LuciferNight

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 520

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มิ.ย. 2562 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 7
แบบอักษร

สามวันผ่านไป 

“คุณวิลครับ ปล่อยเถอะครับ เดี๋ยวพ่อแม่คุณเข้ามาเห็น” ผมพูดพร้อมดิ้นขลุกขลักแต่ดิ้นแรงไม่ได้เพราะกลัวคุณเขาจะเจ็บแผล 

ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่บนเตียงเดียวกับเขาเพราะตอนแรกคุณเขาอ้อนอยากนั่งใกล้ๆ ก็เลยยอมกระโดดขึ้นมานั่งแต่พอจะลงกลับโดนคนตัวสูงรั้งเอวเอาไว้แถมตอนนี้ยังรัดแน่นกว่าเดิมอีก 

นี่มันคนป่วยปลอมชัดๆ 

“ก็ฉันคิดถึงเธอนี่ ตั้งสามวันแล้วนะที่เราไม่ได้ใกล้ชิดกันเลย” เขาพูดพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้แบบเดาๆ แต่กลับเกือบจะโดนหน้าผม 

นี่ตาเขาหายแล้วรึเปล่าเนี่ย! 

“ฮื่อออออ ปล่อยผมเถอะนะ” ผมหมดหนทาง ทำได้แค่ส่งเสียงขอความเห็นใจ 

แต่คนตัวยักษ์ใจร้าย! 

เพราะนอกจากจะไม่ปล่อยแล้วยังใช้มือข้างนึงคลำหาใบหน้าของผมจนเจอและล็อกเอาไว้ก่อนจะก้มลงมาเรื่อยๆ 

ผมที่กำลังช็อคจึงจ้องมองเขากลับและลืมผลักเขาออก 

คิดถึงดวงตาคู่สวยของเขาจัง 

“จูบได้มั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยใกล้ชิด น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าเขาต้องการมันจริงๆ 

จะว่าไป 

ผมเองก็คิดถึงจูบของเราเหมือนกัน 

อ่า คิดอะไรเนี่ย 

ผมไม่ตอบอะไรคุณวิลแต่ค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้จนกระทั่งริมฝีปากตัวเองแตะกับริมฝีปากของเขา 

คนตัวสูงสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนตกใจแต่สุดท้ายก็ตอบกลับ 

แต่ครั้งนี้กลับดูมากกว่าครั้งไหนๆ 

จากที่ดูดดุนริมฝีปากกันไปมา คุณวิลก็ค่อยๆ สอดลิ้นร้อนเข้ามาในโพรงปากของผมและครั้งนี้ผมไม่ได้ขัดขืนหรือตื่นกลัว อาจจะเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายนั้นถูกปิดตาอยู่จึงไม่ได้รู้สึกเขินอายอย่างแต่ก่อน 

ความรู้สึกแปลกใหม่ทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย ลิ้นร้อนกวาดไปทั่วและพยายามหยอกเล่นกับลิ้นของผม 

“อื้อออ” ผมเผลอส่งเสียงออกมาเมื่อรู้สึกหวิวในอก 

ผมพยายามจูบตอบอย่างเงอะงะแต่ก็สู้คุณเขาไม่ได้และสุดท้ายก็หายใจแทบไม่ทัน คุณวิลยังใจดียอมผละออกเหมือนรู้ว่าผมต้องการอากาศหายใจมากกว่านี้ 

“หึหึ น่าเสียดายที่ไม่ได้มองหน้าเธอ คงน่าเอ็นดู”  

“ยังจะมาพูดอีก ปล่อยเลยครับ” ผมดุเขาก่อนจะขยับลงจากเตียงซึ่งครั้งนี้คนตัวโตไม่ได้รั้งไว้ 

ดีนะที่ไม่มีคนเข้ามาเห็นสิ่งที่เราทำ ไม่งั้นผมคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน 

แต่คิดแล้วก็หน้าร้อนเป็นบ้า 

ฮื่อออออ 

 

 

สองวันผ่านไป 

วันนี้แพทย์มาตรวจอาการของคุณวิลและเป็นข่าวดีมากๆ เพราะดูเหมือนว่าตาของเขาจะเหายเป็นปกติแล้ว 

“ตาของผู้ป่วยหายแล้วนะครับแต่อาจจะมีอาการตาแห้งหรือแสบตาบ้างแต่ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์จะเป็นปกติแน่นอน ส่วนขายังต้องใส่เฝือกเอาไว้สักเดือนแล้วหมอจะตรวจอีกทีแต่ผู้ป่วยสุขภาพแข็งแรงและฟื้นตัวเร็วมากหมอคิดว่าไม่เกินสองเดือนก็คงจะหาย” แพทย์หันมาพูดเป็นภาษาอังกฤษกับพวกเราสามคน คุณพ่อคุณแม่(คุณเอมิลี่ให้เรียกแบบนี้)และผม ส่วนคุณธเนศอยู่ที่บริษัทเพื่อจัดการงานที่คั่งค้าง 

“ขอบคุณมากครับ” ผมเอ่ยขอบคุณก่อนที่แพทย์จะเดินออกไป 

คุณพ่อและคุณแม่เดินเข้าไปหาคุณวิลที่ตอนนี้ดวงตากลับมามองเห็นอีกครั้ง ผมเองก็เดินเข้าไปหาเหมือนกัน 

“เป็นไงล่ะ ต้องนอนโรงพยาบาลอีกเป็นเดือน” คุณแม่พูด 

“ทีหลังก็ขับรถให้มันช้าๆ หน่อย” คุณพ่อบอก 

“ครับ ผมจะขับรถช้ากว่านี้ จะระวังมากขึ้น” คนตัวสูงตอบกลับ 

ผมไม่ได้พูดอะไรเพราะเห็นว่าคุณวิลกำลังคุยกับครอบครัวอยู่แล้วก็ขอตัวลงไปซื้อข้าวกิน 

เมื่อซื้อข้าวเสร็จก็เดินไปที่ลิฟท์แต่พอลิฟท์เปิดออกมาก็เจอกับพ่อแม่ของคุณวิล 

“อ้าว จะไปไหนกันครับ” ผมถามเพราะจำได้ว่าพวกท่านกินข้าวเช้ากันไปแล้ว 

“พวกเราว่าจะกลับบ้านแล้วก็จัดการเรื่องงานแทนวิลเขาสักหน่อยน่ะ” คุณพ่อเป็นคนตอบ 

“เราอาจจะไม่ได้มาหลายวัน ฝากดูแลวิลหน่อยนะจิ เวลาเขาป่วยแบบนี้น่ะไม่ค่อยยอมให้คนไม่สนิทมายุ่งวุ่นวาย จิช่วยดูแลทีนะลูก” คุณนายมาร์ตินบอกพร้อมลูบหัวผมเบาๆ ผมจึงยิ้มให้พวกท่าน 

“ครับ ผมจะดูแลเขาเป็นอย่างดี”  

หลังจากคุยกันเสร็จเราก็แยกย้ายกัน  

ผมกลับขึ้นมาที่ห้องก็เห็นคุณวิลกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกำลังเหม่อ ผมวางข้าวลงบนโต๊ะและเดินไปหาเขา 

“คุณวิลเป็นอะไรมั้ยครับ” ผมพูดพร้อมเอามือแตะที่แขนเขาเบาๆ 

ร่างสูงหันมาก่อนจะยิ้มให้ เขาฉวยมือผมที่วางอยู่บนแขนไปกุมเอาไว้และตามมาด้วยจูบเบาๆ ที่หลังมือผม 

“คิดถึง” คำพูดสั้นๆ แต่เล่นเอาผมใจสั่น 

“ฮื่อ ก็เจอกันทุกวัน”  

“ไม่ได้เห็นหน้าตั้งหลายวัน ถึงจะได้จูบแต่ก็ไม่ได้มองหน้าตอนนั้น เรามาทำอีกทีมั้ย โอ๊ย!” พอคุณวิลหันมาพูดประโยคสุดท้ายกับผม ผมก็ฟาดมือลงบนแขนเขา 

มันน่าตีให้ตายเลยเชียว! 

“พูดอะไรแบบนั้นออกมาหน้าตาเฉยได้ยังไงกันครับ!” 

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ก็ในห้องนี้มีแค่เรา” 

“คนน่าไม่อาย” ผมบ่นออกมาเป็นภาษาไทย ทำให้คุณวิลคิ้วขมวดเป็นปมเลย 

“นั่นด่าฉันใช่มั้ย?”  

