ปีศาจโด
email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ตอนที่5 ล่มไม่เป็นท่า!

ชื่อตอน : อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ตอนที่5 ล่มไม่เป็นท่า!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 69

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2562 21:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อ้อน(อ่อย)รักแวมไพร์ ตอนที่5 ล่มไม่เป็นท่า!
แบบอักษร

ตอนที่5 ล่มไม่เป็นท่า! 

“ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้แล้วรีบกลับบ้านไปซะ” ไทน์กับวู้ดช่วยกันใช้พลังพิเศษสั่งให้พวกพ่อค้าแม่ค้าลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ 

“ผมเพิ่งรู้ว่าพวกพี่ทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย” กองทัพพูดขึ้นด้วยความสนใจเมื่อรู้ว่าพวกแวมไพร์สามารถสั่งให้ใครทำอะไรก็ได้เพียงผ่านการสบตา 

“ว่าแต่ทุกคนมาอยู่ที่นี่ได้ไง” ผมถามขึ้นบ้าง จู่ๆ โนวี่ พี่โชน พี่เสือ (เพื่อนสนิทของพี่โชนกันโนวี่) และไอ้กองทัพก็มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แถมยังเป็นคนช่วยไล่พวกของอะลัวให้หนีหัวซุกหัวซุน 

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก พอดีว่าพี่เก้ากับพี่โชนเขาหนีมาซ่อนตัวที่บ้านของพี่ภู แล้วเผอิญเมื่อเช้าพี่เสือก็นำข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้พี่ภูฟัง ทุกคนเลยได้เจอกันแล้วตัดสินใจออกมาดูลาดลาวแต่ก็ไม่คิดว่าจะได้บู้กับพวกมัน แต่ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับพี่เสือ ธนูของพี่ใช้ได้ผล” กองทัพเล่าให้ฟังเป็นฉากๆ ก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปทางพี่เสือที่น่าจะเป็นคนจัดการหาธนูมาแจกจ่ายให้กับทุกคน 

”ถ้าไม่มีอะไรแล้วกูกลับก่อนนะ” พี่เสือพูดเสียงราบเรียบก่อนจะเดินไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่ใกล้ๆ แล้วกระชากเกียร์ขับจากไปด้วยความรวดเร็ว 

“’ถ้ามึงอยู่นี่ แล้วข้าวอยู่ไหน ข้าวปลอดภัย ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย” พี่โชนถามขึ้นอย่างร้อนใจ 

“ใจเย็นพี่ ไอ้กล้าปลอดภัยดี ไม่มีใครทำอะไรมันแม้แต่ปลายเล็บ ป่านนี้มันนอนรอพี่อยู่ที่บ้านจนเหงือกแห้งแล้วมั้ง” 

“’งั้นกูไปล่ะ” ว่าจบพี่โชนก็วิ่งสี่คูณร้อยไปขึ้นรถอีกคัน (ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็นรถของพี่เสือนะ) แล้วกระชากเกียร์ขับออกไปด้วยความรวดเร็วเช่นกัน 

“อ้าว! พี่โชน! แล้วผมกลับไงอ่ะ” กองทัพตะโกนไล่หลัง แต่ก็ไม่ทัน “แล้วคืนนี้เราจะกลับยังไงดีครับพี่เก้า” กองทัพขอความเห็นจากโนวี่ 

“คงต้องเดินกลับ” โนวี่ว่าจบแล้วเดินไปตามทางกลับที่พัก 

“งั้นกูกลับล่ะ” กองทัพหันมาบอกผมอย่างเซ็งๆ แล้วเดินคอตกไปตามทางกลับหอ 

“ไปส่งกองทัพที่หอแล้วกลับมารับฉัน” ผมสั่งองครักษ์ทั้งสองก่อนจะวิ่งตามโนวี่ที่เดินห่างออกไป 

“โนวี่” ผมวิ่งมาหยุดยืนขวางทางร่างบางไว้ “คืนนี้อยู่กับผมนะ” 

“หลบไป” โนวี่บอกเสียงนิ่งเรียบแล้วเชิดหน้าหนี 

“ไม่หลบ” 

