facebook-icon

ตื๊อรักจนสุดหัวใจ แล้ว 'เขา' จะคว้าหัวใจของ 'เธอ' ไว้ได้หรือไม่?

ตอนที่ 1-3 ความอยากรู้อยากเห็นมีอยู่เสมอ (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-3 ความอยากรู้อยากเห็นมีอยู่เสมอ (1)

คำค้น : นิยายเกาหลี แจโอ ฮันกยอล เทหน้ารัก เพราะรักเธอ

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2562 08:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-3 ความอยากรู้อยากเห็นมีอยู่เสมอ (1)
แบบอักษร

 

เขากำลังจะลุกขึ้นเก็บกระเป๋าแต่แล้วนักเขียนจองก็ถามคำถามอย่างไม่ทันตั้งตัว แจโอมองเธอด้วยสีหน้างุนงง หลังจากมองลงมาบนโต๊ะเขาก็เข้าใจประเด็นของคำถามในทันที เพราะมัวแต่ตรวจดูต้นฉบับทำให้เขาแทบจะไม่ได้แตะชาและของว่างที่เธอเอามาเสิร์ฟให้เลย 

“ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไรนะคะ” 

“ไม่ครับ ผมชอบครับ” 

แจโอหย่อนก้นลงบนโซฟาเหมือนเดิม วันนี้ก็ไม่ได้มีงานด่วนอะไรแถมข้าวกลางวันก็กินแค่คิมบับจึงรู้สึกหิวพอดี นักเขียนจองยิ้มกว้างหลังจากที่เขาตัดเค้กคำใหญ่แล้วเอาเข้าปาก 

“ทำไมเหรอครับ” 

“ก็แค่ คุณทานเก่งดีน่ะค่ะ” 

แจโอกลืนสิ่งที่อยู่ในปากดังเอื๊อก และสังเกตเห็นว่าตรงหน้าของนักเขียนจองไม่มีเค้ก 

“คุณคงจะไม่ชอบอะไรแบบนี้ใช่ไหมครับ” 

“เปล่าหรอกค่ะ ฉันเป็นคนที่ค่อนข้างกินยาก แป๊บๆ ก็เบื่อแล้ว” 

‘อ๋อ’ แจโอตอบกลับคำพูดของเธอแล้วตักเค้กใส่ปากจนเกลี้ยง เค้กก็อร่อยดีแต่ไม่ชอบผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าจึงรีบกินรีบกลับ 

“โชคดีนะคะที่ได้คุณหัวหน้าบ.ก.มาเป็นผู้ดูแล” 

เธอพยายามจะพูดอะไร แจโอมองนักเขียนจองนิ่งๆ 

“ฉันชอบคนที่ตรงไปตรงมาน่ะค่ะ เพราะว่าคุณหัวหน้าบ.ก.ไม่เสแสร้งหรือโกหกมันก็เลยง่าย แบบว่าพูดตรงๆ ได้มั้งคะ แต่อย่างไรก็ตาม” 

นักเขียนจองจิบชาแล้วเปิดปากพูดอีกครั้ง 

“คุณคงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับฉันแล้วใช่ไหมคะ” 

“ข่าวลือ?” 

แน่นอนว่าเขาเคยได้ยินเรื่องพวกนี้แล้ว แต่แจโอก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ 

“ไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้หรอกค่ะ ตอนนั้นคุณก็เห็นหมดแล้วนี่คะ” 

ความจริงแล้วนั่นก็ด้วย ไม่ว่าจะโมโหขนาดไหนก็ตามแต่ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นไอ้บ้าที่เขวี้ยงเศษขยะใส่ผู้หญิงเป็นครั้งแรก สำหรับคนนอกแล้วมันอาจจะเป็นภาพที่น่าตื่นเต้น แต่สำหรับคนที่ถูกกระทำแล้วนั้นเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจไม่น้อย 

แจโอพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ 

“ไม่ต้องกังวลเรื่องตอนนั้นหรอกครับ...” 

