จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อุบายจากริษยา

ชื่อตอน : อุบายจากริษยา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 41

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2562 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อุบายจากริษยา
แบบอักษร

 

 

รถม้าขนาดแปดเทียมลากมาถึงแคว้นมิลินทระ..บ้านเกิดของมุกดาราแล้ว... 

 

นี่เป็นความประสงค์ของจินดาพิสุทธิ์..เพราะเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างอจินไตยและมุกดาราทำให้ไม่อาจจะป้องกันไว้ก่อนได้.. 

 

จินดาพิสุทธิ์นึกถึงยาพิษประหลาดที่เจ็ดปราชญ์แห่งแคว้นมิลินทระได้รับจากปราชญ์ม่วงครามหรือฮัล เวสท์..ซึ่งบางที..ยาพิษนี้..อาจจะใช้กับสิ่งที่พวกตนได้รับภาระจากเทพอสูรได้..ยาพิษนี้จะควบคุมพฤติกรรมคน..ซึ่งเจ็ดจอมปราชญ์ถูกวางยาว่า..หากเล่าความจริงเกี่ยวกับผู้บงการชุดม่วง..จะต้องตาย..หากประยุกต์ใช้ดี ๆ ..ก็อาจจะเป็นทางออกที่เหมาะสมก็ได้.. 

 

ดังนั้น..ก่อนที่จะไปเสาะหาร่างโคลนนิ่งของฮัล เวสท์ในรายต่อไปซึ่งยังคงเหลืออยู่ในแผ่นดินของเทพอสูร..จินดาพิสุทธิ์จึงเสนอให้มาหายาพิษดังกล่าวเก็บไว้ก่อน.. 

 

นี่คือทางออกที่ไม่ว่าใครก็เห็นด้วย..อจินไตยไม่ได้ต้องการฆ่าฟันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว..แต่จำเป็นต้องทำตามหน้าที่..มุกดาราก็ไม่อาจจะละเลยคุณธรรมผู้กล้า..ไม่อาจจะทำร้ายคนที่ยังไม่ทำอันใดผิด..แม้ว่าคน ๆ นั้นจะต้องทำเรื่องราวที่น่าวิตกในอนาคตก็ตาม..แต่นางก็หักใจไม่ได้.. 

 

ดีที่สุดคือ..ใช้ยาพิษควบคุมพฤติกรรมไว้..หากร่างโคลนนิ่งของฮัล เวสท์จะต้องก่อการกำเริบเสิบสาน..ก็ต้องตายเพราะยาพิษในที่สุด..หากเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย..ก็ไม่มีผลอันใด.. 

 

ภรรยาทั้งสองแม้จะขัดแย้งกันในความเห็น..แต่ก็ยังรักกันอยู่ไม่ได้โกรธเกลียด..เมื่อทางออกสามารถทำให้ความเห็นสอดรับกันได้..ทั้งอจินไตยกับมุกดาราได้แต่ยินดี.. 

 

ในที่สุด..ก็ถึงวังมิลินทระแล้ว.. 

 

เจ้าแคว้นมิลินทระ..และน้องชายคือเจ้ามุกมังกรออกมาต้อนรับด้วยตนเอง..จินดาพิสุทธิ์และภรรยาทั้งสอง..มีบทบาทสำคัญในการกำจัดเพทภัยแผ่นดิน..จึงได้รับการยอมรับค่อนข้างสูง..มุกดาราก็พลอยทำให้แคว้นมิลินทระมีหน้ามีตาไปด้วย.. 

 

เวลานี้..มุกดาราก้าวลงจากรถม้า..แต่งกายในชุดขาวกระทัดรัด..มีสี่ชายแพรห้อยข้างกายสองข้าง..นี่เป็นชุดของอัศวินแห่งอากาศมนตราที่แท้..ยิ่งดูสง่างามนัก..ดูดีกว่ามุกดาราเจ้าหญิงน้อยเมื่อกาลก่อนมากมายมหาศาล.. 

 

นางดูสดใสกระตือรือร้นยินดีกับการกลับบ้านอย่างแท้จริง..ระหว่างทางที่เดินเข้ามาในวัง..ทุกคนก็มองนางเป็นตาเดียว..ไม่เคยคิดว่า..มุกดาราจะกลายเป็นอัศวินแห่งอากาศมนตราอีกคนหนึ่ง.. 

 

ครั้นอยู่ในห้องรับรองส่วนตัว..เจ้ามุกมังกรถึงกับสวมกอดลูกสาวอย่างปลื้มปิติ.. 

 

“..ข้าดีใจที่เจ้าประกอบวีรกรรมหาญกล้า..สมกับเป็นบุตรีข้าอย่างแท้จริง..” 

 

มุกดารากอดบิดา..เมื่อผละออก..ก็ก้มลงคารวะ..ก่อนจะหันไปคารวะเจ้าแคว้นมิลินทระ.. 

 

เจ้าแคว้นนามมิลินทระอุระได้แต่หัวเราะฮาฮา.. 

 

“..หลานเราได้ฝึกวิชาอากาศมนตรา..ยอดวิชาที่ใต้หล้าไร้ผู้ต่อต้าน..จนสำเร็จได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..เป็นที่น่ายินดีนัก..นึกไม่ถึง..ว่าเจ้าจะมาหาลุงกับบิดาเจ้าที่นี่..” 

 

จินดาพิสุทธิ์มองดูภรรยาพูดคุยกับบิดาและลุง..ก็รู้สึกยินดีไปด้วย..กระแอมพลางพูดขึ้นว่า.. 

 

“..มุกดารา..ท่านพูดจาดี ๆ ..หากฟ้องท่านพ่อกับท่านลุง..ว่าข้าและอจินไตยกลั่นแกล้ง..เกรงว่า..ทั้งสองท่านจะไม่ให้ท่านเป็นภรรยาข้าอีก..” 

 

มุกดาราหัวเราะ.. 

 

“..ข้าควรจะร่วมมือกับท่านพี่อจินไตยกลั่นแกล้งท่านไม่ว่า..” 

