Avery Pie
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามคลั่งรัก 4 : ดิ่งทะเลลึก

ชื่อตอน : ฉลามคลั่งรัก 4 : ดิ่งทะเลลึก

คำค้น : ฉลามคลั่งรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.4k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2562 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามคลั่งรัก 4 : ดิ่งทะเลลึก
แบบอักษร

ฉลามคลั่งรัก 4 : ดิ่งทะเลลึก 

#ฉลามคลั่งรัก 

 

“พระเจ้า นั่นมัน...ตัวอะไร” จอร์แดนดึงมือผมออกก่อนจะพูดออกมาด้วยความตกใจ พวกเราสามคนเบิกตากว้างไม่มีใครคิดฝันว่าจะเจออสูรกายที่ใหญ่พอๆ กับเจ้าสองพี่น้องที่ผมเลี้ยงดูไว้ ผมกวาดตา เลียปากพลางพินิจพิจารณาว่ามันคือปลาอะไร

 

“มันคือปลาแองเกลอร์”

 

“อะ...”

 

“ที่ใหญ่กว่าขนาดทั่วไปเกือบสิบเท่า” สตีฟกลืนน้ำลายลงคอไปเลยเมื่อผมพูดแบบนั้น ด้วยความที่เขาศึกษาสัตว์ใต้ท้องทะเลมานานไม่ต่างจากผม ย่อมตกใจไม่แพ้กัน ก็ดูขนาดตัวและเขี้ยวคมๆ พวกนั้นสิ จะขยี้ตาอีกสักกี่ทีนี่คงไม่ใช่ภาพหลอน

 

ผมรู้ว่าในสถานที่นี่เป็นบ้านของเมกาโลดอน แต่ผมไม่รู้ว่ามันมีปลาชนิดอื่นอีกที่ตัวเกือบเท่ามัน

 

“มันกำลังจ้องเราอยู่” จอร์ว่าเสียงสั่น “มะ...มันจะกินเราไหม”

 

“บางทีมันอาจแค่สำรวจ คุณอย่าเพิ่งตกใจไป”

 

“อึก”

 

“อยู่นิ่งๆ ไว้ ถ้าเราไม่ขยับเดี๋ยวมันคงไปเอง” ผมว่าพลางจ้องปลาตรงหน้านิ่ง ทฤษฎีไม่รู้ว่าจะใช้ได้จริงกับปลาที่มีขนาดตัวใหญ่แบบนี้ไหม แต่ผมว่าการไม่เคลื่อนตัวให้กลายเป็นจุดสนใจก็ยังทำให้เรารอดได้บ้าง อีกอย่างตอนนี้ไฟในเรือก็ดับ ไฟจากหัวของปลานั่นก็มีไว้ล่อเหยื่อเท่านั้น ไม่ได้มากมายถึงขนาดที่จะส่งเห็นทุกอย่างในเรือดำน้ำได้

 

ผมโบกมือให้พวกเขาค่อยๆ ถอยไปด้านหลัง ถ้าเราอยู่ในความมืดมากๆ ก็น่าจะวางใจได้

 

ผมเลียปากสูดลมหายใจตอนถอยเป็นคนสุดท้าย เจ้าตัวนั่นว่ายไปมาส่องไฟไปตามเรือดำน้ำควานหาเหยื่อที่มันคิดว่าจัดการได้ ต้องขอบคุณโครงสร้างที่ผมคิดไว้ มันมีแค่กระจกด้านหน้าเท่านั้นที่ใช้มองเข้ามาในเรือได้ ตรงส่วนอื่นเป็นเหล็กทึบที่มองทะลุไม่ได้

 

ทว่าในตอนที่มันกำลังจะว่ายหนีไป จู่ๆ ไฟในเรือก็ติดขึ้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ !

 

วูบ !

 

[ทุกคน เป็นอะไรไหม!?]

 

“เวรแล้ว...!” ผมสบถเมื่อได้ยินเสียงเอริคผ่านไวเลต นั่นแปลว่าพวกที่ศูนย์วิจัยแก้ไขระบบไฟให้กลับมาใช้ได้ ส่งผลให้ตอนนี้ทุกส่วนของเรือดำน้ำเปล่งประกายและมันล่อให้แองเกลอร์ฟิชว่ายกลับมาชนเรือเรา “หาที่เกาะเร็ว...เหวอ!”

