facebook-icon

ตื๊อรักจนสุดหัวใจ แล้ว 'เขา' จะคว้าหัวใจของ 'เธอ' ไว้ได้หรือไม่?

ตอนที่ 3-3 สูสี (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-3 สูสี (1)

คำค้น : นิยายเกาหลี แจโอ ฮันกยอล เทหน้ารัก เพราะรักเธอ

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 994

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2562 09:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-3 สูสี (1)
แบบอักษร

 

ครืด ฮันกยอลตกอกตกใจกับเสียงโทรศัพท์สั่นแล้วจึงเหลือบมองดูโทรศัพท์ จ้องมองสิ่งที่มีแสงวิบวับออกมาเฉยๆ แล้วยื่นมือออกมาช้าๆ ราวกับเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ 

 

[เพียงแค่เปลี่ยนผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต คุณจะได้รับ 460,000 วอนในทันที ^^] 

 

“เฮ้อ” 

ฮันกยอลปิดโทรศัพท์แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในช่วงนี้ทุกครั้งที่โทรศัพท์ดังขึ้น เธอจะรู้สึกกังวลและโล่งอกแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะแจโอคนเดียวเลย 

เธอรอคอยการติดต่อและตัวสั่นราวกับนักโทษประหารที่กำลังรอการลงโทษอยู่ แต่ผ่านไปหลายวันแล้วก็ยังไม่ได้รับข้อความจากแจโอเลยสักฉบับเดีย  หลังจากผ่านไปสิบวันฮันกยอลที่เป็นกังวลอยู่ตลอดจึงเริ่มค่อยๆคลายความกังวลลง 

บางทีเธอคงจะได้สติในระหว่างทางกลับบ้าน ฮันกยอลคิดว่าครั้งนี้สัญชาตญาณของตัวเองที่แม่นยำก็ไม่ผิดอย่างที่คิดไว้พร้อมกับวางใจ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเพราะดื่มเหล้าจนขาดสติ หรือไม่ก็เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะความเหนื่อยล้า สิ่งที่เขาพูดตอนเช้าเป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่พูดออกมาโดยไม่ยั้งคิด และเขากำลังสร้างสถานการณ์ตามใจตัวเองอยู่ 

และเช้าวันที่สิบห้าก็มาถึง 

“ภาพร่างเป็นอย่างไรแล้วบ้างครับ” 

เจ้าของเสียงที่ไม่เป็นมิตรมาหาที่บ้านโดยไม่ติดต่อมาก่อน ท่าทางนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ต่างจากนักแสดงชื่อดังในชุงมูโรเลย ทำไมถึงหน้าด้านหน้าทนแบบนี้นะ หน้าหนาอย่างกับกระทะ นี่คงจะทอดโฮต็อกบนหน้าได้แล้วมั้งเนี่ย  

ฮันกยอลมองดูแจโอพลางกังวลเล็กน้อยจนควบคุมสีหน้าได้อย่างยากลำบากทั้งที่หัวใจห่อเหี่ยว ไหนบอกว่าจะรับผิดชอบไง แต่แจโอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และนั่งตรวจต้นฉบับอย่างเงียบๆ ซึ่งนั่นน่ารังเกียจเป็นบ้า 

‘ฉะ ฉันดูง่ายไปหรือเปล่านะ’ 

อันที่จริงแล้ว มันก็ไม่ธรรมดาตั้งแต่ตอนที่เจอกันครั้งแรกแล้ว เพราะฉะนั้นเธออาจจะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงง่ายๆ ภายในเวลาแค่คืนเดียวก็ได้ ที่ผ่านมาก็มีเรื่องอื้อฉาวหลายเรื่องกับพวกผู้รับผิดชอบ ผ่านมายังไม่ถึงครึ่งปีก็มีอีกแล้ว! ขนาดตัวเองยังมองว่าเป็นผู้หญิงถูกๆ ที่ใช้แต่ร่างกาย แต่จากมุมมองของเขามันน่าจะรุนแรงกว่านี้ไหมนะ บางทีอาจจะสบายใจอยู่ก็ได้ เธอจึงกังวลว่ามันไม่เร็วไปเหรอสำหรับการรับผิดชอบ 

ฮันกยอลคาดเดาและคิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อยคนเดียว จากนั้นก็ยิ้มเจื่อนออกมาพร้อมกับส่ายหัวโดยไม่รู้ตัว 

