악마 ปีศาจเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมียมาเฟีย49

คำค้น : คริสยอล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2562 05:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียมาเฟีย49
แบบอักษร

 

 

 

 

เมียมาเฟีย๔๙ 

 

 

 

เมื่อคืนคริสบอกเขาว่าจะไปแถววิคตอเรียพีค เพื่อไปดูงานที่ไม่ได้เข้าไปเกือบเดือน วันนี้เขาจึงได้ออกมาจากบ้านโดยไม่มีใครรู้ เขานัดกับพวกเพื่อนๆที่โรงแรมในเกาลูน คนพวกนั้นรอเพียงให้เขาตามหลังไป และตอนนี้เขาก็มายืนมองความสูงของโรงแรมเรียบร้อยแล้ว  

 

“ฮยอง ตอนนี้ผมอยู่หน้าโรงแรม ส่งคนมารับผมที” เขากลอกเสียงลงโทรศัพท์เมื่อปลายสายกดรับ จากนั้นก็วางสายรอแค่ให้คนลงมา 

 

”ฮยอง” ชานยอลหันไปยังต้นเสียงโดยไม่มีการลังเล เพราะมันเป็นภาษาประจำบ้านเกิดของเขา และเจ้าของเสียงก็เป็นน้องในแก๊งเขาเอง 

 

”ไม่เจอกันนานเลย” จงอินพูดขึ้นพร้อมกับดึงชานยอลเข้าไปกอดอย่างคิดถึง จากนั้นทั้งสองคนจึงเดินกลับเข้ามาในโรงแรมระดับห้าดาว และมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก 

 

”ผมมีอะไรจะบอก อ่ะ..เอาไว้ให้พี่เข้าไปเซอร์ไพรส์เองดีกว่า” จงอินพูดขึ้น เมื่อทั้งสองคนเดินเข้ามาในลิฟต์ เด็กแสบมองหน้าเพื่อนรุ่นน้องอย่างวิตกกังวล เพราะอะไรที่หลุดออกมาจากปากของแก๊งตัวเอง มันมักจะพ่วงท้ายมาด้วยคำว่าฉิบหายตลอด เมื่อเห็นว่าจงอินไม่ยอมบอก ทั้งสองจึงเงียบตลอดทาง จนลิฟต์เปิดออกยังชั้นสูงสุด ชานยอลทำสีหน้าสงสัย ทำไมเพื่อนๆของเขาถึงได้พักยังชั้นที่สุดหรู แถมยังราคาแพงหูฉี่แบบนี้ได้ เขาไม่ได้จะดูถูกว่าเพื่อนๆแต่ละคนไม่มีเงิน เพื่อนๆของเขาเป็นลูกหลานมหาเศรษฐีกันทั้งนั้น แต่ที่บอกว่าไม่น่าจะอยู่ยังชั้นนี้ได้ก็เพราะ มันเป็นชั้นส่วนตัวเองเศรษฐีในเกาลูน และชั้นบนนี้ ทั้งชั้นมันมีเพียงห้องเดียว แต่มีหลายห้องนอน 

 

”เซอร์ไพรส์” เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก ชานยอลก็เห็นเหว่ยถิงที่อยู่ในห้องพร้อมกับคำตะโกนของจงอินที่ดังขึ้นมา  

 

“มะ มาอยู่ที่นี่ได้ไง” ชานยอลถามพี่ชายคนรักเสียงติดขัด ไม่คิดว่าจะมาเจอเหว่ยถิงที่นี่ เมื่อวานยังเห็นอยู่ที่คฤหาสน์อยู่เลย เขาเห็นเมื่อวาน แต่ตอนกลางคืนไม่เห็น 

 

”คุณ คุณคริสรู้หรือเปล่าว่าผมจะมาที่นี่” ชานยอลถามเหว่ยถิง เพราะกลัวว่าคนรักจะรู้ที่เขาแอบมาถึงที่นี่โดยไม่บอกใครสักคน 

 

”ไม่รู้หรอก จะรู้ได้ยังไง ในเมื่อฉันต้องการความช่วยเหลือจากพวกนาย” เด็กแสบมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนๆทุกคนที่อยู่ในห้องจนครบทุกคน 

 

”จะให้ช่วยอะไร” เป็นเฉินที่พูดขึ้นมา เพราะตั้งแต่ที่เขารู้ว่าพี่ชายคนรักของเพื่อนได้ส่งคนไปหาถึงเกาหลีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ได้บอกว่าให้ช่วยอะไร 

 

”เดี๋ยวนะ ผมขอคำอธิบายก่อน ที่พวกพี่ให้ผมมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะรู้รหัสที่ผมส่งไปให้หรอกเหรอ” ทุกคนส่ายหัวอย่างพร้อมเพียงกัน เพราะรหัสที่ว่า พวกเขายังไขไม่ได้เลยด้วยซ้ำ กะว่าจะมาช่วยกันถอดรหัสกันที่นี่ แต่ตอนนี้ พวกเขาจะต้องช่วยเหลือมาเฟียมาเก๊าก่อน ชานยอลถอนหายใจอย่างเซ็งๆที่ถูกหลอกให้ดีใจ  

 

“แค่จะให้ผมมาร่วมขบวนการด้วย ไม่เห็นต้องหลอกกันเลย” ชานยอลตัดฟ่อเหล่าเพื่อนๆ 

 

”เอาน่าๆ ก็แค่หยอกเล่นเอง” เซฮุนเป็นคนพูด ทำให้ชานยอลถอนหายใจอย่างเซ็งๆอีกครั้ง จากนั้นจึงหันมามองคนที่มีอายุมากที่สุดในห้องนี้ 

 

”จะให้พวกผมช่วยเหลืออะไร” ชานยอลถามขึ้น เพราะเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนอายุมากจะให้ทำอะไร เหว่ยถิงไม่ตอบ แต่เขาเดินตรงไปยังกระจกใสบานใหญ่ 

 

”เห็นตึกพิพิธภัณฑ์ตรงนั้นไหม” ทั้งเจ็ดคนมองไปยังตึกที่ว่าก่อนจะพยักหน้ารับ 

 

”วันนี้อีกสามชั่วโมงจะมีงานแสดงภาพวาดในพิพิธภัณฑ์ มันมีภาพๆนึ่งที่ฉันอยากได้ มันมีอายุถึงสี่ร้อยปี” ทุกคนที่ได้ยินหันมามองคนพูดอย่างตกใจ  

 

“จะให้พวกเราไปขโมย นี่คุณเอาตะรางมาวางไว้ตรงหน้าพวกเราทำไม” จุนมยอนโวยวายขึ้น เมื่อเขาคิดแล้วก็คำนวนตามคำพูดของมาเฟียมาเก๊า อยู่ๆก็จะมาให้พวกเขาไปนอนเล่นอยู่ในคุก บ้าไปแล้ว 

 

”นี่มันเข้าข่ายขโมยสมบัติของชาติเลยนะ” ชานยอลพูดขึ้น แต่สายตายังคงจับจ้องยังพิพิธภัณฑ์ที่ว่า 

 

”สนุกดีออก ได้ท้าทายอำนาจตำรวจ” ชานยอลหันมามองคนพูด ทำไมพี่ชายคนรักของเขาถึงได้ชอบท้าทายตำรวจนักนะ ไม่เข้าใจในความคิดของคนคนนี้จริงๆ  

 

“แต่พวกผมอาจจะไม่สนุกด้วยนะสิ” คยองซูพูดขึ้น  

 

“มีคำว่า อาจจะ นี่คิดได้ไหมว่าพวกนายก็สนใจ” ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างยกยิ้มอย่างนึกสนุกกับคำพูดของมาเฟียเพียงหนึ่งเดียวในห้อง 

 

”แล้วถ้าพวกผมทำสำเร็จ พวกผมจะได้อะไรตอบแทน”เฉินที่เงียบฟังมาตั้งนานจึงได้ถามขึ้นมาบ้าง

