือวรรณกรรมเท่านั้น จึงมีโอกาสที่จะเป็นข้อมูลเก่าหรือแตกต่างจากสถานที่จริง ผมคิดว่าอยากจะลองเปรียบเทียบข้อมูลที่มีกับสถานที่จริงดูสักครั้ง 

เพราะว่าตอนนี้ทุกๆ วันคือวันหยุด จึงสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระโดยไม่ต้องสนใจเรื่องกำหนดการได้ ดังนั้นผมจึงคิดว่าระหว่างนี้เป็นเวลาที่ควรจะตระเวนไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อเก็บข้อมูล 

แน่นอนว่าด้วยเงินทุนที่มีจำกัด จะเดินทางทั่วประเทศในครั้งเดียวก็คงไม่ได้ 

พื้นที่เป้าหมายในครั้งนี้คือทางด้านฝั่งตะวันตก ขั้นแรกก็คำนวณให้สามารถเดินทางไปกลับจากจังหวัดข้างๆ ได้ 

ผมเคยเช็กโรงแรมที่ค้างคืนได้ในราคาถูกไว้แล้ว จุดประสงค์ของการเดินทางคือเก็บข้อมูลจากการเดินในสถานที่จริง ผมจึงไม่คิดจะใช้บริการขนส่งสาธารณะ 

เมื่อผมทำความเข้าใจเส้นทางที่เหมาะสมได้แล้ว ผมก็เตรียมของเพื่อออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วปิดการทำงานของระบบลง 

[ปิดการใช้งาน] 

 

* 

 

[เปิดระบบ] 

หลังจากล็อกกุญแจบ้าน ผมก็ใช้มือเดียวถือกระเป๋าขึ้นมาแล้วออกเดิน 

ถึงจะได้รับแดดเต็มที่ตั้งแต่เช้า แต่อุณหภูมิก็ไม่ได้สูงอะไรขนาดนั้น จากพยากรณ์อากาศ ต่อให้อากาศร้อนกว่านี้ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ผมรับไหว 

พอออกมาไกลจากทางที่คุ้นเคยก็เข้าสู่ทางหลวงที่มีรถจำนวนมากวิ่งผ่าน ผมเดินต่อไปเรื่อยๆ ก่อนอื่นต้องออกจากตัวอำเภอเมืองให้ได้เสียก่อน 

ตอนที่ข้ามรางรถไฟ ผมได้ยินเสียงดังของรถไฟแล่นสวนมา คงจะไปทางสถานีที่ไม่มีคนล่ะมั้ง 

แผนต่อไปคือออกจากเมืองไปทางถนนที่ไม่เคยไป เพื่อออกไปนอกเมือง 

เส้นทางต่อจากนั้นเป็นถนนที่เลือกเอาไว้แล้ว ผมคิดว่าไปต่อแบบนั้นเลยก็ได้ 

ผมค้นพบสิ่งใหม่ๆ มากมาย ทั้งข้อมูลเก่าบนแผนที่ที่ผมบันทึกไว้ ทั้งร้านที่ปิดกิจการลง หรือร้านที่เปลี่ยนเป็นร้านอื่น ระหว่างที่ผมเขียนแก้ข้อมูลในแผนที่ไปเรื่อยๆ ข้อมูลก็ค่อยๆ เป็นปัจจุบันมากขึ้น 

แต่แล้วก็เกิดปัญหาขึ้นจนได้ 

อุณหภูมิของวันนี้สูงกว่าที่คาดไว้ถึงสี่องศา เป็นวันที่ร้อนจัดกลางฤดูร้อน 

ตัวผมถูกสร้างมาให้ทนทานต่างจากมนุษย์ แต่กลับไม่ทนต่อความร้อนเท่า 

ผมควรจะหนีไปหลบแดดในร้านที่มีเครื่องปรับอากาศอย่างร้านสะดวกซื้อสักที่ แต่ดันออกนอกเมืองเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านซะแล้ว มองทางไหนก็มีแต่บ้านคน 

