Bannkob
facebook-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 7 50%

คำค้น : น่ารัก, แสนซน, โรแมนติก, โคแก่, หญ้าอ่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 831

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2562 16:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 50%
แบบอักษร

 

บทที่ 7 

 

หลังจากคุยกับมงคลจนได้รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนในบ้านสิริภัทร์พอควรแล้ว ศรุตก็วางสายและมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสนรักยังยืนอยู่ใต้ต้นไม้และคอยปัดยุงที่มากัดไปด้วย เป็นภาพที่ดูน่าสงสารแต่ก็น่าขบขันไปด้วยในขณะเดียวกัน 

ชายหนุ่มคอยมองหล่อนอยู่เป็นระยะ เพราะถึงแม้ว่ารีสอร์ตแห่งนี้จะเป็นรีสอร์ตส่วนตัว แต่มืดๆ อย่างนั้นก็อดห่วงความปลอดภัยของหล่อนขึ้นมาไม่ได้ เขาจึงคอยมองอยู่เป็นระยะ จนกระทั่งเวลาผ่านไปใกล้ครบหนึ่งชั่วโมง เขาก็เห็นว่าแสนรักยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู หล่อนยืนอยู่ตรงนั้นอีกห้านาที แล้วจึงค่อยออกจากจุดที่ยืนอยู่ แสดงว่ากำหนดเวลาโดนลงโทษจบลงแล้ว 

เขาออกมาจากบ้านพักตั้งใจจะเดินไปหาหล่อน แต่ช่วงที่หันไปปิดประตูบ้านพักและหันกลับมา หล่อนก็หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ 

“ไวเป็นกระต่ายจริงเชียวแม่คนนี้” 

ศรุตพึมพำแล้วเดินไปยังชายหาดหน้าบ้านพัก ก่อนจะเดินเลียบชายหาดด้านหน้าเพื่อไปยังส่วนกลางของรีสอร์ต แต่พอเดินพ้นหน้าบ้านพักหลังที่อยู่ข้างๆ ที่ว่างอยู่ เขาก็ชะงักเล็กน้อยเมื่อเจอกับภูวนัยตรงนั้น! 

“ออกมาทำอะไรดึกดื่นตรงนี้ไม่ทราบ” 

“มีกฎข้อไหนเขียนไว้หรือว่าแขกที่มาพักไม่สามารถออกจากบ้านพักได้ในยามวิกาล” 

ชายหนุ่มถามกลับ ทำให้ภูวนัยแทบเดือด เพราะมีเรื่องไม่พอใจศรุตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ศรุตเป็นแขกของสินธรทำให้เขาทำอะไรไม่ค่อยสะดวก ภูวนัยนั้นเรียกว่าเกลียดศรุตเลยก็ว่าได้ เพราะสินธรมักเปรียบเทียบศรุตให้เขาฟังบ่อยๆ ว่าตอนที่ศรุตอายุเท่ากับภูวนัย มีความสามารถหลายด้านมากกว่า  

ในทางบวกมันก็เหมือนกับสินธรใช้ศรุตเป็นแรงผลักดันให้ภูวนัยต้องพยายามอย่างหนัก แต่ในทางลบแล้วมันทำให้เขายิ่งเกลียดศรุตมากเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองคนเคยมีปัญหาบาดหมางที่ผู้ใหญ่ไม่รู้ นั่นคือปัญหาหัวใจ  

ช่วงที่อยู่มหาวิทยาลัย ตอนนั้นศรุตเป็นรุ่นพี่ปีสี่อยู่คณะเดียวกับภูวนัยซึ่งยังเป็นเด็กปีหนึ่ง แต่แฟนของภูวนัยที่คบกันมาตั้งแต่มัธยมปลายเกิดไปชอบศรุตเข้า จนถึงขั้นบอกเลิกภูวนัย แล้วหันไปตามตื๊อตามแจกขนมจีบศรุต แต่ศรุตไม่ได้สนใจแฟนของเขามากไปกว่ามองว่าเป็นแค่รุ่นน้องคนหนึ่ง  

