ปีศาจโด
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ตอนที่ 8 เปลี่ยน

ชื่อตอน : อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ตอนที่ 8 เปลี่ยน

คำค้น : อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ฟรองซัว โนวี่ ซัน เก้า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2562 21:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ตอนที่ 8 เปลี่ยน
แบบอักษร

8 

เปลี่ยน 

“ตอบ” เสียงทุ้มถามย้ำ 

“ห๊ะ...อาห์” ผมงงกับคำพูดของร่างสูงพียงครู่ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงคำถามที่เขาสงสัย แต่จะให้ผมมานั่ง (นอน) อธิบายให้เขาฟังตอนนี้หรือ 

เมื่อฟรองซัวเห็นว่าโนวี่ไม่ยอมตอบในสิ่งที่เขาสงสัย ชายหนุ่งจึงหยุดทุกการกระทำและความเคลื่อนไหวคล้ายเป็นการปล่อยให้ผมค้างกลางอากาศ 

“ยะ หยุดทำไม” ผมบรือตาฉ่ำเยิ้มถามขึ้นในขณะที่กำลังรู้สึกดี เหมือนตัวเองกำลังไต่ระดับความสุขเพื่อล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า แต่แล้วเหมือนมีอะไรบางอย่างถีบตกลงมากระทบพื้นอย่างจัง 

“ถ้าอยากให้ขยับก็ต้องตอบ” ฟรองซัวยกยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อ แต่ตอนนี้มันใช่เวลาที่พวกเราจะคุยเรื่องนี้กันหรือไง 

“ไม่อยากให้ทำต่อแล้วหรอ” ราวกับรู้จุดอ่อนของผม เพราะฟรองซัวยื่นมือมากอบกุมส่วนนั้นของผมอีกถือเป็นการรบเร้าที่ได้ผลเกินคาด 

“มะ มันดูด...เลือด...จน...จะหมดตัว...อะ...อื้มมม...แล้วมัน...อ๊าาา...ก็ให้ดูกลับ...อ่าาา” ผมเล่าให้เขาฟังด้วยเสียงขาดห้วง เพราะยิ่งผมเล่ามากขึ้นเท่าไหร่ มือหนาที่กอบกุมส่วนนั้นของผมอยู่เฉยๆ ก็ขยับเขยื้อนเหมือนเป็นการให้รางวัล แต่ให้ตายเถอะ ผมรู้สึกเหมือนเขากำลังลงโทษผมอยู่ เพราะยิ่งทำแบบนั้น ผมก็ยิ่งต้องการมากขึ้นจนรู้สึกทรมาน 

เขาไม่เคยทำกับผมถึงขนาดนี้เลย อื้ออออ 

ฉึก 

“อ้าาา” 

แต่แล้วในระหว่างที่ผมกำลังเคลิ้บเคลิมกับการปรนเปรอจากเขา เขี้ยวคมของฟรองซัวก็ฝังลึกเข้ามาในลำคอพร้อมทั้งดูดแรงๆ จนผมรู้สึกเจ็บ 

“เอามันออกมาให้หมด เอาเลือดสกปรกออกมาให้หมด” เขาพร่ำบอกทั้งยังดูดเลือดจากตัวผมอย่างแรง จนอุณหภูมิในร่างกายผมลดต่ำอย่างน่าใจหาย 

“อึก พอ ไม่ไหวแล้ว” ผมรับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นช้าลง 

“กัด” ฟรองซัวถอนเขี้ยวออกจากคอของผมก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายยื่นคอมาให้ผมกัดเพื่อเป็นการดื่มเลือดเขากลับคืน 

ฉึก 

“อึก อึก อึก” รสเลือดแสนหวานถูกลำเลียงเข้ามาในปากจนร่างกายผมกลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังรู้สึกแปลกๆ ในร่างกายอยู่ดี รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในร่างกายผมต่อต้านกัน มันปั่นป่วน แปรปรวนจนยากจะอธิบาย 

