Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 11 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 11 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.4k

ความคิดเห็น : 61

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2563 11:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 11 [Rewrite]
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 11 

 

 

“โมเดลอยากดูคุณเสือฮะ” เวลาสิบโมงครึ่งที่เดินทางมาถึงสวนสัตว์ โมเดลก็ร้องบอกถึงความต้องการของตนเองทันทีที่ลงมาจากรถ เขมินท์จึงส่งยิ้มให้ลูกชายก่อนจะจับลูกชายสวมเพื่อหมวกป้องกันแดดที่ร้อนแรงในวันนี้ให้ 

 

“เดี๋ยวพ่อพาไปดู” 

 

“คุณจะไม่สวมหมวกรึไงคุณเตชิต แดดร้อนขนาดนี้” 

 

“ฉันแข็งแรงกว่านาย ไม่จำเป็นต้องสวมหรอก” เตชิตบอกเขมินท์เสียงขรึมเพราะตั้งแต่ที่โมเดลเข้ามาปลุกในช่วงเช้า บรรยากาศระหว่างตนเองและเขมินท์ก็กระอักกระอวนไม่น้อย แต่เราทั้งคู่ก็พยายามพูดคุยตามแบบปกติไม่ให้ผิดสังเกตของโมเดลมากเกินไป  

 

“คุณพ่อแข็งแรง ไม่กลัวแดดด้วย” 

 

“ครับคุณพ่อเค้าแข็งแรงเพราะโตแล้ว ส่วนโมเดลยังไม่โตต้องสวมหมวกไว้นะครับ ไม่งั้นไม่สบายขึ้นมาต้องไปหาคุณหมอนะครับ” 

 

“ครับคุณแม่ แต่ตอนนี้เราเข้าไปข้างในกันนะครับ โมเดลอยากหาคุณเสือ” โมเดลจับมือของคุณแม่คุณพ่อไว้คนละข้างก่อนจะเดินไปห้องจำหน่ายบัตรก่อนเข้าสวนสัตว์ เตชิตเองก็เหมือนยืนงงในเด็กน้อยที่มากับผู้ปกครอง เตชิตไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก่อนเข้าสวนสัตว์จะต้องทำยังไงบ้างเพราะเตชิตคิดว่าแค่ขับรถมาจอดก็คงเข้าได้เลยใครจะคิดว่าต้องซื้อบัตรด้วย 

 

“นี่เขมินท์ เอาบัตรฉันจ่ายก็ได้ ฉันรวย” เตชิตบอกเมื่อเห็นเขมินท์หยิบกระเป๋าตังค์ขึ้นมาเตรียมจะจ่ายค่าบัตรเข้าสวนสัตว์ 

 

“นี่ไม่ใช่ร้านอาหารหรูนะคุณที่เค้าจะรับบัตรเครดิต อีกอย่างค่าเข้าสามคนก็ไม่ถึงสามร้อยสักหน่อย จริงๆเลยคิดแต่จะใช้เงินแก้ปัญหา” เขมินท์บอกออกมาพร้อมบ่นตามด้วยเล็กน้อย เขมินท์ไม่เข้าใจคนอย่างเตชิตเลยจริงๆว่าอะไรๆก็ต้องใช้บัตรรึไง เงินสดก็ไม่พก ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะรูดบัตรจ่ายได้สักหน่อยแต่พอคิดว่านักธุรกิจเป็นพันๆล้านอย่างเตชิตคงไม่เคยมาที่แบบนี้ก็พอจะเข้าใจนิดหน่อย แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ดีไม่น้อยให้รู้สึกหน้าแตกเสียบ้างจะได้เรียนรู้ว่าทุกอย่างบนโลกนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตนเองคิดไปเสียหมดทุกอย่าง 

 

“ก็ฉันรวย ฉันจะซื้อสวนสัตว์นี้ก็ยังได้” เตชิตพูดข่มเขมินท์กลับเพราะไม่อยากเสียหน้าให้เขมินท์ไปมากกว่านี้ รู้มั้ยคนอย่างเตชิตรวยมากจะซื้อทุกอย่างที่ทำให้รู้สึกขัดใจก็ยังได้ เหอะ! 

