AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 27 ผู้กล้าสร้างทีม

ชื่อตอน : ตอนที่ 27 ผู้กล้าสร้างทีม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 48

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2562 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27 ผู้กล้าสร้างทีม
แบบอักษร

ตอนที่ 27 ผู้กล้าสร้างทีม 

การพูดคุยของไผ่กับฟรานซ์เป็นไปอย่างราบรื่น เธอเล่าเรื่องราวของผู้คนที่ถูกดึงเข้ามาในโลกนี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่อาณาจักรเฟรนเซียร์ และกำลังทำภารกิจที่เทพเบื้องบนมอบให้อย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนฟรานซ์ไม่ได้เข้าร่วมภารกิจ วันหนึ่งๆ

เธอจะใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือเก็บข้อมูลในห้องสมุดของอาณาจักร แต่ก็มีบางภารกิจที่ไม่อาจละเว้นได้เช่น การเข้าไปฝึกตัวในดันเจี้ยนเพื่อเพิ่มระดับให้กับตนเอง การประลองจัดอันดับของผู้กล้าเป็นต้น

ข้อมูลคร่าวๆ ของผู้กล้ามีทั้งหมดด้วยกันแปดคน ส่วนใหญ่จะมีพัฒนาการสูงกว่าคนทั่วไป และมีส่วนน้อยที่การพัฒนาไม่ได้แตกต่างจากผู้คนในโลกนี้

แต่ถึงอย่างนั้นความรู้ความคิดของผู้กล้ายังคงทันสมัยกว่า พวกเขานำอาหารและเทคโนโลยีง่ายๆ จากโลกเก่ามาใช้ในโลกแห่งนี้ เช่นกล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ง่ายๆ ต่างๆ รวมถึงอาหารและเทคโนโลยีระดับต่ำทั้งหลาย แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับโลกนี้แล้วเทคโนโลยีระดับน้อยนิดของผู้กล้าก็ทำให้เกิดการได้เปรียบขึ้นมาในหลายๆ ด้าน

ส่วนฟรานซ์ แม้เธอจะมีแบบแปลนและความทรงจำกับสิ่งต่างๆ มากมายก่ายกอง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถสร้างมันให้ออกมาเป็นรูปธรรมได้ ยิ่งเทคโนโลยีและระบบกลไกอันซับซ้อนต่างๆ ด้วยแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะฟรานซ์ไม่ใช่ผู้สร้าง แม้รู้วัตถุดิบ รู้ระบบกลไก แต่ไม่รู้วิธีลงมือ

ส่วนช่างในโลกนี้ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจระบบกลไกต่างๆ ที่ซับซ้อนได้เลย แต่ถ้าเป็นระบบฟันเฟืองเล็กๆ น้อยๆ เช่นกังหัน เครื่องปั่น พวกเขายังพอทำได้อยู่ ส่วนเรื่องชิฟ แมมโมรี่ หรือชิ้นส่วนที่เป็นวงจร ยังไม่มีช่างคนไหนทำออกมาได้

แม้แต่จะทำความเข้าใจยังไม่มี ด้วยเหตุนี้เธอจึงเก็บตัวเงียบไม่สนใจการแสวงหากำลังและความแข็งแกร่งอย่างผู้กล้าคนอื่นๆ เพราะเห็นว่ามันไร้สาระ อีกอย่างระดับของผู้กล้าในตอนนี้ส่วนใหญ่แล้วเฉลี่ยที่ 6 ดาว อาจมีบางคนที่ก้าวไปถึงระดับ 7 ดาวแล้วแต่เธอยังไม่มีข้อมูลจึงหยุดอธิบายตรงส่วนนี้ไป

ฟรานซ์ได้เล่าถึงการแบ่งกลุ่มของผู้กล้าเพื่อสะสมกองกำลัง เมื่อถึงเวลาที่เบื้องบนกำหนดพวกเขาจะนำกองกำลังที่มีอยู่นั้นเดินทางเข้าไปเขตมหาเทพที่เป็นโซนอันตรายเต็มไปด้วยมอนสเตอร์และดันเจี้ยนลึกลับ และเมื่อได้ก้าวสู่เขตมหาเทพที่แท้จริงก็จะได้พบกับเหล่าทวยเทพผู้สูงศักดิ์

อาวุธและของวิเศษจะอยู่ในกำมือของผู้กล้าที่ถึงก่อนทันที ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยนั้นไม่ได้มีอะไรมาก ฟรานซ์จึงตัดจบเสียดื้อๆ