“เปล่าครับ ผมบอกว่าหิวข้าว ขอตัวไปทานข้าวก่อนนะครับ”  

“อื้ม” คุณวิลตอบพร้อมพยักหน้า ผมจึงเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะและจัดการข้าวตรงหน้า 

เมื่อเอากล่องข้าวไปทิ้งแล้ว ผมก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วยที่ตอนนี้มีคุณวิลกำลังดูอะไรบางอย่างในแท็ปเล็ตมาสักพักแล้ว 

“คุณวิล อย่างจ้องจอนานๆ สิครับ หมอก็บอกอยู่ว่าช่วงนี้จะตาแห้งบ่อย” ผมอดจะเอ็ดคนโตกว่าไม่ได้ 

“เอาน่า หมอก็ให้ยาหยอดตาไว้แล้วนี่ นิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นอะไรหรอก” คุณวิลตอบกลับทั้งๆ ที่ตายังมองจออยู่ด้วยซ้ำ 

“ทำไมโตแล้วยังดื้ออีกล่ะครับ”  

“นี่หัดดุฉันแล้วหรอ?” คราวนี้คุณเขาละสายตาจากจอขึ้นมามองผม 

“ก็ดูคุณสิ มันน่ามั้ยล่ะ” 

“โอเคๆ ฉันขอแค่สิบนาทีแล้วจะเลิก ได้มั้ย” คุณวิลยกมือขึ้นมาทั้งสองข้างอย่ายอมแพ้ 

“ก็ได้ครับ แต่ถ้าตาแห้งแล้วไม่ต้องมาขอให้ผมหยอดตาให้ล่ะ” ผมพูดจบก็เดินไปนั่งที่โซฟาให้เอามือถือขึ้นมาเล่นบ้าง 

ระหว่างที่เล่นผมกำลังเล่นก็เงยหน้ามองเขาเป็นพักๆ เห็นร่างสูงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดก่อนจะยิ้มขำออกมา 

ทำอะไร? 

แต่ก็เลือกที่จะเมินและนั่งเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยแต่จนกระทั่งครบสิบนาทีคุณเขาก็ยังไม่วางแท็ปเล็ตลง 

“คุณวิลครับ สิบนาทีแล้วนะ” ผมพูดพร้อมเดินไปหาเขา 

“โอเคๆ วางแล้ว” เขาตอบกลับและยอมปิดหน้าจอก่อนจะวางไว้ข้างตัว 

“ดีมากครับ อยากทานอะไรมั้ย ผมจะได้ไปซื้อให้” 

“ไม่ล่ะ…เธอนั่งนี่ได้มั้ย ฉันมีเรื่องจะถามเธอเยอะเลย” คนตัวสูงพูดพร้อมยื่นมือมาจับมือผม 

“ครับๆ” ผมนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง 

“คือ เรื่องงานแต่งงาน ฉันจองโบสถ์ไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นโบสถ์ที่ฉันเคยพาไปบ่อยๆ นั่นแหละ แต่ฉันยังไม่ได้เลือกการ์ด ฉันอยากให้เราเลือกด้วยกัน” 

“อ่า ก็ได้ครับ แล้วนัดเขาไว้หรือยังครับ” 

“นัดแล้ว วันนี้ ที่นี่” 

“หา วันนี้เลยหรอครับ” ผมถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง 

“ใช่ เขาจะมาบ่ายสองโมงครึ่ง”  

“อ่า ครับ” ผมฟังแล้วก็รู้สึกใจเต้นแรง 

ผมกำลังจะแต่งงานแล้ว 

กับเศรษฐีชื่อดังอีกด้วย 

“ตื่นเต้นหรอ” สงสัยผมคงแสดงสีหน้าแปลกๆ ออกไป คุณวิลเลยเอ่ยถาม 

“ก—ก็นิดหน่อยครับ” ผมตอบเสียงเบา 

“ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างจะต้องออกมาดี”  เขาพูดจบก็ลูบหัวผมเบาๆ ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น 

“แต่ว่าคุณจะหายทันหรอครับ กว่าจะหายคงเป็นเดือนเลย” 

“ความจริง..ฉันให้เนศไปแจ้งเลื่อนออกไปแล้วเป็นเดือนมีนาแทน วันที่ 26 มีนา” คุณวิลพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด 

“คุณอย่าทำเสียงแบบนั้นสิครับ เลื่อนออกไปหน่อยไม่เห็นไปอะไรเลย มันก็คงดีกว่าให้เข้าพิธีด้วยไม้ค้ำนะครับ” ผมพูดติดตลกเพื่อให้คนตัวใหญ่คลายความเครียดลงซึ่งมันก็ได้ผลเพราะคุณเขายิ้มออกแล้ว 

“หึหึ นั่นสินะ” 

หลังจากนั้นเราก็แลกเปลี่ยนกันเรื่องสถานที่และคอนเซปท์งาน ของชำร่วย และการ์ดเชิญ เพื่อที่พอพวกเขามาจะได้ไม่เสียเวลามากนัก 

 

เวลาบ่ายสองโมงครึ่งคนที่นัดไว้ก็มาถึง เป็นผู้หญิงสองคนถือแฟ้มหรืออะไรสักอย่างมาด้วย 

“สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นตัวแทนมาจากบริษัทxxxที่คุณวิลเลียม มาร์ตินนัดไว้ค่ะ” ผู้หญิงคนนึงที่ดูน่าจะอายุสักสามสิบกว่าๆ เอ่ยสวัสดีผมและคนที่นั่งอยู่บนเตียง 

ผมพาพวกเขามานั่งที่โซฟาที่ผมให้คนขยับเข้าไปใกล้ๆ เตียงเพื่อให้คุณวิลได้รับรู้ด้วย 

เราช่วยกันเลือกโดยที่ส่วนใหญ่ผมจะเป็นคนเลือกซะมากกว่าเพราะไม่ว่าผมจะยื่นแบบไหนไปให้คุณเขาดูเขาก็เออออตามไปหมด 

 

 

วันที่ 31 ธันวาคม เวลา 23:50 น. 

“คุณวิล อีกสิบนาทีก็จะเข้าปีใหม่แล้ว ตื่นเต้นมั้ยครับ” ผมถามคนข้างกายอย่างตื่นเต้น 

ตอนนี้ผมขึ้นมานั่งบนเตียงข้างๆ คุณวิลให้เขาโอบเอวไม่ปล่อยเพราะเห็นว่าวันนี้เป็นวันดีถึงยอมตามใจเขาบ้าง 

“ตื่นเต้นสิ เพราะปีนี้ฉันมีเธออยู่ด้วย” 

“บ้า พูดอะไรของคุณเนี่ย” ผมพูดพร้อมตีแขนเบาๆ ไปที 

“ยังมีอีกหลายอย่างที่เธอยังไม่รู้ ฉันจะบอกเธอหลังจากเราแต่งงานกัน”  

“บอกวันนี้ไม่ได้เหรอครับ” 

“ไม่ มันยังไม่ถึงเวลา” 

หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่อ ทำเพียงมองออกไปนอกหน้าต่างรอเวลาข้ามปีที่จะได้เห็นพลุสีสวยๆ 

“จิ” ผมหันไปตามเสียงเรียกของคนข้างกาย 

“ครั—อื้อออ” แล้วคำพูดของผมก็ถูกกลืนหายไปหมดเมื่อเขากดจูบลงมา 

เป็นเพียงการแนบริมฝีปากกันเท่านั้นแต่ก็ทำให้อุ่นไปทั้งหัวใจ 

ปุ้ง! 

แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เวลาได้ย่างเข้าสู่ปีใหม่ 

“Happy new year” เราพูดมันออกมาพร้อมกัน 

ปีใหม่ครั้งนี้มีอะไรมากกว่าที่ผมคาดไว้เยอะเลยล่ะ 

 

 

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 

“ผู้ป่วยหายแล้วนะครับ วันนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วแต่ยังวิ่งหรือกระโดดรวมถึงยกของหนักไม่ได้นะครับต้องรอพ้นสองเดือนไปก่อน” คำพูดของแพทย์ตรงหน้าทำให้ทุกคนในห้องยิ้มออก 

ระยะเวลาหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาคุณวิลได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและกายภาพบำบัดตามตารางเวลาอย่างเคร่งครัด ทำให้ขานั้นกลับมาเดินได้อีกครั้งภายในเวลาไม่ถึงสองเดือนซึ่งถือว่าเร็วมาก ตอนนี้ได้เวลาพาคนป่วยกลับบ้านเสียที 

ความจริงผมเริ่มไปฝึกงานที่บริษัทพ่อแล้วซึ่งเริ่มทำตั้งแต่ 7 มกราคม เกือบทุกวันนี้ต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างบริษัทกับโรงพยาบาลจนโรงพยาบาลแทบจะเป็นบ้านอีกหลังของผมแล้ว ถ้าถามว่าเหนื่อยมั้ยมันก็เหนื่อยแต่เพราะคุณวิลยังอยู่ที่นี่ผมถึงพยายามที่จะมาให้ได้ถึงแม้คุณเขาจะบอกผมว่าไม่ต้องมาบ่อยๆ แล้วก็ตาม 

หลังจากแพทย์ออกจากห้องไป พ่อแม่คุณวิลและผมก็เดินเข้าไปหาเขาที่นั่งห้อยขาอยู่บนเตียง 

“ได้ออกสักทีนะ จะได้ไปวัดตัวถ่ายรูป เลือกแหวน แม่น่ะตื่นเต้นไปหมด” คุณแม่พูดอย่างตื่นเต้น 

“โธ่ นึกว่าดีใจที่ผมหาย” ร่างสูงพูดอย่างไม่จริงจังนัก 

“คนอย่างแก ฉันรู้หรอกว่าถึกทนแค่ไหน แค่นี้น่ะเรื่องเล็ก” คุณนายมาร์ตินตอบกลับ 

“พอๆ ทั้งคู่เลย เก็บของกลับกันดีกว่า” แล้วคุณพ่อยุติสงครามขนาดย่อมลง 

สามคนพ่อแม่ลูกช่วยกันเก็บของต่างๆ ใส่กระเป๋า ส่วนผมก็ไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย 

 

 

เมื่อกลับมาถึงเพนท์เฮาส์ผมก็ให้สามคนพ่อแม่ลูกนั่งคุยกันที่โซฟารับแขก ส่วนตัวก็ไปเอาน้ำดื่มมาให้และเอาของที่กลับจากโรงพยาบาลไปเก็บ พอเสร็จก็ไปนั่งคุยกับพวกเขา 

“พรุ่งนี้เราไปวัดไซซ์ตัดชุดแล้วก็เลือกแหวนกันนะ เนศจะมารับเก้าโมงเช้า” คุณวิลหันมาบอกหลังจากผมนั่งลงข้างเขา 

“ครับ”  

หลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อและคุณแม่ก็ขอตัวกลับทำให้เหลือแค่ผมกับคุณวิล 

ผมเห็นว่าจะเที่ยงแล้วจึงเอ่ยถามคนข้างกาย 

“คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ย ผมจะสั่งอาหารให้” 

“ไม่ทำเองหรอ” เขาถามกลับ 

“อ่า ทำเองก็ได้ครับแต่เห็นว่าคุณอยู่ในโรงพยาบาลมาตั้งนาน เผื่อจะอยากทานอะไรป็นพิเศษ” 

“อาหารที่เธอทำ นั่นแหละพิเศษ”  

อ่า 

บ้าจริง หน้าผมร้อนไปหมดเลย 

“อ—เอ่อ แต่ของในตู้เย็นมีไม่ค่อยเยอะ คงทำอะไรมากไม่ได้นะครับ”  

“ไม่เป็นอะไรหรอก ขอเป็นอาหารไทยได้มั้ย” 

“ครับ ผมจะลองดู” ผมพูดก่อนจะลุกเข้าครัวไป 

สรุป อาหารที่ผมทำได้ก็คือ ผัดผักกับแกงเขียวหวานธรรมดาเท่านั้นแต่คุณเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เราก็แค่ทานกันไปเงียบๆ 

ตกบ่ายเราก็มานั่งกันอยู่ที่เดิมคือโซฟารับแขกแล้วก็เปิดรูปเพื่อนๆ ของกันและกันให้ดู  

เพื่อนของคุณวิลน่ะหล่อดูดีกันทุกคนเลย นี่มันกลุ่มหนุ่มฮ็อตชัดๆ 

“เพื่อนคุณดูดีกันทุกคนเลย นี่คัดหน้าตามาเป็นเพื่อนกันรีไง” ผมอดถามเขาไม่ได้ 

คุณเขาระเบิดหัวเราะออกมาก่อนจะตอบ 

“ใครเขาจะทำแบบนั้น หืม เพื่อนเธอเองก็ใช่ย่อยแต่ก็สู้ฉันไม่ได้น่ะนะ” 

“อื้มหืม จริงๆ แล้วคุณเป็นคนแบบนี้ใช่มั้ยครับเนี่ย” ผมถามแบบหยอกๆ 

หลงตัวเองเหมือนกันนี่นา 

เรานั่งคุยกันสักพักก็มีสายเรียกเข้ามือถือผม 

พีโทรมา 

“อ่า เพื่อนผมโทรมา ขอตัวแป็บนึงนะครับ” ผมพูดกับคนข้างกาย 

เมื่อคุณวิลพยักหน้าผมก็เดินเข้าไปคุยในครัว 

“ฮัลโหล”  

(จิอยู่ไหน! นี่ปิดเทอมไปหาที่ห้องก็ไม่เจอ พอไปหาที่บริษัทก็กลับบ้านเร็วทุกวัน โทรนัดก็ไม่เคยว่าง วันนี้ไปหาที่บริษัทอีกก็ไม่มาทำงาน! อะไรเนี่ย! ยังอยู่ในไทยใช่มั้ย!) อืมหืม มาเป็นชุด 

“ก็ปิดเทอมเราไปเที่ยว ตอนฝึกงานเราก็เหนื่อยเลยกลับบ้านเร็วไง ส่วนวันนี้ที่หยุดก็…” โอ้ย ก็อะไรดี 

(ก็อะไร นี่แอบทำอะไรอยู่รึเปล่าเนี่ย ดูมีพิรุธน้า) 

“พ—พิรุธอะไรเล่า วันนี้เรามีธุระเลยลาหยุด แปลกตรงไหน” 

(แปลกตรงนี้แหละ คนอะไรฝึกงานบริษัทพ่อตัวเองแท้ๆ แต่ดูยุ่งเหลือเกิน) 

“ถึงเราจะเป็นลูกซีอีโอแต่พ่อก็ไม่เคยให้สิทธิพิเศษหรอกนะ ใช้งานเหมือนลูกน้อยธรรมดาเป๊ะ” เรื่องนี้นี่ยอมไม่ได้จริงๆ ต้องอธิบายว่าผมน่ะทำงานเหมือนคนปกติเลย ถ้าไม่มีคนรู้นามสกุลผมก็คงคิดว่าผมเป็นพนักงานธรรมดาไม่ใช่ลูกประธานบริษัท 

(จ้าๆ แล้วมีวันไหนจะว่างบ้างมั้ย อยากนัดแฮงค์เอาท์บ้าง) 

“เอ่อ คงวันเสาร์มั้ง”  

(ดี! งั้นเสาร์นี้เจอกันที่ร้านบ้านเพื่อน) พีนัดเสร็จสรรพ 

“เห้ยเดี๋ยว แต่นั่นมันร้านเหล้านะ” 

(ทำอย่างกับไม่เคยเข้าไปได้ เดี๋ยวสั่งน้ำอัดลมให้ โอเคป้ะ) 

“เห้อ ก็ได้ๆ” 

(เยี่ยม! โทรไปนัดไอ้สองคนนั้นด้วยดีกว่า บาย!) แล้วพีก็วางสายไปเลย 

เห้อ อะไรของเขา 

ผมวางโทรศัพท์อย่างปลงๆ ก่อนจะเดินกลับไปหาคนตัวสูงที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม 

“คุณวิล เสาร์นี้ผมไม่อยู่นะครับ เพื่อนนัดออกไปแฮงค์เอาท์กัน” ผมพูดหลังจากนั่งลงแล้ว 

“ที่ไหนล่ะ มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รึเปล่า”  

“มีครับ มันเป็นร้านเหล้าเลยแหละ แหะๆ” ผมตอบพร้อมยิ้มแห้งๆ 

“เห้อ ยังไงฉันก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเธออยู่แล้วนี่” คุณวิลพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนผมรีบพูดแก้ขึ้นมา 

“ได้สิครับ! ถ้า..คุณไม่อยากให้ไปผมก็จะไม่ไป”  

“ถ้างั้นเธอไปเถอะแต่ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ เข้าใจมั้ย ที่อโคจรแบบนั้นไม่รู้ว่าใครดีใครร้าย ต้องระวังตัวให้มากๆ” พอผมได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกดีใจเล็กๆ ไม่ใช่เพราะเขาให้ไป 

แต่เพราะเขาเป็นห่วง 

“ครับบบบบ ผมจะดูแลตัวเองดีๆ คุณนี่เตือนผมอย่างกับพ่อ” ผมพูดจบก็ทำปากยื่น 

แต่อยู่ๆ คุณวิลก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้และจับปลายคางผมไว้ 

“เปลี่ยนจากพ่อเป็นแฟนได้มั้ย” 

 

----- 

รีไรท์ : 21/06 

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดเน้อ ไรท์รีบมากเลยเอามาลงให้อ่านกันไปพลางๆ ก่อน เดี๋ยวมาตรวจใหม่อีกทีนะคะ 

ถ้าชอบหรือไม่ชอบ เห็นความผิดพลาดตรงไหนก็เม้นท์บอกได้นะคะ 

ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามอยู่นะคะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}