โนวี่หันหน้ามามองผมตาเขียวปั๊ด คิ้วเรียวขมวดมุ่น 

“ก็บอกให้หลบไปไง” เสียงเล็กตวาดจนผมชะงัก เพราะไม่เคยเห็นร่างบางหงุดหงิดขนาดนี้มาก่อน ผมสลดลงเล็กน้อย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำอะไรให้โนวี่รู้สึกไม่พอใจ 

“เอ่อ คือ ฉัน” โนวี่อ้ำอึงพูดเสียงอ่อนลง “เฮ้อ!” ร่างบางถอนหายใจ 

“ผมทำอะไรให้พี่ไม่พอใจหรอครับ” ผมถามเสียงเศร้า พลางนึกคิดว่าผมทำหรือพูดอะไรผิดหูผิดใจร่างบาง 

“เฮ้อ!” โนวี่ถอนหายใจ “ช่างมันเถอะ” 

“ผมขอโทษนะถ้าทำอะไรให้พี่รู้สึกไม่พอใจ” ผมจับมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นมากุม 

“ฉันก็ขอโทษนายเหมือนกันนะที่พูดเสียงดังใส่” โนวี่พูดเสียงอ่อน “กลับกันเถอะ” ร่างบางเอ่ยชวนแล้วจับมือผมเดินไปยังทางกลับหอพักของผม 

”เดินไปทางนี้ก็หมายความว่า คืนนี้พี่ยอมอยู่กับผมแล้วใช่มั้ย” ผมถามขึ้นด้วยความดีใจ โนวี่หันมายิ้มให้ผมแทนคำตอบ 

ฟอดดดดด 

“ขอบคุณ” ผมยื่นหน้าไปหอมแก้มขาวเนียนน่าฟัด ทำไมวันนี้โนวี่ทำตัวว่านอนสอนง่าย น่ารัก น่ากอด น่าฟัด แล้วก็น่าจับมาปู้ยี่ปู้ยำเสียจริง ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากกกกกก 

“อื้อ!” ร่างเล็กเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อ “จะมาหอมอะไรตรงนี่ เกิดใครเห็นขึ้นมาทำไง” น้ำเสียงดุแกมเขินอาย 

“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า ถึงเห็นผมก็ไม่สน” ก็คนอยากแสดงความรัก ทำไมต้องอายด้วย 

“ไม่คุยด้วยแล้ว อ๊ะ! รถมาพอดีเลย” เสียงเล็กพยายามพูดให้เป็นปกติ ก่อนจะชี้ไปทางรถยนต์ที่ขับเคลื่อนเข้ามาใกล้ 

“หนีไปเถอะ ยังไงคืนนี้พ่อจะจัดให้หนักเลย” ผมหมายมั่นก่อนจะเดินตามร่างบางไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ใกล้ๆ 

“ทุกอย่างเรียบร้อยมั้ย” ผมถามถึงงานที่สั่งให้ทั้งสองทำ นั่นก็คือการไปส่งกองทัพที่หอพัก ซึ่งอยู่หลังมหา’ลัย 

“เรียบร้อยดีครับ” วู้ดตอบก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวเพื่อไปส่งผมกับโนวี่ที่หอซึ่งอยู่หน้ามหา’ลัย 

โนวี่ 

“เราจะกลับไปหาฟรองซัว” 

“ห๊ะ! ว่าไงนะ” สองสามีภรรยาถามขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบรวมทั้งความต้องการบ้าๆ ของผม ทั้งๆ ที่เพิ่งบอกไปว่าหนีหัวซุกหัวซุนจนเกือบเอาชีวิตแทบไม่รอดมาจากอาณาจักรฟราน แต่จู่ๆ ผมก็จะกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง 

“เมื่อกี้พี่ว่าพี่ฟังผิด” ภูผาหันไปบอกสามีเพราะคิดว่าตนหูฝาด 

“’งั้นผมคงฟังผิดเหมือนกัน” กองทัพพึมพำพลางมองหน้าผมกับโชนสลับกันเหมือนต้องการให้ใครคนใดคนหนึ่งพูดขยายความ 

