ฮะนะชิ

'หุ่นยนต์' จะเข้าใจ 'มนุษย์' ได้จริงหรือเปล่านะ? (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

บทที่ 1-2 ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ

ชื่อตอน : บทที่ 1-2 ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น รีบูทหัวใจนายโรบอท โรบอท หุ่นยนต์

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 537

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2562 14:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-2 ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ
แบบอักษร

บ้านของผมอยู่ที่ห้องหมายเลขหนึ่งศูนย์สาม ในเขตพักอาศัยซึ่งเดินเท้าจากโรงเรียนสิบห้านาที เขตพักอาศัยนี้แบ่งเป็นสี่อาคาร แต่ละอาคารจะมีเลขหนึ่งถึงสี่ตัวโตติดอยู่ อาคารหมายเลขหนึ่งที่ห้องหนึ่งศูนย์สามตั้งอยู่นั้นอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ข้างๆ อาคารหนึ่งมีสวนสาธารณะขนาดเล็กอยู่ วันไหนที่ผมกลับเย็นก็จะมองเห็นเด็กๆ วิ่งเล่นกัน 

ผมหยิบซองพัสดุไปรษณีย์ก่อนเข้าบ้าน ถอดเครื่องแบบออกจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นชุดลำลอง แล้วทำความสะอาดฝุ่นผงเพื่อรักษาสภาพเครื่องยนต์ จากนั้นก็ทานอาหารที่จำเป็นเพื่อรับพลังงาน 

แน่นอนว่าเพราะว่าเป็นหุ่นยนต์จึงไม่แปลกอะไรเลยที่ผมไม่มีครอบครัว บ้านหลังนี้เองก็เป็นงบประมาณพิเศษของสถานวิจัยเพื่อให้ทำภารกิจได้สะดวกขึ้น 

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ ผมก็โหลดเอกสารที่ได้รับแจกจากทางโรงเรียนในวันนี้ลงในฐานข้อมูล มีเรื่องหนึ่งที่ต้องทำภายในวันนี้ คือรายงานความคืบหน้าให้ศาสตราจารย์ตามกำหนด 

ผมสามารถพูดคุยกับศาสตราจารย์ได้ในเวลากลางคืน ผมป้อนหมายเลขลงไป หลังเสียงรอสายดัง ศาสตราจารย์ก็ตอบกลับมา 

“สวัสดียามเย็นนะเรย์คุง กำลังรอรายงานอยู่เลยล่ะ” 

ก่อนหน้านี้ผมถูกเรียกด้วยชื่อ R98-I ซึ่งเป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่ในปัจจุบันผมถูกปฏิบัติด้วยวิธีการแบบเดียวกับมนุษย์ 

ผมรายงานเรื่องที่รวบรวมข้อมูลมาได้และไม่มีปัญหาอะไรที่โรงเรียน  

“งั้นเหรอ ถ้าดำเนินการเก็บข้อมูลได้สะดวกก็ดีแล้วครับ การตั้งใจดูกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดเพื่อให้เข้าใจความยินดีและความเกลียดชังของมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดนะครับ” 

“ขอบคุณครับ เป็นเพราะศาสตราจารย์กรุณาสร้างผมขึ้นมาเพื่อการนั้นล่ะครับ” 

ศาสตราจารย์ไอออกมาเล็กน้อย ศาสตราจารย์ที่อายุสี่สิบสองปีนั้นถือว่ายังหนุ่มอยู่สำหรับอายุขัยของมนุษย์ การไอนั้นคงไม่มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ แต่อย่างไรเสียการบำรุงรักษาร่างกายก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น 

หลังจากนั้นศาสตราจารย์ก็ตรวจสอบการบำรุงรักษาหลายอย่างตามรายการ ระบบการทำงานของผมโดยส่วนใหญ่ถูกประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ 

ถ้าให้พูดความจริง ก็พบข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อยู่หลายครั้ง เป็นสิ่งที่ไม่อยู่ในรายการบำรุงรักษา จึงไม่สามารถทำการแก้ไขได้ 

แต่ถ้าบอกว่าอาการไม่ดีบ่อยครั้งเข้า สถานวิจัยของศาสตราจารย์จะพลอยเสียความน่าเชื่อถือไปด้วย อีกทั้งข้อผิดพลาดเล็กน้อยที่หายไปเองก็มีอยู่มาก 

ผมเริ่มรายงานผลลัพธ์ในแต่ละวันแทน 

“พวกนักเรียนในโรงเรียนเริ่มเข้าสู่วัยเจริญเติบโตกันแล้ว สภาพจิตใจเลยดูไม่เสถียรครับ น่าสนใจมากทีเดียว” 

“น่าสนใจจริงๆ ด้วยครับ มองแล้ววิเคราะห์ออกมาได้ว่าอย่างไรบ้างล่ะ” 

“คิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของพวกเขาและพวกเธอครับ กิเลสที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของสิ่งมีชีวิตสินะครับ” 

นั่นเป็นสิ่งที่ผมรู้สึกจากบันทึกความคิดในฐานข้อมูลซึ่งได้มาจากการ์ตูนที่มนุษย์กับหุ่นยนต์รักกันที่ผมเคยอ่านมาก่อน 

พวกเขาไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมั่นคง แต่กลับเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก อีกทั้งในท้ายที่สุดแล้วตัวตนของทั้งสองก็เปลี่ยนไปจากตอนต้นเรื่องอย่างสิ้นเชิง 

เมื่อลองคิดตามนั้น ก็เท่ากับว่าสิ่งที่รออยู่เมื่อหุ่นยนต์กับมนุษย์ผูกพันกัน ก็มีแต่ความทุกข์เท่านั้นมิใช่หรือ 