“ฉันโอเคค่ะ คิดว่าโชคดีด้วยซ้ำ ฉันน่ะ” 

‘โชคดี?’ 

แจโอไม่เข้าใจเลยว่ามีอะไรที่โชคดีจึงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว แต่นักเขียนจองเพียงแค่ยิ้มให้เล็กน้อยด้วยสีหน้าที่ไม่สนใจ รวมถึงไม่ได้พูดอะไรอีก 

‘ผู้หญิงคนนี้แปลกจริงๆ’ 

แจโอมองดูใบหน้ากลมของนักเขียนจองพร้อมกับบ่นในใจ 

หัวข้อเรื่องที่กำลังเขียนอยู่นั้นเต็มไปด้วยการยึดติด ความเห็นแก่ตัว และความปรารถนาที่ผิดปกติ 

คำศัพท์ต่างๆ ที่เธอใช้นั้นแรงมาก ตัวละครในเรื่องต่างก็นิสัยไม่ดี ถ้าตามหลักการของแจโอที่ว่าชีวิตของนักเขียนมักจะถูกใส่ลงไปในผลงานแล้วนั้น นักเขียนจองคงจะเป็นคนมีบุคลิกแปลกๆ อย่างแน่นอน ถ้าหากว่าไม่ใช่ อย่างน้อยก็คงจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาท 

แต่ว่าคนที่น่าจะต้องซึมเศร้ากลับกำลังยิ้มหวานที่พร้อมจะละลายทุกสิ่งทุกอย่าง หากสิ่งที่รู้สึกได้จากผลงานของเธอไม่ใช่อารมณ์ที่ออกมาจากตัวของเธอเองซึ่งยังอ่อนประสบการณ์ แต่เป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมาจากการทำงานล้วนๆ แล้วล่ะก็นักเขียนจองคงจะเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวที่สุดในโลก 

‘อันที่จริงแล้ว สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่านักเขียนนั้นต่างจากมนุษย์ธรรมดาทั่วไป’ 

แจโอนึกถึงความจริงซึ่งไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ขึ้นมาในขณะที่ลุกขึ้น 

“จะกลับแล้วเหรอคะ” 

“ครับ ก่อนเดดไลน์ผมจะติดต่อมาดูความคืบหน้าอีกทีนะครับ” 

“ได้ค่ะ” 

แจโอออกมาจากบ้านนักเขียนจองแล้วตรงไปขึ้นรถไฟใต้ดิน ถึงแม้ว่าเดินทางจากที่นี่ไปอีกสิบนาทีก็จะถึงบ้านของตัวเองแล้ว แต่ถ้าไม่อยากอดตาย วันนี้ก็คงต้องทำงานที่บริษัทจนหลังขดหลังแข็ง แจโอนั่งลงบนเก้าอี้เหล็กแข็งๆ ก่อนจะงีบหลับสักพัก 

 

สำหรับบรรณาธิการแล้วเดดไลน์ก็เหมือนกับสงคราม ไม่ว่าจะเป็นทหารที่เสี่ยงชีวิตออกไปที่สนามรบหรือบรรณาธิการที่ตำหนินักเขียนซึ่งไม่รักษาเดดไลน์ต่างก็มีสิทธิในการดำรงชีวิตเหมือนกัน 

ยิ่งเวลานรกเข้ามาใกล้ บรรณาธิการก็จะประสบกับความพยาบาททั้งหมดที่คนสามารถมีได้จากนักเขียนที่คนๆ หนึ่งพึ่งจะมีได้ มีความสามารถเหนือมนุษย์ในการหาคำพิมพ์ผิดราวกับตัวเองเป็นแหนบแม้จะทำงานโต้รุ่งมาแล้วสามวันก็ตาม รวมถึงความกล้าและความไม่เกรงกลัวที่พุ่งพรวดขึ้นจนสามารถ ‘ต่อกร’ กับโรงพิมพ์ได้ 

 

