ฮะนะชิ

'หุ่นยนต์' จะเข้าใจ 'มนุษย์' ได้จริงหรือเปล่านะ? (อัพวันละตอน จ.-ศ. 15.00 น. , ส.-อา.และวันหยุด 11.00 น.)

บทที่ 1-1 ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ

ชื่อตอน : บทที่ 1-1 ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ

คำค้น : นิยายญี่ปุ่น รีบูทหัวใจนายโรบอท โรบอท หุ่นยนต์

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2562 11:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-1 ดูเหมือนว่าภารกิจจะจบลงด้วยความล้มเหลวทั้งหมดครับ
แบบอักษร

(มุมมองของหุ่นยนต์) 

เศษดินแห้งๆ ปลิวว่อนขึ้นตามทางที่วิ่ง 

ผมอาบแดดพลางคิดว่า แสงอบอุ่นแบบนี้ มนุษย์คงรู้สึกดีสินะ 

“เทซากิ เรย์” นักเรียนมัธยมต้นที่ถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูงและเป็นที่รัก นั่นคือตัวผม ผมคิดว่าผมทำหน้าที่ตามที่ ‘ตั้งค่า’ เอาไว้ได้ดีและกำลังไปได้สวยเลยทีเดียว 

ในคาบเรียนพละวันนี้มีการแข่งขันฟุตบอลกับห้องข้างๆ ห้องของผมที่มีสมาชิกชมรมฟุตบอลอยู่ถึงสามคนนั้นไม่มีทางแพ้แน่นอน  

ผมวิ่งวนรอบสนามฟุตบอลของโรงเรียนพลางคำนวนว่าจะเลี้ยงลูกบอลไปทางไหนดี ถ้าเพื่อนส่งต่อบอลที่กำลังแย่งกับทีมตรงข้ามอยู่มาได้ เราก็จะสามารถบุกจากปีกขวาที่ว่างอยู่ได้ในพริบตา 

เกมที่เกี่ยวข้องกับผู้คนนั้นไม่มีอะไรแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ สุดท้ายแล้วการคำนวณก็เป็นเพียงปัจจัยหลักที่จะพาไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเท่านั้น ผมส่งสัญญาณให้กับทาคาดะที่อยู่ด้านหน้าว่า ‘วิ่งขึ้นไปข้างหน้าอีก!’ ทาคาดะยิ้มกริ่มด้วยใบหน้ากรำแดดสุขภาพดี ก่อนพุ่งตัวออกไป 

ทันใดนั้น ลูกยาวจากโอคุโบะที่ชิงลูกมาได้สำเร็จก็ถูกส่งมาอย่างฉิวเฉียด ทั้งที่ผมประเมินไว้ว่ามีความเป็นไปได้ถึงเก้าสิบเปอร์เซนต์ที่ลูกนั้นจะถูกหยุดไว้ได้ 

ผมตัดลูกส่งอย่างลื่นไหล เลี้ยงลูกผ่านคนที่หนึ่ง คนที่สอง แล้วส่งต่อไปให้เพื่อนที่อยู่หน้าโกลสบายๆ 

บอลเข้าไปแล้ว เท่านี้ห้องของผมก็จะได้สองแต้ม 

“เรย์ สนับสนุนได้เยี่ยม!” 

เพื่อนๆ ดีอกดีใจกันยกใหญ่ ทั้งโอคุโบะและทาคาดะที่เป็นตัวหลักของชมรมฟุตบอลก็เข้ามาตบหลังผมเบาๆ แล้วพูดว่า “นายนี่สุดยอดเลย ทำไมไม่เข้าชมรมฟุตบอลล่ะ”  

ผมคิดว่าอย่าทำคะแนนไปมากกว่านี้เลยจะดีกว่า เพราะถ้าผมเอาจริงล่ะก็จะกลายเป็นเกมที่เอาแต่ชนะอยู่ฝ่ายเดียวไปแทนน่ะสิ 

มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องพรสวรรค์หรืออะไรหรอก 

แต่เป็นเพราะผมเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้ชีวิตปะปนอยู่กับมนุษย์ต่างหาก 

มองจากภายนอกดูเหมือนมนุษย์ก็จริง แต่ร่างกายที่ทำมาจากเครื่องจักรนั้นมีความสามารถในการคำนวณและความสามารถด้านกีฬาที่มนุษย์ไม่สามารถเทียบได้อยู่  

จริงๆ แล้วจะชู้ตลูกบอลให้แม่นกว่านี้ก็ยังได้ แถมคงหาช่องโหว่ของฝ่ายตรงข้ามเจอเรื่อยๆ จนเห็นภาพตัวเองทำแต้มได้นับครั้งไม่ถ้วนเลยล่ะ 

แต่เพื่อให้ความไม่แตกเรื่องที่เป็นหุ่นยนต์ ผมจึงต้องปรับสมรรถภาพลงให้เท่ากับมนุษย์ ถ้าความแตกขึ้นมาจะต้องวุ่นวายจนทำหน้าที่ไม่ได้แน่ เพราะการใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ และทำให้มนุษย์มีความสุขนั้นเป็นภารกิจที่หุ่นยนต์อย่างผมได้รับ ถ้าเรื่องที่เป็นหุ่นยนต์ถูกล่วงรู้ล่ะก็ แผนงานคงจะถอยหลังไปไกลอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนผมก็คงจะถูกนำไปแยกส่วนทิ้งทันที 

มนุษย์อาจจะไม่เชื่อ แต่ว่าหุ่นยนต์เองก็สามารถมีเพื่อนได้ แม้ว่าหุ่นยนต์ไม่มีหัวใจอย่างมนุษย์ แต่ก็สามารถจำลองหัวใจนั้นออกมาได้ สามารถแสดงออกด้วยคำพูดหรือการกระทำได้ว่าใครสักคนสำคัญ ตัวผมถึงสามารถใช้ชีวิตในโรงเรียนในฐานะนักเรียนมัธยมต้นคนหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็น และเพื่อการนั้นก็ใช้เงินในการพัฒนาระบบไปเป็นจำนวนมากพอดู 

หลังจบการแข่งขัน ผมเปลี่ยนชุดพละเป็นชุดกักคุรัน*ในห้องน้ำ 

เหตุผลที่ต้องแอบทุกคนมาเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็เพราะที่ตัวของผมมีบางส่วนที่เห็นแล้วรู้ได้ทันทีว่าเป็นเครื่องจักรอยู่ 

ความจริงแล้วร่างกายทั้งหมดควรจะถูกซ่อนไว้ด้วยผิวหนังเทียม แต่ดูเหมือนว่าการเว้นบางส่วนไว้มันจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของหุ่นยนต์ที่ต้องทำงานด้วยตัวเอง 

พอกลับมาที่ห้องเรียน ก็เป็นเวลาพักทานอาหารกลางวันแล้ว ที่โรงเรียนไม่มีอาหารกลางวันให้ ทุกคนจึงต้องเอาข้าวกล่องมาเอง 

“เรย์เนี่ย ฉันคิดมาตั้งนานแล้วนะ ข้าวกล่องของนายนี่ดูกี่ทีก็สุดยอดไปเลย” 

ทาคาดะพูดพร้อมกับยิ้มแหยๆ 

“อะไรสุดยอดเหรอ” 

เมื่อผมวางตะเกียบลง ทาคาดะก็พูดว่า “เปล่า แค่คิดว่าเป็นระเบียบสุดๆ เลยน้า พื้นที่สี่เหลี่ยมเรียงกันพอดิบพอดีไปหมด โคตรเจ๋งอ่ะ” พลางใช้นิ้ววาดรูปสี่เหลี่ยมเลียนแบบกล่องข้าวของผม 

โอคุโบะที่มีใบหน้าเรียวยาวเข้ามาร่วมวงสนทนา เขาหยีตาล้อเลียนพร้อมกับถามว่า “ยอดเลยน้า ใครเป็นคนทำเหรอ” 

“ผมเป็นคนทำเองล่ะ ตื่นมาทำตอนตีสี่” 

ทั้งสองคนเบิกตาโตอย่างตกตะลึง 

“หา ตีสี่เนี่ยนะ เอาจริงดิ...” 

