ฮะนะชิ

'หุ่นยนต์' จะเข้าใจ 'มนุษย์' ได้จริงหรือเปล่านะ? (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

บทที่ 1-9 ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ

ชื่อตอน : บทที่ 1-9 ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น รีบูทหัวใจนายโรบอท โรบอท หุ่นยนต์

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 246

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2562 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-9 ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ
แบบอักษร

ตอนที่ไปถึงโรงเรียน ผมไม่เห็นทาคาดะเลย 

ผมคิดว่าอีกเดี๋ยวเขาก็คงจะมา แต่ผิดคาด เขาไม่โผล่มาเลย 

“ไม่รู้สิ ไม่มาซ้อมตอนเช้าด้วยนะ” 

หมอนั่นลาหยุดเป็นครั้งแรกเลยนะ โอคุโบะกอดอกพูดด้วยท่าทางเป็นกังวล 

เขาต้องกังวลอยู่แล้ว เพราะทาคาดะไม่เคยมาสายด้วยซ้ำ แต่วันนี้ถึงกับขาดเรียนไปเลย 

ช่างเรื่องของทาคาดะไปก่อน ก่อนอื่นผมต้องวางแผนติดต่อโคซุเอะ 

คงไม่ใช่ว่าโคซุเอะจะเที่ยวบอกเรื่องเมื่อวานที่ว่าร่างกายผมเป็นหุ่นยนต์ไปทั่วแล้วนะ ผมลองไปแอบมองห้องเรียนชั้นมอสองที่โคซุเอะอยู่ แต่กลับไม่เห็นวี่แววของโคซุเอะเลย 

“อามากิ โคซุเอะซังมาโรงเรียนรึเปล่า” 

พอถามนักเรียนหญิงที่อยู่ใกล้ประตู ก็ได้คำตอบว่า “วันนี้หยุดค่ะ” ไม่รู้ทำไมรู้สึกได้ว่าสีหน้าของเธอดูเกร็งๆ 

“หยุด? สภาพร่างกายไม่ดีเหรอ” 

“ค่ะ... ดูเหมือนจะมีไข้” 

“งั้นเหรอ ขอบคุณนะ” 

กะทันหันจนไม่อยากเชื่อ แต่ร่างกายของเธออาจจะแย่ลงจากอาการช็อกในตอนนั้นจริงๆ ก็เป็นได้ ถ้าเป็นแบบนั้นผมเองก็เป็นต้นเหตุ ถ้าเข้าหาเธออย่างไม่ระมัดระวังอีกอาจจะเป็นอันตราย 

ในตอนที่คิดว่าอย่างไรก็กลับไปที่ห้องเรียนก่อนดีกว่า ก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลัง 

“คนนั้นไง” 

เมื่อผมหันกลับไป ก็เห็นเด็กผู้หญิงสองคนหลบสายตา 

ดูเหมือนจะมีความหมายบางอย่าง ผมอยากจะเข้าไปถาม แต่ทั้งคู่กลับหนีเข้าห้องเรียนไป 

ผมรู้สึกผิดสังเกต แต่หลังจากนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ผมจึงกลับเข้าสู่วงจรเดิมตามปกติ เพราะถ้าทำแต่เรื่องผิดกิจวัตรที่วางไว้ก็จะเป็นการรบกวนการเก็บข้อมูล 

ช่วงนี้มีแต่เรื่องที่เข้าใจไม่ได้เกิดขึ้น แถมที่ปลายทางนั่นยังมักจะซ่อนข้อเท็จจริงที่ผมไม่รู้อีกต่างหาก ภาระจากการคำนวณมากเกินไปทำให้ระบบปฏิบัติการของผมล้าเล็กน้อย  

 

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ 

อย่างที่คิด มีบางอย่างแปลกๆ จริงๆ ด้วย 

ตอนที่แอบเหลือบมองไปทางด้านข้าง ก็เห็นเด็กผู้หญิงสามคนกำลังมองมาด้วยสายตาใคร่รู้ พอผมมองกลับอย่างสงสัย สายตาของทั้งสามก็เลื่อนไปมองกระดานดำแทน 

