ฮะนะชิ

'หุ่นยนต์' จะเข้าใจ 'มนุษย์' ได้จริงหรือเปล่านะ? (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

บทที่ 2-2 ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักที

ชื่อตอน : บทที่ 2-2 ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักที

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น รีบูทหัวใจนายโรบอท โรบอท หุ่นยนต์

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 186

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2562 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2-2 ขอร้องล่ะ ช่วยเลิกเรียกว่าหุ่นยนต์สักที
แบบอักษร

ผ่านไปครึ่งปี 

หลังจากผ่านความหนาวเย็นของฤดูหนาวอันโหดร้ายมาได้ โรงเรียนของผมก็จัดพิธีจบการศึกษาขึ้น 

ช่วงเวลาครึ่งปีที่ผ่านมานี้ ผมเอาแต่เรียนเล็กๆ น้อยๆ ที่ห้องพยาบาล ตอนสอบผมก็สอบในห้องพยาบาล และขาดการติดต่อสื่อสารกับนักเรียนอื่นอย่างสิ้นเชิง ถ้าผมหายไปตอนนี้ก็คงไม่มีนักเรียนคนไหนรู้สึกตัว ถึงผมเคยคิดเรื่องจะกลับไปเรียนที่ห้องเรียนอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่เห็นสีหน้ามืดมนของเพื่อนร่วมห้อง ก็เป็นสิ่งยืนยันว่าตัวผมไม่ได้รับการยอมรับ 

ผมจะแย่งชิงความสุขของพวกเขาไปมากกว่านี้ไม่ได้ 

ผมเคยคิดเรื่องเลิกเรียนมัธยมอยู่เหมือนกัน เพราะคิดว่ามีเรื่องมากมายที่ควรจะทำมากกว่าอยู่อย่างไร้ประโยชน์แบบนี้ 

แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่เรียกว่าประวัติการศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในสังคมมนุษย์ เพราะเกี่ยวพันกับการใช้ชีวิตในสังคมต่อจากนี้อย่างมาก ดังนั้นอย่างน้อยผมก็ควรจะเรียนจนจบการศึกษา 

 

พิธีจบการศึกษาเริ่มต้นขึ้นแล้ว 

ผมนั่งอยู่คนเดียวในห้องพยาบาล เสียงของพิธีจบการศึกษาที่ได้ยินจากโรงยิมเป็นไปอย่างราบเรียบ ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นการผลัดกันร้องเพลงประสานเสียงโดยนักเรียนที่จะจบการศึกษากับนักเรียนปัจจุบัน 

ตั้งแต่ตอนนั้น ผมก็ไม่ได้คุยกับโอคุโบะและทาคาดะอีกเลย ผมไม่คิดจะขอโทษพวกเขา และนั่นยิ่งทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดยิ่งขึ้น สำหรับพวกเขาแล้วการหายตัวไปโดยไม่มาเจอหน้าอีกจะต้องเป็นการเยียวยาที่ดีที่สุดแน่นอน 

เมื่อการร้องประสานเสียงของนักเรียนที่จะจบการศึกษาจบลง ต่อไปก็เป็นการรับมอบใบจบการศึกษา ต่อจากนี้พวกเขากำลังจะมุ่งไปยังเส้นทางใหม่ 

เสียงที่ได้ยินจากที่นี่เบาบางจนยากที่จะเก็บรายละเอียดทุกอย่าง  

มีคนเข้ามาในห้องพยาบาล พอผมหันไปมอง ก็เจออาจารย์ห้องพยาบาลยืนอยู่ตรงนั้น 

เธอเป็นผู้หญิงที่มีริ้วรอยลึกตามอายุ ผมไม่เคยคุยกับเธอ ตลอดมาพวกเราแค่ใช้เวลาด้วยกันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไร 

“แค่พิธีจบการศึกษา ออกไปเจอทุกคนหน่อยก็ได้ไม่ใช่เหรอ” 

อาจารย์ห้องพยาบาลยิ้มอย่างอ่อนแรง 

คนๆ นี้ไม่ใช่คนเงียบขรึม แต่เพราะผมไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เธอจึงไม่ทำอะไรด้วยเหมือนกัน 

“ทำไม่ได้หรอกครับ วันนี้เป็นวันสำคัญที่น่าจดจำสำหรับพวกเขา ผมไม่ต้องการทำลายความรู้สึกนั้นครับ” 

“วิธีพูดของเธอเนี่ยแปลกจริงๆ” 

“ขอโทษครับ แต่ผมก็แค่เลือกใช้คำที่เหมาะสมเท่านั้นเอง” 

อาจารย์ห้องพยาบาลหัวเราะฮุฮุอย่างไร้แรง 

“เธอน่ะทั้งคำพูดทั้งสีหน้าแข็งอย่างกับหุ่นยนต์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีสีหน้ามากกว่านี้แท้ๆ ” 

ชั่วขณะที่ถูกบอกว่าเป็นหุ่นยนต์ ผมก็ระแวงเธอขึ้นมา แต่ก็เข้าใจได้ว่าเป็นแค่คำเปรียบเทียบเท่านั้นเอง 

“ต้องขอโทษจริงๆ ครับ” 

“แต่ว่า ฉันรู้สึกได้จริงๆ นะ ว่าในใจของเธอกำลังร้องไห้อยู่” 

นั่นเป็นคำพูดที่เหนือความคาดหมาย หุ่นยนต์ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกขนาดนั้นอยู่แล้ว แต่มนุษย์กลับเชื่อว่ากระทั่งสารอนินทรีย์ก็มีความรู้สึกอยู่ ผมจึงตัดสินใจเออออไปกับคำพูดของอาจารย์ห้องพยาบาล 

