ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 5 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 5 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 77.9k

ความคิดเห็น : 511

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2562 02:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 16,800
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 5 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 5 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                         

                

 

ไม่นานก็มาถึงห้าง เพราะแม็คอยากมาซื้อเสื้อผ้าด้วย นันจึงยอมพามาที่ห้างฯแทนที่จะพาซุปเปอร์มาเกตธรรมดา ส่วนเพลงที่เปิดในรถนั้นแม็คปิดไปตั้งแต่เพลงแรกจบแล้ว 

 

“จะซื้ออะไรบ้าง” นันถามขึ้นเมื่อเดินเข้าไปในห้างพร้อมกับแม็ค  

 

“อยากได้กางเกงในใหม่แล้วก็กางเกง” แม็คตอบกลับมา นันหรี่ตามองคนรักเล็กน้อย 

 

“ทำไมไม่ซื้อตอนอยู่ที่โน่น” นันถามกลับ แม็คหันมามองนันแล้วยิ้ม พร้อมกับยักคิ้วข้างหนึ่ง นันหัวเราะในลำคอทันที เมื่อเดาบางอย่างได้ เขายกมือไหผลักหัวของแม็คอย่างหมั่นไส้ 

“สัด ตั้งใจจะให้กูจ่ายว่างั้นเหอะ ไหนบอกว่าอยากช่วยแบ่งเบาภาระกูไง” นันแกล้งถามกลับไปเมื่อรู้ว่าการมาซื้อของในวันนี้ แม็คจะให้นันเป็นคนจ่าย 

 

“ก็แบ่งเบาตอนกูอยู่ที่โน่นไง แต่ตอนนี้อยู่ไทย มึงก็ซื้อให้กูหน่อยไม่ได้รึไง นี่ซื้อของจำเป็นนะ” แม็คอ้างออกมา นันหัวเราะออกมาเบาๆ 

 

“เออ ให้งบแค่ 2 พัน” นันบอกออกมา แม็คทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย 

 

“2 พัน ซื้อกางเกงในก็หมดแล้ว เพิ่มให้อีกหน่อยสิ” แม็คพูดเสียงอ้อมแอ้ม  

 

“งั้นให้ 3500 เกินจากนี้ออกเอง จะเอาหรือไม่เอา ถ้าไม่เอา กูจะพามึงไปซื้อตามตลาดนัด ตัวละ 20 บาท” นันแกล้งว่าออกมา แม็คยืนลังเล สุดท้ายก็พยักหน้ารับ 

 

“3500 ก็ได้วะ” แม็คตอบกลับอย่างจำยอม นันยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะพาแม็คเดินหาโซนกางเกงชั้นในชาย แม็คเดินไปที่ช็อปของ Calvin Klein นันเลิกคิ้วทันทีเมื่อเห็นว่าแม็คเข้าช็อปนี้ 

“ห้ามบ่นด้วย กูใส่แต่ยี่ห้อนี้ อีกอย่างมันแพงก็จริง แต่มันก็ทนนะ ใส่ได้นาน” แม็ครีบบอกออกมา ก่อนที่นันจะบ่น 

 

“มึงใส่ยี่ห้อนี้งั้นเหรอ อ่อ ลืมไป ทุกทีกูไม่ได้สังเกตกางเกงในมึง เพราะกูสนใจแต่สิ่งที่กางเกงในมันปิดอยู่” นันพูดพร้อมกับกระตุกยิ้ม แม็ครีบหันซ้ายหันขวาทันที 

 

“มึงแม่ง พูดเสียงดังทำไม อายคนอื่นเค้าบ้างเหอะ” แม็คว่าออกมาด้วยใบหน้าร้อนวาบๆ นันหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วปล่อยให้แม็คยืนเลือก นันหยิบมาดูราคาบ้าง ก่อนจะส่ายหน้าไปมา 

 

//กูใส่แต่ของ Rosso ตัวละร้อยกว่าบาทเอง ก็ทนเหมือนกัน// นันพูดขึ้นมาลอยๆ ไม่ดังมากนัก แม็คไม่ตอบโต้อะไร เพราะถ้าเถียงไป เดี๋ยวนันจะไม่ยอมซื้อให้ จนในที่สุดแม็คก็เลือกมา 3 ตัว ราคารวมแล้ว 2 พันกว่าบาท แม็คแบมือตรงหน้านัน นันก็ควักเงินสดให้ไป 3500  

“ถือไว้เลย ใช้เกินจากนี้ก็ออกเอาเอง” นันพูดขึ้น แม็คก็เอาเงินไปจ่าย พร้อมกับเก็บเงินที่เหลือไว้กับตัวเอง 

 

“จะเอาอะไรอีก” นันถามต่อ 

 

“กางเกงยีนส์”แม็คตอบกลับ แล้วทั้งสองก็พากันเดินหาร้านกางเกงยีนส์ แม็คเดินดูตามแบรนด์ต่างๆ แต่ก็ยังไม่ถูกใจ จนมาเจอแบรนด์หนึ่ง แม็คก็เดินเลือกทันที  

“มึงเบื่อรึเปล่า ไปนั่งรอตรงนั้นก่อนก็ได้” แม็คพูดขึ้น เมื่อเห็นว่านันเดินตามเขาอยู่เงียบๆ นันหันไปมองเบาะนั่งสำหรับลูกค้า ก่อนจะพยักหน้ารับ 

 

“งั้นกูนั่งรอตรงนั้นละกัน” นันบอกออกมา ก่อนจะเดินแยกไปนั่งที่มุมหนึ่งของร้าน แม็คก็เหลือบมองนิดๆ ก่อนจะยิ้มพอใจ เพราะจริงๆแล้วแม็คจะซื้อกางเกงยีนส์ให้นันใหม่ แม็คค้นดูเสื้อผ้าในตู้ของนัน เจอแต่เสื้อผ้าตัวเดิมๆ ถึงมันจะสภาพดีอยู่ แต่แม็คก็อยากให้คนรักได้ใส่ของใหม่บ้าง เขาจึงบอกไปว่าเขาจะซื้อสำหรับตัวเขาเอง แต่จริงๆแล้วจะซื้อนันต่างหาก แม็คเดินเลือกแบบที่คิดว่าเหมาะกับคนรัก 

 

“น้องแม็ค” เสียงทักดังขึ้น ทำให้แม็คหันไปมองก่อนจะเห็นว่าเป็นเท็น  

 

“สวัสดีครับพี่เท็น” แม็คยกมือไหว้ตามมารยาท ตรงที่เขายืนอยู่ มองไม่เห็นนัน เลยทำให้แม็คไม่รู้ว่านันรู้หรือไม่ว่าเท็นมาทักเขา 

 

“บังเอิญจังเลยนะ พี่เดินผ่านร้าน เห็นคล้ายๆเราเลยลองเข้ามาดู ไม่คิดว่าจะเป็นเราจริงๆด้วย” เท็นทักกลับยิ้มๆ  

 

“แล้ว.งพี่เท็นมาซื้อของเหรอครับ” แม็คถามไปอย่างนั้นเอง  

 

“พอดีพี่นัดเพื่อนทานข้าวที่นี่น่ะ เราว่างมั้ย ไปทานข้าวกับพี่มั้ยครับ” เท็นเอ่ยชวน  

 

“คือว่า..” แม็คกำลังจะปฏิเสธ แต่เห็นนันเดินเข้ามาจากทางด้านหลังของเท็นพอดี 

 

“เลือกได้ยัง” นันถามเสียงนิ่ง ก่อนจะเดินมายืนข้างๆแม็ค เท็นมองนันด้วยสายตาไม่ใส่ใจนัก  

 

“ยังเลย” แม็คตอบกลับไป ในใจก็กลัวว่านันจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่รู้จะพูดแนะนำยังไงดี 

 

“อ่อ มีคนมาด้วย งั้นเดี๋ยวให้คนขับรถของแม็คไปรอที่รถก่อนได้มั้ย แล้วแม็คค่อยไปกินข้าวกับพี่” เท็นบอกออกมา ทำให้แม็คชะงักไปนิด แล้วมองหน้านันทันที นันมีสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้แสดงออกถึงความแนเฉียวแต่อย่างไร ส่วนสูงของนันกับเท็นพอๆกัน แต่นันจะดูมีกล้ามเนื้อมากกว่า 

 

“เอ่อ พี่เท็นครับ นันไม่ใช่คนขับรถของผม” แม็ครีบพูดออกมาก่อน เรื่องแบบนี้ เขาไม่อาจจะให้นันแก้ตัวด้วยตัวเองได้ แม็คคิดว่าเขาควรจะเป็นคนพูดออกมาเอง เพื่อที่นันจะได้ไม่หงุดหงิดด้วย เท็นทำหน้างง 

 

“คนขับรถพ่อแม็คเหรอ” เท็นถามต่อ นันกัดฟันเล็กน้อย จริงๆเขาจะโพล่งไปเลยก็ได้ ว่าตัวเองเป็นใคร แต่เขาอยากรู้เหมือนกัน ว่าแม็คจะทำยังไง เมื่อโดนคนอื่นทักแฟนตัวเองว่าเป็นแค่คนขับรถ 

 

“ไม่ใช่ครับ นันเป็นคนรักของผมเอง” แม็คบอกออกมา ในใจแม็ครู้สึกขุ่นๆที่เท็นบอกว่านันเป็นคนขับรถ วันนี้นันก็ไม่ได้แต่งตัวแย่อะไร ก็ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืด รองเท้าผ้าใบปกติ แม็คมองว่าเท่ห์เสียด้วยซ้ำ เท็นชะงักไปนิดเมื่อได้ยิน เพราะเขาไม่คิดว่าแม็คจะมีคนรักแล้ว และไม่คิดว่าจะเป็นคนตรงหน้าด้วย เท็นมองนันหัวจรดเท้า เหมือนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองสักเท่าไร 

 

“มีอะไรรึเปล่า” นันถามเสียงเรียบ เมื่อเห็นสายตาของเท็น เท็นยกยิ้มนิดๆ 

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีแค่ตกใจนิดหน่อย แปลว่าวันนี้น้องแม็คไม่ว่างสิเนอะ งั้นไม่เป็นไรครับ ไว้วันหน้าก็ได้ พี่ไปก่อนนะครับ” เท็นพูดกับแม็คด้วยรอยยิ้มที่ต่างจากตอนที่ยิ้มให้กับนัน  

 

“ครับ” แม็คตอบกลับ ก่อนที่เท็นจะเดินออกจากร้านไป แม็คหันมาหานันทันที 

“มึง กู..” แม็คอยากจะขอโทษนัน  

 

“กูไม่ได้โกรธอะไรมึง แค่ไม่ชอบหมอนั่น จริงๆกูจะกระชากคอเสื้อมันมาถามก็ได้ ว่ามองกูแบบนั้นหมายความว่าไง แต่กูก็ไม่อยากให้มึงอายใคร เพราะมึงเองก็ไม่ได้พอใจที่หมอนั่นมันมาทักเหมือนกัน” นันบอกออกมาอย่างเข้าใจ เขามองออกว่าแม็คก็ไม่พอใจที่เท็นบอกว่านันเป็นคนขับรถ 

 

“กูกลัวว่ามึงจะรู้สึกไม่ดี” แม็คพูดเสียงแผ่ว 

 

“กูไม่รู้สึกแย่หรอกนะ ที่ถูกมองว่าเป็นคนขับรถ เป็นคนขับรถแล้วไง แปลกประหลาดตรงไหน คนทำอาชีพนี้ เค้าก็ภูมิใจในอาชีพของเค้าเหมือนกัน สมมุติว่ากูเป็นคนขับรถจริงๆ แล้วกูเอาคำดูแคลนของคนอื่นมาคิดมาก มันหมายความว่ากูเองนี่แหละ ที่ดูถูกตัวเอง” นันพูดให้แม็คเข้าใจในความรู้สึกของเขา เขาชินกับการโดนคนดูถูกมานานแล้ว แต่เขาไม่เคยเก็บเอามาใส่ใจ เขารู้ดีว่าเขากับแม็คต่างกันมาก แต่ก็ใช่ว่าจะรักกันไม่ได้ แม็คไม่ใช่คุณชายที่อยู่สูงเลิศเลอ ถึงแม้ว่าจะอยู่สูงเกินเอื้อม แต่ถ้านันคิดว่าแม็คคือคนที่ใช่ เขาก็จะกระชากแม็คลงมาอยู่กับเขาอยู่ดี เหมือนกับที่เขาบอกกับแม็คไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ 

 

“มึงไม่หงุดหงิดอะไรนะ” แม็คถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เขาอยากเดินซื้อของกับนันอย่างสบายใจ 

 

“ไม่หรอก คนที่หงุดหงิดคือมึงมากกว่ามั้ง” นันพูดพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก แม็คกัดปากตัวเองน้อยๆ เมื่อรู้ว่านันมองเขาออก แม็คขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อนึกถึงสายตาและคำพูดของเท็น 

 

“เออสิ กูหงุดหงิด เค้าทักมึงผิดว่าเป็นคนขับรถกูก็ขุ่นๆในใจแล้วนะ แต่พอเค้ารู้ว่ามึงเป็นใครแทนที่เค้าจะขอโทษมึงที่เข้าใจผิดเขากลับมึงมองแบบดูถูก” แม็คบ่นออกมา เพราะเขาทันเห็นสายตาของเท็นเหมือนกัน นันหัวเราะออกมาเบาๆ ที่เห็นคนรักดูหงุดหงิดแทนเขาแบบนั้น 

 

“เมื่อก่อน มึงเคยเป็นแบบนี้ไม่ใช่รึไง” นันพูดขึ้น ทำให้แม็คนิ่งไปนิดเมื่อคิดได้ 

 

“อืม พอเจอพี่เท็น ทำให้กูรู้สึกเลยว่า เมื่อก่อนกูแม่งนิสัยแย่แค่ไหน กูพูดอะไรไม่คิดถึงเลยว่าจะทำให้ใครรู้สึกแย่บ้าง เฮ้อ” แม็คบ่นออกมา เพราะเมื่อก่อน เขาก็ไม่ต่างจากเท็นเลยสักนิด เขาทั้งหยิ่งและจองหอง ว่าตัวเองรวย พูดจาดูถูกคนที่จนกว่า และไม่สนใจใครหน้าไหน  

 

“แต่มึงควรดีใจ ที่ตอนนี้มึงคิดได้และกลับตัวได้เร็ว” นันพูดชมออกมา เพราะไม่อยากให้แม็ครู้สึกแย่กับตัวเอง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม 

 

“นั่นสินะ เลิกพูดเรื่องของเค้าเหอะ กูจะเลือกกางเกงต่อ มึงไปนั่งเหอะ ขอเวลาอีกแป๊บเดียว” แม็คหยุดบทสนทนาเรื่องของเท็นไว้ก่อน นันก็พยักหน้ารับ แล้วเดินไปนั่งรอเหมือนเดิม แม็คก็เลือกกางเกงให้นันต่อ และแน่นอนอยู่แล้วว่า ราคากางเกงมันเกินจำนวนเงินที่เหลืออยู่ แม็คจึงจ่ายส่วนต่างด้วยเงินของตัวเอง เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย เขาก็เดินมาหานัน 

“โอเค ได้ละ ไปซื้อของใช้กัน” แม็คพูดขึ้น ก่อนที่เขากับนันจะพากันเดินออกจากร้าน เพื่อลงไปยังโซนซุปเปอร์มาร์เกต ระหว่างที่เดินไปลงบันไดเลื่อนนั้น ก็เดินผ่านร้านอาหารร้านหนึ่ง นันมองเข้าไปก็เห็นเท็นนั่งอยู่กับเพื่อนอีกสองคน เพราะโต๊ะที่เท็นนั่งติดกับกระจก และเท็นก็หันมาเห็นนันกับแม็คพอดี เท็นพูดบางอย่างกับเพื่อนตัวเอง ก่อนที่เพื่อนของเขาจะหันมามองนันกับแม็ค นันยกแขนไปพาดบนไหล่ของแม็คก่อนจะยักคิ้วกวนๆให้เท็น พร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะๆ  เท็นขมวดคิ้วและมีสีหน้าไม่พอใจทันที  

“อะไรเหรอ” แม็คถามขึ้น เมื่อนันโอบไหล่เขาแน่นกว่าเดิม นันหันมายิ้มให้แม็คก่อนจะส่ายหน้าไปมา 

 

“เปล่า ไม่มีอะไร” นันตอบกลับ ก่อนจะพาแม็คเดินลงบันไดเลื่อนไปที่ชั้นล่างทันที  

“พรุ่งนี้จะเข้าไปช่วยพ่อที่โรงงานรึเปล่า” นันถามขึ้น ขณะเดินเลือกซื้อของกับแม็ค 

 

“ว่าจะเข้าไป มึงจะไปไหนมั้ย” แม็คถามกลับไปก่อน เผื่อว่านันจะชวนเขาไปทำธุระหรือไปที่ไหน 

 

“ไม่ล่ะ พรุ่งนี้กูว่าง แต่มะรืนว่าจะไปงานประมูลรถ มึงจะไปกับกูมั้ย” นันถามขึ้นเมื่อนึกได้ 

 

“ไป กูอยากไปดูว่าเค้าประมูลอะไรกันยังไง งั้นพรุ่งนี้กูแวะเข้าไปหาพ่อละกัน จะเอาขนมไปฝากพวกพี่ดาวด้วย” แม็คพูดถึงเลขาของพ่อตนเอง  

 

“พรุ่งนี้ขับรถไปคนเดียวได้มั้ย กูจะเช็ครถที่ซื้อมา” นันถามขึ้น แม็คก็พยักหน้ารับทันที แม็คเดินไปเลือกที่โกนหนวด โดยมีนันมองตามยิ้มๆ 

 

“มึงว่าแบบไหนดี” แม็คถามความคิดเห็นคนรัก  

 

“มึงจะเอาไปโกนตรงนั้นเหรอวะ” นันแกล้งถามพร้อมกับมองเป้ากางเกงของแม็ค  

 

“ไอ้บ้า กูจะซื้อไปโกนหนวดมึงต่างหากล่ะ บอกให้โกนก็ไม่โกนสักที เวลามันโดนกู มันเจ็บ” แม็คพูดเสียงแผ่วในตอนท้าย นันหัวเราะในลำคอเบาๆ  

 

“เอาแบบนี้ก็ได้ แต่มึงต้องโกนให้กูนะ” นันเสนอขึ้นมา  

 

“อืม” แม็คตอบรับ แล้วหยิบที่โกนหนวดมาใส่รถเข็น แล้วพากันเดินไปซื้อของอย่างอื่นต่อ เมื่อซื้อทุกอย่างครบแล้ว ก็พากันตรงกลับบ้าน แม็คช่วยนันขนของลงจากรถ แล้วเอาของใช้ส่วนตัวไปเก็บบนห้อง ส่วนของใช้ในครัว ไวเป็นคนเอาไปเก็บเอง พอลงมาอีกทีก็ไม่เห็นนันอยู่ในบ้านแล้ว เขาจึงเดินออกมาดูตรงส่วนที่เป็นอู่ซ่อมรถ ที่นันสร้างแยกออกมาจากตัวบ้าน ไว้สำหรับเช็คสภาพรถ แม็คได้ยินเสียงนันคุยกับลูกน้องในอู่ เขาก็เลยเดินไปหา ก่อนจะเห็นคนรักที่ตอนนี้ถอดเสื้อพร้อมกับเอาเสื้อมาโพกหัวกำลังถือประแจเพื่อทำรถ แม็คยืนกอดอกพิงกำแพงมองแล้วยกยิ้มนิดๆ พลางคิดว่าเขาชอบโลกของนันที่เป็นแบบนี้ที่สุด ไม่ได้ดูไฮโซเหมือนเท็นก็จริง แต่มันทำให้แม็ครู้สึกสบายใจและรู้สึกดีเมื่อได้อยู่ด้วยกัน 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++++++++++ 

 

“ไง เฮียกูดูเร้าใจล่ะสิ มองตาเยิ้มเลย” เสียงของไวแซวขึ้นทางด้านหลัง ทำให้แม็คหันไปถลึงตาใส่

“ตาเยิ้มบ้านมึงดิ กูมองปกติ” แม็ครีบแก้ตัว เขาไม่รู้หรอกว่าเขามองนันแบบไหน แต่ต้องเถียงกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเองก่อน

“ว่าแต่ ช่วงที่กูไม่อยู่ เฮียมึงบ้าออกกำลังกายเหรอวะ” แม็คถามอย่างข้องใจ

“มั้ง กูว่าเค้าก็ออกกำลังกายเหมือนปกติทุกที ทำไมวะ” ไวถามกลับด้วยความอยากรู้ แม็คอึกอักเล็กน้อย

“ก็..ดูมันตัวใหญ่กว่าเดิมแล้วก็..” แม็คไม่รู้จะพูดยังไง เพราะเขารู้สึกว่ากล้ามเนื้อของนันดูเฟิร์มขึ้นและเห็นชัดกว่าเมื่อก่อน ไวยกยิ้มนิดๆ เพราะพอจะเข้าใจว่าแม็คอยากจะอธิบายว่าอะไร

“สงสัยต้องดูแลตัวเองให้ดูดี เพราะกลัวว่าเมียจะแอบไปมีกิ๊กล่ะมั้ง” ไวแกล้งแซวออกมา

“ไปมีกิ๊กบ้านมึงดิ ขืนกูมี เฮียมึงเอากูตาย” แม็คเถียงกลับไป ใบหน้าก็ร้อนผ่าวไปด้วย

“เออ กูเอาตายแน่ แต่เอาตายคาเตียงนะ” เสียงของนันดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้แม็คสะดุ้งเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าคนรักเดินเข้ามาหาตอนไหน

“เมียเฮียสงสัยน่ะ ว่าเฮียออกกำลังกายมากกว่าเดิมรึเปล่า รูปร่างถึงได้เปลี่ยนไป” ไวไขข้อสงสัยให้กับนัน นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ

“ชอบมั้ยล่ะ” นันถามแม็คกลับไป ส่วนไวก็แยกเดินไปอีกทางอย่างรู้หน้าที่

“ก็..ดี” แม็คตอบไม่เต็มเสียงนัก นันจับมือแม็คมาลูบที่หน้าท้องแกร่งของเขา แม็คยอมรับเลยว่ามันแน่นแข็งกว่าก่อนหน้านี้เยอะ แล้วลอนกล้ามหน้าท้องก็เห็นชัดขึ้นด้วย

“ตอบให้มันเต็มเสียงหน่อย” นันแกล้งถามอีกครั้ง แม็คเม้มปากเข้าหากัน ก่อนที่จะ..

“โอ๊ย ไอ้แม็ค หยิกทำไมวะ เล็บแม่งยาวแล้วนะ เดี๋ยวคืนนี้กูจะตัดทิ้งซะ” นันโวยวายออกมา เมื่อแม็คหยิกเข้าที่หน้าท้องของเขาอย่างแรงจนเป็นรอยเล็บ

“แค่นี้ผิวหนังมึงไม่สะเทือนหรอกนัน แล้วตอนกูข่วนหลังมึง มึงไม่เห็นจะโวยวายแบบนี้เลย” แม็คเถียงกลับไป ทำให้นันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

“รู้ตัวมั้ยว่าพูดอะไรออกมา” นันถามกลับ แม็คร้อนหน้าวูบ เขารู้ตัวว่าพูดอะไร เพราะเขาตั้งใจ

“อยู่กับมึงก็ต้องหน้าด้านตามมึงนี่แหละ ไม่งั้นมึงก็แกล้งกูฝ่ายเดียวสิ” แม็คตอบกลับไป นันหัวเราะออกมาเบาๆ

“แต่มึงรู้มั้ย ว่าที่มึงพูดออกมา มันยั่วกูชัดๆ” นันตอบกลับ แม็คทำหน้างง

“ยั่วตรงไหน” แม็คถามกลับไปอย่างสงสัย

“ก็คำพูดมึง มันทำให้กูอยากให้มึงข่วนหลังอีกไงล่ะ” นันตอบกลับไป ทำให้แม็คนิ่งอึ้ง พอหันไปมองลูกน้องของนันก็เห็นทุกคนแอบอมยิ้ม

“กวนตีน แล้วนี่มึงจะทำอะไร ถอดเสื้อทำไม” แม็ครีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เพราะเถียงนันไม่เคยชนะสักที

“กูจะทำรถ ว่าแต่มึงเหอะ จะเข้ามาในนี้ทำไม เดี๋ยวก็บ่นเหม็นกลิ่นน้ำมันเครื่อง” นันพูดกลับไปบ้าง เขาแกล้งแม็คนิดๆหน่อยพอหอมปากหอมคอเท่านั้น

“ก็แค่อยากมาดู นี่รถมือสองที่มึงไปซื้อมาเหรอ” แม็คถามพร้อมกับเดินไปดูใกล้ๆ นันพยักหน้ารับ

“แล้วจะต้องซ่อมทำไมวะ” แม็คถามต่อ พร้อมกับชะโงกมองเครื่องยนต์รถที่ลูกน้องของนันกำลังถอดเช็คอยู่

“ไม่ได้ซ่อม แค่เช็คสภาพรถว่ามีตรงไหนต้องเปลี่ยนหรือต้องแก้ไขตรงไหนมั้ย พอๆ ไม่ต้องดูเข้าบ้านไป ยิ่งอ่อนแออยู่ เดี๋ยวมาแพ้น้ำมันเครื่องแล้วจะยุ่ง” นันโบกมือไล่ ส่วนหนึ่งเพราะเขากลัวว่าแม็คจะแพ้พวกไอระเหยของน้ำมัน

“กูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย แค่แพ้กระเทียมก็มองว่ากูอ่อนแอแล้วเหรอวะ” แม็คบ่นออกมา

“กูแค่อยากอยู่ดูด้วยไม่ได้รึไง” แม็คถามกลับ จริงๆเขาอยากมาดูนันมากกว่า ไม่ได้เจอกันหลายเดือน แม็คจึงอยากอยู่ใกล้ๆนัน อย่างน้อยให้อยู่นสายตาก็ยังดี แต่เขาไม่คิดจะพูดออกไปให้นันล้อเขาแน่นอน

“งั้นไปนั่งตรงนั้น” นันชี้ไปที่เก้าอี้ไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก แม็คก็เดินไปนั่งแต่โดยดี ส่วนนันก็ลงมือเช็คสภาพรถกันต่อ แม็คนั่งมองคนรักที่ดูจริงจังในการทำรถ เสียงโหวกเหวกของนันและคนอื่นๆดังก้องไปทั่วโรงซ่อมรถ แม็คไม่คิดว่าตัวเองจะมานั่งอยู่ที่นี่ได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงเบ้หน้าแล้วอยู่ห่างๆไปแล้ว

“ไง ถึงต้องมานั่งเฝ้าเลยเหรอวะ” เสียงทักดังขึ้น ทำให้แม็คหันไปมองก็เห็นว่าเป็นคีทเพื่อนสนิทของนัน

“ไม่ได้นั่งเฝ้า แค่มาดูเฉยๆว่ามันทำอะไรกัน” แม็คตอบกลับไป คีทยกยิ้มเหมือนรู้ทัน

“แล้วนี่มาทำอะไรวะ” แม็คถามกลับไป

“จะมาคุยกับไอ้นันเรื่องสัก มันบอกว่าอยากให้กูมาสักเพิ่มให้มัน” คีทตอบกลับมา ทำให้แม็คขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เพราะนันไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้

“อ่าว มาตอนไหนวะ” เสียงทักของนันดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมือเปื้อนเข้ามาหา นันแกล้งจะเอามือไปลูบหัวแม็ค แต่โดนแม็คปัดออกก่อน นันก็หัวเราะขำแล้วหันไปหาคีทต่อ

“ทักกู แต่เดินมาหยอกเมียก่อน กูควรหมั่นไส้มั้ย” คีทแกล้งถามออกมา

“จะให้กูหยอกมึงแทนรึไง กูยังไม่อยากโดนอุ้มไปทิ้งทะเลนะเว้ย เดี๋ยวเมียกูเป็นหม้าย” นันตอบกึ่งแซวเพื่อนตัวเองไปด้วย คีทยักไหล่นิดๆพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก แม็คมีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับคีทบางเรื่องเหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าถามเจ้าตัว ถึงแม้ว่าคีทจะเริ่มสนิทกับเขาแล้ว ถึงแม้ว่าคีทจะเฟรนด์ลี่กับพวกเขา แต่คีทก็เหมือนมีกำแพงจางๆที่ทำให้คนไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายมากจนเกินไป ยกเว้นนันไว้หนึ่งคน

“มึงไม่ได้บอกเมียมึงเรื่องสักรึไง เห็นทำหน้างง” คีทถามออกมาตรงๆต่อหน้า เพราะเห็นท่าทางของแม็คเมื่อกี้ก็พอเดาได้ว่าแม็คไม่รู้เรื่องที่นันจะสักเพิ่ม เขาเลยถามให้เลย

“อ่อ ยังไม่ได้บอก ให้มันเห็นตอนสักเสร็จทีเดียวเลยละกัน” นันบอกออกมาพร้อมกับมองหน้าแม็ค

“มึงจะสักอีกเหรอวะ ที่มีอยู่ไม่พอรึไง” แม็คถามกลับไป จริงๆเขาก็ชอบรอยสักของนัน แต่ไม่รู้ว่านันจะสักเพิ่มตรงไหน

“กูมีที่จะสักอยู่แล้วน่า มึงไปนั่งเล่นรอในบ้านก่อนก็ได้ไอ้คีท กูขอทำรถก่อน ใกล้เสร็จแล้ว” นันบอกออกมา คีทก็พยักหน้ารับ

“งั้นกูเข้าไปนั่งคุยกับคีทในบ้านละกัน” แม็คบอกออกมา

“เออ หาน้ำหาท่าให้มันด้วย ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีหน่อย” นันพูดยิ้มๆ

