ปีศาจโด
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ตอนที่9 ผู้ให้ ผู้ได้รับ

ชื่อตอน : อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ตอนที่9 ผู้ให้ ผู้ได้รับ

คำค้น : อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ฟรองซัว โนวี่ ซัน เก้า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 55

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2562 21:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ตอนที่9 ผู้ให้ ผู้ได้รับ
แบบอักษร

9 

ผู้ให้ ผู้ได้รับ 

ฟรองซัว 

“มึงสงสัยน้องหวานเย็นกับน้องปลาย” หลังจากที่ผมแต่งตัวเรียบร้อย โนวี่บอกให้ผมออกมาหาข้าวกล้าตามที่นัด ส่วนเขาขออยู่ห้องเพื่อจัดการอะไรบ้างอย่างก่อนแล้วจะตามมาทีหลัง ผมก็ไม่ได้ขัดเพราะใกล้ถึงเวลานัดแล้วจึงรีบออกมา 

เมื่อมาถึงมหา’ลัย ผมเดินตรงมายังจุดนัดหมายก็เห็นข้าวกล้ากับพี่โชนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว กล้าจึงเปิดประเด็นหัวข้อสนทนา แล้วผมก็พูดทวนในสิ่งที่เพื่อนคาดการณ์ 

“เมื่อวานตอนที่มึงรีบไปช่วยพี่เก้า กูเห็นสองคนนั้นยืนแอบฟัง แต่ที่กูตกใจก็ตรงที่กูเห็นดวงตาของน้องเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง น่ากลัวชิบ” กล้าเล่าสิ่งที่เห็นให้ผมฟัง “ก็เลยอยากให้มึงทดสอบดู” ผมพยักหน้ารับคำเพื่อนก่อนที่แผนทดสอบแวมไพร์จะแล่นเข้ามาในหัว 

ในระหว่างพักเที่ยงนั้นเอง ผม โนวี่ ข้าวกล้า พี่โชน และพี่เสือ (ที่ตามพวกเรามา) หลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่หลังมอใกล้ๆ จุดนัดหมาย 

ก่อนหน้านี้ไอ้กล้าเรียกรุ่นน้องปี 1 สองคนนั้นออกมาพบ โดยอ้างว่ามีเรื่องจะให้ช่วย และตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลานัดแล้ว 

ฟุบๆๆ 

เสียงฝีเท้าของทั้งสองใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเดินมาถึงจุดหมาย ร่างบางของนักศึกษาสาวทั้งสองหันรีหันขวามองหารุ่นพี่ร่วมคณะที่นัดทั้งคู่ออกมาแต่ก็ไม่พบ 

“พี่กล้าอยู่ไหน” 

“ยังมาไม่ถึงมั้ง” 

สองสาวคุยกัน หมายจะหาที่นั่งรอ แต่แล้วทั้งคู่ต้องรีบกระโดดหลบไปคนละทิศละทางเพราะมีไม้แหลมพุ่งเข้ามาใส่ตัวพวกเธอ 

“เราถูกหลอก” หวานเย็นสบถ 

“หนีก่อน” ปลายบอกเพื่อนหมายจะวิ่งหนี 

ผมพุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อนเพื่อขวางแวมไพร์ทั้งสองตนไว้ไม่ให้หนีรอดไปได้ 

“แก” ทั้งคู่มองมาที่ผมด้วยความตกใจ 

“จะรีบไปไหน อยู่คุยกันก่อนสิ” 

“แกหลอกพวกเราออกมา” ปลาย 

“ก็แค่อยากทำความรู้จัก” 

“ฆ่าแกได้ นายท่านต้องตบรางวัลให้พวกเราอย่างงาม” หวานเย็นว่าจบก็พุ่งตัวเข้าหาผมหมายจะทำร้าย แต่ด้วยประสบการณ์และพละกำลังที่มากกว่าจึงทำให้ผมเป็นฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู่ครั้งนี้ 

เมื่อปลายเห็นว่าเพื่อนเสียเปรียบจึงเข้ามาช่วย แต่ผมก็ยังเหนือกว่าทั้งสองอยู่ดี และในจังหวะที่ผมจะจัดการทั้งคู่ได้สำเร็จ เสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามาขัดเสียก่อน 

“อ๊ากกกกกกก” 

“ข้าว” 

“ไอ้เหี้ยเก้า” 

เสียงเหล่านั่นทำให้ผมต้องหันกลับไปสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังต้นไม้ มันเกิดอะไรขึ้น 

ผลั๊วะ 

หวานเย็นซัดหมัดหนักเข้าที่เบ้าหน้าของผม 

ผลั๊วะ 

ปลายถีบผมจนกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ต้นหนึ่ง ผมสะบัดหน้าไล่ความมึน ก่อนจะถลาตัวหลบไม้แหลมที่พุ่งมาหาตัวจากฝีมือของหวานเย็นแทบไม่ทัน 

“ไอ้เหี้ยเก้า” 

ปัก 

ผมหันไปตามเสียงก็เห็นร่างของพี่เสือกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งจนถึงขั้นกระอัดเลือด 

มันเกิดอะไรขึ้นหลังต้นไม้ต้นนั้นกัน ผมร้อนรน เป็นห่วงทุกคนไปหมด แต่ผมก็ไม่สามารถไปช่วยพวกเขาได้เพราะถูกหวานเย็นกับปลายดักทางไว้ 

“โนวี่ เกิดอะไรขึ้น” ผมตะโกนถามโนวี่เพราะคิดว่าเขาน่าจะช่วยทุกคนได้ 

“พี่โชน ข้าวเจ็บ” 

“โถ่เว้ย!” ผมสบถเพราะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังต้นไม้ รู้เพียงว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เพราะผมได้กลิ่นคาวเลือด 

วินาทีนี้ผมรู้แค่ว่าต้องจัดการแวมไพร์ชั้นต่ำสองตนนี้ให้ได้เสียก่อน ผมจึงพุ่งตัวเข้าไปหาทั้งคู่ วาดฝีไม้ลายมือ จัดการทั้งสองขั้นเด็ดขาด และในระหว่างที่ผมกำลังได้เปรียบอยู่นั้น... 

ฉึก 

ไม้แหลมจากใครบางคนเสียบทะลุร่างของผมมาจากทางด้านหลัง มันเฉียดขั้วหัวใจผมไปเพียงนิด จนผมทรุดลงไปกองกับพื้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง 

ผมทำได้เพียงเงยหน้าขึ้น ไล่ระดับสายตามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ 

ทั้งรองเท้าแบบนี้ 

ท่ายืนแบบนี้ 

ท่อนขา และลำตัวแบบนี้ 

จนกระทั้งผมมองเห็นใบหน้าของใครบางคน คนที่แสยะยิ้มให้ผม คนที่มุมปากเต็มไปด้วยคราบเลือด คนๆ นั้นคือ...โนวี่ 

ทำไม 

ทำไมกัน 

มันเกิดอะไรขึ้น 

คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัว ก่อนที่สติของผมจะดับวูบไป 

“อดทนไว้นะไอ้เชี่ยซัน” ผมรู้สึกเหมือนใครบางคนกำลังทำอะไรกับตัวผมสักอย่าง 

ฉึก 

เจ็บชิบ 

“ซัน ไอ้ซัน ไอ้เชี่ยซัน ลืมตาสิวะ ลืมตา” ใครบางคนที่กำลังเขย่าตัวผม 

โนวี่หรอ โนวี่ใช่มั้ย 

ไม่ใช่ เสียงนี้ไม่ใช่ของโนวี่ มันเหนื่อยเหลือเกิน แม้กระทั้งจะลืมตาขึ้นไปมองว่าเป็นเสียงของใครยังยากลำบาก 

“ซัน มึงลุกขึ้นมาช่วยข้าวด้วย กูขอร้อง” แต่แล้วก็มีเสียงของใครอีกคนที่พูดขอร้องให้ผมตื้นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

มันเกิดอะไรขึ้นวะ แล้วข้าวกล้าเป็นอะไร แต่เปลือกตาแม่งหนักชิบ 

“ซัน กูไหว้ล่ะ มึงตื่นเถอะ ช่วยข้าวด้วย ช่วยเมียกูด้วย” เสียงตะโกนสั่นเครือดังขึ้นอีกครั้งจนผมต้องลืมตาตื่นขึ้น ก่อนจะเห็นใบหน้าของผู้ชายที่เคยหล่อ แต่ตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผล น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองจนดูไม่ได้ 

“เกิดอะไรขึ้น” ผมแค่นเสียงถาม รู้สึกหมดแรง 

“ช่วยข้าวก่อน ช่วยข้าว” พี่โชนพูดเพียงเท่านี้ก่อนจะชี้ไปที่ร่างกายซีดเผือกของข้าวกล้าที่นอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกลจากผม 

“ไอ้กล้า” ผมเด้งตัวขึ้นนั่งทันทีที่เห็น ร่างกายของเพื่อนซีดขาวไร้สีเลือด “โนวี่ทำหรอ” ผมพอจะจับต้นชนปลายถูกบ้างจึงถามออกไป พี่โชนไม่ได้ตอบอะไร แค่นี้ก็เป็นคำตอบที่ชัดที่สุดสำหรับผมแล้ว 

โนวี่เป็นคนทำร้ายผมกับกล้า เขาจงใจฆ่าเราทุกคน 

“มึงอย่าเพิ่งคิดอะไร รีบช่วยกล้าก่อน” พี่เสือที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมพูดขึ้น เขามีสภาพสะบักสะบอมไม่ต้องไปจากพี่โชน 

ผมพยุงตัวลุกขึ้นเดินไปหาเพื่อนอย่างทะลุกทะเล พี่โชนพี่เสือช่วยกันประคองผมให้เดินไปหาข้าวกล้า ทั้งสามคนแม่งไม่มีเรี่ยวแรงพอกัน 

“ไม่หายใจ แต่ยังมีชีพจร” ผมบอกหลังจากสำรวจร่างกายข้าวกล้า มันสูญเสียเลือดมาก มากจนเกือบหมดตัว รอยเขี้ยวตรงลำคอของกล้าหลายจุดตอกย้ำให้ผมรู้ว่าใครเป็นคนทำ 

“ช่วยข้าวนะ ช่วยข้าว” พี่โชนอ้อนวอนเสียงสั่น 

“ผมช่วยได้แค่ยื้อเวลาเท่านั้น” ผมบอกเขาก่อนจะกัดที่ข้อมือของตัวเองจนเลือดไหลซึมออกมาแล้วนำไปจ่อที่ริมฝีปากของเพื่อน เลือดของผมไหลออกมาเพียงนิด ก่อนที่มันจะหยุดไหล แต่ถึงกระนั้นแผลของผมก็ไม่สามารถกลับมาสมานได้ดังเดิม 

“ทำไม เกิดอะไรขึ้น” พี่โชนถามอย่างร้อนรน 

“ผมก็เสียเสือดมาเหมือนกัน ร่างกายผมต่อต้านที่จะเสียเลือดเพิ่ม” ร่างกายของแวมไพร์ต่างจากมนุษย์ก็ตรงนี้แหละ ถ้าร่างกายไม่ไหว ถึงแม้ว่าจะมีบาดแผลกว้างมากขนาดไหน เลือดมันก็จะไม่ไหลออกมา เพื่อรักษาชีวิตของตนให้อยู่รอด 

“ทำไง เอาเลือดจากตัวกู เอาไป แต่ต้องช่วยข้าว ช่วยข้าวให้รอด” พี่โชนยื่นแขนมาให้ผม ผมส่ายหน้าปฎิเสธ ไม่ใช่ไม่อยากช่วย ไม่ใช่ไม่อยากได้เลือด แต่ตอนนี้ร่างกายของผมกำลังอ่อนแอ ผมไม่สามารถการันตีได้ว่าเมื่อผมได้ลิ้มรสเลือดมนุษย์แล้ว ผมจะหักห้ามใจตัวเองให้หยุดไหว 

“ทำไม มึงมันเป็นแวมไพร์ไง มึงมันไม่เดือดร้อนถ้าใครจะตาย มึงแม่งไม่ห่วงข้าวไง...” 

ผลั๊วะ 

“เชี่ยโชนใจเย็น มีสติหน่อย” ในขณะที่พี่โชนกำลังเดือดเพราะเป็นห่วงคนรัก พี่เสือซัดหมัดหนักใส่เพื่อนเพื่อเรียกสติ “มึงฟังมันก่อน” ผมอยากขอบคุณพี่เสือที่คิดจะฟังคำอธิบาย บอกตามตรงว่าผมก็รักและเป็นห่วงมันไม่น้อยกว่าใคร 

“ผมไม่รู้ว่าจะหยุดตัวเองได้หรือเปล่า” นี่คือเหตุผลที่ผมกลัว ตอนนี้ทุกคนเหมือนเป็นเพื่อนผม ผมไม่อยากพลาดฆ่าเพื่อนตัวเอง 

“แต่กูไม่กลัว ช่วยข้าว” พี่โชนบอกเสียงหนักแน่น ผมหันไปมองหน้าพี่เสือเพื่อขอความเห็น ถึงแม้ว่าพี่เขาจะไม่เห็นด้วยกับเพื่อนแต่ก็ยอมพยักหน้าเพื่อยืนยันคำพูดเพื่อน 

“ถ้าพี่ไม่ไหวต้องบอก ส่วนพี่ต้องดึงผมกลับมาให้ได้” ผมบอกพี่โชนกับพี่เสือ กันไว้ดีกว่าแก้ “อย่าไว้ใจแวมไพร์ที่กำลังหิวเลือด” 

ทั้งสองพยักหน้ารับ ผมจับแขนพี่โชนไว้ก่อนที่จะฝังเขี้ยวลงไปเพื่อดื่มกินเลือดมนุษย์ 

ฉึก 

“อึก...อึกๆ...อึก...อึกๆ....อึก” 

“ซันพอ” พี่เสือเขย่าตัวผมเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าเพื่อนที่ซีดลง ผมอยากหยุด แต่ผมหยุดไม่ได้จริงๆ เลือดของพี่โชนมันหอม หวาน ละมุนลิ้น ผมอยากกินมากกว่านี้ 

“อึกๆ...อึกๆ....อึก...อึก” 

“ซัน! พอ!” 

มันหยุดไม่ได้ 

“อึกๆ” 

“ไอ้เชี่ยซัน ไอ้โชนจะไม่ไหวแล้ว มึงกำลังจะฆ่ามัน” 

กึก 

“อ๊ะ!” 

ผมรีบผละออก มองใบหน้าพี่โชนที่ซีดเซียวไร้สีเลือด ร่างกายดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง 

“ช่วยข้าว” น้ำเสียงพี่โชนเบาหวิว แต่เขาก็ยังเร่งให้ผมช่วยคนรัก ผมพยักหน้าก่อนจะกัดข้อมือของตัวเองอีกครั้ง แล้วนำมันไปจ่อที่ริมฝีปากของข้าวกล้า มืออีกข้างบีบหนักๆ ที่แขนของตัวเองให้เลือดไหลออกมามากยิ่งขึ้น 

แผนที่คอของข้าวกล้ากลับมาสมานดังเดิม แต่ไม่ว่าข้าวกล้าจะดื่มเลือดผมมากเท่าไหร่ ร่างของเพื่อนยังคงนอนแน่นิ่งดังเดิม สีผิวยังคงซีดขาว ข้าวกล้ายังคงไม่หายใจ และที่สำคัญ...ชีพจรกำลังเต้นอ่อนลงทุกที 

“ทำไม ทำไมอาการข้าวไม่ดีขึ้นเลย” พี่โชนเองก็เหมือนจะสังเกตได้ถึงความผิดปกติ ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ 

“ข้าว ฟื้นขึ้นมาสิ ข้าวได้ยินพี่มั้ย” เมื่อเห็นว่าข้าวกล้าอาการไม่ดีขึ้นเลย พี่โชนก็กลับมาฟูมฟายอีกครั้ง จนผมกับพี่เสืออดที่จะหดหู่ใจไม่ได้ แต่แล้วผมก็นึกถึงคำพูดที่ท่านพ่อเคยพูดไว้ 

‘ข้าวกล้าต้องเป็นเหมือนพวกเรา’ 

“ใช่ ข้าวกล้าต้องเป็นเหมือนพวกเรา” ผมพืมพำทวนคำพูดท่านพ่อ 

“หมายความว่าไง” พี่เสือถามขึ้นในสิ่งที่ผมพูด 

“ข้าวกล้าต้องเป็นเหมือนพวกเรา ท่านพ่อเคยพูดไว้ ถ้าอยากให้กล้าหาย ต้องเปลี่ยนมันให้เป็นเหมือนผม พี่จะยอมหรือเปล่า” 

ครั้งนั้นผมกับกล้าปฎิเสธหัวชนฝา แต่ในเวลานี้ สิ่งที่ผมเคยปฎิเสธ มันคือสิ่งที่ผมอยากทำ 

ถ้าจะรักษาชีวิตเพื่อนให้อยู่รอด...ต้องเปลี่ยน 

“พี่จะยอมหรือเปล่า” ผมถามย้ำอีกครั้ง เวลานี้คนที่มีสิทธิ์ตัดสินใจไม่ใช่ผม แต่เป็นพี่โชน คนรักของข้าวกล้า “ผมหยิบยื่นทางเลือกให้พี่แล้ว ขึ้นอยู่ที่พี่ พี่จะยอมหรือเปล่า ชีวิตของมันขึ้นอยู่กับพี่” 

ในเวลานี้สีหน้าของพี่โชนเต็มไปด้วยความหนักใจ เขาจำเป็นต้องเลือกว่าจะรักษาชีวิตของคนรักไว้หรือไม่ 

ถ้าเลือกรักษา ข้าวกล้าจะตื่นขึ้นมาในสถานะใหม่ที่ต่างออกไปจากเดิม จะไม่มีวันเจ็บ วันป่วย วันแก่ และวันตาย 

แต่หากเขาเลือกนิ่งเฉย ก็เท่ากับว่าปล่อยให้คนรักตายจากไป เขาจะสูญเสียคนรักอย่างไม่มีวันหวนคืน 

เขาจะเลือกทางไหนดี 

และที่หนักใจอีกเรื่อง หากคนรักของเขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่ชอบในสิ่งที่เขาเลือกให้ มันจะเป็นตราบาปที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต 

“เลือก” ผมเร่ง เพราะตอนนี้ชีพจรของข้าวกล้าอ่อนลงทุกที “ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้เลือก” 

“เลือก...” 

ผมไม่คิดว่าการถูกหักหลังจากคนที่เราไว้ใจมันจะเจ็บเจียนตายขนาดนี้ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองมีเขางอกออกมายังไงยังงั้น 

“เป็นไงบ้าง” พี่เสือถามผม ตอนนี้ผม พี่เสือ พี่โชน มากองรวมกันอยู่ที่บ้านของข้าวกล้า โดยมีร่างซีดเผือดของเจ้าของบ้านนอนอยู่บนเตียงในห้องนอน มีพี่หมอนที่เป็นพี่ชายเช็ดตัวให้น้องอยู่ข้างๆ มีพี่โชนที่นั่งกุมมืออยู่ไม่ห่าง 

“ผมหรอ สบายดี” ถ้าการที่เราจะโกหกใครว่าไม่เป็นไรให้บอกว่าสบายดี นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าโง่มาก ไม่ต้องดูกระจกผมก็เดาสีหน้าของตัวเองถูกว่ามันไม่โอเค มันไม่ได้สบายดี แต่มันเจ็บเชี่ยๆ 

“อืม ดีแล้ว” แล้วแม่งพี่เสือก็เชื่อคำที่ผมพูด เชื่อว่าผมสบายดี เชื่อว่าผมไม่เป็นอะไร เพราะพี่เขาเดินมาตบไหล่ผมเพื่อให้กำลังใจ พี่เสือเชื่อ เชื่อเชี่ยๆ 

“มึงคิดว่ามันจะหักหลังมึงจริงๆ หรอ” 

“จริงไม่จริงเขาก็หวังจะฆ่าไอ้กล้า” นี่คือความจริงที่มันฉายชัด 

ถ้าจะบอกว่าโนวี่เล่นละคร โนวี่คงเล่นเก่งมาก มากจนจะฆ่าคนที่ตนเคยบอกว่าเป็นน้อง ทำร้ายได้แม้กระทั้งคนที่เคยบอกว่าเป็นเพื่อน และทำร้ายได้แม้กระทั้งคนที่เคยบอกว่า...รัก 

“ผมอยากจะคิดว่ามันไม่จริง แต่ดูสิ่งที่ผมได้รับ” 

หลังจากนั้น ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกเลย มันเงียบ เงียบมากจนได้ยินเสียงหัวใจของข้าวกล้าที่ดังอย่างเชื่องช้าเหมือนรอคอยวันที่มันจะดับลง 

ตึก ตึก ตึก 

“ฟื้นเถอะนะ” พี่หมอนลูบผมน้องชายอย่างแผ่วเบา ผู้เป็นพี่ห่วงน้องจับใจ หากเป็นไปได้ตนอยากเลือกที่จะเป็นคนนอนอยู่ตรงนี้แทนน้อง เลือกที่จะเจ็บแทนน้อง น้องของเขายังมีอนาคตที่ดีอีกไกล ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับน้องเขาด้วย 

เขารู้ดีว่ากำลังจะเสียน้องไป และไม่เคยนึกโกรธเคืองคนรักของน้องเลยที่เลือกทางนี้ 

“ผมขอโทษนะครับพี่หมอน ผมทนไม่ได้ถ้าต้องเห็นข้าวอยู่ในสภาพนั้น” หมอนพยักหน้าเข้าใจ ถึงแม้ตอนแรกจะตกใจอยู่บ้างที่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด แต่สิ่งที่ข้าวกล้ากับโชนพบเจอไม่อาจเลี่ยงได้ เวลานี้หมอนทำได้เพียงนั่งภาวนาของให้ช่วงชีวิตของข้าวกล้าอยู่ต่อไปให้ได้นานที่สุด พลางคิดหาวิธีที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้ใหญ่รับรู้ 

“พี่รักข้าวนะครับ กลับมาหาพี่นะคนดี” โชนกระซิบบอกคนรักข้างหู รู้ดีว่าต่อให้พูดอีกกี่หมื่นล้านคำ คนตรงหน้าก็ไม่มีทางได้ยิน แต่เขาไม่เหนื่อยเลยที่จะพูดคำๆ นั้นออกไป 

คำว่า ‘รัก’ ที่เศร้าที่สุด 

คำว่า ‘รัก’ ที่เหมือนเป็นการเหนี่ยวรักให้ใครบางคนฟื้นขึ้นมา 

แต่มันจะไม่มีความหมายเลย ถ้าสิ่งที่เขาเลือกจะเป็นการทำลายคนรัก ดังนั้นเขาจึงเลือก... 

กุลณัฐ|koonlanut 

มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นนนนนนน 

โนวี่เป็นอะไรอ่ะ ทำไมต้องทำร้ายทุกคนด้วย โดยเฉพาะฟรองซัวและข้าวกล้า 

ส่วนพี่โชนเลือกอะไรให้ข้าวอ่ะ ขอให้พี่โชนเลือกถูกด้วยนะ ลุ้นๆ กันเนอะ 

ความคิดเห็น