“สรุปเธอจะเล่าแค่นี้เหรอฟรานซ์” ไผ่พูด ฮอปที่อยู่ข้างๆ พยักหน้า เพราะข้อมูลที่ฟรานซ์เหล่านั้นน้อยเกินไป

“แค่นี้แหละ เพราะส่วนที่เหลือจะถามเอาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้” ฟรานซ์พูดน้ำเสียงปกติ นิ้วชี้ของเธอเคาะโต๊ะเบาๆ ไผ่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ ส่วนฮอปถึงกับทำหน้าเหวอนั่งไม่ติดพื้น

“เดี่ยวหรือรวม” ไผ่ถามฟรานซ์สั้นๆ

“รวม! จะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น” ฟรานซ์ตอบทันทีทันใด ฮอปได้ฟังคำตอบนี้ก็เอามือตบหน้าผากตัวเองไปฉาดหนึ่ง

“ว่าแล้ว มันต้องลงเอยแบบนี้ แล้วเธอจะไม่กลับไปอาณาจักรเฟรนเซียร์อะไรนั่นหรือไง” ฮอปพูดด้วยน้ำเสียงปลงตก

สำหรับพวกเขาแล้วการคุยกันไม่ได้เหมือนกับคุยแบบปกติทั่วไป แค่เพียงการสบตา ก็เหมือนกับคุยกันไปมากกว่าครึ่งแล้ว ยิ่งมีการกระดิกนิ้วหรือขยับร่างกายส่วนไหนระหว่างคุยกัน ก็ทำให้เข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อโดยไม่ต้องพูดออกมา แต่หากเป็นคนอื่นที่ได้ฟังบทสนทนานี้แล้วคงต้องทำหน้า งง ไปตามๆ กัน

นี่ถือว่าเป็นการคุยของอัจฉริยะด้วยกันเอง ไม่ต้องพร่ำเพรื่อให้มากความฟรานซ์ก็รู้ว่าไผ่ต้องการให้เธอเข้าร่วมกลุ่ม

ส่วนฟรานซ์ก็ตอบด้วยกลับคำพูดที่ว่า “ส่วนที่เหลือจะถามเอาเมื่อไหร่ก็ได้” นั้นหมายความว่าไผ่สามารถถามเธอได้ตลอดเวลา หรือก็คือเธอจะร่วมกลุ่มกับเขา ส่วนเดี่ยวหรือรวมนั้นหมายถึงห้องพัก ว่าฟรานซ์จะพักห้องเดี่ยวแบบเป็นส่วนตัว หรือจะพักรวมกับพวกเขา ซึ่งเธอก็ได้ตอบไปแล้ว

“เรื่องอาณาจักรเฟรนเชียร์ ต่อให้ไม่กลับไปก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้พวกเขาหรอก เพราะสำหรับที่นั่น ฟรานซ์ก็เป็นได้แค่คนไม่ได้เรื่องคนหนึ่งเท่านั้น” ฟรานซ์ตอบฮอปด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าพูดกับไผ่ ฮอปพยักหน้าหน่าย ๆ

“งั้นก็แล้วแต่เธอละกัน ฉันขอตัวไปทำอาหารก่อน” ฮอปพูดสั้นๆ แล้วปลีกตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอย ฟรานซ์เห็นความสามารถนี้ของฮอปเธอถึงกับคิ้วขมวด เพราะเขาไปเร็วมากสัมผัสอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งเนตรของเธอที่ทำให้เห็นกระแสเวทยังไม่สามารถสัมผัสเวทมนตร์ของฮอปได้เลย

“ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก เจ้าฮอปในตอนนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว เอาล่ะ เธอก็ไปนอนพักได้แล้วฟรานซ์ หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จจะไม่ได้พักกันอีกแล้ว เพราะต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเลยล่ะ” ไผ่พูดพร้อมก็ผายมือไปยังห้องพักรวม ฟรานซ์พยักหน้าช้าๆ แต่ก่อนที่เธอจะไป

“แล้วคนอื่นๆ ล่ะ” คำถามสั้นๆ ของฟรานซ์

“พวกเขาไปแจกจ่ายขนมปังน่ะ อีกไม่กี่วันก็ได้เจอแล้ว” ไผ่พูด ฟรานซ์จึงเดินไปยังห้องรวม –หมอนั่นพูดแบบนี้ แสดงว่า.... เฮ้อ! อย่างน้อยก็ขอพักเต็มที่สักหน่อยเถอะ-

 

.................................