“ทำเองทุกวันนี่นึกภาพไม่ออกเลยแฮะ” 

ผมคิดว่าท่าทางของทั้งคู่น่าสนใจมาก เพราะทั้งสองคนมีพ่อแม่คอยทำข้าวกล่องให้ จึงนึกภาพการทำข้าวกล่องเองไม่ออก การใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ด้วยการพึ่งพาคนอื่น ถือเป็นหนึ่งในลักษณะพิเศษของมนุษย์ 

“เพราะผมนอนเร็วด้วยน่ะ” ผมอ้างไปอย่างนั้น เพื่อไม่ให้ความแตกเรื่องที่เป็นหุ่นยนต์ การพูดคุยโดยอนุมานเรื่องโกหกให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งจำเป็น 

“อ่า...” 

แล้วทั้งสองคนก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย 

 

เหมือนกับที่โดราเอมอนกินอาหารได้ ผมเองก็กินได้เหมือนคนปกติ ไม่ได้เติมน้ำมันแบบรถยนต์ เพราะถ้าขืนทำอย่างนั้นก็จะใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ไม่ได้กันพอดี ผมกินอาหารเหมือนที่ทุกคนกิน แล้วค่อยเผาผลาญอาหารพวกนั้นในตัวเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับเคลื่อนไหว 

ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าสีฟ้ากระจ่าง 

อา วันนี้ก็แดดดีอีกแล้ว ถ้าเป็นมนุษย์คงจะคิดแบบนี้สินะ แต่สำหรับผมแสงนี้มันสว่างและร้อนเกินไป จนกังวลว่าคอมพิวเตอร์ในร่างกายจะร้อนหรือเปล่า 

พอเลิกเรียนแล้ว ผมที่ไม่ได้เข้าชมรมไหนมักจะกลับกับเพื่อนที่อยู่ชมรมกลับบ้าน**เหมือนกัน 

แต่วันนี้ต่างออกไป ผมตั้งใจที่จะไปห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือรวบรวมข้อมูลให้ได้หลายๆ ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ 

ผมถนัดด้านรวบรวมข้อมูล หุ่นยนต์อย่างผมจะไม่มีวันลืมเรื่องที่เคยได้ยินแค่หนึ่งครั้งหรือหนังสือที่เคยอ่านแค่หนึ่งหนไปแม้แต่หน้าเดียว เพียงแต่ความหมายของสิ่งที่เขียนในหนังสือหรือคำพูดที่ได้ยิน ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ และถึงผมจะได้ชื่อว่าเป็นหุ่นยนต์แห่งอนาคตที่บรรจุคอมพิวเตอร์ที่มีความรู้สึกนึกคิด... แต่การตีความความหมายของสิ่งต่างๆ ให้ราบรื่นได้เท่ากับมนุษย์นั้นก็ยังเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม การรวบรวมข้อมูลซับซ้อนนั้นแล้วทำความเข้าใจก็คือหน้าที่ของผม เพราะฉะนั้น ถ้ามีเวลาผมก็จะอ่านหนังสือ 

หนังสือ สำหรับมนุษย์เป็นสิ่งประหลาดที่โลกที่ได้รับจะเปลี่ยนแปลงไปตามคนอ่าน ในจำนวนนั้น แม้แต่การตีความความหมายของคำว่า ‘ตาย’ ที่เขียนอยู่ในหนังสือหลายเล่มก็เป็นเรื่องยาก 