‘อะไรกัน ไหนว่าตัดสินใจจะไม่สนใจเรื่องนั้นแล้วไง’ 

เธอรวบรวมสติและบอกกับตัวเองว่าอย่าอ่อนแอ 

“ดีเลยครับ ทำงานตามนี้ได้เลยครับ” 

“อ่า ค่ะ” 

ฮันกยอลรับต้นฉบับคืนมาพลางหายใจออกมายาวๆ ตอนนี้ต้องการเพียงแค่ให้เขาหายไป จากนั้นแล้วเธอก็จะสามารถลืมทุกสิ่งทุกอย่างและกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อนได้ จริงๆ แล้วเธอยังอยากเปลี่ยนผู้รับผิดชอบด้วย 

‘ถ้าเป็นบรรยากาศในตอนนี้ก็น่าจะเป็นไปได้’ 

จะขอเปลี่ยนต่อหน้าดีหรือเดี๋ยวค่อยคุยทางโทรศัพท์ดี ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้นแจโอก็ลุกขึ้นเหมือนกับกำลังจะกลับแล้ว 

“จะกลับแล้วเหรอคะ” 

เขาสะพายกระเป๋าพร้อมกับพยักหน้า 

‘โอเค รีบกลับไปเถอะ เรื่องผู้รับผิดชอบเดี๋ยวคุยทางข้อความพรุ่งนี้ก็ได้...’ 

เธอค่อยๆ วางแผนเป็นขั้นเป็นตอน แต่แล้วแจโอที่กำลังเดินไปทางประตูหน้า จู่ๆ ก็หันหลับมามองเธอแล้วเอ่ยถามขึ้น 

“ตอนเย็นทำอะไร” 

“คะ?” 

“ถ้าไม่มีธุระ ไปกินข้าวด้วยกันไหม” 

จู่ๆ เขาก็พูดออกมาโดยไม่มีหางเสียงเหมือนเมื่อก่อน ฮันกยอลอึ้งกับท่าทางของชายหนุ่มที่เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา 

“ทะ ทำไมฉันต้องไปกินข้าวกับบ.ก.ด้วยล่ะคะ” 

“ผมขอเดตต่างหาก” 

ฮันกยอลรู้สึกหน้ามืด พระเจ้าช่วย ชายคนนี้ไม่มีความคิดที่จะยอมแพ้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว 

“บ.ก.กับฉัน เรามีความสัมพันธ์ถึงขั้นไปเดตได้ด้วยเหรอคะ” 

คำพูดของฮันกยอลทำให้แจโอถูคิ้วตัวเองเบาๆ ด้วยสีหน้าลำบากใจ 

“เกลียดผมเหรอ” 

เขาทำหน้าราวกับจะพูดว่า ‘คงจะพูดไม่ได้ล่ะสิว่าเกลียดผู้ชายเท่ๆ แบบฉันใช่ไหมล่ะ’ 

“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าชอบเพราะตรงไปตรงมา เมื่อครั้งก่อนน่ะ” 

“ฉันคงมองคนผิดไปน่ะค่ะ คนที่ตรงไปตรงมาจริงๆ ไม่ทำตัวเกาะติดแบบนี้หลังจากเกิดอุบัติเหตุแค่คืนเดียวหรอกนะคะ” 

นั่นทำให้แจโอขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เปิดปากพูดว่า ‘นี่’ 

“ขอถามเพราะสงสัยจริงๆ นะ คุณคิดจริงๆ เหรอว่าแค่ครั้งเดียวมันไม่ใช่เรื่องใหญ่น่ะ” 

ถ้าเป็นเมื่อก่อน อย่าว่าแต่ตอบเลย เธอคงไม่กล้ามองแจโอตรงๆ ด้วยซ้ำ ไม่สิ เมื่อก่อนตัวเองคงจะง้อผู้ชายก่อน 

‘แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว’ 

ฮันกยอลพยายามรักษาสีหน้าให้นิ่งที่สุดแล้วจึงพูดขึ้น 

“อย่างน้อยฉันก็คิดว่าเรื่องในวันนั้นไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรเลย แต่ก็ลืมไม่ได้ด้วย” 

คำตอบของฮันกยอลทำให้แจโอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

‘เบื่อแล้วเหรอ’ 

แม้แต่ตัวเองยังคิดเลยว่าตัวเองช่างไม่มีความน่าเอ็นดูเอาเสียเลย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ชายที่จะยอมแพ้แม้จะเสียศักดิ์ศรีก็ตาม แต่ทว่า... 