 

ยังไม่ทันที่จะได้ทำตามสั่ง เรือดำน้ำก็ถูกกระแทกอีกครั้งจนชนกับโขดหิน ไฟในเรือเปลี่ยนเป็นสีแดงเตือนว่าตอนนี้มีบางส่วนเสียหาย เจ้าอสูรกายยังไม่ยอมลดละไป ทำท่าจะซ้ำอีกรอบผมเลยต้องรีบดึงสติ ก่อนจะวิ่งไปนั่งประจำที่

 

มือบางดึงคันเร่งให้หงายเพื่อเคลื่อนเรือดำน้ำออกจากรัศมี เซนเซอร์บอกว่ามันกำลังวนกลับเข้ามาอีก นั่นแปลว่าถ้าเรายังอยู่นิ่งๆ หรือโดนปะทะอีกทีสองที พวกเราจะตายกันหมด !

 

“ฮึบ!” ผมกัดฟันเบี่ยงเรือหลบเจ้าแองเกลอร์ฟิช มันเลยว่ายหวืดไปชนกับโขดหินขณะที่ผมรีบเร่งสปีดพาเราออกจากที่นี่ ยูโฟที่ว่าจะเอากลายเป็นเพียงความคิดที่หายวับ ผมพยายามบังคับเรือให้อยู่ในที่ทางพร้อมกับหันไปสั่งให้ทั้งสองกลับมาทำงานได้แล้ว “อย่ามัวแต่ยืนนิ่ง! สตีฟเช็คเซนเซอร์หาพิกัดปลานั่น จอร์แดนตรวจสิว่าตรงไหนเสียหาย”

 

“อะ...เอ่อ”

 

“เร็วเข้า!”

 

“คระ...ครับผม!” ทั้งสองรีบตั้งสติขานรับแล้ววิ่งไปประจำตำแหน่ง คีย์ข้อมูลรวมถึงจัดการในส่วนที่ผมบอกไป ส่วนผมก็กวาดตามองรอบกายเพื่อดูว่าด้านหน้ามีอะไรไหม ตอนนี้เราจำเป็นต้องเปิดไฟ ถ้าเราไม่รู้ว่าไอ้ปลานั่นอยู่ตรงไหน เราจะหลบไม่ทัน

 

ติ๊ดๆ !

 

เสียงเซนเซอร์ดังขึ้นอีกครั้ง ผมหันไปมองจอมอนิเตอร์ที่ปรากฏรูปเป้าหมาย แสงไฟดวงเล็กๆ กำลังลอยเข้ามาหาเรา รวดเร็วมากเมื่อดูจากจอ ผมกัดฟันกรอดมุดลงใต้โขดหินหวังเพียงมันจะตามมาไม่ได้ แต่มันก็ยังไล่เราไม่เลิกรา

 

ด้วยความที่เรือดำน้ำมันค่อนข้างใหญ่ นั่นแปลว่าการเคลื่อนที่ของมันจะไม่ได้เป็นดั่งใจเรานัก และในตอนที่ผมกำลังเร่งเครื่องให้เรือมันไวกว่าเดิมนั้น จู่ๆ เราก็ถูกกระแทกจากด้านหลังรุนแรงจนทุกคนแทบไหลมากองรวมกัน !

 

ผัวะ !

 

ไฟในเรือเปลี่ยนเป็นสีแดงเตือนถึงส่วนที่เสียหาย รวมถึงเสียงวี่หว่อบอกว่าเรากำลังตกอยู่ในอันตราย จอร์แดนรีบตรวจเช็คว่าเกิดอะไรก่อนจะตะโกนใส่ให้ทุกคนได้ยิน

 

“แย่แล้วครับคุณโซลมันกัดเรือเรา!”

 

“ส่วนด้านหลังกำลังถูกบีบอัด”

 

“ว่าไงนะ...!”

 

“มีน้ำเข้าในห้องปล่อยไอโฟยูแล้วครับ!” ผมกัดปากแน่นพยายามเร่งเครื่องเพื่อออกจากปาก ความแหลมคมของเขี้ยวมันแทงทะลุเหล็กตรงห้องส่วนหลังซึ่งเป็นกระสวยสำหรับปล่อยลงทะเลลึกเพื่อตรวจสอบพื้นที่คนละทางที่เราไป ผมเห็นมันจากกล้องที่ติดไว้เนื่องจากเราปิดประตูไม่ให้น้ำเข้ามา ใบพัดตัวนึงของเราไม่ทำงาน มันอาจโดนกัดจนพังไปแล้ว

 

“บ้าจริง!” ผมสบถพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอด ไวเลตที่หูหล่นหายไปตอนที่เรือตีลังกาก่อนหน้านี้ และผมคงไม่มีเวลาไปหามัน สองมือจับคันเร่งต่อสู้กับแรงยื้อเจ้าปลาปีศาจ ไม่ยักรู้ว่าปลาตัวเล็กที่เคยเห็นนั้น พอมันตัวใหญ่แล้วจะดื้อด้านได้ขนาดนี้

 

ยื้อเก่งกว่าคู่นอนบางคนของผมอีก !

