จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

(ภาคทาลิส..ล่าข้ามภพ..) ภาระใหม่จากองค์เทพอสูร

ชื่อตอน : (ภาคทาลิส..ล่าข้ามภพ..) ภาระใหม่จากองค์เทพอสูร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2562 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(ภาคทาลิส..ล่าข้ามภพ..) ภาระใหม่จากองค์เทพอสูร
แบบอักษร

 

ภาคใหม่มาแล้วนะคะ..อ่านต่อเนื่องกันไปเลย

............

ในที่สุด...

ทุกอย่างก็สิ้นสุดลงแล้ว...

ด้วยฝีมือของแม่ทัพแมวหลวง..การจัดการกับบริวารของผู้บงการชุดม่วง..ร่วมกับจินดาพิสุทธิ์บุตรสาว..ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น..เมื่ออจินไตยกับมุกดาราปรากฏกาย..และบอกว่า..ทั้งผู้บงการชุดม่วงและพิรุณเลือดตายหมดสิ้นแล้ว

หัวไม่อยู่..หางก็แตกพ่าย..

ทุกคนย้อนไปดูศพของศัตรูทั้งสองอีกครั้ง..มุกดาราเล่ารายละเอียดทั้งหมด..ก่อนจะพูดขึ้นว่า..

“..ข้าประหลาดใจนัก..ไฉน..พิรุณเลือดถึงโง่งมปานนั้น..”

“..จะว่าไป..ความเลอะเลือนในบางทีก็ฆ่าตัวให้ตายได้..นางมั่นใจกับอำนาจเทพของนางจนเคยตัว..เป็นสาเหตุสำคัญให้ประมาทจนเสียชีวิต..”แม่ทัพแมวหลวงพูด.. “..นึกไม่ถึง..เรารบกับนางตั้งแต่มิติบ้านเกิด..เป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด..เหนือกว่าแวมไพร์ทุกตัวที่เคยเผชิญ..แต่กลับมาตายด้วยมือของมุกดาราที่น่ารักสดใสปานนี้..”

เรนนิ่งคิด..ก่อนจะพูดว่า..

“..เรื่องราวลำดับต่อไป..พวกท่านช่วยจัดการต่อด้วย..เชื้อร้ายแห่งภพของเทพอสูรถูกกำจัด..บัดนี้..การกระทำอันใดของคนในภพนี้หรือแม้แต่แคว้นสนธยา..ท่านจะไม่ยุ่งเกี่ยวทั้งสิ้น..”

แม่ทัพแมวหลวงพูดขึ้นว่า..

“..จริง ๆ ยังขาดอีกเรื่องหนึ่งที่องค์เทพอสูรต้องทราบ..นั่นคือเรื่องการกระทำของฮัล เวสท์ หรือปราชญ์ม่วงครามของภพนี้..ก่อนหน้าเขาแพร่กระจายตัวเองไปยังภพและช่วงเวลาต่าง ๆ มิติต่าง ๆ ..ซึ่งอาจจะเป็นเชื้อร้ายสำหรับทุกจักรวาลต่อไป..”

“..เรื่องนี้ไม่เพียงเกี่ยวพันกับเทพอสูร..ยังจะเกี่ยวพันกับเทพและผู้ปกครองในแต่ละมิติอีกมาก..เรื่องนี้ฉันจะหารือกับองค์เทพอสูรอีกครั้ง..แต่สำหรับร่างของเชื้อร้ายทั้งสอง..คงต้องเอาไปเก็บในที่ ๆ สมควรก่อน..”

เรนวางมือกับร่างของพิรุณเลือดและผู้บงการชุดม่วงที่ลากมานอนอยู่ด้วยกัน..ก่อนจะเอ่ยเอื้อนเพลงเทพส่งวิญญาณ..แล้วร่างของนางก็หายวับไปพร้อมกับร่างของ “เชื้อร้าย”ทั้งสอง..

แม่ทัพแมวหลวงเป่าปาก..หันมาทางเจ้าแคว้นสนธยาและเจ้าตำหนักชิงพลบ..

“..ท่านทั้งสอง..สมควรจะกลับแคว้นสนธยาได้แล้ว..เรื่องราวในแคว้นสนธยา..ท่านสางฟ้าคงจัดการให้เรียบร้อย.”

เจ้าแคว้นสนธยายิ้มพลางพูดขึ้นว่า..

“..ใจจริง..ข้ายังไม่อยากกลับแคว้น..แต่ก็จนใจ..”

“..ท่านมีอันใดที่จะต้องอยู่..”

“..ข้าไม่ได้ต้องการอยู่ที่นี่..แต่ต้องการร่วมงานแต่งงานของลูกมุกดารากับลูกจินดาพิสุทธ์..น่าเสียดายที่งานแต่งงานระหว่างลูกมุกดารากับอจินไตย..ข้าไม่ได้ร่วมด้วย..แต่ไม่เป็นไร..เพราะไม่ว่าอย่างไร..สามเจ้าหญิงก็ยังอยู่ด้วยกันอยู่ดี..เป็นเรื่องที่วิเศษนัก..”

มุกดาราเขินอายเล็กน้อย..เจ้าตำหนักชิงพลบหรือลุงของอจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..เรื่องราวทั้งหมด..ลูกมุกดาราช่วยเหลือได้มาก..สมกับเป็นเจ้าหญิงสะใภ้ของแคว้นสนธยาเรา..”

มุกดาราเก้อเขิน..อจินไตยยิ้มให้..

