สิริณ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 282

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2562 20:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

ผ้าสีม่อฮ่อมที่เต็มไปด้วยลวดลายดอกดวงเล็ก ๆ จัดเป็นงานมัดย้อมอันลือชื่อของอูเจิ้นที่ยังคงอนุรักษ์วิธีการผลิตแบบดั้งเดิมไว้ ดังนั้นการเยี่ยมชมโรงย้อมผ้าจึงเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของหมู่บ้านท่องเที่ยวแห่งนี้  

สินนำกลุ่มผู้อาวุโสเดินชมวิธีการย้อมผ้าทีละขั้นตอน หนุ่มสาวถ่ายรูปอยู่รอบบริเวณ โดยมีเด็ก ๆ วิ่งเล่นในลานซึ่งมีไม้ไผ่สูงปักไว้เป็นระยะ ด้านบนของด้ามไม้ไผ่เป็นราวไม้ยาวสองฟุตพาดผ้ามัดย้อมเพื่อตากให้แห้ง  

ชนวีร์เดินตามรินรดาที่เร่เข้าไปหยิบผ้าขึ้นพิจารณารายละเอียดงานพิมพ์ สายลมหอบใหญ่พัดพาไอหนาวกรูเกรียวไปทั่วบริเวณ ทำให้ผ้าผืนยาวที่ตากไว้ปลิวไสว  

ชายหนุ่มชี้ไปรอบ ๆ และชวนคุย “แขวนผ้าสูง ๆ ไว้เป็นทิวอย่างนี้ พอเจอลมพัด เหมือนฉากในหนังโปเยโปโลเยเลยเนอะ” 

“หนังอะไรของคุณ ไม่เห็นเคยได้ยิน สงสัยฉันจะเกิดไม่ทัน” รินรดาปล่อยผ้าในมือคืนที่ แล้วหันมาเลิกคิ้วทำหน้าไร้เดียงสา 

“อะไร ๆ อายุคุณน่ะน้อยกว่าผมกี่ปีเอง นี่จะหาว่าผมแก่อย่างนั้นเหรอ” คนแก่เริ่มมันเขี้ยว ขึงตาดุใส่คู่กรณี 

“ฉันไม่ได้พูดอะไรสักคำ คุณพูดเองทั้งนั้น” เธอเอาคืน หลังจากโดนกล่าวหาว่า ‘แสนรู้’ ตอนอยู่โรงเตี๊ยมเมื่อครู่ 

“คุณน่ะใจร้าย ชอบซ้ำเติมคนอื่น” เขาทำปากเบะ แล้วบ่นต่อ “ดูสิ เจ็บตัวยังไม่พอ ยังจะถูกหาว่าแก่อีกด้วย ชนวีร์เอ๋ยนายนี่มันน่าสงสารจริง ๆ เลย”  

“รู้ว่าฉันใจร้ายก็ดีแล้ว จะได้เลิกทำตัวกวนประสาทสักที” เธอแขวะแล้วรีบเดินหนีไปทันที 

แต่แค่เดินผ่านไปได้ไม่กี่ก้าว ภูมิก็หันมาพบเธอเข้า 

“คุณหลิว รบกวนช่วยถ่ายรูปให้ผมกับพลอยทีได้ไหมครับ” ภูมิส่งกล้องให้เธอ 

รินรดาถ่ายภาพให้ทั้งสองด้วยความเต็มใจ ครั้นลั่นชัตเตอร์ไปแล้ว หญิงสาวกลับเหมือนยังไม่พอใจผลงาน จึงตะโกนถามเจ้าของกล้อง  

“คุณภูมิคะ ฉันว่าแสงอย่างนี้ถ่ายแบบพอร์เทรท[1]น่าจะสวย กล้องคุณภูมิเปลี่ยนโหมดตรงไหนคะ” 