 

“ยิงสปอร์ตไลท์ออกไปด้านข้าง ให้มันล่อแองเกลอร์ฟิชไว้!”

 

“ตัวยิงไม่ทำงานครับ เสียหายจากที่ถูกกัด!” ผมทุบมือกับคอนโทรลเรือ จะปล่อยทุ่นลอยให้เอาเรือขึ้นไปก็ไม่ได้ ระบบส่วนใหญ่เสียหายเพราะแรงกระแทกและแรงกัดที่ยังไม่คลายตัวออก ซ้ำร้ายไอ้ปลาบ้านี่ยังเหวี่ยงเรือเราไปชนกับโขดหินอีกอันไม่ไกลจากตรงนั้น

 

หินหนักมากมายถูกปะทะจนหัก บางส่วนหล่นใส่เรือดำน้ำจนกระจกด้านหน้าร้าวใกล้แตกออก

 

วินาทีนั้นผมสั่งพวกเขาให้สวมเครื่องหายใจใต้น้ำ

 

“สวมอุปกรณ์ซะ ถ้าเรือแตกเราต้องว่ายขึ้น”

 

“กับความลึกเป็นหมื่นฟุตเนี่ยนะครับ!”

 

“ถ้าคุณมีความคิดที่ดีกว่านั้นก็พูดมาเลย!” ผมตวาดลุกจากที่นั่งไปหาอุปกรณ์หายใจใต้น้ำ ส่งให้พวกเขาทีละอันก่อนจะพบว่าฟ้าไม่ได้เข้าข้างเรามากนัก

 

เครื่องช่วยหายใจใต้น้ำมีเพียงแค่สองอันเท่านั้น 

 

นั่นแปลว่าต้องมีคนใดคนนึงไม่ได้กลับขึ้นไป

 

“พวกคุณรีบสวมเลย เรือเราใกล้จะแตกแล้ว!”

 

“แล้วเครื่องช่วยหายใจคุณอยู่ไหน ทำไมไม่ใส่…!” ยังไม่ทันที่สตีฟจะถามจบประโยค เรือเราก็ถูกกระแทกอีกรอบ คราวนี้มีน้ำทะลักเข้ามาด้านใน จากรอยแตกเล็กๆ ที่กระจก จะเอามือดันน้ำมันก็ไม่เบาลง ผมเลยวิ่งไปดูที่กระจกตรงประตูด้านหลังว่าน้ำมันมีเยอะแค่ไหน

 

พอเห็นว่ายังลุยเข้าไปได้ผมก็รีบกระชากประตูออก ตรวจเช็คเรือดำน้ำสำรองว่าใช้ได้ไหม

 

“คุณโซล รีบกลับเข้ามาเร็วครับ ตรงนั้นไม่ปลอดภัย!”

 

“แต่เรือดำน้ำใช้ได้ พวกคุณควรรีบมา...!”

 

ผัวะ !

 

เขี้ยวคมทะลุเฉียดขาผมไปเล็กน้อยชนิดที่ว่าเส้นยาแดงผ่าแปด เล่นเอาผมถึงกับเบิกตากว้าง ไม่กล้าขยับ ด้านบนเพดานมีน้ำเริ่มทะลักตามรอยฟันที่แทรกผ่าน มันพยายามจะสะบัดเรือเราให้โคลงเคลงไปมา หนักหน่วงจนผมเกือบจะถูกเสียบด้วยฟันแหลม

 

วินาทีนั้นผมรู้แล้วว่าเราไม่รอดแน่ กระทั่งจู่ๆ ฟันแหลมก็ถอนตัวออกไปปล่อยให้บรรดาน้ำทะเลทั้งหลายพุ่งเข้ามา ตอนนั้นผมตกใจมากระคนแปลกใจที่มันไม่กัดเรือเราให้แตกออก

 

พลันก็ต้องตื่นตระหนกซ้ำสองเมื่อพบว่าน้ำที่ทะลักเข้ามานั้น…

 

กลับมีกลิ่นคาวและกลายเป็นสีแดงของเลือด 

 

“เลือดมาจากไหนกัน...!”