“รู้แล้วน่า ป่ะมึง เข้าไปในบ้าน” แม็คตอบนัน แล้วหันมาชวนคีท แล้วก็เดินนำเข้าไปในบ้าน แม็คเดินไปที่ห้องครัว เพื่อเอาน้ำมาให้คีท

“ขอเบียร์ไม่ได้เหรอวะ” คีทถามยิ้มๆ

“เอาไว้ค่อยกินพร้อมมันตอนเย็นเหอะ” แม็คตอบกลับไป ก่อนจะนั่งที่โซฟาอีกตัว

“มันเลือกลายที่จะสักแล้วเหรอวะ” แม็คถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“เลือกแล้ว แต่กูก็อยากจะมาถามมันอยู่ ว่ามันแน่ใจแล้วใช่มั้ยที่จะเลือกลายนี้” คีทพูดเสียงจริงจัง ยิ่งทำให้แม็คอยากรู้เข้าไปใหญ่

“มันเลือกลายอะไร” แม็คถามกลับไป คีทมองหน้าแม็คนิ่งๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร ทำให้แม็ครู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมา

“จริงๆมันไม่ได้เลือกลาย มันเลือกตัวอักษร” คีทบอกใบ้ออกมาอีก ทำให้แม็คใจเต้นตึกตัก

“M….A….X” คีทบอกอักษรทีละตัว ทำให้แม็คนิ่งอึ้งไปนิด เพราะมันตรงกับที่เขาสังหรณ์ใจจริงๆ

“ชื่อกูงั้นเหรอ” แม็คถามกลับไปด้วยความคาดไม่ถึง

“กูถึงอยากจะมาถามมันไง ว่าแน่ใจแล้วเหรอ กูสักลายให้คนมากี่พันคนกูรู้ดีว่าตอนลบมันยากลำบากมากกว่าตอนสักซะอีก กูไม่ได้คิดจะดูถูกความรักมึงสองคนนะ แต่ถ้าวันหนึ่งมึงสองคนเลิกรักกัน ชื่อของมึงก็จะติดตัวมันไปจนตาย มันไม่ใช่ชื่อพ่อแม่นะเว้ย” คีทอธิบายให้แม็คเข้าใจ ซึ่งแม็คก็ไม่ได้โกรธอะไรที่คีทพูดตรงๆแบบนี้ เพราะเขาก็เคยเห็นเรื่องแบบนี้อยู่ เพื่อนของเขาสมัยที่เขายังเกเร รายนั้นก็ไปสักชื่อแฟนเหมือนกัน แต่คบกันไม่นานก็เลิก สุดท้ายก็ต้องไปลบจนเกิดรอยแผลเป็น

“กูเข้าใจ” แม็คตอบกลับเสียงแผ่ว

“เดี๋ยวมันมาก็คุยกับมันดีๆนะเว้ย กูไม่ได้อยากให้พวกมึงทะเลาะกัน” คีทพูดขึ้น แม็คก็พยักหน้ารับ ไม่นานนันก็เดินเข้ามา

“กูขอไปอาบน้ำแป๊บหนึ่ง ตัวเหม็นน้ำมัน” นันพูดขึ้นแล้วรีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า คีทกับแม็คก็นั่งคุยเรื่องอื่นกันไปเรื่อยๆ ใจของแม็คก็พะวงเรื่องที่นันจะสักอยู่เหมือนกัน

“บอกมันไปแล้วล่ะสิ ว่ากูจะสักอะไร” นันพูดกับคีท เมื่อลงมาเห็นสีหน้าเครียดๆของแม็ค คีทพยักหน้ารับ

“มันจะดีเหรอวะนัน มันจะติดตัวมึงไปจนตายเลยนะเว้ย” แม็คพูดขึ้น

“มึงคิดว่าคนอย่างกู เป็นคนไม่คิดหน้าคิดหลังรึไง อะไรที่กูตัดสินใจแล้ว นั่นหมายความว่ากูมั่นใจจริงๆ มึงไม่ต้องห่วงหรอก กูไม่เลิกกับมึงง่ายๆหรอก ต่อให้มึงอยากเลิกกับกู กูก็จะจับมึงขังไว้ ทีนี้มึงก็อยู่กับกูไปตลอดชีวิตละ ง่ายมั้ย” นันแกล้งพูดติดตลก

“กูจริงจังนะ มึงก็ชอบพูดเล่นไปเรื่อย” แม็คว่ากลับไป นันก็หัวเราะขำเบาๆ

“กูก็จริงจัง” นันตอบกลับมาบ้าง แม็คมองหน้านันนิ่งๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ใช่ว่าแม็คจะไม่ดีใจที่นันรักเขาถึงขั้นสักชื่อของเขาไว้กับตัว

“โอเคอยากสักก็สัก คีทมึงสักให้มันเหอะ เพราะยังไงกูก็จะอยู่กับมันจนกว่ามันจะลบรอยสักนั่นแหละ” แม็คหันไปพูดกับคีท คีทหัวเราะขำออกมาเบาๆ เพราะเข้าใจดีว่าแม็คหมายความว่าแม็คไม่มีทางเลิกกับนันแน่นอน ถ้านันไม่ลบรอยสักก่อน