นักการทูตหนุ่มยังไม่ทันตอบ ร่างสูงของใครบางคนก็ก้าวมาซ้อนอยู่เบื้องหลัง สายลมหนาวถูก ‘กำแพง’ หน้าตาดีช่วยกางกั้นไว้มิดชิด 

ไม่เพียงแต่ก้าวเข้ามาประชิดตัว นิ้วเรียวยาวของชนวีร์ยังชี้ปุ่มเล็ก ๆ ให้เธอดู ดวงหน้าขาวสะอาดคมคายยื่นเฉียดพวงแก้มรินรดาไปนิดเดียว กรุ่นกลิ่นน้ำหอมจางลอยกระทบจมูกคนที่ยืนตัวแข็งอยู่ด้านหน้าโดยไม่ตั้งใจ  

ชนวีร์เลื่อนปุ่มเปลี่ยนโหมดถ่ายภาพให้พร้อมกับอธิบาย  

“นี่ไง เลือกโหมดตรงนี้ หมุนไปที่ซีนารีโอ เห็นยัง แล้วคุณก็กดไล่ไปเรื่อย ๆ ผมว่าแสงแบบนี้ถ่ายแบบพอร์เทรทอย่างที่คุณว่าเหมาะสุด เอ้า...ลองดูสิผมตั้งไว้ให้แล้ว”  

คนแนะนำพูดพลางกดปุ่ม ไม่รู้เลยสักนิดว่าทำให้หัวใจใครบางคนเต้นผิดจังหวะจนแทบโลดออกมาข้างนอก ! 

ไอสัมผัสอุ่นนุ่มนวล และรอยอาทรเล็ก ๆ ที่ห่างหายไปจากชีวิตนานนักหนา เอ่อท้นขึ้นในใจรินรดาอีกครั้ง 

ไหล่บอบบางไหวเล็กน้อยเมื่อเธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ  

หญิงสาวไม่ปล่อยให้อารมณ์แบบนั้นอวลอยู่ในหัวใจนานเกินไป รินรดาขยับกายนิด ๆ เพื่อให้พ้นจากท่าทางที่คล้ายถูกชนวีร์กอดอยู่อย่างไม่ให้น่าเกลียด แล้วเรียกใจที่ปลิวหายวับไปกับสัมผัสเมื่อครู่กลับมาตั้งสติถ่ายรูปให้ภูมิกับแพรพลอยต่อ 

นักโฆษณาสาวลืมคิดไปว่าปกติถ้ามีใครเข้าถึงตัวเฉกนี้ เธอคงสะบัดตัวและชี้หน้าประณามคู่กรณีไปแล้ว แต่นี่เธอกลับทำเพียงแค่เบี่ยงตัวออกห่าง โดยมิได้สาดน้ำเสียงเกรี้ยวกราดใส่ชนวีร์แม้แต่ครึ่งคำ 

หญิงสาวไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังอาทรความรู้สึกของผู้ชายคนนั้นมากขึ้นทุกที ! 

ชนวีร์มองตามน้องชายที่เข้ามารับกล้องและโอบเอวภรรยาเดินห่างออกไป กิริยาที่แพรพลอยแหงนเงยขึ้นพูดคุยหยอกล้อกับสามี ทำให้เพลย์บอยหนุ่มรู้สึกถึงช่องว่างที่ซ่อนเร้นอยู่ในหัวใจอีกครั้ง 

ครั้นเหลือบไปทางสตรีที่ยืนอยู่ข้างกาย หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเขาก็กลับฮึกเหิมขึ้นทีละนิด อีกไม่นานเขาจะไม่ต้องคอยมองตามคู่รักอื่น ๆ ด้วยความอิจฉาแล้ว 

ชนวีร์หันมาทางจิ๊กซอว์ชิ้นที่จะทำให้ความฝันของเขาเป็นจริง แล้วจึงตั้งคำถามที่ค้างจากบทสนทนาเมื่อครู่ด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม 

“เมื่อกี้คุณบอกไม่ให้ผม ‘ทำตัว’ กวนประสาท งั้นผมขอ ‘ทำใจ’ กวนประสาทแทนได้ไหม” 