 

เขมินท์ถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อเตชิตพูดแบบนั้น ตนเองล่ะเหนื่อยใจกับเตชิตจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าลูกชายกำลังมองมาด้วยแววตาใสซื่ออยู่ตอนนี้เขมินท์คงจะเดินหนีไปแล้ว แต่นี่มีลูกชายมาด้วยก็คงทำแบบนั้นไม่ได้ 

 

“คุณแม่ซื้อบัตรเรียบร้อยแล้วครับ เราเข้าไปหาคุณเสือกันนะครับ” พอซื้อบัตรเรียบร้อยเขมินท์ก็ก้มหน้าลงมาบอกลูกชายที่จับมือของเขมินท์ไว้ โมเดลเองที่พอได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มหวานจนดวงตาหยีเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ด้วยความดีใจทันทีที่จะได้ไปหาคุณเสือตามความตั้งใจ 

 

เตชิตและเขมินท์เดินจูงมือลูกชายเดินไปตามร่มไม้เพื่อพาลูกชายไปดูเสือเป็นสิ่งแรก ภาพครอบครัวสำหรับคนที่มองจากภายนอกช่างดูสุขสันต์และดูเป็นครอบครัวที่น่ารักและหน้าตาดีกันทั้งบ้าน แต่ใครจะรู้ว่าใบหน้าที่เรียบเฉยของเตชิตกำลังบ่นในใจไม่หยุดกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ เตชิตไม่เข้าใจลูกชายเลยว่าทำไมไม่เลือกไปเดินห้างที่เต็มไปด้วยของเล่นมากกว่ามาสวนสัตว์ร้อนๆ  

 

เตชิตไม่เข้าใจจริงๆ เด็กๆนี่เข้าใจยากเกินไป! 

 

“ว้าวววว คุณเสือตัวใหญ่จังเลย” น้ำเสียงตื่นเต้นของโมเดลพูดออกมาไม่หยุดเมื่อเขมินท์พาโมเดลเดินมาถึงกรงเสือตัวใหญ่ โมเดลเองก็เกาะกระจกดูคุณเสือจากชั้นล่างที่ไม่มีแดด แต่เดี๋ยวคุณแม่บอกว่าจะพาเดินไปดูคุณเสือจากชั้นบนด้วย 

 

“นี่มันแมวยักษ์รึเปล่าครับโมเดล พ่อว่ามันไม่น่ากลัวเท่าไรนะเสือของลูกเนี่ย” เตชิตพูดหยอกลูกชายเมื่อเห็นเสือที่นอนเล่นอยู่ในร่มไม่ขยับร่างกายสักนิดเดียว เสืออะไรขี้เกียจจริงๆ ไม่เห็นน่ากลัวสักนิด 

 

“นี่เสือนะครับ คุณพ่อไม่ให้เกียร์ติคุณเสือที่น่าเกรงขามเลย โมเดลเคยดูการ์ตูนว่าเสือเป็นนักล่า โมเดลก็อยากเป็นนักล่าเหมือนกัน แฮ่!” โมเดลบอกเตชิตหน้างอในช่วงแรกก่อนจะสาธิตการเป็นนักล่าแบบคุณเสือของตนให้เตชิตดูหลังพูดจบ เขมินท์ที่เห็นภาพของลูกชายที่หยอกล้อกับผู้เป็นพ่อก็อดยิ้มออกมาไม่ได้  

 

ตนเองนั้นไม่เคยคิดเลยว่าจะเห็นโมเดลและเตชิตอยู่ในที่แบบนี้ด้วยกันจริงๆ ไม่เคยแม้แต่นึกภาพนี้เลยด้วยซ้ำ…. 

 

“โห น่ากลัวจังลูกแมวน้อยของพ่อ” 

 

“คุณพ่ออ่ะ โมเดลจะงอนแล้ว โมเดลเป็นคุณเสือต่างหาก”. 