“โนวี่พอแล้ว” ฟรองซัวสะกิด ทำให้ผมรีบผละออกจากเขา ผมกลัวว่ามันจะเหมือนครั้งที่แล้วที่ผมไม่สามารถห้ามความต้องการของตัวเองได้ กลัวจะเผลอทำให้เขาเจ็บอีกครั้ง 

“โอเคหรือยัง” และดูเหมือนว่าฟรองซัวจะสังเกตเห็นถึงความผิดปรกติจากร่างกายผมเช่นกัน 

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่” ผมเลี่ยงที่จะตอบเขา 

พรึบ 

“ครั้งนี้จะไม่ปล่อยให้พลาด” อาจเป็นเพราะอารมณ์ต่างๆ ที่มันคอยติดตามมาตลอดหลายวัน ทำให้ผมกล้าที่จะแสดงอะไรออกมาแบบนี้ 

ผมเป็นฝ่ายพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบนนอนคร่อมทับฟรองซัวไว้เหมือนเป็นการเปิดศึกรักขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่อีกนัยคือผมต้องการละทิ้งเรื่องต่างๆ ที่มันค้างคาใจ จัดการทุกอารมณ์ที่ยากซึ่งการค้นหาคำตอบ 

“จะทำอะไร” เหมือนเป็นคำถามโง่ๆ แต่แววตาของคนเบื้องล่างกับฉายชัดถึงความต้องการ ร้อนแรง และหื่นกระหายเยี่ยงสัตว์ป่า แต่มีผลรุนแรงต่อหัวใจผมมากเหลือเกิน จากที่รู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะหยุดเต้น ตอนนี้ผมกลับกลัวว่ามันจะเต้นแรงจนกระดอนออกมามากกว่า 

“แกล้งโง่?” ผมเย้าหยอก 

“ถ้าผมโง่แล้วพี่เป็นคน...อื้ม...ก็คือว่าคุ้ม” 

“อะ...อ่าาา” 

ร้าย บอกแล้วว่าเด็กมันร้าย 

คำพูดที่ดูเหมือนไร้เดียงสานั้นคืออะไร ทำไมมือของเขายื่นมากดสะโพกผมให้แนบไปกับส่วนขยายใหญ่ของเขาทั้งยังขยับนำพาให้ส่วนนั้นของเราถูกันจะผมห้ามเสียงที่หลุดออกมาไม่ได้ นี่ขนาดเสื้อผ้าของเราทั้งคู่ยังอยู่ครบ และผมเป็นฝ่ายคร่อมทับเขาอยู่ด้านบน ผมกลับเป็นฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้เขาอย่างราบคาบ 

“พี่ช่วยทำให้ผมรู้หน่อยได้มั้ยครับว่าพี่ต้องการอะไร” ฟรองซัวยกยิ้มร้าย แต่ผมรู้สึกว่ามันโคตรมีเสน่ห์จนผมอดใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว 

“เกลียดนักคนเจ้าเล่ห์” 

“เกลียดนักคนปากดี” 

ฉึก...แคว่ก...แคว่ก 

ว่าจบเราทั้งคู่ช่วยกันดึงทึ้งเสื้อผ้าของอีกฝ่ายให้หลุดออกจากร่างจนมันฉีกขาดแต่วินาทีนี้ผมไม่มีเวลาไปใส่ใจพวกเศษผ้านั้นอีกแล้ว เพราะคนที่ผมคร่อมทับอยู่...น่าสนใจกว่า 

พรึบ 

“จุ้บ...จ๊วบ จ๊วบ” 

เมื่อร่างกายทั้งคู่เปลือยเปล่า ฟรองซัวเป็นฝ่ายพลิกตัวกลับมาคร่อมทับผม ปากหนักไล่จูบไปทั่วพรมหน้า ลำคอ แล้วมาหยุดอยู่ที่หัวนมทั้งสองข้างของผมก่อนที่เขาจะสลับกันดูดเม้มสลับกับมือของเขาที่มาสะกิดมันเล่นจนผมเสียวพล่านไปทั้งตัว 

“อ๊ะ...อื้อ” มือหนาข้างที่ว่างลูบไล้ไปทั่วผิวกายก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงส่วนนั้นของผม เขาไม่รอช้าให้เสียเวลาเพราะมือหนาได้ตะบบกอบกุมส่วนนั้นเพื่อสร้างความสุขให้กับผมจนผมทนไม่ไหวต้องถึงเขามาจูบเพื่อปิดเสียงคราง 

“พะ พอก่อน” ผมบอกเขาเสียงขาดห้วง ฟรองซัวเลิกคิ้วขึ้นนิดคล้ายสงสัย “อยากได้มากกว่านี้” และผมไม่อายเลยที่จะบอกเข้าไปตรงๆ 

“หึหึ” เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะจับผมอ้าขาออกกว้าง นิ้วเรียวยาวสอดลึกเข้าไปในช่องทางด้านหลังของผมอย่างเชื่องช้าจนผมรู้สึกอึดอัด ก่อนที่เขาจะขยับเข้าออก เพียงไม่นานจากความอึดอัดก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ผมคิดว่ามันคือคำว่า...เสียว 

“อื้มมม” ผมครางออกมาอย่างพอใจ ร่างกายบิดเร่าเล็กน้อย และในระหว่างนั้นผมก็รู้สึกถึงจำนวนนิ้วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับจนมันครบสามนิ้ว และในขณะนั้นเอง 

“อะ...อ๊าาา ตรงนั้น” ร่างกายผมเกรงหน่อยๆ เมื่อนิ้วทั้งสามพุ่งเข้าไปโดนจุดๆ หนึ่งที่ผมรู้สึกว่ามันเสียวมากเป็นพิเศษ จนผมต้องหลุดเสียงบอกเขา และดูเหมือนฟรองซัวจะรับรู้ได้ในทันทีว่าจุดๆ นั้นสามารถทำให้เขารู้สึกดีได้มากขนาดไหน เพราะเขากระแทกย้ำมาที่จุดเดิมซ้ำๆ จนตอนนี้ร่างกายผมบิดเร้าจนแทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไป และในไม่กี่นาทีต่อมา 

พรวด 

มวลน้ำทุกหยาดหยดก็ไหลทะลักแตกกระจายออกมา ก่อนที่ผมจะฟุบลงไปนอนกับเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง 

“แฮ่ก แฮ่ก” ผมหอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งมานับชั่วโมง ทั้งๆ ที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่นอนอยู่บนเตียงนิ่งๆ ให้ฟรองซัวเป็นฝ่ายจัดการ 

“ผมทนไม่ไหวแล้วนะ” ฟรองซัวบอกเสียงแหบพร่า เขาเสยผมที่ตกลงมาปกหน้าขึ้นเล็กน้อย แต่ผมรู้สึกว่ามันโคตรเซ็กซี่ จนผมรู้สึกว่าไม่อยากให้เขาทนอีกต่อไป ผมอยากให้เขาเข้ามาในตัวผมตอนนี้ 

“เข้ามาเถอะ เพราะพี่ก็ไม่อยากทนเหมือนกัน” ผมไม่รู้ว่ามองเขาด้วยสายตาแบบไหน บอกเขาด้วยน้ำเสียงแบบไหน รู้เพียงว่าคำพูดของผมไปสับสวิตซ์บางอย่างของเขา เพราะเขาจับส่วนแข็งขืนของตัวเอง สาวมันสองสามครั้งแล้วค่อยๆ ดันมันเข้ามาในตัวผม ถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกว่ามันโคตรอึกอัดแล้วอดรู้สึกเจ็บไม่ได้ แต่ใบหน้าที่เจ็บปวดและทรมานของคนด้านบนบอกให้ผมอดทน 

“หมดแล้ว” เขากระซิบบอกผมข้างหู ใบหน้าชื่นเหงื่อของเราทั้งคู่บอกให้รู้ว่าเราต้องอดทนมากขนาดไหน “ผมขยับได้มั้ย” เขาดูทรมานมาก แต่ก็ยังเลือกที่จะถามผมก่อนว่าเขาขยับได้หรือยัง ผมพยักหน้าเพื่อเป็นการยืนยันก่อนที่เขาจะเริ่มขยับตัว 

“อ๊าาา” ผมสะดุ้งเมื่อเขาเคลื่อนตัวออกห่างจนเผลอตวัดขาเกี่ยวรั้งสะโพกสอบไว้ก่อนที่เขาจะดันกลับเข้ามาช้าๆ เนิบนาบ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผมรู้สึกว่ามันไม่พอ แค่นี้มันยังไม่พอ 

“ระ แรง แรงอีก” ผมเอ่ยขอ ผมต้องการให้เขาทำกับผมมากกว่านี้ แรงกว่านี้ “อะ...อืม...อื้ม ตรงนั้น” 

“อ๊าาาา” ทุกจังหวะที่เขาจาบจ้วงเข้ามามันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมก็ยังรับรู้ได้ถึงความรักที่เขามอบให้กับผม จนผมรู้สึกว่ามันเร้าร้อน ร้อนจนผมไม่อยากให้มันจบลง ผมชอบ ชอบแบบนี้ ชอบให้เขาทำกับผมแรงๆ แบบนี้ 

“อะ ฟรองซัว แรง แรงอีก แรงอีก” ผมอยากได้มากกว่านี้ ทั้งๆ ที่คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนแบบนี้ ไม่ชอบที่จะให้เขาทำอะไรรุนแรง แต่พอเป็นเรื่องแบบนี้ผมกลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากร้องขอ และดูเหมือนเขาจะชอบให้ผมร้องขอเช่นกัน เพราะฟรองซัวนั้นตอบสนองสิ่งที่ผมร้องขอได้อย่างถึงใจ เพราะเขาก็ขยับเข้ามาอย่างดุเดือดและบ้าคลั่ง 

“อ๊า โคตรเอ็กซ์ จ๊วบ” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูด การกระทำ บรรยากาศ หรือเพราะเป็นครั้งแรกของเรา ถึงทำให้ผมและเขามีอารมณ์ได้มากขนาดนี้ จนผมอดใจไม่ไหวต้องดึงเขาลงมาจูบ เสียงแลกน้ำลายดังสลับกับเสียงเนื้อของเรากังวาลทั่วห้อง แต่แทนที่เราสองคนจะหยุดทำมันกลับเป็นการตอกย้ำเพิ่มอารมณ์ดิบเถื่อนให้เราทั้งคู่เร่งให้ไปถึงฝั่งฝัน 

แต่เราทั้งคู่ก็พยายามดึงจังหวะให้ได้นานที่สุดจนผมต้องเป็นฝ่ายเอ่ยขอเพราะไม่อยากที่จะทนอีกต่อไปแล้ว 

“มะ ไม่ไหวแล้วฟรองซัว อื้อ” เมื่อเขาเห็นว่าผมจะทนไม่ไหวอีกต่อไป จังหวะรักจึงกระหน่ำกระแทกเข้ามาระรัวจนร่างกายของผมกระตุกเกร็งถี่ๆ และในไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็ฝังตัวตนเข้ามาในตัวผมจนสุดและกระตุกถี่ๆ เช่นกัน 

ผมรับรู้ได้ถึงน้ำอุ่นร้อนที่มันฉีดพุ่งเข้ามาในกายจนรู้สึกเสียววาบ ก่อนที่เราทั้งคู่จะฟุบลงไปนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยหอบ 

แฮ่ก แฮ่ก 

“ผมไม่คิดว่าพี่จะร้อนแรงขนาดนี้” ฟรองซัวยื่นมือขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่มันผุดขึ้นมาปกคลุมใบหน้าให้กับผม พลางพูดถึงกิจกามที่เพิ่งจบลง 

“แล้วไม่ชอบหรือไง” ผมแกล้งถาม ถ้าเขาไม่ชอบคงไม่กระหน่ำแทงเข้ามาระรัวจนเอวผมเกือบเคล็ด 

“ไม่แน่ใจ ขออีกรอบแล้วกัน” 

“อื้อ ยังไม่หายเหนื่อยเลยนะ” ผมผวาเมื่อร้องสูงทำท่าเหมือนจะเริ่มอีกครั้ง 

“พี่ไม่เห็นจะเหนื่อยตรงไหนเลย แค่นอนเฉยๆ แล้วครางชื่อผม” 

“อ๊ะ...อ๊า ฟรองซัว อย่างเพิ่ง อื้อ” 

ผมยังไม่ได้บอกเขาเลยว่าครางเฉยๆ ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ 

“โนวี่” 

“โนวี่” 

“โนวี่” 

“ใคร” เสียงของใครกันที่กำลังเรียกผมอยู่ เขาอยู่ตรงไหน ทำไมผมถึงมองไม่เห็น แล้วตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน ทำไมรอบตัวมันมืดไปหมด มืดสนิทจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง 

ฟึดฟัด 

กลิ่น 

ผมได้กลิ่นคาวเลือดฟุ่งกระจัดกระจายไปทั่ว มันช่างหอมหวนเกินห้ามใจ 

“โนวี่” 

“ใคร เจ้าเป็นใคร อยู่ตรงไหน โผล่มาเดี๋ยวนี้นะ” เสียงนั่นของใครกัน ทำไมมันถึงได้เหมือนเสียงของผม 

“ข้าอยู่นี่” 

“ไหน เจ้าอยู่ตรงไหน” ผมไม่เห็นใครเลย ความมืดมิดทำให้ผมมองไม่เห็นอะไร ผมพยายามเพ็งมองเท่าไหร่ก็มองไม่เห็น 

“ข้าอยู่ในตัวของเจ้า” ผมสัมผัสได้ถึงใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่ถึงแม้จะเพ็งสายตามองตรงอย่างไรก็ยังไม่เห็นอยู่ดี ที่นี่มันมืดสนิทเกินไป 

“ข้าคือเจ้า” สิ้นคำพูด แสงตรงหน้าค่อยๆ สว่างมากขึ้นจนทำให้เห็นถึงใบหน้าของคนที่ยืนประจันหน้าพูดกับผม ผมตะลึงงันกับสิ่งที่เห็น เมื่อบุคคลที่อยู่ตรงหน้ามีรูปร่างหน้าตาเหมือนผมราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน หากแต่ชายผู้นี้มีคราบเลือดติดอยู่ตรงมุมปาก ชุดสูทสีดำหรูหราเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ถ้าสังเกตดีๆ ถึงแม้จะมีใบหน้าและรูปร่างเหมือนกันกับผมก็จริง แต่แววตาของชายผู้นี้ดูแข็งกร้าว 

ผมหันรีหันขวา สำรวจดูว่าแถวนี้มีกระจกหรือเปล่า เพราะนึงระแวงว่าอาจจะเป็นภาพตกแต่งที่สะท้อนมาจากตรงไหนสักแห่งแต่ก็ไม่พบ 

“ข้าจะทำให้เจ้าเป็นใหญ่ มีอิสรภาพในแบบที่เจ้าต้องการ” ว่าจบ ชายตรงหน้าก็ยื่นมาเพื่อให้ผมยื่นมือไปจับเข้าตอบ 

“โนวี่ อย่า” 

ในขณะที่ผมกำลังจะยื่นมือไปจับมือชายผู้นั่น ก็มีเสียงของใครอีกคนดังขึ้นมาห้าม 

“เจ้าจงเลือกข้า ข้าจักมอบความสุขและคนรักให้กับเจ้า นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการมากกว่าไม่ใช่หรือ” แล้วคนที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกันกับผมอีกคนก็ปรากฏขึ้น ซึ่งเขาอยู่ในชุดสูทสีดำสง่าเหมือนชายคนแรก แต่ชายคนนี้ไร้ซึ่งคราบเลือดเปื้อนเปรอะ นัยต์ตาฉายแววแห่งความเป็นมิตร 

ภาพชายทั้งสองที่ยืนมือออกมาเพื่อรอคอยให้ผมยื่นมือออกไปจับ โดยมีผมยืนอยู่ตรงกลาง พวกเขายืนอยู่คนละฟากฝั่งทำให้ผู้รู้สึกคุ้นๆ เหมือนมีจิตใต้สำนึกที่ทั้งดีและไม่ดีโผล่มาเหมือนในละคร แต่ที่ผมสงสัยก็คือ 

ทำไมมันใส่ชุดสูทสีดำออกมาเหมือนกัน มันต้องมีสีดำกับสีขาวไม่ใช่หรอ 

“เลือกข้าเถอะ” 

“เลือกข้า” 

ชายทั้งสองจ้องมองมาที่ผมเพื่อรอคอยการตัดสินใจ แล้วผมควรจะเลือกอะไรดี 

ระหว่างอิสรภาพที่ผมโหยหามาโดยตลอด กับ ความรัก 

“แล้วทำไมข้าต้องเลือก” ผมไม่จำเป็นต้องเลือกอะไรนี่ ในเมื่อตอนนี้ชีวิตของผมก็มีความสุขดี 

“ชีวิตคนเรามีสิ่งที่ไม่ต้องเลือกด้วยหรือ” 

“เจ้ามีสิทธิเลือกได้แค่อย่างเดียวเท่านั่น เพราะสิ่งที่เจ้าไม่ได้เลือกจะหายไปตลอดกาล” 

เปรี้ยงงงงง 

เหมือนฟ้าผ่าลงตรงกลางใจ ‘หายไปตลอดกาล’ ทั้งสองคนนี้เป็นใครกัน มีสิทธิอะไรมาทำให้อย่างหนึ่งอย่างใดในชีวิตของผมหายไป 

“พวกเจ้าเป็นใคร” 

ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากคนทั้งคู่ ในวินาทีนี้ผมรู้เพียงว่าผมจำเป็นต้องเลือกอย่างหนึ่งอย่างใด แล้วอะไรกันคือความต้องการที่แท้จริงของผม 

แต่แล้ว ภาพใบหน้าของใครคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด ผมอยากกลับไปเจอเขา...ฟรองซัว 

นับจากวันที่ผมได้พบกับฟรองซัว ชีวิตผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกต่อไป 

ในที่สุดผมก็เลือกได้ ผมเลือกที่จะยื่นมือไปจับกับชายที่จะมอบความรักและคนรักให้กับผม แต่ในระหว่างที่มือของเราสองคนจะสัมผัสกัน 

พรึบ 

“ข้าไม่ยอมให้เจ้าเลือกมัน” 

แต่แล้วเจ้าของนัยต์ตาแข็งกร้าวก็ฉุดกระชากดึงผมให้เดินตามเขาไป ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดจนผมไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อีกเลย 

“ฆ่ามัน” 

“ฆ่ามันซะ” 

“ฆ่ามัน” 

พรึบ 

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่หมดแรงเพลียหลับไป แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านประตูระเบียงบอกให้รู้ว่าตอนนี้เช้าแล้ว ผมพลิกตัวนอนคว้ำหน้า เท้าคางไปกับแขนทั้งสองข้าง นอนมองหน้าหล่อคมของชายที่ผมรักยาวหลับใหล 

รัก (?) 

ผมรักชายคนที่นอนอยู่ข้างกายนี้จริงหรอ ทำไมลึกๆ แล้วผมถึงรู้สึกว่าผมเกลียดเขา ผมเกลียดใบหน้าเขา ผมไม่ชอบ 

ผมสะบัดหน้าแรงๆ สองสามครั้งเพื่อไล่ความคิด ผมจะไม่รักเขาได้ยังไงกัน เขาคือคนที่ผมรักมากที่สุด 

ผมตัดสินใจลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ลงมือทำอาหารเช้าเตรียมไว้สำหรับคนขี้เซา และในระหว่างที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับการเตรียมมือเช้าอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ของฟรองซัวก็ดังขึ้น ปลุกให้ร่างสูงตื่นขึ้นมา 

“ว่าไงไอ้กล้า อืม ได้ ได้ เจอกันที่มอ” หลังจากที่ฟรองซัวกดตัดสายโทรศัพท์ เขาก็เดินมากอดผมอย่างมีความสุข 

ฟอดดดดด 

“หอมจัง” จมูกโด่งรั้งกดลงมาหอมแก้มของผมหนึ่งฟอดใหญ่ “มีความสุขที่สุดเลย” 

“ไม่รีบไปอาบน้ำหรอ เดี๋ยวก็ไปไม่ทันนัดข้าวกล้า” ก็อย่างที่ผมเคยบอก แวมไพร์อย่างเราได้ยินเสียงชัดกว่าคนปกติหลายสิบเท่า 

“วันนี้ไม่อยากไปไหนเลย อยากนอนกกคนรักอยู่ที่หอ อยากกินพี่ทั้งตัว ทั้งวัน ทุกวัน” ไม่พูดเปล่า ร่างสูงผลักผมจนเดินถอยหลังไปชนกำแพง ก่อนที่เราสองคนจะจูบกันอย่างดูดดื่ม 

“หรือพี่ไม่อยาก” เขายอมถอนจูบออกจากผมแล้วแต่ยังไม่ยอมถอยห่าง ปากหนาขยับพูดประโยคชวนเคลิ้มทั้งๆ ที่ริมฝีปากของเรายังสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงมาที่ใบหน้าของผมเรียกเลือดในกายให้เดือดพล่าน ขนแขนลุกชันขึ้นอย่างสยิว 

“เมื่อคืนยังไม่พออีกหรอ” ถึงแม้จะรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ามัน...ค่อนข้างหนัก 

“สำหรับพี่ ไม่เคยพอ” 

ฉ่า 

ทั้งๆ ที่คิดว่าไม่ใช่คนที่เขินอะไรง่ายๆ แต่เพียงแค่คำพูดแสนธรรมดาของฟรองซัวกลับทำให้ผมรู้สึกหน้าร้อน มันร้อนไปทั่วทั้งหน้าจนผมคิดว่าเลือดทั้งตัวอาจจะมากองรวมกันอยู่บนหน้าผมแล้วก็ได้ 

“แหวะ พูดอะไรก็ไม่รู้” ผมเฉไฉ 

“ผมพูดจริง ไม่เชื่อลองพิสูจน์ดูมั้ย” ไม่ว่าเปล่า แขนแกร่งยื่นมาสอดใต้ตัวผมแล้วอุ่มขึ้น เขาเดินฉับไปที่เตียงทันที 

“อื้อ ไม่ได้นะ” ผมค้าน เพราะเขามีนัดกับเพื่อน แล้วอย่างฟรองซัว รอบเดียวไม่เคยพอ 

“ครั้งเดียวแล้วจะปล่อยพี่ไป” ร่างสูงยังคงต่อรอง แต่ครั้งนี้ผมไม่ใจอ่อนเหมือนเมื่อคืนแน่ เพราะผมส่ายหน้าปฎิเสธอย่างหนักแน่น 

“ก็ได้ครับ แต่คืนนี้ผมขอรางวัลพิเศษเพิ่มนะ” 

ฟอด 

ฟรองซัวยอมวางผมลงยืนแต่โดยดี แต่ก่อนที่เขาจะผละไปอาบน้ำยังมิวายขโมยหอมแก้มผมซึ่งๆ หน้า 

“แก้มเมียหอมที่สุดเลย” ว่าจบก็ยิ้มทะเล้นแล้ววิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งให้ผมยืนเขินอายกับประโยคที่เขาพูด ก่อนที่อะไรบางอย่างในสมองจะสั่งให้ผมหุบยิ้ม 

คืนนี้ต้องลงมือ 

ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างที่ผมไม่สามารถควบคุมมันได้ แล้วมันก็พร้อมที่จะควบคุมผมทุกเมื่อ ตราบใดที่ผมอ่อนแอ สิ่งนั้นจะออกมา มันพร้อมที่จะออกมาเล่นงานกับคนที่ผมรัก ผมรู้สึกได้เพียงเท่านี้ เท่านี้จริงๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ แล้วทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป... 

กุลณัฐ|koonlanut 

​มาลงต่อแล้วนะคะ หายไปนานเลยกับงานเขียน หวังมามาคราวนี้จะมีคนรออ่านคู่นี้อยู่น้าาาาา เม้นเป็นกำลังใจให้เค้าด้วยนะ 

ฝากติดตามตอนหน้าด้วยนะ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโนวี่ แงๆๆๆๆ 

ความคิดเห็น