คนถูกแกล้งเหวอไปเล็กน้อย แต่รีบกลบเกลื่อนอาการด้วยการพึมพำ  

“ประสาท ! ” แล้วสะบัดหน้าเดินหนี  

“อะไร นี่จะทิ้งผมหรือไง มากางร่มให้ผมเดี๋ยวนี้เลย หิมะตกอยู่ ไม่เห็นหรือ อย่าลืมนะว่าใครเป็นคนทำให้ผมเจ็บน่ะ” คนเจ็บเรียกร้องความสนใจ  

รินรดาบอกตัวเองให้หายใจเข้าลึก ๆ พุท...หายใจออกช้า ๆ โธ... หรือถ้าจะให้ได้ผล เธอคงต้องนั่งสมาธิตรงนี้นี่แหละ ถึงจะพอช่วยได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงร้องกรี๊ดออกมาดัง ๆ เป็นแน่ 

หญิงสาวหน้าบูด หยุดคอยจนอีกฝ่ายมายืนเคียงข้าง แล้วจึงรุนหลังเขาให้ยืนล้ำไปข้างหน้า เพื่อกางร่มบังหิมะให้ได้สะดวก 

ชนวีร์อมยิ้มเมื่อรู้สึกว่าแรงผลักของเธอเบามือกว่าที่เคยเป็นในชั้นแรก 

ชายหนุ่มขืนตัวไว้ แล้วบอกกับคนข้างกายที่ยืนหน้าง้ำด้วยความขัดใจว่า  

“เราเดินไปพร้อมกันเถอะ คุณจะได้ไม่โดนหิมะ รู้หรือเปล่าว่าต่อให้แข็งแรงแค่ไหน ยังไงคุณก็เป็นผู้หญิง ซึ่งสมควรได้รับการปกป้องมากกว่าอยู่ดี” 

แม้จะย้ำให้ตัวเองฟังเป็นรอบที่ล้านแล้วว่าผู้ชายคนนี้แค่พูดด้วยความเคยชินอย่างคนเจ้าชู้ ไม่ได้หมายความตามนั้นทั้งหมด แต่กระนั้นน้ำคำของชายหนุ่มกลับทิ้งกระแสอบอุ่นให้แล่นอยู่ในใจรินรดาโดยไม่อาจควบคุม คล้ายว่าโลกที่เคยเงียบเหงาเดียวดายของเธอ ไม่ว่างเปล่าอ้างว้างอีกต่อไป แต่กลับมีใครบางคนกำลังพยายามรุกคืบเข้าไปครอบครองพื้นที่ในนั้นช้า ๆ  

รินรดาถอนใจ ไม่อยากยอมรับว่าเธอกำลังกลัวเหลือเกินว่ากำแพงที่ก่อขึ้นมากางกั้นเขาเอาไว้ อาจพังทลายลงในไม่ช้า ! 

 

ก่อนออกจากหมู่บ้านอูเจิ้น สินให้เวลาลูกทัวร์เลือกซื้อของที่ระลึกเล็กน้อย เสน่ห์เข้ามาชวนภูมิสนทนาอย่างออกรส แพรพลอยจึงชวนรินรดาแยกไปชมสินค้าที่ร้านค้าซึ่งมีอุปกรณ์การชงชาครบทุกชนิดแทน ภรรยานักการทูตหยิบป้านน้ำชาที่วาดลายจีนงดงามขึ้นมาชื่นชม 

“เขาวาดเส้นลงสีสวยดีเนอะคุณหลิว น่าซื้อไปฝากคุณแม่จัง ไม่รู้ราคาแพงหรือเปล่า” แพรพลอยหันมาชวนคุย พลางส่งถ้วยน้ำชาใบเล็กไปให้รินรดาพิจารณาบ้าง 

