พันเก้า.

#ฌอนข้าวสวย-เพราะความเมาทำให้เขามองสาวห้าวอย่างเธอว่าน่ารักจนพาขึ้นเตียง "ฉันไม่อยากได้ทอมเป็นเมีย!" "ฉันไม่ใช่ทอมสักหน่อยคืนนั้นรุ่นพี่พิสูจน์ไปแล้วไง" "ม่ายย ความเมาไม่นับสิเฟ้ย" คนหล่ออยากกรีดร้อง!

HONEY 02 ► มื้อค่ำ [100 Per.]

ชื่อตอน : HONEY 02 ► มื้อค่ำ [100 Per.]

คำค้น : รุ่นพี่,ที่รัก,ฟิน,บ้า,วิศวะ,เด็กช่าง,JIN,Jennie,jinnie,bts,bangtan,blackpink,อ่านฟรี,ไม่ติดเหรียญ,bro,พันเก้า

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 307

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2562 14:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HONEY 02 ► มื้อค่ำ [100 Per.]
แบบอักษร

 

HONEY 02 

[มื้อค่ำ] 

 

20:25 นาฬิกา 

 

แก๊งค์บิ๊กไบค์สี่คันขี่เข้ามาจอดเทียบหน้าอู่ซ่อมรถ เสียงเครื่องยนต์หนักๆ ดังกระหึ่มซอยบ้าน ฉันก้าวลงจากรถไคโรพลางยื่นหมวกกันน๊อคส่งคืน มองไปทางเพื่อนชายอีกสามคนที่คร่อมรถอยู่คนละคันแล้วโบกมือให้พวกมัน 

 

“ขอบใจที่มาส่ง พวกมึงก็ขี่รถกลับกันดีๆ ล่ะ อย่าซิ่งนัก” 

 

“เออๆ รู้แล้ว งั้นพวกกูไปก่อนนะ มึงกลับเลยป่ะเนี่ยไอ้ไค?” 

 

“อีกแปป พวกมึงไปก่อนเลย ไว้เจอกันพรุ่งนี้” ไคโรโบกมือไล่ คนอื่นๆ เลยแยกย้ายกันขี่รถออกไป ฉันหันกลับมามองร่างสูงตรงหน้าพลางขมวดคิ้ว 

 

“อ้าว แล้วมึงไม่กลับบ้าน?” 

 

“ยังอ่ะ กูหิว” ไคโรจอดรถแล้วลงมายืนหน้าตาเฉย ก่อนเดินเข้าอู่โดยไม่รอฉันเลย ฉันอ้าปากค้างรีบวิ่งตามหลังมันไป อย่างที่เคยบอกว่าบ้านฉันทำอู่ซ่อมรถ ตัวบ้านพักจริงๆ อยู่หลังอู่ซ่อมรถ หากจะเข้าบ้านต้องเดินผ่านอู่ก่อน 

 

“เดี๋ยวไอ้ไค นี่มึงจะหน้ามึนฝากท้องบ้านกูอีกแล้วล่ะสิ” 

 

“เออสิ กูอยู่ห้องคนเดียว กลับไปก็ไม่มีไรกิน ฝากท้องบ้านมึงดีกว่า อิ่มด้วย อร่อยด้วย” ดูเหตุผลมันสิ บนโลกนี้จะมีใครหน้าด้านได้เท่าไอ้บ้านี่อีกไหม 

 

“ได้ข่าวว่าพ่อเสือมีลูกสี่คนนะไม่ใช่ห้าคน จะให้บ้านกูเลี้ยงมึงเพิ่มอีกคนหรือไงเนี่ย โคตรเปลือง” ฉันว่าอย่างไม่ใส่ใจนัก เราเดินผ่านอู่มาจนถึงโซนหน้าบ้านแล้ว และกำลังจะเข้าบ้านถ้าไม่ติดเสียงทักของใครคนหนึ่ง 

 

“กลับช้าจังวะไอ้สวย ได้ข่าวว่าเลิกเรียนตั้งแต่บ่ายสาม?” ถ้าแสนรู้เรื่องตารางชีวิตฉันขนาดนี้ก็มีแค่คนเดียวแหละ 

 

“สวยไปทำโปรเจคที่บ้านไอ้ไปป์มา...” ฉันถอนหายใจหันไปตอบก่อนชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพี่สิงห์ไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านคนเดียว แต่ยังมีพี่ตุลย์กับ.... พี่ฌอนด้วย 

 

ดวงตาคมๆ จับจ้องฉันสลับกับไคโรนิ่งๆ เดาไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ รู้แต่ว่าตอนนี้สีหน้าฉันมันต้องแสดงอาการแปลกๆ ออกมาแหง ไม่งั้นพี่สิงห์คงไม่หรี่ตามองกันแบบนั้นหรอก 

 

“อะไร ถึงกับเอ๋อไปเลยเหรอ หรือว่าจำไอ้ฌอนไม่ได้?” 

