AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 29 การเปลี่ยนแปลงอาณาจักรครั้งยิ่งใหญ่ 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 การเปลี่ยนแปลงอาณาจักรครั้งยิ่งใหญ่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 54

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2562 21:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 การเปลี่ยนแปลงอาณาจักรครั้งยิ่งใหญ่ 2
แบบอักษร

ตอนที่ 29 การเปลี่ยนแปลงอาณาจักรครั้งยิ่งใหญ่ 2 

เหล่าทวยเทพได้เดินทางผ่านประตูมิติไปยังอาณาจักรเฟรนเซียร์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเรื่องนี้เหล่าผู้คนยังไม่รู้ว่าจะมีทวยเทพลงมายังเบื้องล่างมากมายถึงเพียงนี้ เพราะจู่ๆ ประตูมิติขนาดใหญ่ก็บังเกิดขึ้นใจกลางเมือง เหล่าทวยเทพนับพันต่างกระจุกตัวอยู่ที่นี่

ส่วนเทพตนอื่นๆ อีกจำนวนมากโดยเฉพาะเทพระดับสูงไม่ได้ลงมายังเขตแดนที่มีผู้กล้าทั้งแปด หากแต่กลับเลือกที่จะลงไปยังเขตแดนของตนเอง นั่นเพราะรู้ดีว่าเทพส่วนใหญ่ต้องแข่งกันแย่งเอาผู้กล้า แต่ว่าสำหรับพวกเทพระดับสูงแล้วผู้กล้ารุ่นนี้เปรียบเสมือนไก่ตัวเล็กๆ ที่ยังกางปีกบินไม่ได้ ไม่เหมือนกับรุ่นก่อนหน้าที่ดั่งพญาอินทรีที่กำลังหัดบิน

เมื่อเป็นดังนี้แล้วพวกเขาจึงเลือกลงยังเขตแดนตนเอง และต้องการใช้เวลาในการปรับตัวให้คุ้นชินกับพลังอันอ่อนด้อยของเมืองมนุษย์อยู่ช่วงหนึ่ง จากนั้นก็จะเริ่มออกตามหาตัวแทนของตนเอง และเผ่าพันธุ์ที่เทพระดับสูงมักหมายตากันไว้ก็คือ ตัวแทนที่เป็นเผ่ามังกร ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่เขตแดนเทพทั้งหลาย (เทพเพียงตนเดียวไม่สามารถเดินทางข้ามเขตผ่านอันตรายไปยังเขตมังกรได้ นอกจากโครนอส นิกส์ เฮเมร่า ไกอา ซุส และเทพระดับสูงบางตน จึงเลือกพวกที่มาอยู่ในเขตเทพแทน)

ข่าวคราวการลงมาของทวยเทพกระฉ่อนภายในค่ำคืนเดียว หลายอาณาจักรต่างได้รับข่าวสารโดยถ้วนหน้า ทั้งนี้เมื่อเทพลงมายังที่ของมนุษย์จำนวนมาก สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดก็คือ

.....บาเรียของเขตแดนที่สูญสลายไป........

ในเขตแดนเทพแต่ละแห่งจะมีบาเรียเพื่อปกป้องภัยอันตรายจากมอนสเตอร์และเหล่าปีศาจชั้นต่ำบางประเภท แต่เมื่อเกิดการแข่งขันเพื่อก้าวขึ้นเป็นราชัน เขตแดนเทพทุกแห่งทั่วทุกมุมต่างสูญสลายไป และสิ่งที่เกิดขึ้นคือการบุกโจมตีของมอนสเตอร์ และการสงครามระหว่างเขตแดนเทพที่นำโดยมนุษย์ผู้โลภมาก

ซึ่งเกิดจากสงครามภายในเขตแดน เมื่อจักรพรรดิผู้มีความสามารถ ทำสงครามแย่งยิงดินแดนจากอาณาจักรต่างๆ ในเขตแดนเทพนั้นๆ สำเร็จ ด้วยความโลภเขาจึงต้องการพื้นที่เพิ่มเติม และช่วงนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ครอบครองโลก

แต่ว่าพวกเขายังไม่เริ่มจุดชนวนเท่านั้นเอง เพราะยังเกรงต่ออำนาจของเทพอยู่ แต่เมื่อข่าวในเรื่องของกฎการแข่งขัน

ว่าเทพจะตามหาตัวแทนของตนเองเพื่อนำไปเข้าชิงตำแหน่งราชัน ทั้งนี้ยังมีอิสระในการทำสงครามระหว่างเขตแดน นี้จึงนับว่าเป็นโอกาสทองของเหล่าจักรพรรดิผู้มากฝีมือที่รอคอยมานาน รอคอยเวลาที่จะได้ครองโลก

สงครามเริ่มปะทุ เหล่าจักรพรรดิต่างฮึกเหิมด้วยความหวังว่าเทพจะเห็นถึงความแข็งแกร่งของตนจนได้เลือกเป็นตัวแทน สงครามระดับพระกาฬจึงเริ่มปะทุทันที

 

.................................

 

ศึกในที่รุนแรงผลาญชีวิตผู้คนนับแสนนับล้าน เป็นดั่งการทำลายที่ยิ่งกว่าเหล่าปีศาจเคยทำไว้ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดโครนอสถึงตั้งกฎแบบนี้ขึ้น กฎที่เหมือนกับการทำลายเขตของตนเอง

แต่ที่น่ากลัวที่สุดนั่นก็คือ แม้พวกเทพจะรู้อยู่แก่ใจว่านี่เปรียบเสมือนการทำลายให้หายไป แต่ด้วยอำนาจระดับราชันที่จะได้รับพวกเขากลับไม่คัดค้านใดๆ แม้ในที่ประชุมก็ไม่คัดค้านเรื่องนี้ แต่กลับไปคัดค้านกันในเรื่อง

*ทำไมไม่ให้เทพต่อสู้กันเองเป็นเวลาสองปี ข้าว่าให้ต่อสู้กันตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าเพราะยังไงซะราชันย่อมเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้ว*

*ทำไมต้องเลือกตัวแทนด้วย เอามนุษย์ชั้นต่ำมาเป็นตัวแทนทำไม อย่างนี้เทพที่ได้ผู้กล้าไปก็มีโอกาสชนะน่ะสิ*

*ข้าขอค้าน ขอให้เทพรวมกำลังต่อสู้กันเอง ให้แบ่งฝ่ายไปเลย พวกเราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าราชันคนต่อไปมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น*

*จะตั้งกฎน่าปวดหัวแบบนี้ทำไม ข้าไม่อยากเอามนุษย์อ่อนแอมาเป็นตัวถ่วง*

*บลาๆ ๆ *

โครนอสรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น สาเหตุที่ตั้งกฎแบบนี้ออกมาก็เพื่อจะพิสูจน์ใจว่าทวยเทพยังคงเป็นปึกแผ่นเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ แต่ในเมื่อผลออกมาแล้ว ต่อให้เปลี่ยนกฎ อย่างไรเสีย ผลมันก็คือการทำลายอยู่ดี ที่ไม่ให้ต่อสู้กันเองเป็นเวลาสองปีก็เพื่อถ่วงเวลาเอาไว้

แต่แล้วแทนที่มนุษย์จะตั้งใจฝึกฝนความสามารถด้านศักยภาพให้มากขึ้น กลับกลายเป็นต่อสู้ห้ำหั่นแสวงหาอำนาจเพื่อเป็นหนึ่งในใต้หล้า สงครามที่ไม่อยากให้เกิดกลับเกิดขึ้นโดยที่ไม่สามารถควบคุมได้เสียแล้ว

เมื่อทุกอย่างกลับตาลปัตรเช่นนี้ สิ่งที่โครนอสทำคือการถอนหายใจ แต่แล้วก่อนที่จะได้เข้าสู่ห้วงนิทราลูกแก้วใสลูกหนึ่งที่ดับแสงมานานกลับเปล่งแสงอ่อนๆ ขึ้นมา

ลูกแก้วชีวิตเมื่อเจ้าของตายมันก็จะแตกสลาย แต่กลับไม่แตกสลายกลับกลายเป็นดับแสงแทน มันไม่มีแสงสว่างมาสิบกว่าปีแล้ว และเจ้าของก็คือเทพตนหนึ่งที่เป็นดั่งดวงใจอีกดวงของโครนอส

เมื่อลูกแก้วบนหัวเตียงที่ดับแสงมานานเปล่งแสงสีส้มอ่อนๆ ออกมาเพียงเล็กน้อย แต่อย่างไรแสงนั้นก็หาได้ดับไปไม่ โครนอส นิกส์ เฮเมร่า ที่อยู่ในห้องต่างจ้องแสงนั้นไม่กะพริบตา

แสงสีส้มที่มอบความอบอุ่นให้กับทั้งห้อง รอยยิ้มโครนอสแย้มออกมาน้ำตาที่ไม่เคยมีใครได้เห็นกลับไหลออก หยดลงกับพื้นกลายเป็นหยดทิพย์แก้วล้ำค่า แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคืออาการสั่นของสองเด็ก นิกกับเฮเมร่า

เธอทั้งสองสั่นทั้งตัวเพราะพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา เฮเมร่าใช้มือน้อยๆ ปิดปากตัวเองที่ส่งเสียงฮือออกมาเบาๆ เหมือนกับไม่ต้องการให้ใครรับรู้ว่าเธอร้องไห้ นิกส์ใช้มือทั้งสองข้างปิดทั้งใบหน้าของตัวเอง บัดนี้เธอกลั้นน้ำตาไม่อยู่จึงปล่อยให้มันไหลหยดลงกับพื้น

“เธอ... เธอยังไม่ตายจริงๆ... ฮึก... ท่านพ่อ เธอยังไม่ตายจริงๆ ใช่ไหม!! น้องสาว.... น้องสาวขี้แยของฉัน” เสียงสะอื้นเบาๆ ของนิกส์เอ่ยออกมาพร้อมกับน้ำตาที่หยดลงพื้น

โครนอสไม่ได้ตอบด้วยคำพูดใด แต่กลับตอบด้วยรอยยิ้มแทน เพียงแค่นี้ทั้งสองสาวก็เข้าใจความหมายนั้นแล้ว

“นิกส์!! ...เธอยังไม่ตาย ยังไม่ตาย...พี่จะลงไปตามหา.... เธอจะไปกับพี่ไหม” เสียงดีใจปนสะอื้นของเฮเมร่าเอ่ยออกมาด้วยความดีใจสุดขีด เธอรีบชวนนิกส์ทันที เด็กน้อยผมดำพยักหน้ารัว ๆ คว้ามือพี่สาวแล้วเปิดมิติด้วยพลังของตัวเองลงไปยัง เมืองมนุษย์

ส่วนเรื่องการตามหาตัวแทนของตนเอง ตอนนี้ไม่อยู่ในหัวเสียแล้ว เพราะสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ ตามหา ...... ตามหาเธอ

เธอผู้ที่ไม่ยอมกลับมายังแดนสวรรค์ แม้พลังจะเหลือเพียงเศษเสี้ยวก็ตาม เอผู้ที่รักมนุษย์ยิ่งกว่าตัวเอง ย้อนไปเมื่อนานมาแล้ว ผืนแผ่นดินทั่วทั้งเขตเทพถูกปีศาจใช้คำสาปอันตรายทำลายพลังแห่งธรรมชาติที่เกื้อหนุนพลังแห่งป่า และพลังแห่งการเติบโต เหล่าต้นไม้ พืชพันธุ์ รวมถึงพลังชีวิตของมนุษย์กลับเหี่ยวแห้งและค่อยๆ ตายลง

ตอนนั้นเองเธอได้ใช้วิชาต้องห้ามสละร่างอันแข็งแกร่งของตน รวมถึงพลังทั้งหมดเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินแห่งเขตเทพ เหล่ามนุษย์และธรรมชาติกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ตอนนั้นเธอเหลือเพียงร่างรองที่มีพลังน้อยนิด เทียบได้กับเทพชั้นปลายแถวตนหนึ่ง ทั้งยังมีอาการแทรกซ้อนหลายๆ อย่างเพิ่มอีก

ต่อมาได้มีการลงมติให้เทพประจำเขตแดนกลับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงเธอที่ไม่ยอมกลับ และจะขออยู่เขตแดนอันกระจ้อยร่อยของตนเพื่อปกป้องและดูแลมนุษย์

แต่แล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ลูกแก้วประจำตัวของเธอก็ดับแสงไป สิ่งนี้สร้างความกังวลให้กับโครนอส นิกส์ เฮเมร่า และไกอาเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงไปตามหาเธอที่เขตแดนแห่งนั้นปรากฏว่าไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะมันมีอำนาจพิษนิรันดรแห่งปีศาจอยู่เต็มพื้นที่ อำนาจพิษนี้ไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์

แต่อันตรายต่อเทพเมื่อใดที่สุดหรือสัมผัสมันก็จะมีแต่เพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่ ทั้งนี้อำนาจพิษสีดำนี้มีแต่เพียงโครนอสผู้มีเนตรแห่งราชันที่มองเห็น มันจะสูบพลังธรรมชาติไปเรื่อยๆ และในที่สุดก็จะแห้งเหือดไป

ตอนนั้นนิกส์ไม่ได้มองเห็นพลังนี้ เมื่อพยายามแล้วกลับเข้าไปไม่ได้จึงใช้พลังทำลายบาเรีย โครนอสเห็นท่าไม่ดีจึงรีบดึงตัวเธอและใช้พลังของตนเองเปิดมิติส่งพวกเธอกลับ ส่วนตัวเองนั้นโดนอำนาจพิษเล่นงาน และด้วยที่โครนอสเป็นเทพที่มีพลังแห่งราชัน จึงไม่ได้ตายทันที กระนั้นแล้วพิษก็ยังไม่จางหายไป กลับค่อยๆ กัดกร่อนพลังชีวิตของเขาไปเรื่อยๆ

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ต้องรวบรวมพลังหลายปีเพื่ออัญเชิญผู้กล้ามายังโลกนี้ และเหตุผลหลักก็เพื่อจะใช้เป็นข้ออ้างว่าเพราะสูญเสียพลังอัญเชิญผู้กล้าร่างกายจึงอ่อนแอ ทั้งที่จริงแล้วเป็นเพราะอำนาจพิษปีศาจ พิษที่พวกมันได้รับมาจากมหาดันเจี้ยนเป็น “พิษของพระเจ้า”

 

..................................

