divitino-family

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 章二 (แก้คำผิด)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2562 14:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
章二 (แก้คำผิด)
แบบอักษร

章二

ยามเฉิน (07:00น.-08:59น.)

จูเชวี่ยได้มาเคาะประตูเพื่อจะพาหวังเหล่ยไปทานอาหารเช้าด้วยกัน เมื่อไร้เสียงตอบรับนางจึงเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ

หวังเหล่ยที่กำลังจะแต่งตัว หันมาด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย

"ท่านน้า ท่านเข้ามาทำไมขอรับ ข้ากำลังจะแต่งตัว" เด็กน้อยที่ถูกจ้องมองทำตัวไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้จึงรีบจัดสาบเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง

จูเชวี่ยที่ยืนพิงประตูจ้องมาแผงอกขาวๆไม่วางตา จำต้องละสายตาด้วยความเสียดาย

เพ่ย!! ข้าชักจะหื่นกามเกินไปแล้ว!

"แฮะแฮ่ม ข้าจะมาพาเจ้าไปรับอาหารเช้าที่โถงกลาง ตามข้ามาสิหวังเหล่ย" นางกระแอ่มไอกลบเกลื่อน

"ขอรับท่านน้า" หวังเหล่ยตอบหลังจากแต่งตัวเรียบร้อย

"วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปตลาด ไปเลือกซื้อผ้าสักหลายพับหน่อย พร้อมข้าวสารกับพวกของสด เจ้าทำอาหารเป็นหรือไม่หากไม่ข้าจะสอนให้เจ้าทำ เพราะต่อไปเจ้าต้องทำทานเอง เข้าใจหรือไม่"

"เข้าใจขอรับ" หวังเหล่ยตอบอย่างนอบน้อม ไม่อิดออด

หลังทานอาหารเสร็จ นางก็พาหวังเหล่ย ขึ้นขี่ จิ้งจอกวารี สัตว์อสูรระดับสูง ที่จูเชวี่ยไปข่มขู่ เพ่ย! ไปขอร้องให้มาเป็นพาหนะชั่วคราว

หวังเหล่ยตื่นเต้นมากเมื่อได้เห็นสัตว์อสูรระดับนี้อย่างใกล้ชิด

หลังจากออกมาจากป่าใกล้จะเข้าสู่เมืองหลวงของแคว้นเชวี่ย นางกับหวังเหล่ยจึงเลือกที่จะเดินไปแทน หากขี่จิ้งจอกวารีเข้าไป มีหวังชาวบ้านแตกตื่นเป็นแน่

หลังจากนั้นนางจึงนำผ้าขึ้นมาสวมใส่เพื่อปิดบังใบหน้าเสร็จ นางถึงจะจูงมือหวังเหล่ยเข้าไปยังเมืองเพื่อมุ่งตรงไปยังตลาดทันที

สถานที่แรกที่นางไปคือ ร้านขายอาภรณ์

"หวังเหล่ย เจ้าชอบสีใดรึ สีดำ สีน้ำเงิน ดีหรือไม่ เจ้าเหมาะกับสีดำและสีน้ำเงินนะ ซื้อไปสักอย่างละ4พับดีหรือไม่" นางถามพลางเลือกดูคุณภาพของเนื้อผ้า กับสีที่นางชอบ อย่างสีขวา สีแดง และสีเหลือง

"ข้าตามแต่ท่านน้าขอรับ" หวังเหล่ยตอบ

"ดีละ งั้นข้าเอาสีดำ แดง ขาว น้ำเงิน เหลือง เอาอย่างละ4พับ สีดำกับขาวเอามากหน่อยอย่างละ5 พับแล้วกันเถ้าแก่" นางหันไปตอบกับเฒ่าแก่ร้านขายอาภรณ์ หลังจากชำระเงินเสร็จนางก็นำป้าทั้งหมดเก็บใส่กำไลมิติ

"เถ้าแก่ ข้าเอาข้าวสาร1เกวียน กับอาหารแห้งเจ้าค่ะ" นางมายังร้านขายข้าวที่ใหญ่ที่สุดในเมือง

"ได้ขอรับแม่นาง จะให้ข้าไปส่งที่ใดหรือขอรับ"

"ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ นำใส่แหวนมิติให้ข้าก็พอ" นางถอดแหวนจากนิ้วชี้ของนางยื่นให้กับเฒ่าแก่ทันทีหลังพูดจบ

"ข้าจะรีบจัดการให้ขอรับ โปรดแม่นางรอสักประเดียว" พูดจบเถ้าแก่ก็รีบไปจัดการกับรายการที่นางสั่ง เพียงไม่นานเถ้าแก่ก็กลับมาพร้อมกับยื่นแหวนคืนให้นาง เมื่อนางชำระเงินเสร็จ ก็ตรงไปยังร้านขายผัก ขายปลา ขายเนื้อ ต่อ หลังทำธุระเสร็จ ก็แวะซื้อขนม2-3อย่างให้หวังเหล่ยและตนเอง

หลังจากเดินมาตลอดช่วงเช้า พอถึงเที่ยง นางกับหวังเหล่ย ก็ได้แวะที่โรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง เพื่อพักรับอาหารเที่ยง หลังทานเสร็จ ก็เดินทางกลับโดยจิ้งจอกวารีเช่นเดิม

"หวังเหล่ย แหวนวงนี้เป็นวงที่ข้าเอาไว้เก็บอาหารและข้าวสาร ข้าให้เจ้า เพราะเจ้าต้องดูแลเรื่องนี้ ข้ามีตำราอาหารให้เจ้า ให้ฝึกทำเสีย ทำเสร็จแล้วนำมาให้ข้าชิม แค่กินได้ก็ถือว่าผ่านแล้ว ส่วนเรื่องอาภรณ์ของเจ้า ข้าจะตัดชุดให้เจ้าเอง" นางพูดช้าๆพลางนั่งจิบชา ดื่มด่ำกับรสชาที่ให้หวังเหล่ยฝึกชงและทำได้ดีอย่างเหลือเชื่อ นางเลยคิดว่า อาหารหวังเหล่ยก็น่าจะทำได้ดีเช่นกัน

"ขอรับท่านน้า ข้าจะทำสุดความสามารถ" หวังเหล่ยตอบอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

เมื่อหวังเหล่ยเข้าครัวเตรียมที่จะทำอาหารสำหรับมื้อค่ำ นางก็เดินเข้าห้องที่ไว้ใช้ในการปักเย็บอาภรณ์ นางนำผ้าที่ซื้อมา ตัดเย็บชุดสำหรับหวังเหล่ย5ชุดและของนางเองอีก2ชุด ใช้เวลาจนยามซวี (19:00น.-20:59น.) นางก็ต้องละมือจากชุดที่ใช้ขนของนางในการถักทอลง เนื่องจากหวังเหล่ยเคาะประตูเรียกนางไปทานอาหารแล้ว ส่วนชุดอื่นๆนางตัดเย็บเสร็จแล้ว

หลังนั่งเรียบร้อย นางก็มองอาหารบนโต๊ะอย่างตกตะลึงเล็กน้อย มิคิดว่าจะทำได้ขนาดนี้ ทั้งไก่ตุ๋นโสม หมูแดง แล้วก็ฮะเก๋า หลังจากที่นางคีบไก่ตุ๋นโสมขึ้นชิมคำแรก ก็รับรู้ได้ถึงรสชาติที่เข้มข้น หอมเครื่องสมุนไพรเตะจมูก เนื้อไก่นุ่มละมุน ไม่รอช้านางก็คีบหมูแดงชิมต่อทันที รสชาตไร้ที่ติ กลมกล่อม ไม่หวานเกินไป อร่อยยิ่ง อย่างสุดท้ายที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนนางยิ่ง นางคีบฮะเก๋าขึ้นชิมหนึ่งคำ รสชาตน้ำซุปภายในแตกซ่านกระจายไปทัวทั้งปาก ความเค็มอมหวานของน้ำซุปทำให้นางยิ่งเจริญอาหาร

"เป็นอย่างไรบ้างขอรับทานน้า" หวังเหล่ยถามอย่างตื่นเต้น

"อืม ไม่เลว เจ้าทำได้ดียิ่งหวังเหล่ย กลมกล่อมทุกอย่างเลยละ ทำข้าหิวกว่าเดิมขึ้นเป็นกอง!" กล่าวจบนางก็ทานต่ออย่างเอร็ดอร่อย

เมื่อทานเสร็จนางก็บอกกับหวังเหล่ยว่านางจะเริ่มฝึกให้เขาในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหวังเหล่ยก็เชื่อฟังนางเป็นอย่างดี

หลังคุยเรื่องการฝึกเสร็จ นางก็เตรียมตัวอาบน้ำทันที โดยที่ไม่ลืมจะหยอกเย้าหวังเหล่ย

"นี้หวังเหล่ย ไปแช่น้ำร้อนกับน้าดีหรือไม่" นางกล่าวหยอกเย้า เพียงไม่นาน สิ่งที่นางคาดหวังไว้ก็เป็นจริง ใบหน้าที่เห่อร้อนของหวังเหล่ย ประจักแก่สายตาของจูเชวี่ย ทำให้นางอารมณ์ดียิ่ง