แฟนของภูวนัยเป็นคนที่มีอีโก้สูง เพราะหน้าตาดีและเรียนเก่ง แต่พอศรุตไม่สนใจก็ทำให้เจ้าตัวออกอาการไม่มั่นใจและรับไม่ได้ บวกกับผลสอบออกมาได้คะแนนตกต่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนถูกทางบ้านต่อว่าอย่างหนัก หาว่าไม่ใส่ใจการเรียน ถึงขั้นพูดไปว่าอนาคตจะหางานได้อย่างไร 

ความน้อยใจที่อะไรๆ ไม่เป็นไปตามที่หวัง แล้วก็ไม่กล้ามาขอคบกับภูวนัย เพราะเป็นฝ่ายทิ้งเขาไปตามตื๊อศรุตเอง เจ้าตัวจึงกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาสังเวยชีวิตและเขียนจดหมายขอโทษทุกคน  

การตายของหล่อนทำให้ภูวนัยที่ไม่ชอบศรุตอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ภูวนัยเกลียดศรุตยิ่งกว่าเดิมและโทษศรุตมาตั้งแต่วันนั้น ถ้าศรุตรับรักแฟนของตนเอง หล่อนคงไม่ตาย! 

ภูวนัยจึงหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับศรุต ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวอีกฝ่าย แต่เพราะไม่อยากเห็นหน้าให้เจ็บปวดและนึกถึงแฟนเก่าที่จากไปมากกว่า จนกระทั่งมีงานเปิดตัวรีสอร์ตนี้ ที่ศรุตเป็นตัวแทนของมงคลมาร่วมงาน ทำให้เลี่ยงได้ยากที่จะไม่เจอกัน! 

“อย่าคิดว่าเป็นแขกพิเศษ แล้วฉันจะไม่กล้านะ” 

“ฮึ!” ศรุตทำเสียงในลำคอ “ยังไม่ลืมเรื่องนั้นอีกเหรอ” 

“ฉันไม่มีวันลืม แล้วก็ไม่มีวันที่จะเลิกเกลียดนาย” 

“ก็ตามใจ นายจะแบกทุกอย่างไว้มันก็เรื่องของนาย ไม่เกี่ยวกับฉัน ทั้งเรื่องนั้นหรือเรื่องไหนๆ” 

คนฟังพอได้ยินอย่างนั้นก็เหมือนกับมีใครเอาน้ำมันราดลงไปบนกองไฟ ที่ศรุตไม่รู้หนาวรู้ร้อนอะไรเลย แล้วก็ดูเหมือนจะลืมเรื่องนั้นไปแล้วด้วย เจ้าตัวจึงไม่อาจควบคุมอารมณ์โมโหที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาได้อีกต่อไป 

“ไอ้ศรุต!” 

ภูวนัยพุ่งเข้าหาศรุตพร้อมกับมือที่กำเป็นหมัด แต่ศรุตเหมือนระวังตัวอยู่แล้วจึงเอี้ยวตัวหลบแล้วชั่วแวบหนึ่งหูก็ได้ยินเสียงร้องตกใจเบาๆ ดังมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่มาก พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยมา ทำให้เขารู้ว่ามีใครคนหนึ่งอยู่ตรงนั้น จากเดิมที่คิดจะสวนหมัดใส่ภูวนัย จึงเปลี่ยนใจทำได้แค่หลบและปัดป้อง พร้อมกับใช้สถานะของแขกพิเศษให้เป็นประโยชน์ตอนที่ภูวนัยเตรียมจะซัดใส่อีกครั้ง 

“ถ้าชกฉัน แน่ใจแล้วเหรอว่าจะรับมือกับสิ่งที่ตามมาได้!” 

คำพูดของศรุตทำให้ภูวนัยชะงัก เพราะสิ่งที่จะตามมามันเสี่ยงจริงอย่างที่ศรุตพูดมา แล้วเขาเองก็รู้ด้วยว่าคนอย่างศรุตทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้แน่ ภูวนัยจึงจำต้องปล่อยหมัดที่เงื้ออยู่ลงก่อนจะมองอีกฝ่ายด้วยความแค้นใจ แล้วจึงหมุนกายเดินจากไปด้วยท่าทีฮึดฮัดที่ไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ 

คล้อยหลังจากภูวนัยไปแล้ว ศรุตก็หันไปทางต้นไม้ใหญ่ที่เมื่อครู่นี้เขาเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างและยังได้กลิ่นเหมือนน้ำหอมด้วย 

“ออกมาได้แล้วแสนรัก ฉันรู้ว่าเธออยู่ตรงนั้น” 

คนถูกเรียกเดินหน้าง้ำออกมาจากหลังต้นไม้ ทั้งที่คิดว่าแอบดีแล้วเชียว แต่ทำไมเขาถึงรู้ได้ว่าหล่อนอยู่ตรงนี้ ซึ่งพอสงสัยอย่างนั้นเจ้าตัวจึงได้ร้องถามออกไป 

“คุณศรุตรู้ได้ยังไงว่าแสนรักอยู่ตรงนี้” 

“กลิ่นไง” 

“นี่คุณจมูกหมา เอ๊ย ขอโทษค่ะ จมูกดีขนาดนั้นเลยเหรอ” 

แสนรักเผลอตัวพูดสิ่งที่คิดออกไป แล้วรีบยกแขนดมกลิ่นตัวเอง ก็ว่าไม่ได้กลิ่นเหงื่อเหม็นสาบอะไรขนาดนั้น  

“ฉันได้กลิ่นน้ำหอม”  

“กลิ่นน้ำหอม? แสนรักไม่ได้ใส่น้ำหอมสักหน่อย” หล่อนแย้งพลางยกแขนตัวเองขึ้นดมก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อได้กลิ่นหอมคล้ายแป้งก็ไม่ใช่จะคล้ายดอกไม้ก็ไม่เชิงบริเวณท่อนแขน “กลิ่นน้ำปรุงของป้าเพี้ยนติดแขนมานี่เอง” 

“ป้าเพี้ยน? แม่บ้านที่เอาเมนูมาให้น่ะเหรอ” 

“ค่ะ นั่นแหละค่ะป้าเพี้ยน พอดีป้าแกเพิ่งไปอาบน้ำมา แล้วแกมาจับแขนแสนรัก” พอพูดมาถึงตรงนี้เจ้าตัวก็เกิดสงสัยต่อ “ทำไมคุณศรุตถึงคิดว่าคนที่อยู่หลังต้นไม้เป็นแสนรัก ทำไมไม่คิดว่าเป็นคนอื่น” 

“เพราะทิศทางการเดินมานั่นไง บ้านหลังข้างๆ ไม่มีคนพัก หลังถัดไปก็เช็กเอาต์ออกไปเมื่อตอนเที่ยง เพราะฉะนั้นถ้าจะมีใครเดินมา ก็คงต้องเป็นบ้านพักของฉัน แล้วใครล่ะที่จะมาที่นี่ในเวลานี้ ถ้าไม่ใช่เธอ” 

“แล้วทำไมต้องเป็นแสนรักด้วยล่ะ” หล่อนไม่วายสงสัยต่อ 

“เพราะเธอยังไม่ได้คืนโลชั่นกันยุงให้ฉัน”  

“คุณศรุตรู้ได้ยังไงว่าแสนรักกลับมาเพราะจะคืนโลชั่นทากันยุงจริงๆ”  

แสนรักออกจะทึ่งอยู่ไม่ใช่น้อยที่เขาเดาถูกว่าหล่อนกลับมาทำไม แต่ในความทึ่งก็มีความสงสัยปนเปอยู่ด้วย เพราะเขาทำให้หล่อนรู้สึกเหมือนเจอผู้ชายพันธุ์พิเศษ ฉลาดเป็นกรด ตาดีอย่าบอกใคร แถมปราดเปรื่องคาดเดาทุกอย่างเก่งด้วย 

ศรุตที่อ่านแววตาของหล่อนออกจึงเฉลยให้ฟัง 

“ผู้หญิงพิลึกๆ ที่เอาโทรศัพท์ไปให้เพื่อนบ้านที่อาบอบนวดอย่างเธอ เดาไม่ยากหรอก ว่าแต่ทำไมถึงไม่คืนก่อนจะไป แต่ย้อนกลับมาคืนแทน” 

“พอดีว่าตอนนั้นแสนรักปวดห้องน้ำ” 

แสนรักส่งยิ้มแห้งๆ ให้ ศรุตได้แต่ส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ ว่าทำไมหล่อนไม่ขอเข้าห้องน้ำที่บ้านพักของเขา ในเมื่อนิสัยหล่อนมันออกจะดูง่ายขนาดนี้ ก็คงเกรงใจเพราะมองว่าเขาเป็นแขกวีไอพีอีกนั่นแหละ  

“แล้วไหน ของที่เอามาคืน” 

พอเขาถาม หล่อนจึงยื่นขวดโลชั่นกันยุงเล็กๆ ส่งคืนให้ แต่แทนที่ศรุตจะรับไป เขากลับบอกว่า 

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ขอคิดค่าโลชั่นที่ใช้ไปแทนก็แล้วกัน” 

“หา?!” 

หล่อนร้องพลางทำหน้างง ผู้ชายคนนี้ อะไรของเขาเนี่ย! 

“เดินเล่นชายหาดเป็นเพื่อนหน่อย”  

ศรุตบอกง่ายๆ แต่มันไม่ง่ายสำหรับคนถูกชวนเลยแม้แต่น้อย เพราะมันเป็นคำขอที่พิลึกที่สุดและหล่อนไม่คิดว่าเขาจะขอเช่นนี้ด้วย 

“เดินเล่นชายหาด? ตอนนี้เนี่ยนะคะ!” 

“มันก็ยังไม่ดึกสักหน่อย แขกคนอื่นบางส่วนก็ยังอยู่ที่ห้องอาหารอยู่เลย” 

“มันก็...ก็ใช่อยู่ แต่...”  

 

แสนรักอิดออดไม่อยากเดินเล่นเป็นเพื่อนเขา เพราะกลัวงานจะเข้าอีก ถ้าแม่เลี้ยงคิดว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรขึ้นมา หล่อนก็จะโดนดุ แล้วคุณปู่ก็จะต้องลำบากใจอีก 

“แล้วไม่คิดจะตอบแทนเรื่องยากันยุงกันหน่อยเหรอ” 

เขาถามทั้งที่ปกติไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย แต่ครั้งนี้เขาอยากคิด เพราะอยากรู้ว่าหล่อนจะทำยังไง 

“ก็...ก็คิดอยู่ค่ะ” 

“ถ้าคิด ก็นี่ไง เดินเล่นเป็นเพื่อนฉัน ถือว่าง่ายสุดแล้ว” 

 

 

*********************************** 

 

ลุงคะ นี่เค้าเรียกว่าตีมึนแกล้งน้องนะคะ ระวังน้องกัดนะเอ้า อิๆๆ  

น้องเป็นกระต่ายส่วนลุงเป็นหมาป่า แต่ดูเหมือนลุงจะแอบใจดี(กระดิกหาง)ให้น้องเลยน๊า เค้าเห็นๆ  

ปล. นิยายเรื่องนี้มาจาก นิยายชุด รักกรุบกริบ  

ประกอบด้วย แสนรักสลักใจ, เกี่ยวก้อยกามเทพ, รักรุกฆาต  

สามารถอ่านแยกกันได้ เนื้อเรื่องไม่ได้พันกัน พระเอกสามคนเป็นเพื่อนกัน มีพระเอกให้เลือกชิมสามรสสามแนวจ้า  

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น