เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 25

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.7k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2562 22:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 25
แบบอักษร

25  

  

  

  

  

“เฮ้ย ไอ้เพลิง ผัวไม่มาเฝ้าหรอวะวันนี้”   

  

พรืดด  

  

เพลิงถึงกับสำลักน้ำที่กินพร้อมเงยหน้าค้อนควับใส่เพื่อนอย่างเคืองๆ วันนี้เพลิงยังคงมาซ้อมวิ่งอย่างเคย เนื่องจากใกล้เตรียมสอบคัดตัวนักกีฬาแล้วจริงๆในอีกหนึ่งอาทิตย์ แม้ตอนแรกจะต้องแข่งวิ่งในต้นเดือนแต่ก็ถูกเลื่อนเนื่องจากเบื้องบนติดปัญหา ทำให้ช่วงก่อนแข่งเพลิงยังต้องมาซ้อมอย่างทุกที   

“ผัวพ่อมึงดิ กูเป็นผู้ชาย” เพลิงเถียงเสียงขุ่น  

“เอ้า ไม่ใช่ผัวแล้วจะมานั่งเฝ้าทำไมเกือบทุกครั้งที่มา นี่ ถ้าเป็นผู้หญิงมานั่งเฝ้ามันค่อยว่าไปอย่าง” เพื่อนเพลิงอธิบายแบบขำๆ ไม่ใช่ว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันที่จะสังเกตความผิดปกตินี้ ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องต่างก็สงสัยเหมือนกันว่าพีคเป็นอะไรกับเพลิงกันแน่ ช่วงเพลิงไม่อยู่ก็มีจับกลุ่มคุยกันบ้างในเรื่องของทั้งคู่ ตอนแรกที่คิดก็มีตกใจไปบ้าง เพราะตลอดเวลาที่รู้จัก ใครๆก็รู้ว่าเพลิงคบแก้มมีแก้มมานั่งเฝ้าตลอด แต่ตั้งแต่เลิกกับแก้มไป เพลิงดูจะไม่เปิดใจกับใครเลย จนกระทั่งช่วงหลังที่มีพีคตามมาเฝ้าด้วยเนี่ยแหละ    

“ก็กูต้องไปทำงานพร้อมมัน มันจะมานั่งรอก็ไม่แปลก” เพลิงบอก แม้จะมีความจริงอยู่ครึ่ง แต่อีกครึ่งคือมันหน้าด้านเสนอหน้ามาเอง   

“อ้อหรอ แล้วนี่พี่เค้าไปไหนซะล่ะ ทำไมปล่อยน้องเพลิงไว้คนเดียว” อีกฝ่ายแกล้งพูดแซว จนเพลิงถึงกับค้อนใส่  

“น้องเหี้ยไร มันก็ไปทำงานของมันดิ จะมานั่งเฝ้าเหมือนกูเป็นเด็กอนุบาลแรกแย้มทำไม”  

“เอ้า ก็ไม่ใช่หรอ”   

“ไอ้เหี้ยริท” เพลิงสวนกลับอย่างไว ริทนั่งหัวเราะก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องเมื่อนึกอะไรได้  

“เออ แล้วนี่มึงรู้ข่าวเรื่องพี่แทนยัง สองสามวันก่อนเห็นว่าไปแข่งรถแล้วโดนกระทืบมา ..ได้ยินมาว่าไอ้พี่แทนไปแย่งสาวของคู่แข่ง” ริทเขยิบเข้ามากระซิบพูดกับเพลิงเบาๆ กลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน เพราะข่าวนี้ถือเป็นข่าววงใน   

“ก็พอได้ยินมาบ้าง” เพลิงยิ้มแหยๆให้ รู้สึกผิดจนไม่กล้าบอกอยู่ลึกๆว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ “แล้วมึงได้เจอพี่เข้าบ้างป่ะ”  

“ไม่อ่ะ รู้แค่ว่าพี่เค้าอยู่โรงพยาบาล”   

“พี่เค้าอาการหนักขนาดนั้นเลยหรอวะ” เพลิงเสียงเครียดทันทีที่รู้ว่าแทนนอนโรงพยาบาล   

“ไม่รู้ว่ะ เอางี้ เลิกซ้อมมึงไปเยี่ยมพี่เค้ากับกูมั้ย กูว่าจะชวนคนอื่นไปด้วย” ริทเสนอ เพลิงพยักหน้าอย่างไม่รีรอ เพราะลึกๆก็รอโอกาสที่จะเยี่ยมแทนเหมือนกัน   

  

// ไอ้พีคคงไม่ว่าอะไรหรอก ยังไงก็กลับถึงบ้านก่อนมันกลับมาอยู่แล้ว //   

  

“เอาดิ ใกล้เลิกแล้วด้วย เดี๋ยวไปกันเลย” เพลิงบอก ก่อนเดินลิ่วไปที่โรงยิมเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ปล่อยให้เพื่อนยืนมองในอารมณ์ที่ว่า ‘ มึงจะไปเลยหรอ ‘ แต่ก็ต้องเดินตามเพลิงพร้อมชวนคนอื่นกลับเข้าโรงยิมด้วยอย่างช่วยไม่ได้ และใช้เวลาไม่นาน เพลิงกับเพื่อนอีกสองคนก็เดินกลับออกมา พร้อมที่จะไปเยี่ยมแทนทันที  

“เฮ้ย เดี๋ยวนะ.. ริท มึงรู้ใช่มั้ยว่าพี่เค้าอยู่โรงพยาบาลไหน” เพลิงหันไปถาม เมื่อเดินมาหยุดที่หน้าตึกวิศวะ  

“รู้ดิ กูถามมาแล้ว” ริทตอบ เพลิงพยักหน้าก่อนหันกลับไปเดินต่อ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อถูกใครบางคนเรียกไกลๆ  

“เฮ้ยยย ไอ้เพลิงว้อยยย!” เพลิงหันกลับไปมองอีกฝั่ง พยายามหรี่ตามองหนุ่มใต้ชุดนักศึกษากำลังวิ่งโบกมือเรียก และยิ่งร่างใหญ่ขยับเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เพลิงก็รู้ทันทีว่าใคร  

“ไอ้ท็อป วันอาทิตย์มีเรียนด้วยหรอวะ” เพลิงถามเพื่อนสนิท พอดีกับท้อปที่วิ่งมาถึงพอดี พร้อมกับหันไปทักทายเพื่อนคนอื่น ก่อนจะกอดคอเพลิงแล้วพาเดินไปข้างหน้าต่อ  