 

แพตตี้ นานะ มีร่า และคิวบิลัส ทั้งสี่คนเดินทางข้ามเขตเวทไปจนถึงเขต 3 พร้อมกับขนมปังที่ช่วยกันอบตั้งแต่ตีสามถึง 6 โมงเช้า ประมาณว่ากลับจากการทำภารกิจก็มาลุยงานปากท้องประชาชนต่อ

เวลานี้พวกเขาได้แจกจ่ายขนมปังกับน้ำเหมือนเช่นเคย ส่วนชาวบ้านก็มารับกันตามปกติ แม้จะมีพวกที่ปฏิเสธไม่เข้าร่วมมาขอรับด้วย แต่กฎต้องเป็นกฎ พวกเขาไม่ได้รับของกินใดๆ นอกเสียจากเหล่าชาวบ้านจะมอบให้เอง ถึงอย่างนั้นก็หาได้มีคนใจดีมอบขนมปังให้พวกเขาไม่ ไม่มีแม้แต่ครึ่งก้อน

แต่ว่า...ด้วยความอดอยาก พวกนั้นจึงเชิดหน้าเดินออกไป แล้วรอคอยโอกาส เพราะหลังจากที่พวกชาวบ้านรับขนมปังกับเติมน้ำกันแล้ว พวกเขาจะเดินทางกลับไปยังที่พักของตนเอง บางคนก็ต้องลัดเลาะซอกซอยไปบ้าง เพราะฉะนั้นโอกาสปล้นอาหารจึงเกิดขึ้น

ขนมปังถูกกระชากออกไปทันทีด้วยมืออันหยาบกร้านของกลุ่มนักเลง พวกนั้นยิ้มกระหยิ่มใจเพราะคงไม่มีใครกล้ามาทวงความยุติธรรมให้เหยื่อแน่นอน

“อย่าคิดแม้แต่จะส่งเสียงเชียวล่ะแก! เดี๋ยวจะตายเอาซะเปล่านะ!” เสียงข่มขู่ของหัวหน้านักเลงพูดออกมาด้วยท่าทีหยิ่งผยอง มือหนึ่งคว้าคอของหญิงสาวผู้โชคร้าย อีกมือหนึ่งคว้าก้อนขนมปังหอมกรุ่น

แววตาของหญิงผู้โชคร้ายนั้นมองกลุ่มนักเลงด้วยสายตาที่หวาดกลัวสุดขีด หัวหน้านักเลงเห็นกิริยานั้นก็กระหยิ่มใจ คิดว่าหญิงคนนี้คงจะเกรงกลัวอำนาจบารมีของตนเป็นแน่ แต่หารู้ไม่ว่าลูกน้องที่อยู่ข้างหลังบัดนี้ไม่มีใครส่งเสียงออกมาสนับสนุนแม้แต่คนเดียว ข้างหลังดูเงียบกริบราวกับป่าช้า

“หึ! ให้มันรู้ซะบ้างว่าข้าเป็นใคร!” หัวหน้านักเลงพูดต่อพลางกัดขนมปังคำหนึ่งซึมซับความอร่อยไว้ในปาก

“อา... ช่างเป็นรสชาติที่ยอดเยี่ยมจริงๆ พวกเอ็งว่าไหม!” หัวหน้านักเลงถามลูกน้องโดยไม่หันไปดู ปรากฏความเงียบเป็นคำตอบ เขาจึงเอะใจแล้วหันหลังกลับไปดูลูกน้องของตน

ภาพที่ปรากฏให้เห็นคือกองเลือดและร่างไร้หัวของลูกน้องตนนอนแน่นิ่งสิ้นลมหายใจ แววตาของพวกนั้นเบิกกว้างเหมือนกับกลัวอะไรบางอย่าง ปากอ้าค้างคล้ายต้องการเป่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่ทำไม่ได้

“ผู้ที่ไม่ทำตามกฎต้องตาย!” เสียงอันเรียบง่ายของคิวบิลัสเอ่ยออกมา สิ่งนี้เป็นเหมือนดั่งพญามัจจุราชผู้มีอำนาจตัดสินความเป็นตายของผู้คน หัวหน้านักเลงเห็นแววตาที่เฉยชาของคิวบิลัสถึงกับตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก ในใจพลันนึกหาคำพูดแก้ตัวต่างๆ แต่กลับนึกไม่ออก

“ไม่มีประโยชน์!” คิวบิลัสพูดสั้นๆ พร้อมกับสะบั้นหัวของหัวหน้านักเลงอย่างรวดเร็ว และหายไปจากที่นั่นทันที ทิ้งให้หญิงสาวยืนตัวสั่นอยู่อย่างนั้น

 

...................................................................