การที่มนุษย์ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ อาจเพราะนั่นเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับความสุขของมนุษย์ก็เป็นได้  

ผมรายงานการวิเคราะห์ของผมให้กับศาสตราจารย์จนถึงตรงนั้น 

“เป็นความคิดที่น่าสนใจนะครับ จะบันทึกเอาไว้ก่อนแล้วกัน แบบนี้ผมคงหวังกับการรายงานครั้งหน้าได้ใช่ไหมครับ” 

ศาสตราจารย์มีท่าทางยินดี หลังรายงานกำหนดการเสร็จสิ้น การโทรศัพท์ก็สิ้นสุดลง 

วงจรความคิดมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ถ้าไม่ให้พักสักระยะวงจรจะรับภาระหนักขึ้นจนไม่สามารถคาดหวังกับการทำงานในอนาคตได้ 

ผมล้มตัวนอนลงกับพื้น เริ่มเตรียมปิดการทำงานของระบบ 

บ้านหลังนี้ไม่มีอะไรเลย แต่ความว่างเปล่าที่ไม่มีอะไรนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพักวงจรความคิด แถมยังไม่มีใครมารบกวนได้อีกด้วย 

เมื่อปิดการทำงานของระบบ เครื่องยนต์ก็เริ่มหยุดการทำงานลงทีละชิ้น พอผมตาหลับลง วิสัยทัศน์กลายเป็นสีขาวดำและหายไปในที่สุด 

[ปิดการใช้งาน] 

* 

 

[เปิดระบบ] 

เมื่อตรวจสอบว่าการทำงานของระบบทั้งหมดเป็นที่น่าพอใจ ผมก็ตื่นขึ้นแล้วเริ่มต้นเตรียมข้าวกล่องทันที นาฬิกาบอกเวลาตีสี่ ก่อนอื่นผมต้องเตรียมตัวเพื่อไปโรงเรียน ผมเอาแฮม ไข่ม้วน กะหล่ำปลีและแอปเปิ้ล จัดวางลงในข้าวกล่องสี่เหลี่ยมตามที่คำนวนพื้นที่เอาไว้ 

หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยังมีเวลาเหลืออยู่หนึ่งชั่วโมงสี่สิบสามนาที 

ผมเปลี่ยนไปสวมเสื้อเชิ้ต ถือไม้กวาดกับที่ตักผงออกจากบ้าน แล้วเริ่มทำความสะอาดด้านนอกเขตที่พัก 

เพราะเป็นสถานที่ๆ มีคนอาศัยอยู่ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็จะสกปรก การใช้ไม้กวาดกวาดขยะจากหลายๆ ที่มารวมกันแล้วใช้ที่ตักผงตักเก็บเป็นการทำความสะอาดมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

ผมแบบนี้ก็เพื่อให้ผู้คนเกิดความยินดี แม้ว่าความสามารถของผมจะทำเรื่องใหญ่กว่านี้ได้ แต่ตอนนี้ผมจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับความรู้สึกยินดีเสียก่อน 

ที่สถานวิจัย ผมเป็นผู้นำทำความสะอาด การทำแบบนี้จะทำให้คุณค่าในตัวผมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 

พอเจ็ดโมงก็มีคนที่ออกจากบ้านมากขึ้น ผมได้รับคำทักทายจากนักเรียน พนักงานบริษัท และคนอื่นๆ 

“แหมๆ เหนื่อยหน่อยนะจ๊ะ” 

หญิงวัยกลางคนสองคนส่งเสียงทัก 

“ยังหนุ่มอยู่แท้ๆ แต่มาทำงานอาสาสมัครแบบนี้ เป็นเด็กดีจริงๆ เลยนะ” 

“ขอบคุณครับ” 

ถูกชม นั่นหมายถึงการได้รับการยอมรับ แต่กล้ามเนื้อใบหน้าของทั้งคู่กลับขยับแปลกๆ คนเราจะแสดงสีหน้าแบบนั้นเวลาที่คิดต่างจากคำพูด 

หลังจากกวาดขยะรวดเดียวจนเสร็จก็ใกล้จะถึงเวลาไปโรงเรียนแล้ว ผมจึงเดินกลับไปยังห้องหนึ่งศูนย์สาม 

“...น่าสงสารจังเลยนะ” 

“....เขาอยู่คนเดียวนี่” 

“...ต้องมีพ่อแม่เลวๆ แน่เลยเนอะ” 

“...จะไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ” 

สองคนเมื่อครู่คุยอะไรบางอย่างพลางเหลือบมองมาทางนี้ 

ไม่เข้าใจ ทำไมถึงสงสัยเรื่องของคนอื่นขนาดนั้นกันนะ 

แม้ผู้คนที่นี่จะกล่าวทักทายผม แต่ในทุกครั้งก็มีท่าทีห่างเหิน 

ไม่มีทางที่เรื่องที่เป็นหุ่นยนต์จะความแตก แต่เรื่องที่ผมอาศัยอยู่คนเดียวนั้นเป็นเรื่องที่กวนใจพวกเขาอย่างมากก็เท่านั้น 

ถ้าไม่อยากให้เกิดเรื่องเสียผลประโยชน์อย่างการอยู่ที่นี่ไม่ได้ คงต้องทำตัวให้ไม่น่าสงสัย 

ผมเปลี่ยนชุดเป็นชุดนักเรียน ใส่หนังสือเรียนที่ต้องใช้ลงกระเป๋า แล้วปิดประตูบ้านก่อนมุ่งหน้าไปโรงเรียน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น