 

“ความสนุก” คำตอบของมาเฟียแห่งมาเก๊าทำเอาเหล่าแก๊งแฮกเกอร์ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง แค่ความสนุกเนี่ยนนะ

 

”เพราะฉันคิดว่าพวกนายคงไม่ได้อยากได้อะไร ในเมื่อพวกนายมีกันทุกอย่างแล้ว” เสียงหัวเราะเงียบลง จะเหลือเพียงการยกยิ้มมุมปากจากทุกคน เพราะมาเฟียตรงหน้าพวกเขาพูดถูก พวกเขาไม่ต้องการอะไร ต้องการเพียงความสนุกเพื่อแก้เบื่อเท่านั้น แก้เบื่อเพราะยังไขปริศนาตัวเลขไม่ได้นี่แหละ มันจึงทำให้พวกเขารู้สึกหงุดหงิดแล้วอยากจะหาอะไรมาทำแก้อาการหงุดหงิดนี้ด้วย

 

”คุณอยากได้รูปภาพอะไร” ชานยอลเป็นคนพูดขึ้น เพราะตอนนี้เขามั่นใจว่าเพื่อนๆอยากจะทำงานนี้ เมื่อเห็นว่าน้องสะใภ้กับเพื่อนๆจะช่วนเหลือ มาเฟียแห่งมาเก๊าจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากในกระเป๋ากางเกง จากนั้นจึงยื่นให้กับชานยอล ชานยอลมองภาพดอกบัวสีชมพูสามดอกที่ถูกวาดซ้อนทับกันอย่างสวยงาม พื่นของภาพวาดจะเป็นสีเขียน ให้ความรู้สึกเป็นใบบัวขนาดใหญ่ที่มีดอกบัวสามดอกอยู่ตรงกลาง ชานยอลทำการส่งภาพเข้าที่อีเมลของกลุ่มเพื่อน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพวาดดอกบัวที่จะต้องไปเอามา

 

”คุณมีแผนยังไง” เฉินถาม

 

”ฉันจะให้ลูกน้องแอบเข้าไปสองคน พวกนายเพียงแค่บอกทิศทางการหลบหนีก็พอ” เหว่ยถิงอธิบายแผนของตัวเอง เพราะการที่ให้ลูกน้องเข้าไปเพียงสองคนถือว่ามันเงียบที่สุดแล้ว

 

”แล้วแผนผังของพิพิธภัณฑ์ล่ะ” คยองซูแถม แต่ได้รับคำตอบเพียงส่ายหัวกลับมา

 

”คุณไม่ได้ให้ลูกน้องเข้าไปดูลาดเลาก่อนเหรอ” ซิ่วหมินถามขึ้นบ้าง

 

”เข้าไป แต่พอวันที่จะเข้าไปขโมย ผังของพิพิธภัณฑ์ก็ถูกเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง ในพิพิธภัณฑ์มันสามารถเคลื่อนไหวได้ แผนผังในนั้นมันจึงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ฉันหมดปัญญาจริงๆ ถึงต้องมาขอให้พวกนายช่วยนี้ไง” มาเฟียมาเก๊าพูดจบแล้วถอนหายใจอย่างเซ็งไปกับแผนผังของพิพิธภัณฑ์โบราณแห่งนี้ นี่เขาขโมยของโบราณมาหลายต่อหลายที่ ไม่มีที่ไหนทำเขาจนมุมเท่าที่นี่เลย

 

”คุณบอกว่าอีกสามชั่วโมงพิพิธภัณฑ์จะเปิดให้เข้าไปชมใช่ไหม” เหว่ยถิงพยักหน้ารับคำของชานยอล

 

“ตอนนี้ลูกน้องทั้งสองของคุณอยู่ไหน” เหว่ยถิงทำหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแล้วกดเรียกลูกน้องทั้งสองคนให้เข้ามาหา สักพักใหญ่จึงมีชายชุดดำสวมชุดสูทเดินเข้ามาให้ห้อง