หลังจากทำงานโต้รุ่งมาสี่วัน แจโอก็เลิกงานในสภาพที่ใต้ตาดำลงมาจนถึงใต้คาง ขอบคุณพระเจ้าที่เดือนนี้นิตยสารถูกตีพิมพ์โดยไม่มีความผิดพลาด 

โอ้ พระเจ้า ผมขอตายดีกว่า บล้าๆ 

‘ถ้าขับรถตอนนี้จะต้องเกิดอุบัติร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ๆ’ 

แจโอพยายามยกเปลือกตาที่จะปิดลงตลอดเวลาขึ้นก่อนจะออกไปที่ถนนใหญ่แล้วขึ้นรถเมล์ มีคำกล่าวที่ว่าซวยซ้ำซวยซ้อน เขาเหนื่อยจนจะตายอยู่แล้ว แต่วันนี้รถกลับเต็มไปด้วยผู้คน 

สุดท้ายแจโอก็ไม่ได้นั่งและน่าจะต้องยืนไปอีกประมาณสี่สิบนาทีด้วยห่วงจับอันเดียวอย่างยากลำบาก 

หลังจากผ่านถนนสายหลักและมุ่งเข้าสู่ถนนสายรองผู้คนบนรถก็เริ่มเบาบางลง 

ทันทีที่ได้ที่นั่งแจโอก็เอาโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา ถ้าไม่ถึงภายในห้านาทีนับจากตอนนี้ รถเมล์เที่ยวสุดท้ายที่ผ่านหน้าบ้านเขาก็จะหมด อยากกลับบ้านไปพักผ่อนไวๆ แต่พอเห็นคนขับรถเมล์ที่จอดทุกไฟแดงแล้วก็รู้เลยว่าไม่ทันรถเที่ยวสุดท้ายแน่ๆ 

แจโอคิดว่าลงไปขึ้นแท็กซี่แทนน่าจะดีกว่าจึงรีบกดกริ่งรถ 

“อ่า ง่วงจะตายอยู่แล้ว” 

ร้านค้าข้างถนนส่วนใหญ่ปิดอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาเพราะตอนนี้เวลาเลยเที่ยงคืนแล้ว แจโอยืนใจลอยรอแท็กซี่ที่ไม่มาง่ายๆ อยู่ข้างถนน 

“สาวน้อย ไปดื่มเบียร์ด้วยกันไหม” 

ได้ยินเสียงที่ฟังดูเมาพอสมควรจากข้างๆ เขาหันหน้าไปเล็กน้อยและเห็นชายรูปร่างผอมแห้งเดินโซเซกำลังชวนผู้หญิงคนหนึ่งคุย แจโอเห็นแขนของผู้ชายคนนั้นโอบไหล่ของผู้หญิงและคิดหนักว่าควรออกไปห้ามดีไหม 

“ขอโทษนะแต่นายไม่ใช่สเปกฉัน!” 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรวิธีการพูดของผู้หญิงคนนั้นที่ตะคอกเสียงดังถึงฟังดูคุ้นๆ แจโอพยายามปรับจุดโฟกัสที่เลือนรางเพราะความง่วง ก่อนจะจ้องไปที่ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้น 

‘นักเขียนจองนี่’ 

นักเขียนจองไล่ผู้ชายที่มาตามตื๊อออกไปเองโดยที่เขาไม่ต้องเข้าไปช่วยเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะเดินฉับๆ ออกไป ในยามดึก มันน่ากลัวสำหรับผู้หญิงที่จะเดินไปเดินมาคนเดียวบนถนนเปลี่ยวๆ แต่เธอไม่มีแม้แต่ท่าทางกังวลเลย 

‘อย่าบอกนะว่าจะเดินกลับไปจนถึงบ้าน’ 

แม้จะไม่ไกลเท่าบ้านของแจโอ แต่บ้านของนักเขียนจองก็ค่อนข้างไกลหากเดินไปจากที่นี่ก็ราวๆ สามสิบนาทีได้มั้ง ไม่รู้ว่าตอนกลางวันเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว ผู้หญิงคนนี้ช่างไม่มีความกลัวเอาเสียเลย 

