ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 94 หลงกวนเทียน

ชื่อตอน : บทที่ 94 หลงกวนเทียน

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 303

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มิ.ย. 2562 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 94 หลงกวนเทียน
แบบอักษร

  ไจ๋เทียนหลินเดินมาเปิดประตูห้อง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกางเกง เกาก้นแกรกๆ เมื่อสักครู่จูอี้หลงโทรมาถามว่าเขาอยู่บ้านไหม จะแวะมาหา ... 

   แต่ที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับไม่ใช่จูอี้หลง ไจ๋เทียนหลินรีบดึงมือออกจากก้น มองชายวัยประมาณห้าสิบกับกระเป๋าสี่ใบใหญ่อย่างงงๆ คุณลุงค้อมหัวให้แล้วผลักกระเป๋าสวนพรวดเข้ามาในห้องอย่างไม่ถามไถ่ แล้วหมุนตัวย้อนออกไปลากกระเป๋าที่เหลือเข้ามา ปล่อยให้ไจ๋เทียนหลินเกาหัวแกรกๆ ร้องประท้วงเดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยว 

  "ของจูเหล่าซือน่ะครับ" คุณลุงอธิบาย ยืนกุมมือเรียบร้อยพลางยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย ไจ๋เทียนหลินผงกหัวรับรู้แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเงินบนเค้าเตอร์ ล้วงหาเงินสินน้ำใจมายื่นให้คุณลุงคนขับรถแท้กซี่ 

  "เอ่อ ... ผมขอเป็นลายเซ็นแทนได้ไหม... เมียผมชอบไจ๋เหล่าซือมากเลย..." คุณลุงโบกมือปฏิเสธเงินทิป .... ได้ได้ได้ ไจ๋เทียนหลินบอก เดินไปหยิบปากกาที่เสียบรวมๆไว้ในแก้วตรงเค้าเตอร์แล้วคว้าพัดที่เสียบไว้ด้วยกันมาด้วย เขาเซ็นชื่อบนพัดที่เป็นรูปเขากับขวดน้ำผลไม้แล้วยื่นให้คนขับรถ ที่รับไปด้วยความดีอกดีใจ 

  "ขอโทษนะครับ เป็นพัดตั้งแต่หน้าร้อนที่แล้ว" ไจ๋เทียนหลินบอก ยิ้มมุมปากเล็กๆ คุณลุงบอกขอบคุณครับติดๆกัน เดินถอยออกจากห้องไป ไจ๋เทียนหลินเดินตามมาปิดประตู เขาชะโงกหัวออกมามองซ้ายขวาก็ไม่เห็นจูอี้หลง เลยโบกมือส่งคนขับแท้กซี่ก่อนผลุบหัวกลับเข้ามาในห้อง ล็อคประตู เดินมาหยุดอยู่หน้ากระเป๋าสี่ใบ ลองเคาะดู  

  "เฮ้ย ไอ้น้อง นายอยู่ในกระเป๋าเรอะ" เขาส่งเสียงเรียก เคาะกระเป๋าใบใหญ่ที่สุด แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวกับเสียงกริ่งประตู 

... 

  จูอี้หลงก้าวพรวดเข้ามาทันทีที่เขาเปิดประตู 

  "จะย้ายบ้านเรอะ" ไจ๋เทียนหลินบุ้ยปากไปทางกระเป๋า จูอี้หลงอือรับ 

  "ปีใหม่เนี่ยนะ แม่นายยอมเรอะ" ไจ๋เทียนหลินเท้าสะเอว จูอี้หลงมองตอบแค่แว่บเดียวก่อนจะเดินไปทรุดนั่งที่โซฟา ท่าทางที่นั่งลงแบบทิ้งทั้งตัว ทำให้ไจ๋เทียนหลินพอเดาได้ว่าเขามีเรื่อง 

  "ทะเลาะกับที่บ้าน? .....วันปีใหม่? .... ถึงกับขนของออกมา?" ไจ๋เทียนหลินพูดไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นจูอี้หลงไม่ตอบคำ 

  "เรื่องอะไรล่ะ?....." ยังคงไม่มีคำตอบ... 