 

ไม่ห่างจากบริเวณนั้น..ยังมีหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง..ซึ่งเป็นญาติพี่น้องของมุกดาราเข้ามาเสาะหา..ความสำเร็จและชื่อเสียงของมุกดาราในยามนี้..สำหรับหนุ่มสาวที่เป็นเหมือนญาติ..ย่อมน่ายินดีและริษยา.. 

 

มุกดาราทักทายจับมือสวมกอดกับญาติพี่น้องทุกคนอย่างสนิทสนม.. 

 

เด็กหนุ่มผู้หนึ่งพูดขึ้นว่า.. 

 

“..วิชาอากาศมนตราและแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..เป็นเยี่ยงไรหรือท่านพี่..ข้าอยากจะเห็นเป็นบุญตา..” 

 

“..มุกสาคร..ข้าจะแสดงให้เจ้าดู..”มุกดาราพูดกับน้องชายคนละมารดาอย่างสนิทสนม.. 

 

พลางเดินผละออกมาห่าง ๆ ..แล้วทุกคนก็เห็นชายแพรทั้งสี่..เคลื่อนไหวได้เองราวกับมีชีวิต.. 

 

แพรพรรณทั้งสี่ชายเคลื่อนที่ไปรัดดาบที่แขวนประดับผนัง..กวัดแกว่งเป็นเพลงดาบคล้ายกับชายแพรแต่ละข้างคือมือหนึ่งมือของมุกดารา.. 

 

ทุกคนยกเว้นแต่จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตย..ต่างแตกตื่นและยินดี..มุกดาราดูราวกับเทพเจ้าที่มีมือมากกว่าสองข้างในวิหาร..กวัดแกว่งศาตราวุธอย่างช่ำชอง.. 

 

อจินไตยมองดูมุกน้อยของนางอย่างยินดี..แต่ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้.เมื่อเห็นประกายริษยาจากแววตาของคน ๆ หนึ่ง..ในหมู่ของญาติพี่น้อง.. 

 

นางอดกระซิบไม่ได้.. 

 

“.ริต้า..หญิงสาวคนนั้นเป็นใคร..ดูจะสูงวัยกว่ามุกดาราราวสี่ห้าปี..แต่ท่าทางมีอำนาจยิ่ง..” 

 

“..คิดว่าน่าจะเป็นบุตรีคนหนึ่งของท่านเจ้าแคว้น..”จินดาพิสุทธิ์อดพูดไม่ได้.. “..เธอรู้สึกไม่ชอบใจเหมือนฉันใช่ไหม..”จินดาพิสุทธิ์ก็เหมือนจะจับความรู้สึกของนางได้เช่นกัน.. 

 

“..นางเหมือนจะริษยามุกน้อยของเรา..” 

 

“..ฉันก็คิดเช่นนั้น..แต่ไม่ควรจะให้ความสำคัญมากมายนัก..เพราะไม่ว่าอย่างไร.ก็ไม่อาจจะมีผลใด ๆ กับมุกน้อยอยู่แล้ว..”จินดาพิสุทธิ์ให้ความเห็น.. 

 

มุกดาราแสดงการใช้งานแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกเสร็จสิ้น..ก็คืนดาบเสียบฝักที่ประดับผนังดังเดิม..มุกสาครน้องต่างมารดาอดโห่ร้องไม่ได้.. 

 

“..เสียงเล่าลือเรื่องการยิงเกาฑัณฑ์ข้ามภพของท่าน..เท็จจริงประการใด..ท่านพี่โปรดแสดงให้พวกเราเห็นได้หรือไม่..”มุกสาครเหมือนจะตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็น.. 

 

มุกดาราหัวเราะ.. 

 

“..มุกสาคร..ข้าจะยิงเกาฑัณฑ์ในที่นี้ได้อย่างไร..เอาเถิด..ถ้ามีเวลา..ข้าจะแสดงให้ดู..แต่ตอนนี้..เราอยู่ต่อหน้าท่านลุง..ไหนเลยจะเล่นอันใดได้..” 

 

มุกสาครมีสีหน้าผิดหวัง..ในขณะนั้น..สตรีที่งามสง่า..แต่มีท่าทีริษยามุกดาราตามที่อจินไตยสังเกต..ก็เดินเข้ามาหา..พูดขึ้นว่า.. 

 

“..มุกน้อย..เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง..ไปพักผ่อนก่อนเถิด..ข้าให้คนจัดเตรียมห้องพักให้เจ้าแล้ว..เป็นห้องเดิมที่เจ้าเคยอยู่มาแต่เล็กน้อย..แต่เปลี่ยนเตียงให้ใหญ่ขึ้น..เจ้าคงพอใจที่ได้นอนเคียงข้างจินดาพิสุทธิ์และอจินไตย..สองเจ้าหญิงที่เป็นครอบครัวของเจ้า..” 

 

“..ท่านพี่ทิพย์บุปผา..ท่านใจดีต่อข้านัก..” 

 

ทิพย์บุปผาเป็นเจ้าหญิงบุตรีของเจ้าแคว้นมิลินทระ..นางเหมือนมีความในใจหลายประการ..แต่ไม่กล้ากล่าวออกมา.. 

 

มุกดาราเคยพูดกับจินดาพิสุทธิ์ในครั้งที่พบหน้าเจอกันครั้งแรก..ว่านางมีความโชคดีกว่าเจ้าหญิงที่เป็นบุตรีเจ้าแคว้นแท้ ๆ มากนัก..ซึ่งก็ควรจะเป็นเจ้าหญิงทิพย์บุปผาคนนี้.. 

 

เพราะเจ้าหญิงทิพย์บุปผาเป็นลูกสาวคนโตของเจ้าแคว้น..ต้องสืบทอดอำนาจจากบิดาหลายประการ..จึงถูกเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด..ไม่อาจจะทำอันใดอย่างอิสระเช่นมุกดารา.. 

 

มุกดาราไม่ชอบทำตัวเป็นสตรีอ่อนแอ..นางชมชอบฝึกฝีมือ..ศึกษาวิชาการรบ..และฝึกฝนตัวเองให้เป็นวีรสตรีผู้กล้าคนหนึ่ง..ยิ่งมีตำนานอันน่าทึ่งของจินดาพิสุทธิ์ที่ท่องเที่ยวทั่วแผ่นดิน..ใช้วิชาอากาศมนตราปราบอธรรม..นางจึงยึดถือเป็นไอดอล..แต่ไหนเลยจะคาด..นางจะกลายเป็นตำนานนั้นเสียเอง.. 

 

ความสำเร็จของมุกดารา..ทำให้ทิพย์บุปผาเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก.. 

 

ข้าไม่อยากจะมีชีวิตเช่นนี้..แต่ไฉน..ท่านถึงได้ชีวิตที่เป็นตัวตนของท่านเอง..มุกดารา..เพราะข้าคือธิดาเจ้าแคว้นใช่หรือไม่..แคว้นมิลินทระไฉนถึงต้องทำร้ายข้าปานนี้.. 

 

ในสีหน้ายิ้มแย้ม..แต่แววตาของทิพย์บุปผา..ดูจะไม่เป็นมิตรกับมุกดาราเท่าใดนัก.. 

 

เพียงแต่มุกดาราไม่เคยคิดไม่ดีต่อญาติพี่น้องมาก่อน..จึงไม่ตระหงิดกับแววตาของทิพย์บุปผาแต่อย่างใด.. 

 

อจินไตยกับจินดาพิสุทธิ์กลับสังเกตเห็น..แต่ก็หลากหลายความรู้สึก.. 

 

จินดาพิสุทธิ์ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวที่ไร้สาระ..กับคนที่มีวิชาอากาศมนตราเช่นนี้..ไหนเลยจะเห็นแรงริษยาของญาติพี่น้องอยู่ในสายตา.. 

 

แต่อจินไตยกับผิดแผก.. 

 

นางแอบมองทิพย์บุปผาอย่างครุ่นคิด.. 

 

...... 

 

ความประสงค์ของจินดาพิสุทธิ์ได้รายงานท่านเจ้าแคว้นมิลินทระไปแล้ว.. 

 

เจ้าแคว้นมิลินทระอุระให้สามเจ้าหญิงพักผ่อนก่อน..วันพรุ่งนี้ค่อยไปหาเจ็ดจอมปราชญ์ที่ตึกปัญญาบารมี..และราชครูสูตระจะเป็นคนต้อนรับด้วยตัวเอง.. 

 

ท่านเจ้าแคว้นได้ฟังภารกิจที่องค์เทพอสูรมอบหมายให้สามเจ้าหญิง..ก่อนจะพูดขึ้นว่า.. 

 

“..หากจะให้แคว้นมิลินทระช่วยอันใดขอให้บอก..หลานเรา..ท่านนับว่าเกี่ยวดองกับแคว้นมิลินทระผ่านทางมุกดาราแล้ว..ให้ถือเสมือนแคว้นนี้เป็นบ้านของท่านอีกหลัง..เฉกเช่น..แคว้นจันทรา..หรือแคว้นสนธยาก็แล้วกัน..” 

 

จินดาพิสุทธิ์ย่อกายคารวะ.. 

 

“..เท่าที่ท่านลุงอนุเคราะห์..ข้าก็พึงใจมากแล้ว..” 

 

เจ้าแคว้นมิลินทระยิ้มแย้ม... 

 

“..หลานเราอย่าเกรงใจไปเลย..” 

 

อจินไตยมองไปรอบ ๆ ..เจ้าแคว้นมิลินทระอดถามไม่ได้.. 

 

“..หลานอจินไตยมีอันใดที่ชวนสนใจหรือ..” 

 

“..ข้าเพียงรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัว..” 

 

“..นี่เป็นเหมือนบ้านของหลาน..มีอันใดน่ากลัว..”เจ้าแคว้นมิลินทระหัวเราะ.. “..หากไม่สบายใจอันใดก็สามารถบอกทุกคนในวังได้ทุกเมื่อ..” 

 

อจินไตยรู้สึกประหลาดจริง ๆ ..และความประหลาดในความรู้สึก..ก็เหมือนจะเกี่ยวพันกับความรู้สึกที่ไม่สู้ดีกับเจ้าหญิงทิพย์บุปผาด้วย..เพียงแต่บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่.. 

 

..... 

 

เจ้าหญิงทิพย์บุปผากลับมายังห้องพักของตนเอง..ก่อนจะขบคิด..พลางผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและมีผ้าคลุมศีรษะปิดบังใบหน้า..ออกนอกวังเป็นการส่วนตัว.. 

 

ปรกติแล้ว..นางไม่อาจจะออกนอกวังได้โดยพลการ..แต่นางก็มีวิธีหลบออกมา..โดยใช้การปลอมตัว..และทางลับ 

 

นางออกนอกวังมิลินทระ..เดินมายังตรอก ๆ หนึ่ง..และเข้าไปในห้องพักในตรอกนั้น.. 

 

เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องพัก..นางก็เอาผ้าคลุมศีระและใบหน้าออก.. 

 

“..องค์หญิงมาหาข้าแต่หัววัน..ต้องมีเรื่องราวใดแน่นอน..” 

 

เสียงทักทายดังจากในห้องที่อยู่ด้านในอีกที.. 

 

เจ้าหญิงทิพย์บุปผาเข้าไปในห้องด้านใน..มีคน ๆ หนึ่งนั่งรออยู่..คน ๆ นี้..มีสีหน้าคมคาย..แววตาคมกล้า..ที่เหนืออื่นใด..เค้าหน้าและบุคลิก..ดูคล้ายกับฮัล เวสท์..หรือผู้บงการชุดม่วงมาก.. 

 

คน ๆ นี้อ่อนวัยกว่าปราชญ์ม่วงคราม..หรือผู้บงการชุดม่วง..แต่ก็สูงวัยกว่าเด็กหนุ่มฟ้าครามที่ถูกอจินไตยฆ่าไปมากมายนัก..เป็นชายหนุ่มวัยใกล้สามสิบ...แต่สีหน้าแววตาฉลาดปราดเปรียว..และเต็มไปด้วยความคิดอ่าน.. 

 

เจ้าหญิงทิพย์บุปผานิ่งเล็กน้อย..ก่อนจะปราดเข้าไป..โอบกอดชายหนุ่มคนนั้นไว้.. 

 

“..เนตรสวรรค์..นางมาแล้ว..” 

 

ชายคนนี้มีนามว่าเนตรสวรรค์..ปรกติทำตัวเป็นผู้รู้ดินฟ้าชะตากรรม..เป็นพ่อหมอพ่อมดของแคว้นมิลินทระ..ชาวแคว้นนิยมเสาะหาปรึกษาในฐานะผู้รู้ฟ้าดิน.. 

 

แต่น้อยคนจะรู้..เขากลับมีสัมพันธ์กับเจ้าหญิงทิพย์บุปผา.. 

 

“..เนตรสวรรค์..ตรงตามที่ท่านเคยดูให้ข้า..มุกดาราจะกลับมายังแคว้นอีกครั้ง..และนางเหมือนต้องการจะไปยังตึกปัญญาบารมีตามที่สามีนางต้องการ..เพื่อพบกับปราชญ์ทั้งเจ็ดของแคว้นเรา..” 

 

พ่อหมอเนตรสวรรค์โอบร่างนางไว้..หอมที่ศีรษะ.. 

 

ทิพย์บุปผารู้สึกอบอุ่น.. 

 

ตั้งแต่นางกลายเป็นความหวังของบิดา..หลายสิ่งหลายอย่างกดดันนางเหลือเกิน..จนกระทั่งเกิดความเครียด.. 

 

เมื่อค้นพบทางลับ..ก็แอบหลบหนีออกมาเที่ยวเตร่อย่างไม่ให้ใครรู้..แต่ท้ายสุด..ก็มาเจอเนตรสวรรค์ในตรอกแห่งนี้..เนตรสวรรค์สามารถบ่งบอกถึงฐานะที่แท้จริง..ความเครียดความกังวลทั้งหลายของนาง.. 

 

นางเข้ามาพูดคุยระบายความเครียดกับเนตรสวรรค์บ่อยครั้ง..และไม่เคยคิดเลยว่า..เนตรสวรรค์จะทำให้นางผ่อนคลายความเครียด..มีความสุขกลับไปได้.. 

 

นานวันเข้า..นางก็หลงรักเนตรสวรรค์..และมีความสัมพันธ์ต่อกัน.. 

 

ไม่นานมานี้..เนตรสวรรค์บอกว่า..มุกดาราจะมีชื่อเสียงเลื่องลือทั้งแผ่นดิน..กลับมายังแคว้นมิลินทระอย่างยิ่งใหญ่..และจะประกอบภารกิจสำคัญต่อเนื่อง.. 

 

เรื่องราวเป็นจริงแล้ว..เนตรสวรรค์บอกให้นางดีต่อมุกดาราให้มาก.. 

 

“..ตั้งแต่เด็ก..ข้าริษยานาง..ข้ายอมรับ..”ทิพย์บุปผาพูด.. “..นางสามารถทำอันใดก็ได้ที่นางอยากจะกระทำ..เพราะนางเป็นเจ้าหญิงที่ไม่ใช่เจ้าหญิงของเจ้าแคว้น..นางไม่เคยแบกรับแรงกดดันอันใดเลย..แตกต่างจากข้า..” 

 

ทิพย์บุปผาป้ายน้ำตา.. 

 

“..ข้าใยต้องเป็นเจ้าหญิงของเจ้าแคว้นด้วย...ข้าไม่อาจจะทำอันใดที่ข้าปรารถนาได้..ต้องถูกวางกรอบไว้ให้อยู่ในเส้นทางที่จะกลายเป็นราชินีแคว้นในอนาคต..เพราะข้าเป็นบุตรสาวคนโตของเจ้าแคว้นมิลินทระ..ธรรมเนียมแคว้นเราการสืบต่อการปกครอง..ต้องเป็นไปตามลำดับขั้น..เป็นชายก็ได้เป็นหญิงก็ได้..และข้าจะต้องกลายเป็นราชินีแคว้นในที่สุด..” 

 

เนตรสวรรค์นิ่งฟัง..ก่อนจะพูดว่า.. 

 

“..หากท่านได้วิชาอากาศมนตรา..ย่อมจะทำในสิ่งที่ปรารถนาได้มากขึ้น..” 

 

“..เฮอะ..นางเพียงเป็นภรรยาของจินดาพิสุทธิ์..ก็ได้ครอบครองวิชาอากาศมนตราแล้ว..” 

 

“..ท่านสามารถนำเอาวิชาอากาศมนตราของเจ้าหญิงมุกดารามาเป็นของท่านได้..และหากว่าเจ้าหญิงมุกดารายังคงมีสัมพันธ์ที่ดีกับจินดาพิสุทธิ์และอจินไตย..บางที..เราสามารถครอบครองยอดวิชาได้ทั้งสิ้น..ได้รับพลังแห่งอากาศมนตราที่มีกำลังถึงสามเท่า..” 

 

เนตรสวรรค์นิ่งคิด.. 

 

“..โดยการที่ท่านเป็นทายาทที่จะครอบครองแคว้นมิลินทระอยู่แล้ว..ย่อมมีความชอบธรรมอยู่ในตัวเอง..เพียงแต่..เพิ่มเติมพลังที่ไร้ต่อต้าน..ท่านก็ควรจะครอบครองแคว้นได้รวดเร็วกว่าเดิม..” 

 

เนตรสวรรค์วางยาขวดเล็กไว้บนโต๊ะ.. 

 

“..ท่านเพียงใช้ยานี้..หากเจ้าหญิงทั้งสามแห่งอากาศมนตราจะรับประทานมันเข้าไป..จะทำให้ร่างกายพวกนางปั่นป่วนจนต้องคายพลังอากาศมนตราออกมา..ท่านก็นำพลังพวกนางมาเสีย..” 

 

“..หมายความว่า..ข้าต้องวางยาพวกนาง..แล้วก็ต้องอยู่เพื่อคอยขโมยพลังพวกนาง..” 

 

“..พวกนางจะคายพลังที่มีออกมา..ในรูปของลูกแก้วอากาศมนตรา..หากข้าคาดเดาไม่ผิด..ของจินดาพิสุทธิ์กับมุกดาราจะคายพลังออกมาเป็นลูกแก้วคนละสองลูก..ส่วนอจินไตยจะเป็นลูกแก้วมนตราหนึ่งลูก..” 

 

เขานิ่งคิด.. 

 

“..ได้ลูกแก้วมนตราห้าลูก..ข้าจะหาทางบรรจุพลังลงไปในร่างท่านด้วยลูกแก้วมนตราหนึ่งลูก..ส่วนอีกสี่ลูก..จะเป็นของล้ำค่าในการทำการใหญ่ในอนาคต..” 

 

“..การใหญ่อันใดหรือ..” 

 

“..ย่อมต้องเป็นประโยชน์กับท่านแน่นอน..ข้ายินดีจะทำทุกอย่างเพื่อคนที่ข้ารัก..” 

 

ทิพย์บุปผามีสีหน้าแช่มชื่น.. 

 

ความรักทำให้นางรู้สึกต้องทำทุกอย่างให้เนตรสวรรค์..โดยที่ไม่รู้ว่า..เนตรสวรรค์กำลังโป้ปดนางในบางเรื่อง.. 

 

อย่างน้อย..การบรรจุพลังอากาศมนตราไปในร่างใครคนหนึ่ง..ย่อมกระทำไม่ได้..หากคนผู้นั้น..ไม่เข้าถึงความว่างเปล่าที่แท้จริงแม้ชั่วขณะ.. 

 

แต่หากนำเอาลูกแก้วมนตราไปใช้ในการกระทำบางสิ่งบางอย่าง..จะสามารถกระทำได้หากมีวิธีการที่เหมาะสม.. 

 

และเนตรสวรรค์กำลังคิดการใหญ่..ตามวิสัยร่างโคลนนิ่งของฮัล เวสท์..ผู้ซึ่งมีจิตใจและความคิดที่ลึกล้ำชั่วร้ายมาตั้งแต่เดิม.. 

 

และการจะกระทำเรื่องราวที่สำคัญนี้..ทิพย์บุปผาจะเป็นตัวละครสำคัญของเขาอย่างแน่นอน.. 

 

การจะวางยาสามเจ้าหญิง..และขโมยลูกแก้วแห่งอากาศมนตรา..จะทำได้หรือไม่..ขึ้นกับกลอุบายของเจ้าหญิงทิพย์บุปผาแล้ว.. 

 

...... 

 

ในห้องส่วนตัวที่เป็นของมุกดาราแต่เดิม.. 

 

ในเวลานี้..สามเจ้าหญิงและสองปีศาจแห่งอนันตกาลนั่งประชุมพูดคุยกันอยู่.. 

 

แพคเกจวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ.. 

 

“..เป้าหมายต่อไปของเรา..อยู่ในแคว้นมิลินทระแห่งนี้..คุณเรนบอกว่า..เขาอยู่ในเมืองแห่งโอทาตะ..หรือเมืองสีขาว..ห่างจากเมืองหลวงไม่เกินสามวัน..แต่ถ้าเราจะไปจริง..การย่นย่อระยะทางของพี่นา..จะทำให้ถึงได้ในสองชั่วยาม..” 

 

จินดาพิสุทธิ์ชะงักเล็กน้อย..ศศินาอดถามไม่ได้.. 

 

“..มีอะไรหรือริต้า..” 

 

“..สมัยที่อยู่กับนายแม่อารามขาว..ท่านเคยสอนเกี่ยวกับกสิน..และมีกสินสีขาว..หรือโอทาตกสิณ..มีความเอื้ออำนวยต่อการฝึกตาทิพย์เป็นอย่างมาก..” 

 

อจินไตยยิ้มพลางพูดขึ้น.. 

 

“..ริต้า..เธอเหมือนจะคิดเรื่อยเปื่อยเชื่อมโยงไปเรื่อย..” 

 

มุกดารารู้สึกประหลาดกับคำพูดของท่านพี่อีกแล้ว..นางถามขึ้นว่า.. 

 

“..นายแม่อารามขาวของท่านพี่..สอนวิธีฝึกตาทิพย์ด้วยหรือ..” 

 

“..มันแค่เรียนรู้ไว้..แต่เอาเข้าจริง..คนฝึกจิตสูญญตานั้นมีวัตถุประสงค์ในการเข้าถึงความเป็นสูญญตามากกว่าอย่างอื่น..นายแม่สอนว่า..ธรรมะย่อมสำคัญมากกว่าปาฏิหาริย์..” 

 

มุกดาราครางอือม์.. 

 

“..ถ้าข้ามีตาทิพย์ก็คงดี..” 

 

“..ก็ต้องหมั่นนั่งสมาธิ..จับสีขาวเป็นอารมณ์ให้มากไว้..แต่..มุกน้อยจะมาสนใจอันใดกับตาทิพย์เล่า..” 

 

มุกดารายิ้ม.. 

 

“..ท่านพี่..ข้าเองไม่ค่อยรู้ซึ้งเท่าทันใครสักเท่าไหร่นัก.การมีตาทิพย์ล่วงรู้เรื่องราวที่ไม่อาจจะเห็นด้วยตาปรกติ..บางทีอาจจะจำเป็นสำหรับข้าก็ได้..” 

 

นางนิ่งคิด.. 

 

“..เมืองโอทาตะ..มิน่าเล่า..” 

 

“..มิน่าอันใด..” 

 

“..คนที่มาจากเมืองนี้..หลายคนเป็นหมอดูที่มีชื่อเสียง.ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวอันใดกับเรื่องนี้ไหม..แต่ฟังว่า.เจ็ดปราชญ์แห่งแคว้นเรา..ที่มีวิชาหยั่งรู้..ซึ่งพวกท่านมีหลายคนเป็นชาวเมืองโอทาตะ..อีกหลายคนก็เติบโตที่เมืองนี้เช่นกัน..” 

 

จินดาพิสุทธิ์นิ่งคิด.. 

 

“..เราไม่ทราบว่า..ร่างจำแลงของผู้บงการชุดม่วงที่คุณเรนบอกว่า..ร่างหนึ่งถูกส่งมาที่เมืองโอทาตะ..จะเป็นอย่างไรแล้ว..แต่ก็ต้องไปสืบเสาะจากที่นั่นเป็นจุดเริ่มต้น..แต่สิ่งสำคัญที่เราต้องมีในเวลานี้..คือ..ยาพิษที่เจ็ดปราชญ์ได้รับ..เพื่อควบคุมพฤติกรรม..ต้องได้ยานั้นก่อนเพื่อไม่ให้ท่านทั้งสองมีความขัดแย้งกันอีก..” 

 

“..ท่านพี่..ข้ายอมรับว่า..ข้าคิดบางเรื่องไม่ตรงกับท่านพี่อจินไตย..แต่..ประสบการณ์ทำให้ข้าสามารถแยกแยะได้แล้วว่า..ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับความคิดอ่านของแต่ละคน..แม้จะขัดแย้งแต่ก็ไปด้วยกันได้..” 

 

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ.. 

 

“..ต่อให้เป็นเช่นนั้น..การควบคุมร่างจำแลงของผู้บงการชุดม่วง..ด้วยวิธีวางยาจำกัดพฤติกรรม..ย่อมจะดีที่สุดใช่ไหม..เพื่อไม่ให้พวกท่านต้องทะเลาะกันอีก..” 

 

แพคเกจเป่าปาก.. 

 

“.บอกตรง ๆ นะ..ฉันไม่อยากให้พวกเธอทะเลาะกันเลย..” 

 

“..เรื่องทะเลาะเป็นเรื่องธรรมดา..เธอไม่ควรจะวิตกเลยนะแพค..อากาศร้อนก็ทำให้ทะเลาะกันได้..ต้องอมฮอลล์เย็น ๆ ช่วย..ใช่ไหมล่ะ..” 

 

“..นี่เธอยังจำโฆษณาลูกอมฮอลส์ได้อีกหรือริต้า..” 

 

“..เอ๋า..ตอนนี้มันยังมีอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้..” 

 

“..ถ้าหากจะให้อากาศเย็นขึ้นสำหรับพวกเรา..ก็แค่ถอดเสื้อผ้าเท่านั้นแหละ..”แพคเกจหัวเราะ.. 

 

จินดาพิสุทธิ์นึกครึ้ม..วางมือที่ร่างตัวเอง..แสงวาบขึ้น..ตัวเองกลายเป็นสวมชุดน้อยชิ้น..นางวางลูกแก้วแห่งอากาศมนตราลงบนโต๊ะทั้งสองลูก.. 

 

ศศินาขมวดคิ้ว.. 

 

“..เอ๋..ทำงี้ได้ด้วยหรือ..” 

 

“..มันก็คล้ายกับจะแปลงกายเหมือนหนังฮีโร่แล้วล่ะพี่นา..” 

 

แพคเกจร้องออกมา.. 

 

“..ให้ตายสิริต้า..อย่าบอกนะว่า..เธอใช้ลูกแก้วแปลงร่างเป็นอากาศมนตราเรนเจอร์อะไรแบบนั้น..” 

 

“..ไม่ใช่สักหน่อย..เค้าเรียกว่า..อัศวินแห่งอากาศมนตราต่างหาก..” 

 

“..มีงี้ด้วยแฮะ..”แพคเกจยักไหล่กับศศินา.. “..น่าจะมีการแปลงร่างเป็นสองปีศาจแห่งอนันตกาลด้วยนะพี่นา..” 

 

ศศินาส่ายหน้า.. 

 

“..พูดจาเหลวไหลน่าแพค..วันนี้เราคุยกันเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน..ริต้า..อจินไตยกับมุกดาราจะได้พักผ่อน..พรุ่งนี้เราว่ากันไปตามกำหนดการนะ..ไปหาเจ็ดปราชญ์..สอบถามเรื่องยา..หากสามารถรับยาได้ในทันทีก็ดีไป..แต่หากไม่ก็ต้องหาทางเอายาที่ต้องการมาให้ได้..แล้วเราก็ค่อยไปสืบที่เมืองโอทาตะถึงโคลนนิ่งของฮัล เวสท์คนที่สองในมิติแห่งนี้..” 

 

ศศินาแพคเกจลาเจ้าหญิงทั้งสามไปที่ห้องส่วนตัว.. 

 

มุกดาราปิดประตูห้องเมื่อสองปีศาจแห่งอนัตกาลออกไปแล้ว.. 

 

นางวางมือที่ชุดขาวที่สวมใส่..แสงวาบขึ้น..ลูกแก้วสองลูกติดมือออกมา..และนางก็มีเสื้อผ้าน้อยชิ้น..เหมือนจะเพียงชุดชั้นในตามธรรมเนียมแคว้นเท่านั้น.. 

 

มุกดาราวางลูกแก้วบนโต๊ะ.. 

 

อจินไตยก็วางมือกับชุดขาว..แสงวาบ..นางวางลูกแก้วลูกหนึ่ง..และสายรัดเอวสีเขียวแห่งวาโยธาตุไว้บนโต๊ะเช่นกัน.. 

 

จะนอนกันทั้งที..จะต้องแต่งกายเต็มรูปแบบของอัศวินแห่งอากาศมนตราไปทำไม.. 

 

มุกดาราดูจะขมีขมัน.. 

 

“..ท่านพี่ทั้งสอง..วันนี้..เราจะสนุกกันแบบไหน..” 

 

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะ.. 

 

“..มุกน้อย..นี่เธอหื่นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่..” 

 

พลางมองดูรูปร่างในชุดชั้นในบางเบาของมุกดารา..ก่อนจะกลืนน้ำลายเล็กน้อย.. 

 

อจินไตยพูดขึ้นว่า.. 

 

“..ริต้า..ฉันก่อน..” 

 

“..อีกแล้ว..ขอก่อนบ้างไม่ได้หรือไง..” 

 

“..ไม่ได้..นี่เป็นธรรมเนียมไปแล้ว..ฉันกับมุกน้อยก่อน..เธอนอนดู..” 

 

มุกดาราหัวเราะ.. 

 

“..ท่านพี่อจินไตย..ให้ท่านพี่ริต้าก่อนไม่ได้หรือไง..” 

 

“..ไม่ได้..เพราะ..ฉันเองก็หื่นตัวเธอเต็มทีแล้ว..” 

 

อจินไตยหายใจแรงขึ้น..ทำให้มุกดาราทำปากแนวอู้ฮู.. 

 

จินดาพิสุทธิ์กลัวเมียมาแต่ไหนแต่ไร..ถ้าเมียจะกินเมียอีกคนก่อน..นางก็ไม่กล้าจะหืออือทั้งสิ้น.. 

 

ก่อนที่อจินไตยจะดึงมุกดาราล้มบนเตียง..เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น.. 

 

“..มุกน้อย..ท่านนอนหรือยัง..” 

 

จินดาพิสุทธิ์เหลือกตามองบน.. 

 

“..ว้า..ยิ่งช้าหนักเข้าไปอีก..ยืดเยื้อขนาดนี้..จะทนไหวไหมเนี่ย..” 

 

มุกดาราจุ๊ยปากเหมือนดุสามี..แต่ปากก็พูดว่า.. 

 

“..ท่านพี่ทิพย์บุปผา..รอสักครู่..” 

 

อจินไตยที่แรก ๆ ทำตัวเหมือนหื่นเต็มที่..แต่พอมีเสียงเคาะประตู..และมุกดาราทักทายว่าทิพย์บุปผา..นางก็ขมวดคิ้ว..รีบคืนสู่บุคคลิกที่เร้นลับเช่นเดิม.. 

 

มุกดาราหยิบลูกแก้วอากาศมนตราของนาง..ก่อนจะวางทาบกับตัว..แสงวาบ..นางอยู่ในชุดขาวกระทัดรัด..และมีชายแพรสี่ชายห้อยข้างลำตัวอีกครั้ง.. 

 

จินดาพิสุทธิ์กับอจินไตยก็ทำตาม..ไม่ช้า..ก็อยู่ในสภาพที่แต่งกายเรียบร้อย.. 

 

มุกดาราเปิดประตู..ทิพย์บุปผาถือถาดใส่ขวดสุราขวดหนึ่ง..และถ้วยสี่ใบเดินเข้ามาในห้อง.. 

 

จินดาพิสุทธิ์และอจินไตยมองหน้ากัน..นี่มันอะไรหรือ.. 

 

ทิพย์บุปผายิ้มแย้ม..ก่อนจะพูดขึ้นว่า.. 

 

“..หากคาดเดาไม่ผิด..พวกท่านคงจะรักกันมากอย่างที่คนทั้งแผ่นดินร่ำลือกันใช่ไหม..” 

 

อจินไตยสบตากับจินดาพิสุทธิ์..ก่อนจะถามว่า.. 

 

“..คนทั้งแผ่นดินร่ำลืออันใดเกี่ยวกับเราหรือท่านพี่..” 

 

“..พวกท่านทั้งสามรักใคร่กันแทบจะกลืนกิน..จนคนทั่วแผ่นดินล้วนริษยาพวกท่าน..”ทิพย์บุปผาวางถาดใส่ขวดสุราลงบนโต๊ะ.. “..ข้าก็ริษยาพวกท่านด้วย..” 

 

นางถือวิสาสะนั่งลง..มุกดาราอดหันไปทางท่านพี่ทั้งสองไม่ได้.. 

 

“..ท่านพี่ทิพย์บุปผาถือเป็นหญิงงามที่งามยิ่ง..แต่นางไม่มีใครกล้าหมายปอง..เพราะนางเป็นเจ้าหญิงทายาทแห่งแคว้นมิลินทระ..เป็นแก้วตาดวงใจของท่านลุงเจ้าแคว้น..ในฐานะพี่สาว..นางดีต่อข้ายิ่ง..” 

 

ทิพย์บุปผาพูดอีกว่า.. 

 

“..มุกดารา..นับตั้งแต่ท่านมีครอบครัว..ข้ายังไม่มีโอกาสแสดงความยินดีกับท่าน..” 

 

นางยกขวดสุรา..พูดขึ้นว่า.. 

 

“.ของขวัญเล็กน้อยที่อยากจะกำนัล..คือ..สุราขวดนี้..และ..” 

 

นางวางขวดยาขนาดเล็กลงบนโต๊ะ.. 

 

“..นี่เป็นยาบำรุงรักชั้นดี..ต้องรับประทานกับสุรา..ชื่อยาร่านตัณหา..ฟังชื่ออาจจะน่ากลัว.แต่สำหรับสามีภรรยาที่มีรักต่อกัน..และดูดดื่มในรสรักระหว่างกัน..ยานี้..จะทำให้ความรักคึกคักแจ่มใสขึ้น..” 

 

อจินไตยกับจินดาพิสุทธิ์มองหน้ากันอีก..เหมือนจะสื่อความนัยว่า..ไม่ต้องกินยาพวกนี้..ก็แทบจะไม่ได้นอนอยู่แล้วทั้งสามคน.. 

 

ส่วนมุกดาราหน้าแดงซ่าน..นางอาจจะไม่รู้สึกอันใดกับท่านพี่ทั้งสองหรือแม้แต่แพคเกจศศินาเพราะถือว่าสนิทสนมใกล้ชิด..แต่กับท่านพี่ทิพย์บุปผาซึ่งถือว่าเป็นญาติที่ควรจะใกล้ชิดกว่า.กลับเขินอายอย่างบอกไม่ถูก.. 

 

อาจจะเป็นเพราะนางทำตัวทโมนแก่นแก้วเป็นน้องสาวผู้ซุกซนเหมือนเด็กตลอดมา..แต่พอจะต้องมาพูดจาแนวรัก ๆ ใคร่ ๆ เข้าหูญาติผู้พี่..ก็ไม่รู้สึกคุ้นชิน.. 

 

ทิพย์บุปผารินสุราในถ้วยทั้งสี่..ขณะจะเหยาะยาร่านตัณหาให้..อจินไตยก็พูดว่า.. 

 

“..วันพรุ่งนี้..พวกเรามีภารกิจมากมาย..เกรงว่า..คงไม่สามารถ. “ร่านตัณหา”..ต่อกัน..ดังที่ท่านพี่มีกุศลเจตนาได้” 

 

แต่อจินไตยก็ถือว่ามีความช่ำชองในมนุษยสัมพันธ์หรือมารยาทคนหนึ่ง..ถือถ้วยสุรายกขึ้น.. 

 

“..แต่สุราถ้วยนี้..ท่านพี่มีแก่ใจมอบให้..ข้าขอดื่มให้ท่าน..” 

 

ทิพย์บุปผาหัวเราะ..วางขวดยาขนาดเล็กลง..หยิบถ้วยสุราถ้วยหนึ่ง.. 

 

“..ขออวยพรให้เจ้าหญิงทั้งสาม..มีรักที่มั่นคง..ประกอบภารกิจพิชิตเหล่าอธรรมทั่วหล้าได้ดังที่ประสงค์..” 

 

นางชิงดื่มก่อนรวดเดียวหมดถ้วย.. 

 

เมื่อนางดื่มก่อน..อจินไตยก็ไม่มีอันใดที่จะต้องพะวง..ดื่มสุราจนหมดบ้าง.. 

 

จินดาพิสุทธิ์กับมุกดาราเห็นอจินไตยดื่มจนหมด..ก็ฉวยสุราสองถ้วย..ดื่มจนหมดถ้วยบ้าง.. 

 

ทิพย์บุปผายิ้มแย้ม..พูดขึ้นว่า.. 

 

“..ข้านี่เป็นพี่ที่ใช้ไม่ได้.มุกดาราคนนี้ของข้า..เป็นน้องสาว..เป็นเด็กทารกในสายตาของข้ามาเนิ่มนาน..วันนี้มีความรักที่สดใส..ประกอบวีรกรรมเลื่องลือทั้งแผ่นดิน..เป็นที่น่ายินดีนัก..ควรจะแสดงความยินดีมาตั้งแต่ต้น..แต่ก็เพิ่งสบโอกาสวันนี้..ฟังว่า..พรุ่งนี้..พวกท่านจะออกเดินทางอีกแล้ว..หากไม่ได้มาอวยพรในครั้งนี้..คงเสียดายยิ่งนัก..” 

 

ทิพย์บุปผาลอบกระหยิ่มใจ..นางรับประทานยาแก้พิษมาก่อน..ไหนเลยจะมีปัญหากับสุราที่ผสมยาที่เนตรสวรรค์สั่งให้วางกับเจ้าหญิงทั้งสาม.. 

 

นางใช้ยาร่านราคะเพื่อดึงความสนใจจากความระแวงของอจินไตยหรือจินดาพิสุทธิ์..แต่ไหนเลยจะคาด..นางวางยาไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว.. 

 

“..ข้าคงไม่กวนน้องทั้งสามแล้ว..ขอให้พักผ่อนให้สบาย..และมีความสุขมาก ๆ ..” 

 

นางเก็บถ้วยสุรา..ขวดสุรา..และถือถาดเดินออกจากห้องไป.. 

 

มุกดาราส่งนางที่ประตู..ก่อนจะปิดและลงสลักกลอนเรียบร้อย.. 

 

รู้สึกร้อนอย่างไม่ทราบสาเหตุ..ร้อนจนเหงื่อหยด.. 

 

มองดูท่านพี่ทั้งสอง..ก็รู้สึกร้อนราวกับอยู่กลางแดดจ้า.. 

 

“..ท่าทางสุราจะร้อนแรงจนเราร้อนรุ่ม..”จินดาพิสุทธิ์อดหัวเราะและมองในแง่ดีไม่ได้.. 

 

กระทั่งอจินไตยก็ยังมองในแง่ดี.. 

 

“..มุกดารา..ท่านรีบ..รีบด่วน..”นอกจากนั้นนางยังหื่นกระหายในรสสวาทอย่างมากด้วย.. 

 

พลางเปลื้องชุดออก..ด้วยการวางมือและถอดชุดขาวออกมาเป็นลูกแก้วและสายรัดเอว.. 

 

มุกดารากระทำเช่นกัน..แม้แต่จินดาพิสุทธิ์ก็กระทำเช่นนั้น.. 

 

ทั้งสามเจ้าหญิงโอบกอดประคองกัน..ก่อนจะรู้สึกวิงเวียน..และหมดสติไปทั้งสามคน..ทั้งที่ยังกอดกันอยู่.. 

 

สลักกลอนประตู..ถูกมีดเล่มหนึ่งสะเดาะออก.. 

 

ทิพย์บุปผาย่องเข้ามา..มองดูลูกแก้วแห่งอากาศมนตราทั้งห้า..และสายรัดเอวสีเขียวแห่งวาโยธาตุ.. 

 

“..อำนาจแห่งอากาศมนตราที่วิเศษ..บัดนี้เป็นของข้าแล้ว..” 

 

นางหยิบลูกแก้วอากาศมนตราทั้งห้าขึ้นมา... 

 

นางขโมยพลังอันสำคัญของเจ้าหญิงทั้งสามไปให้คนที่ถือว่าเป็นร่างโคลนของศัตรูอันดับหนึ่งแล้ว... 

 

....... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น