 

“หะ... จะ จำอะไร?!” โอ๊ย! ฉันอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ ทำไมมันโผล่งออกมาไวกว่าความคิดนะ ทำตัวโคตรมีพิรุธเลยไอ้สวยเอ๊ย! 

 

“ถามแค่นี้จะตะโกนทำไมวะ ท่าทางแปลกๆ ตั้งแต่เช้าแล้วนะ” 

 

“แปลกอะไร ไม่มี๊!” ฉันตอบกลับทันควัน ไคโรหรี่ตามองกันทันที นี่ฉันเผลอทำเสียงสองอีกแล้วเหรอ?! ฉันหลบตามันแล้วหันมองพี่ฌอนอย่างเต็มตา แสร้งทำเหมือนว่าเพิ่งนึกได้ “อ้อ! เพื่อนพี่คนเมื่อเช้าอ่ะนะ สวยจำได้ล่ะ ทำไมอ่ะ มีอะไรเหรอ?” 

 

“เออ ไม่มีไร แค่ถามเฉยๆ แล้วนี่มึงอยู่กินข้าวบ้านกูอีกแล้วเหรอไอ้ไค ทำอย่างกับผูกปินโตไว้ที่นี่เลยนะมึงนิ” พี่สิงห์เปลี่ยนหัวข้อไปสนใจไคโรแทน ฉันลอบถอนหายใจ ทว่ามันกลับอยู่ในสายตาของพี่ฌอน ฉันเห็นมุมปากหนายกยิ้มใส่กันด้วย มันน่าขำตรงไหนมิทราบ! ฉันหัวใจจะวายตายอยู่แล้วนะเฟ้ย! 

 

“พี่ธันย์ไลน์มาตามละ ไปๆ เข้าบ้าน” 

 

พี่ตุลย์ลุกขึ้นแล้วเดินนำเข้าบ้านไป ตามด้วยพี่สิงห์และไคโร ฉันกำลังจะเดินตามทุกคนเข้าไปบ้างกลับต้องชะงักเพราะถูกมือหนาคว้าแขนเอาไว้ ฉันรีบมองเข้าไปในบ้านด้วยความระแวงว่าใครจะหันมาเห็น ก่อนดึงมือพี่ฌอนให้หลบออกจากประตูมาอยู่หลังเสาแทน 

 

“รุ่นพี่มีอะไร จะจับแขนฉันทำไมเนี่ย เดี๋ยวคนอื่นก็เห็นหรอก” 

 

“กินยาอีกเม็ดหรือยัง?” 

 

“หะ?” ฉันอ้าปากค้าง คิ้วสวยขมวดมุ่น 

 

“ยาคุมฉุกเฉินอีกเม็ดไง กินหรือยัง?” พี่ฌอนจิ๊ปากใส่ ท่าทางเหมือนกำลังรำคาญความเข้าใจอะไรยากของฉันเหลือเกิน 

 

“อ้อ... ยานั่น” ฉันล้วงหยิบแผงยาที่ได้รับมาเมื่อเช้าออกจากกระเป๋า มันยังมีเหลืออีกหนึ่งเม็ดสินะ ลืมไปซะสนิทเลย... 

 

“นี่เธอยังไม่ได้กินเหรอวะ มัวทำอะไรอยู่ จะสามทุ่มแล้วนะเฮ้ย” พี่ฌอนโวยวายทันทีที่เห็นมัน ฉันจุ๊ปากใส่รีบดึงเขาให้ออกห่างจากประตูบ้าน เขาจะเสียงดังทำไม อยากให้คนในบ้านได้ยินนักหรือไงเนี่ย! 

 

“ก็ฉันลืมนี่! แค่กินก็จบใช่ไหม?” ฉันแกะยาออกจากแผงแล้วโยนเข้าปากอย่างตัดปัญหา กลืนมันลงคอทั้งที่ไม่มีน้ำนี่แหละ ฉันสตรองพอ! 

 

พี่ฌอนทำหน้าอึ้งๆ คงคิดไม่ถึงว่าฉันจะกินยาแบบไม่มีน้ำ เอาจริงๆ ยามันเม็ดเล็กนิดเดียว ไม่ถึงกับติดคอหรอก ฉันเลิกสนใจเขาแล้วเดินเข้าบ้าน พอถึงโต๊ะอาหารก็หยิบแก้วน้ำตัวเองขึ้นดื่มอึกๆ ท่ามกลางสายตาทุกคนบนโต๊ะที่มองฉันเป็นตาเดียว 

 

“คอแห้งเหรอลูก” พ่อเสือ ประมุขของบ้านผู้นั่งอยู่หัวโต๊ะใกล้ฉันหันมาถาม เป็นจังหวะเดียวกับพี่ฌอนที่เพิ่งเดินตามเข้ามาพอดี เขาเดินอ้อมไปนั่งข้างพี่ตุลย์ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับไคโร 

 

“นิดหน่อยน่ะพ่อ โอ้โห... วันนี้กับข้าวเยอะจัง พี่ทำคนเดียวจริงเหรอเนี่ยพี่ธันย์” ฉันเบี่ยงความสนใจมาที่อาหารตรงหน้าแทน ทุกคนจึงเลิกมองฉันแล้วเริ่มลงมือทานเมื่อเห็นว่ามากันครบแล้ว 

 

“ไม่ทั้งหมด พี่ทำแค่สามอย่าง ส่วนที่เหลือฌอนมันซื้อมา” 

 

ฉันชะงักช้อนที่กำลังตัก เหลือบมองคนที่ถูกกล่าวถึงเล็กน้อย เขาหันมายิ้มตามสไตล์ของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ 

 

“แหม ไม่เห็นต้องลำบากเลย” ฉันละสายตากลับมา พยายามทำตัวให้ปกติเหมือนเขาบ้าง ตอนแรกฉันคิดว่าพี่ฌอนแวะมาที่นี่เพราะจะมาย้ำเรื่องให้ฉันกินยาเฉยๆ ซะอีก ไม่คิดว่าเขาจะซื้ออาหารมาเพื่อนั่งทานด้วยกัน ปกติร้อยวันพันปีไม่เคยจะมาทำอะไรแบบนี้อ่ะ 

 

“ให้มันซื้อมาอ่ะดีแล้ว มื้อๆ หนึ่งพี่ธันย์ทำสักกี่อย่างกัน เพียงพอต่อโภชนาของหนุ่มสาววัยกำลังเจริญพันธุ์อย่างพวกเราซะที่ไหน” 

 

“ก็จริง เบื่อกับข้าวเดิมๆ จะแย่” 

 

“โอ้โห... ไอ้สองแฝด มื้อหน้าหากินกันเองเลยนะ” พี่ธันย์เขม่นตาใส่พวกพี่แฝดอย่างนึกเคือง สงครามหย่อมๆ เกือบจะเกิดขึ้นถ้าไม่ติดเสียงห้ามของพ่อเสือไว้ก่อน 

 

“พอๆ อย่าทะเลาะกันตอนกินข้าวสิ เออ แล้วทำไมวันนี้สวยกลับค่ำล่ะ ไปไหนกันมา?” ประเด็นถูกเบนเข็มมาที่ฉันกับไคโรทันที ฉันที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่รีบกลืนลงคอ 

 

“สวยไปทำโปรเจคบ้านไอ้ไปป์มาน่ะพ่อ แบตหมดเลยไม่ได้โทรบอก” 

 

“แล้วไป อย่าให้จับได้ว่าพากันไปแว๊นที่ไหนนะ” 

 

“แค่กๆ” ฉันหันขวับไปมองไคโรที่มันสำลักขึ้นมาทันที อ้าวไอ้นี่... จะทำตัวมีพิรุธทำไมเนี่ย เดี๋ยวพ่อก็เข้าใจผิดหรอก ฮู้! 