  "เรื่องเหล่าไป๋เรอะ" คราวนี้เขาได้อาการสะดุ้งเป็นคำตอบ  

  "แปลกแฮะ.... ที่นายนึกถึงพี่ .... ปกติคงวิ่งโร่ไปหากวนอิงแล้ว.....?" ไจ๋เทียนหลินพูดไปลากกระเป๋าไป เขาเอากระเป๋าทั้งหมดไปเรียงไว้ริมประตูทางเข้า  

  "กวนอิงก็อยู่ปักกิ่งนี่นา ...เดี๋ยวเขามารับนายเรอะ" ไจ๋เทียนหลินถาม 

  "ผมขออาศัยนอนแค่คืนเดียว ส่วนของ ผมฝากไว้ก่อนนะครับ" จูอี้หลงเอ่ยปากในที่สุด 

  "ทำไมคราวนี้เป็นพี่ล่ะ" ไจ๋เทียนหลินหันมาถาม มือข้างหนึ่งยังจับอยู่ที่คันชักกระเป๋า ค่อยๆกดมันลงจนเข้าที่ 

  จูอี้หลงก้มหน้า สองมือวางบนเขา เขาดูอึกอัก ในใจนึกว่า จากคำพูดของไจ๋เทียนหลิน เขาน่าจะรู้เรื่องของไป๋อวี่บ้างแล้ว 

  "ผมไม่อยากให้เหล่าไป๋เข้าใจผิด..." จูอี้หลงตัดสินใจบอกตรงๆ 

  "อ้อ ตอนนี้เลือกได้แล้วเรอะ" คำพูดของไจ๋เทียนหลินทำเอาจูอี้หลงต้องเงยหน้าขึ้นมอง 

  "นายไม่ต้องมาทำตาใสแป๋วมองพี่อย่างนั้น" ไจ๋เทียนหลินพูดเนิบๆ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียง 

  "ฉันไม่ใช่เหล่าไป๋ ยิ่งไม่ใช่เหล่าเผิงด้วย ฉันเห็นหางจิ้งจอกของนายแต่ไกลแล้ว เห็นครบทั้งเก้าหางเลย" เสียงแข็งๆของไจ๋เทียนหลินทำเอาจูอี้หลงต้องกำมือจนแน่น สีหน้าและแววตาที่ดูอัดอั้นตันใจของเขาทำให้ไจ๋เทียนหลินต้องเดินเข้ามาจ่อมก้นลงนั่งข้างๆ เขายกแขนขึ้นโอบไหล่เพื่อนรุ่นน้อง 

  "ดีแล้วที่นายมาที่นี่ หัดคิดถึงหัวอกคนอื่นบ้างก็ดีแล้ว" เขาตบมือข้างที่โอบไว้บนต้นแขนจูอี้หลงเบาๆ 

  "พี่อย่าบอกกวนอิงนะว่าผมอยู่นี่" จูอี้หลงขอ หันมามองหน้าไจ๋เทียนหลินตรงๆ 

  "ไม่บอกอยู่แล้ว ขืนกวนอิงรู้เข้า คงน้อยใจตายแน่ เขาเคยเป็นนัมเบอร์วันของนายมาตลอดนี่นา" ไจ๋เทียนหลินจุ๊ปาก 

  "แต่ที่บ้านนายคงไม่โทรหากวนอิงนะ .. ฮึ?" ไจ๋เทียนหลินถาม เหมือนจะบอกจูอี้หลงอ้อมๆว่าความลับไม่มีในโลก จูอี้หลงลุกพรวดขึ้นยืน เขาควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง ล้วงมันออกมากดเปิดแล้วเดินไปทางระเบียงห้อง 

  มีทั้งสายเรียกเข้าและข้อความจากเผิงกวนอิง.. จูอี้หลงเปิดประตูออกไปยืนที่ระเบียง ไจ๋เทียนหลินมองตาม คุยโทรศัพท์กับเพื่อนนี่ ... มันเป็นความลับด้วยเหรอวะ... ไจ๋เทียนหลินเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม นึกสงสัยว่าในใจจูอี้หลงกำลังคิดอะไรอยู่ เขานั่งไขว่ห้างรอจนจูอี้หลงกลับเข้ามา 