“มีดิ แล้วมึงจะไปไหนกัน” ท็อปถาม  

“ไปโรงพยาบาล” เพลิงตอบ  

“นี่มึงป่วยหรอวะ” ท็อปตาโต คิดว่าเพลิงป่วยจริงๆ แต่เพลิงกลับส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมจับแขนที่คล้องคอออก  

“ป่วยอะไรล่ะ พวกกูจะไปเยี่ยมไอ้พี่แทนนู่น โดนกระทืบอยู่โรงพยาบาล” เพลิงบอกเสียงเรียบ ไม่ได้บอกว่าใครทำและใครเป็นสาเหตุหลัก   

“เอ้า จริงดิ! งั้นกูไปด้วย” รีบเสนอตัวทันทีเมื่อรู้ว่าเป็นรุ่นพี่คนสนิท เพลิงไม่ได้ห้ามอะไร ก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินนำออกไปหน้ามอเพื่อไปขึ้นรถที่ป้ายรถเมล์    

  

******************************************  

  

  

ณ โรงพยาบาล  

  

ถือว่าใช้เวลานั่งรถเมล์มาไม่นาน อาจเป็นเพราะอยู่ในช่วงบ่ายพอดีก็ได้ ทำให้เพลิงและเพื่อนมาถึงโรงพยาบาลในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ความรู้สึกแรกที่เหยียบเข้ามาด้านใน เพลิงรู้สึกว่ามันช่างดูคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก จะว่าเคยมา มันก็ก้ำกึ่ง ทะแม้งๆ แต่ก็คิดไม่ออกว่าเคยมาเพราะอะไร  

“มาเยี่ยมคนไข้ที่ชื่อธีรภัทร์ครับ ไม่ทราบว่าอยู่ห้องไหน” ริททำหน้าที่เป็นคนถามพยาบาลที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ ก่อนจะกวักมือเรียกให้เดินตามขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่แทนพักอยู่ ในขณะที่ออกจากลิฟต์และเดินตรงไปยังห้องพักของแทน เพลิงไม่ได้สังเกตเลยว่า ตอนเดินสวนออกมาจากลิฟต์ มีสายตาของใครบางคนกำลังจ้องมองเพลิงอยู่ และนานพอที่ประตูลิฟต์จะปิดและหายกลับลงไปด้านล่าง    

  

ก๊อก ก๊อก  

  

“ไอ้พี่แทนนอนอยู่เปล่า” เสียงสดใสกึ่งกวนๆของรุ่นน้องอย่างริทเรียกทักรุ่นพี่ในชมรม ที่ตอนนี้กำลังนอนดูทีวีอยู่บนเตียง ก่อนจะสะดุ้งพรวดขึ้นนั่งมามองกลุ่มรุ่นน้องที่มาโดยไม่บอกไม่กล่าวด้วยท่าทีปกติ   

“มากันทำไมไม่บอกก่อน” แทนโวยไม่ได้จริงจังมาก พลางส่งยิ้มติดตลกให้ด้วยสภาพที่มีรอยช้ำอยู่ตามตัว รุ่นน้องที่เห็นพากันทำหน้าแหย ไม่คิดว่ารุ่นพี่ตัวเองจะมีสภาพแบบนี้ รวมทั้งเพลิงเองที่เห็นว่ามีแผลเย็บเล็กๆที่ปลายคาง ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าจุดนั้นใครเป็นคนทำ  

“ไปทำอีท่าไหนถึงได้เยินขนาดนี้เนี่ยพี่” ท็อปพูด พร้อมกรู่เข้าไปสำรวจตัวรุ่นพี่   

“จะโดนอะไรซะอีก ไอ้พี่แทนมันไปแย่งผู้หญิงจนโดนเจ้าของมันเตะน่ะสิ” ริทตอบท็อปแทนอีกฝ่าย แทนนั่งมองหน้าพลางยกยิ้มสมเพชตัวเอง ก่อนจะเหลือบมองอีกคนที่ยืนมองเงียบๆด้านหลังริท  

“ก็อย่างที่ไอ้ริทว่า เจ้าของแม่งดุสัดๆ ดุซะกูอยากแย่งมาเป็นของกูให้ได้จริงๆเลยว่ะ เนอะ ไอ้เพลิง” แม้แทนจะพูดเสียงเรียบตามปกติ แต่ช่วงที่เรียกชื่อเพลิงกลับเน้นย้ำซะคนถูกพาดพิงถึงกับยืนยิ้มแห้งใส่   

  

// รู้งี้กูไม่น่าเป็นมาเยี่ยมไอ้พี่นี่เลย // เพลิงว่าในใจ  

  

“โอ้โห นี่ยังไม่เข็ดถูกมั้ย ได้ข่าวว่าโดนกระทืบรับสนามที่เปิดใหม่เลยหนิ อายมั้ยนั่น” ริทพูด แต่แทนกลับไหวไหล่กระตุกยิ้มให้กับรุ่นน้องคนสนิท  

“อายน่ะมันแน่นอน แต่มันก็คุ้มเพราะอย่างน้อยกูก็ได้จูบกับคนที่กูชอบมานาน” แทนพูดอย่างไม่รู้สึกกระดาก กลับยิ้มกริ่มดีใจด้วยซ้ำ แต่คนที่รู้สึกกระดากอายแทนมากกว่าคงจะเป็นเพลิง เพราะคนถูกจูบต่อหน้าคนอื่นดันเป็นเขาซะนี่  

“หูย ดูภูมิใจน่าดู ทั้งๆที่ตัวเองดันเสร่อไปจูบแฟนชาวบ้านเนี่ยนะ” ริทยังคงว่า ไม่รู้ว่าควรเป็นห่วงรุ่นพี่คนนี้จริงๆหรือควรยกคำมาด่ามาว่ามันดี และไม่ใช่แค่ริทคนเดียวที่คิด เพื่อนคนอื่นก็คิดเหมือนกัน  