 

“ฮะๆ เสือก็เสือครับ พ่อกลัวมากๆเลย” 

 

“อิอิ คุณแม่ครับคุณพ่อยอมแพ้โมเดลแล้วแหละ” 

 

“ครับๆ งั้นเราเดินดูพี่สิงโตกันบ้างนะครับ จะได้เดินขึ้นชั้นบนกันสักที” 

 

“ครับคุณแม่ จับมือๆ จับมือกันนะครับ รักกันๆ” โมเดลบอกก่อนจะคว้ามือของคุณพ่อกับคุณแม่มาจับเช่นเคย  

 

โมเดลชอบอะไรแบบนี้จัง มีทั้งคุณแม่คุณพ่อพามาเที่ยว โมเดลมีความสุขที่สุดในโลกเลย~~~~ 

 

 

“โมเดลเหนื่อยแล้วครับ หิวด้วย” พอเดินดูรอบๆสวนสัตว์ผ่านไปสักพักใหญ่ โมเดลก็เริ่มเหนื่อยเพราะวันนี้แดดร้อนแรงเสียจนเด็กน้อยเริ่มอ่อนเพลีย และท้องก็เริ่มร้องดังมากๆ ตอนนี้โมเดลรู้สึกหมดแรงสุดๆเลย  

 

“งั้นเราไปแวะกินข้าวกันก่อนนะครับ” 

 

“โมเดลกินไก่ทอดได้มั้ยครับคุณแม่” 

 

“แต่พ่อว่าเรากินข้าวกันดีกว่านะ อาหารแบบนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ” เตชิตบอกพร้อมทำหน้าตาไม่ชอบใจในอาหารที่ลูกชายอยากจะกิน อาหารฟาสฟู้ดแบบนั้นเตชิตไม่เห็นว่ามันจะน่ากินตรงไหนเลย 

 

“แต่โมเดลอยากกินนี่ครับ นะครับคุณพ่อ กินไก่ทอดกันนะ” โมเดลส่งเสียงอ้อนเสียจนเตชิตยอมใจอ่อนและพยักหน้ารับ เขมินท์เลยพาทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านก่อนจะสั่งให้ทั้งคู่นั่งรอและจะไปสั่งไก่ทอดให้ 

 

หลังจากสั่งอาหารเสร็จ เขมินท์ก็ยกไก่ทอดที่ได้จากเคาท์เตอร์มาวางลงตรงหน้าสองพ่อลูกที่พอได้เห็นอาหารเที่ยงของวันนี้ก็มีอารมณ์ต่างกันสุดฤทธิ์ คนเป็นลูกดีใจที่วันนี้ได้กินไก่ทอดส่วนคนเป็นพ่อหน้าบูดเพราะไม่ชอบใจในอาหารเที่ยงมื้อนี้ 

 

“คุณจะไม่กินก็ได้นะครับคุณเตชิต” 

 

“ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่กิน แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้ลูกกินอาหารพวกนี้” 

 

“นานๆกินทีครับ ผมไม่ได้ให้ลูกกินทุกวันสักหน่อย” 

 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ” 

 

เขมินท์เพิ่งรู้ว่าเตชิตช่างเป็นผู้ชายจู้จี้ขี้บ่นเสียเหลือเกิน อะไรนิดหน่อยก็บ่นไม่หยุด ซึ่งถ้ามองจากภาพลักษณ์ภายนอกก็คงไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เรื่องมากและมากเรื่องมากแค่ไหน 

 

“คุณพ่ออย่าดุสิครับ มันอร่อยนะครับคุณพ่อต้องลองกินก่อน” โมเดลบอกคุณพ่อที่รักก่อนจะยื่นไก่ไปจ่อที่ริมฝีปากของคุณพ่อ เตชิตเลยต้องอ้าปากกัดซึ่งมันก็ไม่ได้อร่อยอะไรมากมายอย่างที่ลูกชายโม้หรืออาจจะเป็นเพราะเตชิตไม่เคยกินของพวกนี้ก็ได้มันเลยไม่อร่อยสำหรับตนเองเลยแม้แต่นิดเดียว 

