ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 6 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 6 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 98.6k

ความคิดเห็น : 408

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2562 05:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 11,300
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 6 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 6 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                         

                

 

 

“ตั้งแต่เมียมึงกลับมา แลดูเหมือนมึงจะอารมณ์ดีจังเลยนะ” คีทอดไม่ได้ที่จะแซวเพื่อนตัวเอง นันยักไหล่เล็กน้อย 

 

“กูก็แค่ร้องเพลงเล่น ตอนนี้เพลงอะไรติดหูกูก็ฮัมเล่นก็ร้องเล่นตลอดแหละ” นันตอบด้วยท่าทีปกติไม่ได้คิดอะไร 

 

“สาบานว่ามึงไม่ได้ร้องเพลงจีบเมีย” คีทแซวอีกครั้ง แม็คนั่งเงียบเพราะรู้สึกเขินอยู่ เนื่องจากอยู่ต่อหน้าคีท  

 

“ทำไมต้องจีบ กูได้มันมาเป็นเมียแล้วจะจีบทำไม” นันตอบพร้อมกับมองหน้าแม็คยิ้มๆ 

 

“อ่าว ก็กูนึกว่ามึงอยากจีบเพื่อชดเชยที่มึงข้ามขั้น เอาเค้ามาเป็นเมียก่อนไง” คีทบอกกลับไป ยิ่งทำให้แม็คร้อนหน้ากว่าเดิม แม็คไม่ได้โกรธที่เพื่อนของนันจะรู้ลึกว่าเขากับนันได้กัน คบกันได้เพราะอะไร เพราะเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว เขาเคยเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แล้วก็รู้ว่ามันไม่ได้ทำให้มีอะไรดีขึ้นมาเลย ยิ่งทำให้ตัวเองทุกข์มากกว่าเดิมเสียอีก 

 

“ไงมึง อยากให้กูจีบมั้ย” นันแกล้งถามแม็คขึ้นมาบ้าง  

 

“จีบบ้าอะไร ถ้าคนอย่างมึงมาเริ่มจีบเนี่ย ขนลุกตายห่า” แม็คว่ากลับไปเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน 

 

“อืม กูว่ามึงสองคนอย่าจีบกันเลยดีกว่าว่ะ ถ้าจะจีบ รอให้กูกลับก่อน” คีทพูดขัดออกมา แม็คเม้มปากกลั้นยิ้มเขิน นันก็หัวเราะขำในลำคอ แล้วปล่อยให้คีทสักต่อ โดยมีแม็คนั่งมองอย่างสนใจ จริงๆแม็คก็รู้สึกปลื้มเหมือนกัน ที่นันสักชื่อของเขา มันทำให้แม็คมั่นใจว่านันจริงจังกับเรื่องของเขาสองคนมากแค่ไหน  

 

“อยู่แดกเบียร์ด้วยกันก่อนมั้ยมึง หรือว่าต้องขออนุญาตผู้ปกครองก่อน” นันพูดแล้วยิ้มล้อๆ คีทเหลือบมองเพื่อนตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร  

 

“มึงสักแล้วจะกินเครื่องดื่มแอลกฮอลล์ได้เหรอวะนัน” แม็คถามอย่างเป็นห่วง 

 

“กินได้ กูดูแลตัวเองเป็นน่า ไม่ต้องห่วงหรอก” นันใช้มืออีกข้างไปโยกหัวคนรักไปมา แม็คก็พยักหน้ารับ คีทใช้เวลาสักพอสมควร ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย ผิวรอบๆรอยสักแดงนิดหน่อย แต่นันก็รู้วิธีการดูแลรักษารอยสักที่เพิ่งสักเสร็จแรกๆเป็นอย่างดี คีทก็เอาผ้ามาพันปิดเอาไว้ก่อนตามขั้นตอนที่เคยทำมา 

 

“มึงอย่าเพิ่งไปทำรถนะเว้ย เดี๋ยวโดนพวกน้ำมันเครื่องแล้วมันจะติดเชื้อ” คีทเตือนเรื่องนี้เอาไว้ก่อน  

 

“เออว่ะ กูลืมไปเลย ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้พวกนั้นมันทำ แล้วกูไปยืนดูอีกที” นันตอบกลับ  

“ตกลงว่าไง จะอยู่แดกเบียร์กับกูมั้ย” นันถามเพื่อนตัวเองอีกครั้ง 

 

“ขอเอาของไปเก็บที่รถก่อน แล้วจะบอกอีกที” คีทตอบแล้วเก็บของๆตัวเอง เพื่อเดินออกไปที่รถ  

 

“คีทต้องขออนุญาตใครวะ” แม็คถามด้วยความอยากรู้ 

 

“ขี้เสือกเหมือนกันนะมึงน่ะ” นันแกล้งว่าคนรักกลับไป  

 

“กูติดจากมึงมานั่นแหละ น่า บอกหน่อยดิวะ” แม็คโวยกลับไป นันก็หัวเราะขำเบาๆ 

 