“แฟนหรอ หึ ให้มันกล้าประกาศชัดเจนก่อนเถอะว่าเป็นแฟน เพราะเท่าที่ได้ยิน มันแค่เล่นสนุกเพราะแก้แค้นให้น้องสาวมันเท่านั่นแหละ” ไม่รู้ว่าแทนรู้มาได้ยังไง แต่เรียกให้อกซ้ายเพลิงกระตุกวูบนิ่งค้างไปด้วยความตกตะลึง ไม่ได้มีใครสังเกตเห็นแน่ชัดว่าเพลิงทำท่าทางยังไง มีเพียงแทนเท่านั้นที่ยกยิ้มราวกับว่าสิ่งที่พูดออกมาดันถูกต้องตามข่าวที่มีคนไปสืบให้อย่างชัดเจน  

“อะไรนะพี่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง..ผู้ชายแม่งเหี้ยมากเลยนะ” ท็อปว่า นึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วย  

“แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีแฟนน่ะสิ การที่พี่จะไปแย่งมามันก็...” ริทที่กำลังพูด ถูกเพลิงตัดบทอย่างรวดเร็ว  

“เฮ้ยพวกมึง ช่วยไปรอด้านนอกก่อนได้มั้ย กูขอคุยธุระกับพี่เค้าแปปนึง” เพลิงพูดขอ เพื่อนที่มาด้วยกันหันมาขมวดคิ้วให้อย่างไม่เข้าใจ ค่อนข้างเอะใจด้วยซ้ำที่เห็นใบหน้าดูจะจริงจังของเพลิง แทนมองเพลิงเหมือนรู้ว่าเพลิงจะคุยอะไร เลยเอื้อมมือไปสะกิดท็อปที่ยืนอยู่ใกล้ๆให้ออกไปก่อน  

“พวกมึงออกไปก่อนไป ไอ้เพลิงคงมีธุระส่วนตัวจะคุยกับกูจริงๆ” แทนบอก ก่อนที่คนอื่นจะพยักหน้ายอมเดินออกไปแต่โดยดี เหลือเพียงแค่แทนกับเพลิงสองคนเท่านั้น   

“แล้วนี่มึงจะยืนคุยกับกูอยู่ตรงนั้นหรอ” แทนทัก เพลิงย่นคิ้วให้นิดหน่อยก่อนจะยอมเดินเข้าไปใกล้ๆ แต่ก็ยังคงรักษาระยะห่างไม่ให้เข้าใกล้แทนมาก แม้แทนจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่เล็กๆ แต่ก็พอเข้าใจว่าเพลิงตั้งใจรักษาระยะห่างไว้ทำไม  

 “เฮ้ออ มึงคงจะรังเกียจกูจริงๆสินะ” แทนตักพ้อออกมา  

“ผมไม่ได้บอกว่าเกลียดพี่ซะหน่อย แต่ที่ผมอยากรู้ พี่ไปรู้เรื่องผมได้ยังไง ผมจำได้ว่าไม่เคยบอกใครแม้แต่ไอ้ท็อป” เพลิงบอกเสียงเครียด เพลิงไม่ได้รังเกียจเรื่องที่แทนชอบเขา แต่เป็นเพราะเรื่องนี้ที่ทำให้เพลิงรู้สึกระแวงแทนขึ้นมา จากที่ตั้งใจจะมาเยี่ยมดีๆด้วยความเป็นห่วง  

“แล้วทำไมกูจะรู้เรื่องของคนที่กูชอบไม่ได้ล่ะ ยิ่งเรื่องที่มึงไปพัวพันกับไอ้พีคด้วยแล้ว กูไม่ปล่อยให้ตัวเองนิ่งเฉยได้หรอก” แทนพูดอธิบาย น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้น   

“ใครเป็นคนบอกพี่” เพลิงถามกลับทันที  

“จะใครบอกมันก็ไม่สำคัญเท่ากับเรื่องของมึงที่เป็นอยู่ตอนนี้ ..นี่ กูถามจริงนะไอ้เพลิง ไอ้พีคมันทำเลวกับมึงตั้งขนาดนั้น ทำไมมึงถึงยังอยู่กับมันได้วะ ทำไมมึงไม่หนีออกมา มึงจะอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไร” แทนถามพร้อมปรับสีหน้าจริงจังมากขึ้น เขารู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเพลิงทั้งหมดเมื่อสองวันก่อน และเมื่อเขาได้ยินครั้งแรกแทนแทบปรี๊ดแตกอยากจะออกจากโรงพยาบาลไปลากเพลิงให้ออกห่างจากพีคมากกว่าเดิม แต่ก็ถูกลูกน้องของพี่ห้ามไว้ ส่วนเพลิงแอบขบริมฝีปากนิดๆ ยืนทำหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าตอนนี้จะหนีออกมาไม่ได้ แต่มันกลับมีอะไรมากกว่านั้นที่กำลังรั้งตัวเพลิงไม่ให้ไปมากกว่า  

“ผมยังไปไม่ได้” เพลิงบอกเสียงแผ่ว  

“ไปไม่ได้หรือมึงไม่ยอมไปเอง ..มึงกำลังรู้สึกอะไรกับมันอยู่หรือเปล่า ไอ้เพลิง” เพลิงถึงกับยืนสะอึก สบตาแทนตรงๆเมื่อถูกแทนถามจี้ความรู้สึกของตัวเอง  

“พี่จะถามผมเพื่ออะไรอ่ะ พี่ก็รู้หนิว่าผมทำอะไรกับแก้มไว้ แล้วผมต้องอยู่กับไอ้พีคมันเพราะอะไร” เพลิงพูดอย่างหงุดหงิด พยายามเลี่ยงตอบคำถามของแทน ไม่ใช่ว่าไม่อยากตอบ แต่มันดันตอบไม่ได้ มีเพียงแค่ความสับสนที่ทำให้อกซ้ายกำลังบีบตัวแน่นขึ้นมา  

“โอเคๆ กูขอโทษที่ไปถามอะไรแบบนั้น แต่ที่กูถามเพราะกูเป็นห่วงมึงจริงๆนะเว้ย และกูก็กลัวด้วยว่าวันที่มึงเปิดอกยอมรับใครจริงๆดันเป็นคนอื่น กูคงเจ็บมากกว่านี้แน่ๆ” น้ำเสียงและแววตาดูเศร้าลง เพลิงสัมผัสได้ว่าแทนคงจะรู้สึกตามที่พูดจริงๆ จนทำให้เพลิงที่ยืนตีหน้าเครียดอยู่ข้างๆยอมอ่อนข้อลงเหมือนกัน อาจเป็นเพราะนิสัยขี้ใจอ่อนของตัวเพลิงเองก็ได้  