 

“พี่มีแผนที่ดีกว่าเหรอ” เซฮุนเป็นคนถามขึ้น ชานยอลหันมายิ้มให้กับคนถาม ก่อนจะหันไปมองอีกสองคนที่จะทำหน้าที่เข้าไปขโมยของ นี่เขาจะเปลี่ยนอาชีพแล้วเหรอเนี่ย

 

”ทุกคนจำหน้าเขาสองคนเอาไว้ คุณสองคนก็จำหน้าพวกผมเอาไว้เหมือนกัน” จบคำของชานยอล ทุกคนจึงหันมองฝ่ายตรงข้ามทันที

 

“นี่คุณ ลูกน้องของคุณอยู่ที่นี่เยอะแค่ไหน”

 

“แล้วนายต้องการเท่าไหร่” เหว่ยถิงตอบคำถามของชานยอล

 

”ผมขอแค่คนเดียวพอ” เหว่ยถิงพยักหน้าให้กับลูกน้องสองคนที่ยืนคุมอยู่ด้านหลังของตัวเอง จากนั้นจึงมีหนึ่งคนก้าวออกมาข้างหน้า ชานยอลหันไปหยิบกระเป๋าของตัวเองก่อนจะค้นหาอุปกรณ์ภายในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นให้ทั้งสองคน

 

”คุณเอาอันนี้ไปเสียงเข้ากับปลั๊กไฟในพิพิธภัณฑ์ จะตรงไหนก็ได้” คนของเหว่ยถิงพยักหน้ารับ จากนั้นจึงออกไปทำตามแผนของชานยอล

 

“พี่ซูโฮ พี่ซิ่งหมิน แล้วก็พี่ดีโอ พวกพี่อยู่ที่นี่พอรอบอกตำแหน่งของพวกเรา ผม เฉิน ไค และเซฮุนจะออกไปชมพิพิธภัณฑ์พร้อมพวกเขา” ทุกคนพยักหน้ารับคำของชานยอลโดยไม่มีใครคัดค้าน

 

ตึง

 

เสียงหน้าจอแล็ปท็อปของชานยอลดังขึ้น ภาพแผนผังในพิพิธภัณฑ์ปรากฎบนหน้าจอของชานยอล จากนั้นชานยอลจึงทำการส่งภาพที่ได้มาเข้าที่หน้าจอของทุกคน

 

“สีเขียวๆนั่นคือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช่ไหม” ซิ่วหมินถามขึ้นมา เมื่อเห็นเห็นจุดสีเขียวๆเต็มหน้าจอไปหมด ชานยอลพยักหน้าเป็นคำตอบ

 

”โฮ นี่ยกมาทั้งกองทัพเลยมั่ง” จงอินประชดออกมา

 

”ทุกคนรับนี่ แล้วติดไว้ในเสื้อ” เมื่อคนที่จะต้องเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ติดอุปกรณ์ที่ชานยอลให้เสร็จ หน้าจอจึงปรากฏจุดสีแดงขึ้นมา หกจุด นั่นคือของชานยอลกับเพื่อนๆและก็ลูกน้องของเหว่ยถิงอีกสองคน

 

”ส่วนนี้หูฟังขนาดจิ๋ว ใส่ไว้ในหู มันมีคลื่นความถี่ขนาดสูง เพียงแค่ทุกคนกระซิบพูด พวกผมที่ฟังอยู่ทางนี้ก็สามารถได้ยิน” ซิ่วหมิงยื่นหูฟังสีดำขนาดเล็กที่สามารถยัดเข้าไปในหูได้พอดี ไม่มีทีท่าว่าจะหลวมหรือหลุดออกมา

 

”แล้วตอนเอาออก ต้องเอาออกยังไง” เซฮุนถามขึ้น เพราะเขายัดมันเข้าไปในหูแล้วไม่สามารถเอามันออกมาได้ ถึงขนาดเอียงคอเพื่อให้มันไหลออกมา มันก็ไม่ยอมออก

