ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 93 พี่ก็รักไป๋อวี่

ชื่อตอน : บทที่ 93 พี่ก็รักไป๋อวี่

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 306

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2562 19:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 93 พี่ก็รักไป๋อวี่
แบบอักษร

  ตอนนี้เลยตื่นกันทั้งบ้าน จูอี้หลงนั่งวางท่อนแขนบนหน้าขา สองมือประสานระหว่างเข่า สมาชิกในบ้านนั่งจ้องเขม็งอยู่รายรอบ นี่คือภาพสุดท้ายที่หลินชิงหูเห็นก่อนจะออกจากบ้านของจูอี้หลงมา ตอนเดินลงบันไดมาจากชั้นบน จูอี้หลงบอกให้เขากลับไปพักผ่อน แค่คำพูดสั้นๆ หลินชิงหูก็เข้าใจ ....นี่มันเรื่องภายในครอบครัว พอทุกคนเข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นเขาจึงรีบกล่าวลา ค้อมตัวโค้งแล้วรีบเดินออกมาขึ้นรถที่รออยู่

  พอแปะก้นลงนั่ง มือข้างหนึ่งยกขึ้นห้ามคนขับรถออกรถ มืออีกข้างควานหาโทรศัพท์ ตอนนี้เขานึกถึงใครไม่ออกเลย ... นอกจากโดราเอม่อน

  "มีอะไรครับ" เผิงกวนอิงแทบจะรับโทรศัพท์ทันที เสียงของเขาทำให้หลินชิงหูถึงกับผงะเพราะไม่นึกว่าเขาจะรับโทรศัพท์ไวขนาดนี้

  "เอ่อ อ่าา ... จูเหล่าซือ ... "

  "ที่บ้านมีอะไร" เผิงเหล่าซือรีบถาม เหมือนจะช่วยหลินชิงหูเข้าประเด็น จูเหล่าซือคงจะบอกเผิงกวนอิงไว้ว่าจะกลับบ้าน มิน่าล่ะ เผิงเหล่าซือรับโทรศัพท์ได้ทันควัน คงจะนั่งเฝ้าโทรศัพท์อยู่ล่ะสิ

  "จูเหล่าซือโดนคุณแม่ปลุกขึ้นมาคุยเรื่องไป๋เหล่าซือครับ" หลินชิงหูบอก

  "แล้ว?" เผิงกวนอิง

  "เอ่อ ตื่นกันทั้งบ้านเลย... คุณแม่ท่านดูเหมือนจะโกรธมาก"

  "พี่ออกมาแล้วเหรอ"

  "ครับ แต่ผมยังอยู่ที่หน้าบ้าน..."

  "กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะครับ" เผิงกวนอิงบอก

  "ผมเป็นห่วง..."

  "พ่อแม่ลูกคุยกัน มีอะไรน่าห่วง?"

  "......." คุณเองก็ยังไม่หลับไม่นอน นั่งเฝ้าโทรศัพท์อยู่ .... หลินชิงหูนึกเถียงในใจ

  "ครับ... " เขารับคำแล้ววางสาย ก่อนเอ่ยชวนคนขับรถกลับบ้าน ... ออกรถ.. กลับบ้านกัน... นัยน์ตายังเหลียวมองบ้านหลังใหญ่นั้นจนลับตาไป

 

  มาดามจูนั่งไม่ติด มือทั้งสองบิดทึ้งผ้ากันเปื้อนเพื่อระงับอารมณ์

  "ลูกคุยอะไรกับพวกสกุลไป๋" เธอคาดคั้น จูอี้หลงถอนใจเบาๆ สบตาเธอแล้วตอบเรียบๆ

  "พวกเขาแค่อยากรู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับไป๋อวี่"