“พี่แทน ผมขอพูดตรงๆกับพี่ตรงนี้เลยนะ ผมไม่รู้ว่าพี่จะชอบผมขนาดไหน แต่ผมอยากให้พี่ตัดใจจากผมซะ เดิมทีผมไม่ได้ชอบผู้ชายและผมก็ไม่ใช่เกย์ ต่อให้ผมเปิดใจจริงๆ คนคนนั้นก็คงไม่ใช่พี่ พี่เข้าใจใช่มั้ย” เพลิงพูดอธิบายเสียงอ่อนแต่จริงจัง แทนนิ่งเงียบรู้สึกเจ็บจี๊ดที่อกซ้าย ไม่คิดว่าจะต้องมาอกหักซ้ำซ้อนแบบนี้ ตั้งแต่ที่รู้ว่าชอบคนมีเจ้าของ แทนก็รอมาตลอด จนกระทั่งเลิกกันไปก็ยังไม่มีวี่แว่วว่าจะรุกจีบอีกฝ่ายได้เพราะเพลิงดันสร้างกำแพงไม่เปิดรับใคร พอถึงคราวที่คิดว่าเพลิงดูจะเริ่มเปิดใจให้กับอะไรใหม่ๆ แต่สุดท้ายดันไม่ใช่เขาอยู่ดี   

“หึหึ รู้งี้กูจีบมึงตั้งแต่ปีหนึ่งก็ดี ไม่น่ารอมึงเลิกกับแก้มเลย และถ้าให้พูดตามตรง กูคิดว่ากูมีสิทธิ์จีบมึงติดแน่ๆ แต่ว่า...ตอนนี้มึงก็ดันมีคนอยู่ในใจไปแล้ว มึงถึงกล้าพูดให้กูตัดใจแบบนี้” แทนพูดบอกพลางยิ้มเยาะตัวเองอย่างสมเพช ใครจะคิดล่ะว่าตัวเองจะแพ้เข้าไปเต็มๆ เพลิงยืนมองรุ่นพี่อย่างนึกห่วง แต่ก็สับสนเรื่องที่แทนพูดเหมือนกันว่าคนที่อยู่ในใจเขาเป็นใคร  

“เดี๋ยวผมไปเรียกพวกนั้นเข้ามาแล้วกัน อยู่นานกว่านี้ผมว่ามันจะไม่ค่อยดี” เพลิงบอกก่อนเดินหันหลังไปที่ประตู แต่ก็ถูกแทนเรียกดักไว้ก่อนที่จะถึงประตู  

“ไอ้เพลิง”  

“ครับพี่” เพลิงขานกลับ  

"กูยังตัดใจจากมึงไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ" กราฟพูดบอก 

"ผมรู้ เพราะผมก็เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน สักวัน พี่จะตัดใจจากผมได้เอง" ว่าจบ เพลิงเตรียมที่จะเปิดประตูอีกครั้ง แต่ก็หยุดนิ่งหันไปฟังที่แทนพูดมาอีกที 

“ชั้น 13 ของตึกนี้ กูคิดว่ามึงควรจะลงไปดูหน่อยก็ดี กูคิดว่ามันคงสำคัญกับมึงอยู่ไม่น้อยสำหรับการเยี่ยมไข้ใครสักคน” เพลิงขมวดคิ้วงง ไม่ค่อยเข้าใจที่แทนสื่อเท่าไร แต่คนพี่กับพยักหน้ายิ้มจางๆให้เพลิงลงไปตามที่บอก เพลิงเองก็ยอมไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ไม่ลืมบอกเพื่อนที่อยู่นอกห้องให้กลับเข้ามาด้านใน  

“เฮ้ยไอ้เพลิง แล้วมึงจะไปไหนวะเนี่ย” ท็อปเรียกทักเมื่อเห็นเพลิงเตรียมเดินไปทางอื่น  

“ไปหาอะไรกินแปปนึง เดี๋ยวกูมา” เพลิงไม่ได้บอกท็อปว่าไปไหน แต่กลับเดินตรงไปที่ลิฟต์กดเข้าชั้นที่แทนบอกก่อนหน้านี้ เพลิงลงลิฟต์มาได้แปปเดียวก็มาถึงชั้น 13 ตามที่ต้องการ ก่อนจะเดินสำรวจมองชื่อห้องคนไข้ตามหน้าประตู ไม่รู้ว่าแทนให้มาที่นี่ทำไม แต่เพลิงก็ยอมเดินไล่ดูชื่อตามห้องอย่างจริงๆจัง ก่อนเดินผ่านห้องนึงไปเมื่อเริ่มขี้เกียจอ่าน แต่ก็ต้องวกกลับมามองชื่อห้องนั้นใหม่อีกครั้ง เมื่อชื่อดันดูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก  

  

/ เกวรินทร์ ศิริสวัสดิ์ /  

  

ป้ายชื่อเด่นชัดของใครบางคนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีทำเอาเพลิงเบิกตากว้างตัวแข็งราวกับโลกหยุดหมุนอัตโนมัติ ไม่คิดไม่ฝันว่าวันนึงจะมาเจอชื่อๆนี้อีกครั้ง ความทรงจำลางๆเริ่มกรู่เข้ามาเมื่อนึกถึงวันที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงของอดีตคนรักของเพลิง ลืมไปเลยว่าโรงพยาบาลที่พามาจะเป็นที่นี่   

“แก้ม...” เพลิงเผลอเรียกชื่อของแก้มออกมาแผ่วเบา ยืนจ้องประตูไม่ไปไหน ก่อนที่สมองจะสั่งการให้มือสั่นเอื้อมไปที่ประตูช้าๆ แต่ก็ต้องรีบชักกลับกำมือแน่นเมื่อใจเริ่มกลัวขึ้นมา ร่างกายสั่นเทา ใจเต้นระรัวหนักจนคุมไม่ค่อยได้ ทำให้เพลิงเดินหันหลังไปจับราวกั้นช่องที่มองลงไปยังชั้นล่างสุด พยายามสูดลมหายใจเข้าออกคุมร่างกายตัวเองให้ปกติที่สุด ก่อนจะหันเหลือบมองไปยังบานประตูที่กั้นผ่านใครบางคนที่อยู่อีกฝั่ง   