 

ปึง !

 

เรือของเราหมุนไปมาจนพังยับโดยไม่รู้ว่าอะไรปะทะเรือเราเมื่อกี้ แต่มันทำให้ผมกลับเข้าไปในห้องควบคุม มองฝ่าความมืดเพื่อดูว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น น้ำสีแดงมากมายกำลังโอบอุ้มพวกเราไว้ ผมช่วยพวกเขาแต่งตัว สวมเครื่องหายใจจะได้เอาอากาศเข้าปอดก่อนที่จะไม่มีอะไรเหลือ

 

“เราไม่มีเวลาแล้ว พวกคุณต้องไปขึ้นเรือดำน้ำเดี๋ยวนี้!”

 

“ละ...แล้วคุณจะทำยังไง คุณไม่มีชุด!” จอร์แดนร้อนรนขณะที่ผมไม่สนใจ ผมดันให้พวกเขาสองคนไปที่ด้านท้าย ยัดเข้าไปในเรือดำน้ำขนาดเล็กที่จุได้อยู่แค่สองคนเท่านั้น มันเหมือนกระสวยที่เขาใช้ปล่อยนักบินอวกาศ ผมกดตั้งพิกัดที่คิดว่ามันจะพาไปถึงศูนย์วิจัพอดี ไม่ฟังเสียงเรียกของพวกเขาในตอนนี้ เพราะเราไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น “คุณโซล!”

 

“ไม่ต้องเป็นห่วง เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน!”

 

“แต่ว่า...!”

 

“ผมไม่เป็นไรหรอก ผมจะหาทางขึ้นไป” ผมยกยิ้มให้พวกเขา จับแก้มที่เย็นชืดเพราะอากาศใกล้หมดไป ผมรู้ว่าตัวเองไม่มีทางรอด แต่ผมจะทำให้พวกเขาเป็นห่วงผมไม่ได้ สองมือดันร่างให้พวกเขาเข้าไปด้านในก่อนจะกดปุ่มปล่อยตัวไม่ฟังเสียงของพวกเขา

 

“คุณโซล!!!!”

 

“อ๊ะ!” เพราะแรงปล่อยตัวทำให้บางส่วนที่พังถูกฉีกขาด น้ำทะเลทะลักเข้ามากระแทกร่างผมกลับกระจกหน้า ผมกัดปากพยายามโกยอากาศเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะไม่มีอะไรให้ช่วยหายใจ เรือดำน้ำฉุกเฉินที่ปล่อยไปกำลังลอยขึ้นด้วยความเร็วสูง ผมเลยหาไฟที่จะช่วยล่อนักล่าด้านนอกไว้

 

ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่กลัวตาย แต่ผมกลัวคนมาตายในพื้นที่ของผมมากกว่า

 

“เฮือก!” ผมหอบหายใจตอนนี้น้ำทะเลใกล้จะมิดหัวผมแล้ว ผมกดไฟฉายที่ใช้สำหรับใต้น้ำ กะพริบไปมาเรียกแองเกลอร์ที่ไม่รู้ว่าหายไปไหน แต่ในนาทีที่น้ำกำลังจะฆ่าผมตาย ผมก็เห็นดวงไฟเล็กๆ เคลื่อนเข้ามาหา ฟันคมของแองเกลอร์ลอยไปมาอยู่ด้านหน้า ผมคิดว่ามันต้องย้อนกลับมาเพื่อกัดเรือให้แตก ผมเม้มปากแน่น ไม่เหลือทางหนี

 

จับจ้องไอ้ปลานิสัยไม่ดีก่อนจะพบว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป

 

ไอ้ปลานั่นมันเหลือแต่หัว!  

 

“อื้อ!” ผมเบิกตากว้างครางในลำคออย่างตกใจ หัวของแองเกลอร์ฟิชมีเลือดมากมาย นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมทะเลในตอนนี้ถึงกลายเป็นสีแดง ผมย่นคิ้วไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เสียดายที่เวลาผมมีไม่มาก ผมหันขวับมาที่ประตูหลังกะจะตะเกียดตะกายแข่งกับความลึกหมื่นฟุตให้ได้

 

ผมพยายามจะว่ายฝ่าน้ำทะเลออกไปส่วนหลัง เผื่อว่ามันจะมีทางที่ช่วยผมได้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ไป บานประตูที่เปิดไว้ก็ปิดล็อค ด้านท้ายถูกบีบอัดอีกรอบจนไม่เหลือทางรอดให้ได้เห็น วินาทีนั้นผมรู้แล้วว่ามันไม่ได้มีอสูรกายแค่ตัวเดียว