“ก็...ผัวมันมั้ง” นันพูดออกมา ทำให้แม็คนิ่งอึ้งไปนิด ก่อนจะส่ายหน้า 

 

“มึงอย่ามาอำกูหน่อยเลยนัน มึงดูเพื่อนมึงดิ๊ คีทมันแม่งไทป์ผัวชัดๆ จะไปเป็นเมียใครได้ไง” แม็คค้านออกมาด้วยความที่ไม่อยากจะเชื่อ เพราะคีทรูปร่างสูงโปร่ง อาจจะดูผอมกว่านันนิดหน่อย มีรอยสักแทบทั้งตัว ใบหน้าหล่อแบบร้ายๆ แม็คยังแอบคิดว่าอย่างคีทเหมาะที่จะมีแฟนตัวเล็กๆน่ารักๆ  

 

“แล้วเมื่อก่อน มึงคิดว่าตัวมึงไทป์ผัวมาตลอด แล้วเป็นไง ตอนนี้มึงก็เป็นเมียกูไม่ใช่เหรอวะ” นันย้อนกลับมา ทำให้แม็คชะงักนิ่งไปนิด ก่อนจะเริ่มเห็นด้วยไปทีละนิด 

 

“เออว่ะ” แม็คตอบกลับไป นันหัวเราะในลำคอเบาๆ  

 

“ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของมันหรอกน่า ถ้ามันอยากให้ยุ่ง อยากให้รู้ เดี๋ยวมันบอกเอง กูพูดได้แค่ว่า ผู้ปกครองของมัน ไม่ใช่คนที่พวกเราจะเข้าไปยุ่งด้วยได้ เพราะฉะนั้น เลิกเสือกนะครับ คุณชาย” นันแกล้งว่าแม็คในตอนท้าย 

 

“ไม่เสือกก็ได้วะ กูไปนอนเล่นกับปลาดีกว่า” แม็คพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน 

 

“ปลาคือใคร” นันถามเสียงเข้ม แต่ริมฝีปากยกยิ้ม แม็ครู้ได้ทันทีว่าคนรักถามเพื่อกวนประสาทเขา 

 

“ปลาที่เป็นสัตว์ ที่อยู่ในบ่อเว้ย ไม่ใช่คน แม่ง กวนตีน” แม็คโวยใส่คนรัก ก่อนจะเดินแยกไปทางประตูด้านข้างของบ้าน เพื่อไปนอนเล่นที่บ่อปลาที่สวนข้างบ้าน ส่วนนันนั่งรอคีทอยู่สักพัก คีทก็เดินกลับเข้ามา 

 

“เดี๋ยวกูอยู่แดกด้วย แต่ตอนนี้ขอนอนพักหน่อย” คีทพูดด้วยน้ำเสียงปกติ 

 

“ขออนุญาตแล้วดิ” นันแกล้งแซว เลยโดนเพื่อนปาหมอนอิงใส่ นันหัวเราะออกมาเบาๆ 

“งั้นมึงก็นอนไป กูไปกวนไอ้แม็คต่อดีกว่า” นันพูดขึ้น ก่อนจะเดินตามคนรักไปบ้าง ส่วนคีทก็นอนเล่นอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก 

.. 

.. 

“อะไร” แม็คที่นอนคว่ำหนุนหมอนใบใหญ่ เอามือไปวักน้ำเล่นหันมาถามนันอย่างงงๆ ว่านันเดินมาทำอะไร 

 

“ทำไม กูอยากมานอนเล่นแถวนี้บ้างไม่ได้รึไง บ้านกูนะ” นันตอบยิ้มๆ แม็คมองค้อนเล็กน้อย ก่อนที่นันจะล้มตัวลงนอนโดยหนุนหลังของแม็คเอาไว้ 

 

“ไอ้นัน มันหนัก” แม็คโวยออกมาไม่จริงจังนัก พร้อมกับดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมา นันก็หัวเราะขำ 

 

“ทีกูทับทั้งตัวยังไม่ร้องว่าหนักเลย.. อยู่เฉยๆ” นันพูดเสียงดุในตอนท้าย แม็คแอบด่าเบาๆในลำคอ แต่ก็ยอมหยุดดิ้น นันเองก็แค่แกล้งทับเท่านั้น เขาขยับตัวไปนอนคว่ำอยู่ข้างๆแม็ค โดยตัวเกยกันเล็กน้อย 

 

“ไว้หาวันว่างล้างบ่อปลากัน” นันพูดชวนขึ้นมา 

 

“แต่มือมึงยังล้างอ่างปลาไม่ได้” แม็คค้านขึ้น เพราะในบ่อมันก็มีสิ่งสกปรกอยู่บ้าง ทั้งการหมักหมมของเศษอาหาร ทั้งขี้ปลา 

 

“ใครบอกว่ากูจะล้าง กูจะให้มึงล้างคนดียว” นันกวนกลับไป แม็คเลยเอาศอกไปกระทุ้งสีข้างคนรัก นันก็หัวเราะเบาๆ  

 

“ทำไมตอนที่คอลวิดิโอกัน มึงไม่ค่อยยิ้ม ไม่ค่อยหัวเราะแบบตอนนี้เลยวะ” แม็คถามถึงตอนที่เขาสองคนอยู่ห่างกัน แล้วคอลวิดิโอคุยกัน แม็ครับรู้ได้ว่านันมักจะมีสีหน้าเคร่งเครียด ถึงจะยิ้มจะหัวเราะ แต่มันก็ไม่ได้ดูสุดเหมือนที่เห็นในช่วงนี้  

 

“ถามตัวมึงเองสิ มึงเองก็ไม่ต่างจากกูเหมือนกัน” นันย้อนถามกลับไปบ้าง แม็คนิ่งเงียบไปนิด ถ้าจะให้เขาตอบ ก็เป็นเพราะเขาต้องอยู่ห่างบ้าน ห่างคนรัก ห่างพ่อ เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกแต่พอมาคบกับนัน แม็คก็รู้สึกได้ว่า ตนเองโหยหาและคิดถึงนันและพ่อมากแค่ไหน  

 

“มึงจะบอกว่าเพราะมึงคิดถึงกูมาก ห่วงกูมากก็เลยดูเครียดๆใช่มั้ยวะ” แม็คถามกลับไปตรงๆ นันยกยิ้มนิดๆ 

 

“แปลว่ามึงก็คิดถึงกูมาก ห่วงกูมากเหมือนกันงั้นสิ” นันถามกลับไป แม็คหันมามองหน้าคนรัก 

 

“เออ กูคิดถึงมึง ห่วงมึง ทำไม ไม่ได้รึไง” แม็คย้อนกลับมาเสียงขุ่นนิดๆ นันยกยิ้มอย่างพอใจ เขาพลิกตัวนอนหงาย แล้วดึงแม็คให้มานอนเกยอกแกร่งของเขา แม็คเลยได้ทีเอาหัวฟุบไปบนอกแกร่งของคนรัก จนเขาได้ยินเสียงหัวใจของนัน 

 

“กูให้สิทธิ์มึงทุกอย่างแหละ จะคิดถึง จะห่วง จะหวง แต่มึงเองก็ต้องรักษาสิทธิ์ตัวเองไว้ด้วยละกัน อย่าทำอะไรให้กูต้องหัวร้อน เข้าใจมั้ย” นันพูดกลับไปเสียงจริงจัง 

 

“รู้แล้วน่า มึงก็เหมือนกัน ไม่ใช่เตือนแต่กู” แม็คว่าย้อนกลับไป นันยกยิ้มเล็กน้อย แล้วทั้งสองคนก็เงียบกันไปสักพัก  

“เราสองคนคุยกันเหมือนกูจะกลับไปที่นั่นวันนี้พรุ่งนี้เลยเนอะ” แม็คพูดขึ้นมา นันก็หัวเราะขำ พร้อมกับแม็ค ทั้งสองคนนอนคุยนอนเล่นกันอยู่ที่บ่อปลาสักพัก คีทก็เดินเข้ามาสมทบ 

 

“จีบกันอยู่รึเปล่าวะ ถ้าจีบกันกูจะได้กลับเข้าไปในบ้าน” คีทแกล้งถามขึ้นมา 

 

“ไม่ได้จีบอะไรกันสักหน่อย แค่คุยกันเฉยๆ” แม็คขยับลุกนั่ง นันเลยขยับหัวมานอนหนุนตักของแม็คแทนหมอน คีทก็นั่งลงที่พื้นไม้ข้างบ่อปลา  

 

“ปลาตัวนั้นตัวใหญ่ดีว่ะ เอาไปย่างเกลือแกล้มเบียร์ได้มั้ย” คีทชี้ไปที่ปลาตัวหนึ่ง แม็คหน้าเหวอทันที 

 

“บ้า นั่นมันปลาคราฟนะเว้ย จะเอาไปย่างเกลือได้ไง” แม็คโวยขึ้นทันที คีทก็หัวเราะขำ 

 

“มึงนี่ก็แกล้งง่ายดีเนอะ ไอ้คีทมันพูดเล่น มึงนี่เถียงจริงจังมาก” นันว่าออกมาอย่างขำๆ พร้อมกับยื่นมือไปบีบปากแม็คอย่างมันเขี้ยว แม็คก็ตีมือของนันกลับไป 

 

“ก็คีทแม่งทำหน้าจริงจังนี่หว่า ปกติเห็นไม่ค่อยพูด เอาเข้าจริงๆ ก็กวนตีนไม่ต่างจากมึงเลย” แม็คได้ทีว่ารวมทั้งสองคน  

 

“ไม่งั้นกูสองคนจะเป็นเพื่อนกันได้เหรอวะ” นันถามกลับไป คีทก็ยกยิ้มนิดๆ แล้วนั่งคุยกันเรื่องปลาต่ออีกหน่อย จนได้เวลา นันจึงชวนแม็คกับคีทไปสนามแข่งรถด้วยกัน พร้อมกับให้คนไปซื้อเครื่องดื่มและอาหารมาให้ที่สำนักงานในสนามแข่งด้วย 