“มึงสองคนสมแล้วที่เป็นผัวเมียกัน มา จะสักตรงไหน ตัดสินใจเอา กูไปหยิบอุปกรณ์ที่รถแป๊บ” คีทพูดก่อนจะลุกออกไปที่รถ

“มึงจะสักตรงไหน” แม็คถามด้วยความอยากรู้

“ตรงหลังมือ” นันพูดพร้อมกับชี้ตำแหน่งหลังมือข้างขวา บริเวณช่วงนิ้วโป้งและนิ้วชี้ของตัวเองให้แม็คดู

 

ตำแหน่งที่นันจะสัก 

“ทำไมถึงต้องเป็นมือขวา” แม็คถามเผื่อว่านันมีเคล็ดอะไร

“อ่อ เวลาที่กูใช้มือขวาชักว่าวเวลาที่มึงไม่อยู่ จะได้รู้สึกเหมือนมีมึงมาชักให้ไง” นันตอบกลับมายิ้มๆ ทำให้แม็คร้อนหน้าวูบ

“เชี่ยเหอะ” แม็คด่าออกไป แต่ก็หน้าขึ้นสีระเรื่อ สักพักคีทก็กลับมาพร้อมอุปกรณ์และติดตั้งอยู่สักพัก โดยส่งสมุดตัวอย่างรอยสักรูปแบบอักษรต่างๆให้นันเลือก โดยที่คีทจะใส่ลวดลายลงไปให้ด้วย

“กูให้มึงเลือก” นันส่งสมุดภาพให้กับแม็ค แม็คก็รับมาเลือกอย่างสนใจ โดยมีนันนั่งมองอยู่เงียบๆ แม็คเปิดดูทีละหน้าจนได้แบบอักษรตามที่ชอบ

“มึงว่าแบบนี้โอเคมั้ย” แม็คถามความคิดเห็นของนันด้วย เพราะรอยสักนี้จะต้องอยู่บนมือของนัน

“ก็โอเคนะ มึงใส่ลวดลายลงไปเพิ่มได้ใช่มั้ยไอ้คีท” นันถามเพื่อนรักตัวเองกลับไป

“ได้ เข้าใจเลือกนี่หว่า” คีทพูดชมยิ้มๆ

“สนใจอยากสักชื่อไอ้นันบ้างมั้ย” คีทแกล้งถาม แต่แม็คยังไม่ทันจะได้ตอบ นันก็พูดขึ้นมาก่อน

“อย่าเลย กูชอบที่มันตัวเกลี้ยงๆแบบนี้” นันตอบกลับไป ทำให้แม็คร้อนหน้าวาบเพราะคีทมองกลับมาอย่างล้อๆ ก่อนที่จะลงมือสักให้นันทันที แม็คก็เปิดสมุดภาพพวกลายอื่นๆดูไปเรื่อยๆ นันก็มีเปิดดูอีกเล่ม ซึ่งเป็นภาพถ่ายคนที่สักกับคีทจริงๆ แล้วนันก็หยุดอยู่ที่รูปเนินอกของผู้หญิงที่มีรอยสักเป็นรูปตาข่ายดักฝัน

“ไอ้ที่จ้องอยู่น่ะ นมหรือรอยสัก” แม็คแกล้งถามกลับไป เขาไม่ได้เคืองอะไรแค่อยากแซวคนรักเท่านั้น นันยกยิ้มนิดๆ แม็คเลยอยากจะหาเรื่องแกล้งนันบ้าง เขาเปิดภาพหน้าอกผู้หญิงที่สักตาข่ายดักฝันกับบั้นท้ายของผู้ชายที่สักปีกนกสยายกางอยู่ที่ก้นทั้งสองข้าง

“ชอบแบบไหน” แม็คแกล้งถามกลับไป คีทเหลือบมองก็หัวเราะขำออกมาเบาๆ นันมองหน้าแม็คก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

ชอบแบบนี้ก็ชอบที่เป็นแบบนี้ 

ชอบแววตาแบบนี้ชอบรอยยิ้มแบบนี้ 

ก็ชอบคนนี้ 

จะเอาแบบนี้จะเอาที่เป็นแบบนี้ 

จะเอาแววตาแบบนี้จะเอารอยยิ้มแบบนี้ 

จะเอาคนนี้ 

Hoo baby 

ก็ชอบที่เป็นแบบเธอ 

เพลง ชอบแบบนี้ 

นักร้อง : หนามเตย 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++ 100% ++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

2 Be Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

โอ๊ยยย จะโดนลิขสิทธิ์เพลงมั้ยเนี่ย

555+ เอ็งจะร้องเพลงทุกตอนไม่ได้นะอินันนนนน

.. 

สามารถสนับสนุนยอนิมโดยการกดดาวได้แล้วนะคะ ^ ^  

ถ้าใครอยากจะให้อ่ะเนอะ คึคึ 

แต่ไม่ติดเหรียญจ้า อ่านฟรีกันยาวๆไปเลย 

ความคิดเห็น