“กำลังสนใจอยู่ หยะแหยงอ้ะ” 

ได้ยินเสียงลอยมาจากทางอื่น คำว่าหยะแหยง เป็นคำแสลงที่ย่อมาจากคำว่าขยะแขยง ดูเหมือนจะเป็นการที่ไม่ยอมรับใครอีกคนทางกายภาพ 

คงไม่ใช่ว่าหมายถึงผมหรอกนะ ปกติแล้วผมจะตั้งใจทำตัวไม่เป็นศัตรูกับนักเรียนคนไหนแล้วนี่นา 

ยังมีเรื่องคาใจอีกเรื่อง ตั้งแต่วันนั้นทาคาดะก็ไม่มาโรงเรียนอีกเลย โอคุโบะไปหาที่บ้านทุกวันแต่ก็เหมือนจะไม่ได้เจอ 

มนุษย์ที่แข็งแรงแบบเขาหยุดเรียนตั้งหลายวันแบบนี้ จะเป็นโรคที่รักษายากรึเปล่านะ 

“นี่ เรย์” 

โอคุโบะเรียกผม เขากำลังยิ้มอยู่ก็จริง แต่ก็เหมือนกับกำลังจงใจปั้นสีหน้าอยู่เล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด 

“นายน่ะ ช่วงนี้... ไม่ได้ไปสวนสนุกหรอกใช่ไหม” 

ถูกถามเรื่องไม่น่าเชื่อเข้าให้แล้ว ทำไมโอคุโบะถึงรู้เรื่องนี้ได้กัน  

โอคุโบะพูดว่า “โทษทีที่ถามแปลกๆ” แล้วหัวเราะเฝื่อนๆ 

“ไปฟังเรื่องนี้มาจากใครเหรอ” 

“ว... ว่าอะไรนะ...?” 

พอผมถามกลับ โอคุโบะก็มีท่าทีตกตะลึง รอยยิ้มบิดเบี้ยวเหมือนไม่ใช่ตัวเขา โอคุโบะจะต้องรู้เรื่องสำคัญอะไรสักอย่างแน่ 

“โอคุโบะ ไปได้ยินเรื่องนี้มาจากใคร คงไม่ใช่ว่าถูกอามากิ โคซุเอะพูดอะไรใส่หรอกใช่ไหม” 

โอคุโบะที่ถูกถามแบบนั้นเบิกตามองผมเหมือนจะบอกว่าไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน 

“เรย์ นายสติดีอยู่รึเปล่า” 

“ผมปกติดีนะ” 

โอคุโบะตัวสั่นพลางพูด “ขอเวลาฉันคิดหน่อย” ด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ แล้วออกจากห้องเรียนไป 

ไม่รู้ทำไมจู่ๆ นักเรียนรอบๆ ต่างมองผมเป็นตาเดียว หลังจากนั้นทุกคนต่างก็สาดคำพูดมุ่งร้ายมาที่ผม 

“เป็นผู้ชายที่แย่ที่สุด” 

“ยกโทษให้ไม่ได้เด็ดขาด” 

ดูเหมือนว่าคำต่อว่าทั้งหมดจะพุ่งตรงมาที่ผม เพราะพวกเขาไม่ได้หลบตาผมอีกต่อไป การว่าร้ายนั้นดำเนินต่อไปแม้ว่าคาบเรียนจะเริ่มต้นแล้ว และสุดท้ายโอคุโบะก็ไม่กลับมา 

ดูจากการตกตะลึงของโอคุโบะ เรื่องนี้ต้องมีโคซุเอะชักใยอยู่เบื้องหลังไม่ผิดแน่ ผู้หญิงคนนั้นเป็นบุคคลอันตรายยิ่งกว่าที่คิด ที่ว่าเป็นไข้ก็คงโกหกอยู่แน่ 

