divitino-family

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 章七 (แก้คำผิด)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2562 21:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
章七 (แก้คำผิด)
แบบอักษร

章七

เมื่อนางออกมาจากห้องในตอนเช้า เพื่อไปให้พรแก่ฮ่องเต้ตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติมาเป็นพันๆปี หากมีฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองราช ภายในแคว้นที่สัตว์เทพอย่างพวกนางคุ้มครองอยู่

"ข้าอยากจะกลับไปนอนต่อเสียให้รู้แล้วรู้รอด เพราะเจ้าหวังเหล่ย ทำให้ข้ามิได้นอนทั้งคืน แถมยังเปล่งเสียงได้แสนน่าเกียจเช่นนี้" นางบ่นคนที่เคี่ยวกรำนางตลอดทั้งคืน ทำให้นางมีสภาพไม่ต่างจากศพเดินได้ หากมิได้เครื่องประทีบโฉมแต่งแต้มใบหน้า นางคงไม่กล้าออกมาพบผู้ใดแล้ว

ส่วนคนที่โดนบ่น กลับยิ้มกว้างราวกับอิ่มเอมเสียเหลือเกิน จนนางนึกหมั่นไส้ หยิกไปทีต้นแขนของหวังเหล่ยอย่างแรง ถึงจะรู้ว่าหยิกอย่างไรก็คงไม่ละคลายผิวเลยก็ตาม ก่อนจะสะบัดหน้าเดินอย่างเร่งรีบ เพื่อให้ถึงห้องโถงให้ไวที่สุด

เมื่อมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีเหล่าขุนนางอยู่กันพร้อมหน้า เพื่อรอการมาเยือนของแขกกิติมาศักดิ์ทั้ง4

มีชิงหลงกับไป๋หู่ที่มานั่งประจำที่ก่อนแล้ว รวมนางด้วยก็ขาดเพียงเสวียนอู่คนขี้เกียจเท่านั้น

เพียงไม่นาน คนที่นางพึ่งนึกถึงก็เดินเข้ามานั่ง แล้วเริ่มวนเวียนกันออกไปกล่าวคำอวยพร ก่อนจะแยกย้ายทันที

"ไป๋หู่ ข้าต้องกลับป่าแสงจันทร์แล้ว หากว่างข้าจะมาเยี่ยมเจ้าอีก" นางเอ่ยกับไป๋หู่ทันทีที่เดินออกมาพ้นเขตห้องโถงแล้ว

"อืม เดินทางปลอดภัยนะจูเชวี่ย ข้าจะรอวันที่เจ้าว่างก็แล้วกัน"

หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป นางกับหวังเหล่ย เดินทางด้วยพยัคฆ์เมฆาเช่นเดิม เพื่อความรวดเร็ว เพียง2วันก็กลับมาถึงยังจวนภายในป่าแสงจันทร์

เมื่อกลับมาถึง หวังเหล่ยที่ได้รับจดหมายเกี่ยวกับการรับเลือกให้สังกัดเป็นทหาร ก็จำต้องห่างจากจูเชวี่ย มาอยู่ภายในเมืองหลวงแทน

จนตอนนี้ก็ผ่านมาได้ถึง4ปี หวังเหล่ยของนางช่างเก่งกาจนัก ใช้เวลาเพียงเท่านี้ กลับไต่เต้าได้เป็นถึงแม่ทัพแดนประจิม องค์ฮ่องเต้ทรงประทานจวนแม่ทัพภายในเมืองหลายให้เป็นของกำนัน พร้อมทั้งทองคำ เงินตำลึง ผ้าไหม ต่างๆอีกมาก เนื่องจากสร้างผลงานได้อย่างดีเยี่ยม จนฮ่องเต้พอพระทัยเป็นอย่างมาก

จูเชวี่ยที่มักจะมาหาหวังเหล่ยทุกวัน แม้หวังเหล่ยจะบอกให้มาอยู่ที่นี่ แต่นางก็ปฏิเสธเสียทุกที ถึงแม้จะมีค้างคืนบ้างก็ตาม

"เจ้าอ่านอะไรหรือ" จูเชวี่ยที่ตีเนียน โอบกอดหวังเหล่ยจากทางด้านหลัง พร้อมมือที่แสนซน ล้วงเข้าสาบเสื้อ ลูบไล้แผ่นอกกำยำ ที่ได้รับการออกกำลังอย่างการฝึกทหารในค่ายทุกวัน