หุ่นยนต์อย่างผมเองก็คงจะตายในสักวันหรือเปล่า ผมที่ตอนนี้คิดเรื่องแบบนี้อยู่สุดท้ายก็จะหายไป เรื่องแบบนั้นมีความหมายว่าอย่างไรกันนะ 

สิ่งที่เรียกว่ามนุษย์สุดท้ายแล้วก็ต้องตาย ถ้าอย่างนั้น ถ้อยคำที่มนุษย์คิดขึ้นหรือความรู้สึกที่มีล่ะ สิ่งนั้นเองก็คงจะหายไปพร้อมๆ กับความตายของมนุษย์อย่างนั้นหรือ สำหรับมนุษย์ คำพูดหรือความคิดเป็นพลังที่แข็งแกร่ง คำพูดทำให้คนรู้สึกฮึกเหิม ทำให้รู้สึกดี สร้างบาดแผล หรือกระทั่งทำให้ตกสู่ความสิ้นหวัง 

ข้อมูลคำพูดหรือความคิดแบบนั้นจะหลงเหลืออยู่ในหน่วยความจำที่ถูกบันทึกไว้ แค่มีกระแสไฟฟ้าก็สามารถดึงข้อมูลออกมาได้ แต่ความคิดหรือคำพูดของมนุษย์นั้นไม่หลงเหลืออยู่ ทั้งอย่างนั้น ทำไมสิ่งคลุมเครือแบบนั้นถึงขับเคลื่อนมนุษย์ได้กัน ทุกครั้งที่เจอกับปัญหาที่ตอบได้ยาก ผมก็จะคิดว่าต้องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์ให้มากกว่านี้ พอเริ่มต้นอ่านหนังสือก็จะหยุดมือไม่ได้เลยสักครั้ง 

พูดถึงความตาย ในตอนที่อ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์ ก็เกิดคำถามเพิ่มขึ้นแล้วเพิ่มขึ้นอีก 

บุคคลในประวัติศาสตร์มีแต่เหล่าคนที่ตายมานานมากแล้วทั้งนั้น ทว่าในเนื้อเรื่องกลับเขียนราวกับว่าคนๆ นั้นยังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่คนที่ตายไปแล้วจะไม่หวนกลับมา คนตายก็เป็นเพียงแค่คนตาย แล้วการเขียนให้คนตายเหมือนยังมีชีวิตอยู่นั้นมันมีความหมายอะไรด้วยหรือ 

ดูเหมือนว่าจะมีนักเรียนหญิงที่ไม่รู้จักนั่งอยู่ที่ที่นั่งด้านหน้า เพราะเป็นนักเรียนที่ไม่รู้จักจึงไม่ต้องใส่ใจระแวดระวังเป็นพิเศษ แต่เห็นได้ว่าเด็กสาวคนนั้นกำลังแอบสังเกตผมที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ 

ผมถูกสร้างให้มีใบหน้าก้ำกึ่งระหว่างสองเพศจึงเป็นที่สนใจในเพศหญิงไม่น้อย จึงเป็นไปได้ว่าพวกเธอกำลังอยู่ในสถานะมีความรัก  

ตอนที่อ่านการ์ตูนสมัยก่อนในห้องสมุด ก็เคยเจอเรื่องมนุษย์กับหุ่นยนต์รักกัน หุ่นยนต์ออกเดทกับมนุษย์บ้าง กอดกับมนุษย์บ้าง 

จากมุมมองของหุ่นยนต์อย่างผม มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็จริง แต่มนุษย์มักถูกดึงดูดด้วยตัวตนที่แตกต่างจากพวกตน มีทั้งกรณีที่มีแรงกระตุ้นทางเพศกับสัตว์อื่นนอกเหนือจากมนุษย์ กรณีที่แต่งงานกับตัวตนที่แสดงลอกเลียนแบบมนุษย์ในเรื่องเล่าเองก็มี สำหรับผู้หญิง การจะถูกตัวผมซึ่งมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับเพศตรงข้ามอย่างมากดึงดูดความสนใจก็มีความเป็นไปได้มากพอสมควร 