“ไม่น่าจะแพงนะคะ หลิวเห็นเขามีขายทั้งที่เป็นเซรามิค แล้วก็ดินเผา มีทุกไซส์เลยด้วย แถมยังมีลายให้เลือกตั้งเยอะ คุณพลอยเลือกเลยสิคะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยช่วยกันต่อราคา” รินรดาท่าทางกระตือรือร้น 

“นี่ถ้าไม่ได้มาด้วยกัน พลอยคงคิดว่าคุณหลิวได้ค่านายหน้าจากร้านค้าแน่เลย”  

“หลิวไม่ได้ค่านายหน้าหรอกค่ะ เพียงแต่ว่าแม่หลิวเสียตั้งแต่หลิวยังเด็ก ดังนั้นพอเวลาได้ยินว่าใครได้ทำอะไรให้แม่ เลยชอบนึกเล่น ๆ ว่าถ้าตัวเองได้ทำแบบนั้นบ้าง ก็คงจะดีไม่น้อย” หญิงสาวอธิบายด้วยน้ำเสียงปกติ 

แพรพลอยบีบมือเย็นเฉียบเพื่อให้กำลังใจ   

รินรดายิ้มบาง ๆ แทนคำขอบคุณ แล้วย่อตัวลงไปพิจารณาสินค้าตรงหน้าใกล้ ๆ  

สองสาวชี้ชวนกันเลือกจนได้ชุดน้ำชาที่ถูกใจ ต่อราคาด้วยภาษามือและเครื่องคิดเลข แล้วให้คนขายห่อสินค้าใส่กล่องอย่างสวยงามติดมือกลับมาด้วยสีหน้าชื่นบาน  

เมื่อออกจากร้าน จึงเห็นว่าชนวีร์ยืนหน้าระรื่นคอยอยู่แล้ว ดวงตาสีน้ำตาลสดใสเปล่งประกายสนุกสนาน ในมือเขามีผลไม้เชื่อมสองไม้ ชายหนุ่มยื่นไม้หนึ่งให้แพรพลอย “เอ้า ! พี่ซื้อถังหูลู่มาฝาก”  

“ขอบคุณค่ะพี่วีร์” น้องสะใภ้รับของฝาก แล้วหิ้วถุงของแยกตัวไปหาสามี 

ชนวีร์พยักหน้ารับคำ พลางส่งผลไม้เชื่อมอีกไม้ให้รินรดาด้วยท่าทีภูมิใจนำเสนอ “ผมเห็นคุณไม่กินหวาน เลยซื้อพุทราเชื่อมมาให้ อันนี้รับประกันว่าไม่หวานจัด รสชาติจะเปรี้ยวนิด ๆ แต่คุณต้องระวังเม็ดด้วยละ” เขารีบเตือนตอนท้ายประโยค 

ขนาดตั้งโปรแกรมให้ตัวเองคอยผลักไสเขาออกไปห่าง ๆ แต่รินรดาก็เผลอเพิ่มคะแนนนิยมให้เขาด้วยความลืมตัวอยู่ดี เหตุผลก็เพียงเพราะเขาสังเกตเห็นกระทั่งเรื่องเล็กน้อยว่าเธอไม่ชอบกินรสหวานจัด ! 

หญิงสาวรับผลไม้เชื่อมมาถือไว้  

“เมื่อกี้คุณเรียกชื่อภาษาจีนว่าอะไรเหรอ ขออีกทีสิ” 

“ถังหูลู่ครับ มีขายเฉพาะหน้าหนาวนะ แต่ก่อนใช้ผลซานจาชุบน้ำเชื่อม เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวเยอะ เลยพัฒนาให้มีทั้งสตรอว์เบอรี่ กีวี สับปะรด พุทราเชื่อม แล้วก็สารพัด” 

รินรดากัดคำเล็กชิมแล้วพยักหน้าพอใจ “คุณไปซื้อจากที่ไหนน่ะ ฉันจะซื้อให้น้องอุ้มกับน้องอ้นบ้าง สัญญากันไว้ตั้งแต่ตอนที่ฉันเล่นอูโน่แพ้แล้ว เดี๋ยวเด็กจะหาว่าเบี้ยว” 

เมื่อชนวีร์ชี้พิกัดให้ รินรดาจึงเหลียวหาเจ้าหนี้ทั้งสอง พอดีกับที่พ่อแม่ของสองแสบหายเข้าไปในร้านไม้แกะสลัก ปล่อยให้ลูก ๆ วิ่งเล่นอยู่หน้าร้าน รินรดากระซิบเรียกอ้นกับอุ้ม ซึ่งดูลาดเลาแล้วรีบเลาะเลียบมาหาหัวหน้าแก๊งด้วยความลิงโลด 

“มีอะไรเหรอคะพี่หลิว” เด็กหญิงอุ้มกระแซะถามเสียงแจ๋ว  

รินรดาจุปาก แล้วบุ้ยใบ้ไปที่ผลไม้ในมือ ก่อนพาลูกสมุนเดินตามชนวีร์ไปซื้อพุทราเชื่อมจ่ายค่าปรับให้สองพี่น้องตามสัญญา เด็ก ๆ ขอบคุณเจ้ามือแล้วรับผลไม้มา ทั้งสามทำท่าสังสรรค์ชนไม้กัน และหัวเราะคิกคักด้วยความครื้นเครง  

ชนวีร์มองภาพตรงหน้าด้วยความสุขใจ 

วันนี้เล่นกับลูกคนอื่น แต่วันหน้าเธอจะเล่นกับ ‘ลูกชายของเรา’ ด้วยความชื่นบานกว่านี้อีก ! 

ผลไม้เชื่อมของสองสาวและสองแสบที่เจ้าตัวถือเดินไปกินไป ทำให้คนในคณะนึกสนุกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็ก ๆ อีกครั้ง สมาชิกจึงไปเข้าคิวซื้อมากินไม่ให้น้อยหน้ากันบ้าง รินรดานึกขันที่เห็นทุกคนในคณะถือผลไม้เชื่อมกันคนละไม้ ละเลียดกินไปหัวเราะไปกันถ้วนหน้า เธอจึงหันไปทางคนต้นคิดแล้วถามขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อนึกได้ว่าเขาซื้อขนมมาแค่สองไม้ให้เธอและแพรพลอยเท่านั้น 

“อ้าว...แล้วคุณล่ะ ไม่กินกับเขาด้วยเหรอ”  

“ไม่เป็นไร หลิวกินเถอะ” 

รินรดามองพุทราหลายลูกที่เรียงอยู่ในไม้ด้วยอาการชั่งใจ ก่อนจะยื่นไม้ที่มีผลไม้เหลืออยู่เกือบค่อนไปตรงหน้าชายหนุ่ม “ถ้าคุณไม่รังเกียจ กินด้วยกันไหมล่ะ”  

“แขนผมเจ็บ” แทนที่จะรับไม้ผลไม้ ชายหนุ่มกลับยื่นหน้าออกมาแทน 

สาวเฮี้ยวเท้าสะเอวด้วยความหมั่นไส้  

หน็อย...เมื่อกี้ยังมีปัญญาไปถือผลไม้ได้ตั้งสองไม้ แล้วนี่ดันอ้างว่าแขนเจ็บ มันน่านัก ! 

เห็นเธอทำท่าหยุดคิดเนิ่นนาน ชายหนุ่มจึงขุดไม้ตายมาใช้อีกครั้ง “อย่าลืมสิว่าผมเจ็บเพราะใคร” 

หญิงสาวกลอกตาด้วยความระอา แสดงชัดว่าเหนื่อยหน่ายกับข้ออ้างเดิม ๆ ของเขาเต็มที  

ทว่ามือเรียวบางกลับยอมยื่นผลไม้เชื่อมไปจ่อปากชายหนุ่มแต่โดยดี เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขามีน้ำใจกับเธอ โดยหญิงสาวไม่ลืมที่จะวางท่ากำกับไปด้วยว่าไม่เต็มใจเลยแม้แต่น้อย 

ดวงตาชนวีร์พรายด้วยประกายระยิบขณะกัดพุทราคำเล็ก ๆ หญิงสาวอ่านกระแสพึงพอใจที่ส่งผ่านจากสายตาคู่นั้นมาที่เธอได้ชัดแจ้ง 

แม้จะเลยวัยใจเต้นโครมครามกับสายตาผู้ชายมานานแล้ว แต่ดูเหมือนชนวีร์จะเป็นข้อยกเว้นในทุกกรณี แววตาของเขาทำให้รินรดาหน้าร้อนวาบ นึกหวั่นว่ามันคงแดงก่ำเป็นแน่ 

หญิงสาวเผลอสบตาชนวีร์นิ่ง ชั่วขณะหนึ่งที่เธอลืมความฝัน ลืมความจริง ลืมทุกสิ่งรอบกายหมดสิ้น 

แม้เสียงรอบข้างจ้อกแจ้กจอแจ แต่ดูเหมือนโลกของคนทั้งคู่จะหยุดอยู่ ณ วินาทีนั้น...เนิ่นนาน… 

ซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับภัตตาคารซึ่งคณะทัวร์แวะรับประทานอาหารมื้อค่ำขายดีเป็นพิเศษ เพราะนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้าไปดูข้าวของกันอย่างครึกครื้น 

ชนวีร์นั้นอึดอัดใจเต็มทีที่ต้องดูรินรดาหิ้วตะกร้าช็อปปิ้งเอง ด้วยข้ออ้างที่ฟังขึ้นว่า ‘คุณเจ็บแขน แต่แขนฉันสบายดีอยู่ ให้ฉันหิ้วน่ะดีแล้ว’  

มือขาวหยิบขนมหลากชนิด กระทั่งเธอหย่อนซองใสที่มีขนมแผ่นกลมสีน้ำตาลแดงขนาดเท่าเหรียญสิบบาทใส่ตะกร้า ชนวีร์ที่จำได้ว่าวันแรกหญิงสาวก็ซื้อขนมชนิดนี้จากมินิมาร์ทในปั๊มน้ำมันเช่นกัน จึงถามด้วยความสงสัย  

“คุณชอบกินเซียงจาหรือ” 

รินรดาพยักหน้า “ใช่...ชอบมากด้วย ฉันกินแทนข้าวได้เลยนะ” 

ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “บังเอิญจัง ผมชอบกินเซียงจาเหมือนกัน”  

“จริงเหรอ” หญิงสาวตาโต มองเขาด้วยความแปลกใจ  

ครั้นชนวีร์พยักหน้ายืนยันคำพูด รินรดาจึงฉวยขนมใส่ตะกร้าเพิ่ม  

“งั้นฉันซื้อสองห่อนี้ให้ละกัน ขอบคุณที่คุณเลี้ยงพุทราเชื่อมฉันเมื่อเย็น” 

คนฟังมองตามหญิงสาวที่หิ้วตะกร้าไปเข้าคิวคิดเงินด้วยสีหน้าสดชื่นและหัวใจอิ่มเอม เมื่อระลึกได้ว่าน้ำเสียงรินรดาเริ่มทอดอ่อนลงเหมือนเสียงระรื่นหูของผู้หญิงในความฝันเข้าทุกทีแล้ว ! 

 

[1] พอร์เทรท (Portrait) โหมดการถ่ายภาพคน

 

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

 

ภาพรักในฝัน เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

 

อีบุ๊กภาพรักในฝัน ราคา 219 บาท

mebmarket >>>http://bit.ly/2U5XWXu 

ookbee >>>http://bit.ly/2YTz2Oh 

Hytexts >>>http://bit.ly/2I59t7z 

 

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่ไม่ถึงสิบเล่ม

 

สามารถสอบถามได้ที่ m.me/SirinFC 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น