  "แล้วทำไมจะต้องมาถามคำถามอะไรแบบนี้" มาดามจูรุก

  "ไป๋อวี่คงบอกพ่อกับแม่เขาว่ารักผม" ยังคงเป็นเสียงอธิบายเรียบๆ ดูจริงจังเหมือนกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าว คุณนายไป๋อุทาน ยกมือขึ้นปิดปาก อาหวู่ส่งเสียงดังเฮอะ ลุกพรวดขึ้นยืน

  "ไม่มากไปหน่อยเหรอ น่าจะจัดการกันเอง มาลากพี่เข้าไปทำไม" เขาแทบเต้น ดีว่าเมียคอยยุดแขนไว้ จูอี้หลงช้อนตามองน้องชาย

  "พี่ก็รักไป๋อวี่" คำบอกเล่าเรียบๆ ไม่มีอาการเขินอาย นัยน์ตาที่จ้องมองตรงๆ ทำเอาในหัวใจของทุกคนที่ได้ยินเหมือนมีแก้วคริสตัลบางเฉียบนับโหลตกลงแตกกระจาย

  .... ความเงียบแผ่คลุมทั้งห้อง ... อาหวู่ช็อคจนเซ ทรุดนั่งลงข้างเมีย คุณนายไป๋ลืมหายใจ พอเธอได้สติก็สูดหายใจเฮือกใหญ่จนสำลัก ยกมือขึ้นกุมหน้าอกที่จุกเสียดขึ้นมา จูอิงสงมองลูกชายคนโตด้วยสายตาตำหนิก่อนจะรีบเข้าประคองมาดามจู

  "แก แก แก ไม่ใช่ลูกฉัน" มาดามจูเอ่ยแต่ละคำอย่างลำบากยากเย็น กำปั้นข้างหนึ่งยังกำแน่นกดลงบนอก ที่แน่นขึ้นมา

  "เอายามาให้แม่" จูอิงสงเอ่ยขึ้นลอยๆ ไม่เจาะจงว่าพูดกับใคร หานอวี้เมียของอาหวู่ ที่ตอนนี้มีสติดีที่สุดรีบลุกขึ้น วิ่งออกไปจากห้องแล้วกลับเข้ามาพร้อมยาและน้ำอย่างรวดเร็ว

  ทุกคนเหมือนโดนสาป นั่งตัวแข็ง ไม่มีใครเคลื่อนไหว ตอนที่เธอวิ่งออกไปกับตอนที่เธอรีบกลับเข้ามา เหมือนโลกหยุดลงทันทีที่เธอขยับตัวจากไป แล้วเริ่มหมุนอีกครั้งหนึ่งเมื่อเธอกลับเข้ามาในห้อง

  จูเฟยหวู่ลุกพรวดขึ้นยืน เขาเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก หานอวี้ได้แต่มองตามสามีแล้วรีบกุลีกุจอเอายาให้แม่สามีทาน

  "พ่อจะพาแม่กลับห้อง ... " จูอิงสงบอก นัยน์ตามองที่มาดามจู เขาค่อยๆพยุงเธอลุกขึ้น ประคองเธอออกไปโดยไม่ได้หันมามองจูอี้หลงเลย

หานอวี้ละล้าละลังอยู่เพียงอึดใจก่อนจะรีบเดินตามไปช่วยประคองมาดามจู

  จูอี้หลงนั่งไม่เคลื่อนไหวอยู่อีกครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็หน้ามืดทรุดมาด้านหน้า หัวเข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้นที่ปูด้วยพรมหนา เสียงดังกึกเบาๆ เขาใช้สองมือพยุงตัวไว้ไม่ให้หน้าทิ่มลงบนพื้น ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในท่าคลานสี่ขา พยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ไม่ยอมเชื่อฟังเขาเลย จนเขาจำต้องนั่งลงบนพื้น พิงหลังเข้ากับเก้าอี้นวม สูดหายใจสั้นๆติดๆกันเหมือนหอบ เขาพยายามจะหายใจให้ลึก แต่ร่างกายไม่ยอมทำตาม เขาทำได้แค่หายใจกระชั้นสั้นๆเหมือนคนที่เหนื่อยจัดจนหายใจไม่ทัน