พอดิบพอดีกับที่ตอนนี้ผมกำลังอ่านวรรณคดีโบราณที่เขียนเกี่ยวกับความรักอยู่เลย 

โครงเรื่องมีอยู่ว่า หนุ่มน้อยรูปงามเข้าร่วมสงครามเพื่อวีรบุรุษที่ตนศรัทธา แต่ทั้งที่ยังไม่ได้แสดงฝีมืออะไร กลับได้อยู่ใต้การคุ้มครองจากคนหมู่มาก ถึงอย่างนั้น ท่ามกลางความรักจากผู้คนมากมาย เขาก็ยังใช้ชีวิตเพื่อทำตามเป้าหมายของตนเอง  

ถ้ามองเป้าหมายของแต่ละตัวละครแยกกันไป ก็พอจะเข้าใจได้ว่าตัวละครตัวนี้ทำเรื่องต่างๆ ด้วยเหตุผลแบบไหน ตัวเอกดูจะตัดสินสิ่งรอบข้างอย่างไม่เป็นกลางเพราะความรัก หญิงอายุมากกว่าที่หลงรักตัวเอกเองก็ตั้งใจวางแผนเพื่อปกป้องเขา  

ดูเหมือนว่าสำหรับมนุษย์แล้วความรักมีโอกาสเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ จึงมักจะรีบร้อนกระทำการโดยไม่ได้วางแผนไว้ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีเหตุผลและยังชื่นชอบความไม่มีเหตุผลของตัวเองเสียด้วย 

แต่นั่นคือสำหรับมนุษย์ ไม่ใช่สำหรับหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างมาเพื่อให้เป็นประโยชน์กับมนุษย์ 

ผมใกล้อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว ส่วนหนังสือเล่มที่จะอ่านถัดไปผมก็เอาวางรอไว้บนโต๊ะอยู่แล้ว  

การจะช่วยสนับสนุนความสุขของผู้คน ผมจำเป็นต้องบันทึกข้อมูลพวกนี้ทั้งหมด ศาสตราจารย์บอกไว้ว่าตัวตนของผมถูกสร้างมาเพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับคนจำนวนมาก เหตุผลที่หุ่นยนต์แบบผมมีตัวตนอยู่ในสังคมต้องเป็นเพราะแบบนั้นแน่นอน 

ผู้คนเรียกการที่โลกดีขึ้นว่า ‘สว่างสดใสขึ้น’ สิ่งนั้นดูเหมือนจะเป็นอะไรที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่ก็ไม่ใช่อะไรพื้นๆ ที่อธิบายได้ชัดเจน มันมีความหมายว่าสว่างเจิดจ้าจนพูดได้ว่าโลกสว่างสดใสเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เป็นสิ่งแข็งแกร่งที่ไม่อาจบอกได้แน่นอนว่ามีอะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง 

ผมจะสามารถกลายเป็นตัวตนที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดได้ในสักวันไหมนะ 

ห้องสมุดจะปิดตอนหกโมงเย็น ระหว่างที่เพลงออลด์แลงไซน์ (Auld Lang Syne)*** อันเป็นต้นฉบับของเพลงสามัคคีชุมนุมบรรเลงอยู่ในห้องสมุด ผมก็บันทึกหน้าหนังสือที่อ่านค้างไว้ลงในฐานข้อมูลของตนเองแล้วเริ่มเตรียมตัวกลับบ้าน 

 

* ชุดนักเรียนชายแบบหนึ่งของญี่ปุ่น   

**ตามปกติโรงเรียนญี่ปุ่นมักมีกิจกรรมชมรมหลังเลิกเรียน แต่นักเรียนที่ไม่ได้สังกัดชมรมใดๆ จะเรียกว่าชมรมกลับบ้าน 

*** เพลง 蛍の光 ในฉบับไทยคือเพลงสามัคคีชุมนุม 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น