“..ท่านคิดจะจัดการศัตรูอยู่คนเดียว..ทั้งพิรุณเลือดและผู้บงการชุดม่วง..ล้วนแต่ตายด้วยมือท่าน..แต่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะถ้าไม่ได้ท่าน..ผู้ที่ต้องตกตายอาจจะเป็นข้าซึ่งถือเป็นการตายครั้งที่สองเสียเองแล้ว..”

นางโอบร่างมุกดารา..จุมพิตที่หน้าผาก..

“..นับวัน..ข้าจะรักท่านมากยิ่งขึ้น..มุกดารา..”

เสียงครางของจินดาพิสุทธิ์ทำให้ทุกคนหัวเราะ..

มุกดาราอดจับมือเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราไม่ได้..

“..ท่านพี่..ข้าไม่ว่าอย่างไรก็รักท่านเช่นกัน..”

“.ขโมยซีนหมดเลย..อจินไตย..”เหมือนเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์จะเซ็ง ๆ เล็กน้อย..

อจินไตยโอบร่างจินดาพิสุทธิ์..ยิ้มพลางพูดขึ้นว่า..

“..ไม่ว่าอย่างไร..เธอก็ยังเป็นที่รักของฉันเสมอแหละริต้า..”

.....

เจ้าแคว้นสนธยาและเจ้าตำหนักชิงพลบ..กลับแคว้นสนธยาด้วยอำนาจพลังที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง..แต่การฟื้นคืนพลังคงทำได้ไม่ยาก..หากจะให้ท่านผู้เฒ่าแห่งอากาศธาตุช่วยเหลือ..

ส่วนบริวารที่กลายเป็นทหารปีศาจของเทวีแวมไพร์..ไม่ช้า..ยาแก้ที่ใช้เลือดของศศินาเป็นองค์ประกอบสำคัญ..ก็ทำให้ทุกคนคืนสภาพ..และรีบขนย้ายกลับแคว้นสนธยาโดยเร่งด่วน..

ศศินาแพคเกจ..รวมทั้งสององครักษ์นางกำนัลของจินดาพิสุทธิ์..สามารถเปิดโปงการแฝงตัวของสำนักพรายฟ้าในวังแห่งแคว้นต่าง ๆ ..ทำให้ทุกแคว้นลงมติ..ส่งทหารเข้าไปตรวจสอบในแคว้นอุตระ..

แคว้นอุตระเห็นพันธมิตรทั้งสี่แคว้นรวมตัว..ไหนเลยจะกล้าทำอันใดได้..ท้ายสุด..ก็ต้องถูกตรวจสอบยอดเขามัชฌิมา..ทหารพันธมิตรทั้งสี่แคว้น..ต่างลงมติ..ส่งทหารมาเฝ้าเทือกเขาปัญจาเพื่อไม่ให้แคว้นอุตระซ่องสุมกำลังคิดค้นสิ่งแปลกประหลาดเพื่อเป็นภัยแก่สี่แคว้นได้อีก..

ภัยร้ายหมดสิ้นไปแล้ว..

ถึงเวลาของความสุข..

และเป็นช่วงเวลาเฉลิมฉลองสมรสของเจ้าหญิงทั้งสามที่แคว้นจันทรา..แม้อจินไตยจะทำพิธีแต่งงานกับมุกดาราไปแล้ว..แต่การเฉลิมฉลอง..ก็ทำไปพร้อมกันกับการฉลองของพิธีแต่งระหว่างจินดาพิสุทธิ์กับมุกดารา..

พิธีที่น่าอิจฉา..ไม่มีใครคาดคิดว่า..เจ้าหญิงทั้งสามจะอยู่ด้วยกัน..เป็นของกันและกัน..

ก่อนหน้าถึงวันเฉลิมฉลอง..ราชินีจันทราโสมมวดีทำพิธีแต่งงานให้มุกดาราและจินดาพิสุทธิ์ตามประเพณีของแคว้น.ซึ่งเรียบง่าย..

เมื่อถึงพิธีฉลอง..แคว้นจันทราถือเป็นหน้าเป็นตา..เมื่อมีชาวต่างแคว้น..ต่างเข้ามาร่วมเฉลิมฉลองอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน..

เจ้าหญิงทั้งสาม..ต่างก็ขลุกอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข..

ครบเจ็ดวัน..การเฉลิมฉลองก็สิ้นสุด..

ทุกอย่างนิ่งสงบอีกครั้ง..

แม้แต่ในห้องนอนแสนสุขของจินดาพิสุทธิ์ห้องนี้..

เตียงที่ใหญ่กว่าเดิม..เป็นสวรรค์ของเจ้าหญิงทั้งสาม..ที่นอนกอดกันอย่างอบอวลไปด้วยความรักมิจืดจาง..

จินดาพิสุทธิ์ตื่นก่อน..เมื่อลุกขึ้น..เห็นภรรยาทั้งสองนอนขนาบซ้ายขวา..ก็อดยิ้มไม่ได้..

อจินไตยและมุกดารา..เมื่อสามีตื่น..ก็รีบตื่นเช่นกัน..

ทั้งสามเจ้าหญิงช่วยกันจัดผมเผ้าให้กัน..ก่อนจะสั่นกระดิ่งให้พนักงานรับใช้ของวังจัดหาน้ำอุ่นและเครื่องสีฟัน..

“.ท่านพี่..วันนี้แล้วใช่ไหม..”มุกดาราถาม..

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ใช่..นี่คือความประสงค์ของท่านด้วยมิใช่รึ..”

“..บางครั้ง..ข้าก็นึกสนุกกับการทำเช่นนี้..แต่ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร..บางขณะข้าก็อยากจะมีชีวิตที่สุขสงบอีกแบบ..ท่านเห็นด้วยหรือไม่..”

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..มุกน้อย..เรายังมีเรี่ยวแรง..ยังสามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้..ก็ทำไปก่อนเถิด..อย่าวิตกอันใดเลย..ท่านดูจะแก่ก่อนวัยไปแล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะกับคำหยอกล้อ..

“..อจินไตย..อย่าแกล้งนางเลย..”พลางหยิบบางอย่างขึ้นมา..เป็นลูกแก้วที่ได้มาจากมุกดารา..

มุกดาราอดถามไม่ได้..

“..ท่านพี่..นี่คือลูกแก้วมนตราของท่านที่ถูกพิรุณเลือดดึงออกไป..”

“..ข้ามีเพียงลูกเดียว..แต่อีกลูกหนึ่ง..เป็นของเจ้าชายอนันตรัย..เพราะแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกไม่ยอมรับเขา..และอจินไตยทำให้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของอนันตรัยมาอยู่กับข้า..”

จินดาพิสุทธิ์ยื่นลูกแก้วลูกนั้นให้มุกดารา..

“.มุกน้อย..แม้เราจะมีแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกที่ฝึกได้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา..แต่สำหรับท่าน..ข้าต้องการจะมอบของสำคัญสักหนึ่งสิ่งให้ท่าน..โปรดรับลูกแก้วลูกนี้ไปด้วย..”

มุกดาราทำคิ้วฉงน..

“..ข้ามอบสายรัดเอวแห่งวาโยให้อจินไตย..นี่คือของล้ำค่าของข้า..และท่าน..ก็สมควรจะได้ของล้ำค่าชิ้นหนึ่งเช่นกัน..ตลอดเวลา..ยังไม่อาจจะหาของล้ำค่านั้น..จนกระทั่งได้ลูกแก้วมนตราคืนมานั่นแหละ..”

จินดาพิสุทธิ์พูด..พร้อมกับหันไปทางอจินไตย..

“..ท่านคงไม่ว่านะ..หากจะทำเช่นนี้..”

“..ท่านมีภรรยาสองคน..สมควรจะให้ความเท่าเทียม..ข้าก็รักมุกน้อยเช่นกัน..เรื่องพวกนี้..ไหนจะว่ากล่าวอันใด..”

อจินไตยสีหน้าเรียบเฉย..สีหน้ายินดีไปกับมุกดารา..

ไม่ช้า..เจ้าหญิงทั้งสามก็ล้างหน้าสีฟัน..อาบน้ำสรงสนาน..แต่งเนื้อแต่งตัว..และไปยังที่ว่าราชการของวังจันทรา..เสาะหาราชินีจันทราและแม่ทัพแมวหลวง..

เจ้าหญิงทั้งสามแต่งกายด้วยชุดที่คล้ายกัน..คือชุดขาวกะทัดรัด..มีแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกห้อยอยู่ข้างกาย..บัดนี้..มุกดารามีถึงสี่ชายแพร..จินดาพิสุทธิ์ก็มีสี่ชายแพรดังเดิม..แต่อจินไตยมีสองชายแพร..เพียงแต่รัดสายรัดเอวแห่งวาโยสีเขียวไว้ด้วย..

เจ้าหญิงทั้งสามคุกเข่าที่หน้าองค์ราชินีจันทรา..ซึ่งอยู่เคียงข้างแม่ทัพแมวหลวง..พร้อมกับขุนนางแคว้นจันทราทุกคน..แต่ละคนมีสีหน้าแช่มชื่นยินดี..

จินดาพิสุทธิ์พูดว่า..

“..ลูกทั้งสามขอยืนยันเจตจำนงเดิม..ลาท่านแม่กับนายแม่..เพื่อท่องทั่วแผ่นดินห้าแคว้น..พิทักษ์รักษาคุณธรรม.”

ราชินีจันทราลงจากบัลลังก์..ดึงจินดาพิสุทธิ์มาสวมกอด..

“.,ลูกแม่..ลูกทำในสิ่งที่สมควร..ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ..”

พลางดึงร่างอีกสองเจ้าหญิงมาสวมกอด..อวยพรตามสมควร..

“..หากลูกทั้งสามเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางแล้ว..ก็เร่งกลับมาพักผ่อนที่นี่..แคว้นจันทราคือบ้านของลูกทั้งสามเสมอ..”ราชินีจันทราพูด..

แม่ทัพแมวหลวงเดินลงมา..พูดขึ้นว่า..

“..วิชาอากาศมนตราที่ลูกทั้งสามมี..สามารถพิทักษ์คุณธรรมได้เกินพอ..ไร้ผู้ต่อต้าน..มีอำนาจมากมายหลากหลาย..ขอให้ใช้วิชาอากาศมนตราให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมอย่างแท้จริง..”

เจ้าหญิงทั้งสามรับคำ..ท่านที่ปรึกษากองทัพ..นกคุ้มอดีตเจ้าสำนักสายธาราอดถามไม่ได้..

“..องค์หญิงทั้งสาม..ท่านมีเพียงสองปีศาจแห่งอนันตกาล....คิดว่าเพียงพอแล้วใช่ไหม..”

“..เพียงพอแล้ว..คราครั้งนี้..ข้าต้องการให้ท่านวาหุท่านสินธุกับปักษามีนา..ได้ตั้งครอบครัวและอยู่อย่างสุขสงบ..แต่หากมีอันใดต้องการความช่วยเหลือ..ก็จะสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา..”จินดาพิสุทธิ์พูดยิ้ม ๆ ..

“..สตรีเดินทางตามลำพัง..น่าเกรงอันตราย..แต่หากสตรีเยี่ยงท่านทั้งสาม..และสองปีศาจแห่งอนันตกาล..อันตรายคงจะหลีกหนีไม่คิดชีวิตเสียมากกว่า..”ท่านผู้เฒ่าแขนเดียวหัวเราะฮาฮา..

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะบ้าง..

“..ท่านผู้เฒ่า..นอกจากสองปีศาจแห่งอนันตกาลที่จะติดตามสามเจ้าหญิง..ยังมีรถม้าที่เราปรับปรุงพิเศษจากรถม้าเดิมที่พวกนางโดยสารมาตั้งแต่แคว้นมิลินทระ..เห็นจะไม่ต้องพะวงเรื่องใดอีกกระมัง..”

ราชินีจันทรากับผู้เฒ่านกคุ้มต่างขมวดคิ้ว..ที่แม่ทัพแมวหลวงพูด..หมายความว่าอันใด..แต่ก็มีเสียงม้าร้อง..นี่แปลว่า..รถม้าเดินทางของเจ้าหญิงทั้งสาม..สองปีศาจแห่งอนันตกาล..ขับมาจอดรอหน้าอาคารว่าราชการแล้ว..

สามเจ้าหญิง..ราชินีจันทราและแม่ทัพแมวหลวง..ตลอดจนเฒ่านกคุ้ม..และขุนนางคนอื่น..ต่างเดินออกมาด้านนอก..พบเห็นรถม้าคันใหญ่ระดับแปดม้าเทียมลาก..กว้างขวางใหญ่โตกว่ารถม้าคันเดิมที่ใช้มาตั้งแต่แคว้นมิลินทระ..

แม่ทัพแมวหลวงพูดขึ้นว่า..

“..รถม้าคันนี้..มีกลไกที่สามารถขับขี่ได้แม้จะไม่มีม้า..บรรจุอุปกรณ์นานาชนิด..ทั้งอาวุธ..และเสบียงอาหาร..อุปกรณ์สำคัญ..สามารถจอดพักแรมได้ทุกที่..อำนาจวิชาอากาศมนตราย่นย่อระยะทางที่ปีศาจหมาป่ามี..ทำให้ไปในทุกแว่นแคว้นได้อย่างรวดเร็ว..”

แพคเกจศศินาประจำตำแหน่งพลขับพร้อมแล้ว..

“..นายแม่..”จินดาพิสุทธิ์ถาม. “..ที่แรกที่ท่านจะให้พวกข้าไป..คือที่ใด..”

“..ทิศตะวันออกเฉียงใต้..มีทิวเขากั้นพรมแดนระหว่างแคว้นจันทราและแคว้นสุริยะ..ถือเป็นทิวเขาสำคัญเพราะเชื่อว่า..เป็นทิวเขาที่องค์เทพอสูรอยู่..พวกเจ้าไปที่นั่น..ข้าเชื่อว่า..องค์เทพอสูรมีอันใดจะใช้งานพวกเจ้า..”

“..แปลว่า..เราต้องมุ่งหน้าไปยังทิวเขาเทพอสูรก่อนใช่หรือไม่..”

“..เรนบอกให้ส่งพวกเจ้าไปที่นั่น..เพราะนางต้องการให้พวกเจ้าไปพบกับเทพอสูร..”

พูดถึงตอนนี้..มุกดารากับอจินไตยถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งร่าง..

พวกนางจะมากจะน้อยก็เป็นคนของแผ่นดินห้าแคว้นหรือแม้แต่แคว้นสนธยา..ซึ่งคนของแผ่นดินที่เทพอสูรสร้าง..หากจะได้พบกับองค์เทพอสูรเอง..ย่อมจะมีความคร้ามเกรงอยู่หลายส่วน..

มุกดาราตะกุกตะกัก..

“..นาย..นายแม่..ท่านบอกว่า..เราต้องไปพบกับองค์เทพอสูร..นี่..นี่เป็นไปได้หรือนี่..”

แม่ทัพแมวหลวงไม่ใช่คนที่ถือกำเนิดจากภพของเทพอสูรแต่แรก..จินดาพิสุทธิ์หรือริต้า..แพคเกจศศินาสองปีศาจแห่งอนันตกาลก็เช่นกัน..ความรู้สึกที่มีต่อเทพอสูรเบญจอังคะ..ย่อมจะแตกต่างออกไป..

แม้แต่อจินไตยที่ลึกลับน่ากลัว..ครั้นได้รับภาระแรกต้องไปหาองค์เทพอสูร..ถึงกับหน้าซีดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“..นายแม่..นี่มัน..มันเกินไปแล้ว..”

แม่ทัพแมวหลวงไม่เคยคิดว่า..สองเจ้าหญิงจะมีกริยาคร้ามเกรงระดับนี้..

ไม่เพียงแต่สองเจ้าหญิง..มองไปทางราชินีจันทรา..และขุนนางทั้งปวงแห่งแคว้นจันทรา..ก็ต่างหน้าตาซีดไปตาม ๆ กัน..เพราะการได้พบเทพอสูร..เป็นอะไรที่สุดจะจินตนาการได้ของทุกคนในแผ่นดินห้าแคว้น..

แม่ทัพแมวหลวงถึงกับอ้าปากหวอ..จนราชินีจันทราพูดขึ้นว่า..

“..ไฉนถึงไม่บอกข้าก่อน..นี่ท่านพูดความจริงใช่ไหม..ท่านเจ้าสำนัก..”

แม่ทัพแมวหลวงอยากจะเกาหัวแกรก ๆ ..

“..โสมมวดี..เธอเป็นอะไรไป..ทุกคนเป็นอะไรไป..แค่ส่งลูก ๆ เราไปพบกับองค์เทพอสูร..มีอันใดน่าตื่นเต้น..”

“..บางสิ่งบางอย่าง..การพูดออกมา..ก็ไม่สมควรแล้ว..แต่ก่อนเราทั้งห้าแคว้นจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงแคว้นสนธยาที่เร้นลับ..จวบจนลูกอจินไตยแต่งงานกับลูกจินดาพิสุทธิ์..พอจะทำให้ทุกคนได้ผ่อนคลายกับความรู้สึกหวาดหวั่นประการหนึ่งได้..แต่สำหรับองค์เทพอสูรเบญจอังคะ..นี่แตกต่างมากนะ..ท่านเจ้าสำนัก..”

“..หรือเราไม่ให้ลูกไปตามคำขอร้องของคุณเรนดี..”

“..นี่ยิ่งไม่ได้..เพราะเป็นคำสั่งขององค์เทพอสูรที่สั่งผ่านทูตองค์ท่านเอง..เพียงแต่..เพียงแต่..ท่านเจ้าสำนักไม่สมควรจะพูดคุยอย่างเปิดเผยต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้..”

แม่ทัพแมวหลวงไม่ทราบจะวางตัวอย่างไร..

“..ถ้าเช่นนั้น..ข้าต้องขออภัยทุกท่านด้วย..ข้าไม่ทราบจริง ๆ ถึงธรรมเนียมนี้..”

“..การไปพบองค์เทพอสูร..ล้วนแต่เป็นความกังวลประการหนึ่ง..ไม่ทราบว่า..การเข้าพบจะเป็นเช่นไร..มีทั้งประสบผลดี..ผลร้าย..น่ากริ่งเกรงนัก..”

ราชินีจันทราส่ายหน้าช้า ๆ ..ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี..

ได้รับคำสั่งจากองค์เทพอสูร..ถือเป็นโชควาสนาหรือเคราะห์กรรมก็สุดจะคาดเดา..

......

รถม้าย่างเหยาะไปตามทาง..ไม่เร่งร้อนนัก.แต่บรรยากาศการเดินทางผิดแผกไปจากทีเคยเป็นหรือคาดว่าจะต้องเป็น..เนื่องเพราะภารกิจที่แม้แต่จินดาพิสุทธิ์เองในฐานะผู้นำ..ก็ไม่เข้าใจ..

ทั้งมุกดาราและอจินไตย..ต่างก็โอบกอดกัน..ตัวสั่นระริก..

จินดาพิสุทธิ์อดพูดไม่ได้..

“..ฉันว่า..ฉันเคยเจอท่าน..เคยพูดกับท่าน..ก่อนที่จะมาในแผ่นดินของท่านนะ..”

ตัวเองนึกถึงตอนที่ตัดสินใจ..เปลี่ยนตัวกับคิตตี้..อาสาถือโคมพรรณรายกับเพชรแห่งแสงสว่าง..ขึ้นไปปกป้องโลกจากรังสีที่ร้ายแรงของดวงอาทิตย์..ซึ่งต้องติดไปกับองค์เทพอสูร..

และเมื่อถึงวาระที่จะต้องตายเพราะคน ๆ หนึ่งไม่มีทางขึ้นไปในอวกาศเพื่อรับรังสีที่ร้อนแรงขนาดนั้นได้..องค์เทพอสูรก็ส่งตัวเธอมายังพิภพของท่านก่อน..แต่สำหรับกฎเกณฑ์ของจักรวาล..ต้องถือว่า..ริต้าในตอนนั้น.. “ตายไปแล้ว”..จากภพภูมิของโลกมนุษย์ปรกติ..

ไม่เคยเห็นใบหน้า..แต่ได้อยู่บนมือท่าน..มือที่ดำมะเมื่อมใหญ่โต..แต่เหมือนนุ่มนวลและเปี่ยมเมตตาอย่างบอกไม่ถูก..

แต่ทำไมในสายตาของชาวห้าแคว้น..องค์เทพอสูรถึงกลายเป็นลอร์ดโวลเดอร์โมลส์ในเรื่องแฮรี่พอตเตอร์ไปได้..

“..ถือว่าเธอโชคดีนะริต้า..ที่เธอรอดพ้นมาได้..”อจินไตยพูด.. “..แต่สำหรับชาวห้าแคว้นรวมทั้งแคว้นสนธยาเรา..การพูดถึงองค์เทพอสูร..อาจจะต่างจากความรู้สึกของเธอ..ที่ไม่ใช่คนที่นี่แต่เดิม..”

มุกดาราพูดเสียงอ้อยอิ่ง..

“..นี่อาจจะเป็นบททดสอบความกล้าครั้งสำคัญของข้าก็ได้...ท่านพี่..”

พลางยืดตัวตรง..ไม่เอนซบอจินไตยอีก..

“..อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด..ข้าเป็นคนของท่านพี่ริต้าแล้วนี่..”

จินดาพิสุทธิ์เกาหัว..พูดอีกว่า..

“..แค่พบองค์เทพอสูรเนี่ยนะ..”

“..ห้าแคว้นเรารวมทั้งแคว้นสนธยา..ต่างมีคำกล่าว..โรคภัย..ลมฟ้าอากาศ..คลอดบุตร..คงความไม่แน่นอน..แต่ไม่น่าวิตกเท่าองค์เทพอสูร..ที่ยิ่งกว่าความไม่แน่นอน..”

“..ไปกันใหญ่แล้ว..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง.. “..ท่านอาจจะไม่อะไรก็ได้..”

“..คนดี..คนเลว..ต่างไม่มีผลใด..หากจะประสบเคราะห์คือเคราะห์..ประสบโชคก็คือโชค..เหมือนเราเสี่ยงทายเหรียญสองหน้า..หากออกดีก็ดีไป..ออกร้ายก็ร้ายอย่างไม่คาดคิด..”อจินไตยพูดอีก..

เหมือนกับถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก..ทำให้คนทั้งห้าแคว้นรวมทั้งแคว้นสนธยาเอง..หวาดกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับเทพอสูร..ทั้งที่ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกันเลย..สามารถพูดถึงได้..โดยไม่ต้องใช้คำประมาณว่า..คนที่คุณก็รู้ว่าใคร..ก็ดีแค่ไหนแล้ว..นับเป็นเรื่องที่อัศจรรย์นักที่ส่วนลึกของชาวเบญจะอังคะทวีปจะหวาดกลัวขนาดนี้..

แต่หากจะขัดบัญชา..จะยิ่งหนักหนาเข้าไปอีก..ดังนั้น..ทั้งหมดจึงต้องร่วมเดินทางมาด้วยกัน..

มุกดารายังคงพึมพำ..

“..หากข้าผ่านมันไปได้..นี่ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว..ท่านพี่..ข้าควรจะโชคดีหรือโชคร้ายกัน..”

อจินไตยได้แต่ปลอบโยน..เพราะต่างเข้าใจในสิ่งที่เผชิญอยู่ดี..อย่างน้อยก็ดีกว่าจินดาพิสุทธิ์ที่ไม่เข้าใจ..

ทำเหมือนต้องเดินฝ่าดงกับระเบิดยังไงก็ไม่รู้..

ที่แน่ ๆ ..อจินไตยกับมุกดาราควานหาสุราที่ติดรถมา..ดื่มกันราวกับจะเป็นวันสุดท้ายในชีวิต..

นี่มันอะไรกัน..

.....

ทิวเขาเทพอสูร..เป็นทิวเขาที่ชายแดนระหว่างแคว้นสุริยะและแคว้นจันทรา..มีการสร้างเทวาลัยรูปเคารพ..หรือแม้แต่วังบูชาเทพอสูรบนเขาแห่งนี้..

หากจะเท้าความสักนิด..ยุคที่คิตตี้และแพคเกจเข้ามาผจญภัยในมิติเร้นเพื่อเสาะหาความลับของเพลงอสูรกลืนอาทิตย์เพื่อช่วยโลกเมื่อหลายปีก่อน..นี่เป็นสถานที่ที่ทั้งสองปรากฏตัว..เจอผู้เฒ่ากาละ..เผชิญทัพของเผ่าสุริยะ..หนีไปบนยอดเขา..สู้พลางหนีพลางไปถึงปราสาทริมผา..จนเฮลิคอปเตอร์ของกลุ่มผู้ช่วยเหลือมุดมิติมาถึง..และแม่ทัพบุตรตะวันปะทะกับแคทหรือแม่ทัพแมวหลวงเป็นครั้งแรก..ถึงกับซัดหอกทำร้ายป้อนตกเหว..

คนที่ซึมเซาเพราะคิดถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นคือแพคเกจ..เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ตราตรึงหัวใจอยู่มิวายถึงปัจจุบันนี้..จนต้องกุมมือศศินาแนบแน่น..

ศศินาที่ถือสายบังเหียนอดถามไม่ได้..

“..มีอะไรหรือแพค..ทำไมดูแปลก ๆ ..”

“..พี่คงไม่รู้หรอก..ที่นี่มีความทรงจำมากมายทีเดียวสำหรับฉัน..”แพคเกจพูด..

“..ถ้าจะแทรกเป็นความทรงจำส่วนหนึ่งของเธอ..ก็คงต้องใช้ช่วงเวลานี้สินะ..”

“...พี่นาก็..แหม..”แพคเกจหัวเราะ.. “..พี่ยังหึงฉันกับคิตตี้อยู่หรือไง..”

“..ไม่หึงหรอก..แต่ไม่อยากให้เธอคิดถึงคิตตี้มากไป..เพราะเขากับเรามันเจอกันไม่ได้อีกแล้ว..”

แพคเกจหัวเราะอีก..ช่วยขับม้าให้ลากรถไปตามทางด้วยความเร็วพอประมาณ..

ถ้ำใหญ่โตเบื้องหน้า..เหมือนมีคนอยู่..

แพคเกจกับศศินาขับรถม้าไปที่นั่น..พบว่า..มีสตรีชุดดำที่หน้าตาคล้ายกับแม่ทัพแมวหลวงรออยู่แล้ว..

แพคเกจกับศศินาจอดรถ..

“..นี่คงจะเป็นคุณเรนสาวเสียงเทพรุ่นก่อนพี่ป้อนสินะ..”แพคเกจอดถามไม่ได้..

ใช่..เธอคือเรน..ทูตแห่งเทพอสูรจริง ๆ ..

เรนพูดขึ้นว่า..

“..ผู้ที่ไม่ใช่คนดั้งเดิมของที่นี่..ต่างก็ยังคึกคักไม่กังวลใด.ๆ ได้..แต่สำหรับคนที่เป็นชาวเบญจะอังคะทวีปแต่เดิม..คงต้องปลุกปลอบใจกันมากสักหน่อย..”

ประตูรถม้าเปิดออก..จินดาพิสุทธิ์ในชุดขาว..ประคองภรรยาทั้งสองในชุดแต่งกายคล้ายกัน..ด้วยมือที่โอบไว้คนละข้าง..เหมือนทั้งอจินไตยกับมุกดาราจะเมาหนักแล้ว..

สีหน้าของจินดาพิสุทธิ์แปลกประหลาด..

“..คุณเรน..ฉันไม่เคยเห็นเมีย ๆ ทั้งสองเป็นแบบนี้มาก่อน..”

“..เมาทั้งที่อยุ่ในชุดอัศวินอากาศมนตรา..น่าขันนัก..”

จินดาพิสุทธิ์ชะงัก..ก้มดูชุดที่ตัวเองสวมใส่..ที่แท้..ชุดนี้ไม่ได้แต่งกายแบบไม่มีความเป็นมา..นี่เป็นชุดของผู้ฝึกวิชาอากาศมนตราสำเร็จ..ซึ่งมีแพทเทิร์นที่ชัดเจนอยู่แล้ว..

เรนไม่ได้มีสีหน้าประหลาดใจ..ได้แต่พูดว่า..

“..การเข้าพบเทพอสูร..เป็นสิ่งที่ชาวแคว้นทั้งห้ากริ่งเกรงเป็นที่สุด..ภรรยาเธอทั้งสองจะเป็นอย่างนี้คงไม่แปลก..”

จินดาพิสุทธิ์อดพูดไม่ได้..

“...เท่าที่เคยรู้จัก..ท่านก็ไม่มีอะไรที่ไม่ดีนี่นา..แล้วริต้าต้องพาเมียไปด้วยหรือไง..”

“...ต้องพาไปด้วย..ท่านอยากจะพบพวกเธอทุกคน..แม้แต่แพคเกจ..หรือศศินา..”

“..เมาขนาดนี้อะนะ..”

“..รับรอง..เมาแค่หิ้วเข้าไปแค่นั้นแหละ..”

แพคเกจช่วยประคองมุกดารา..

“..ริต้า..ไปเถอะ..ฉันช่วยหิ้วปีกมุกดาราเอง..”

ในที่สุด..ทั้งห้าก็เข้าไปในถ้ำจนได้..

ถ้ำนี้มืดอย่างบอกไม่ถูก..

ในอดีต..สาวเสียงเทพกับแวมไพร์บอดี้การ์ดอย่างสองป้อน..ก็เคยมาที่นี่..มารับคำสั่งของเทพอสูร..แม้จะใช้เพลงเทพส่งวิญญาณ..ก็แทบต้านทานความรู้สึกครั่นคร้ามบางอย่างไม่ได้..

แรงกดดันที่เหมือนกับเป็นกระแสออกมาจากองค์เทพอสูร..แม้แต่คนที่ยินดีจะเมามาย..อย่างอจินไตยและมุกดารา..ก็ถึงกับตาสว่าง..

จินดาพิสุทธิ์รู้สึกถึงกระแสกดดันที่รุนแรง..จนต้องวางจิตสูญญตา..และพลังอากาศมนตราต้านทานอย่างไม่คิดชีวิต..แพคเกจศศินาเองก็พยายามทนทานกับความรู้สึกอย่างสุดความสามารถ..

คำเล่าลือมาจากสถานการณ์ที่ทำให้เกรงกลัว..และเล่ากันได้ปากต่อปาก..จนกลายเป็นการแต่งเติมที่เกินจริง..

บางที..เพียงแค่ความรู้สึกที่ต้องเผชิญกับกระแสพลังประหลาดนี้เอง.จึงเป็นที่มาของคำร่ำลือทั้งปวง..

มุกดารากับอจินไตยอยากเมาก็เมาไม่ได้แล้ว..เพราะกระแสกดดันรุนแรงมาก..ทั้งที่รอบข้างมืดเงียบ..ไม่เห็นอันใดเลยแม้แต่น้อยนอกจากคนข้างกายเป็นภาพสลัว ๆ เท่านั้น..

เจ้าหญิงทั้งสองฝึกวิชาอากาศมนตราขั้นสุดท้ายจนได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..แต่ก็ไม่อาจจะคาดคิดว่าพลังแห่งอากาศมนตรายังต้านทานแทบไม่ไหว..

“..ก่อนอื่น..ข้าขอแสดงความยินดี..ที่พวกเจ้าฝึกวิชาอากาศมนตราสำเร็จ..และได้ร่วมเป็นสามีภรรยาซึ่งกันและกัน..”นี่คือเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว..ครั่นคร้ามในความรู้สึกนัก..

ในที่สุด..แพคเกจกับศศินาก็ต้องคุกเข่า..เพราะทานทนพลังกดดันไม่ไหว..

แต่ทั้งสองยังไม่ยอมแพ้..

จินดาพิสุทธิ์เหมือนจับทางได้แล้ว..ได้แต่วางพลังอากาศมนตราทิ้ง..เหลือแต่จิตสูญญตาที่ทรงความว่างเปล่า..เมื่อเป็นเช่นนี้..ต่อให้มีพลังกดดันมากมายประการใด..ก็เฉกเช่นลมพัดผ่านที่ไม่ยินดียินร้ายใด ๆ ทั้งนั้น..

ทั้งสองเจ้าหญิงเห็นสามีใช้วิธีต้านทานแบบที่เป็นอยู่ได้ผล..ก็ทดลองทำบ้าง..แปลกที่ตัวรู้สึกเบาสบาย..ไม่มีอันใดต้องสั่นสะท้านอีกเลย..

“..พวกเจ้าคงจะได้รับคำบอกเล่ากล่อมจนกริ่งเกรงข้าถึงเพียงนี้..ช่างน่าชังนัก..”เสียงที่ยากจะบอกว่ามาทางไหนเปล่งขึ้นอีกแล้ว..

อจินไตยกับมุกดารารู้สึกเหงื่อกาฬแตกทะลัก..

แต่จินดาพิสุทธิ์พูดขึ้นว่า..

“..องค์เทพอสูร..ข้าจินดาพิสุทธิ์..ขอเรียนถาม..ท่านมีสิ่งใดจะไหว้วานเราทั้งห้า..”

แรงกดดันค่อยลดลง..อย่างน้อย..ศศินากับแพคเกจ..ก็ยังสามารถหายใจหายคอได้คล่อง..

“..ริต้า..ข้าไม่ได้พบเจ้ามานานแล้ว..ยังจำถึงความกล้าหาญของเจ้าที่สละตัวเองแทนพี่สาว..ขึ้นไปต้านรับเปลวสุริยะกับข้าในครั้งนั้น..”

จินดาพิสุทธิ์ก้มหน้ารับคำชมเชย..

“..ริต้าเปล่าเปลี่ยวมาทั้งชีวิต..เห็นคิตตี้พี่สาวจะเด่นล้ำเกินหน้าก็ขัดใจ..จำต้องแสดงให้เห็นเสียบ้าง..”

ปรกตินางเป็นคนปล่อยวาง..ไม่นำพาสิ่งใด..แม้จะดูนิ่ง ๆ แต่เอาเข้าจริง..นางกลับเป็นคนกวนและมีอารมณ์ขันไม่น้อย..ซึ่งต่างจากพี่สาวของนางโดยสิ้นเชิง..

องค์เทพอสูรเปล่งเสียงหัวร่อ..เสียงที่สั่นสะท้านสะเทือนไปทั่วบริเวณ..

“..ครั้งนี้ข้าจะไหว้วานเจ้าอีกครั้ง..แต่..ข้าคงไม่ไหว้วานเปล่า..มีสิ่งหนึ่งที่ข้าจะมอบให้เจ้ากับภรรยา..รวมถึงสองปีศาจแห่งอนันตกาลด้วย..ถือเป็นของขวัญจากข้า..”

“..ข้ายินดีจะรับคำบัญชาจากท่านทุกประการ..”จินดาพิสุทธิ์พูด..

“..ถ้าเช่นนั้นจงฟัง..”เสียงลึกลับพูดอีก.. “...ที่ผ่านมา..ปราชญ์ม่วงครามกระทำการอุกอาจ..ร่วมกับพิรุณเลือด..เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่พวกเจ้าทำลายพวกมันได้ทั้งสิ้น..แต่ร่างต้นแบบของมันในอีกภพภูมิ..กระทำการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการคงอยู่ของจักรวาล..โดยการแพร่ขยายและส่งตัวเองไปยังมิติต่าง ๆ ..ภพภูมิต่าง ๆ ..เรื่องนี้..เจ้าคงฟังมาจากนายแม่เจ้าแล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ข้ารับทราบดีอยู่..”

“..ข้ากับองค์เทพในภพภูมิต่าง ๆ ..จำเป็นต้องกำจัดสิ่งที่มันได้กระทำ..โดยส่งผู้กล้าที่มีพลังลึกล้ำในแต่ละภพภูมิของเทพนั้น ๆ ออกตามหา..และทำลายสิ่งที่มันได้กระทำการ..ในภพภูมิของข้า..เจ้าทั้งสามมีวิชาอากาศมนตรา..มีอำนาจสูงสุดในการจัดการเรื่องราวนี้ให้ข้า..”

“..องค์เทพอสูรจะให้เราไปยังที่แห่งใด..”

“..เจ้าต้องไปที่มิติขอบข่ายที่วิชาของพวกเจ้าจะสามารถไปได้..ซึ่งมีด้วยกันห้ามิติ..รวมทั้งภพภูมิแห่งนี้..แม้ยังมีร่างของมันหลงเหลืออยู่อีก..พวกเจ้าต้องทำลายให้สิ้นทุกร่าง..รายละเอียดต่าง ๆ ..ทูตของข้าจะบ่งบอกพวกเจ้าเอง..”

ภาระใหม่มาอีกแล้วใช่ไหม..จินดาพิสุทธิ์คิด..ก่อนจะพยักหน้ารับคำ..

เสียงลึกลับดูมีความนุ่มนวลขึ้นหลังจากจินดาพิสุทธิ์ซึ่งถือเป็นผู้นำของทุกคนรับปากแล้ว..

“..รางวัลที่ข้าจะให้กับพวกเจ้า..รับรองว่าพวกเจ้าจะไม่ปฏิเสธ..”

“..ข้าไม่ต้องการรางวัลอันใด..”จินดาพิสุทธิ์ตอบอย่างจริงจัง..

“..สิ่งนี้เจ้าคงอยากจะได้แน่นอน..เพราะข้าจะมอบบุตรให้แก่พวกเจ้า..”

อจินไตยแค่นเสียง..

“..จะเอาเด็กมาเลี้ยงให้กลัดกลุ้มทำไม..”

“..นี่ไม่ใช่เด็กที่ข้าจะให้เจ้าเลี้ยง..แต่จะให้พวกเจ้าคนใดคนหนึ่งในแต่ละครอบครัวตั้งครรภ์..เจ้ามีกันสองครอบครัว..ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ทั้งสองครอบครัว..”

คำพูดของเทพอสูร..ทำให้ทั้งสามเจ้าหญิงกับแพคเกจศศินาถึงกับตะลึงงัน..

“..ริต้า..เจ้าเกิดจากสตรีสองคน..เช่นเดียวกับพี่สาวเจ้า..บุตรของพวกเจ้าก็เช่นเดียวกัน..เจ้าใช้อำนาจทางวิทยาการของเผ่าหมาป่าทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้..แต่นี่ไม่ใช่..นี่จะเป็นอำนาจของข้าเอง..”

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น