  จูอี้หลงร้องไห้แล้ว น้ำตาไหลพรากเหมือนเปิดก๊อก เขานั่งเงียบๆกับพื้น ปล่อยให้น้ำไหลออกตา ไม่รู้ตัวว่าหานอวี้เดินมาหน้าห้องแล้วหมุนตัวจากไปเงียบๆ

  ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดในใจจูอี้หลงก็สงบลง เขามีแรงแค่พอที่จะกลับไปที่ห้อง ทิ้งตัวลงบนเตียง แล้วก็หมดสติไปด้วยความอ่อนเพลียทั้งกายและใจ

  จูอี้หลงลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เขาลุกขึ้นมาเปิดประตู เจอหานอวี้ที่ถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่อย่างไม่ปิดบัง เธอคงมาเคาะประตูอยู่นานแล้วแต่จูอี้หลงไม่ได้ยิน

  "สายมากแล้วนะคะ กลัวพี่จะหิว ฉันเลยยกข้าวต้มขึ้นมาให้" ในมือข้างขวาของเธอมีถาดใส่ชามข้าวต้ม เธอถือถาดโดยช้อนทั้งแขนไว้ใต้ถาด แล้วอัดด้านหนึ่งของถาดไว้กับลำตัวเพื่อพยุงถาดไว้ ในขณะที่ใช้อีกมือเคาะประตูห้องและพยายามหมุนลูกบิดประตูเปิดเข้ามาเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากจูอี้หลง เธอก้มลงมองถาดที่มีทั้งชามข้าวต้มกับกาแฟกาเล็กๆอีกหนึ่งกา

  "กาแฟจากตุรกี ฉันไม่ได้เอาถ้วยกาแฟขึ้นมาด้วย พี่ใช้ของพี่ก็แล้วกัน" เธอบอก

  "ขอบใจ" จูอี้หลงยื่นมือไปรับถาดเข้ามา

  "เที่ยงนี้พี่จะกินอะไร เอาปิซซ่ามั้ย" เธอถามต่อ จูอี้หลงชงัก สบตาเธอ วันขึ้นปีใหม่ กินปิซซ่า?

  "เอ่อ คุณแม่ไม่สบาย ยังลุกไม่ขึ้น.... " เธออธิบาย สีหน้าเจื่อนๆ

  "พี่จะกินอะไรฉันจะเอาขึ้นมาให้"

  "อาหวู่ล่ะ" จูอี้หลงก้มหน้าลงมองชามข้าวต้มในถาด เสียงของเขาเบาหวิว

  "ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เขาเพิ่งจะหลับไปเมื่อกี้นี้เอง... ฮ่ะฮ่ะ" หานอวึ้หัวเราะแห้งๆ สามีเธอนอนไม่ได้ทั้งคืน เขาเดินไปมาอยู่ในห้อง ปากด่าทอไป๋อวี่กับคนสกุลไป๋ไม่หยุด ตัวเธอเองเผลอหลับไปเป็นพักๆ พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาทีไรก็จะเห็นจูเฟยหวู่ยังลืมตาโพลงอยู่

  "งั้นเดี๋ยวพี่ลงไปทำอะไรกินเอง" จูอี้หลงพยักหน้ารับรู้พร้อมช่วยตัดปัญหาให้เธอ ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้อง สองมือประคองถาดข้าวต้ม

  "ยะ ยะ อย่านะ" หานอวี้รีบห้าม จูอี้หลงชงัก หันกลับมามอง

  "คุณพ่อบอก ... เอ่อ... พูดอะไรไม่รู้จักคิด..หะ ให้สำนึกผิดอยู่ตะ แต่ในห้อง" เธอตะกุกตะกัก จูอี้หลงอ้าปากหวอ ก่อนจะผงกหัวรับทราบ ... สำนึกผิดในห้องเหรอ นี่พ่อคิดว่าเขาอายุเท่าไหร่กัน....

...

  "ผมก็เกริ่นกับคุณแล้ว..." จูอิงสงก้มลงสอดหมอนเข้าด้านหลังภรรยา ก่อนหันมายกโต๊ะขนาดเล็กที่วางอาหารเช้าไว้วางลงบนเตียง คร่อมตัวมาดามจูไว้

  "......." มาดามจูมองอาหารตรงหน้าอย่างไม่นึกอยาก จูอิงสงถอนใจเบาๆ เขานั่งลงบนเตียง จับมือเธอขึ้นมากุม ค่อยๆนวดคลึงอุ้งมือและนิ้วของเธอ

  จูอิงสงรู้ว่ามาดามจูไม่ยอมเชื่อที่เขาพูด เธอไม่ยอมเชื่อเผิงกวนอิงด้วย เธอบอก พวกคุณคิดไปเอง ตีความไปเอง เหมือนแฟนคลับพวกนั้น.... เมื่อคืนนี้ เธอได้ยินลูกชายเธอพูดว่ารักไป๋อวี่กับหู คำพูดที่ออกจากปากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเป็นเหมือนฟ้าที่ผ่าลงกลางใจเธอ นับแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ มาดามจูยังไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไร .... เธอพยายามผลักโต๊ะออกจากตัว

  "กินเสียหน่อยเถิด" จูอิงสงคะยั้นคะยอ

  "จะได้มีแรง... ไปด่าไปว่าไอ้เด็กนอกคอกนั่น" จูอิงสงไม่รู้จะใช้เหตุผลไหนมาอ้าง... เรื่องกล่อมเมียนี่ผู้ชายสกุลจูคงสู้ผู้ชายสกุลไป๋ไม่ได้

  "ไม่... ไม่ว่าอะไรแล้ว..." มาดามจูเอ่ยเสียงแผ่ว จูอิงสงยิ้มออกแล้ว

  "ไป... ให้มันไป... ไม่ต้องมา ... ไม่ใช่ลูกฉัน" เธอพยายามเปล่งเสียงพูด ก่อนจะหน้ามืดล้มไปทางด้านข้าง

  "อาเหลียน อาเหลียน" จูอิงสงรีบยกโต๊ะลงวางบนพื้น เขายกตัวภรรยาขึ้น ขยับหมอนให้เธอนอนสบายๆ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ภายในที่หัวเตียงโทรขึ้นไปหาลูกชายและลูกสะไภ้ที่อยู่ชั้นสอง

  "อาอวี้ พ่อจะพาแม่ไปโรงพยาบาล ให้อาหวู่เอารถออก" เขาบอกลูกสะใภ้ ท่าทางยังสงบเนิบนาบเหมือนภูเขาตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้าน

...

  จูอี้หลงยังพอสำเหนียกได้ว่าด้านล่างกำลังวุ่นวายอยู่ เขาจึงเดินลงมา พอดีกับที่จูอิงสงอุ้มมาดามจูออกมาจากส่วนที่ต่อเติมออกไปทางด้านหลัง เมื่อจูเฟยหวู่จะแต่งงาน ประมุขทั้งสองของบ้านสกุลจูตัดสินใจยกชั้นสองทั้งหมดให้บุตรชายคนรองกับสะใภ้ แล้วต่อเติมชั้นล่างของตัวบ้านเป็นที่พักของตนเอง

  "แม่!" จูอี้หลงอุทาน รีบวิ่งลงมาช่วยพ่ออุ้มมาดามจู

  "ไม่ต้อง...." จูอิงสงปฏิเสธความช่วยเหลือ เขาเบี่ยงตัวหนีลูกชายคนโต แล้วพูดกับเขาโดยไม่ได้มองหน้า

