Rensaki
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP : 14 พี่สาวที่แสนดี?

ชื่อตอน : EP : 14 พี่สาวที่แสนดี?

คำค้น : Rensaki

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 707

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2562 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP : 14 พี่สาวที่แสนดี?
แบบอักษร

 

 

 

EP : 14 พี่สาวที่แสนดี? 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เฮ้อ วันนี้ทำไมมันร้อนแบบนี้นะ” หรงซู่จินบ่นพลางเดินไปยังที่เก้าอี้ที่มีโต๊ะน้ำชาถูกเธอจัดเอาไว้ที่หน้าต่าง สามวันมานี้เธอต้องค่อยรับมือกับเหล่าผู้อาวุโสแต่ก็ไม่ได้ยากอะไรมากนัก แถมยังมีพวกบ่าวไพร่ที่คิดจะแกล้งเธอเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเธอไม่ใช่หรงซู่จินคนก่อนเสียหน่อย ถึงจะยอมให้ใครรังแกง่ายๆ

“เจ้าจะไปช่วยพ่อเจ้าทำงานไม่ใช่หรือ” หวางชูที่นั่งเก้าอี้ยกแก้วรายมังกรที่มีน้ำชาสูตรพิเศษของหรงซู่จินเป็นคนทำให้ขึ้นมาจิบนิดๆ

“ก็ใช่ วันนี้มันร้อนมากเลย และมันพาลให้ข้าหงุดหงิดทุกครั้ง” หรงซู่จินที่ใส่ชุดไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไรเพราะมันร้อนจนทำให้เธอไม่ใส่ใจนักในการแต่งตัวตอนนี้ของตัวเอง เธอไม่สนใจสายตาของหวางชูที่มองมาอย่างดุๆ เหมือนจะบอกว่าให้เธอแต่งตัวให้เรียนร้อยก็ตาม ถ้าเธอไม่ทำตามแล้วก็เขาจะกล้าเข้ามาจับเธอแต่งตัวหรือ ไม่มีทางหรอก ไอ้มังกรหวงตัวนี้ไม่กล้าหรอก

“หึ” หวางชูมองสีหน้าของหรงซู่จินก็ได้แต่สะมือเบาๆ เสื้อผ้าที่ไม่เรียบร้อยของเธอก็เข้าที พร้อมกับทำให้หรงซู่จินรู้สึกเย็นสบายขึ้น เพราะนางจะไม่ได้ต้องมาโชว์เนินหน้าอกนั้นให้เขาเห็นอีก

“ชอบใจ ที่จริงท่านกลัวว่าจะหวั่นไหวกับร่างกายของข้าสินะ” หรงซู่จินเอ่ยเหย่าแย่หวางชูเล่นๆ ที่นั่งทำหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่กับจัดการแต่งตัวให้เธอเรียบร้อยแถมทำให้เธอรู้สึกเย็นสบายอีกด้วย แล้วก็ไม่ทำให้เธอตั้งนาน

“ข้ากลัวเสียสายตา” หวางชูเอ่ยแต่ก็ไม่มองหน้าหรงซู่จินทำเพียงมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีสวนดอกไม้ทำให้รู้สึกร่มรื่น

“กล้าเสียสายตาหรือกลัวว่าจะอดใจไม่ไหวกันแน่” หรงซู่จินไม่ยอมแพ้ เท้าคางมองหวางชูด้วยสายตาอ่อยๆ พร้อมกับปัดผมไปด้านหลัง และทันที่เธอเห็นว่าหางตาของหวางชูปรายตามามองเธอนิดหน่อยก่อนจะหน้าแดงขึ้นมา พลางเบนใบหน้ามองออกไปด้านนอกตามเดิม นี่เขาเป็นหนุ่มซึนหรอกหรือ น่าแกล้งนัก ประโยคนี้จูๆ ก็โผล่เข้ามาในหัวของเธอ