  "แค่คุยโทรศัพท์กับเพื่อน มีอะไรเป็นความลับด้วยเหรอ" ไจ๋เทียนหลินถามตามที่เขาคิด 

  "เปล่า" จูอี้หลงปฏิเสธ ยิ้มเจื่อนๆ 

  "อ้าว โทรไปหาเหล่าไป๋เหรอ พี่นึกว่านายโทรไปหาเหล่าเผิงซะอีก" 

  "ผมโทรไปหากวนอิง" 

  "งั้น มีความลับที่เพื่อนคนนี้ฟังไม่ได้ด้วยเรอะ" 

  "มะ ไม่ใช่อย่างนั้น" 

  "พี่ล่ะ อยากรู้จริงๆว่าเวลานายอยู่ตามลำพังกับเหล่าเผิง นายคุยกับเขาอย่างเดียวกับที่คุยกับพี่ไหม" 

  "........" จูอี้หลงพูดไม่ออก นึกขึ้นมาได้ว่า เขาไม่เคยอยู่กับไจ๋เทียนหลินตามลำพังเลย มักจะมีคนอื่นหรือเผิงกวนอิงอยู่ด้วยเสมอ 

  "แล้วเหมือนกับตอนนายอยู่กับเหล่าไป๋มั้ย" ไจ๋เทียนหลินพูดต่อ ทำเอาจูอี้หลงต้องยืนอึ้ง 

  "สำหรับนายแล้ว พี่กับเหล่าเผิงคงไม่หมือนกันสินะ" ไจ๋เทียนหลินถาม เอียงคอยิ้มน้อยๆ คนที่ไม่คุ้นเคยจะรู้สึกเหมือนเขาอยากกวนอวัยวะเบื้องต่ำใครอยู่ จูอี้หลงแค่หัวเราะตอบเบาๆ เดินหนีไปทางตู้เย็นที่อยู่ด้านในของเค้าเตอร์ เขารู้ดีว่าเขาไม่เคยปิดบังอะไรไจ๋เทียนหลินได้ หลายๆคนนับถือไจ๋เทียนหลินก็ตรงที่ เขาเป็นคนช่างสังเกตแต่ไม่เคยปากมากในเรื่องของคนอื่นที่เขาสังเกตเห็น เขาอาจจะเป็นคนที่ปากตรงกับใจ แต่ไม่เคยปากสว่างกับเรื่องของคนอื่น เขาอาจจะมีปากหมาเราะร้าย แต่ก็ไม่เคยให้ร้ายใคร 

... 

 

  "นายรู้มั้ย ว่าเหล่าเผิงคิดยังไงกับนาย" ไจ๋เทียนหลินตัดสินใจยิงคำถามที่แสนจะละเอียดอ่อน เขาเอนหลังลงพิงพนักโซฟา กางแขนออกพาดตามแนวนอนของพนัก เขาสังเกตเห็นจูอี้หลงชงัก มือที่ยกจะเปิดตู้เย็นเกาะประตูตู้ค้างไว้ .... ไอ้หมอนี่.... 

  "นายรู้?" ไจ๋เทียนหลินหลุดปาก ในใจรู้สึกเหลือเชื่อ 

  "นายรู้แต่นายแกล้งทำเป็นไม่รู้" เขาแปลกใจจนต้องรุกอย่างไม่ยอมให้จูอี้หลงได้ทันตั้งตัว ขยับมานั่งหลังตรง จ้องแผ่นหลังของจูอี้หลงเขม็ง 

  "ฉันไม่น่าโง่เลย" เขาไม่รอคำตอบจากปากเพื่อนรุ่นน้อง เพียงแค่รู้จักคิดพิจารณา คำตอบก็วางแผ่ให้เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว  