 

ในห้องนอน ณ เขต 3 ของอาณาจักรเฟราด้า

ดวงตาของสตรีค่อยๆ ลืมช้าๆ เธอสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างกลางหน้าอก มืออันเรียบเนียนค่อยๆ เปิดมิติแล้วหยิบเสิ่งหนึ่งออกมา

มันเป็นผลึกสี่เหลี่ยมที่ได้มาเมื่อตอนที่ปีศาจบุกเมือง ผลึกของเทพสาว....

บัดนี้มันค่อยๆ เรื่องแสงสีส้มอ่อน ๆ รูปร่างน้อยๆ ที่หลับตาพริ้มโดยไร้อาภรณ์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา พลันแสงสีส้มสบายตาก็เปล่งประกายบังเกิดวงเวทล้อมรอบร่างกายของหญิงสาวผู้ถือผลึก วงเวทเหล่านั้นค่อย ๆ รวมตัวกันเป็นสัญลักษณ์ที่คล้ายจะสลายหายไปได้ทุกเมื่อ

หญิงสาวผู้ถือผลึกยิ้มละไม เธอยื่นมือไปยังสัญลักษณ์นั้น พลันก็สลักกลายเป็นตราประทับบนมือขวาของเธอทันที

สัญลักษณ์ตัวแทนแห่งเทพได้บังเกิดขึ้นแล้ว พลังเวทบางส่วนของเธอถูกสูบไปยังร่างของเทพสาวทันที

“เย้ๆ ๆ ๆ พี่สาวแสนสวยตื่นแล้ว พี่สาวตื่นแล้ว แม้จะตัวเล็กเท่าฝ่ามือแต่ก็สวยอ้า สวยมากๆ ๆ ๆ ๆ เลย นานะชมจริงๆ น้า” เสียงของเธอตะโกนพร้อมกับกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

ท่ามกลางแววตาสงสัยของผู้ที่อยู่ในผลึกว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เหมือนเธอจะไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น รวมถึงสัญลักษณ์นั้นด้วย

 

..............................

 

ณ อาณาจักรเฟราด้า บัดนี้ไผ่กับฮอปกำลังช่วยกันติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างขะมักเขม้น ท่ามกลางสายตาของชาวบ้าน และเหล่าทหารที่ต้องถือนู่นนี่นั่นพัลวัน แม้จะโดนชาวบ้านถามว่าชายสวมหน้ากากสองคนนั้นเป็นใครก็ไม่สามารถตอบได้ เพราะไผ่ห้าม ส่วนเหล่าขุนนางได้แต่ยืนดูอย่างเงียบงัน ในใจกลับสั่นผวากลัวว่าจะพลั้งปากพูดว่า สองคนนั้น คนหนึ่งเป็นจักรพรรดิคนใหม่

“พวกเขาไม่เหนื่อยหรือไง เห็นทำงานแบบนี้ทุกวัน ดูสิงานก็หนักหนาสาหัส จักรพรรดิคนใหม่สั่งงานขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงของชาวบ้านคนหนึ่งพูด ท่ามกลางอาการสะดุ้งของขุนนาง แม้ในใจอยากจะตะโกนบอกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าคนที่ทำงานงก ๆ นั่นแหละจักรพรรดิ เอ็งจะพูดหา... เหรอ

ในขณะนั้นเองจู่ ๆ ก็ปรากฏสัญลักษณ์สีส้มใกล้ๆ กับสัญลักษณ์ของคิวบิลัส มันคือสัญลักษณ์ของเทพสาวที่ทำสัญญากับนานะ และสัญญานั้นไผ่ที่เป็น (....) ของนานะก็ต้องรับกรรมไปด้วย

ไผ่มองดูสัญลักษณ์ที่บังเกิดบนหลังมือ

“ตราประทับเซี่ยไรเนี่ย แล้วจู่ ๆ มันบังเกิดขึ้นมาได้ไงฟร๊ะ” เสียงสบถของไผ่เอ่ยออกมา ฮอปเห็นว่าไผ่เสียสมาธิจึงรีบเรียกสติ

“เฮีย อย่าเสียสมาธิเดี๋ยวก็บึ้มหรอก ตายยกหมู่เลยนะถ้าพลาด++” ฮอปพูด ด้วยเหตุนี้เองไผ่จึงไม่ได้สนใจสัญลักษณ์นั้นอีกเลย

 

.................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น