เพลิงยืนหลับตาทำใจอีกครั้ง ก่อนจะกลับไปที่ประตูเดิมตรงหน้า พยายามคุมมือที่เอื้อมจับลูกบิดไม่ให้สั่น อกซ้ายบีบแน่นเมื่อสัมผัสความเย็นจากลูกบิด ก่อนที่จะดันเปิดเข้าไปช้าๆที่สุด ยามที่ขาย่างกลายเข้าประตูห้อง สิ่งแรกที่เพลิงรู้สึกคือความกลัว กลัวจนอธิบายเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม และทำไมตัวเองต้องเข้ามาที่นี่หลังจากหนีหน้าของแก้มมานาน เพลิงค่อยๆก้าวเดินเข้าไปข้างในช้าๆ จนกระทั่งเห็นร่างกายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงพร้อมสายออกซิเจนที่คอยให้อากาศผ่านช่องจมูก เพลิงเขยิบเข้าไปใกล้ๆขอบเตียงของแก้ม ความรู้สึกเก่าๆก็วนเวียนเข้ามา ความรัก ความคิดถึง ความเป็นห่วงใยใครสักคน ยิ่งมือที่เอื้อมเข้าไปสัมผัสมือเล็กๆของอีกฝ่ายกับสายตาที่เศร้าหมองทอดมองใบหน้าที่หลับตาพริ้มบนเตียง ความอัดอั้นรู้สึกผิดตลอดที่ผ่านมา เกือบทำให้เพลิงเผลอปล่อยน้ำตาไหลออกมา เพลิงยอมรับทันทีว่ายามที่เห็นแก้มอีกครั้ง ความรู้สึกดีๆของเพลิงยังคงอยู่กับแก้มเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ไม่เคยแปลกใจและไม่คิดแปลกใจกับความรู้สึกของตัวเอง เพราะยังไง แก้มก็ยังเป็นคนที่เพลิงคอยแคร์อยู่ดี... แม้ว่าลึกๆจะมีบางอย่างที่มันไม่เหมือนเดิมก็ตาม...  

 “แก้ม..เพลิงขอโทษ...” เพลิงไม่ได้พูดอะไรต่อจากนี้ มีเพียงมือที่บีบมือแก้มส่งความรู้สึกของตัวเองผ่านสัมผัสของมือ  

  

กึก  

  

***********************************************  

  

20.12 น   

  

“เฮียกลับมาแล้ว งั้นพวกผมขอแวะกลับบ้านเร็วหน่อยนะ ไอ้สองไม่อยู่ ไม่มีคนทำข้าวให้กินเลย” ไวพูดขึ้น หลังเห็นว่าพีคขับรถกลับมาบ้านแล้ว พีคที่กำลังจะปิดประตูรถพยักหน้าไม่ได้ว่าอะไร เพราะรู้ว่าพวกลูกน้องที่อยู่บ้านคงอยากไปหาอะไรกินข้างนอก  

“ไปสิ แล้วนี่ไอ้เพลิงกลับมาบ้านหรือยัง กูไม่เห็นไฟข้างบนเปิด” พีคถามไวกลับทันทีเมื่อเห็นว่าไฟข้างบนปิดมืดสนิท  

“ยังเลยเฮีย ไม่เห็นมันโทรเข้ามาด้วย” ไวตอบตามจริง ที่จริงก็แอบคิดว่าจะมากับพีคเหมือนทุกทีด้วยซ้ำเลยไม่ได้เอะใจอะไร  

“อะไรของมันวะ ปล่อยให้ไปไหนคนเดียวไม่ได้เลยไอ้นี่ ..เออๆ พวกมึงกลับกันไปเถอะ เดี๋ยวกูนั่งรอมันคนเดียวได้” พีคบอกไล่ให้พวกลูกน้องกลับอย่างไม่ใส่ใจมาก  

“งั้นพวกผมกลับก่อนนะเฮีย” ไวบอก ก่อนเรียกให้คนอื่นๆกลับบ้านได้ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้ว เหลือแค่พีคกับหมาหนึ่งตัวในบ้าน พีคเดินทิ้งตัวลงที่โซฟาห้องนั่งเล่น ก่อนหยิบโทรศัพท์โทรหาเพลิงที่ยังไม่กลับมา แต่เพียงแค่กดโทรสายแรก ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะปิดเครื่องเอาไว้ จนพีคเคลื่อนโทรศัพท์ออกมามองหน้าจอพร้อมย่นคิ้วไม่สบอารมณ์ ก่อนจะลองโทรซ้ำอีกสองสามรอบ ก็ไม่มีทีท่าจะโทรติดเลย พีคโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างๆ หยิบรีโมทเปิดดูอะไรเรื่อยเปื่อย รอดูว่าเพลิงจะกลับมาหรือโทรมาตอนไหน แต่รอได้แค่ห้านาที พีคก็หยิบโทรศัพท์โทรไปอีกรอบ และสิ่งที่ได้กลับมาก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ..เพลิงปิดเครื่อง  

“ไปไหนของมันวะ แล้วจะปิดเครื่องทำเหี้ยไรเนี่ย แม่ง รู้งี้ไม่ปล่อยให้มันไปคนเดียวเลย” พีคนั่งบ่นอยู่คนเดียวอย่างหงุดหงิด ทีวีตรงหน้าแทบไม่ได้ช่วยให้ใจเย็นขึ้นเลยสักนิด ก่อนจะลองกดเบอร์โทรอีกครั้งที่ไม่ใช่เบอร์ของเพลิง และไม่นาน คนปลายสายก็รับสายพีคอย่างรวดเร็ว  

(ว่าไงครับคุณพีค ไอ้เพลิงหายอีกแล้วล่ะสิ ) ไม่รอให้พีคได้เปิดปากพูด กราฟก็เดาได้เลยว่าพีคโทรมาทำไม  

“มันอยู่กับมึงหรือเปล่า” พีคถาม  

(กูมาเฝ้าแก้ม มันจะมาอยู่กับกูได้ไง )  

“ห่าเอ๊ย แล้วมันไปไหนวะเนี่ย” พีคสบทอย่างกระวนกระวาย จนกราฟนั่งขำอยู่ปลายสาย  

(หนีไปแล้วมั้ง) กราฟแกล้งพูด แต่ก็ถูกพีคด่ากลับอย่างรวดเร็ว  

“ไอ้สัด เดี๋ยวกูขับรถไปเตะปากซะหรอก”   