 

”มันมีวิธีเอาออกนั่นแหละ” เจ้าของอุปกรณ์อธิบายบอก แค่เนี่ย เซฮุนครวญครางในใจ

 

”เอาล่ะ นี่ก็ได้เวลาแล้ว ผมจะบอกแผนอย่างง่ายๆนะ” ทุกคนพยักหน้าแล้วเดินเข้ามาใกล้เจ้าของแผนอย่างชานยอล

 

”คุณสองคนเข้าไปขโมยของออกมา มันอยู่จุดไหนพวกคุณรู้ใช่ไหม” ลูกน้องของเหว่ยถิงพยักหน้า

 

”เมื่อคุณขโมยออกมาแล้วให้เอามาให้ใครก็ได้ระหว่างผมสี่คน ผมสี่คนจะทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไป” ชานยอลอธิบายเพิ่ม

 

”แล้วเราสองคนจะรู้ได้ยังไงว่าพวกคุณอยู่ตรงไหน”

 

“เดี๋ยวพวกผมบอกคุณเองไม่ต้องห่วง” ชายทั้งสองหันมองที่จุนมยอน ก่อนจะหันไปมองผู้เป็นนายที่เอาแต่นั่งเงียบ เขาไม่รู้ว่าทำไมเจ้านายถึงไว้ใจให้เด็กพวกนี้ช่วย ถ้าเขาสองคนถูกจับได้ขึ้นมาจะทำยังไง เขาสองคนไม่มั่นใจกับแผนของเด็กพวกนี้เลย แต่ก็ไม่สามารถคัดค้านอะไรได้ เพราะมันเป็นความต้องการของผู้เป็นเจ้านาย

 

”แยกย้ายกันไปได้ คุณสองคนก็ไปซุ่มอยู่ที่นั่น ถ้าถึงเวลาพวกที่อยู่ที่นี่จะสั่งให้ทำการ” ทั้งสองคนพยักหน้ารับแล้วเดินออกไปจากห้อง เพื่อทำตามแผนที่ดูจะหละหลวม เมื่อทั้งสองคนเดินออกไป ชานยอลจึงหันมามองมาเฟียแห่งมาเก๊า ที่เอาแต่นั่งเงียบ ไม่มีความคิดเห็นอะไรเลย

 

”ลูกน้องคุณไว้ใจได้ใช่ไหม” ชานยอลถามพี่ชายคนรัก

 

“พวกมันทำงานกับฉันมาตั้งแต่เด็ก” ชานยอลพยักหน้ารับ จากนั้นจึงหันไปคุยกับเพื่อนๆเพื่อออกปฏิบัติการ ถ้างานนี้ถูกจับได้ ไม่รู้ว่าจะถูกมาเฟียลงโทษอะไรบ้าง เขาไม่ได้กลัวว่าจะถูกตำรวจจับ เขากลัวคนรักจับต่างหาก อันนี้แหละ ที่น่ากลัวกว่าตำรวจซะอีก

 

 

1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจในการลงต่อฝากด้วยนะคะ

 

ก็นึกว่าจะมาตามหามือวางระเบิด แต่ที่ไหนได้ มาช่วนพี่สามีขโมยสมบัติของชาตินี้เอง ไอ้แสบนี่ชักจะเพิ่มเลเวลในการเป็นมาเฟียผิดกฎหมายเข้าไปทุกทีแล้วนะแสบ

ส่วนคุณมาเฟีย นี่กล้าไปดูงานโดยไม่พกไอ้แสบติดตัวไปด้วยนี่นะ

ส่วนเรื่องขโมยของ ก็ขอให้ทำสำเร็จนะแสบ ตำรวจจับไม่ได้ และที่สำคัญ คุณมาเฟียก็จับไม่ได้เหมือนกัน

ขอพาราสองเม็ดไว้ให้มาเฟียล่วงหน้าค่ะ

ความคิดเห็น