“อ๊ะ! ทำอะไรน่ะ...” 

จู่ๆ แจโอก็ประกบริมฝีปากลงมา เธอออกแรงฮึดสู้เพื่อดันชายหนุ่มออก แต่ก็ช้าเกินไป ท้ายที่สุดเขาก็ปล่อยฮันกยอลหลังจากเติมเต็มความปรารถนาของตัวเองจนหมดสิ้น 

ทันทีที่สัมผัสเปียกชื้นที่รู้สึกอยู่ในริมฝีปากหายไป ฮันกยอลจึงตบหน้าเขาอย่างเต็มแรง ศีรษะของแจโอหันไปด้านข้างพร้อมกับเสียงดังเพียะ! 

“นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอคะ” 

แจโอลูบตำแหน่งที่โดนตบเมื่อกี้หนึ่งครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นจึงยิ้มอย่างชั่วร้าย... 

“นั่นไง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ไม่ใช่เหรอ” 

เขาเลียน้ำลายที่เปื้อนที่ริมฝีปากของตัวเองด้วยสีหน้าที่น่ารังเกียจ 

“ถ้ายังอยากยืนยันอย่างนั้นก็ตามใจ แต่อย่างที่บอกครั้งก่อน ผมไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ผู้เสียหายคือผมด้วยซ้ำไป” 

“นี่คุณพูดเรื่องเหลวไหลอะไรคะ” 

“คนที่ยั่วก่อนก็คือคุณไง” 

เพิ่งเคยเจอผู้ชายที่หน้าด้านแบบนี้เป็นครั้งแรก ฮันกยอลตะลึงจนพูดไม่ออกและระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น 

“ฉันไปยั่วคุณตอนไหนคะ” 

“ถ้าไม่ชอบ ทำไมถึงกอดเงียบๆ ล่ะ” 

“นะ นั่นมัน...” 

ให้ตายเถอะ อยากเถียงอะไรสักอย่างออกไป แต่พูดอะไรไม่ออกเลย เพราะเห็นได้ชัดว่าเธอเป็นฝ่ายที่ดื่มเหล้าจนหมดสติไป ถ้าเป็นแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้ 

“ฉันจำไม่ได้ค่ะ" 

เธอตัดสินใจโต้ตอบไปอย่างหน้าด้านเหมือนกัน ทันทีที่ฮันกยอลหันหน้าขวับพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ แจโอจึงก้าวเข้าไปหนึ่งก้าวแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้พลางกระซิบ 

“ถ้าอย่างนั้นไปนึกก่อนแล้วค่อยมาเถียง” 

“ชิ” 

ฮันกยอลเขม้นมองแผ่นหลังของแจโอซึ่งเดินออกไปหลังจากแตะแก้มของเธอเบาๆ เหมือนกับจะบอกว่าน่ารักพร้อมกับกัดฟัน 

‘ถ้าอยากจะสลัดให้หลุดก็คงต้องเหนื่อยหน่อยนะ’ 

 

เย็นวันนั้นแจโอมาหาอีกครั้งตามใจตัวเอง สุดท้ายก็พาคนที่บอกว่าไม่ชอบเข้ามาในร้านอาหารจนได้ ‘ว่าแต่คุณชอบอะไรล่ะ’ เขาถามด้วยน้ำเสียงขรึมๆ 

“ไม่หิวค่ะ” 

“งั้นก็กินพาสต้าแล้วกัน” 

ถ้าจะสั่งตามใจตัวเองแล้วจะถามเพื่ออะไร เธอไม่ชอบใจทุกสิ่งทุกอย่าง ฮันกยอลกอดอกด้วยสีหน้าบึ้งตึง ตอนนี้ได้เวลาเริ่มยกที่สอง 

“จะทำอย่างนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่คะ” 

“นั่นคือสิ่งที่ผมอยากพูดเหมือนกัน ปฏิเสธให้มันพอดีๆ หน่อย” 