"ไม่เป็นอะไรขอรับท่านน้า ข้าอาบเองได้ขอรับ" เด็กน้อยตอบอย่างตื่นๆ

"ข้าจะได้ถูหลังให้เจ้าได้อย่างไรเล่า" นางยังไม่ลดละความพยายาม

"ข...ข้า ไปนอนแล้วนะขอรับ ราตรีสวัสดิ์!" กล่าวจบเด็กน้อยก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นางนั่งขำอยู่ผู้เดียว

ยามเหม่า(05:00น.-06:59น.) จูเชวี่ยหวังจะไปปลุกหวังเหล่ย แต่ผิดคาด หวังเหล่ยนั้นตื่นพร้อมแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว นางจึงอดเสียดายไม่ได้

เมื่อนางพาหวังเหล่ยมายังลานฝึกที่ท้ายจวน นางก็ได้ให้หวังเหล่ยฝึกร่างกายโดยการให้วิ่งรอบจวน

"วิ่งรอบจวน10รอบ วิ่งเสร็จให้พัก1เค่อ แล้วฝึกฝนสมาธิกับข้าโดยการเดินหมาก3กระดาน แล้วฝึกกระบี่ต่อ ไปได้" นางสั่งอย่างจริงจัง หวังเหล่ยมีท่าทีอิดออดเล็กน้อย แต่ก็ทำตามแต่โดยดี

หลังวิ่งจนครบ10รอบ หวังเหล่ยก็ทิ้งตัวลงนอนที่พื้นอย่างหมดสภาพ เหงื่อไหลอาบท่วมตัว

นางที่นั่งรอที่จะเดิมหมากต่อ อดเป็นห่วงมิได้ ข้าจะโหดร้ายเกินไปหรือไม่ คงไม่หรอก เพื่อตัวของเขาทั้งนั้น

เมื่อครบ1เค่อ หวังเหล่ยจึงมาหาจูเชวี่ยที่นั่งรอนานแล้ว เมื่อนางกล่าวคำอธิบายและวิธีการเล่นเสร็จ ก็เริ่มเดินหมากทันที เป็นนางที่ชนะทั้ง3กระดาน อย่างง่ายดาย แต่ก็ไม่ลืมกล่าวปลอบใจอีกฝ่าย

"ทำได้ดีมาก ในครั้งแรก หากครั้งต่อๆไป เจ้าต้องชนะข้าได้แน่"

"ขอรับท่านน้า ข้าจะต้องชนะท่านให้ได้"

เมื่อเดินหมากเสร็จ ก็เริ่มฝึกกระบี่ต่อ

พอมาวันที่2 ร่างกายของหวังเหล่ยอ่อนล้ายิ่ง แต่นางก็มิอ่อนข้อ เพิ่มรอบวิ่งให้หวังเหล่ยอีก5รอบรวมเป็น15รอบ

พอวันที่3 หวังเหล่ยเริ่มรู้สึกตัวเบาขึ้น จูเชวี่ยให้วิ่งถึง20รอบ ก็มิได้เหนื่อยหอบมากมากเช่นวันแรก พอวันต่อๆไป จนถึงวันที่ต้องวิ่งถึง100รอบ เขาก็ทำได้อย่างสบายๆในเวลาอันรวดเร็ว จูเชวี่ยรู้สึกอึ้งในความสามารถแล้วพลังกายของหวังเหล่ยไม่ได้

พอวันต่อมา นางให้เขาใส่ถุงทรายน้ำหนัก10กิโล ที่แขนทั้งสองข้างและขาทั้งสองข้าง แล้วให้เขาวิ่งรอบจวน100รอบเช่นเดิม แรกๆเขาก็ทำด้วยความเหนื่อยล้า พอเริ่มชินก็ทำให้เขาวิ่งได้อย่างไม่มีปัญหา ปัจจุบันจูเชวี่ยมิสามารถว่างแผนใดๆในหมากกระดานได้เลย ไม่ว่าจะหลอกล่อเพียงใด ก็กลับโดนตลบหลังทุกครั้งไป วิชากระบี่ก็คืบหน้าไปมาก วิชาตัวเบาก็เป็นเลิศ

ปัจจุบันหวังเหล่ยไร้ซึ่งความเขิลอายใดๆ ร่วมอาบน้ำที่บ่อน้ำร้อนเป็นประจำ แม้จะโดนนางกินเต้าหู้เพียงใดก็ไร้ซึ่งอาการขวนเขิน ทำให้นางขัดใจยิ่ง แต่ได้กินเต้าหู้เด็กน้อยที่นับวันยิ่งเติบใหญ่ยิ่งหล่อเหลา ก็ถือว่านางนั้นคุ้มค่าแล้ว

(ภาพประกอบการมโนของไรท์เอง)

เดี๋ยวจะโดนน้องจับกินแล้วจะรู้ น้องบอกยอมไปก่อนเดี๋ยวเอาคืนทีหลัง อิอิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น