“ช่วยไม่ได้หรอกครับ มันคงเป็นผลของการกระทำ เพราะผมทำลายความรู้สึกของทุกคน” 

“เธอไม่ได้ทำลายสักหน่อย” 

อาจารย์ห้องพยาบาลตอบในสิ่งที่ไม่คาดคิดกลับมาอีกแล้ว ผมไม่ค่อยเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นเท่าไร ในขณะที่ผมยังไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงนั้น เธอก็ค่อยๆ นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ผม 

“เธอไม่ได้ทำลายความรู้สึกของทุกคน แต่มันพังทลายลงไปเองต่างหาก” 

ดูเหมือนเธอจะไม่ใช่แค่ปรับเปลี่ยนวิธีพูด แต่เปลี่ยนความหมายทั้งหมดไปเลย 

“หมายความว่ายังไงกันครับ คุณอาจจะไม่ทราบก็ได้ แต่คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็คือผมเองนะครับ?” 

“สาเหตุหรืออะไรก็ช่างมันเถอะ สิ่งที่ฉันอยากพูดก็คือมันเป็นสิ่งที่ควรจะพังทลายอยู่แล้วต่างหาก” 

อาจารย์ห้องพยาบาลเลื่อนสายตาจากผมไปทางหน้าต่าง มองไปยังที่ไกลแสนไกล 

“ตั้งแต่ที่เธอไม่อยู่ ห้องเรียนนั้นก็เงียบเหงาลงมาก อาจจะเห็นว่าหัวเราะส่งเสียงเอะอะไร้สาระกันก็จริง แต่ก็ดูน่าเบื่อยังไงไม่รู้ นั่นสินะ อาจจะเป็นเพราะว่าไล่เพื่อนร่วมห้องที่เคยสนิทสนมกันออกมาโดยไม่มีใครปกป้องเขาเลย ถึงจะมีเหตุผลในการทำแบบนั้นก็เถอะ” 

คำพูดของเธอเต็มไปด้วยชิ้นส่วนที่ผมไม่เข้าใจอยู่เต็มไปหมด ผมเชื่อว่าการที่ตัวเองหายไปจะทำให้ห้องเรียนมีบรรยากาศที่ดีขึ้น แต่จากสายตาของเธอดูจะไม่เป็นอย่างนั้น 

“แต่ทุกคนไม่ผิดนี่ครับ? เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ” 

“ไม่ใช่ มันไม่ควรจบลงด้วยการคิดว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ต้องมีคนรู้สึกตัวว่าความคิดที่จะปล่อยเกาะใครสักคนเพื่อให้สบายขึ้นเป็นเรื่องที่ผิดบ้างสิ ไม่อย่างนั้นชีวิตมัธยมต้นของพวกเธอจะไร้ค่านะ” 

คำพูดของเธอไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด แต่ผมก็พอเข้าใจได้ 

“เรย์คุง อย่างน้อยก็ไปให้พวกเขาเห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้ายหน่อยไหม รับรองว่ามันจะไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก” 

พิธีจบการศึกษาจบลงแล้ว ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของเหล่านักเรียนกำลังเดินกลับห้องเรียน พร้อมกับเสียงรื่นเริงยินดีของคนมากมาย 

“ขอโทษครับ แต่ผมไปไม่ได้” 

อาจารย์ห้องพยาบาลหลับตาลงแล้วพยักหน้า 

“ผมใช้เวลาหนึ่งปีนี้ให้คุ้มค่าไม่ได้ แต่ว่าสุดท้ายนี้แค่ได้ฟังอาจารย์พูดก็ดีใจแล้วครับ ผมจะไม่ลืมความผิดพลาดครั้งนี้เลย” 

“ปีหน้าฉันก็ยังอยู่ที่นี่ล่ะ เพราะงั้นนานๆ ทีก็โผล่หน้ามาให้เห็นบ้างนะ” อาจารย์ห้องพยาบาลหยีตาพูด แล้วยิ้มจนเห็นริ้วรอย 

บางที สิ่งที่ผมควรตั้งเป็นเป้าหมายอาจะเป็นการค้ำจุนอีกฝ่ายอย่างนี้ก็เป็นได้ อย่างน้อยในหมู่ผู้คนที่ผมพบที่โรงเรียนนี้ เธอก็เป็นคนที่ใช้คำพูดได้สมกับเป็นมนุษย์มากที่สุด 

หลังจากนั้นเมื่อทุกอย่างจบลง ผมก็กลับบ้านคนเดียว มีนักเรียนจำนวนมากชี้นิ้วมาที่ผมแล้วซุบซิบนินทากันก็จริง แต่เท่านี้มันก็จบแล้ว 

เมื่อออกจากอาคารเรียนมาถึงบริเวณหน้าประตู ผมก็เห็นทาคาดะและโอคุโบะกำลังคุยกับรุ่นน้องชมรมฟุตบอลอยู่ บางคนหัวเราะบางคนก็ร้องไห้ 

พวกเขาท่าทางสนุกกันดี 

ผมเดินไปทางประตูหลังแทน เพราะไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องพูดกับพวกเขา 

แต่ถ้าหากว่าเป็นมนุษย์ล่ะก็ ในเวลาแบบนี้ คงจะพูดอะไรทิ้งไว้เป็นที่ระลึกไม่ใช่หรือ 

“ขอให้แข็งแรงนะ” 

ผมกระซิบคำที่ไม่อาจส่งไปถึง เพียงแค่ประโยคเดียว 

นั่นเป็นการจากลากับทาคาดะและโอคุโบะ 

 

* 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น