  "กลับไปทำงานซะ อ้อ เก็บของไปด้วย" เขาพูดไปเดินไป อาอวี้เปิดประตูหน้าให้ จูอิงสงหมุนตัวตะแคงข้างเพื่อให้อุ้มมาดามจูออกประตูไปได้ ก็พอดีหันหน้ามาทางจูอี้หลงที่ชงัก ยืนตัวแข็งอยู่กลางบ้าน

  "ไม่ต้องมาอีก ..." เขาบอก สบตากับจูอี้หลง แล้วเบี่ยงตัวรีบพามาดามจูไปขึ้นรถที่จูเฟยหวู่ติดเครื่องรออยู่

  หานอวี้รอปิดประตูใหญ่แล้วจึงเดินกลับเข้าบ้าน เธอยังต้องให้นมลูก แล้วยังต้องทำงานบ้านอย่างอื่น เพราะในช่วงปีใหม่นี้ทั้งแม่บ้านและคนงานต่างก็ลากลับบ้านกันหมด

  "อุ๊ย" หานอวี้อุทาน เมื่อเปิดประตูกลับเข้าบ้านแล้วมาเจอจูอี้หลงยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิม เสียงอุทานของเธอปลุกจูอี้หลงจากพะวัง เขาผงกศรีษะเหมือนจะบอกยอมรับ เหมือนจะบอกว่าเข้าใจแล้ว ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นไปชั้นบน แผ่นหลังตรงแน่วราวทหารเดินสวนสนาม หานอวี้อดอุทานในใจไม่ได้ว่า เหมือนคุณพ่อจัง .... แผ่นหลังตรงที่แทบจะไม่เคยค้อมให้ใครของจูอิงสง.... เป็นภาพลักษณ์ที่ลืมไม่ลง... ไม่เพียงแต่สำหรับหานอวี้ที่เพิ่งเข้ามาเป็นสะใภ้ แต่มันคือภาพที่ลูกชายทั้งสองจ้องมองด้วยความเลื่อมใสและยำเกรง

   จูอิงสงไม่เคยสอนให้ลูกเป็นคนขี้แพ้ ... แล้วเขาเองก็ไม่เคยอ่อนข้อให้กับลูกคนไหน.... ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ด้วยเรื่องอะไร หากมันเป็นเรื่องไร้เหตุผล หากมันขัดกับจุดยืนของเขา จูอี้หลงเองก็ไม่เคยอ่อนข้อให้ใคร หากเขาคิดว่าเขาเป็นฝ่ายถูก

...

 

  จูอี้หลงลากกระเป๋าใบเขื่องออกมาจากข้างตู้ เขารวบเก็บเสื้อผ้าทั้งตู้ลงกระเป๋า... พอกระเป๋าเต็ม เขาก็ลากกระเป๋าอีกใบออกมา...

....

  มีแท้กซี่มาจอดหน้าบ้าน ... หานอวี้มองดูคนขับรถแท้กซี่ที่เข้ามาช่วยจูอี้หลงยกกระเป๋า เธอประสานสองมือไว้ที่อก ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เมื่อเห็นกระเป๋าแบบต่างๆถึงสี่ใบถูกขนขึ้นรถ

  "พี่ไม่รอให้คุณพ่อกลับมาก่อนเหรอ" เธอยังคาดหวังว่าเขาจะฟังเธอ จูอี้หลงส่ายหัว หานอวี้กำลังจะพูดต่อ แต่เสียงร้องไห้จ้าของทารกทำให้เธอละล้าละลัง เธอหมุนตัวรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน

...

  "ไปไหนครับ" คนขับแท้กซี่ยิ้มกว้าง หันมาถามจากที่นั่งคนขับ

  "ที่ไหนก็ได้ ไปจากที่นี่ก่อนก็แล้วกัน" จูอี้หลงตอบเรียบๆ

....

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว