miew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 66

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2562 10:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 66
แบบอักษร

 

 

หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ขิงกับกรก็ต้องอุ้มลูกกันคนละคน เพราะน้องกันต์ที่แบตเริ่มหมดแทบหลับทั้งๆที่เคี้ยวกุ้งเผา ส่วนน้องซันหลับกลางอากาศไปเสียแล้ว เพราะเล่นกันมาเกือบตลอดตั้งแต่มาถึงทะเล

 

“ พี่กรไปอาบน้ำก่อนเลยครับ มีแต่กลิ่นอาหารทะเลเต็มตัวไปหมด ผมจะเช็ดตัวให้ลูกก่อนถึงจะไปอาบ ” ขิงบอกกับกรก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กและน้ำใส่กะละมังใบเล็กมาเช็ดตัวให้ลูกชาย

“ ไม่อาบได้ไหมขิง พี่ขี้เกียจจังเลยครับ ” กรทำตัวเหลวเป็นน้ำไหลไปตามพนักโซฟา วันนี้เหนื่อยจริงๆแต่ก็มีความสุขจนแทบจะตายอยู่แล้ว

“ ไม่ต้องมาอ้อนครับ จุ๊บ! ไปอาบน้ำนะครับจะได้นอนสบายด้วย ” ขิงจูบเบาๆที่ริมฝีปากของกร ก่อนจะเดินไปหาลูกชายทั้งสองที่หลับแล้วเช็ดตัวให้

 

 

 

 

 

 

...

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ กรก็ได้ประกาศงานวิวาห์กับคนรักอย่างขิง ทั้งวงการสั่นสะเทือนเพราะไม่คิดว่าความรักของทั้งสองจะอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงขั้นลงเอยแต่งงาน ทั้งสาวๆและหนุ่มน้อยที่คิดว่าตัวเองมีหวังต่างก็ต้องหลั่งน้ำตากันเป็นทิวแถว

“ ผมไม่มีบัตรเชิญทุกคนนะครับ ถ้าทุกคนจะร่วมยินดีกับผมก็มาที่โรงแรมxxxวันที่xxได้เลยครับ ทางผมได้จัดงานเลี้ยงเล็กและพิธีทางศาสนาเล็กน้อยไว้ให้ทุกคนร่วมยินดี ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคนที่มางานครับ ” กรได้ให้สัมภาษณ์หลังจากมีข่าวซุบซิบว่ากำลังตัดชุดเจ้าบ่าว เขาเลยถือโอกาสแจ้งมันเสียตรงนั้นเลย ที่จัดงานก็เป็นโรงแรมในเครือของกร งานเล็กๆที่ว่าคือจัดในห้องจัดเลี้ยงที่รองรับแขกได้เกือบหนึ่งพันคน

“ หลายคนคงอกหักกันเสียแล้วนะคะ ทางเราขอแสดงความยินดีด้วยและเราจะเข้าไปเก็บภาพบรรยากาศในงานแน่นอนค่ะ รอรับชมท่ายทอดสดที่จะตอกย้ำความรักความหวานของคู่บ่าวสาวได้เลยนะคะคุณผู้ชม วันนี้ก็ขอลาไปก่อน แล้วเจอกันวันxxหน้านะคะ สวัสดีค่ะ ”

 

 

 

 

......

ขิงนั่งรอเข้าพิธีในห้องที่ทางโรงแรมได้เตรียมไว้ให้แต่งตัว วันนี้ร่างบางอยู่ในสูทสีขาวทั้งตัวและผูกเนกไทสีชมพูอ่อนเข้ากับสูท ช่างแต่งหน้าได้แต่งแค่บางๆเพราะขิงบอกกับช่างว่าถึงจะเป็นเจ้าสาวแต่ผมก็เป็นผู้ชาย แต่งแค่พอประมาณจะดีกว่า และในห้องยังมีเด็กถือดอกไม้ตัวน้อยอีกสองคน ซึ่งช่างแต่งหน้าต่างก็แย่งกันแต่งเพราะน้องน่ารัก แทบจะจับตัวกันทุกคนเลย

“ ตื่นเต้นไหมขิง วันนี้เป็นวันที่สำคัญของหลานน้าเลยนี่ ” ตะวันน้าชายของขิงมาเป็นผู้ใหญ่ส่งตัวเจ้าสาว เขาดีใจที่เห็นหลานมีความสุข เครื่องดื่มเฉลิมฉลองในงานวันนี้ก็มาจากโรงบ่มของเขาเลย

“ ทั้งดีใจและทั้งตื่นเต้นมากเลยครับ ”

 

 

 

...............20%............

แปะโป้งเอาไว้ก่อนนะทุกคนคือพยายามเขียนให้ได้บรรยากาศ แต่ตอนนี้มันออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ เราอยากได้กลิ่นอายที่ความอบอวลไปด้วยความสุข จะรีบเค้นสมองน้อยๆมาให้ เอาใจช่วยเราด้วยน้าาาาาา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...............ต่อ.............

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศที่อบอุ่นและอบอวลไปด้วยความรักทำเอาหลายคนอิจฉา เจ้าบ่าวยืนรอเจ้าสาวที่แท่นพิธีกับบาทหลวง ส่วนเจ้าสาวก็กำลังเดินเข้ามาในงานตามพิธีการ เสียงดนตรีหวานซึ้งดังคลอทุกย่างก้าวของขิง แขนเรียวกระชับแขนของน้าชายอย่างตะวันแน่นด้วยความตื่นเต้น ส่วนลูกชายฝาแฝดทั้งสองเดินถือช่อดอกไม้แสนน่ารักตามมารดาเข้ามา จนทุกคนมาหยุดตรงหน้าของกร และกรก็รับมือเรียวสวยจากตะวันต่อ

“ คุณกรกันต์จะรับคุณคินรพัฒน์เป็นภรรยา อยู่กิน ร่วมทุกข์ร่วมสุข จนแก่เฒ่าหรือไม่ ” พวกเขายืนอยู่หน้าแท่นพิธีจับมือกัน ส่วนเจ้าแฝดต่างคนต่างยืนอยู่ข้างมารดาและบิดา

“ รับครับ ” เสียงทุ้มตอบรับคำอย่างหนักแน่น และมองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตารักใคร่อย่างสุดซึ้ง ซึ่งนั่นมันก็ทำเอาใครหลายคนต่างอิจฉาในความรักที่ทั้งสองมีให้กันและไหนจะพยานรักที่น่ารักตัวน้อยๆทั้งสองคนนั้นอีก คนที่อยากจะคว้าใจของมาเฟียอย่างกรจำต้องถอยไปกันหมด

“ คุณคินรพัฒน์จะรับคุณกรกัตน์เป็นสามี อยู่กิน ร่วมทุกข์ร่วมสุข จนแก่เฒ่าหรือไม่ ” บาทหลวงหันมาถามกับขิง ซึ่งขิงเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยกับงานที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ใหญ่โต หรูหรา และอบอวลไปด้วยความรัก

“ รับครับ ” ขิงตอบรับอย่าวนักแน่นและสบสายตาคมของกร เขามีความสุขจนแทบจะเอ่อล้น เขากลัวว่าจะสำลักความสุขครั้งนี้ตายไปเลยเสียด้วยซ้ำ เขาไม่ได้รู้สึกว่าเอาชนะทุกคนที่อยากจะมาร่วมชีวิตคู่ของกร แต่เขารู้สึกได้แค่ว่าเขาโชคดีที่ผู้ชายตรงหน้าคนนี้รักเขามากกว่า

“ มีผู้ใดคัดค้านความรักของทั้งคู่หรือไม่ ” บาทหลวงพูดขึ้นอีกครั้งหลัวจากทั้งสองตกลงปลงใจกันตามพิธี และแน่นนอนว่างานนี้คงไม่มีอะไรมาคัดค้านได้ ในเมื่อพ่อของกรผู้ที่มีอำนาจน่าเกรงขามได้นั่งอยู่ในงานอย่างสง่าแบบนี้ บางคนถึงกับไม่กล้ามองไปที่นั่งของพ่อเจ้าบ่าวเลยด้วยซ้ำ

“ ....... ” ในงานเงียบกว่าอึดใจเดียว และพอบาทหลวงจะทำพิธีต่อก็ได้มีเสียงของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้น

“ ฉันขอคัดค้าน!!! เจ้าบ่าวเป็นสามีของฉัน!! ” หญิงร่างเพียวระหงส์ในชุดดำสนิทอุ้มเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักอายุราวหนึ่งขวบปีเข้ามาในงานพิธี ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แต่หลายๆคนก็คิดอีกแบบว่า เจ้าบ่าวเป็นบุคคลมีทรัพย์สินและอิทธิพลมากมาย จะไข่ไว้เรี่ยราดก็ไม่เห็นจะแปลก แต่ไม่รู้ว่าความปลอดภัยในงานล่ะหลวมหรืออย่างไร จึงปล่อยให้บุคคลเจ้าปัญหาเข้ามาได้

“ เธอเป็นใคร? ” กรถามขึ้นเสียงเฉียบ แต่มีหรือที่เธอคนนี้จะสะทกสะท้านหรือหวาดกลัว แต่กลับจองกรผ่านแว่นสีชาอย่างไม่เกรงกลัว ไม่แสดงความหวั่นเกรงใดๆออกมาให้เห็นเลย

“ คุณทิ้งฉันกับลูกไปแบบนี้ไม่ได้นะคุณกร คุณเคยสงสารลูกของคุณบ้างหรือเปล่า! ” เสียงที่พูดนักแน่นปนตัดพ้อส่งมาให้ชายร่างสูงที่กุมมือเล็กของเจ้าสาวเอาไว้ แต่เธอไม่หวั่น เธอมาเพื่ิอแสดงตัว! ถึงชั่ววินาทีที่เห็นเด็กชายสองคนเกาะขาของขิงและกรเธอจะแสดงความรู้สึกผิดวาบผ่านดวงตาก็เถอะ!

“ ลากตัวผู้หญิงคนนี้ออกไป! ” กรกำลังปะทุ เขาคิดไว้ว่าวันนี้ต้องมีแต่เรื่องดีๆ เขาไม่รู้ว่าเธอคนนี้เป็นใคร ต้องการอะไรจากการก่อกวนครั้งนี้ หรือจะมีใครส่งเธอมา

“ ไม่ต้องครับ! คุณบอกว่าคุณกรเป็นสามีคุณ มีหลักฐานมายืนยันหรือเปล่าครับ? ” ขิงที่เมื่อรวบรวมสติได้ ก็ได้พูดขัดขึ้นมาก่อน เขากลัวว่าการลากตัวเธอออกไปจะทำให้เด็กตกใจกลัวและร้องไห้ อย่างน้อยเด็กบริสุทธิ์ไม่สมควรที่จะถูกทำร้ายจิตใจ

“ มีสิ! ” เธอตะเบ็งเสียงออกมาอย่างมาดมั่น แต่แปลกมากที่ลูกสาวตัวน้อยของเธอไม่ร้องไห้งอแงแม้สักแอ๊ะ เด็กหญิงตัวน้อยๆเอาแต่เล่นผมของมารดาอย่างไม่สนใจอะไรเลย ราวกับว่าเธอชินกับเสียงดังโวยวายอย่างนี้อยู่แล้ว

“ งั้นคุณก็แสดงหลักฐานออกมาครับ เอาออกมาให้ได้รู้กันตอนนี้เลย ” ขิงพูดอย่างใจเย็น เขาคิดว่าการที่เราร้องไห้ฟูมฟายมันไม่มีประโยชน์อะไร การที่จะยืนอยู่อย่างมั่นคงได้ก็มีแต่ต้องใช้สติและสายตามองให้ขาด คิดให้ทันไม่เอาแต่หลับตาเสียใจเพียงอย่างเดียว

 

แปะ! แปะ! แปะ!

“ หลานสะใภ้คนนี้ผ่าน ขอโทษที่อาลองใจแรงไปหน่อยนะเจ้ากร หึๆ ” เสียงปรบมือดังขึ้นหลังจากขิงพูดจบประโยค พอได้ยินอย่างนั้นเขาก็ได้แต่งงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็พอจะเดาได้แล้วบางส่วน

“ อาคิดจะเผาบ้านผมหรือไงครับ?! หลานสะใภ้อากำลังท้องอ่อนๆหลานอาอีกคนอยู่นะ ” กรกัดฟันพูดอย่างโกรธๆ ผู้คนที่รอเยาะเย้ยต่างต้องเสียใจที่เรื่องที่เกิดขึ้นแค่อำกันขำ แถมยังต้องมารับรู้อีกว่าพวกเขากำลังมีพยานรักเพิ่มขึ้นมาอีกคน มันน่าเจ็บใจนักที่พวกเขารักกันมั่นคงขนาดนี้ นักข่าวที่รอประโคมข่าวคาวก็เป็นอันต้องพับเก็บ เพราะไม่มีใครกล้าเล่นกับอำนาจมืดของแก๊งมาเฟียหรอกจริงไหม?

“ จริงหรอ?? ดีจริงๆ ดีจริงๆ ฮ่าๆ ” ชายที่ขึ้นชื่อว่าอาหัวเราะอารมณ์ดี ตอนแรกก็ตะขิดตะขวงใจที่หลานชายนั้นมีเมียเป็นผู้ชาย และก็ยอมรับด้วยว่าไม่เชื่อที่ผู้ชายคนหนึ่งจะท้องได้ ในโลกนี้มีเรื่องมหัศจรรย์ขนาดนั้นจริงเชียวหรือ แต่ตอนที่ให้คนสืบภูมิหลังของเด็กคนนั้นดูแล้วมีเพียงประโยคเดียวคือ ‘เด็กคนนี้น่าสงสาร’ แต่ยังไงเขาก็ยังไม่ไว้ใจ จึงได้สืบไปเรื่อยๆจนได้รู้ว่าเด็กผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของหลานเขานั้นเป็นคนดีมาก ดีจนเขารู้สึกกลัวว่าจะหัวอ่อนและกลายเป็นจุดอ่อนของหลานชายเขาได้ จึงได้คิดวิธีนี้ขึ้นมา ภรรยาเขาก็ช่างเล่นสมบทบาทเสียจริงๆ

“ หยุดหัวเราะแล้วมาอุ้มยัยหนูเลยนะคุณ! หลานสะใภ้น่ารักขนาดนี้ยังให้ฉันลงมือแกล้งได้นะ! ” สาวสวยภรรยามาเฟียเอ่ยท้วงขึ้นมา เธอเป็นผู้หญิงที่สามารถมัดใจชายตรงหน้าเธอได้ แน่นอนว่าอายุของเธอไม่ใช่หลักสองหลักสาม แต่เป็นสาวอายุหลักสี่สิบที่ยังดูสวยไม่สร่าง แถมยังเพิ่งจะมีลูกสาวตัวน้อยๆคนแรกไปปีที่แล้ว ไม่ใช่เพราะสามีเธอไม่มีน้ำยา แต่เป็นเพราะเธอที่มดลูกไม่แข็งแรงเอง

“ แต่ตอนคุยกันคุณก็ดูชอบใจนะ? ” สามีที่รับลูกสาวสุดน่ารักไปไว้ในมือเอ่ยขึ้น เขาที่มีอายุเกือบจะห้าสิบแล้วเพึ่งจะมีลูกนั่นแทบจะหาทุกอย่างมาบำรุงร่างกาย อยากอยู่กับลูกสาวไปนานๆ เพราะเขาเกือบจะเลิกหวังเรื่องที่จะมีลูกแล้วแต่ภรรยาที่อยู่กินกันมาอย่างไม่เปิดเผยเกือบสิบปีนั้นดันท้อง ยอมรับเลยว่าวินาทีแรกที่รู้เขานั้นร้องไห้ และได้ลูกว่าเป็นลูกสาวยิ่งหวงและห่วงมากขึ้นไปอีก

“ หยุดพูดไปเลย!! ดูสิว่าเราเกือบทำคนท้องขวัญเสียแล้ว ไปเอาค่าทำขวัญมาให้หลานฉันเลย ทองร้อยบาทกับโฉนดที่ดินอีกห้าสิบไร่ หามาภายในวันนี้นะ ” เรื่องแค่นี้ดีดนิ้วครั้งเดียวก็ได้แล้ว ไม่มีอะไรหนักหนากับค่าปลอบใจและรับขวัญเหลน และจะหาของมารับขวัญเหลนชายทั้งสองด้วย

“ ครับๆ แต่ผมเลี้ยงลูกอยู่นะที่รัก ” สามีทำเป็นอ้างหยอกภรรยา บรรยากาศวิ้งๆทำเอาเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัวจริงถึงกับโดนแย่งซีน

“ อย่าเอายัยหนูมาเป็นข้ออ้าง! ”

 

 

 

......

หลังจากจบเรื่องไปแล้ว งานวิวาห์ก็เริ่มต่อ บรรยากาศชวนฝันได้ไหลผ่านไปเรื่อยๆ ทั้งนักข่่าวและผู้คนที่เข้าร่วมงานต่างต้องอิจฉาตาร้อนเพราะความรักหวานซึ้งและอบอุ่นของสองสามีภรรยาอย่างกรและขิง หลายคนตาโตกับสินสอดที่มอบให้ตะวันที่เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของขิง คนที่คิดอยากเป็นคุณนายของแก๊งเหยี่ยวดำตาร้อนเป็นไฟไปกับจำนวนทรัพย์สินมหาศาล

 

 

 

 

 

 

 

 

.............................

 

 

................15ปีผ่านไป.............

 

บรื้น!! บรื้น!! เอี๊ยดดดดดด!!

เสียงเร่งเครื่องและเสียงบดของล้อกับพื้นถนนดังเสียดหู สนามใหญ่ที่เปิดแบบถูกกฎหมายเป็นที่ๆหนุ่มเลือดนักซิ่งมาประชันฝีล้อกัน แค่เรื่องสนุกๆของวัยรุ่น

“ โหหหหห ขนาดเครื่องยนต์รุ่นสิบห้าปีที่แล้วยังแรงขนาดนี้ ขอลูบเป็นบุญมือได้ไหมวะ ” เพื่อนร่วมห้องทักขึ้น ที่จริงรถรุ่นนี้ควรจะจอดเป็นของสะสมที่ยังวิ่งได้ไว้ที่บ้าน แต่ใครจะรู้ว่าตัวเครื่องถูกช่างฝีมือดีปรับแต่งมาเรื่อยๆ เพราะอุปกรณ์หรืออะไหล่บางตัวไม่ผลิตแล้ว และถ้าพังคือต้องสั่งผลิตพิเศษใหม่ แน่นอนว่าราคามหาศาลมาก แถมล้อที่เปลี่ยนได้ยังหายากแล้ว เพราะมันไม่เข้ากับตัวถังรถ ล้อขนาดพิเศษที่อู่ขึ้นชื่อดังระดับประเทศสั่งทำให้รถของบ้านเขาเป็นพิเศษ

“ รุ่นนี้ออกแค่สิบคันเองนะเว้ยตอนนั้น มึงคิดดูว่ากูเกิดปั๊บปู่กูซื้อให้เลย สีแรงถูกใจเด็กวัยแบเบาะแบบกูตอนนั้นมาก ฮ่าๆ ” คนขี้โม้พูดอย่างภาคภูมิใจปานไปเลือกสีด้วยตนเองกล่าวขึ้น เพื่อนที่กำลังลูบคลำรถอยู่ถึงกับเบะปาก ปีสุดท้ายในการเรียนม.ปลายกำลังจะจบลง กันต์และซันสอบใบขับขี่ได้ตามคำอนุญาตของผู้เป็นพ่อ และตอนนี้กำลังฉลองที่สอบใบขับขี่ได้จึงมาซิ่งในสนาม

“ ไอ้ขี้โม้!! ว่าแต่มึงไม่คิดจะแข่งกับพี่มึงบ้างหรอวะ ” เพื่อนสนิทตัวแห้งของกันต์ถามขึ้น ซึ่งวันนี้ซันไม่มาด้วยเห็นบอกว่ากำลังอ่านหนังสือสอบ และติวให้น้องชายสุดรักสุดหวงคนสุดท้องให้สอบเข้าม.4ที่เดียวกันนี้ให้ได้ แล้วไอ้คนขี้งอแงอย่าง ‘ขมิ้น’ ก็คงตายคากองข้อสอบติวแล้วหละ คนอะไรก็ไม่รู้ชอบงอแง น่าแกล้งให้ร้องตลอด หึ!

“ ซันขับช้ายิ่งกว่าเต่าอีก! ” พูดแล้วฉุน แต่ฝีมือขับรถไม่ว่าจะมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ซันขับได้ดีมากๆ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว แต่สำหรับกันต์แล้ว เร็วเท่านั้นที่เร้าใจ ฮ่าๆ

“ แต่มึงดริบสู้ซันไม่ได้กูรู้ เจ้าชายน้ำแข็งที่ซิ่งรถโคตรเทพ ” อือ ไม่เถียงหรอก เขากะว่าจะโชว์สาวซะหน่อยแต่ไม่เคยชนะสักที คนหล่อเซ็งงงงง

 

...อีกด้าน...

“ พี่ซันครับ มิ้นง่วงแล้วอะ ฮ้าวววว ” คนตัวเล็กพูดแล้วอ้าปากหาวจนน้ำตาเล็ด พี่ชายก็ได้แต่เอ็นดูคนขี้งอแง ให้อ่านแค่สิบหน้าเอง สรุปง่ายๆมาให้อ่านเผื่อสอบขอเขียนก็เท่านั้น แต่พี่ชายคงไม่รู้ว่าหนังสือเรียนคือยานอนหลับชั้นดี!

“ อ่านยังไม่ครบสองหน้าเลยนะครับ ” ลองทำเสียงขรึมขู่ดูเผื่อคนน้องจะหายง่วงแล้วกลับมาตั้งใจอ่านต่อ แต่ดูเหมือนเขาจะสู้ลูกอ้อนน้องชายคนเล็กไม่ได้เลย

“ แต่น้องง่วงแล้ววววว ”

 

 

 

............100%............

 

ไม่คิดว่าตัวเองจะหายไปนานขนาดนี้ บ่มีข้อแก้ตัวจ้าาาา เขาแต่งงานกันแล้วตัดจบพ่อแม่แต่เท่านี้และกันนะ คู่รุ่นใหญ่คนอื่นๆด้วย มาดูรุ่นลูกกันต่อ คิดว่าอาจจะแต่งได้ไม่หลายตอนหรอก เพราะเราต้องหาที่จบนิยายด้วย ขอบคุณหล๊ายหลายที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่จบเด้อ

**เราไม่รู้เรื่องพิธีหรือเรื่องเกี่ยวกับรถใดๆเลยขออภัยในความไม่สมจริงนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้า

TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น