 

ทางด้านแพตตี้ เธอใช้บ้านพักหลังเดิมเป็นที่อยู่ และประดับตกแต่งอย่างเรียบง่าย เครื่องอบขนมปังนับสิบเครื่องวางเรียงรายเป็นระเบียบ ถุงขนมปังแข็งที่ยังไม่ได้ผ่านกรรมวิธีกองไว้เป็นชั้นๆ ภารกิจที่จะทำต่อจากนี้ไม่จำเป็นต้องกลับไปยังพระราชวัง เธอแค่รออยู่ที่นี่ เตรียมแจกอาหารและน้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าเจ้านายของเธอจะมาถึง ซึ่งเวลานั้นเหล่าชาวบ้านที่อยู่เฉยๆ จะได้เริ่มงานจริงๆ จังๆ เสียที

ส่วนคิวบิลัส มีร่า และนานะก็ต้องอยู่ที่นี่เช่นกัน ช่วงเวลาสำหรับรอคอยไผ่ก็คือการหลับยาว

 

..............................

 

“เฮ้!! ฟรานซ์ ตื่นได้แล้ว เฮียเรียกให้ไปกินข้าว!” เสียงของฮอปปลุกฟรานซ์ให้ตื่นจากการนอนหลับ “ให้ตายสิทำไมฉันต้องมาปลุกเธอด้วย... เฮียหนอเฮีย” เสียงฮอปบ่นอุบอิบตอนท้าย

“อือ... รอฟรานซ์ครู่นึงนะที่รัก” เสียงหวานใสปนอาการงัวเงียของฟรานซ์เอ่ย เธอค่อยๆ ลุกออกจากเตียงบิดขี้เกียจเล็กน้อย แล้วตามฮอปไปในที่สุด

มื้ออาหารตอนเที่ยงคือสลัดผัก ซุปข้าวโพด และแกงเนื้อ ส่วนคนบนโต๊ะมีแค่สี่คนคือ ฮอป ไผ่ ฟรานซ์และโนบุ เป็นการทานข้าวที่เรียบง่าย ไม่มีการพูดคุยใดๆ หลังจากทานเสร็จโต๊ะก็ถูกเคลียร์โดยฮอป และจัดให้เรียบร้อย

ไผ่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฟรานซ์ เขายื่นกระดาษเปล่าๆ ให้ฟรานซ์ปึกหนึ่ง เธอมองกองกระดาษเปล่านั้นด้วยสีหน้าหน่ายใจ

“นี่กะจะเริ่มงานเลยเหรอ ชอบใช้แรงงานคนอื่นไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ” ฟรานซ์ทำหน้าบึ้งพูดด้วยท่าทีเหนื่อยใจอย่างยิ่ง เธอรู้นิสัยชอบใช้งานคนอื่นของไผ่ดี ใครก็ตามที่มาอยู่ทีมนี้ จะหาเวลาพักผ่อนได้ยากมาก ตราบใดที่ภารกิจยังไม่เสร็จสองมือสองเท้าคงไม่ได้หยุดหย่อน

“ปัญหาของอาณาจักรนี้มันมีเยอะเกินไป รอช้าไม่ได้หรอก ฮอปกับโนบุเดี๋ยวทั้งสองคนไปเก็บกวาดทรัพย์สินของเหล่าขุนนางมาทั้งหมดเลยนะ ใครที่มีลูกเมียก็แบ่งให้ไปส่วนหนึ่ง ส่วนใครที่ไม่มีผู้สืบทอดก็รีบมาให้หมด เอามากองรวมกันไว้ตรงลานฝึกทหารข้างนอก” ไผ่หันไปสั่งงานโนบุกับฮอป ฮอปรีบพยักหน้าโดยไวแล้วหายไปทันทีด้วยรอยยิ้ม ส่วนโนบุพยักหน้าเบาๆ แล้วหายตามฮอปไป ส่วนฟรานซ์มองแผ่นกระดาษเปล่า

“แปลนคอมพิวเตอร์, ระบบกระจายคลื่น, ระบบกักเก็บข้อมูล, แผ่นการ์ดประจำตัวรูปแบบบันทึกภาพและเสียง ภาพบันทึกเป็นคลื่นชนิดพิเศษ, แปลนเครื่องมือสื่อสารทางไกล, ระบบอัจฉริยะคำนวณสถิติระดับสูง, แปลนวงเวทเคลื่อนย้าย ซึ่งสิ่งนี้ฉันคาดว่าเธอคงอ่านและศึกษามันมาแล้ว และอย่างสุดท้าย เครื่องกระจายภาพและเสียง” เสียงไผ่เอ่ยสิ่งที่ต้องการออกมาชุดหนึ่งทำเอาฟรานซ์ถึงกับส่ายหน้า

“ทำไมไม่ให้ฮอปทำล่ะ เขาทำได้ดีกว่าฉันไม่รู้กี่เท่า” เสียงของฟรานซ์แสดงความเห็น ไผ่ส่ายหน้า

“ก็เพราะทำดีเกินไปนี่แหละ เวลาสร้างมันจึงใช้เวลานาน อีกอย่างเจ้าฮอปมันทำออกมาธรรมดาที่ไหน แต่ละอย่างต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล เธอนี่แหละ แบบแปลนพวกนี้มันเป็นของโลกเดิม และโลกใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว จึงง่ายต่อการสร้าง อืม ของพวกนี้ถ้าเธอวาดแปลนเสร็จไว และมีวัตถุดิบเพียงพอก็น่าจะสร้างเสร็จในวันสองวันนี้แหละมั้ง” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงติดตลก ฟรานซ์ถึงกับแขวะ

“ขี้โม้! แม้จะรู้ว่าคนอย่างนายมีความสามารถในการเล่นแร่แปรธาตุ สามารถทำให้อีกธาตุหนึ่งเปลี่ยนเป็นอีกธาตุหนึ่งได้ จึงสร้างของระดับสูงด้วยวัตถุดิบไม่กี่อย่าง แต่ว่าหากจะให้สร้างของจำนวนขนาดนี้ วันสองวันคงไม่ได้หรอก อย่างน้อยๆ ก็ต้องสองถึงสามอาทิตย์แหละ” ฟรานซ์พูดอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ไม่เชื่อ เพราะตามความทรงจำของเธอ ไผ่นั้นเป็นคนที่มีความสามารถเกินคาดเดาที่สุด แต่ไม่น่าจะถึงกับสร้างของจำนวนมากในเวลาอันสั้น

“ฟรานซ์ อย่าลืมสิว่านี่ไม่ใช่โลกเดิมของพวกเรา ทำๆ มาเถอะแล้วรอดูผล” ไผ่พูดยิ้มๆ

“อือ จะวาดแปลนให้ก็ได้ เชิญนั่งรอเลย” ฟรานซ์พูดตัดบท เธอยื่นมือมาทางไผ่

“ขอปากกาด้วย” ฟรานซ์พูด

“แล้วที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อเธอไม่ใช่ปากกาหรือไง?” ไผ่แขวะ

“ไม่เอา ปากกานี่ของหวง”

“เฮ้อ! โลกสูงไม่เปลี่ยนเลยเธอ” ไผ่พูดแวะฟรานซ์แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง พลันกระดาษนั้นก็ถูกเผาไหม้แล้วบิดเกลียวกลายเป็นปากกาธรรมดาด้ามหนึ่ง

“วิชาเล่นแร่แปรธาตุ เหมือนนายจะชำนาญขึ้นนะ เพราะทุกทีเห็นใช้วัตถุดิบหลายอย่าง” ฟรานซ์รับปากกามาแล้วพูด

“ก็คงงั้นแหละ โดนติวเข้มมาเยอะ” ไผ่พูดพลางหัวเราะเบาๆ เขานึกถึงตอนที่ราอิลฝึกเข้มแล้วแววตาก็นิ่งไปครู่หนึ่ง

ฟรานซ์เมื่อได้ปากกามาแล้วเธอตวัดเส้นต่างๆ เป็นรูปร่างมากมาย เส้นที่ตวัดมั่วซั่วกันไปหมดแต่กลับกลายเป็นรูปร่างที่ชัดเจนในตอนท้าย แบบแปลนคอมพิวเตอร์ ที่มีอุปกรณ์ยิบย่อยต่างๆ ถูกวาดออกมาจนหมดปึกกระดาษที่ไผ่ให้

จนเขาต้องเรียกกระดาษออกมาจากแหวนกองไว้ข้างๆ ฟรานซ์มากกว่า 10 กอง ส่วนฟรานซ์เมื่อเข้าสู่การทำงานแล้วเธอไม่สนใจสิ่งรอบข้างใด ๆ มือบรรจงวาดแบบแปลนอย่างรวดเร็วไม่หยุดหย่อน เวลาเพียง 10 นาทีแปลนคอมพิวเตอร์ก็เสร็จสิ้น มันมีจำนวนแผ่นกระดาษมากกว่า 500 แผ่น เป็นคอมพิวเตอร์ระดับที่ใช้กันในองค์กรระดับสูง

“เสร็จแล้ว แปลนคอมพิวเตอร์” ฟรานซ์พูดเสียงเฉยเมยแล้วยื่นกระดาษปึกนั้นให้ไผ่

“นี่เธอเล่นของสูงเลยเหรอเนี่ยใยโลกสูง วาดมาอีกแปลนหนึ่ง เอาคอมระดับที่ใช้กันในบ้านพอ ส่วนภาษาเดี๋ยวค่อยอัพเกรดทีหลังละกัน” ไผ่พูดด้วยนำเสียงอึ้งๆ เมื่อเห็นฟรานซ์ทำงานได้เร็วกว่าแต่ก่อน

“อืม รออยู่นั่นแหละเดี๋ยววาดให้” เสียงของฟรานซ์พูด ไผ่ยักไหล่เบาๆ

เวลาเพียงนาทีครึ่งแปลนคอมบ้านๆ ก็เสร็จสรรพ เธอยื่นมันให้กับไผ่ เจ้าตัวก็ยิ้มกริ่มแล้วหายไปทันที ปล่อยให้ฟรานซ์จมดิ่งกับการวาดแปลนอื่นๆ ต่อ

“ให้ตายสิ อยู่ทีมกับหมอนี่เหมือนกับอยู่โรงงานนรกชัดๆ” ฟรานซ์บ่นเบาๆ ส่วนไผ่ไป ขนทรัพย์สมบัติเดิมของเฟลเลี่ยมที่คลังหลวง แล้วตั้งหน้าตั้งตาสร้างอย่างรวดเร็ว

เจ้าทองกับเจ้าขาวที่หลับมานานถูกปลุกให้ตื่นเพื่อสร้างอุปกรณ์ขนาดจิ๋วบางอย่าง และแล้วเนตรมังกรก็ถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แยกแยะมวลสาร บังคับ ปรับเปลี่ยน และรวมกับวิชาเล่นแร่แปรธาตุ ทำให้วัตถุดิบเปลี่ยนคุณสมบัติ คอมระดับสูงเครื่องแรกสร้างเสร็จในเวลา หนึ่งชั่วโมง และเครื่องต่อๆ ไปสร้างเสร็จในเวลาครึ่งชั่วโมง และลดสั้นลงไปเรื่อย ๆ

จนได้คอมระดับสูงมานับสิบเครื่อง ไผ่ก็จัดการสร้างคอมบ้านๆ ต่อ ใช้เวลาไปอีก สองชั่วโมงก็กลับไปหาฟรานซ์เพื่อเอาแบบแปลนอื่นๆ มาทำการสร้างต่อ สร้างอย่างรวดเร็ว เพราะประสบการณ์ที่ชำนาญ โดยที่ฟรานซ์ไม่รู้เลยว่า แปลนที่เธอวาดมันได้แสดงประสิทธิภาพออกมาแล้ว แปลนที่ช่างระดับสูงยังทำความเข้าใจไม่ได้ บัดนี้เมื่ออยู่ในมือของอีกคน มันกลับกลายเป็นดั่งของง่ายๆ

ส่วนฮอปกับโนบุจัดการรูดทรัพย์ในคลังของขุนนางที่ตายไปแล้วอย่างรวดเร็ว แม้นว่าห้องหับนั้นจะมีกลไกลับมากมาย แต่กลับกลายเป็นดั่งของเด็กเล่นเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขา

สำหรับฮอปแล้วเขาจะทำการแก้กลไกต่างๆ ด้วยแววตาที่สนุกสนาน ส่วนโนบุเธอฟันเรียบ แล้วกอบโกยเอาสมบัติรวดเดียวเกลี้ยงคลัง

 

.................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น