“หยุดใช้สายตามองข้าแบบนั้นเสีย ไม่อย่างนั้นก็ข้าทำให้เจ้ากลับไปรู้สึกร้อนเหมือนเดิม” แหมหวางชูจะใช้น้ำเสียงเรียบๆ เอื่อยๆ ก็ตามแต่หรงซู่จินก็จับน้ำเสียงของหวางชูได้ว่ามันไม่มั่นคงนิดหน่อย

“งั้นข้าก็จะแก้ผ้าต่อหน้าท่าน” เธอขู่แต่จริงๆ ไม่กล้าทำหรอก แม้ว่าคนตรงหน้าจะเป็นหนุ่มมังกรสามพันปีที่ไร้ประสบการณ์ แต่ขึ้นชื่อว่าผู้ชายมีหรือจะไม่หวั่นไหวถ้าเจอหญิงสาวยั่วยวน ถึงจะเป็นหวางชูเธอก็ไม่ไว้ใจที่จะแก้ผ้าต่อหน้าของเขาหรอก อย่างมากก็แค่แต่งตัวไม่เรียบร้อย

“ข้าจะไม่พูดกับเจ้า” แหมๆ มีขู่แบบนี้เสียด้วยสิ หรงซู่จินอมยิ้มนิดๆ พร้อมกับเลิกแกล้งหวางชู ก่อนจะลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามายังเรือนของเธอ

“ซู่เออร์ พี่กลับมาแล้ว” หรงซู่จินที่ได้ยินน้ำเสียงหวานพูดขึ้น ได้แต่กรอกตามองบนแล้วเบ้ปากทันที ก่อนจะสวมหน้ากากเข้าใส่อีกคนที่สวมหน้ากากใส่เธอเช่นเดียว

“พี่อี้จิน ข้าคิดถึงท่าน” หรงซู่จินเปิดประตูออกไปพร้อมกับเรียกแล้วพุ่งเข้าออกอีกคนอย่างจังพร้อมกับกอดอีกคนแน่นๆ

“จะ…เจ้าปล่อยพี่ก่อน พี่หายใจไม่ออก” หรงซู่จินยิ้มนิดๆ ก่อนจะผละตัวออกมาแล้วหัวเราะแห้งๆก่อนจะพูดขึ้นกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง

“ข้าคิดถึงท่านนี่น่า ท่านไปอยู่ที่นำสักตั้งนาน” หรงซู่จินแสร้งทำหน้าเศร้าใจก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้าห้อง เพราะถ้ายังยืนก็ตรงนี้นานๆ ก็คงจะไม่ดีนัก

“เอ่อ เขาเป็นใครเหรอ” แรกพบสบตาหรงอี้จินก็ตกตะลึงในความหล่อเหล่าทันที พร้อมกับหน้าแดงขึ้นมาถึงแม้อีกคนจะไม่ได้สนใจนางก็ตาม แต่ท่าทางนิ่งๆ ของผู้มีเส้นผมที่ขาวดุจหิมะและนัยน์ตาสีเดียวกันกับสีเส้นผมก็ได้ทำการสระกดสายตาของเธอไม่ละไปไหนแม้แต่ถามผู้เป็นน้องสาวก็ตาม

“ท่านหวางชูเป็นสหายท่านพ่อเจ้าค่ะ”

“แล้วเหตุใดจึงให้ชายที่ไม่ใช้สามีเข้ามาในเรือนของเจ้ากัน รู้หรือไม่ว่ามันไม่ดี ถ้าใครรู้เข้าจะเสื่อมเสียชื่อต่อตัวเจ้า” หรงอี้จินหันมาดุเสียงไม่เบานัก แต่ก็ได้ยินกันทั้งสามคนที่อยู่ในเรือนนี้ หรงซู่จินเบ้ปากในใจก่อนจะยิ้มแห้งๆ ก่อนจะบอกพี่สาวผู้แสนดีเกินเหลือของเธอ

“แหะๆ ท่านพ่อบอกให้ข้าดูแลท่านหวางชูนะเจ้าค่ะ แล้วอีกอย่างท่านพ่อก็รู้เรื่องนี้ด้วยเจ้าค่ะ” ทันทีที่หรงอี้จินได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วขึ้นมา ได้แต่คิดว่าเหตุใดท่านพ่อของนางจึงได้ปล่อยให้สหายของตนมาอยู่กับหรงซู่จินที่เรือนสองต่อสองเช่นนี้ นางรู้ว่าหรงจินเฉินนั้นหวางลูกสาวตัวเองมากแค่ไหน แทบจะไม่ให้พวกนางเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนใดซ้ำ ยังดีที่นางได้เข้าไปในนำสักดาราจุติได้ท่านพ่อของนางเลยไม่ตามไปหวงนางถึงในนั้น

“เช่นนั้นหรือ” หรงอี้จินหันไปถามหรงซู่จินอย่างคาดคั้น เมื่อสบสายตากับหรงซู่จินแล้วไม่พบสิ่งผิดปกตินางก็ละสายตาไปมองหวางชูที่นั่งนิ่งไม่สนใจพวกเธอสองคนอีกครั้งแล้วหันไปพูดเสียงหวานกับหวางชู จนหรงซู่จินที่ได้แบบนั้น ก็ได้แต่หันใบหน้างามไปด้านข้างเพื่อโก่งคอทำท่าจะอ้วกด้วยความหมั่นไส้

“ข้าหรงอี้จินเจ้าค่ะ จะเรียกว่าอี้เออร์ หรืออี้จินก็ได้เจ้าค่ะ” หรงอี้จินพูดเสียงหวานพร้อมกับรอยยิ้มที่คิดว่าสวยที่สุดและคิดว่ามันจะทำให้หวางชูหันมาสนใจนาง แต่เปล่าเลย

เพราะที่นางได้รับคือความเงียบจากอีกฝ่าย แถมยังทำเป็นว่าไม่ได้ยินเสียงของนางอีกด้วย หรงซู่จินเห็นท่าทีของหวางชูแสดงออกแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มก่อนจะคิดในใจว่าจะทำเนื้อย่างให้เขาทานเป็นของตอบแทนดีหรือไม่ที่เขาดีแบบนี้ เอ๊ะ หรือนางจะทำอาหารอย่างอื่นให้ทานดีนะ

“เอ่อ” หรงอี้จินมองหวางชูแล้วถึงกับพูดไม่ออกเลย ว่าในสถานการณ์ตอนนี้นางควรจะพูดหรือจะแสดงสีหน้าอย่างไรดี เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ถูกผู้ชายเมินเฉยต่อนางเช่น นี้เป็นครั้งแรกเลยที่นางถูกผู้ชายเมินเฉยแบบนี้

“ท่านพี่อย่าใสใจเลยเจ้าค่ะ ท่านหวางชูก็เป็นแบบนี้แหละเจ้าค่ะ เขาไม่พูดกับใครหรอกเจ้าค่ะ” หรงซู่จินแสร้งพูดด้วยความเห็นใจ แต่ริมฝีปากบางนั้นกระตุกยิ้มนิดๆ อย่างสะใจ

“อย่างนั้นหรือ งั้นพี่ก็สบายใจขึ้นมาหน่อย” หรงอี้จินพูดพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ข้างกับหวางชูทันทีพร้อมทั้งพยายามชวนอีกฝ่ายคุยให้ได้

“เอ่อ ท่านพี่คงได้ยินเรื่องจากท่านพ่อมาแล้วสินะเจ้าค่ะ ถึงได้มาหาข้า”หรงซู่จินพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าหรงอี้จินกำลังจะชวนหวางชูคุย

“อะ…อืม ใช่พี่ร้อนใจเลยรีบมาหาเจ้านะ ตกลงเจ้าจะแต่งงานกับกงกงเสี่ยวอย่างนั้นหรือ” ไม่รู้ทำไม่ต้องทำเหมือนจะเธออยากจะแต่งงานนักหนาและเธอก็ยังไมได้พูดเสียหน่อยว่าจะแต่ง หรงซู่จินยิ้มนิดๆ ก่อนหน้าส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้น

“เปล่าเจ้าค่ะ”

“อ้าว! ไหนท่าน…พ่อบอกว่าเจ้าจะแต่งงานกัน” หรงซู่จินเมื่อได้เห็นสีหน้าและน้ำเสียงของหรงอี้จินก็ได้แต่ยิ้มเล็กน้อย ท่านพ่อบอกอย่างนั้นหรือ เอาอะไรคิดไม่ทราบว่าท่านพ่อผู้หวงลูกสาวแบบนั้นะยอมให้แต่งงานกับใคร เหยื่อเผลอปล่อยไก่อกมานิดหน่อยแล้ว

“จริงๆ แล้วเรื่องนี้เรายังไม่ได้พูดกันหรอกเจ้าค่ะ พอดีผู้อาวุโสบอกว่าให้ท่านพี่กลับมาเสียก่อนจะจัดประชุมกันอีกครั้งเจ้าค่ะ” หรงซู่จินจิบน้ำชาไปพลางพูดเสียงหวานแสดงออกว่าเขินอายนิดๆ ให้อีกคนคิดว่าเธอนั้นมีใจให้อีกฝ่ายพอดู

“อ๋อ เป็นเช่นนี้เอง ถ้าเจ้าชอบกงเสี่ยวพี่ก็จะช่วยเต็มที เจ้าจะได้มีคนดีๆ และแข็งแกร่งเพื่อที่จะปกป้องเจ้าได้” น้ำเสียงหวานแต่ฟังดูราบเรียบนิดๆ พูดอย่างนัยน์ตาเปล่งประกายด้วยความยินดีอย่างมากที่ได้ยินหรงซู่จินพูดมาและแสดงท่าทีแบบนั้นออกมา

“เจ้าค่ะ ถ้าเป็นพี่กุ้ยเสี่ยวน้องคิดว่าน้องคงจะโชคดีมากๆ เลยเจ้าค่ะ” พอจะรู้มาว่ากงกุ้ยเสี่ยวนั้นแอบชอบหรงอี้จินมาบ้างและหรงอี้จินนั้นก็ดูจะถูกใจกงกุ้ยเสี่ยวบ้าง แต่ตอนนี้ก็เหมือนหรงอี้จินจะชอบหวางชูมากจนลืมกงกุ้ยเสี่ยวไปแล้ว

“อืม พี่ว่าพี่กุ้ยเสี่ยวเนี่ยเหมาะสมกับเจ้าดี” หัวอ่อนทั้งคู่ แบบนี้จะไปไหนรอดเล่า หรงอี้จินคิดที่นางถูกใจกงกุ้ยเสี่ยวนั้นเพราะหลอกใช้ง่ายดีถึงหน้าตาจะหล่อเหลาปานใด แต่ถ้าเทียบกับคนด้านข้ างที่เป็นสหายของท่านพ่อของเธอแล้วกงกุ้ยเสี่ยวเทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าค่ะ พี่กุ้ยเสี่ยวอ่อนโยนและดูเป็นผู้ชายอบอุ่นมากๆ ใครได้เขาไปคงโชคดีมากแน่ๆ เจ้าค่ะ” หรงซู่จินแกล้งชมไปพร้อมกับนั่งก้มหน้างุดพลางทำหน้าเขินอายเวลาพูดถึงกงกุ้ยเสี่ยว

ท่าทางแบบนั้นทำให้หรงอี้จินเอื้อมมือไปลูบหัวของหรงซู่จินเขาๆ อย่างเอ็นดู ส่วนหวางชูนั้นที่เห็นการแสดงของหรงซู่จินที่แสดงหลอกหรงอี้จินจนหลงเชื่อก็แค่กรอกตาไปมา คงไม่มีให้เห็นธาตุแท้ของนางนอกจากเขาจริงๆ สินะ แต่ไม่เป็นไร ถ้ามันจะทำให้เขาได้ทานเนื้อย่างแสนอร่อยที่นางทำให้เข้าทานเหมือนในมิติ เขาก็จะเป็นคนดูที่ดี ไม่มีปากมีเสียงใดๆ ทั้งสิ้น

“ถ้าเจ้าชอบพี่ก็จะช่วยเจ้าเต็มที” หรงอี้จินพูดด้วยรอยยิ้มอย่างเอ็นดูหรงซู่จิน แหมจะรู้สึกเจ็บที่หัวใจนิดหน่อยก็ตาม แต่นางก็ปัดเรื่องนั้นออกไป เพราะตอนนี้สิ่งที่นางสนใจก็คือหวางชูชายหนุ่มผู้กุมหัวใจของเธอตอนนี้ต่างหากล่ะ

“ขอบคุณท่านพี่มากเจ้าค่ะที่เข้าใจข้า” หรงซู่จินพูดขึ้นก่อนจะทำหน้าตกใจแล้วพูดขึ้นมา

“ตายจริง! ข้าลืมไปเลยว่าท่านพ่อเรียกข้าไปพบที่เรือน เช่นนั้นก็ต้องไปก่อนเจ้าค่ะ” หรงซู่จินรีบวิ่งออกจากเรือนของตัวเองตรงไปยังเรือนของท่านพ่อของเธอทิ้งหวางชูเอาไว้กับหรงอี้จินตามลำพัง

 

“ท่านหวางชูกับท่านพ่อสนิทกันมานานแล้วหรือเจ้าค่ะ” เมื่อหรงซู่จินวิ่งหายไป หรงอี้จินก็ขึ้นพูดมาทันทีเมื่อเห็นว่านี่คงเป็นโอกาสทองของนางแล้ว แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ได้สนใจนางนอกจากสวนดอกไม้ด้านนอกนั้น

“เอ่อ ให้ช้ารินน้ำชาให้ท่านหรือไม่…”

พรึบ!

หวางชูลุกขึ้นทันที พร้อมกับเดินออกไปจากเรือนของหรงซู่จินทันที เมื่อหรงซู่จินไม่อยู่แล้วเขาจะอยู่ทำไม อย่าให้เจอนะ นางเด็กแสบนั้นบังอาจกล้าทิ้งเขาไว้กับหญิงใจกล้าคนนั้นให้อยู่สองต่อสองแบบนี้ได้ยังไง

หวางชูได้แต่คิดอย่างหงุดหงิดใจก่อนจะหายตัวไปโผล่ที่เรือนของหรงจินเฉินที่ตอนนี้กำลังถูกรงซู่จินช่วยงาน เขารู้สึกทึ่งเล็กน้อยที่หรงซู่จินนั้นเรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็วนัก แต่ก็ไม่ได้ชมอะไรอีกฝ่ายนัก เดี๋ยวจะได้ใจ

“ท่าน!” หรงจินเฉินเรียกหวางชูที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วก็นั่งจิบน้ำชาบนโต๊ะของเขาเงียบๆ มาตอนไหนเนี่ย ไหนลูกสาวตัวน้อยของเขาบอกว่าหวางชูอยู่กับหรงอี้จินไง แล้วไหงมาอยู่ที่ห้องทำงานของเขาได้

“หึ ขืนข้าอยู่ที่นั้นสองต่อสองกับลูกสาวเจ้า ข้าคงถูกนางฉุดขึ้นเตียงเป็นแน่” หรงซู่จินที่ได้ยินหวางชูพูดแบบนี้ก็อดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

“ทะ…ท่านว่าอะไรนะ!” แม้จะไม่อย่าจะเชื่อ แต่คนอย่างหวางชูไม่ใช่คนที่จะโกหกใครแน่นอน

“ฮ่าๆ ท่านพ่ออย่าตกใจไปสิ จริงๆ แล้วท่านหวางชูนั้นไม่ค่อยถูกกับหญิงสาวเท่าไร แล้วพอดีลูกเห็นว่าพี่อี้จินดูเหมือนจะชอบท่านหวางชูเจ้าค่ะ ก็เลยเปิดโอกาสให้ แต่ไม่คิดว่าท่านหวางชูจะรีบหนีออกมาเสียก่อน” หรงซู่จินพูดพร้อมกับยักคิ้วให้หวางชูไปด้วย พลางพูดแบบไร้เสียงให้หวางชูอ่านปากของเธอ

‘ข้าไม่หึงท่านหรอกตามสบาย’

“หึ” หวางชูที่รู้แบบนั้น ก็แค่เค้นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ พลางจิบน้ำชาไปด้วยไม่สนใจสองพ่อลูกตัวแสบที่กำลังนั่งช่วยกันทำงาน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังถูกหรงซู่จินแกล้งอยู่ดี เพราะเวลานางเดินมาที่โต๊ะเพื่อจะริมน้ำชาเพื่อจะนั่งจิบเป็นเพื่อนเขา

 มือเล็กๆ นั้นบังอาจนักที่มาแอบดึงแก้มของเขาเล็กอย่างไม่เกรงกลัวเขาหรือแม้แต่พ่อของนางจะเห็นเข้า เขาได้แต่มองหรงซู่จินที่ตีหน้าใสซื่อไม่รู้เรื่อง ก่อนจะปัดมือนางออก แต่ไม่รู้เหตุใดจึงเป็นการจับมือนางเอาไว้ก็ไม่รู้ พอเห็นแบบนั้นเขาก็รีบปล่อยมือของนางทันที

ก่อนหันมาสนใจจิบน้ำชาต่อ พ่อนางแกล้งเขาจนพอใจก็กลับไปนั่งทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูเอาเถอะ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเห็นหญิงสาวคนไหนร้ายกาจเท่านางมากก่อนเลย ช่างน่าเจ็บใจนักที่เขาเอาคืนนางไม่ได้สักครั้ง

“ท่านพ่อ ตรงนี้มีปัญหาเจ้าค่ะ ดูเหมือนเงินมันจะหายไป” หรงซู่จินชี้ไปยังผมรวมกับตัวเลขต่างๆ ภายในบัญชีของตระกูลที่มีเงินหายไปหลานแสนเหรียญทองเสียด้วย พอตรวจดูดีๆ แล้ว ส่วนที่หายไปนั้นอยู่ในความดูแลของผู้อาวุโสที่สิบเสียด้วยสิ เหมือนจะมีตัวหมูที่ถูกเชือดดีเหมาะจะเป็นตัวอย่างที่จะให้ทุกคนดูเสียแล้วสิ

“ผู้อาวุโสที่สิบ” หรงจินเฉินพูดขึ้นอย่างเดือนดาลเมื่อรู้ว่าเป็นใคร หรงซู่จินที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าให้กับท่านพ่อของเธอทันที

“เจ้าค่ะ ลูกมีแผนจัดการผู้อาวุโสเจ้าค่ะท่านพ่อ” หรงซู่จินพูดขึ้นมาพร้อมกับขยับไปกระซิบพูดถึงแผนการที่วางเจ้าไว้ให้กับผู้เป็นท่านพ่อได้ฟัง

“ลูกช่างฉลาดนัก วางใจได้พ่อจะเล่นไปตามที่ลูกกำหนด” หรงจินเฉินที่ได้ฟังแผนการของลูกสาวตัวน้อยของเขาก็ยิ้มเย็นขึ้นมาทันที พร้อมกับชมลูกสาวตัวเองไปด้วย หวางชูที่ถึงจะนั่งอยู่ตรงนี้ก็ได้ยินแผนการไปด้วยแต่ก็ไม่พูดอะไร ได้แต่ถอนหายอย่างเบื่อหรงจินเฉินที่หลงหรงซู่จินเกินไป

มาแล้วคร้า เอาความฟินมาให้นิดๆ หน่อย หรงอี้จินอ่อยหวางชูไม่สำเร็จหรอก หึหึ ชอบก็เม้นให้ได้น่า หรือจะใหกำลังใจแทนก็ได้ไม่ว่ากันจร้า  

หวางชูหนุ่มซึนถูกนางร้าย หรงซู่จินแกล้งจร้า  

แอบกระซิบบอกตอนหน้ามีรถไฟชนกันจร้าาาา 

 

 

ความคิดเห็น