AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 31 เทพแห่งสงครามอาทีน่า

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 เทพแห่งสงครามอาทีน่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 44

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2562 21:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 เทพแห่งสงครามอาทีน่า
แบบอักษร

ตอนที่ 31 เทพแห่งสงครามอาทีน่า 

วูบ!! เสียงสั่นอากาศบังเกิดประตูมิติเล็กๆ พอคนหนึ่งคนเข้าออกได้สบายตรงกลางวิหารโบราณแห่งหนึ่ง วิหารที่อยู่ใจกลางเขตแดนอาทีน่า มีสภาพเก่าทรุดโทรมอยู่หลายจุดเพราะไม่ค่อยมีคนมาสักการะ ทั้งยังเป็นสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างผืนป่ากับเขตของทะเลทรายจึงทำให้มีการกัดกร่อนของสภาพอากาศสูง

แม้ว่าจะมีหมู่บ้านที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้เคียงอีกหลายแห่ง แต่ว่าการเดินทางมายังวิหารก็ไม่ได้สะดวกเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นสถานที่นี้จึงเปรียบเสมือนสถานที่รกร้างก็ว่าได้

เนื่องจากอยู่ใกล้เคียงกับศูนย์กลางของอาณาจักรทั้งสี่ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเดินทางไปเยี่ยมเยียนเหล่าจักรพรรดิผู้ปกครอง

อาทีน่า เป็นเทพสาวผู้สูงศักดิ์ที่เก่งกาจในด้านการสงคราม เธอมีโล่เทพและหอกระดับเทพเจ้าครอบครอง ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้เป็นดั่งเขี้ยวเล็บอันแข็งแกร่งสำหรับกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก

“หืม! ทำไมวิหารของข้าถึงได้ทรุดโทรมเช่นนี้ นี่พวกมนุษย์มันหลงลืมข้าไปแล้วงั้นหรือ ไม่ไหวจริงๆ นี่แหละหนานิสัยอันเห็นแก่ตัวของพวกมนุษย์ แต่ก็เอาเถอะ เพราะข้าก็ห่างหายจากสถานที่แห่งนี้ไปนานพอสมควร งั้น...... ข้าไปเยี่ยมเยือนจักรพรรดิของแต่ละอาณาจักรก่อนดีกว่า” อาทีน่าพึมพำกับตัวเอง

ก่อนหน้านี้เธอไปยังเขตแดนเทพซีเรียสมา เพื่อรอดูว่าเทพตนไหนจะได้รับผู้กล้าไปครอบครอง ผลก็ปรากฏออกมาไม่ค่อยน่าพอใจสักเท่าไหร่ นั่นเพราะมีแต่เทพระดับต่ำกับเทพระดับกลางเท่านั้นที่ให้ความสนใจกับการแก่งแย่งเหล่าผู้กล้า

ส่วนเทพระดับสูงไม่มีแม่แต่ตนเดียวที่เข้าร่วมการแย่งชิงด้วย ส่วนใหญ่พวกเขาจะมาดูผลเหมือนกับเธอมากกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้กล้าที่น่าสนใจ เพียงแต่ว่าศักยภาพของเขาไม่เพียงพอสำหรับอุดมการณ์ของเธอเท่านั้นเอง

อาทีน่าเมื่อมาถึงเธอสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อปรับสภาพร่างกายให้คุ้นชิน แล้วชำเลืองไปยังทิศทั้งแปดเพื่อหาดูอาณาจักรที่จะไปเยี่ยมเยือน

"มีแค่ 4 อาณาจักรเองเหรอ แต่ก่อนมีเยอะกว่านี้นี่...หืม” เธอมองดูทิศทั้งแปดปรากฏสถานที่ตั้งในครรลองสายตาเธอ เมื่อเห็นว่าปัจจุบันเหลือแค่สี่อาณาจักรก็ขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย

แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้คิ้วของเธอกระตุกมากที่สุดก็คืออาณาจักรหนึ่ง ที่นั่นมีคลื่นพลังอันแปลกประหลาดอยู่ทั่วอาณาจักร เหมือนจะเป็นพลังเวทมนตร์แต่ก็คลับคราว่าไม่ใช่ สิ่งที่แปลกสำหรับเทพระดับสูงผู้ผ่านประสบการณ์มากมายและมีความรู้กว้างขวางเช่นเธอไม่สามารถทำความเข้าใจมันได้

และสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกสนใจขึ้นมาอีกประเด็นหนึ่งก็คือกองทัพที่เต็มไปด้วยทหาร 1 ล้าน 1 แสน กับนักผจญภัยระดับสูงอีกจำนวนหลักร้อย ทั้งนี้ยังมีนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งที่เหมือนจะเป็นผู้มีฝีมือซึ่งได้ผ่านสถานการณ์ชีวิตแลกชีวิตมาแล้ว

“น่าสนใจจริงๆ ดูเหมือนว่าอาณาจักรที่มีคลื่นอันแปลกประหลาดนั่นกำลังจะโดนโจมตีสินะ แต่ว่าทำไมถึงไม่เตรียมการรับมืออะไรเลยล่ะ หรือว่าตั้งใจจะยอมแพ้ตั้งแต่เนิ่นๆ ...งั้นข้าไปดูใกล้ๆ ดีกว่า เผื่อจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง” เสียงของเทพอาทีน่าพูดกับตัวเองพลันเธอก็หายไปจากตรงนั้นทันทีทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า

 

..................................

 

ณ อาณาจักรเฟราด้า

“ฮอป เปิดระบบชาร์จไฟเสร็จยัง” เสียงของไผ่ตะโกนมาจากอีกด้านหนึ่ง

“เสร็จนานแล้วเฮีย! ตอนนี้ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว รอแค่ให้พลังงานเต็มและพร้อมใช้งานทันที” เสียงของฮอปตอบกลับ

“อา อย่างนั้นก็ดี รออีกสักวันสองวันสินะ” เสียงของไผ่ตะโกนมาทางฮอป

“ใช่เฮีย แต่บางเครื่องก็ใช้เวลาแค่เพียงครึ่งวัน เพราะยัยฟรานซ์ปรับวงจรลับให้” ฮอปตะโกนกลับ

“อือ… งั้นเดี๋ยวเราไปเตรียมการเกณฑ์กำลังคนให้มาช่วยกันพรวนดินกัน” เสียงของไผ่ตะโกน

“ทำไมไม่ใช้รถไถล่ะเฮีย”

“ไม่เอา รถไถยังไม่สมควรใช้ในตอนนี้”

“ค้าบๆ” ฮอปตอบกลับแล้วเก็บอุปกรณ์บางอย่างใส่ในแหวนมิติ พวกเขาทั้งสองรีบดิ่งกลับไปยังที่พักเขต 3 ซึ่งตอนนี้พวกแพตตี้กำลังแจกจ่ายขนมปังเหมือนเช่นปกติ

นานะเธอสวมหน้ากากแจกขนมปังอย่างเริงร่า ที่บ่ามีเทพตัวจิ๋วนั่งมองด้วยตาเป็นประกาย มือเล็กๆ ของเธอถือขนมปังชิ้นหนึ่งเคี้ยวไปด้วย

“เป็นไงบ้างมินิ ถ้าไม่ไหวก็เข้าไปพักผ่อนในเสื้อก่อนได้นะ” นานะพูดด้วยน้ำเสียงหวานใสมองดูเทพตัวจิ๋วของเธอที่มองชาวบ้านกินขนมปังด้วยแววตาที่เปล่งประกาย เธอรู้สึกมีความสุขกับภาพเหล่านี้

"แค่นี้สบายมากค่า มินิอยู่แบบนี้ได้ทั้งวัน" เสียงเล็กใสตอบกลับ

มินิ เป็นชื่อของเธอที่นานะตั้งใจหลังจากที่เธอตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง จำอะไรก็ไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเอง แถมไม่รู้อีกว่าตัวเองเป็นเทพ นานะก็แทบไม่เชื่อเหมือนกันถ้าภูติน้อยที่วนเวียนอยู่รอบๆ ไม่ยืนยัน