ความรู้สึกที่เดือดดาลอยู่ข้างในทำให้ฮันกยอลยกแก้วน้ำที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมากระดกรวดเดียว ‘ฟู่’ เธอพ่นลมหายใจออกมายาวก่อนจะเปิดปากพูดอีกครั้ง 

“ฉันไม่ได้อยากเกี่ยวข้องอะไรกับกับคุณแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นแยกแยะด้วยค่ะ ถ้าแยกเรื่องงานไม่ได้คุณจะเปลี่ยนเป็นคนอื่นให้ก็ได้นะ” 

“คนที่แยกเรื่องงานไม่ได้คือคุณต่างหาก” 

แจโอพูดต่อพร้อมกับเอนตัวไปด้านหลัง 

“การที่เปลี่ยนเป็นคนอื่นปุบปับเพราะผู้รับผิดชอบสารภาพรักเป็นการกระทำที่ไม่โปรมากๆ เลยนะ ใช้โอกาสนี้แก้นิสัยซะสิ” 

“เฮอะ!” 

ไม่จำเป็นต้องฟังอะไรอีก ฮันกยอลจึงลุกออกไปอย่างโมโห 

เธอเดินฉับๆ ไปตามทางพร้อมกับพ่นลมหายใจร้อนออกมาราวกับแรดที่กำลังโมโห เมื่อได้ยินเสียงแจโอที่ไล่ตามมาด้านหลัง ฮันกยอลจึงเร่งความเร็วฝีเท้าขึ้นทันที แม้ว่าจะต้องลำบากแต่มาดูกันว่าจะถูกเขาจับได้ไหม! 

ในขณะที่เริ่มอวดดีอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดเหมือนกับจะตัดกำลัง ว่าจะไม่สนใจแล้ว แต่มันเป็นเบอร์ที่ไม่รับไม่ได้ ฮันกยอลจิ๊ปากเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มรับสาย 

“มิน โทรมามีอะไร” 

“บอกแล้วไงว่าจะกลับเกาหลีอาทิตย์นี้ ตอนนี้อยู่สนามบินเนี่ย” 

“อ่า นั่นสินะ เฮ้อ ขอโทษนะ ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่” 

“พี่ ตอนนี้... ออกกำลังกายอยู่เหรอ ทำไมหอบแฮ่กๆ อย่างนั้นล่ะ” 

‘อือๆ’ ฮันกยอลลากเสียงตอบ แล้วเหลือบมองไปด้านหลัง ชายหนุ่มไล่ตามมาติดๆ 

“กำลังเดินเล่นอยู่น่ะ มิน เดี๋ยวพี่โทรไปอีกรอบนะ” 

“อ่อ คงจะยุ่งอยู่ใช่ไหม โอเค แล้วโทรหาผมด้วยนะ” 

“อืม กลับดีๆ นะ” 

แจโอคว้าแขนของเธอทันทีที่วางสาย 

“ใครน่ะ เสียงผู้ชายนี่” 

“ปล่อยค่ะ” 

ฮันกยอลสะบัดมือแจโอออกด้วยท่าทางที่รำคาญ 

“ถ้าทำเกินกว่านี้ฉันจะฟ้องข้อหาล่วงละเมิดทางเพศนะ” 

“ล่วงละเมิดทางเพศ? ตรงไหน?” 

เขาตีหน้าซื่อพร้อมกับยักไหล่หนึ่งที 

“ถ้าการที่กวนใจคนที่ไม่มีความคิดแบบนั้นบ่อยๆ ไม่ใช่การล่วงละเมิด แล้วมันคืออะไรล่ะคะ” 

“ฮึ คุณน่าจะเสียเปรียบนะ” 

“ฉันทำไมเหรอคะ” 

แจโอลูบคางตัวเองแล้วพูดต่อ 

“ผมก็แค่จูบ แต่วันนั้นคุณน่ะ...” 

“นี่คุณ!” 

ฮันกยอลรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อจึงร้องตะโกนขึ้นมา ซึ่งนั่นทำให้ผู้คนที่เดินไปมาบนถนนหันมาสนใจภายในพริบตาเดียว เธอจึงรีบปิดหน้าด้วยความอาย 

“ไปที่รถกันก่อนเถอะ” 

แจโอดึงมือของเธอไป ฮันกยอลตามเขากลับมายังที่จอดรถของร้านอาหาร แล้วขึ้นไปบนรถราวกับว่าเลี่ยงไม่ได้ 

“คุณจองฮันกยอล” 

เขาพูดขึ้นในขณะที่ขับรถอย่างช้าๆ 

“ผมไม่ได้จะให้คุณทำอะไรตอนนี้ เพราะรู้สถานการณ์ของคุณดี” 

“สถานการณ์ของฉัน?” 

“ต้องให้บอกเรื่องนั้นอีกรอบด้วยไหม” 

เขาถอนหายใจออกมาสั้นๆ 

“สถานการณ์ของคุณที่ทำได้แค่เพียงปฏิเสธผู้รับผิดชอบคนก่อนที่มาสารภาพรักที่หน้าบ้าน ถ้าพูดให้ชัดเจนขึ้น เรียกว่า... ประสบการณ์ความรักของคุณได้ไหมนะ หรือไม่ก็โรคกลัวการสารภาพรัก จะอะไรก็ช่างเถอะ” 

คำพูดของเขาทำให้ฮันกยอลเข้าใจแล้วว่าแจโอรู้เรื่องราวในอดีตของตัวเองอยู่แล้ว เดาได้เลยว่าเขาน่าจะได้ยินหมดแล้วจากใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ในขณะที่คิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรจึงปิดปากเงียบอยู่นั้น แจโอก็ขับเข้าไปในลานจอดรถของสวนแถวๆ บ้านฮันกยอลก่อนจะจอดรถ 

“วันนี้ที่มาก็เพราะอยากคุยเรื่องนี้ คุณดูตื่นเต้นนิดหน่อยก็เลยคิดว่าถ้าออกไปข้างนอกก็น่าจะทำให้ใจเย็นลงได้ แต่ผมคิดผิด” 

“ฉันไม่ได้ตื่นเต้นค่ะ” 

ฮันกยอลตอบเสียงเบา 

“พอรู้สถานการณ์แล้วก็น่าจะคุยง่ายขึ้นนะคะ พวกเราจบกันแค่นี้เถอะนะคะ ขอร้องล่ะ” 

แจโอมองเธอนิ่งๆ แล้วยื่นมือออกไป ฮันกยอลพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสอ่อนโยนที่ปัดผ่านเส้นผม สุดท้ายแล้วเขาจึงปล่อยมือเพราะเธอเอาแต่ปฏิเสธ 

“ผม” 

แจโอกลับไปที่เดิมแล้วสตาร์ตรถอีกรอบก่อนจะพูดต่อ 

“สิ่งที่กินไม่ได้ผมไม่แตะต้องอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณยอมแพ้เถอะ” 

ฮันกยอลอยากถามว่าอะไร แต่เมื่อเห็นใบหน้าของแจโอที่ขับรถพร้อมกับมองดูแต่ข้างหน้าอย่างนิ่งๆ เธอจึงต้องปิดปากเงียบเหมือนเดิม จะว่าไปเขาก็มีสีหน้าที่เคร่งเครียดมาก 

‘แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ’ 

รู้สึกลำบากใจ และรู้สึกผิดขึ้นมาทันที เพราะน้ำเสียงของเขานั้นจริงจังมาก ไม่ได้เจอการหยอกล้อเลยแม้แต่นิดเดียว แต่พอเขารู้สถานการณ์ทั้งหมดและดูจากบรรยากาศแล้ว เขาคงจะไม่ผลีผลามสารภาพรักขึ้นมา ไม่สิ ดูเหมือนว่าเขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะไม่จบด้วยคำนั้น แม้เธอจะแสดงความรู้สึกไปแล้วพอสมควรก็ตาม เพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอเกลียดมันมาก 

‘แต่ว่า...’ 

เขากำลังเข้าใจผิด ถึงเธอจะไม่ชอบการสารภาพรักก็จริง แต่แม้จะไม่พูดคำนั้นเธอก็ไม่โอเคอยู่ดี ถ้ามันเป็นเรื่องง่ายขนาดนั้นล่ะก็พวกผู้ชายทั้งหลายที่เข้าหาเธอก็คงไม่ต้องยอมแพ้หรอก 

‘ปฏิเสธยังไงดี’ 

ฮันกยอลถอนหายใจเบาๆ เพื่อไม่ให้เขาได้ยินแล้วจึงหลับตาลง 

ความคิดเห็น