 

“อร่อยมั้ยครับคุณพ่อ” 

 

“อร่อยครับ โมเดลกินเยอะๆนะ พ่อไม่ค่อยหิวเท่าไร” เขมินท์มองคนเป็นพ่อบอกลูกก่อนจะแอบหัวเราะในใจ ปากก็บอกว่าไม่ค่อยหิวความจริงก็คงไม่ถูกปากมากกว่าล่ะสิ 

 

ขี้เก็กจริงๆเลย! 

 

หลังจากที่มื้ออาหารเที่ยงผ่านไปเขมินท์ก็พาลูกชายไปดูโชว์ของสวนสัตว์ซึ่งเริ่มต้นด้วยการแสดงโชว์ของแมวน้ำ โมเดลดูตื่นเต้นมากเสียจนตาลุกวาวตลอดการแสดง มือน้อยๆก็ปรบมือตามตลอดเขมินท์เองก็เช่นเดียวกันส่วนเตชิตนั้นอย่าถามถึงเลย คนอะไรดูไปขมวดคิ้วไปไม่รู้ว่ารู้สึกเครียดอะไรระหว่างดู จนโมเดลเห็นคุณพ่อของตนเองทำหน้านิ่วคิ้วขมวดจึงเอานิ้วไปนวดระหว่างหัวคิ้วให้ก่อนจะส่งยิ้มหวานเอาใจคุณพ่อหน้าดุ 

 

“ไม่เครียดนะครับโอ๋ๆ เดี๋ยวคุณแม่ก็ดุคุณพ่อน้า” เด็กน้อยโอ๋ผู้เป็นพ่อเพราะคิดว่าคุณพ่อกลัวคุณแม่ดุที่ไม่ยอมกินข้าวเที่ยงเยอะๆเหมือนตนเอง เพราะโมเดลก็เคยโดนคุณแม่ดุตอนกินข้าวไม่หมดเหมือนกันและเพราะเป็นแบบนั้นโมเดลเลยเข้าใจคุณพ่อมากๆเลย 

 

“พ่อไม่ได้กลัวแม่เราดุเสียหน่อยครับโมเดล” 

 

“แต่คุณแม่ดุน่ากลัวมากเลยนะครับ” 

 

“พ่อก็ไม่กลัวหรอก เพราะพ่อน่ากลัวกว่าแม่เราอีก” 

 

“คุณพ่อไม่เห็นน่ากลัวเลย” เตชิตมองลูกชายที่เชื่อมั่นในความคิดของตนเองก่อนจะแอบส่ายหัวเบาๆ ลูกชายของเตชิตอะไรจะใสซื่อได้ขนาดนั้นทั้งๆที่คนเป็นแม่ก็หัวแข็ง เย่อหยิ่งและจองหองถึงขนาดนั้น แต่โมเดลกับไม่มีนิสัยแบบนั้นเลยสักนิด 

 

“คุณแม่ครับ โมเดลขอไปดูหมวกคุณเสือได้มั้ย” พอดูโชว์แมวน้ำเสร็จและเดินออกมาก็ผ่านร้านของฝากในสวนสัตว์ โมเดลก็กระตุกมือคุณแม่พร้อมทำเสียงอ้อนเพราะเมื่อกี้สายตาของโมเดลหันไปเห็นหมวกของคุณเสือพอดี 

 

“ซื้อได้ครับ แต่ว่าให้ซื้อไม่เกินสามอย่างนะครับ” 

 