  "ขนาดฉันยังรู้ นายอยู่ใกล้เหล่าเผิงขนาดนั้นนายจะไม่รู้ได้ยังไง" ไจ๋เทียนหลินอดเสียงดังไม่ได้ เขาไม่พยายามปิดบังความไม่พอใจที่ฉายเต็มสีหน้า 

  "นายมันโหดกว่าที่ฉันคิด" เขาต่อว่าจูอี้หลงที่ยังคงยืนหันหลังให้ตรงๆแล้ว 

  "นายมีเหล่าไป๋อยู่ แล้วนายยังจะยื้อเหล่าเผิงไว้" ไจ๋เทียนหลินลุกขึ้นยืน ยกนิ้วชี้ใส่แผ่นหลังของคนที่ยืนตัวแข็งอยู่หน้าตู้เย็น 

  "ขอฉันด่านายหน่อย ไอ้เหี้ย นายมันเหี้ยจริงๆ" ไจ๋เทียนหลินขึ้นชื่อว่าเป็นพวกปากหมา เขาด่าแค่นี้นับว่าเบามาก 

  "ฉันจะบอกเหล่าเผิง" พอได้ยินที่ไจ๋เทียนหลินพูดจูอี้หลงที่สงบปากสงบคำมาตลอดก็หันหน้ากลับมาหา 

  "อย่านะพี่ ผมขอร้อง" เขาก้าวยาวๆผ่านเค้าเตอร์มาหน้าไจ๋เทียนหลิน  

  "อย่าบอกเหล่าเผิง..." เขายื้อแขนไจ๋เทียนหลินไว้ 

  "ทำไม ถ้าเขารู้ว่านายรู้ว่าเขาคิดยังไงกับนายมันไม่ดีตรงไหน จะได้คุยกันอย่างแฟร์ๆไม่ใช่หรือไง" คำพูดของไจ๋เทียนหลินทำให้จูอี้หลงทรุดลงกับพื้น สองมือเกาะต้นขาไจ๋เทียนหลินไว้แน่น 

  "อย่าบอก.... ผมขอร้อง" ท่าทางจูอี้หลงทุรนทุรายจนน่าเวทนา 

  "เฮอะ นายรักเหล่าไป๋ แล้วนายจะยื้อเหล่าเผิงไว้ทำไม นายจะอาศัยความเป็นเพื่อนรั้งเขาไว้ แต่นี่นายก็รู้แล้วว่าเขาไม่ได้แค่เห็นนายเป็นเพื่อน แล้วนายจะยังรั้งเขาไว้ทำไม!? อาหลง ปล่อยเหล่าเผิงไปซะ ต่อไปเขาก็จะต้องมีชีวิตของเขา เขาจะต้องมีคนที่เป็นของเขา คนที่รักเขาตอบได้" ไจ๋เทียนหลินเหลืออดจนต้องพรั่งพรูสิ่งที่อยู่ในใจออกมาในคราวเดียว 

  "ไม่ได้!" จูอี้หลงยืนยัน ริมฝีปากสั่นไปหมด  

  "บอกไม่ได้!" เขาส่ายหัวแรงๆ 

  "ไอ้เวรนี่!" ไจ๋เทียนหลินกระชากมือจูอี้หลงออก ใช้มือหนึ่งผลักหน้าผากจูอี้หลงให้ผงะออกไป อีกมือหนึ่งคว่ำเข้าหาอกแล้วเงื้อขึ้นทำท่าจะตบหน้าจูอี้หลงด้วยหลังมือ แต่ก็ชะงัก เงื้อขึ้นๆลงๆอยู่อย่างนั้น ก่อนจะทิ้งมือลงข้างตัว ระบายลมหายใจออกมาพรวดใหญ่ 

  "ให้ตายเถอะ นายยุติธรรมกับเพื่อนนายหน่อย นายมีความรักได้ แต่นายจะรั้งเขาไว้ข้างตัวไม่ให้เขามีใครไม่ได้นะ"  

  "ผมไม่ได้ห้ามไม่ให้เขามีใครนี่นา" จูอี้หลงตัดพ้อ 

  "ขอแค่พี่ไม่บอกเหล่าเผิง...." เขาคว้าจับต้นขาไจ๋เทียนหลินไว้อีก 

  "นายกลัวว่าเขาจะผละจากนายไป ...? นายกลัวว่าเขาจะไม่กล้าสู้หน้านาย...?" ไจ๋เทียนหลินหยุดกลืนน้ำลาย เขาก้มหน้าลงมองจูอี้หลง แล้วแหงนหน้ามองเพดาน สองแขนวาดไปมา แสดงอาการหมดหนทางจะไปต่อ.... 