"ตำราพิชิตชัย" หวังเหล่ยที่ชินชากับการแอบกินเต้าหู้เขาของนาง ตอบอย่างไม่ใส่ใจ ถึงจะรับรู้ได้ถึงสิ่งนุ่มนิ่มที่เขาเคยสัมผัสมาแล้ว ที่กำลังแนบอยู่กับแผ่นหลังของเขาอยู่ก็ตามที

"จะมีสงครามหรือ ถ้าให้ข้าเดา คงเป็นแคว้นหยางกระมั่ง" นางที่เริ่มได้ใจ เมื่อหวังเหล่ยมิได้ปัดป้องหรือ

ต่อว่าที่นางหลอกกินเต้าหู้เขา ก็เริ่มขบกัดหยอกล่อกับใบหูของหวังเหล่ย

หวังเหล่ยที่โดนนางกระตุ้นส่วนกระสัน ทนไม่ไหว จับข้อมือแสนซนที่ลูบไล้แผ่นอกเขาให้พลิกกายมานั่งตัก ก่อนจะประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม

จูเชวี่ยที่มิได้มีอาการขัดขืน แถมยังจูบตอบอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน มันทำให้หวังเหล่ยแทบคลั่ง

ท่านมันนางมารจอมยั่วยวน!

"ข้าจะมิให้ท่านได้ลุกขึ้นจากเตียง" หวังเหล่ยกัดฟันข่มอารมณ์ปราถนาที่กำลังพุ่งพล่านของตน ก่อนจะอุ้มจูเชวี่ยไปยังห้องที่เขาใช้นอนพักเวลาทำงานหนักในห้องหนังสือ

"ข้าก็ต้องการเช่นนั้น ท่านแม่ทัพตัวน้อยของข้า" นางกล่าวพลางยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอาแขนโอบกอดรอบคอหนา เพื่อรับบทลงทัณฑ์ที่ตนเป็นคนกระทำให้มันเกิดขึ้นมา

ในค่ำคืนนั้น เมื่อหวังเหล่ยวางนางลงที่ตั่งนอนตัวยาว ที่มีผ้าบุนวมนุ่มสบายอย่างเบามือ เขาก็จูโจมโดยการคร่อมร่างของนางก่อนจะประกบริมฝีปากอย่างร้ายกาจ นางก็ไม่อิดออดให้เสียเวลา ก็จูบตอบอย่างเหลือร้าย จนเขาแทบอยากจะจับนางมาตีเสียหลายๆที หากไปกระทำกับผู้อื่น

เพียงแค่ตีหรือ ใช่! แต่บุรุษผู้นั้นจะต้องตาย

เมื่อผละจูบออกยันกายขึ้นมองริมฝีปากบวมช้ำ มันช่างอิ่มเอมและน่าหลงใหลยิ่ง

เขาใช้นิ้วเรียวยาวเกลี่ยริมฝีปากนางอยากเบามือ

"ปากเจ้าบวมช้ำยิ่ง" เขาเอ่ยอย่างเหม่อลอย

"ไม่ใช่เพราะเจ้าหรือ" นางที่หอบหายใจน้อยๆ กล่าวอย่างเหน็บแนม

"อืม" หวังเหล่ยยอมรับแต่โดยดี ก่อนจะเลิกสนใจริมฝีปากนั้นแล้วฝังใบหน้าอันหล่อเหลาเข้าที่ซอกคอหอมกรุ่นก่อนจะประทับจูบสร้างร่องรอยสีกุหลาบมากมาก

สาบเสื้อที่หลุดหลุ่ยของจูเชวี่ยที่เคยมีบนร่างงาม บัดนี้กลับหายไปอย่างรวดเร็ว ด้วยฝีมือของคนที่คร่อมอยู่บนร่างนาง

เรือนร่างงดงามสมส่วน ที่เห็นกี่ครั้งก็ยังต้องกลืนน้ำลาย มันช่างเย้ายวน ไม่รอช้า มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบฆ่าฟันสัตรูมาตลอด4ปี ก็กอบกุมดอกบัวคู่งามเต็มไม้เต็มมือเบาบ้างแรงบ้างสลับไป

"อ๊ะ อือ.......หวังเหล่ย" จูเชวี่ยที่โดนปลนเปรอร้องครางพลางบิดเร้าร่างกายอย่างกระสัน มือทั้งสองจิกทึ้งผ้าปูจบยับไปหมด

หวังเหล่ยที่ยังมีอาภรณ์คลุมกายอยู่อย่างครบถ้วน ก็ลุกขึ้นปลดผ้าคาดเอว คลายสาบเสื้อเผยให้เห็นอกแกร่ง หน้าท้องที่มีลอนสวย และอาวุธร้ายที่ตื่นตัวเต็มที่

จูเชวี่ยกลืบน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างรำบาก เมื่อได้เห็นแท่งหยกขนาดใหญ่ใกล้ๆเช่นนี้

หวังเหล่ยยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นใบหน้าที่จูเชวี่ยแสดงออกมาอย่างขบขัน ก่อนจะกลับไปทาบทับจูเชวี่ยอีกครา

นิ้วร้ายของมือข้างหนึ่ง แตะเข้าที่เนินเนื้อสาว ก่อนจะกรีดกายชำแลงนิ้วเข้าไปอย่างชำนาญ ก่อนจะสาวนิ้วเข้าเป็นจังหวะเข้าออกเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสิ่งที่ใหญากว่ามาก

"อ๊ะ ตรงนั้น" จูเชวี่ยกระตุกเกรงเมื่อนิ้วของหวังเหล่ยโดนจุดกระสันเข้าอย่างจัง ทำให้นางเสร็จสมในทันที

หวังเหล่ยที่ชักมือออก ที่นิ้วมีน้ำหวานสีใสชโลมอยู่ทั่วนิ้ว เขาใช้ลิ้นเลียกินน้ำหวานนั้นที่นิ้วราวกับกระหาย จูเชวี่ยที่นอนหายใจระรัว มองด้วยใบหน้าที่แดงจัด

ก่อนจะส่งเสียงร้องครางแสนหวานหูออกมาเมื่อแท่งหยกร้ายชำแลงฝ่าเข้ามาสำรวจภายในถ้ำสาวในครั้งเดียว แม้จะไม่เจ็บปวดเช่นครั้งแรก แต่ก็ยังคงจุกเล็กน้อย เพราะหวังเหล่ยดันมามิได้เบาเลยแม้แต่นิดเดียว

เมื่อดันเข้าจนสุด หวังเหล่ยได้ค้างไว้สักพัก ก่อนจะเริ่มขยับอย่างเนือบนาบ จนกลายเป็นถี่รัวแทน

"อ๊ะ.....อ่า หวังเหล่ย ข้า อึก" นางพูดเสียงติดขัดราวกับจะขาดใจ ก่อนจะโน้มศรีษะของหวังเหล่ยมากดจูบอย่างแนบแน่น

หวังเหล่ยยกร่างงามขึ้นมานั่งบนตักแกร่ง ทั้งๆสิ่งที่เชื่อมกันมิได้หลุดออก ทำให้ดอกบัวคู่งาม มาประจักษ์แก่สายตาของเขา ช่างล่อตาล่อใจ จนอดไม่ได้ที่จะใช้ปากครอบครองยอดประทุมงาม

นางที่เสียวซ่านเหลือคณา เพราะท่านี้มันทำให้แท่งหยกเข้ามาในกายนางลึกขึ้นจนแทบสิ้นสติ

หวังเหล่ยเริ่มขยับกายอีกครั้งโดยการรั้งบั้นท้ายงามงอนไว้ แต่มีหรือนางจะยอม นางกับกระแทกสวนได้อย่างร้ายกาจ จนทำให้เขาคำรามเสียงต่ำอย่างเสียวซ่าน

เมื่อเขาและนางต่างไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายก็ระเบิดพรั่งพรูความสุขสมโผลเข้ากายกอดกันและกัน ก่อนที่ธารแห่งชีวิต จะถูกพ่นใส่ถ้ำสาวของนางจนล้น

เมื่อเสร็จกิจกาม หวังเหล่ยก็ถอดถอนกายออก ก่อนจะอุ้มจูเชวี่ย เพื่อชำระร่างกาย แล้วนอนกอดกันหลับใหลเช่นทุกครา

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น