“ทำไมต้องจำกัดการซื้อของลูก วันนี้เป็นวันของลูกนะ ซื้อกี่ชิ้นก็ควรจะตามใจลูกสิ” เตชิตพูดขัดขึ้นเมื่อเห็นว่าเขมินท์เริ่มจำกัดการซื้อของของลูกอีกครั้ง นี่เป็นสิ่งที่เตชิตไม่เคยรู้สึกชอบใจเลยสักนิด เด็กน้อยควรได้รับสิ่งที่ดีอย่างไม่จำกัดสิ สังคมที่โมเดลจะต้องเจอในอนาคตคือทายาทธุรกิจพันล้านทั้งนั้น ถ้าโมเดลยังเป็นอย่างนี้ก็อาจจะถูกข่มเอาได้ และพอคิดแบบนั้นขึ้นมาเตชิตก็หงุดหงิดแล้ว 

 

“แค่สามอย่างเท่านั้นนะครับโมเดล ถ้าเยอะกว่านี้จะไม่ได้สักชิ้น เข้าใจที่คุณแม่พูดใช่มั้ยครับ” เขมินท์เมินคำพูดของเตชิตและก้มบอกลูกชายแทน ซึ่งโมเดลก็สมกับที่เขมินท์เลี้ยงมาเพราะโมเดลเข้าใจและพยักหน้ารับคำตนเองจึงปล่อยมือให้ลูกชายเดินเข้าไปเลือกของในร้านก่อน 

 

“คุณเตชิต คุณนี่สอนไม่รู้จักจำจริงๆเลยนะ จะนิสัยเสียคนเดียวก็ไม่มีใครว่าแต่ขอร้องอย่าพาลูกให้ทำตัวนิสัยอย่างคุณ” 

 

“นิสัยอย่างฉันไม่ดีตรงไหน” 

 

“ยังต้องให้บอกอีกเหรอ ถ้าผมพูดออกไปคุณจะรับได้รึไง” 

 

“เหอะ! ฉันไม่คิดจะฟังคำพูดของนายหรอก ไร้สาระ ฉันจะเลี้ยงลูกตามแบบฉบับของฉันส่วนนายก็เลี้ยงตามแบบของนายไปแล้วมาดูกันว่าลูกจะเชื่อใครมากกว่า” เพราะเตชิตมั่นใจว่าโมเดลน่ะได้เชื้อสายของตนเองมากกว่าเขมินท์อยู่แล้ว! 

 

“ถ้าคุณมั่นใจก็ทำไปเถอะ เพราะมันไม่มีทางสำเร็จอยู่แล้วผมเลี้ยงโมเดลมาตั้งแต่เด็กลูกน่ะได้แบบอย่างผมไม่ใช่คุณแน่นอน” และเขมินท์เองก็มั่นใจเหมือนกันว่าโมดลน่ะได้ส่วนดีๆของตนเองอย่างแน่นอน เขมินท์ดูแลมาตั้งแต่อยู่ในห้องจะได้นิสัยเตชิตได้ยังไง ไม่มีทาง 

 

“แล้วฉันจะคอยดู” 

 

ทั้งคู่จ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ถ้าหากอยู่ในโลกจินตนาการก็คงมีประกายไฟออกมาฟาดฟันกัน จนโมเดลเลือกของเสร็จถึงออกมาตะโกนเรียกทั้งคู่ เขมินท์และเตชิตเลยเลิกจ้องตากันแล้วเดินเข้าไปหาโมเดลในร้านเพื่อจ่ายเงินสำหรับของที่ลูกชายเลือกไว้ 

 

เขมินท์ต้องเป็นคนจ่ายเงินอีกเช่นเคยเพราะเตชิตไม่มีเงินสดติดกระเป๋า ของที่โมเดลเลือกมีหมวกคุณเสือ ตุ๊กตาคุณเสือและผ้าขนหนูรูปคุณเสือ ไม่รู้ทำไมโมเดลถึงชอบเสือมากขนาดนี้กัน 

 

“โมเดลเลือกแต่คุณเสือเหรอครับ อย่างอื่นก็น่ารักนะไม่สนใจเหรอครับ” 

 

“ไม่ครับ โมเดลชอบคุณเสือที่สุด” 

 