 

“แว๊นเวิ๊นอะไรล่ะพ่อ สวยไม่ใช่สก๊อยนะ” 

 

“ใช่พ่อ ไอ้สวยมันเป็นสก๊อยไม่ได้หรอก มันนุ่งสั้นเป็นซะที่ไหน ถ้าให้มันเป็นเด็กแว๊นซะเองยังน่าเชื่อกว่า” 

 

“โอ๊ยพี่สิงห์! เคยกินข้าวดีๆ แล้วติดคอป่ะ? เดี๋ยวซัดเลย!” 

 

แล้วทุกคนบนโต๊ะก็พากันหัวเราะกับมุขของพี่สิงห์บนความอับอายของฉัน แม้แต่พี่ฌอนก็ยังขำฉันอ่ะ  

 

น่าอาย... น่าอายจริงๆ เลย! 

 

ต่อค่ะ 

 

“กูกลับล่ะ พรุ่งนี้มึงมีเรียนบ่ายใช่มะ?” ไคโรหันมาถามหลังจากมันคร่อมบิ๊กไบค์คู่ใจตัวเองเสร็จ

“อือ มึงมีเรียนเช้านี่ งั้นพรุ่งนี้กูไปเรียนเอง”

“เออๆ ไว้เจอกันตอนเย็น แล้วอย่าลืมแชทบอกไอ้เชี่ยไปป์ในกลุ่มเรื่องโปรเจคด้วย พรุ่งนี้แม่งหยุด เดี๋ยวมันไม่รู้ว่าพวกเราเปลี่ยนมาทำที่บ้านมึงล่ะ”

“อือ” ฉันพยักหน้ารับ นึกถึงเรื่องทำโปรเจคที่คุยกับพ่อตอนกินข้าวเมื่อกี้ พ่อเสือบอกให้ฉันพาเพื่อนๆ มาทำที่บ้านแทนเพราะไม่อยากให้ไปที่อื่นแล้วกลับดึกๆ แบบวันนี้อีก ซึ่งพี่ธันย์ก็เห็นด้วย ส่วนพวกพี่แฝดน่ะเหรอ... เขาบอกว่าถึกๆ ทอมๆ อย่างฉันไม่เห็นจะน่าห่วงตรงไหน

“ว่าแต่...” จู่ๆ ไคโรเปิดกระจกหมวกกันน๊อคขึ้นแล้วมองเข้าไปในบ้าน ฉันขมวดคิ้วใส่มันนิดๆ “พักนี้หมอนั่นมาบ้านมึงบ่อยเหรอวะ?”

“หือ... ใคร?” ฉันมองกลับเข้าบ้าน เห็นพี่สิงห์กับพี่ตุลย์ออกมานั่งกันหน้าอู่ และยังมีร่างสูงของใครอีกคนนั่งรวมอยู่ด้วย “พี่ฌอนน่ะเหรอ?”

“เออ ทำไมช่วงนี้เจอหน้ามันบ่อยจังวะ”

อย่าว่าแต่ไคไรเลย ฉันเองก็แปลกใจเหมือนกัน ช่วงนี้พี่ฌอนแวะมาที่บ้านบ่อยจริงๆ นั่นแหละ อาจจะเพราะพวกพี่แฝดไม่ค่อยชอบออกไปเที่ยวข้างนอกด้วยมั้ง พี่ฌอนก็เลยแวะมาหาแทน แต่ปกติเขามาไม่เคยนอนค้างที่นี่หรอกนะ มีเมื่อคืนนั่นแหละที่เห็นเขาค้าง... แล้วก็แจ็คพอตเลยไง

“ไปๆ กลับไปได้ล่ะ ขี่รถดีๆ ล่ะ อย่าซิ่งนัก” ฉันโบกมือไล่แล้วเดินกลับเข้าบ้าน เสียงไคโรตะโกนตามหลังมา

“ระดับไคโร หายห่วง”

“หายไปกับถนนน่ะสิไม่ว่า” ฉันหันมาว่าใส่ ใครๆ ก็รู้ว่าไคโรมันขี่รถเร็วแหกนรกแค่ไหน โชคดีที่เวลาฉันซ้อนมันยอมลดความเร็วให้ ไม่งั้นอย่าหวังว่าฉันจะไปไหนมาไหนกับมันเด็ดขาดอ่ะ

“ไอ้ไคกลับไปแล้วเหรอ”

“อือ” ฉันพยักหน้าตอบพี่สิงห์ มองไปทางพวกเขาเล็กน้อย เผลอสบตากับดวงตาคมที่กำลังจ้องมา

อะ... อะไรล่ะ ทำไมพี่ฌอนมองฉันแบบนั้น?