แถมยังต้องเดินอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงโรงแรมที่จองไว้ การจะออกจากเมืองนี้เองก็น่าจะใช้เวลาสักชั่วโมง กว่าจะถึงตอนนั้นก็มีแต่ต้องเดินต่อไป 

ร้อนขนาดนี้ระบบจงวรของผมจะเป็นอะไรไหมนะ ดูเหมือนว่ามนุษย์จะสามารถใช้ใจอดทนผ่านความร้อนไปได้ แต่ผมปรับตัวขนาดนั้นไม่ได้หรอก 

ผมระบายความร้อนพลาเงยหน้ามองพระอาทิตย์ที่ส่องรัศมีสีขาว 

“นี่ เธอตรงนั้นน่ะ!” 

จู่ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงมาจากทางด้านหลัง ชั่วขณะหนึ่งผมนึกถึงภาพของโคซุเอะขึ้นมา 

พอผมหันหลังกลับไป ก็พบเด็กสาวผมสั้นสวมเสื้อกล้ามสีฟ้ากำลังขี่จักรยานเม่บ้านสีเขียว เธอมีคิ้วหนา ตากลมโต ดูเป็นเด็กสาวที่สุขภาพดี 

“เธอเป็นเด็กแถวนี้ใช่ไหม รู้หรือเปล่าว่าเฮย์กัทสึโดไปทางไหน” 

ผู้หญิงคนนี้ไม่มีอะไรคล้ายกับโคซุเอะเลยสักนิด แต่ทำไมข้อมูลของโคซุเอะกลับถูกค้นหาอัตโนมัติขึ้นมาทันทีกันนะ 

ในข้อมูลแผนที่ของผมมีร้านเฮย์กัทสึโดอยู่ จากตรงนี้ร้านนั้นอยู่ใกล้มากก็จริง แต่เป็นร้านที่ไม่โดดเด่น เลยสันนิษฐานว่าน่าจะถูกมองข้ามไป 

“ถ้าเฮย์กัทสึโดล่ะก็จากตรงนี้เลี้ยวซ้ายผ่านเสาไฟต้นที่สาม เป็นร้านขนมแถวศาลเจ้าตรงนั้นครับ” 

ผมบอกทางด้วยการระบุจุดสังเกตอย่างละเอียด แบบนี้จะต้องไปถึงได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน 

“อืม… ไม่เข้าใจอะ” 

เด็กสาวส่ายหน้า 

ทำไมถึงไม่เข้าใจคำอธิบายนี้กันล่ะ ผู้หญิงคนนี้โง่หรือเปล่า หรือไม่ก็ต้องไม่ตั้งใจฟังตรงจุดไหนสักจุดแน่ๆ 

“นี่ คือฉันเพิ่งย้ายมาแถวนี้เองน่ะ เธอดูว่างอยู่พอดีมานำทางให้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวฉันเลี้ยงไอศกรีมนะ” 

ผมคิดว่าไม่ข้องเกี่ยวกับผู้หญิงมากน่าจะดีกว่า โดยเฉพาะประเภทที่ทำตัวสนิทสนมกับคนอื่นง่ายยิ่งควรระวัง 

“ผมยุ่งอยู่ แค่นี้ก็ใช้หัวคิดเองสิ” 

ผมพูดตัดบทห้วนๆ แล้วเดินผ่านเด็กสาวไป 

“นี่ นี่ อย่าพูดแบบนั้นสิ เธอน่ะไม่มีเพื่อนสักคนเลยใช่ไหมล่ะ” 

เธอปั่นจักรยานตามหลังผมที่เดินออกมา เมื่อรวมกับคำพูดคำจาไม่ค่อยดีแล้ว เธอดูจะไม่ใช่คนดีสักเท่าไร 

ยิ่งไปกว่านั้นคืออากาศร้อนมาก ร้อนเกินไปจนผมใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว อุปกรณ์ทำความเย็นทำงานไม่ทันจนเริ่มโอเวอร์ฮีท แต่เด็กสาวก็ยังคงตามผมมาอยู่ 