“โอเคครับ งั้นเราจ่ายเงินกันนะครับจะได้กลับบ้านกัน” เขมินท์บอกก่อนจะจ่ายเงินให้พนักงานแล้วรับถุงใส่ของส่งให้เตชิตถือแล้วจูงมือลูกชายไปที่ลานจอดรถ เพราะถ้ากลับช้ากว่านี้กว่าจะถึงบ้านก็คงค่ำเกินไป 

 

หลังจากขึ้นรถออกมาจากสวนสัตว์สักพักโมเดลก็หลับคอพับคาคาร์ซีทพร้อมกับกอดตุ๊กตาคุณเสือที่เสือมาแน่น เส้นทางกลับบ้านก็รถติดอย่างที่คาดไว้ เขมินท์เองก็เริ่มอึดอัดเพราะระหว่างตนเองและเตชิตไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นเลยยิ่งทำให้ในรถเงียบยิ่งกว่าเดิม 

 

ครืน ครืน~~ 

 

แต่ในบรรยากาศของความเงียบก็เกิดเสียงโทรศัพท์ของเขมินท์สั่นขึ้นมา พอเห็นว่าใครโทรเข้ามาจึงกดรับสายก่อนจะเอ่ยทักปลายสายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มตามปกติที่คุยกับคนอื่น 

 

“ว่าไงครับคุณวศิน” 

 

/สะดวกคุยมั้ยครับคุณเขม/ 

 

“สะดวกครับ คุณวศินมีอะไรรึเปล่าครับหรือว่าต้องการแก้แบบงาน” 

 

/เปล่าครับ พอดีผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศแล้วซื้อขนมมาฝากโมเดลเยอะเลย ไม่ทราบว่าวันนี้คุณเขมว่างมั้ยครับผมอยากจะเอาของฝากเข้าไปให้/ 

 

“วันนี้คงจะไม่สะดวกครับ ถ้ายังไงเราเจอกันวันจันทร์คุณวศินเอามาให้วันนั้นก็ได้ครับ โมเดลคงดีใจ อ๊ะ!” 

 

เอี๊ยด!!! 

 

เขมินท์ที่พูดไม่ทันจบประโยคเตชิตก็เหยียบเบรกกะทันหันจนเขมินท์ตกใจ ถือว่าเป็นโชคดีที่ไม่มีรถมาชนท้ายเพราะเข้ามาในเขตของหมู่บ้านแล้ว 

 

/เกิดอะไรขึ้นครับคุณเขม/ 

 

“ไม่มีอะไรครับ ถ้ายังไงเจอกันวันจันทร์นะครับคุณวศิน สวัสดีครับ” เขมินท์กดวางสายก่อนจะหันไปมองคนขับรถที่ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไรถึงเบรกรถแบบนี้ 

 

“ขับรถอะไรของคุณ นึกจะเบรกก็เบรกรึไง” 

 

“ไม่มีอะไรแค่เท้ามันกระตุก อย่าบ่นได้มั้ยน่ารำคาญ” 

 

“โกรธอะไรอีกเนี่ย” 

 

“ไม่ได้โกรธ ทำไมฉันต้องโกรธนายด้วย” 

 

“ผมก็ถามไปงั้นแหละครับ ถึงคุณโกรธผมก็ไม่สนใจแล้วก็รีบๆขับรถกลับบ้านด้วยครับเดี๋ยวลูกก็ตื่นก่อนหรอก” 

 

“ฉันรู้แล้ว อย่าพูดมากน่ารำคาญได้มั้ย หนวกหูจริงๆ”  

 

ถ้าเขมินท์เลือกสิ่งที่จะทำได้อย่างใจอยากทำนะ สิ่งที่เขมินท์คิดจะทำสิ่งแรกเลยก็คือเอามือของตนเองบิดหูของเตชิตแรงๆสักสามที คนบ้าอะไรหนึ่งชั่วโมงสามสี่อารมณ์ เขมินท์ตั้งรับไม่ทันหรอกนะ! 

 

 

 

 

...........................................100%.......................................... 

อ่ะๆๆ แสดงอารมณ์รุนแรงนะคะพี่เตตตตต เรียกหึงได้ป่ะ  

 

 

ความคิดเห็น