คงไม่ใช่ว่าเธอเที่ยวพูดเรื่องที่ผมเป็นหุ่นยนต์ไปแล้วหรอกนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นความอยู่รอดของสถานวิจัยจะเข้าสู่สถานการณ์เลวร้ายที่สุดในทันที 

“น่าสงสารทาคาดะ” 

ได้ยินเสียงมาจากทางหนึ่งร้อยหกสิบห้าองศา แต่ผมไม่ได้หันไปมอง 

“ยังมีหน้ามาโรงเรียนได้อีกนะ” 

“ยังไม่รู้สถานะตัวเองอีกรึไง” 

ได้ยินเสียงต่อว่าตัวผมมาจากทุกทิศของห้องเรียน ตอนนี้ผมไม่มีพวกเดียวกันเลยสักคน 

แต่ว่า ทำไมถึงมีชื่อของทาคาดะโผล่ออกมาล่ะ 

“เฮ้ ชั่วโมงเรียนเริ่มแล้วนะ เงียบได้แล้ว” 

อาจารย์วิชาภาษาญี่ปุ่นทำหน้าบึ้งจนเห็นรอยย่น 

“ใช่แล้วล่ะทุกคน อย่ารบกวนอาจารย์เพราะไอ้คนชั้นต่ำดีกว่า!” 

พวกนักเรียนหัวเราะเยาะแล้วไม่พูดคุยกันอีกเลยหลังจากนั้น ในห้องเรียนมีแค่เสียงของอาจารย์สะท้อนในความเงียบ 

เมื่อคาบเรียนจบลง ผมไปที่ห้องเรียนของชั้นมอสองที่อยู่ชั้นล่าง ผมต้องยืนยันการคงอยู่ของโคซุเอะ เธอหยุดเรียนไปหนึ่งสัปดาห์ก็จริง แต่ถ้าคิดจากสถานการณ์แบบนี้ คาดการณ์ได้ว่าวันนี้น่าจะอยู่ที่ห้องเรียน 

ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องคุยกับโคซุเอะให้ได้ การจะหยุดการแพร่กระจายของข้อมูลตอนนี้จะต้องให้โคซุเอะเป็นคนปฏิเสธจากปากตนเองเท่านั้น 

ผมลงบันไดมายังชั้นที่ห้องเรียนมอสองอยู่ มีเด็กผู้หญิงชี้นิ้วมาที่ผมแล้วพูดว่า “อ้ะ คนใจยักษ์นี่นา” 

ผู้หญิงตาตี่ปากกว้าง กับผู้หญิงร่างอ้วนอีกคนที่มีกระเต็มหน้าแสดงความมุ่งร้ายมาอย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ต้องดึงข้อมูลออกมาก่อน 

“โคซุเอะ อามากิ โคซุเอะมาโรงเรียนรึเปล่า” 

“หา? อา เด็กคนนั้นน่ะเหรอ คงไม่มาแล้วมั้ง?” 

“ไม่มา?” 

“วันนี้ก็หยุดอีกแล้วนะ นายเป็นแฟนน่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ” 

โกหก คนที่สร้างสถานการณ์อย่างนี้ขี้นมามีแต่โคซุเอะเท่านั้นล่ะ แล้วข้อมูลผิดๆ ที่ว่าผมเป็นแฟนของโคซุเอะกระจายมาจากไหน 

ทันใดนั้น กลุ่มนักเรียนมากมายตรงทางเดิน ต่างก็มองผมด้วยสายตาเกลียดชัง 

“ดูสิ สีหน้าน่ารังเกียจนั่นน่ะ” 

“หน้าตาน่ารักแท้ๆ แต่ใจดำจังเลยเนอะ ออกมาทางสีหน้าหมดแล้วนั่น” 

“รุ่นพี่น่าสงสาร ฉันไม่ให้อภัยมันเด็ดขาด” 

“จะเล่นให้ยับเลย” 