“นั่งเล่นกับไอ้คีทไปก่อน กูจะไปตรวจสนาม” นันพูดขึ้น เพราะจะต้องเช็คสนามอีกครั้ง ก่อนจะเปิดให้คนเข้ามา แม็คพยักหน้ารับ พอนันแยกไปแล้ว แม็คก็ไปนั่งดูบัญชีของนันรอไปเรื่อยๆ 

 

“แม็ค” อยู่ๆคีทที่นั่งเล่นมือถือก็เรียกแม็คขึ้นมา แม็คเงยหน้ามามอง 

 

“ว่า” แม็คขานรับไปสั้นๆ 

 

“กูถามอะไรหน่อย มึงอยู่ห่างกับไอ้นันหลายเดือน มึงเคยระแวงมันบ้างมั้ย” คีทถามขึ้น ทำให้แม็คนิ่งไปนิด พร้อมกับมองผ่านกระจกสำนักงานมองไปที่นัน ที่ยืนสั่งงานลูกน้องอยู่ด้านนอก 

 

“จะบอกว่าไม่ระแวงเลยก็จะดูเหมือนโกหกไป มึงก็รู้ว่าเพื่อนมึงต้องเจอคนมากมาย แล้วก็มีหลายคนที่อยากจะได้มัน” แม็คบอกออกมาตรงๆ  

“แต่พอกูมานั่งคิดถึงสิ่งที่มันทำให้กู กูก็เลยตัดเรื่องนี้ออกไปจากใจได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่หมดก็เหอะ อ่อ แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งที่กูระแวงเรื่องไอ้นัน เพื่อนกูที่ชื่อโอมก็บอกกับกูว่า ต่อให้กูกลับมาอยู่กับไอ้นันตลอดเวลา ถ้าไอ้นันมันจะไปมีใคร กูก็ห้ามไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่าคิดให้ตัวเองทุกข์ อยู่ไกลหรืออยู่ใกล้ ถ้าคนจะไปก็ต้องปล่อยไป” แม็คพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

 

“แล้วไอ้นันมันรู้มั้ย ว่ามึงเคยระแวงเรื่องมัน” คีทถามต่อ 

 

“ไม่น่าจะรู้ว่ะ กูไม่บอกหรอก ไม่อยากให้มันรู้ด้วย เพื่อนมึง พอรู้ว่ากูระแวง เดี๋ยวก็หาเรื่องแกล้งกูอีก” แม็คบ่นออกมาในตอนท้าย คีทหัวเราะขำออกมาเบาๆ  

“ทำไมมึงถึงถามกูเรื่องนี้ล่ะ หรือว่ามึงมีแฟนอยู่ไกลกันเหมือนกัน” แม็คได้ทีหาเรื่องแกล้งถามคีท คีทยกยิ้มอย่างรู้ทัน  

 

“ตรวจบัญชีต่อเหอะ กูอยากรู้แค่นั้นแหละ” คีทตอบกลับยิ้มๆ แม็คแอบหมั่นไส้คีทเล็กน้อย ที่ไม่ยอมพูดเรื่องของตัวเองบ้าง แต่แม็คก็ไม่เซ้าซี้อะไรต่อ เขานั่งตรวจบัญชีของนันต่อ จนนันเดินกลับเข้ามา พร้อมกับไว โดยถือเครื่องดื่มและอาหารเข้ามาด้วย 

 

“แม็คไปเอาจานมาใส่อาหาร” นันสั่งออกมาทันที แม็คก็เดินไปเอาจานในตู้ใกล้ๆมาอย่างรู้หน้าที่  ส่วนไวก็ไปเตรียมพวกแก้วและกระติกใส่น้ำแข็ง เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม นัน แม็ค คีท รวมทั้งไวก็นั่งดื่มนั่งกินอาหารไปด้วยกัน สักพักสนามก็พร้อมให้คนเข้ามาใช้บริการ นันคุยกับคีทเรื่องเปิดเต็นท์รถ ส่วนแม็คก็นั่งกินไปเงียบๆ  

 

“นัน กูว่ามึงอย่าเปิดเต็นท์รถดีกว่า” อยู่ๆแม็คก็พูดขัดขึ้นมา ทำให้นันกับคีทหันมามองแม็คทันที ส่วนไวก็มองแม็คอย่างงงๆ 

 

“ทำไม” นันถามกลับ แม็คอมยิ้มนิดๆ เพราะอยู่ๆเขาก็เพิ่งคิดได้เมื่อกี้ว่า.. 