เธอในตอนนี้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง พลังแห่งเทพก็มีเพียงน้อยนิดเปรียบได้กับเศษฝุ่นในอากาศ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอยังคงเหลืออยู่ก็คือพลังอะไรบางอย่างที่เรียกเหล่าภูติน้อยทั่วสารทิศมาวนเวียนใกล้ๆ และภูติที่ได้อาบไอพลังของเธอจะมีสภาพที่ดีขึ้น ซึ่งสิ่งนี้สำหรับภูติแล้วเป็นดั่งการต่อลมหายใจให้กับพวกเขา และต่อลมหายใจให้กับธรรมชาติ

ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเมื่อมินิตื่นขึ้น นานะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงก็คือ ยิ่งมีภูติมาอยู่เยอะ บรรยากาศก็เริ่มดีขึ้น จากดินรอบๆ ที่ดูแล้วเกือบแห้งแล้งจู่ๆ ก็ชุ่มชื้นพร้อมกับมีดอกไม้ หญ้าอ่อน และต้นไม้เล็ก ๆ งอกขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ รอบๆ บ้านพักตอนนี้มีแต่ดอกไม้หอมเต็มไปหมด เมื่อใครได้สูดดมก็ทำให้สดชื่นผ่อนคลายสบายใจ

ส่วนมินิเธอมองเห็นภูติทุกตัว ทั้งยังรักและชอบภูติมาก ๆ หลายครั้งเธอแอบไปนอนบนหลังของภูติรูปร่างกระต่าย หรือไม่ก็รูปร่างหมี ด้วยเหตุผลคือ ขนมันนุ่ม

ส่วนพวกภูตินั้นรักและเคารพมินนี่ดั่งเป็นเทพเจ้าผู้สูงสุดของพวกเขา พวกนั้นจะทำตามคำสั่งทุกอย่างที่มินิบอกอย่างเคร่งครัด

รอยยิ้มอันแสนสดใสของเธอทำให้สภาพรอบข้างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เหล่าชาวบ้านที่มารับขนมปังต่างอยากพบอยากเจอเธอด้วยใบหน้าที่น่ารักสดใส และรอยยิ้มที่สร้างกำลังใจให้สู้ต่อ

ส่วนไผ่นั้นทีแรกก็งง อยู่ว่าเธอมาอยู่กับนานะได้อย่างไร แต่พอรู้ว่าเป็นเทพสาวก็ตาเป็นประกายคว้ามินิมาถูแก้ม กับคำพูดที่ว่า *โคตรสวยเลยนานะ แม้จะไม่เท่านานะ แต่ว่าถ้าตัวเธอขยายใหญ่ขึ้นคงเป็นอะไรที่... ฮ่าๆ ๆ * เสียงเพ้อฝันของไผ่พูดกับนานะพลันมือสาวของเธอก็คว้าแย่งมินิไปอยู่ในอ้อมกอด

*พี่ชายอย่าหวังเลย นานะไม่ให้พี่ชายแตะต้องตัวมินิของนานะหรอก แบร่ๆ ๆ ๆ *

*แอ้— นานะอย่าทำแบบนี้สิ มินิก็เป็นเทพในพันธสัญญาของพี่เหมือนกันนะ ดูสัญลักษณ์สีส้มนี่สิ เห็นมะ เพราะงั้นพี่มีสิทธิ์แตะต้องเธอ*

*ไม่ยอมเด็ดขาด ไปเลย… ชิ้วๆ *

สุดท้ายไผ่ก็จำยอมเลิกแกล้งนานะและเทพสาว และปัจจุบันเมื่อกลับมาถึงบ้านพักก็เห็นพวกเธอกำลังแจกจ่ายขนมปังอยู่ ไผ่จึงอาบน้ำแต่งตัวแล้วกระโดดขี่บอร์ดเข้าไปยังพระราชวังกับฮอป