“ให้ตายเถอะ” 

แจโอเกาหัวหนึ่งทีก่อนจะค่อยๆ เดินตามนักเขียนจองไปโดยเว้นระยะห่างไว้เล็กน้อย 

 

ผู้ชายคนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่หน้าบ้านนักเขียนจอง เขารีบลุกขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงคนมา จากนั้นจึงขยับไปข้างๆ อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นนักเขียนจอง 

แจโอแน่ใจว่าเขาคือ ‘ชายเศษอาหาร’ เมื่อวันก่อนจึงรีบซ่อนหลังกำแพง 

นักเขียนจองถอนหายใจออกมาเป็นอย่างแรกหลังจากยืนยันตัวตนของชายคนนั้น 

“ทำไมอีกล่ะ อ๋อ เปลี่ยนใจแล้วเหรอ อยากทำสินะ” 

“ไม่ใช่เรื่องนั้น” 

ชายคนนั้นรีบพูดดักคอนักเขียนจอง 

“ขอโทษด้วยสำหรับเรื่องครั้งก่อน ฉันตื่นเต้นไปหน่อย” 

“ฉันไม่ได้แคร์นักหรอก” 

คำตอบที่เย็นชาทำให้เขากัดปากเบาๆ เขาจ้องมองนักเขียนจองสักพักก็แล้วกำหมัดทั้งสองข้างเหมือนกับตัดสินใจแล้ว 

“ฉันชอบเธอ” 

ใบหน้าของนักเขียนจองบิดเบี้ยวทันทีที่ได้ยินคำสารภาพของเขา 

“บอกแล้วไงว่าไม่ชอบคำนั้น” 

“ทำไมล่ะ เธอไม่เคยรับฟังคำพูดของฉันอย่างจริงจังเลยสักครั้ง คิดว่าเราใจตรงกันซะอีกตอนที่ทำงานด้วยกัน แต่พอสารภาพไปปุ๊บเธอก็ตัดฉับไปฝ่ายเดียว ฉันไม่เคยได้ยินแม้แต่เหตุผลด้วยซ้ำ!” 

เสียงของผู้ชายดูเหมือนจะเริ่มรุนแรงขึ้นและระเบิดความเสียใจออกมา 

“นี่” 

นักเขียนจองเปิดปากขึ้นเงียบๆ 

“ทำไมถึงชอบฉันขนาดนั้นล่ะ รู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้าง” 

“ไม่ชอบที่ที่คนเยอะ ไม่ชอบละครทีวี ไม่ชอบที่สูงๆ แต่ชอบปีนเขา ไม่ชอบหิมะตกแต่ชอบฝนตก...” 

ชายคนนั้นท่องความชอบของนักเขียนจองยาวเป็นพรืดราวกับรออยู่แล้ว ดูท่าจะคิดว่าถ้าทำแบบนี้นักเขียนจองคงจะประทับใจเป็นอย่างมาก 

แต่ทว่าเธอกลับหัวเราะเยาะซึ่งต่างจากที่หวังไว้ 

“เรื่องพวกนั้นน่ะ พวกผู้ช่วยก็รู้” 

ชายคนนั้นปิดปากสนิทด้วยสีหน้าสลด 

“ค่อยๆ เรียนรู้กันไปก็ได้นี่” 

เหมือนกับคนที่ไม่รู้จักคำว่ายอมแพ้ ชายคนนั้นยังคงตามเกาะแกะอยู่ 

นักเขียนจองถอนหายใจยาวดังเฮ้อด้วยความอึดอัดใจ 

อีกด้านหนึ่ง แจโอที่ได้เห็นการสารภาพรักของชายคนนัั้นโดยไม่คาดคิดรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ แต่พอคิดได้ว่าอาจจะถูกจับได้ก็ได้ งั้นรีบออกไปจากตรงนี้น่าจะดีกว่า ในขณะที่กำลังจะก้าวเท้าออกไปอย่างระมัดระวัง เสียงแผ่วเบาของนักเขียนจองก็รั้งข้อเท้าของเขาเอาไว้ 

เธอแหงนหน้ามองดูท้องฟ้ายามราตรีที่มืดสนิทสักพักแล้วจึงเริ่มพูดอย่างช้าๆ เหมือนกับคิดอะไรออก 

“ตอนสมัยม.ปลาย ฉันเคยคบกับเด็กเกเร เรานอนด้วยกัน แต่แล้ววันต่อมาเมื่อฉันไปโรงเรียนพวกเขาก็เวียนกันดูวิดีโอที่ถ่ายตอนมีอะไรกับฉัน นั่นคือรักแรกของฉัน มันแย่ใช่ไหมล่ะ” 

แจโอคิดว่าผู้ชายคนนั้นคงทำหน้าเครียดอยู่แน่ๆ หลังจากได้ยินเรื่องราวสุดช็อก แต่นักเขียนจองก็ยังคงพูดต่อโดยไที่ม่สนใจ 

“ฉันอายมาก สุดท้ายก็เลยย้ายโรงเรียน แต่ข่าวลือก็แพร่ไปทั่วทุกโรงเรียนละแวกนั้น ฉันก็เลยเก็บข้าวของย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด หลังจากนั้นก็คบกับอีกคนที่นั่น แต่คราวนี้เป็นคนที่รอสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง เหมือนจะคบกับค่อนข้างนาน แต่พอเขาเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็มีผู้หญิงคนอื่นทันที แต่ก็คิดไว้แล้วแหละ คนต่อไปก็คือรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย เป็นคนดีแต่มารู้ที่หลังว่าเขาลอกงานของฉันเป็นผลงานจบการศึกษา หลังจากเลิกกับคนนั้น ต่อมาก็เพื่อนร่วมรุ่นที่คอยปลอบใจอยู่ตลอด แต่ก็จับได้ว่าเขาคบซ้อนกับเพื่อน แล้วคนต่อไปก็...” 

“พอเถอะ” 

เสียงของชายคนนั้นที่สั่นไหวทำให้นักเขียนจองหยุดพูดอย่างง่ายดาย 

“ฉันไม่เหมือนกับไอ้พวกนั้นนะ” 

“ฉันรู้ แต่แค่ฉันได้ยินคำว่าชอบหรือรักก็ตีตัวออกห่างแล้ว เคยบอกไปแล้วนี่” 

นักเขียนจองส่งยิ้มบางๆ ให้กับชายคนนั้นที่ก้มหน้ามองพื้นเงียบๆ แล้วจึงขยับไปข้างๆ เขา เธอกุมมือของเขาทั้งสองข้างที่มีเส้นเอ็นปูดโปนออกมาเพราะเกร็งอย่างแรง ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปเบาๆ 

“ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนดี แต่ว่าฉันเองก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น...” 

ชายคนนั้นดึงตัวนักเขียนจองเข้ามากอดไว้แน่นราวกับไม่อยากได้ยินอะไรอีก คราวนี้เธอใช้แขนโอบรอบเอวเขาอย่างเงียบๆ แทนที่จะผลักเขาออกไป 

“ขอโทษนะ ขอบคุณที่ชอบฉัน ขอให้เจอคนที่ดีๆ ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีปัญหาเหมือนฉัน” 

แจโอเดินออกไปจากตรงนั้นเงียบๆ หลังจากได้ยินเสียงของนักเขียนจองที่กำลังปลอบผู้ชายคนนั้นอย่างอ่อนโยน 

อย่างไรก็ตามเขาคงต้องแก้ไขความคิดที่มีต่อนักเขียนจองให้ถูกต้อง เธอไม่ใช่ผู้หญิงแปลกๆ แต่เป็นผู้หญิงที่โง่เขลาอย่างมาก 

 

 

ความคิดเห็น