(หยาบจริงๆ รับไม่ได้ กราฟรับไม่ได้เลย ฮาๆๆ) กราฟยังคงพูดแกล้งเล่นขำๆเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือการดัดเสียงสอง แม้จะรู้ว่าพีคจะไม่ขำก็ตาม พีคนั่งหรี่ตามองจอโทรศัพท์อย่างเซ็งๆ ก่อนจะกดตัดสายกราฟไปดื้อๆโยนโทรศัพท์ลงข้างๆตามเดิม แล้วลุกเดินออกไปหน้าบ้าน ยืนมองใครบางคนให้เปิดประตูกลับเข้ามา แต่ดูเหมือนว่าพีคจะยืนรอเก้อ เพราะไม่ว่ายังไง ประตูรั้วหน้าบ้านก็ไม่มีวี่แว่วจะเปิดเลย พีคยืนมองประตูสลับกับเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ดูเหมือนว่าคืนนี้ฝนคงจะตกลงมาแน่ๆ ก่อนพีคจะเดินกลับเข้าไปข้างใน แล้วนั่งรอเพลิงอยู่เงียบๆคนเดียว  

สามทุ่มตรง ไม่มีวี่แววว่าเพลิงจะกลับมาซะที โทรศัพท์ก็โทรไปมากกว่าสิบสาย แถมข้างนอกฝนยังตกลงมาอีก ตอนนี้พีคไม่รู้เลยว่าเพลิงหายไปไหน ที่คอนโดเพลิงก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นเพราะพีคลองโทรถามหนิงแล้ว   

“ดึกป่านนี้แล้วนะเว้ย” พีคนั่งพึ่มพำอยู่คนเดียว พยายามทำใจเย็นเท่าที่ทำได้ เพราะจากที่ผ่านมา เพลิงไม่น่าใช่คนที่จะหนีเขาไปง่ายๆอยู่แล้ว   

  

// แล้วถ้าเกิดหนีไปล่ะ //  

  

คิดได้อย่างนั่น พีครีบลุกพรวดหยิบกุญแจรถเดินไปที่ประตูอย่างรีบร้อน แม่ว่าฝนจะตก แต่พีคกลัวว่าเพลิงจะหนีไปจริงๆ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นประตู ร่างสูงของพีคก็เดินชนเข้ากับร่างของเพลิงที่เดินสวนเข้ามาตรงประตูซะก่อน จนคนตัวเล็กกว่าถึงกับหงายหลังลื่นน้ำฝนที่พื้น แต่พีคก็รีบคว้าดึงกลับเข้ามาที่ตัวได้ก่อน จนร่างของเพลิงถูกพีคโอบกอดเอาไว้   

“ไอ้เพลิง” พีคเรียกชื่อคนในอ้อมกอด พึ่งสังเกตเห็นด้วยว่าตอนนี้ร่างกายเพลิงเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน เพลิงเห็นว่าตัวเองอยูู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีเท่าไร เลยใช้มือดันอกพีคให้ถอยออกจากตัว พร้อมตีหน้าตึงใส่พีคที่ยืนงงอยู่ตรงหน้า  

“มึงจะรีบเดินไปไหนเนี่ย” เพลิงว่า  

“มึงนั่นแหละไปไหนมา กูบอกแล้วใช่มั้ยว่าจะไปไหนให้โทรหา” พีคว่ากลับเสียงดุ ก่อนเพลิงจะยิ้มแห้งใส่พร้อมชูโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงให้พีคดู   

“แบตหมด แล้วกูก็ติดฝนอยู่ร้านพี่ฝน เฮ้ย แต่พอฝนหยุดตกกูรีบมาเลยนะ แต่ใครจะไปคิดล่ะวะว่าฝนมันจะเทลงมาอีก” เพลิงพูดอธิบาย กลัวว่าพีคจะโมโหเรื่องที่เขากลับบ้านช้า แต่สีหน้าดุๆของพีคก็ไม่ได้มีทีท่าจะดีขึ้น   

“ไปทำอะไรร้านยัยฝน” พีคยังคงถามเสียงดุ แถมยังรู้สึกหงุดหงิดที่เพลิงแอบไปอยู่ร้านฝนตั้งนาน  

“ก็ไปนั่งหาอะไรกินร้านพี่เค้าไง แล้วนี่มึงหงุดหงิดอะไรเนี่ย” เพลิงย่นคิ้วให้นิดหน่อย เพราะจับน้ำเสียงดูไม่ค่อยพอใจของอีกฝ่ายได้  

“วันหลังจะไปร้านยัยฝน ห้ามไปคนเดียวอีก กูไม่ชอบ” พีคเลี่ยงตอบเพลิง แต่กลับพูดสั่งห้ามหน้าตาเฉย จนเพลิงถึงกับงงหนัก ไม่เข้าใจว่าพีคจะสั่งห้ามไม่ให้ไปคนเดียวทำไม ทั้งๆที่มันก็เป็นร้านรุ่นน้องคนสนิทของตัวเอง   

“อ่า วันหลังกูจะไม่ไปคนเดียวแล้วกัน ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ หนาว” เพลิงพูดบอก ก่อนเดินผ่านพีคขึ้นไปอาบน้ำข้างบนและเมื่อแช่อ่างอยู่ในห้องน้ำคนเดียวแล้ว สีหน้าที่ตีเป็นปกติกลับหม่นลงทันที เพลิงไม่กล้าบอกว่าวันนี้เพลิงแวะไปที่ไหนมา เพราะกลัวว่าพีคจะโมโหเขาแบบเมื่อก่อน แถมช่วงที่เพลิงใช้เวลาอยู่กับแก้มเป็นช่วงโมง เพลิงปล่อยให้ตัวเองจมไปกับความเศร้าและรู้สึกผิดนาน เพราะอย่างนั้นช่วงที่เพลิงกลับออกมาจากการเฝ้าแก้ม เพลิงเลยนั่งรถเมล์ไปนู่นไปนี่คนเดียวก่อนจะแวะร้านฝนเป็นที่สุดท้าย เพื่อใช้เวลากำจัดความรู้สึกเศร้าหมองของตัวเองให้หมด เพื่อที่จะกลับมาที่บ้านพีคด้วยท่าทางปกติที่สุด   

เพลิงใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำได้สักพัก ก่อนจะรีบปรับสีหน้ากลับเป็นปกติ แล้วเดินเช็ดหัวออกจากห้องน้ำโดยไม่ได้สังเกตว่าพีคที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆที่เก้าอี้โต๊ะคอม กำลังเหลือบมองเพลิงที่เดินทิ้งตัวนอนดิ่งลงไปที่เตียง พลางเลิกคิ้วมองด้วยความกังวล ก่อนจะวางโทรศัพท์แล้วลุกเดินไปนั่งขอบเตียงข้างๆ   