“แค่คิดว่าถ้ามันเข้าชมรมฟุตบอลก็ขนลุกแล้ว” 

ผมรับรู้ว่าอันตรายกำลังเข้ามาใกล้ จึงหนีกลับห้องเรียนก่อน แต่ในห้องเรียนเองก็มีแต่ศัตรูเช่นกัน ทั้งที่ผมต้องใช้ที่นี่ในการรวบรวมข้อมูลแท้ๆ ทุกอย่างต้องมาจบแค่นี้งั้นเหรอ 

ตอนที่เดินบนทางเดิน ผมตั้งใจคิดอย่างจริงจัง ทำไมความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมาจนถึงทุกวันนี้ถึงพังลงได้ง่ายดายขนาดนี้ ตัวผมไม่มีสิ่งที่เรียกว่าพวกพ้องอยู่ในโรงเรียนนี้เลยหรือ ความสัมพันธ์ที่เรียกว่า ‘เพื่อน’ เป็นสายสัมพันธ์ที่เปราะบางขนาดนี้เลยหรือ 

ในตอนนั้น ผมได้ตั้งสมมติฐานขึ้นมา เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจนถึงเมื่อกี้เลย 

การรับรู้จนถึงตอนนี้ของผมอาจจะผิดพลาดก็ได้ ถ้าจริงๆ แล้วตอนที่ทาคาดะกับโคซุเอะทะเลาะกัน พวกเขาไม่ได้จบความสัมพันธ์ลงแต่ยังคงดำเนินความสัมพันธ์แบบคนรักกันอยู่ แล้วผมก็ดันเข้ามาดำเนินความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนคนรักกับโคซุเอะทั้งๆ แบบนั้น... 

หรือว่าผมวิเคราะห์พลาดไปงั้นเหรอ ผมพยายามสร้างสมมติฐานใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อตอบการวิเคราะห์นั้น แม้ส่วนใหญ่จะเป็นคำตอบที่ไร้สาระ แต่อาจจะมีความเป็นไปได้เล็กๆ อยู่เต็มไปหมด ตอนนี้ภาระของซีพียูประเมินผลมีมากเกินไปจนจัดการได้แล้ว 

แค่ปัญหาที่เกิดต่อเนื่องกันก็ใช้หน่วยความจำมากพอแล้ว ตอนนี้ยังจะมีเรื่องเกิดขึ้นซ้ำอีก 

ตอนที่เข้าไปในห้องเรียน โอคุโบะจ้องเขม็งมายังผมด้วยตาแดงก่ำ 

“โอคุโบะ นาย” 

โอคุโบะไม่ได้มีแสดงท่าทีนุ่มนวลเป็นมิตรกับผมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความเกลียดชังอย่างชัดเจน  

“…เรย์ มีเรื่องที่อยากคุยกันแค่สองคน ไปที่สนามหน่อย” 

โอคุโบะดูโกรธมาก 

ผมเห็นแค่นั้นก็เข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ถึงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ผมก็อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสมเหตุสมผลไม่ได้ 

ผมไปพบโอคุโบะที่สนาม 

“เรย์ พูดกันตรงๆ นะ นายน่ะ คบกับแฟนของทาคาดะอยู่เหรอ” 

โอคุโบะมองมาด้วยสายตาคมกริบ โอคุโบะที่พยายามหัวเราะกับการละเล่นไร้สาระ ตอนนี้กำลังเกลียดผมอยู่ สายตานั่นกำลังถามหาความจริง 

ผมพยักหน้าเล็กๆ เพราะนี่เป็นเรื่องที่ควรยอมรับ 

“นาย... คนอย่างนายนี่มัน! หมอนั่นน่ะ! ทาคาดะที่โดนโคซุเอะทิ้ง รู้รึเปล่าว่าหมอนั่นเจ็บปวดแค่ไหน แล้วคิดว่าหมอนั่นทำหน้าแบบไหนตอนที่รู้ว่าอีกคนคือนาย! ” 