 

“ไปเปิดค่ายเพลงเหอะ ตั้งแต่กูกลับมากูรู้จักเพลงแปลกๆ จากมึงหลายเพลงแล้วนะ” แม็คตอบออกมายิ้มๆ 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

 

“เดี๋ยวนี้หัดกวนตีนนะมึง” นันผลักหัวของแม็คอย่างขำๆ

 

“ก็กวนตามมึงนั่นแหละ” แม็คเถียงกลับไป ก่อนที่พวกเขาจะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอก

 

“เดี๋ยวผมไปดูเองเฮีย” ไวบอกออกมาก่อนจะเดินออกไปด้านนอก ส่วนแม็คก็ขยับไปเปิดผ้าม่านมองออกไป

 

“หือ เด็กตีกัน” แม็คพูดขึ้น นันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

 

“กูกำลังอารมณ์ดี ก็เสือกมีเรื่องให้หงุดหงิดอีก” นันบ่น ก่อนจะลุกเดินไปที่ตู้หลังโต๊ะทำงาน พร้อมกับไขตู้เอาปืนออกมาเหน็บที่ขอบกางเกงด้านหลัง

 

“เดี๋ยว! ถึงขั้นต้องใช้ปืนเลยเหรอ” แม็ครีบถามคนรัก พร้อมกับลุกมายืนดักไว้

 

“แค่เอาไปขู่เท่านั้น เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน มึงอยู่ในนี้ ไม่ต้องออกไป กูไปจัดการก่อน เบื่อไอ้พวกเด็กห้าวนี่จริงๆ” นันบ่นออกมาก่อนจะเดินออกไป แม็คทำท่าจะตามไปด้วย

 

“ปล่อยให้ไอ้นันมันจัดการเหอะ ขืนมึงออกไปด้วย มันจะห่วงหน้าพะวงหลังเสียมากกว่า” คีทเตือนออกมา แม็คยืนลังเล็กสักครู่ เพราะเขาเองก็ห่วงคนรัก แต่ก็ไม่อยากออกไปวุ่นวายให้นันเป็นห่วง แม็คเลยไปยืนดูตรงหน้าต่างกระจก เขาเห็นนันเดินเข้าไปในกลุ่มที่กำลังทะเลาะกัน ดูเหมือนว่าจะตีกันไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ลูกน้องของนันเข้าไปแยกไว้แล้ว

 

“จริงๆกูก็อยากให้มันเลิกทำสนามแข่งรถเหมือนกันนะ” แม็คพูดขึ้นมาลอยๆ

 

“ทำไม” คีทถามกลับ

“ก็เนี่ย มึงเห็นมั้ยล่ะ ชอบมีพวกที่ไม่เคารพกฎมาสร้างความวุ่นวายตลอด ครั้งก่อนมันก็เคยโดนลูกหลงหัวแตกไปแล้ว กูไม่อยากให้มีเรื่องอะไรร้ายแรงกว่านี้” แม็คพูดในสิ่งที่เขากังวลและเป็นห่วง

“กูเข้าใจ แต่มึงก็ต้องเชื่อใจในตัวไอ้นันด้วย มันเอาตัวรอดได้ มันดิ้นรนด้วยตัวเอง ทำทุกอย่างด้วยตัวเองมาตลอด มันรู้ดีว่ามันต้องทำยังไง” คีทพูดให้แม็คคลายความกังวลใจ แม็คมองไปที่นันแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะกลับมานั่งกินอาหารต่อ ไม่นานนักนันก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

“เป็นไง” คีทถามขึ้นสั้นๆ นันนั่งลงข้างๆแม็คเหมือนเดิม

“ตีกันเพราะแย่งหญิง”นันบอกอย่างเซ็งๆ แล้วส่ายหน้าไปมา

“ไม่มีอะไรร้ายแรงใช่มั้ย” แม็คถามเพื่อความแน่ใจ นันก็ยกยิ้มนิดๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ แม็คจึงไม่ถามอะไรอีก แล้วก็นั่งคุยนั่งกิน นั่งเล่นกันต่อ จนคีทแยกตัวกลับ นันก็พาแม็คกลับไปนอนพักผ่อนเช่นเดียวกัน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“มึงจะไปส่งกูใช่มั้ย” แม็คถามขึ้นในช่วงเช้าของวันใหม่ เพราะวันนี้เขาจะเข้าไปช่วยพ่อตนเองที่ออฟฟิศจึงตื่นแต่เช้ามาอาบน้ำแต่งตัว

“อืม เดี๋ยวกูกับไอ้ไวจะไปดูรถกันต่อ บ่ายๆจะเข้าไปหา”นันพูดขึ้นขณะที่อาบน้ำเสร็จแล้วและกำลังจะใส่กางเกง

“หืม” แม็คส่งเสียงออกมาในลำคอ เมื่อเห็นนันเอากางเกงยีนส์ที่เขาซื้อมาเมื่อวาน มาใส่ ที่แม็คแปลกใจ เพราะแม็คยังไม่ได้นันเลยว่าเขาแอบซื้อมาให้นัน แม็คแอบเอาไปใส่ในตู้เสื้อผ้า ทั้งถุง เพราะรู้ว่ายังไงนันก็ไม่ไปเปิดดูแน่ๆ แต่กลายเป็นผิดคาดไปหน่อย