“ทำไมไม่เช็ดหัวให้แห้ง เดี๋ยวไข้ก็แดกอีกหรอก” พีคว่า แต่ยังไม่ได้คิดจะถามสิ่งที่สงสัย  

“เดี๋ยวเช็ด” เพลิงตอบเสียงอู้อี้ เนื่องจากกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ก่อนจะยกมือจับผ้าที่อยู่บนหัวขยี้เช็ดผมส่งๆไปอย่างขี้เกียจ พีคส่ายหน้าให้นิดหน่อยพร้อมถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับความทำอะไรส่งๆของเพลิง ก่อนจะกระชากผ้าเช็ดผมจากหัวเพลิงออกมา จนคนนอนคว่ำถึงกับเอียงหน้าห่างตามองนิ่งๆ  

“เช็ดแบบนั้นก่อนผมแห้ง กูว่าผมคงได้หลุดมาจากหนังหัวก่อนพอดี ลุกมานั่งนี่” พีคสั่งเสียงเข้มพร้อมตบเตียงให้เพลิงลุกมานั่งข้างๆ แต่เพลิงไม่ได้ลุกตามที่สั่ง กลับดึงผ้าห่มคลุมตัวปิดหน้านอนหน้าตาเฉย   

  

// ไอ้นี่ //  

  

“ไอ้เพลิง กูสั่งมึงว่าอะไร ลุก” คราวนี้พีคปรับเสียงดุกว่าเดิม แต่เพลิงก็ยังนอนนิ่งไม่ขยับ มีเพียงแค่เหลือบมองเฉยๆเท่านั้น  

“กูง่วงแล้ว” เพลิงพูดแค่นั้นก่อนจะปิดตาหลับไป พีคนั่งมองเพลิงอยู่นิ่งๆ ในขณะที่มือกำผ้าเช็ดหัวเอาไว้ ก่อนจะถอนหายใจทิ้งแล้วเริ่มถามสิ่งที่ตนเองสงสัย  

“มึงเป็นอะไร สีหน้าไม่ค่อยโอเค” พีคถาม เพราะตอนเพลิงเดินออกจากห้องน้ำ เขาเห็นสีหน้าเพลิงดูกังวล ยิ่งท่าทางก่อนหน้านี้แล้วด้วยยิ่งทำให้พีคแน่ใจว่าเพลิงกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอะไรอยู่   

“เปล่าหนิ แค่เดินทางเหนื่อยไปหน่อย ไหนจะซ้อมกีฬาอีก” เพลิงพูดพลางลืมตาขึ้นมองคนที่ก้มมองลงมา  

“แน่ใจ ไม่ใช่กำลังโกหกอะไรกูอยู่นะ” พีคจี้ถาม เพราะไม่ค่อยเชื่อเท่าไร ยิ่งเห็นเพลิงแอบสะดุ้งน้อยๆยิ่งมั่นใจว่าเพลิงมีเรื่องปิดบังเขาจริง  

“ไอ้เพลิง มึงรู้ใช่มั้ยว่าถ้าโกหกจะเกิดอะไร” พีคพูดขู่ เพลิงเม้มปากแน่นอย่างกังวล ก่อนจะยอมพูดออกมาเพราะดันแพ้สายตาที่กำลังจ้องกดดันมาที่เขา  

“ไม่ขู่กูสักวันมันจะตายหรือไง เออๆ กูแค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ดีขึ้นเองแหละ” เพลิงว่า  

“เรื่องอะไร” พีคยังคงถามจนเพลิงย่นคิ้วหน้ามุ้ยใส่  

“เรื่องของกู ขี้เสือกจริงๆ” เพลิงแกล้งว่าทีเล่นทีจริง รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้ด่าพีคออกไป ก่อนจะรีบยกผ้าห่มปิดปากเมื่อพีคยกมือจะตีปาก  

“ไวนะมึง แต่หลบได้แค่นั้นแหละ” พีคพูดบอกพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก เพลิงถึงกับตาโตใจคอไม่ค่อยดี เตรียมหลบออกไปอีกทาง ก่อนจะถูกพีคใช้มือดักทางเอาไว้ไม่ให้กลิ้งตัวหนีออกไป เพลิงหันควับหาพีคเตรียมด่าตามเคย แต่จังหวะที่หันมา พีคกลับก้มตัวโน้มจูบปากเพลิงอย่างแผ่วเบา เพลิงนิ่งค้างเหมือนหยุดหายใจไปชั่วขณะพร้อมส่งสายตามองใบหน้าหล่อๆใกล้ๆ ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงยามที่พีคกดปากจูบ สัมผัสอันนุ่มนวลที่ดูจะไม่ชินจากพีค แต่สามารถทำเอาเพลิงเคลิบเคลิ้มตามได้อย่างประหลาด สมองขาวโพนไร้การตอบรับจากสิ่งรอบตัว มีเพียงแค่การตอบโต้ลิ้นร้อนจูบเกี่ยวพันกันและเนิบนานพอที่คนรุกจะพอใจ จนกระทั่งผละริมฝีปากออกจากเพลิง แต่ก็ไม่ได้ผละออกมามากเท่าไร สายตามองประสานกับเพลิงใต้ร่างที่หายใจเหนื่อยหอบจากการหายใจไม่ทัน  

“ปากดีเก่งแบบนี้ กูไม่ตีให้เสียเวลาหรอก” พีคพูดพลางยกยิ้มให้กับเพลิง ในขณะที่อีกฝ่ายย่นคิ้วทำหน้ามุ้ยกลบเกลื่อนอาการเขินของตัวเอง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เลือดฝาดบนใบหน้าขาวๆลบจางลงได้เลย ก่อนสายตาดันไปเหลือบเหมือนว่าพีคขึ้นมานอนบนเตียงเบียดกับเขาตั้งแต่เมื่อไร   

“มานอนเบียดกูทำไมเนี่ย ลุกไปอาบน้ำไป” เพลิงแกล้งโวยพร้อมตีไหล่ให้พีคลุกจากการนอนคร่อม แต่พีคแกล้งกวนกลับ ไม่ยอมลุกตามที่เพลิงไล่ แต่กลับลงนอนตะแคงพร้อมดึงเพลิงขยับเข้าหาที่ตัวเขา กันไม่ให้เพลิงหนีไปไหน  