“กูจะกลับไปหาฟรองซัวจริงๆ นะ” ผมยืนยันคำเดิม ก็นะ กุส่าได้กูรูการอ่อยเทรนด์ให้เป็นอย่างดี ลูกศิษย์คนนี้ก็เกิดร้อนวิชาอยากรีบนำมันไปใช้กับคนที่อยู่ที่ปราสาทเสียตอนนี้ 

“แต่พี่เพิ่งหนีออกมานะ ถ้าจะกลับไปอีกผมคิดว่ามันเสี่ยงเกินไป” กองทัพค้าน 

“ก็ถ้าไม่กลับตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหน ที่สำคัญ ไอ้โชนมันก็เป็นห่วงข้าวกล้าด้วย” ผมพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดเพื่อที่จะได้กลับไป เข้าใจครับว่าทั้งสองคนเป็นห่วงผมกับไอ้โชน แต่ทำไงได้ หัวใจของเราทั้งสองยังอยู่ที่นั้น ยังไงพวกเราก็ต้องกลับไปอยู่ดี สู้กลับไปเสียตอนนี้ กลับไปเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ แล้วจัดการมันทิ้งให้สิ้นซาก ปล่อยไว้นานๆ ก็รังแต่จะเพิ่มความร้อนใจ 

“ไม่ว่ายังไงก็จะกลับให้ได้เลยใช่มั้ย” ภูผาพูดขึ้นอย่างงอนๆ ก็นะ หนีมาพึ่งมันเป็นรอบที่สองแล้วยังจะไม่เชื่อคำเตือนของมันอีก 

“กูขอบใจมึงมากนะภู แต่มึงรู้ใช่มั้ยว่าการอยู่ห่างจากคนรักในเวลาที่เขาต้องการเรามากที่สุดมันรู้สึกแย่แค่ไหน” 

“เออ กูยอมมึงแล้วก็ได้” ผมกระตุกยิ้มเมื่อได้ฟังคำตอบเพราะหยิบเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับเพื่อนในอดีตมาพูดจนมันยกธงขาวยอมแพ้ “แต่กูจะไปด้วย” 

“ไม่ได้” กองทัพห้ามคนรักเสียงแข็งทั้งยังจับตัวคนรักให้มานั่งบนตัก สองแขนแกร่งกอดรั้งเอวบางไว้ด้วยความหวงแหน 

“อื้อ” ภูผาขัดขืนเล็กน้อยแต่ก็ยอมนั่งอยู่บนตักของสามี 

“แต่พี่เป็นห่วงเพื่อน” ภูผาบอกจุดประสงค์ 

“มึงอย่าไปเลย ที่นั่นมันไม่ปลอดภัย” โชนที่นั่งเงียบอยู่นานพูดแทรกขึ้น ผมเองก็เห็นด้วยกับมัน ที่อาณาจักรฟรานอันตรายเดินกว่าจะให้มนุษย์หมาป่าเพียงตนเดียวบุกเข้าไป 

“แต่...” 

“ไม่มีแต่ ขึนมึงยังดื้ออยู่แบบนี้ มันจะทำให้ไอ้เก้าลำบากใจและมีคนให้ห่วงเพิ่มมากขึ้น” 

“เฮ้อ! ไม่ไปก็ได้” ภูผาถอนหายใจก่อนที่จะจำใจยอมทำตามคำเตือนของโชน แต่มันก็นั่งกอดอกเชิดหน้าหนีงอนพวกผมแก้มป่อง 

ฟอดดดดด 

“อื้อ ทำอะไรเนี่ย” ใบหน้าขาวใสขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อถูกคนรักขโมยหอมแก้ม 

“ก็ทำโทษเด็กดื้อไงครับ พี่เป็นแม่คนแล้วนะ ทำอะไรคิดถึงลูกบ้างสิ” กองทัพว่าดุๆ นับวันๆ ภรรยาของเขาก็ยิ่งหัวแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ไปดื้อติดใครมา 

“ก็คนเป็นห่วงเพื่อนนี่” ภูผาโวยวายใส่แล้วกดปุ่มเพิ่มจำนวนคนที่ตนรู้สึกงอนเพิ่มขึ้นในใจ นั่นก็คือสามีสุดที่รัก ผมกับโชนนั่งมองความน่ารักของคู่รักคู่นี้แล้วได้แต่ยิ้มให้กับการกระทำของคนทั้งคู่ 

ภูผาจัดเป็นมนุษย์หมาป่าที่มีจิตใจดี ในอดีตตอนที่เราสองคนเจอกันครั้งแรก ตอนนั้นภูผายังเป็นเด็กชายวัยสิบขวบอยู่เลย ผมที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตแดนมาโดยไม่ได้ตั้งใจจนเกือบจะถูกฆ่าตาย ก็ได้เด็กน้อยคนนี้ขอร้องผู้เป็นพ่อให้ช่วยพูดกับกลุ่มมนุษย์หมาป่าที่เฝ้าเขตแดนให้ยอมปล่อยผมไป ถ้าวันนั้นผมไม่เจอมนุษย์หมาป่าตัวน้อยตนนี้ ผมคงไม่มีชีวิตรอดจนได้มาเห็นภูผาที่โตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ทั้งยังมีสามีที่ดีและลูกที่น่ารัก 

“ลุงภู มีเพื่อนมาหา” เสียงสดใสของน่านฟ้า หลานชายวัยสี่ขวบที่กำลังวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านตะโกนบอกก่อนที่ชายหน้าตาหล่อเหล่าจะเดินเข้ามาภายในบ้าน 

“อ้าว! เสือ!” ภูผาทักขึ้นอย่างแปลกใจ นานแค่ไหนแล้วที่ทั้งสองคนไม่ได้พบกัน หลังจากจบงานศพของพลอยชมพู คนรักของเสือ เสือก็ขลุกตัวอยู่แต่กับการเรียนและงานจนไม่มีเวลาให้เพื่อน ตอนนั้นภูผาก็กำลังตั้งท้องจึงดร็อปเรียนไว้แล้วกลับมาอยู่บ้านในป่าถาวรจึงทำให้ทั้งสองไม่ได้เจอกัน แต่ถึงกระนั้นโชนก็เคยพาเสือมาเที่ยวบ้านของตนตอนที่ยังเรียนอยู่ปี1 ทำให้เสือมาที่นี่ได้ถูก ก็เพราะมันอยู่ในป่าลึก ใครที่ไม่เคยมาก็จะหลงไปตามระเบียบ 

“มีอะไรหรือเปล่าวะ” โชนถามขึ้น นึกแปลกใจที่ได้เจอเพื่อนสนิทที่นี่ ผมเองก็รู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกลึกๆ กำลังบอกว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นที่เมืองมนุษย์ 

“เจอมึงสองคนที่นี่ก็ดี” เสือที่ถึงแม้จะแปลกใจที่เจอผมกับโชนอยู่ที่นี่ แต่ก็เลือกที่จะไม่ซักถามแล้วยื่นม้วนหนังสือพิมพ์มาให้พวกผมแทน 

“อะไรวะ” โชนรับไปถือก่อนจะคลี่ออกมาอ่าน 

“ระทึก สัตว์ร้ายบุกเมือง ตายนับสิบ” โชนอ่านหัวข้อข่าวใหญ่ที่พาดกลางหน้าหนึ่ง เราทุกคนมองหน้ากันอย่างรู้ความหมาย 

ก่อนหน้านี้พอจะมีข่าวแบบนี้ออกมาบ้าง แต่จะเป็นเพียงกรอบเล็กๆ และอยู่หน้าท้ายๆ แต่ครั้งนี้ถึงกับพาดหน้าหนึ่งคงไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา แล้วยิ่งเสือถ่อสังขารมาหาภูผาถึงในป่าแสดงว่ามันต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ 

“ตอนนี้พวกมันออกอาละวาดแทบทุกคืน ฆ่ามนุษย์เพิ่มมากขึ้นเหมือนต้องการประกาศอำนาจ” เสือพูดถึงพวกที่ออกมาทำร้ายมนุษย์ นั่นก็คือแวมไพร์ชั้นต่ำ พวกที่เคยตามล่าตัวผม 

“แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ดีแน่” โชนบอก พวกเราทุกคนก็คิดแบบนั้น 

“ลุยกันเลยมั้ยพี่” กองทัพเสนอ มันดูพร้อมลุยมาก 

“มันอันตรายนะทัพ” ภูผาพูดขึ้นอย่างเป็นห่วงสามี 

“เราต้องไปดูลาดลาวก่อน เพราะตอนนี้กูไม่รู้ว่าพวกมันมีกันมากแค่ไหน” ผมเสนอ 

“ที่กูมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้ กูอยากติดต่อกับมึง และคิดว่าไอ้ภูน่าจะช่วยได้ แต่ไม่คิดว่าจะได้เจอกับมึงสองคน” เสือบอก ใบหน้าหล่อคมดูคลายกังวลลงเล็กน้อย “ว่าแต่ มึงสองคนสบายดีนะ แล้วข้าวกล้ากับซันไม่อยู่ด้วยหรอวะ” เสือถามด้วยความเป็นห่วง เกือบลืมไปสนิทเลยครับว่าก่อนหน้านี้พวกเราคุยกันค้างไว้เรื่องกลับอาณาจักรฟราน แต่ตอนนี้มีเรื่องสำคัญให้ต้องคิดต้องทำมากกว่าเรื่องนั้น 

“เรื่องมันยาว ไว้จะเล่าให้ฟัง” ผมบอก 

“อืม ไปกันเลยมั้ย” เสือพยักหน้าและถามกลับอย่างรีบร้อน 

“อืม” ผมตอบตกลง 

“ผมไปด้วยคนนะ เผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้ช่วยกัน” กองทัพเสนอตัว 

“ไม่อยากให้ไป แต่ระวังตัวนะ” ภูผาบอกสามีตัวเองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ 

“ครับ แล้วผมจะรีบกลับมา” มือแกร่งจับหัวคนรักโยกไปมา “ไปหอมลูกก่อน” กองทัพบอกก่อนที่ทั้งคู่จะลุกเดินเข้าไปในห้องเล่นเด็กที่ถูกต่อเติมขึ้นมาใหม่หลังจากภูผาคลอดลูกชายออกมาได้ไม่กี่เดือน เพราะเจ้าตัวเล็กไม่รู้มีนิสัยดื้อติดใคร เผลอแป๊บเดียวแอบคลานหนีออกไปเล่นนอกบ้านทำให้ทุกคนตามหากันจ้าละหวั่น 

“กูออกไปรอข้างนอกนะ” เสือบอกก่อนจะเดินปลีกตัวออกไปนั่งรอที่เก้าอี้หน้าบ้าน 

“เฮ้อ!” ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะเดินตามเพื่อนออกไป ที่เพื่อนของผมกลายเป็นคนเงียบขรึมไม่ค่อยสุงสิงกับใครก็เป็นเพราะความเจ็บปวดในอดีตจึงทำให้มันต้องสร้างเกราะขึ้นมาเพื่อป้องกันความอ่อนแอของตัวเอง ผมก็เคยเป็นครับ แต่ไม่หนักเท่ามัน 

“ไงมึง หุ่นยนต์เดินได้” ผมแซวแล้วหย่อนก้นลงนั่งข้างมัน ที่บอกว่ามันเป็นคนหล่อก็จริง แต่ใบหน้าอมทุกข์กับขอบตาดำคล่ำนี้โคตรจะไม่เข้ากับมัน เสือปรายตามามองผมก่อนจะหันหน้าหนีแล้วทอดสายตามองวิวทิวทัศน์โดยรอบอย่างต้องการปกปิดความรู้สึก 

“ทำไม่ได้หรือไง” ผมทวงถามหาคำสัญญาที่มันเคยให้ไว้ 

“ยาก” เสียงทุ่มตอบปานจะขาดใจ “กูยังคงคิดถึงพลอยทุกวัน” เสือตอบอย่างยอมแพ้ ไม่ว่าพยายามทำตัวเองให้ยุ่งมากแค่ไหนก็ยังคงคิดถึงคนรักที่จากไปอย่างไม่มีวันคืนกลับ 