“เอ้อ สวยจะไปเซเว่นนะ พวกพี่เอาไรไหม?” ฉันหลบตาพี่ฌอนแล้วหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากบ้าน นึกขึ้นมาได้ว่าต้องไปซื้อของใช้ส่วนตัวของผู้หญิงหน่อย มันคือของที่จำเป็นต้องใช้ในทุกๆ เดือน พูดเลยว่าถ้าไม่มีมันทุกเดือน ฉันคงลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นผู้หญิงอ่ะ เหลืออีกไม่กี่วันก็ครบกำหนดที่มันจะมาแล้วด้วยสิ

“เอาขนมอ่ะ ซื้อๆ มาละกัน”

“ตัง” ฉันแบมือไปข้างหน้าพี่สิงห์

“ออกไปก่อนดิ”

“โหย สั่งปากเปล่าได้ปากแตกนะ”

“เฮ้ย! นี่พี่นะ พี่ชายแกอ่ะ จะต่อยเลย?” พี่สิงห์ทำหน้าตกใจซะเว่อร์วัง ฉันถอนใจเฮือกกรอกตาใส่แล้วมองพี่ตุลย์แทน

“งั้นพี่ตุลย์ก็จ่ายมา สวยไม่มีตังหรอกนะ พ่อให้รายเดือนน้อยกว่าพวกพี่อีก อย่ามาเบียดเบียนน้องเด้”

“เออๆ หักจากค่าเติมเกมมึงละกันไอ้สิงห์” พี่ตุลย์ควักแบงค์ร้อยมาให้ พี่สิงห์ร้องโวยวายทันที

“โหยไรวะ มึงก็แดกด้วยกัน ช่วยกูออกสิ”

“โอ้ยไอ้ห่า กัดกันอยู่ได้ กูออกเองก็ได้ อ่ะนี่” แบงค์ร้อยถูกเก็บคืนพี่ตุลย์แล้วแทนที่ด้วยแบงค์ห้าร้อย ฉันชะงักมือเล็กน้อยพลางเหลือบมองเจ้าของเงิน พี่ฌอนยกยิ้มตามประสาคนรวยเงินเหลือใช้ “ไม่ต้องทอนนะ”

“...” ฉันกำแบงค์ในมือแล้วเก็บใส่กระเป๋งกางเกงวอร์ม เม้มปากนิดๆ ก่อนจะขยับยิ้มรับ “แหม พี่ฌอนนี่ใจป๋ามากๆ เลยเนอะ อย่างนี้ค่อยคุ้มกับที่เดินไปหน้าปากซอยหน่อย”

“อ้าว เดินไปเองเหรอ” คิ้วเข้มขมวด สีหน้าแปลกใจฉายชัดบนใบหน้าหล่อ

“ก็เออน่ะสิ แค่หน้าปากซอย ไอ้สวยมันเดินจนถนนพรุนหมดละ”

“แต่นี่มันดึกแล้วนะเว้ย พวกมึงไม่ห่วงน้องกันบ้างเหรอ” พี่ฌอนมองพี่สิงห์สลับกับพี่ตุลย์ ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่น

“มึงพูดไรเนี่ยไอ้ฌอน ห่วงเหิงอะไรวะ ดึกกว่านี้ไอ้สวยมันก็เคยเดินมาล่ะ อีกอย่างนะ คนทั้งซอยเขารู้จักบ้านกูหมดอ่ะ ไม่มีใครกล้าทำอะไรมันหรอก”

“หรือถ้าขืนใครแตะกล้ามันจริงๆ พ่อเสือฆ่าล้างโคตรพวกมันแน่” พี่ตุลย์พูดเสริม ฉันเห็นพี่ฌอนชะงักไปเล็กน้อยด้วย

ไม่อยากจะยอมรับอะนะ แต่ที่พวกพี่แฝดพูดมามันคือความจริง ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด เดินเข้าออกซอยจนชิน รู้จักชาวบ้านแถวนี้ตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอยแล้ว แถมพ่อเสือยังมีชื่อเสียงด้านความโหดสุดๆ ไม่งั้นจะคุมพวกพี่ๆ อยู่หมัดเหรอ คนแถวนี้รู้กิตติศัพท์ดี ไม่มีใครกล้าแหยมกับบ้านฉันหรอก

“แต่ยังไงซะนี่ก็น้องสาวมึงนะเว้ย จะปล่อยให้ผู้หญิงเดินในซอยคนเดียวเหรอวะ”

อยู่ๆ ฉันก็รู้สึกใจเต้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันรีบยกมือขึ้นกุมเหนือหน้าอกตำแหน่งหัวใจทันที

อะไรอ่ะ... ทำไมหัวใจมันเต้นแรงแปลกๆ หรือเป็นเพราะคำพูดเชิงห่วงใยและใส่ใจกันของพี่ฌอน ฉันถึงมีปฏิกิริยาแปลกๆ แบบนี้นะ

“โอ้โหไอ้ฌอน กูให้มึงดูสภาพไอ้สวยใหม่ มึงแหกตาดูชัดๆ” พี่สิงห์จับหน้าพี่ฌอนให้หันมองมาทางฉัน ฉันรีบดึงมือลงแล้วจ้องตากับเขานิ่ง ดวงจาคมจ้องตอบ เพียงสบตากันความร้อนแล่นวาบไปทั่วใบหน้าฉันเลย “มึงดูแล้วบอกกูหน่อยว่าสภาพแบบนั้นมันมีความเป็นผู้หญิงตรงไหนวะ”

“แต่งตัวแมนกว่ากูอีก”

ฉันถลึงตาใส่พี่ตุลย์ที่นั่งส่ายหัว ก้มมองสภาพตัวเองตอนนี้เล็กน้อย กางเกงวอร์มขายาว รองเท้าผ้าใบ เสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่

ทำไมอ่ะ... แต่งตัวแบบนี้สบายดีออก ทะมัดแทม่งจะตาย

“มึงจะเอาไอ้สวยไปเปรียบกับเฌอแตมน้องสาวมึงไม่ได้นะเว้ย น้องมึงอ่ะดูบอบบางน่าทะนุถนอม แต่น้องกูอ่ะ ถึกทน มาดแมนเสียยิ่งกว่าผู้ชายอีก ไม่ใครกล้าทำอะไรมันหรอก ฮ่าๆ”

“นะ นี่! พูดมากไปแล้วพี่สิงห์! พี่ตุลย์ด้วย!” ฉันตวาดเข้าให้ ปกติไม่เคยรู้สึกอายหรือยินดียินร้ายเวลาถูกพวกพี่แฝดแกล้งว่ามาก่อน แต่ครั้งนี้มันกลับทั้งอายทั้งโกรธ ฉันล้วงแบงค์ห้าร้อยขึ้นมาตบลงบนโต๊ะเสียงดัง ไม่ปงไม่ไปมันแล้ว! “เอาคืนไปเลย สวยไม่ไปซื้อให้แล้ว!”

ฉันหมุนตัวเดินเข้าบ้านท่ามกลางสายตางุนงงของพวกพี่แฝด และอีกหนึ่งสายตาที่ฉันไม่ทันได้มอง จึงไม่รู้ว่าพี่ฌอนกำลังมองฉันด้วยความรู้สึกแบบไหนอยู่ เขาอาจจะคิดแบบพวกพี่แฝดก็ได้ ฉันคงไม่เหมือนผู้หญิงสินะ แต่... แต่ฉันก็เป็นผู้หญิงนะ ฉันแค่เป็นผู้หญิงที่แต่งตัวไม่เป็น ไม่เคยแต่งหน้า และไม่อ่อนหวานเท่านั้นเอง

แต่ฉันก็เป็นผู้หญิงนะโว้ย!! 

 

TO BE CONTINUED 

 

TALK 

แหมๆๆ พี่ฌอนมีความเป็นห่วงน้องนะคะ คิดไรกับน้องป่ะเนี่ยยย 

จริงๆ พวกพี่แฝดนางรักสวยนะ น้องห่วงน้องมาก แต่พวกนางขี้แกล้งค่ะ 

เรียกว่าผู้ชายบ้านนี้เขารักและหวงสวยมากเว่อร์ บอกเลยว่าอีพี่ฌอนผ่านหลายด่านแน่ค่ะ 5555 

เรื่องนี้มีกำหนด เปิดพรี เดือน ก.ค. นะคะ เก็บเงินรอตั้งแต่เนิ่นๆ เลยจ้า 

ฝากคอมเม้น+ถูกใจ+ติดตามกันเยอะๆ นะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}