“คุยกับกูให้รู้เรื่องก่อน ..มึงมีปัญหาอะไร ไหนบอกกูซิ” พีคก้มมองพร้อมถามเสียงเรียบแต่แฝงความจริงจัง เพลิงนอนสะอึกเม้มปากเล็กน้อย ดูเหมือนว่าพีคจะยังคงไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปจริงๆ ก่อนจะคลายปากพูดออกมา  

“ถ้ากูบอกมึงห้ามโกรธกูนะ”   

“กลัวกูโกรธขนาดนั้นเลยหรือไง หื้ม” พีคยกยิ้ม เมื่อเพลิงบอกเสียงอ้อมแอ้ม   

“มึงบอกมาก่อนว่าจะไม่โกรธกู” เพลิงพูดขัด  

“มันขึ้นอยู่กับเรื่องที่มึงบอก กูรับปากไม่ได้หรอก” พีคพูดตามความจริง เพราะเขาไม่ใช่พวกใจเย็นอะไรขนาดที่จะฟังเรื่องขัดหูแล้วจะมาตายด้านได้ 

“เฮ้ออ.. กูว่าแล้ว” เพลิงถอนหายใจอย่างเซ็งๆ จนพีคย่นคิ้วใส่  

“แล้วตกลงมันเรื่องอะไร”พีคถามเสียงเข้ม 

“กูไปเยี่ยมพี่แทนมา” เพลิงบอกเสียงเบา แต่คนที่ได้ยินชื่อของใครบางคนถึงกับสะกิดต่อมโมโหได้ทันที พีคตีหน้าดุ จ้องเพลิงเขม็งอย่างไม่พอใจ จนเพลิงต้องรีบพูดห้ามก่อน “เดี๋ยวๆๆ กูแค่ไปคุยธุระกับพี่เค้าแบบเดียว มันไม่มีอะไรมากกว่านั้นนะ”  

“ไม่ว่ามึงจะไปหามันเพราะอะไรกูก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหละ!” พีคว่าเสียงดุ ทำเอาเพลิงเบ้หน้าเจือนทันที  

“ก็เพราะกูรู้ไงว่าบอกมึงไป มึงจะโกรธกูแบบนี้ กูก็กลัวไม่กล้าบอกน่ะสิ” เพลิงบอกเสียงอ้อมแอ้ม  

“ก็ถ้ารู้ว่ากูไม่ชอบมึงจะไปทำไม ชอบหรือไงให้กูโมโหน่ะห๊ะ”พีคยังคงว่าเสียงดุ  

“ก็ถ้ากูไม่ไปคุยกับพี่เค้าวันนี้ วันข้างหน้ามึงกับพี่เค้าก็ต่อยกันอีกก็ได้ ที่กูไปมันเพราะไม่อยากให้พี่เค้ามาตามจีบกูอีกยังไงล่ะ กูไม่ได้อยากให้พวกมึงทั้งคู่มีปัญหากันไปมากกว่านี้” เพลิงสบตาบอกพีคอย่างจริงจัง พยายามสื่อผ่านสายตาว่านี่คือเรื่องจริง จนคนมีอาการโมโหตอนแรกถึงกับนิ่งตะลึงไป ไม่คิดว่าเพลิงจะไปคุยกับแทนเรื่องนี้  

“นี่มึง..อย่าบอกนะว่าที่ทำหน้ากังวลเพราะเรื่องนี้” พีคถาม  

“เออ เพราะกลัวมึงโกรธ กูถึงไม่กล้าพูดเนี่ยแหละ” เพลิงบอกเสียงขุ่น แต่กลับอีกคนที่ยกยิ้มขึ้นมาอย่างอารมร์ดี ก่อนจะสวมกอดเพลิงแน่น จนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้ง “ไอ้พีค..”  

“กูไม่โมโหแล้ว เด็กดีจริงๆนะมึงเนี่ย” พีคพูดพลางลูบหัวเพลิงอย่างเอ็นดู ทำเอาเพลิงหน้ามุ้ยหนักกว่าเดิม   

“เด็กพ่อมึงดิ แล้วก็เลิกลูบหัวด้วย กูจะนอนแล้ว” เพลิงโวย พร้อมเอื้อมมือไปปัดมือใหญ่ที่หัวให้ออกไป พีคยกยิ้มหัวเราะในลำคอ ก่อนจะบอกให้เพลิงนอน  

“ก็นอนไปสิ”   

“นอนให้มึงกอดเนี่ยนะ” เพลิงว่า  

“งั้นมึงก็นอนกอดกูด้วยสิ แฟร์ๆไง” พีคยังคงพูดด้วยความอารมณ์ดี ก่อนจะผ่อนเสียงแผ่วอย่างนุ่มนวลบอกให้เพลิงนอนอีกครั้ง “..เหนื่อยไม่ใช่หรอ นอนพักเถอะ เดี๋ยวกูอยู่ให้มึงนอนกอดจนกว่าจะหลับอยู่แบบนี้แหละ”  

  

ตึก ตึก   

  

คำพูดตามแบบของพีคที่ไม่ค่อยมีถอยคำที่ฟังแล้วลื่นหูเท่าไร แต่มันกลายเป็นสิ่งสบายใจทุกครั้งที่ได้ยิน เพลิงไม่ได้ตอบพีคกลับ แต่กลับเขยิบตัวเข้าไปซุกอกแกร่งพร้อมเคลื่อนมือกอดร่างกายของพีคตอบ  

“ฝันดี” เพลิงบอกเสียงแผ่ว โดยที่พีคไม่รู้เลยว่าเพลิงเองก็กำลังยกยิ้มบางๆให้กับเขาเหมือนกัน พีคเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย ก่อนจะยิ้มบางโอบร่างที่อยู่ในอ้อมกอดไว้ พลางนึกรู้สึกดีเป็นบ้าที่เพลิงเป็นฝ่ายพูดประโยคนั้นก่อน  

“ฝันดีน้องเพลิง” พีคตอบกลับ เพลิงหลับตายิ้มให้พลางคิดว่าดีแล้วแหละ..ที่ไม่ได้พูดเรื่องของแก้มออกไป  

*************************************** 

แก้ม อิส คัมมิ่ง แบค.... 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น