“แต่มึงสัญญากับกูไว้แล้วนะว่าจะอยู่ให้ได้” 

“อยู่ได้ แต่โคตรลำบาก” 

“ไปกันเถอะพี่” กองทัพกับโชนเดินออกมาจากบ้านหลังจากเข้าไปลาทุกคนในห้องเล่นเด็กเรียบร้อย 

“ไอ้ภูล่ะ” ผมถามขึ้นนึกแปลกใจที่ไม่เห็นเพื่อนเดินตามออกมาส่งคนรัก 

“ติดลูกอยู่ รายนั้นร้องห่มร้องไห้ไม่อยากให้ผมไป” กองทัพว่ายิ้มๆ พลางมองหน้าเสือเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูดออกมา 

“มีไรเปล่า” เสือถามเมื่อจับสังเกตได้ 

“เปล่าครับ พี่ดูไม่ค่อยมีความสุข” 

“กูมีความสุขดี” ถ้าใครเชื่อคำที่ไอ้เสือพูดนี่คงกินหญ้าแทนข้าว 

“เฮ้อ! ทนหน่อยมึง” โชนตบบ่าเพื่อนก่อนจะเดินไปตามทางออกจากหมู่บ้าน เสือมองเพื่อนอย่างงงๆ ก่อนจะเดินตามออกไป 

“ทนอะไร” ผมพึมพำกับตัวเอง ไม่เข้าใจความหมายที่โชนต้องการจะสื่อ พอหันหลังกลับไปก็มีรอยยิ้มแปลกๆ ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของกองทัพ พาทำให้ต่อมเผือกของผมเต้นตุบๆ มันมีอะไรในกอไผ่กัน! 

หงุดหงิด! หงุดหงิด! หงุดหงิด! 

มันหน้าหงุดหงิดใจนัก ทั้งๆ ที่ผมรวบรวมความกล้าเพื่อที่จะมาอ่อยฟรองซัว ผมตื่นเต้นและอายมากแค่ไหนกว่าผมจะกล้าจู่โจมเขามากขนาดนั่น แล้วดูสิ่งที่ผมได้รับก็คือการที่เขาผลักผมให้ออกห่าง 

อยากจะบ้า! อยากจะบ้า! อยากจะบ้าตาย! 

ผมนั่งกอดอก ถอนหายใจ ปรายตามองฟรองซัวสลับกับท้องถนน ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนรถจอดสนิทหน้าหอของฟรองซัว ทั้งๆ ที่พยายามไม่คิดมากและไม่ใส่ใจ แต่มันก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ดี หรือว่าผมยังรุกเขาไม่มากพอ เขาถึงไม่รู้สึกและทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ได้! คืนนี้แม่จะจับกดให้ดู ดูสิว่าผมจะยังรอดเงื้อมมือของเขาได้อยู่มั้ย! ไม่ว่ายังไงคืนนี้ผมก็ต้องเสร็จเขาให้ได้ ผมต้องตกเป็นของเขา 

ผมหมายมั่นก่อนจะลงจากรถแล้วเดินละลิ่วเข้าไปในหอ ผมเคยมาค้างที่หอเขาครั้งนึงตอนที่ผมดื่มหนักไปหน่อยแล้วเมาไม่ได้สติ (แอลกอฮอล์มันช่วยดับกระหายได้จริง แต่ถ้าดื่มเยอะก็เมาได้นะ ก็วันนั้นใครใช้ให้ไอ้เสือชวนผมไปที่ร้านเหล้า แถมผมยังเห็นฟรองซัวนัวเนียอยู่กับน้องพลอย เห็นแบบนั้นก็เลยเผลอจัดชุดใหญ่จนจำอะไรไม่ได้ รู้แค่ว่าคืนนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คืนนี้ เกิดแน่ล้านเปอร์เซ็น) 

“เดี๋ยวสิครับ รอผมด้วย” ฟรองซัวรีบวิ่งตามผมมา แขนแกร่งพาดมาโอบใหล่ผมไว้แล้วเดินไปยังห้องของเขาที่อยู่ชั้นบนสุด หอนี้มีทั้งหมด 5 ชั้น มันเลยไม่มีลิฟต์ 

แกร๊ก 

พรึบ 

ปัง 

ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก ผมผลักฟรองซัวให้ล้มลงไปนอนบนเตียงแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็วก่อนจะตามขึ้นไปคร่อมทับร่างสูง เขามองผมอย่างตกใจ 

“จะทำอะไร” เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางกระถดตัวหนี ผมก็กำลังจะเผด็จศึกไง ดูแค่นี้ไม่รู้หรอ ผมไม่ตอบแต่คลานตามขึ้นไปคร่อมทับบนตัวเขาอีกครั้ง ทั้งยังทิ้งน้ำหนักตัวลงไปเพื่อให้ร่างกายของเราสองคนเสียดสีสร้างความวาบหวามกระตุ้นอารมณ์ของเราสองคน 

“อื้อ ฟรองซัว” ผมครางชื่อเขาอย่างรู้สึกดี 

“นะ โนวี่ อึม” เสียงลมหายใจขาดห้วงประกอบกับสัมผัสแข็งแกรงด้านล่างที่กำลังบดเบียดอยู่ตรงหน้าท้องของผมบอกให้รู้ว่าการกระทำแบบนี้ของผมทำให้ฟรองซัวมีอารมณ์ ผมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงใจที่มันได้ผม ตอนแรกก็แอบหวั่นว่าเขาจะผลักผมออกเหมือนตอนที่อยู่บนดาดฟ้าอีกหรือเปล่า 

“คิดถึงจัง” ผมพูดออกไปตามความรู้สึก ห่างฟรองซัวเพียงหนึ่งวันก็คิดถึงใจแทบขาด เดี๋ยวคืนนี้แม่จะจัดให้หายคิดถึงเลย 

“อื้ม โนวี่แปลกไปนะ” เขาถามแล้วมองหน้าผมอย่างสงสัย ก็แหงล่ะ ผมเคยทำแบบนี้กับเขาที่ไหน ปกติก็ทำหน้าขรึมใส่ อันที่จริงผมก็อยากที่จะทำแบบนี้กับเขาตั้งนานแล้ว ผมก็ไม่ได้เรียบร้อยหรืออ่อนแอเหมือนที่แสดงหรอก ผมแอ๊บ! 

“แปลก? แบบนี้หรอ? อ๊า” ผมแกล้งถามแล้วเพิ่มน้ำหนักในการบดคลึงร่างกายเข้าหาร่างสูง 

“อ๊า อื้ม” สองมือหนาเลื่อนมาจับสะโพกของผมให้บดเบียดลงไปหาส่วนนั่นของเขามากยิ่งขึ้น 

“แล้วชอบหรือเปล่า” ผมถามเสียงกระเซ้าแล้วซุกไซ้ใบหน้าไปตามซอกคอของเขา ออกแรงขบเม้มจนเกิดรอยแดงสีดอกกุหลาบ 

“ที่สุดเลยที่รัก” ฟรองซัวผงกหัวขึ้นมาจูบกระหม่อมของผมเพื่อให้รางวัล ผมยิ้มให้เขาอย่างพึงใจก่อนจะก้มลงไปซุกไซ้ใบหน้าบริเวณลำคอของเขาอีกครั้ง 

“หอมจัง” กลิ่นกายของฟรองซัวหอมเหลือเกิน หอมน่ากิน จนผมเผลอปล่อยตัวปล่อยใจแยกเขี้ยวออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และ... 

ฉึก 

ผมฝังเขี้ยวลงไปในคอของเขาแล้ว รสเลือดหวานหอมละมุนลิ้น 

“อึกๆ” 

“โนวี่” เสียงทุ้มนุ่มแหบพร่าดังขึ้นมาฉุดการกระทำของผม ผมรีบผลักออกเมื่อได้สติ ใบหน้าของฟรองซัวซีดเซียว เนื้อตัวเย็นยะเยือกเพราะผมเผลอดื่มกินเลือดจากกายเขามากเกินไป แต่ผมห้ามตัวเองไม่ได้ เหมือนมีอะไรบ้างอย่างที่ผมไม่สามารถควบคุมได้ 

“ขอโทษนะ” ผมบอกอย่างรู้สึกผิดก่อนจะยื่นข้อมือไปจ่อที่ริมฝีปากหนา เขี้ยวคมงอกออกมาก่อนจะฝั่งมันลงมาที่ข้อมือข้อผมแล้วดื่มกินเลือดจากตัวของผมเพื่อทดแทนกับเลือดที่ผมเผลอดูดมาจากตัวเขา 

“อึกๆ” ฟรองซัวดูดเลือดไปจากตัวของผมเพียงน้อยนิดพอให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติ 

“พอแล้วหรอ” ผมอยากให้เขาดื่มเลือดจากตัวของผมมากกว่านี้ ตอนนี้ใบหน้าของเขายังดูเหนื่อยอ่อนอยู่เลย 

“นอนพักสักหน่อยก็คงหาย” 

“งั้นนอนนะ” ผมบอกแล้วจัดท่านอนให้กับเขา อารมณ์พิศวาสของเราสองคนปลิวหายไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ 

“นอนกับผมนะ” มือแกร่งจับตัวของผมให้ล้มนอนข้างเขา 

“นอนนะ” ผมนอนหันหน้ามาทางเขา มองดูใบหน้าหล่อคมที่พอมีสีเล็กน้อย 

“ฝันดีครับ” เขากดจูบลงมาที่หน้าผากของผมแผ่วเบาแล้วยื่นแขนมาโอบกอดผมไว้ ผมซุกซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่งแล้วนอนฟังเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจจากชายร่างโตที่ผมชอบฟัง 

เฮ้อ! ผมรอบถอนหายใจเล็กน้อย ก็แผนที่กุส่าวางไว้ล่มไม่เป็นท่าเพราะความปากไวของผมแท้ๆ เกือบจะได้ เกือบจะโดนอยู่แล้ว แต่ก็คงต้องยอมให้เขานอนพักเอาแรง เผื่อเขาตื่นมาจะได้มีแรงเ_า 

‘คิดอะไรทะลึ่งวะเนี่ยเรา นอนๆๆ’ ผมยิ้มให้กับความคิดหื่นกามของตัวเอง ก่อนจะเคลิ่มหลับไปในที่สุด 

กุลณัฐ|koonlanut 

มาลงให้อ่านพอหอมปากหอมคอนะ อย่างเพิ่งรีบทิ้งไรท์ไปไหนนะ ช่วงนี้มีความขยันอ่านหนังสือมากเป็นพิเศษ แต่ก็ยังแอบมาแต่งนิยาย ก็คนมันคิดถึงโนวี่กับฟรองซัวนี่ 

เฮ้อ! เหนื่อยใจกับหนูโนวี่ กุส่าตั้งใจอ่อยขนาดนั้นแล้ว แต่ดันแอบเผลอตามใจปากของตัวเองจนทำให้น้องฟรองซัวของเราเกือบแย่ แงๆ นึกว่าจะได้แต่งอะไรที่มันติดเรทซะแล้ว งุงิงุงิ 

ตอนนี้ก็กลับไปอ่านคู่ของพี่โชนกับน้องข้าวแก้ขัดไปก่อนเน้อ(สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาอ่านเรื่องนี้ของไรท์เป็นเรื่องแรก ไรท์แต่คู่ของพี่โชนกับน้องข้าวจบแล้วในอ้อน(อ่อย)รัก...น้องรหัส) สำหรับใครที่อ่านคู่นั้นจบแล้วก็อดใจรอหน่อยนะ ไรท์ก็อยากแต่ต่อเหมือนกัน แต่ตอนนี้พยายามจิกหัวตัวเองให้อ่านหนังสือสอบอยู่555 

สอบเสร็จก็เดือนหน้าโน่น วันสอบมีความห่างไกลกัน แต่ละวิชาก็หินๆ มองบนแพร๊บ 

สุดท้ายนี้ อ่านจบแล้วอย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ...จุ้บ 

ความคิดเห็น