 

มีบางอย่างกำลังว่ายวนรอบตัวผมอยู่

 

‘ตัวอะไรน่ะ’  

 

ผมคิดหันกลับมาใช้ไฟฉายสาดไปทั่ว พยายามมองว่ามีตัวอะไรน่ากลัวว่ายอยู่แถวนี้ หัวใจของผมเต้นถี่ เลือดของแองเกลอร์ฟิชมันบดบังทุกการมองเห็น ซ้ำร้ายลมหายใจของผมก็ใกล้หมด มันไม่เหมือนทะเลด้านบนที่พุ่งขึ้นมาหายใจได้

 

มือที่ถือไฟฉายปล่อยมันหล่นไป สติของผมเริ่มพร่าเลือนเนื่องจากออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอ

 

ตอนนั้นผมคิดแล้วว่าตัวเองคงไม่รอด ทางเลือกผมมีน้อยและส่วนใหญ่คือเป็นไปไม่ได้ พยายามจะบูทระบบแค่ไหนมันก็เสียหายเกินไปกว่าจะคืนกลับมา ผมเม้มปาก ร่างกายอ่อนล้าจนทรุดฮวบนอนราบไป ผมปล่อยลมหายใจสุดท้ายออก เพราะคิดว่ามันคงไม่จำเป็นเท่าไหร่

 

ผมใกล้จะได้ไปอยู่กับพ่อแม่ตัวเองแล้ว

 

‘จะได้เจอกันสักที’

 

ผมยกยิ้ม เห็นภาพพ่อแม่ที่กำลังกวักมือเรียกให้ไปหา ทำให้ผมยื่นมือไปตรงหน้าสัมผัสกับความเย็นชืดของฝ่ามือขาว ในตอนนั้นผมมีความสุขมาก ผมคิดถึงพวกท่านสุดหัวใจ และการจะได้ไปอยู่กับพวกท่านคือความปรารถนาสูงสุดในชีวิตผม

 

ผมอยากตายมาตลอด แต่ทุกครั้งมันจะโดนขัดขวาง

 

ทว่าตอนนี้มันคงเป็นแบบนั้นไม่ได้ ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งมัจจุราชที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาหา ผมกำลังจะหยิบยื่นลมหายใจตัวเองให้กับเขาด้วยความเต็มใจ

 

กระทั่งปลายนิ้วผมโดนบาด

 

คมเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่ไม่รู้ว่าพังส่วนหน้าของเรือตอนไหนปรากฏอยู่ตรงหน้า ซ้อนทับภาพพ่อแม่ผมที่ยื่นมือมารับไว้ นาทีนั้นผมอยากแสดงความตกใจ แต่ผมไม่มีเรี่ยวแรงขนาดนั้น ทุกอย่างในร่างกายเริ่มหยุดทำงาน ทำให้ภาพข้างหน้าพร่าเลือนเห็นเพียงเงาของสิ่งมีชีวิตที่อ้าปากกว้าง

 

ในตอนนั้นลมหายใจสุดท้ายผมก็ดับ สิ่งที่ผมรับรู้ได้หลังจากนั้นมีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น

 

ผมอยู่ในปากมัน 

 

และมันคงเป็นทางผ่านให้ผมไปเจอกับครอบครัวตัวเอง

 

ที่ศูนย์วิจัยกำลังเคร่งเครียดกับการกู้ระบบ เอริคเสยผมมองจอมอนิเตอร์และเรือดำน้ำที่ถูกทำลายจนสัญญาณขาดหาย เขาพยายามติดต่อโซลแล้วแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ เช็คสัญญาณชีพจรหรือการเต้นของหัวใจก็ทำไม่ได้

 

รู้งี้เขาไม่น่าให้อีกฝ่ายไปเลย เขาน่าจะขัดขวางไว้ทุกวิถีทาง

 

ก็บอกแล้วว่าอย่าลงไปข้างล่างมันอันตราย เคยเชื่อกันที่ไหนล่ะผู้ชายคนนี้ !

 

“บ้าจริง เราทำอะไรไม่ได้เลยหรือไง!”

 

“ระบบมันเสียหายมากน่ะค่ะ กู้ข้อมูลหรือระบบก็ไม่ได้” แนชลีย์ทำหน้าเหยเกใส่ เธอเองก็หวั่นใจไม่น้อยเหมือนกัน “แต่คุณโซลเป็นคนเก่งนะคะ ต้องพาทุกคนกลับมาได้แน่”

 

“แต่คุณก็รู้ว่าเขาชอบคิดอะไรแปลกๆ”

 

“อะ...”

 

“ถ้าเขาจะทำอะไรบ้าๆ มันมีเปอร์เซนท์มากกว่าทำอะไรแบบปกติซะอีก” เอริคถอนหายใจกัดปากแน่นแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ทะเลตอนนี้เงียบสงบมาก ไม่มีครีบยาวๆ ของเจ้าฉลามสองตัวนั้นที่ควรจะว่ายวนเวียนดักอยู่แถวนี้ พิกัดล่าสุดบอกว่ามันนอนอยู่นิ่งๆ ไม่แน่ใจว่าหลับหรือแดรกเกอร์มีปัญหา

 

แต่เวลานี้เราควรสนใจคนของเรามากกว่า ทุกคนได้แต่ภาวนาขอให้ทั้งสามปลอดภัย

 

“คุณเอริค! คุณเอริคครับ!” เสียงเรียกของเบอร์นาร์ดดังมาแต่ไกล เรียกให้ทั้งเจ้าของชื่อและทุกคนในห้องควบคุมหันไปหา หนุ่มร่างท้วมที่เพิ่งเฉียดตายกำลังวิ่งมา เขาหอบเล็กน้อยด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เล่นเอาเอริคถึงกับร้อนรนรีบเอ่ยถาม

 

“มีอะไรเบอร์นาร์ด เกิดอะไรขึ้น”

 

“ขะ...ข้างนอก แฮ่ก มีเรือดำน้ำครับ”

 

“อะไรนะ!”

 

“ผมเห็นคุณจอร์แดนกับคุณสตีฟอยู่ในนั้น พวกเขากลับมาแล้วครับคุณเอริค!” คำพูดนั้นทำร่างสูงเบิกตากว้าง รีบวิ่งไปตามทางที่อีกฝ่ายวิ่งมา คนอื่นๆ เองก็มาช่วยกันหาก่อนจะพบว่าที่ทางเข้าศูนย์วิจัยมีเรือดำน้ำลอยตัวอยู่ สตีฟโบกมือตอนเปิดกระจก ทุกคนเลยช่วยพวกเขาขึ้นมา

 

“ขอบคุณพระเจ้าพวกคุณปลอดภัย”

 

“ไม่เป็นไรกันใช่ไหม ยังไหวนะ” แนชลีย์กับโอเว่นประคองร่างทั้งสองคนขึ้นฝั่ง วินาทีนั้นพวกเขาแสดงสีหน้าที่ฉายชัดถึงความหวาดหวั่น ดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งร้องไห้มายังไงยังงั้น จอร์แดนเสยผม ท่าทีบอกชัดถึงความย่ำแย่ของอารมณ์ ขณะที่เอริคกวาดตามองหาแฟนเก่าของเขา

 

โซลไม่อยู่ที่นี่ด้วย

 

“โซลอยู่ไหน! ทำไมเขาไม่อยู่กับพวกนาย!”

 

“คุณโซล...สละชีวิตช่วยพวกเราไว้”

 

“!!!!”

 

“เขาอยู่ข้างใต้ เขาติดอยู่ในเรือ”  

 

“อะไรนะ!?” ทุกคนอุทานลั่น เบิกตากว้างตกใจกันเป็นแถบ “โซลติดอยู่ในเรือดำน้ำงั้นเหรอ!?”

 

“ใช่ เพราะเขาไม่มีชุดแล้วเรือนี้มันบรรทุกได้แค่สอง”

 

“…”

 

“เขาบอกให้พวกเรารักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน เขาจะหาทางขึ้นมา”

 

“แล้วพวกนายก็ปล่อยเขาไว้ข้างใต้คนเดียวงั้นเหรอ!?” หัวหน้าทีมตะโกนถาม มองสีหน้าของลูกทีมที่เครียดจนอยากจะร้องไห้ เขาขยุ้มผมตัวเองท่าทีบ่งบอกชัดเจนถึงความเครียดจัด เขามองผิวน้ำเกือบจะกระโดดลงน้ำไปแล้วด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่าโอเว่นคว้าตัวไว้ก่อน “ปล่อยฉัน! ฉันจะลงไปหาโซล!”

 

“นายจะบ้าเหรอเอริค! ในน้ำมีเมกาโลดอนนะ! แค่นายหย่อนตัวลงไป นายก็ตายก่อนจะช่วยโซลแล้ว!”

 

“แล้วจะไม่ช่วยโซลหรือไง นายก็ได้ยินว่าโซลติดอยู่ในนั้น!”

 

“…”

 

“นายจะปล่อยให้เขาตายหรือไง เขาเป็นเจ้านายพวกนายนะ!” หันไปตวาดเสียงดัง ใบหน้าแสดงชัดถึงความเครียดจัด เอริคพยายามดันตัวเองออกจากการจับกุมของคนที่โตกว่า เขาอยากจะลงไปช่วยโซลมากต่อให้ในน้ำจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม

 

แต่เขาปล่อยโซลตายไม่ได้ ถึงจะมีเปอร์เซ็นต์การรอดแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์เขาก็จะไป

 

เด็กคนนั้นไม่สมควรตาย เขาควรมีชีวิต

 

“เราต้องไปช่วยเขา เอาเรือดำน้ำลงค้นหาใต้มหาสมุทร!” เขาผลักโอเว่นออกชี้ไปที่เรือดำน้ำตัวใหม่ที่ห้อยอยู่ สั่งให้คนทำนู้นทำนี้ขณะที่ทุกคนเอาแต่นิ่งเฉย ตอนนี้เอริคกำลังสติแตก ความเป็นห่วงทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ จอร์แดนบอกแล้วว่าพวกเขาออกมาตั้งนาน นั่นแปลว่าโซลที่ติดอยู่ในเรือนั้น...

 

คงไม่รอดแล้ว

 

“ยืนนิ่งกันทำไม ไปจัดการสิ!”

 

“เอริค”

 

“ถ้าไม่ไป ฉันไป...!”

 

ซู่ !

 

คำพูดของเอริคหายวับเมื่อมหาสมุทรแหวกเป็นวงกว้างเพราะอสูรกายยังพุ่งขึ้นมาหา หยาดใสกระจายไปถ้วนหน้าพาให้ทุกคนในศูนย์วิจัยต้องรีบวิ่งหลบ บ้างก็ตกไปในบ่อฉลามที่ปิดไว้ บ้างก็ตกใจล้มลงไปกับทางเดิน ผิดกับบางคนที่ทำแค่ถอยออกมาห่างๆ มองดูเจ้าของครีบยาวที่อ้าปากกอบโกยอากาศเข้าร่างกาย

 

วินาทีนั้นพวกเขาต่างตกใจ ดายจะไม่พุ่งขึ้นมาเลยถ้าไม่มีใครไปห้อยเหยื่อล่อไว้ แต่นี่มันกลับพุ่งมาทั้งที่ไม่มีอะไร ด้านข้างเป็นดีแลนที่ว่ายวนเป็นการป้องกัน

 

“พวกมันเป็นบ้าอะไร” จอร์แดนถาม ย่นคิ้วไม่เข้าใจกับพฤติกรรมที่พุ่งขึ้นจากน้ำแล้วโถมกายลงไปใหม่ ความใหญ่โตของมันทำเอาเขาหวาดกลัวจับใจ มันใหญ่กว่าแองเกลอร์ฟิชที่เขาเจอซะอีก “ไม่มีใครเอาอะไรมาล่อมันสักหน่อย”

 

“หรือมันแค่เล่นกัน?” สตีฟเสนอ เขาเองก็ไม่เคยการกระทำแบบนั้น “หรือเมื่อกี้มีนกบินผ่านมันเลย...!”

 

“พระเจ้านั่นคุณโซล!”

 

“หา!?”

 

“คุณโซลอยู่ตรงนั้น อยู่ในปากมัน!” แนชลีย์ร้อนรนชี้ไปทีปากของเจ้าปลาตัวใหญ่ เวลานี้มันคาบใครบางคนไว้ คมเขี้ยวเกี่ยวกับเสื้อที่ใส่จนเห็นบาดแผลที่มีเลือดไหลเต็มไปหมด พาให้พื้นที่แถวนั้นถูกย้อมให้กลายเป็นสีแดงฉาน

 

นาทีนั้นเอริคเบิกตากว้าง มองภาพของคนรักเก่าที่หมดสภาพยิ่งกว่าอะไร เขาไม่รู้ว่าในปากมันช่วงล่างของโซลยังมีอยู่ไหมหรือว่ามีแค่ช่วงบนที่โผล่พ้นมาให้ทำใจว่ายังไงก็คงไม่รอดแน่ๆ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมให้มันกินอีกฝ่ายจนหมด

 

หันขวับไปมองปืนส่งสัญญาณที่อยู่ในกล่องฉุกเฉินไม่ไกลจากตรงนั้น ขาทั้งสองรีบวิ่งไปคว้ามันก่อนจะมองผ่านตัวเล็งเป้าแล้วยิ่งไปที่ครีบยาวทันที

 

ผัวะ !

 

“เอริค!”

 

“กัด!” เสียงฟันขบกัดของดีแลนดังขึ้นเมื่อพี่มันโดนยิงจนต้องว่ายหนี ร่างของโซลถูกปล่อยออกจากปากทันทีและเอริคไม่ลังเลเลยที่จะกระโดดไปรับเขามากอดไว้ สองขาตีกันอย่างรุนแรงเพื่อให้ว่ายไปถึงก่อนที่เจ้าพวกนั้นจะเปลี่ยนใจ

 

โดยเฉพาะดีแลนที่พุ่งมาหาอย่างรวดเร็ว !

 

“เอริคระวัง!”

 

“ไอ้ปลาบ้าเอ้ย!” เอริคสบถกระชากร่างของโซลเข้ามาใกล้ เบี่ยงตัวหลบการปะทะของปลาใจร้าย โอเว่นรีบไปเชือกแล้วโยนไปให้ เจ้าตัวคว้าไว้ขณะที่ทุกคนพยายามช่วยกันดึงพวกเขาขึ้นมา ทว่าเลือดสีแดงฉานก็ล่อให้ดายและดีแลนว่ายเวียนมาไม่ยอมหยุด จอร์แดนกับสตีฟเลยรีบช่วยกันหาทางขวาง เขาดันเรือดำน้ำพร้อมกับเปิดเสียงลูกวาฬ

 

ยอมให้เรือราคาแพงกลายเป็นเหยื่อเมกาโลดอนแทนเจ้านาย

 

“หวีดดด หวี๊ด!”

 

“กึด!” สองพี่น้องเบี่ยงตัวไปหา ขบกัดเรือดำน้ำให้แตกออก วินาทีนั้นโอเว่นกับแนชลีย์เลยช่วยกันดึงเอริครวมถึงคนในอ้อมกอด มือหนาวางร่างเล็กลงด้วยความสั่นไหว ใบหน้าของอีกฝ่ายขาวซีดที่หัวมีเลือดไหล ร่างกายอยู่ครบไม่มีส่วนไหนขาดหายเว้นแต่ตรงเอวที่มีรอยเขี้ยวของดายติดตรึงไว้

 

นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเลือดถึงท่วมตัวเขาขนาดนี้

 

“เขาไม่หายใจ” โอเว่นพูดหลังจากตรวจชีพจร สองมือกดลงตรงท้องเช็คบาดแผล “มีแผลที่หัวแล้วก็ท้อง”

 

“รีบช่วยเขาก่อน เขาจะตายแล้ว!” เอริคขึ้นเสียงใส่ ลูบหัวร่างบางที่ไม่ขยับร่างกายเลยสักนิด โอเว่นเลียปากอย่างเครียดหนัก เขาเริ่มการทำ CPR อย่างที่คนพูดไว้ สองมือกดลงตรงอกทำการนวดที่หัวใจเพื่อให้มันปฏิกิริยากลับมาเต้นแรงได้ พักไปชั่วขณะปล่อยให้เอริคก้มลงไปผายปอด ส่งผ่านลมหายใจใส่ สัมผัสเรียวปากเย็นๆ ที่ประจำจะร้อนฉ่าทำเขาหวั่นใจไปหมด

 

ทุกคนพยายามสวดมนต์ อ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าให้ท่านพาคนตัวเล็กกลับมาหา สลับกับส่งเสียงเรียกหวังเพียงให้เจ้านายได้ยินเสียงบ้าง แต่ในระหว่างที่พวกเขาทำ เจ้าตัวที่ถูกเรียกอยู่นั้นกำลังจมอยู่ในความฝัน...

 

เขาจับมือแม่ตัวเองยกยิ้มให้ ไม่สนใจเสียงเรียกอันแผ่วเบา

 

รวมถึงเสียงกระซิบที่ของจริงนั่นคือการตะโกนแล้วเขย่าร่างเขาทั้งน้ำตา

 

“กลับมาที่รักได้โปรด กลับมาหาผม กลับมา โซล กลับมา!!!!”  

 

#ฉลามคลั่งรัก 

ความคิดเห็น