ไม่รู้เลย ตอนที่หัวเราะกันอยู่สามคน ทาคาดะรู้สึกตัวแล้วว่าผมกำลังติดต่อกับโคซุเอะอยู่งั้นหรือ 

ถ้าอย่างนั้น ทาคาดะก็กำลังฝืนหัวเราะอยู่ นั่นเป็นเรื่องที่ทรมานมากสำหรับมนุษย์ไม่ใช่หรือ 

โอคุโบะกระชากเสื้อผมแล้วกำหมัดแน่น 

“ฉันน่ะนะ เคยคิดว่านายกับทาคาดะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ทาคาดะก็คิดเหมือนกัน เพราะอย่างนั้นเลยเชื่อมาตลอด ทั้งฉันทั้งหมอนั่น” 

แรงที่มือของโอคุโบะเพิ่มขึ้น มันอัดแน่นไปด้วยอารมณ์รุนแรง 

“ฉันสนุกมากเลย ดีใจมากที่หัวเราะได้จากใจ แต่นายกลับหักหลัง ทำลายทุกๆ อย่าง...!” 

โอคุโบะร้องไห้ออกมา ผมเผลอถลำลึกไปกับสิ่งที่เรียกว่าเพื่อนซะแล้ว นั่นเป็นการต่อต้านหน้าที่ของตัวเอง แล้วยังเป็นเรื่องที่แก้ไขอะไรไม่ได้อีกด้วย 

“วันนี้ฉันไปบ้านทาคาดะมา หมอนั่นกินอะไรก็อ้วกออกมาหมดเลย แถมยังร้องไห้แล้วก็บอกว่ากลัวการไปโรงเรียนด้วย ทั้งอย่างนั้นทำไมนายถึงยังมีหน้ามาโรงเรียนอีก! นายมันปีศาจ เป็นปีศาจในคราบมนุษย์!” 

โอคุโบะต่อยผมหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง ทั้งๆ ที่ร้องไห้อยู่ 

...อีกนิดเดียว ชิ้นส่วนเครื่องจักรที่ละเอียดอ่อนอาจได้รับความเสียหาย หรือถึงไม่เป็นอย่างนั้น จะต้องมีชิ้นส่วนหนึ่งแตกหักจากการรับหมัดแน่ 

ตอนที่ผมเซจนเสียการทรงตัว ก็รู้สึกถึงเสียงโห่ร้องจากรอบๆ มาที่ตนเอง 

เหล่านักเรียนตะโกนลงมาจากหน้าต่างห้องเรียนของผมว่า “โอคุโบะคุง! จัดการไอ้คนแบบนั้นเลย” “พวกเราอยู่ข้างนายนะ” “ฆ่าผู้ชายต่ำๆ ไปซะ” 

วงจรความคิดรับภาระมากจนเริ่มควบคุมไม่ได้ ทัศนวิสัยของผมบิดเบี้ยวจนกลายเป็นสีเทา ตอนนี้ผมมองไม่เห็นใบหน้าของโอคุโบะอีกแล้ว 

“อุหวาาาาาา อ๊าาาาาาาาาาาาาาา!” 

[ระบบขัดข้อง!!] 

ความผิดปกตินี้ไม่สามารถฟื้นฟูได้ ผมหงายหลังล้มลงไปทั้งอย่างนั้น เรียกเสียงแหลมสูงดีอกดีใจจากพวกนักเรียนหญิง 

ศาสตราจารย์ 

ผมที่จะทำให้ทุกคนมีความสุข ได้เผลอสร้างบาดแผลที่รักษาไม่ได้ไปซะแล้วครับ 

ผมมันเป็นของมีตำหนิที่ไร้ประโยชน์ 

ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ 

ด้วยผลลัพธ์นี้ คราวหน้าโปรดสร้างหุ่นยนต์ที่ดีกว่านี้ด้วยเถอะครับ 

เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเลวร้ายแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง 

[ยุติระบบ] 

[ปิดการใช้งาน] 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น