  "อาหลง เหล่าเผิงไม่ใช่คนใจแคบ เขาไม่หนีหน้านายแน่ ฉันรับรอง" น้ำเสียงไจ๋เทียนหลินอ่อนลง จูอี้หลงก้มหน้างุด 

  "เป็นผม... จะเป็นผมที่ไม่กล้าสู้หน้าเหล่าเผิง" ... ไจ๋เทียนหลินอึ้งกับคำตอบของจูอี้หลง  

  "เฮอะ นายคงรู้นานแล้วสิ... ถึงได้ไม่กล้าสู้หน้าเขา นี่นายแกล้งทำเป็นไม่รู้แล้วปล่อยให้เหล่าเผิงทรมานอยู่มานานแค่ไหนแล้ว ปี? สองปี?...สามปี?" คำถามของไจ๋เทียนหลินยิ่งทำให้จูอี้หลงก้มหน้าลง 

  "ห๊า? นานกว่านี้เรอะ ใจนายทำด้วยอะไร... ใจนายเป็นหินเรอะ" เขาอุทาน กระชากขาออกจากการเกาะกุม ถอยออกมายกสองมือเท้าสะเอว โน้มต้วลงจ้องหน้าคาดคั้นคนที่คุกเข่าตรงหน้า 

...   

  จูอี้หลงเริ่มสำนึกได้ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาใจดำกับเผิงกวนอิงไว้ไม่น้อย อาศัยความรู้สึกของเผิงกวนอิงตักตวงประโยชน์ให้ตนเอง ....อาศัยความนิ่ง และความแกร่งของเผิงกวนอิงเป็นเหมือนแหล่งหลบลมหลบฝน สร้างที่พักพิงให้หัวใจที่เหนื่อยล้าและโหยหาการเกื้อหนุนทางจิตใจมาตลอด .... เขามันเหี้ยอย่างที่ไจ๋เทียนหลินว่า ตั้งแต่ต้น... เขาทำตัวเป็นจิ้งจอกมากเล่ห์กับเพื่อนที่เขารักเป็นที่สุด ... 

  "ผมรู้แต่แรกแล้ว..." จูอี้หลงยอมรับ  

  "แล้วไอ้แต่แรกเนี่ยมันตั้งแต่เมื่อไหร่" จูอี้หลงส่ายหัว น้ำตาคลอเบ้า 

  "จำไม่ได้แล้ว.... " เขางึมงำ มือข้างหนึ่งขยุ้มเสื้อบริเวณทรวงอกไว้แน่น 

  "เหล่าเผิงได้นายเป็นเพื่อนนี่ คือความซวยที่สุดในชีวิตเลยนะเนี่ย" 

  "พี่อย่าบอกเหล่าเผิง..." จูอี้หลงยื่นมืออีกข้างมายึดต้นขาของไจ๋เทียนหลินไว้แน่น 

  "งั้นนายบอกเอง ฉันทำให้นายได้แค่นี้ .... ถ้านายไม่บอก ฉันจะบอก นายอย่ามาขออะไรมากกว่านี้ ถ้านายยังจะยื้อเหล่าเผิงไว้โดยไม่ยอมบอกอะไรเขา ฉันไม่เพียงแค่จะบอกเหล่าเผิงเอง แต่ฉันจะเลิกคบนาย ต่อไปก็ไม่ต้องมีแล้ว หลงกวนเทียน ..." ไจ๋เทียนหลินสะบัดหน้าเดินหนีไปด้วยความโมโห 

  ... 

  ... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว