โซซอล
facebook-icon

ตื๊อรักจนสุดหัวใจ แล้ว 'เขา' จะคว้าหัวใจของ 'เธอ' ไว้ได้หรือไม่?

ตอนที่ 1-2 ความอยากรู้อยากเห็นมีอยู่เสมอ (1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-2 ความอยากรู้อยากเห็นมีอยู่เสมอ (1)

คำค้น : นิยายเกาหลี แจโอ ฮันกยอล เทหน้ารัก เพราะรักเธอ

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2562 08:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-2 ความอยากรู้อยากเห็นมีอยู่เสมอ (1)
แบบอักษร

 

ระหว่างทางกลับบ้าน แจโอแวะร้านกาแฟเหมือนเช่นเคย 

“เอสเพรสโซดับเบิลช็อต” 

เขารับกาแฟที่อยู่ในแก้วใช้แล้วทิ้งขนาดเล็กมาถือเอาไว้ ก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์ซึ่งตั้งอยู่ที่ห้องโถงและเทไซรัปลงไปปริมาณมาก มากจนแยกไม่ออกเลยว่าใส่ไซรัปลงในเอสเพรสโซหรือใส่กลิ่นกาแฟลงในไซรัปกันแน่ แจโอชอบอะไรหวานๆ 

วันนี้เขาก็เทไซรัปเกือบครึ่งขวดลงไปในแก้ว เขากำลังตั้งอกตั้งใจโดยที่ไม่รู้ว่าผู้คนรอบข้างกำลังมองด้วยสายตาไม่พอใจ แต่มีใครบางคนสะกิดต้นแขนของเขาเบาๆ แล้วทักทายเหมือนรู้จัก 

“สวัสดีค่ะ” 

“อ๊ะ คุณนักเขียนจอง” 

แจโอมองอีกฝ่ายแล้วรีบวางขวดไซรัปลง 

“เลิกงานแล้วสินะคะ” 

“ครับ แล้วคุณนักเขียนจองล่ะครับ...” 

“ฉันก็กำลังกลับบ้านเหมือนกันค่ะ” 

นักเขียนจองไปรับกาแฟที่เคาน์เตอร์แล้วเดินมาหาแจโออีกรอบ 

“มีคนมาด้วยไหมคะ” 

“ไม่ครับ ออกไปกันเถอะครับ” 

วันนี้แจโอเอารถมาเพราะต้องออกไปทำงานนอกสถานที่หลายแห่ง เขากังวลว่าควรจะไปส่งนักเขียนจองดีไหม แน่นอนว่ามันเป็นมารยาทที่ควรจะไปส่งหากไปทางเดียวกัน แต่ถึงแม้จะเป็นคนละทาง เขาก็ค่อนข้างไม่สบายใจที่จะปล่อยเธอกลับไปเฉยๆ เขาจึงตัดสินใจตั้งหลักเล็กน้อย พลางเอ่ยถามที่อยู่บ้านของนักเขียนจองแบบอ้อมๆ 

“บุนดังค่ะ” 

ละแวกเดียวกันเลย แจโอถอนหายใจอยู่ข้างในแล้วกดกุญแจรถ 

“ทางเดียวกันเลยครับ ขึ้นมาเลยครับ” 

“อ่า ขอบคุณค่ะ” 

นักเขียนจองทำหน้าตกใจ แต่ก็ไม่ปฏิเสธและขึ้นไปบนรถ ท่าทางแบบนั้นทำให้แจโอเริ่มสงสัยว่าเธอไม่ได้จงใจทำเป็นรู้จักเขาใช่ไหม แต่ก็อาจจะเป็นทิฐิที่เกิดขึ้นเพราะเรื่องที่ได้ยินจากบรรณาธิการบริหารมาก็ได้ 

อย่างไรก็ตามวันนี้แจโอตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่พูดอะไรและสตาร์ตเครื่องอย่างช้าๆ 

“พรุ่งนี้ฉันว่าจะติดต่อไปหาเรื่องภาพร่างน่ะค่ะ เพราะว่าวาดเสร็จแล้ว” 

“ทำงานเร็วจังครับ” 

แจโอตอบสั้นๆ แล้วเริ่มคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว ต้นฉบับที่ยังไงก็ต้องได้รับ ถ้านัดอีกพรุ่งนี้ก็คงจะวุ่นวาย ไหนๆ วันนี้ก็มาส่งแล้วรับมาเลยน่าจะดีกว่า  

“ถ้าอย่างนั้นผมไปส่งที่บ้านแล้วเอามาเลยได้ไหมครับ” 

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องขอบคุณมากๆ เลยค่ะ” 

“คุณนักเขียนใส่ที่อยู่ลงไปในจีพีเอสเลยครับ” 

“อ๋อ ค่ะ” 

นักเขียนจองเริ่มจัดการกับจีพีเอสอย่างชำนาญ 

‘อืม’ 

แจโอชำเลืองมองด้วยหางตาแล้วส่ายหัวเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เขาเริ่มมองนักเขียนจองในทางที่ไม่ดีตั้งแต่เมื่อกี้ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะตกหลุมพรางของบรรณาธิการบริหารเสียแล้ว แม้แต่คำพูดหรือท่าทางของเธอก็ดูไม่ปกติเลยสักนิด 

เนื่องจากจินตนาการแปลกประหลาดที่ไม่สิ้นสุดทำให้แจโอร้อนและอึดอัด เขาลดหน้าต่างรถฝั่งคนขับลงเล็กน้อย แล้วสูดอากาศข้างนอกแทนเครื่องปรับอากาศ 

“ร้อนเหรอคะ” 

นักเขียนจองถามพร้อมกับกะพริบตากลมโต 

“นิดหน่อยครับ” 

จู่ๆ เธอก็ยิ้มให้อย่างเงียบๆ เป็นรอยยิ้มที่รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก 

แจโอละสายตาจากนักเขียนจองได้อย่างยากลำบาก ทั้งที่เธอหันหน้าไปทางหน้าต่างฝั่งตรงข้ามแล้ว พลางคิดว่าบางทีข่าวลือนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้ เขาตะโกนเสียงดังว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายง่ายๆ แต่รอยยิ้มเมื่อสักครู่นั้นมีเสน่ห์มากจริงๆ 

ในระหว่างที่คิดไร้สาระนู่นนี่อยู่นั้นเสียงสิ้นสุดการนำทางของจีพีเอสก็ดังขึ้นเนื่องจากมาถึงที่หมายแล้วโดยไม่รู้ตัว แจโอจอดรถด้านหน้าทาวน์เฮาส์สองชั้นแล้วดับเครื่อง 

“เข้ามาด้วยกันสักครู่นะคะ” 

“ไม่ดีกว่าครับ ไม่เป็นไร” 

“แต่ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว ดื่มชาสักถ้วยก่อนค่อยไปนะคะ” 

บางทีนักเขียนจองอาจจะลืมไปแล้วว่าเจอเขาที่ไหนก่อนมาที่บ้าน แจโอจึงใช้นิ้วชี้ไปตรงที่วางแก้วแทนการพูดอธิบาย 

“อ๋า” 

เหมือนว่าเธอจะคิดออกแล้วนักเขียนจองจึงหัวเราะออกมาเบาๆ ในขณะเดียวกันความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่รู้เหตุผลก็ไล่ลงไปตามสันหลังของแจโอ 

“แต่ถึงยังไงก็เข้ามาสักแป๊บนะคะ ฉันรู้สึกผิดถ้าจะให้รออยู่ข้างนอกน่ะค่ะ” 

คำพูดที่ออกมาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสทำให้แจโอพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าปฏิเสธต่อก็คงจะเสียมารยาท 

ในตอนที่แจโอกำลังขยับตัวลงจากรถตามนักเขียนจอง 

“จองฮันกยอล!” 

ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพุ่งเข้าหานักเขียนจองพร้อมตะโกนเสียงดังลั่น เกิดเสียงดังผลั่กก่อนที่แจโอจะเข้ามาขวางข้างหน้า สิ่งที่ไม่เหลือเค้าเดิมเปรอะไปทั่วตัวนักเขียนจอง แม้จะเห็นไม่ค่อยชัดเพราะดึกแล้ว แต่แจโอก็รู้ได้ในทันทีว่าถังที่ชายคนนั้นถืออยู่คืออะไร สิ่งที่มีกลิ่นเหม็นเหมือนกับเน่า ไม่สิ มันเน่าจริงๆ เลยต่างหาก สิ่งนั้นคือถังขยะที่ใส่เศษอาหาร 

“เธอทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!” 

นักเขียนจองทำเพียงแค่มองดูชายคนนั้นตะโกนใส่ตัวเองด้วยแววตาเยือกเย็น เศษอาหารชิ้นหนึ่งที่ห้อยต่องแต่งติดอยู่บนเส้นผมของเธอร่วงหล่นลงมาที่พื้นดังตุบ 

ในที่สุดนักเขียนจองก็เปิดปากพูดเหมือนกับว่านั่นเป็นการส่งสัญญาณ 

“ดึกแล้วนะ ไม่คิดว่าจะมาอีก” 

“หา?” 

เธอใช้หลังมือถูกริมฝีปากตัวเองอย่างแรงแล้วพูดขึ้น 

“พอเปลี่ยนผู้ดูแลก็ตามมาถามซักไซ้เลยนะ อีกสองคนที่เหลือน่ะ ถึงจะเปลี่ยนสำนักพิมพ์แล้วคุณก็ไม่ได้มาสินะ อ๋อ หัวหน้าบรรณาธิการต่างกับคนอื่นจริงๆ สินะ แต่สุดท้ายก็เหมือนกันเลย” 

สิ่งที่เธอพูดทำให้ชายคนนั้นขว้างถังขยะที่ถืออยู่ไปสุดแรงด้วยใบหน้าที่น่ากลัว 

“ถ้าอย่างนั้นมันคือเรื่องจริงงั้นเหรอ เธอคบกับทั้งสองคนนั้นจริงๆ เหรอ” 

“จะคบหรือไม่คบ มันก็ไม่เกี่ยวกับกับคุณไม่ใช่เหรอไง” 

“ว่าไงนะ” 

แจโอคิดว่าดูท่าทางพวกเขาจะลืมไปแล้วว่าตัวเองยังอยู่ข้างๆ นักเขียนจองที่ดูไร้เดียงสาเปลี่ยนสีหน้าราวกับกลายเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง เธอเปิดปากพูดอย่างช้าๆ ด้วยสีหน้าเยาะเย้ยอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด 

“ฉันว่าฉันบอกไปตั้งแต่แรกแล้วนะว่ามันจบไปแล้ว คนที่โมโหเพราะเข้าใจผิดไปเองก็คือคุณนั่นแหละ ฉันไม่อยากจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แถมยังใจดีเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อนด้วย แต่ทำไมทุกคนถึงเหมือนกันหมดเลยล่ะ” 

คำพูดของนักเขียนจองทำให้กำปั้นของชายคนนั้นสั่นระริก เขาหายใจออกมาอย่างแรง ทำหน้าเคร่งขรึมแล้วเอ่ยถามเพราะสงสัยว่าเธอคิดอะไรอยู่ 

“จะ จะบอกว่าไม่ได้คบกับทั้งสองคนนั้นเหรอ” 

“คืองี้นะ” 

นักเขียนจองถอนหายใจเบาๆ อย่างเบื่อหน่ายแล้วเดินไปหาชายคนนั้น เธอกระชากปกเสื้อของชายคนนั้นที่ถอยหลังไปอย่างไม่ลังเลแล้วดึงมาข้างหน้า ทันใดนั้นเธอก็จูบเขา 

‘ท่าทางจะลืมไปแล้วจริงๆ ว่าฉันอยู่ตรงนี้’ 

เธอบดจูบอย่างรุนแรงจนเสียงดังไปถึงตรงที่แจโอยืนอยู่ ชายคนนั้นที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรตกหลุมพรางเข้าอย่างจังและคว้าเอวของเธอไว้แน่น 

แจโอเริ่มคิดหนักแล้วว่าต้องหลบออกไปจากตรงนี้ไหม 

ฮ้า นักเขียนจองผละริมฝีปากออกพร้อมกับหายใจหอบ ชายคนนั้นจ้องมองเธอด้วยสีหน้าไร้วิญญาณ 

“ต่อไหม” 

“หะ หือ?” 

ชายคนนั้นถามกลับด้วยน้ำเสียงโง่ๆ 

“ได้ยินมาว่าพวกผู้ชายจะเบื่อหลังจากได้นอนด้วยกันครั้งหนึ่ง ถ้าทำอย่างนั้นจะเลิกตามตื๊อฉันไหม” 

‘แรง’ 

แจโออุทานขึ้นในใจ ถ้าออกมาในลักษณะนี้ก็ทำได้แค่เพียงถอยออกมาแม้จะเสียศักดิ์ศรีก็ตาม 

ชายคนนั้นขมวดคิ้วแน่นเป็นปมอย่างที่คาดเอาไว้เลย 

“ร้าย ร้ายกาจจริงๆ นะ คุณน่ะ” 

นักเขียนจองยิ้มอยู่อย่างนั้น 

“มาดูกันว่าจะไปได้ดีสักแค่ไหน” 

ชายคนนั้นกัดฟันแล้วจ้องเธอเขม็งก่อนจะหันกลับไปทันที หลังจากเขาหายลับไปนักเขียนจองก็หันหน้ามาทางแจโอ 

“ขอโทษนะคะ” 

“ไม่เป็นไรครับ” 

แจโอส่ายหน้า เขาจ้องมองใบหน้าของเธอนิ่งๆ แล้วเอ่ยถามขึ้น 

“โอเคไหมครับ” 

“คะ? อ๋อ” 

ในตอนนั้นเองนักเขียนจองแสดงสีหน้าเขินอาย 

“ภาพร่างเอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้ครับ วันนี้กลับเข้าไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ” 

ด้วยความที่เป็นคนใส่ใจคนอื่น แจโอจึงเสนอออกมาก่อน นักเขียนจองลังเลอยู่ไม่กี่วินาทีก็พยักหน้าเห็นด้วย 

“พรุ่งนี้จะติดต่อไปอีกรอบนะคะ ขอโทษด้วยค่ะ อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว” 

“ไม่ครับ ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นมีเวลาก็ติดต่อมานะครับ” 

“ค่ะ” 

หลังจากนั้นแจโอจึงขึ้นรถและสตาร์ตเครื่อง 

นักเขียนจองยังคงมองดูรถของแจโอขับออกไปโดยที่ยังไม่กลับเข้าไปในบ้าน ดูเหมือนว่าเธอตั้งใจจะออกมาส่ง หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพียงแค่การแสดงศักดิ์ศรีที่ไม่จำเป็นก็ได้ 

ภาพของเธอปรากฏชัดในหัวสมองของแจโอ ท่ามกลางความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้นั้นแน่นอนว่ามีรอยยิ้มแปลกๆ ที่เห็นหลายครั้งในวันนี้ด้วย 

‘แรง แรงมากๆ’ 

บรรณาธิการบริหารพูดถูก การมองคนของตัวเขาเองยังคงห่างไกลนัก เขารู้สึกอายตัวเองที่เคยบอกว่านักเขียนจองไร้เดียงสาตอนที่เจอกันครั้งแรก 

แต่อีกใจหนึ่งก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าอะไรที่ทำให้ผู้รับผิดชอบหลงใหลเธอกันหมด 

 

* * * 

 

“อืม” 

แจโอขยับแว่น ชำเลืองมองใบหน้าของนักเขียนจองแว่บหนึ่งก่อนจะมองไปลงที่ต้นฉบับอีกครั้ง 

ภาพร่างที่เธอทำมาและบอกว่าเป็นผลงานใหม่ ตอนที่ดูแค่เนื้อหามันไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาเลย การวางคาแรกเตอร์พระเอกนางเอกก็แข็งแรงดี ส่วนพล็อตก็ประณีตเรียบร้อยไม่มีจุดแย่ นักเขียนผู้หญิงมักจะมีจุดเด่นอยู่ที่ความละเอียดอ่อน แถมยังแทรกมุกตลกในชีวิตประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เข้าไปด้วย ติดอยู่แค่อย่างเดียว 

“นี่มันไม่แรงไปหน่อยสำหรับการ์ตูนชุดเหรอครับ” 

เขาใช้นิ้วชี้ไปตรงหน้าที่มีฉากเจ้าปัญหา นักเขียนจองรับหน้ากระดาษที่แจโอยื่นให้แล้วมองดูสักพัก ก่อนจะเอียงคอพร้อมกับเอ่ยถามขึ้น 

“ตรงไหนเหรอคะ” 

“ทั้งหมดนั่นเลยครับ” 

ที่จริงจะพูดอ้อมๆ ก็ได้ แต่แจโอเลือกที่จะพูดออกไปตรงๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่พอได้รู้จักกับเธอแล้ว เขาก็พอจะรู้ว่าคอมเมนต์แค่นี้ไม่ทำให้เธอเจ็บหรือท้อแท้หรอก 

นักเขียนจองน่ะ ‘จิตใจ’ แข็งแกร่งแถมยังดื้อรั้นมากด้วย เพราะฉะนั้นถ้าพยายามจะโน้มน้าวเธอด้วยท่าทางที่ไม่ชัดเจน เธอก็จะไม่แม้แต่จะรับฟังอะไรเลย 

เหนือสิ่งอื่นใดคือเขาไม่โง่พอที่จะเสียเวลาไปกับการโต้เถียงกับนักเขียนหรอก 

ตามที่คาดไว้ นักเขียนจองเอาหน้ากระดาษที่ถูกตำหนิออกโดยที่ไม่กะพริบตาสักครั้ง แล้วเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนจะเอาต้นฉบับอื่นมาหนึ่งแผ่นแล้วยื่นให้ 

“อะไรครับ” 

“แผนสองค่ะ ประมาณนี้โอเคไหมคะ” 

แสดงว่าเธอรู้อยู่แล้วงั้นเหรอว่าจะถูกปัดทิ้ง 

การเตรียมพร้อมมาอย่างดีทำให้แจโอตะลึงจนพูดไม่ออกและมองดูต้นฉบับเป็นรอบที่สอง ความแรงลดลงจากอันที่ให้ดูก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีเค้าบรรยากาศที่ดูสุ่มเสี่ยงอยู่ 

แต่อย่างไรก็ตามมันไม่อันตรายจนถึงขั้นต้องโดนเซ็นเซอร์ และเป็นส่วนที่แสดงถึงตัวตนของนักเขียนด้วย แจโอจึงไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีก 

“ครับ เริ่มทำงานนี้เลยก็ได้นะครับ” 

“แต่แบบรูปเล่มจะทำตามต้นฉบับเดิมนะคะ” 

นักเขียนจองถือต้นฉบับแรกขึ้นมาให้เห็นแล้วพูดขึ้น 

‘ครับ เชิญตามสบายเลยครับ’ แจโอกระแหนะกระแหนอยู่ภายในใจ แม้ภายนอกจะยิ้มให้ก็ตาม 

‘ทำไมถึงเปิดเผยอย่างนั้นล่ะ ไร้เดียงสาจริงๆ’ 

บ่นพึมพำพร้อมกับถอดแว่นตาและใช้นิ้วขยี้เปลือกตา หลังจากจดจ่อนานๆ ดวงตาก็เริ่มเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็ว เขาคิดว่าดีนะที่วันนี้ไม่ได้ขับรถมาเองเพราะใช้สายตาเยอะมาก 

“ไม่ชอบของหวานเหรอคะ” 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น