“แล้วคนที่ออกมาเดินในที่แบบนี้ตอนกลางวันของวันธรรมดาน่ะไม่มีทางยุ่งอยู่หรอก เธอน่ะ โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง หรือว่าเป็นฮิคิโคโมริ*งั้นเหรอ” 

ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ผมจะมาเป็นเพื่อนคุยให้กับผู้หญิงคนนี้ได้เลย ต้องหาที่ๆ จะทำให้เครื่องยนต์เย็นลงให้ได้ 

“ผมไม่ได้ว่าง ตั้งแต่นี้ไปจะต้องเดินทางรอบญี่ปุ่น” 

เด็กสาวนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะ “อะฮะฮะฮะฮะฮะ” ออกมาทันที 

“เธอนี่แปลกสุดๆ ไปเลย จะน่าสนใจเกินไปแล้ว” 

ดูเหมือนผมจะถูกล้อเลียนอยู่ แต่ไม่มีความรู้สึกอยากทำเป็นเข้าใจแล้วหัวเราะไปกับเธอแม้แต่น้อย แต่ที่ยุ่งยากคือเธอดูจะสนใจผมมากจนไม่ยอมออกห่าง 

“นี่ เดินทางทั่วญี่ปุ่นนี่ทำยังไงเหรอ มอเตอร์ไซค์? รถยนต์? ถ้านั่งรถไฟจะใช้เงินประมาณเท่าไหร่เหรอ” 

“ผมจะเดินไป ขอเถอะเลิกตามตื๊อสักทีได้ไหม” 

“เดินเท้า? แบบนั้นไม่ไหวหรอก ขาจะพังเอากลางทางนะ” 

ท่าทางว่าเด็กสาวคนนี้คงกำลังเป็นห่วงผมอยู่ ขาของผมไม่พังเร็วขนาดนั้นหรอก แต่ความร้อนพุ่งสูงเกินไปจนผมคิดวิเคราะห์อย่างถูกต้องไม่ได้แล้ว แม้แต่เส้นทางต่อไปก็ไม่สามารถประมวลได้แล้ว อย่างไรก็ต้องหาที่เย็นๆ สำหรับฟื้นฟูระบบก่อน ต้องอธิบายสถานการณ์ให้เด็กสาวฟังจะได้ปลีกตัวหาที่พักระบบสักที 

“เฮ้ เดี๋ยวก่อน เธอไหวรึเปล่า เดินเซแล้วนะ? พักก่อนไม่ดีกว่าเหรอ” 

“หนวกหู! ผมเป็นหุ่นยนต์นะ! ไม่ได้ถูกสร้างมาให้อ่อนแอเหมือนมนุษย์สักหน่อย! ไม่ต้องมาสนใจผมหรอก!” 

เท่านี้ก็คงจะเลิกตื๊อแล้วมั้ง สิ่งทำให้ผมคิดแบบนั้นก็คือเธอทำท่าทางนิ่งอึ้งเหมือนตอนที่ผมบอกว่าจะเดินรอบญี่ปุ่นก็จริง แต่ไม่ได้หัวเราะหรือไล่ตามมาอีก สรุปก็คือเธอคงเข้าใจและยอมรับทุกอย่าง 

ผมเดินต่อไปข้างหน้า 

...เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้ผมพูดอะไรออกไปนะ 

ไม่ใช่ว่าอธิบายกับเธอไปว่าเป็นหุ่นยนต์เหรอ 

ถ้าแบบนั้นต้องรีบแก้ไข... 

[ระบบขัดข้อง!!] 

ไม่ได้การ ผมถึงขีดจำกัดแล้ว ขยับไม่ได้แล้ว 

ถึงจะพยายามฟื้นฟูตัวเอง แต่ก็โอเวอร์ฮีทจนผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย 

ทัศนวิสัยของผมเริ่มมืดลง ผมจะพังในที่แบบนี้งั้นเหรอ... 

ภายใต้แสงแดดแผดจ้า ระบบของผมก็หยุดทำงานลง 

 

* ฮิคิโคโมริ คือ ชื่อเรียกกลุ่มคนที่ปฏิเสธการเข้าสังคม ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านหรือห้องพักของตัวเอง 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น