“ทำไม มึงซื้อมาให้กูไม่ใช่รึไง” นันถามพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก แล้วสวมกางเกงยีนส์ทันที

“มึงรู้ได้ไงว่ากูซื้อมาให้มึง” แม็คแกล้งถามกลับไป

“มึงไม่ได้ใส่ไซส์นี้” นันตอบกลับ ตอนแรกเขาก็สงสัยว่าทำไมแม็คไม่เอากางเกงออกมาจากถุง ตอนที่ขึ้นมาอาบน้ำก่อนสักเมื่อวาน เขาทำถุงหล่นออกมาจากตู้แล้วกางเกงก็หล่นลงมาด้วย นันเห็นไซส์แล้วรู้ทันที ว่าแม็คซื้อมาให้เขาแน่นอน เพราะเขาจำได้ว่าแม็คใส่กางเกงไซส์อะไร

“ไม่คิดว่ากูจะซื้อให้คนอื่นบ้างเหรอ” แม็คแกล้งถามกลับไปอีก นันยกยิ้มร้าย

“มึงจะไปซื้อให้ใครได้ กล้าซื้อให้คนอื่นโดยไม่บอกกูมั้ยล่ะ” นันถามกลับไป แม็คชะงักไปนิด เพราะมันก็จริงอย่างที่นันว่า

“แล้ว..ใส่พอดีมั้ยล่ะ กูซื้อเพิ่มมา 1 ไซส์ เพราะรู้สึกว่ามึงจะตัวใหญ่ขึ้น” แม็คพูดเสียงแผ่วในตอนท้าย

“พอดีเป๊ะ เก่งนี่หว่า รู้ด้วยว่าต้องซื้อไซส์ไหน” นันชมออกมายิ้มๆ เขาพอใจกับการที่แม็คใส่ใจในรายละเอียดแบบนี้

“แล้วมึงไม่คิดจะซักก่อนใส่บ้างรึไง” แม็คถามพร้อมกับมองกางเกงที่นันใส่อย่างพอใจ เพราะมันดูดีและเหมาะกับนันอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ

“ใครเค้าซักกัน แล้วนี่กูควรจะดีใจมั้ยที่มึงซื้อให้ ทำไมกูรู้สึกว่ากูซื้อเอง เพราะเอาเงินกูจ่าย” นันถามกลับไปอย่างขำๆ พร้อมกับหยิบเสื้อยืดธรรมดามาสวม

“มึงให้เงินกูแล้วก็ต้องเป็นเงินกูสิ อีกอย่างกูก็เอาเงินส่วนตัวจ่ายเพิ่มไปด้วยเหมือนกัน” แม็คตอบกลับไป ทำให้นันผลักหัวคนรักอย่างหมั่นไส้ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันลงมาจากห้องนอน นันให้ไวซื้อกับข้าวตอนเช้ามาให้แล้ว เขากับแม็คนั่งกินแล้วรีบออกไปโดยมีไวเป็นคนขับรถให้ จนมาถึงออฟฟิศของพ่อแม็ค

“มึงรอกูแป๊บนะไอ้ไว เดี๋ยวกูเข้าไปหาพ่อก่อน” นันพูดกับไว ก่อนจะช่วยแม็คถือขนมของฝากที่ซื้อมาให้พนักงานในออฟฟิศของพ่อตนเอง ทันทีที่แม็คเดินเข้าไปด้านใน เสียงทักทายด้วยรอยยิ้มก็ดังขึ้น แม็คก็ยิ้มรับพร้อมกับส่งขนมให้

“สวัสดีครับพี่ดาว” แม็คส่งเสียงทักทายเลขาพ่อตนเอง

“คุณแม็ค พี่เพิ่งคุยกันกับพวกนั้นเมื่อวานว่าคุณแม็คจะเข้ามาวันไหน สวัสดีค่ะคุณนัน” ดาวพูดขึ้น พร้อมกับหันมาทักทายนันอย่างเป็นกันเอง เพราะนันเข้ามาช่วยงานพ่อของแม็คเป็นระยะ เลยสนิทสนมกับทุกคนเหมือนกัน

“สวัสดีครับ พ่อมาแล้วใช่มั้ย” นันถามกลับไป

“ค่ะ อยู่ในห้องทำงาน” ดาวตอบกลับมา แม็คเลยส่งของฝากไปให้ หญิงสาวขอบคุณยกใหญ่ ก่อนที่แม็คกับนันจะเข้าไปในห้องทำงานของกิจจา พ่อของแม่เงยหน้ามามองประตู เมื่อได้ยินเสียงเคาะและมีคนเปิดเข้ามา

“ไง มาช่วยงานใช่มั้ย” พ่อของแม็คถามขึ้น

“ครับ พาเด็กมาส่ง แต่ผมไม่ได้อยู่ด้วยนะครับ ว่าจะไปดูเรื่องรถสักหน่อย” นันเป็นคนตอบกลับไป

“อืม ได้ๆพอดีเลย พ่อจะเข้าไปดูโรงงาน แกเข้าไปกับพ่อเลยมั้ย” กิจจาถามลูกชายตัวเอง

“ก็ได้ครับ มึงจะไปเลยใช่มั้ย” แม็คตอบรับพ่อตนเองแล้วหันไปถามนัน นันพยักหน้ารับ

“อืม จะไปเลย มีอะไรก็โทรหากูละกัน คงไม่ได้เข้ามากินข้าวเที่ยงด้วย” นันบอกให้แม็ครับรู้ไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องรอ แม็คก็พยักหน้ารับ ก่อนที่นันจะขอแยกไป ส่วนแม็คก็เข้าโรงงานกับพ่อของตนเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อน แม็คคงไม่เข้ามาเหยียยบในส่วนของโรงงาน แต่วันนี้เขาต้องเข้ามาเพื่อศึกษาการทำงานให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้มาช่วยงานพ่อตนเองได้หลายๆอย่าง พอตรวจโรงงานเสร็จ แม็คก็กลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง เขาช่วยตรวจเอกสารเท่าที่จะทำได้

ตึ้ดดด

//คุณแม็คคะ ท่านประธานเรียกพบในห้องทำงานค่ะ// เสียงจากเครื่องตอบรับภายในดังขึ้นจากเลขาของพ่อ แม็คกดขานรับ แล้วหันไปมองนาฬิกาก็เห็นว่าใกล้เที่ยงแล้ว แม็คคิดว่าพ่อของเขาคงจะชวนไปหาอะไรกินแน่ๆ แม็คเดินออกจากห้องทำงานของตัวเอง แล้วตรงไปยังห้องทำงานของพ่อ

“มีแขกอยู่ด้วยนะคะ” ดาวบอกก่อนที่แม็คจะเดินไปถึงประตูห้องทำงานของพ่อ

“อ่าว แล้วแบบนี้ผมเข้าไปได้เหรอครับ” แม็คถามกลับไปอย่างงงๆ เพราะคิดว่าพ่อของเขาคงคุยธุระกับแขกก่อน

“เข้าไปได้เลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าแขกที่มาจะอยากเจอคุณแม็คด้วย” ดาวตอบกลับ แม็คทำหน้างงว่าแขกที่ดาวพูดถึงเป็นใครกันแน่ เขาเลยเคาะประตูห้องทำงานพ่อตนเอง ก่อนจะเปิดเข้าไป แม็คมองไปที่โต๊ะทำงานของพ่อ แผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดสูทหรูทำให้แม็คขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะหันมา พร้อมกับยิ้มให้แม็ค แม็คชะงักไปนิด เมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“เอ่อ..สวัสดีครับ” แม็คยกมือไหว้อีกฝ่ายทันที

“พอดีเท็นเค้าเข้ามาคุย มาปรึกษาเรื่องโรงงานของเราน่ะ” พ่อของแม็คพูดขึ้น

“ครับ” แม็คตอบรับ เพราะไม่รู้จะพูดอะไร

“แล้วพอดีตอนนี้ใกล้พักเที่ยง เท็นเค้าชวนออกไปทานอาหารข้างนอก” พ่อของแม็คบอกออกมาอีก

“ใช่ครับ เดี๋ยวช่วงบ่ายพี่คงต้องรบกวนเรื่องพาชมโรงงาน เลยอยากจะเลี้ยงข้าวกลางวันตอบแทนก่อนน่ะครับ” เท็นบอกออกมา แม็คไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาโผล่ที่นี่

“พ่อไปด้วยมั้ยครับ” แม็คหันไปถามพ่อตัวเองทันที

“ไปด้วยสิครับ” เท็นเป็นฝ่ายตอบแทนให้ ทำให้แม็คโล่งใจไปหน่อย เพราะอย่างน้อยก็มีพ่อของเขาไปด้วย เพราะเขาเองไม่รู้จะคุยอะไรกับเท็น

“งั้นไปเลยมั้ยครับ” เท็นถามขึ้น พ่อของแม็คมองหน้าลูกชายพร้อมกับพยักหน้ารับ

“เดี๋ยวผมขอไปเอาของในห้องทำงานก่อนนะครับ” แม็คบอกออกมา ก่อนที่จะแยกกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองเพื่อหยิบกระเป๋าสะพายส่วนตัว พอออกมาจากห้องอีกทีก็เห็นพ่อตนเองยืนรออยู่

“เท็นไปรออยู่ที่รถน่ะ” พ่อของแม็คพูดขึ้น แม็คก็พยักหน้ารับ

“เท็นมาชอบแกรึเปล่า” พ่อของแม็คถามอย่างสงสัย แม็คหน้าเครียดลงทันทีเมื่อได้ยิน

“ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรหรอกครับ แต่พี่เค้าจะมาชอบผู้ชายด้วยกันเหรอพ่อ ดูท่าทางพี่เค้าสาวน่าจะติดเยอะ” แม็คพูดไปตามที่คิด

“ไม่ใช่อะไร พ่อแค่ถามเอาไว้ก่อน จะได้รู้ว่าต้องทำตัวยังไง แล้วจะได้เตรียมตัวคุยกับเจ้านัน ในกรณีที่เท็นมาชอบแกจริงๆ” พ่อของแม็คบอกออกมาเสียงจริงจัง เพราะไม่อยากให้ลูกชายมีปัญหากับคนรัก

“นันมันไม่มาหาเรื่องทะเลาะกับผมหรอกพ่อ” แม็คบอกออกไป ก่อนที่เขากับพ่อจะพากันเดินไปหาเท็นที่ยืนรออยู่ข้างรถหรู เท็นมีคนขับรถมาด้วย แต่เขาให้คนขับรถรอที่นี่เพราะเขาจะเป็นคนขับรถไปเอง

//อย่าลืมโทรบอกเจ้านันด้วยนะ พ่อไม่อยากให้มันมารู้ทีหลัง// พ่อของแม็คกระซิบบอกกับลูกชาย แม็คก็พยักหน้ารับ แม็คจำต้องนั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ ส่วนพ่อของเขาก็นั่งทางด้านหลัง

“ผมให้คนจองโต๊ะที่ห้องอาหารของโรงแรมไว้แล้ว คอนเฟิร์มว่าอาหารที่นั่นอร่อยทุกอย่างเลยครับ” เท็นพูดขึ้น

“ความจริงนั่งกินร้านอาหารแถวๆนี้ก็ได้นะครับ ไม่น่าลำบากไปจองโต๊ะที่โรงแรม” แม็คพูดขึ้น เท็นหันมามองแล้วยิ้มให้แม็ค

“พอดีพี่อยากพาแม็คกับคุณอาไปนั่งทานแบบสบายๆน่ะครับ” เท็นตอบกลับมา แม็คแอบคิดในใจว่านั่งที่ไหนก็สบายได้ทั้งนั้น พอคิดมาถึงตรงนี้ก็อดที่จะยิ้มขำออกมาไม่ได้ เมื่อนึกถึงว่าเขาซึมซับการใช้ชีวิตแบบนันมาเกือบทั้งหมดแล้ว เท็นหันมามองแม็คเห็นว่าแม็คยิ้ม เลยคิดไปว่าแม็คคงพอใจกับที่เขาบอกออกมา ไม่นานนักก็มาถึงโรงแรมหรูที่เท็นจองโต๊ะในห้องอาหารเอาไว้

“เดี๋ยวผมขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะครับ เดี๋ยวตามเข้าไป” แม็คพูดขึ้น เมื่อเดินเข้ามาที่หน้าห้องอาหาร เท็นพยักหน้ารับ ก่อนจะพาพ่อของแม็คเข้าไปก่อน แม็คเดินไปที่หน้าทางเข้าห้องน้ำ แต่เขาไม่ได้จะเข้า เขาหยิบมือถืออกมากดโทรหาคนรักของตัวเองทันที

(“ว่าไง”) เสียงทุ้มของนันดังขึ้น

“มึงจะเข้ามาที่กูตอนไหน” แม็คถามเกริ่นไปก่อน

(“ก็บอกไว้ว่าช่วงบ่ายไง มีอะไรรึเปล่า ว่าแต่กินข้าวรึยัง เที่ยงแล้วนะ”) นันถามกลับมา

“กำลังจะกิน มึงล่ะ” แม็คถามกลับไปบ้าง

(“กำลังจะไปหาข้าวกินเหมือนกัน”) นันตอบกลับ แม็คเม้มปากนิดๆ

“มึง..คือ..พี่เท็นเค้าเข้ามาที่ออฟฟิศ จะมาดูโรงงาน แล้วเค้าก็ชวนพ่อกูกับกูออกมากินข้าวข้างนอก” แม็คบอกให้นันรับรู้ ทางฝั่งของนันเงียบไปนิดเมื่อได้ยิน

(“กินที่ไหน”) นันถามกลับไป แม็คเลยบอกชื่อโรงแรมที่เท็นพามา

(“สัด ไปกินไกลจากที่กูอยู่ตอนนี้ด้วยนะ”) นันบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด เพราะถ้าจะให้เขาขับรถมาหาแม็คที่โรงแรมก็คงไม่ทันอยู่ดี

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนนี้งดเพลงก่อนนะคะ พักบ้างอะไรบ้าง ฮ่าๆๆ

ยอนิมจะไม่ได้อัพนิยายยาว 3 วันนะคะ พอดีจะไปถือศีลที่วัด

น่าจะกลับอีกทีคือวันที่ 30 ค่ะ 

ส่วนใครที่อยากรู้เรื่องของคีท รอนันแม็คจบก่อนน๊า แล้วจะมาต่อเรื่องของคีทกันค่ะ 

.. 

ปล. สามารถให้ดาวยอนิมได้แล้วนะคะ ^  ^ 

ความคิดเห็น