เมื่อไปถึงก็ให้ฮอปพิมพ์คำประกาศลงในโปรแกรมทันที

*ประกาศ ในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า ขอให้ทุกคนที่อยู่ในอาณาจักรเฟราด้าไปยังเขต 3 ทันที ย้ำทุกคนรวมถึงทหารระดับต่ำจนถึงระดับสูง อัศวินทุกระดับไม่เว้นแม้แต่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ ขุนนางหรือผู้มีอำนาจก็ต้องไป นี่เป็นคำสั่งขององค์จักรพรรดิอัคคี เทวะอัสนี ย้ำให้พกบัตรประจำตัวไปด้วย ย้ำ*

เสียงประกาศดังขึ้นสร้างความงุนงงสงสัยให้กับทุกคนที่อยู่ในอาณาจักรเป็นอย่างมาก แต่แล้วพวกเขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง ทุกคนทุกชนชั้น ทุกระดับต่างทยอยเดินทางไปยังเขต 3 ซึ่งแน่นอนว่าพื้นที่มันไม่เพียงพอต่อการรองรับ เพราะฉะนั้นคนที่ทยอยเข้าไปก่อนก็จะได้รับจอบ พลั่ว คนละอัน และสิ่งที่ต้องทำก็คือ *ช่วยกันพรวนดิน* โดยจะมีแต้มให้ ซึ่งแต้มที่จะได้นั้นทางบัตรประจำตัวจะทำหน้าที่เองโดยประสานงานกับระบบอัจฉริยะ

ส่วนแต้มนั้นมีไว้ทำอะไร ทางการตอบเพียงแค่ว่า *เอาไว้แลกของวิเศษ*

ผู้ที่ได้รับจอบ พลั่ว และอุปกรณ์ทำการเกษตรอื่นๆ ต่างทยอยกันเข้าไปยังเขต 1 เขต 2 และบางส่วนก็อยู่เขต 3 หน้าที่ของพวกเขาคือ แค่พรวนดินก็พอ แต่ละที่แต่ละแห่งจะมีทหารและเหล่าอัศวินคอยพรวนดินด้วย มันเป็นงานที่ยากเย็นสำหรับขุนนาง

แต่ถ้าไม่ทำระบบก็จะประกาศชื่อทางเครื่องขยายเสียง และจะโดนหักคะแนน บางทีอาจถึงขั้นถอนสิทธิ์การเป็นประชากร และไล่ออกจากอาณาจักรทันที

งานนี้พูดจริงทำจริง และมีหลายร้อยคนที่โดนไปแล้ว

สาเหตุที่ไผ่ทำแบบนี้เพราะแผนของโนบุ แม้จะไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่แต่ว่า แต่ละแผนที่เธอทำนั้นผลที่ออกมาสมบูรณ์แบบเสมอ ซึ่งต้องรอดูต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

แม้ว่าทหารของอาณาจักรซีเรียสกำลังใกล้เข้ามาแล้วก็ตาม ท่ามกลางสายตาไม่พอใจของผู้มองดูคนหนึ่ง

“ไอ้จักรพรรดิอัคคีอะไรนั่นมันสั่งให้ประชาชนทำบ้าอะไรกัน มันไม่รู้เหรอไงว่าอีกไม่นานอาณาจักรก็สิ้นซากแล้วถ้าไม่เตรียมรับมือ และสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มันจะเหลืออะไร เหลือแต่ขี้เถ้าน่ะสิ ไม่สบอารมณ์ข้าจริงๆ ” เสียงสบถของเทพอาทีน่าเอ่ยออกมา เธอรู้สึกมีน้ำโหกับการกระทำของจักรพรรดิอาณาจักรเฟราด้า โดยลืมประเด็นที่ว่า เธอไม่สามารถตรวจพลังเขาได้ไปโดยปริยาย

 

.....................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น