จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สามเจ้าหญิงแห่งอากาศมนตรา

ชื่อตอน : สามเจ้าหญิงแห่งอากาศมนตรา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 43

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2562 16:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สามเจ้าหญิงแห่งอากาศมนตรา
แบบอักษร

 

.........เตรียมบันเทิงกับฉากแอ๊คชั่นได้แล้วค่ะอจินไตยกลัับมาแล้วแถมอัพเกรดได้ยิ่งไปกว่าเดิมอีก 

............... 

ในเวลาเดียวกันนั้น.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงยังคงเผชิญหน้ากับผู้บงการชุดม่วง..แต่ที่แท้จริง..คือ..ฮัล เวสท์..แห่งโลกปัจจุบัน 

 

ฮัล เวสท์ พูดขึ้นว่า.. 

 

“..ตั้งแต่ที่ผมได้วิธีการโคลนร่างตัวเอง..และเพิ่มจำนวนร่างตัวเองไปเป็นจำนวนมาก..ส่วนหนึ่ง..ผสมผสานหน่วยพันธุกรรมของแวมไพร์..แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ใช่..ผมทำให้ร่างโคลนส่วนหนึ่งเป็นไซโกต..เป็นร่างโคลนแท้ ๆ ของตัวผม..และใส่ในแคปซูลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการคงอยู่ของทารก..ใช่..ผมสร้างมดลูกเทียมขึ้นมา..บรรจุร่างโคลนที่ยังเป็นตัวอ่อนของผม..” 

 

เขาพูดอีกว่า.. 

 

“..เทคโนโลยีโคลนนิ่งของแวมไพร์..คุณก็รู้ว่า..มันลึกล้ำขนาดไหน..โคลนได้ถึงระดับจิตวิญญาน..และความคิด..ขนาดแวมไพร์บอดี้การ์ดคนแรก..ยังมีร่างโคลนที่ตัดเอาพันธุกรรมของแวมไพร์ออก..แต่รูปร่างหน้าตา..นิสัยใจคอ.ความคิดและจิตวิญญาณ..เหมือนกับแวมไพร์บอดี้การ์ดกับสาวเสียงเทพทุกอย่าง..ขาดแต่ไม่ได้เป็นปีศาจเท่านั้น..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงทราบดี..ร่างโคลนร่างนั้น..ท้ายสุดก็กลายมาเป็นภรรยาของเทพแห่งการแพทย์แห่งเผ่าหมาป่า..เธอมีชื่อว่าสาม..ตรีลักษณ์ อิทธิวงศ์..สามที่เหมือนกับสองทุกประการ.. 

 

ฮัล เวสท์หัวเราะเบา ๆ .. 

 

“..สิ่งที่ผมจะทำ..คือ..การที่มีร่างโคลนของฮัล เวสท์..มากมายไปหมด..มากมายอยู่ในหลายภพ.หลายมิติ..หลายกาลเวลา..แน่นอน..มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้..แต่มันก็เป็นไปแล้ว..ตั้งแต่แวมไพร์แทบสูญพันธ์ไปเพราะเพลงเทพส่งวิญญาณและสาวเสียงเทพ..พวกมันก็ดิ้นรน..พยายามหาทางเอาชนะเพลงเทพส่งวิญญาณตลอดมา..สิ่งหนึ่งที่มันไม่สามารถจะทำได้..นอกจากเทวีแวมไพร์ของมันแล้ว..ไม่มีใครทำได้เลย..นั่นคือ..ความสามารถในการแทรกม่านมิติของเพลงเทพส่งวิญญาณ..สิ่งเหล่านี้แหละ..ที่แวมไพร์พยายามเอาชนะ..พวกมันที่เหลือจากการล้างพันธุ์ในครั้งนั้น..พัฒนาเทคโนโลยีลับในการแทรก..ข้ามมิติ..แต่มันสามารถทำได้แค่..การส่งผ่านร่างหรือบางสิ่งบางอย่าง..ข้ามมิติไปไหนก็ไม่รู้..ไม่อาจจะควบคุมได้..ดังนั้น..มันจึงได้แต่เก็บเทคโนโลยีนี้ไว้..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า.. 

 

“..แต่..คุณก็แอบเอาเทคโนโลยีนี้ของแวมไพร์ไปใช้..” 

 

“..ผมก็แค่โคลนร่างเป็นไซโกตเป็นตัวอ่อน..ใส่ในแคบซูลมดลูกเทียม..แล้วส่งไปแบบไม่ต้องแคร์ว่าจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง..ซึ่งจะบอกว่า..ร่างโคลนที่เป็นตัวอ่อนร่างหนึ่ง..ถูกส่งมาที่นี่..ในเวลาก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องราวเชื่อมโยงของสองภพถึงสี่สิบปี..” 

 

เขาพูดอย่างภูมิใจ.. 

 

“..ใช่..ร่างนั้นคือผม..และแน่นอน..ผมจำทุกอย่างได้ดีเพราะนี่เป็นเทคโนโลยีโคลนนิ่งชั้นสูงสุดของแวมไพร์ที่ผมมีอยู่แล้ว..การส่งร่างโคลนสะเปะสะปะไปทั่วทุกมิติ..ทั่วจักรวาล..หลายช่วงเวลา..ทำให้ผมอาจจะกลายเป็นบรรพบุรุษของตัวเองก็ได้..ในโลกของพวกเราเอง..เชื่อว่า..คงจะมีล่ะ..ร่างโคลนร่างหนึ่งที่ตกไปอยู่ในอดีตในโลกของเรา..อาจจะไปตกอยู่สมัยกรุงศรีอยุธยาหรือสุโขทัยก็ได้..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงแค่นเสียง.. 

 

“..แต่ต่อให้ร่างแกจะไปอยู่ที่ไหน..แกก็ยังเป็นฮัล เวสท์ผู้ชั่วช้าอยู่นั่นเอง..” 

 

“..ใช่..และสำหรับผมในมิติแห่งเทพอสูร..ก็คงเหมือนผมในทุกมิติ..สิ่งที่ผมต้องการ..ก็คือครอบครองทุกสิ่ง..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า.. 

 

“..เข้าใจแล้ว..” 

 

“..ดังนั้น..ผมเกิดมาที่นี่พร้อมด้วยความจำของร่างต้นที่ครบถ้วน..ผมจึงมีสติปัญญา..มีความสามารถ..วางแผนการเป็นลำดับขั้นได้..ศึกษา..พัฒนาตัวเอง..เรียนรู้ทุกแคว้น..แฝงเข้าไปในแคว้นสนธยา..เรียนรู้พลังของชาวสนธยา..ลอบออกมาเป็นปราชญ์ม่วงครามของแคว้นมิลินทระ..ได้พลังการรอบรู้ของปราชญ์..เมื่อเทวีแวมไพร์เรนี่..ถูกพวกคุณส่งมาที่มิติลักษณ์เร้น..ก็นับว่าแผนการของผมใกล้ความเป็นจริงขึ้นมาทุกทีแล้ว..” 

 

“..คิดจะใช้กฎเกณฑ์ของเทพอสูร..ครอบครองแผ่นดินของเทพอสูรเอง..คิดค้นได้ลึกล้ำมาก..แต่ก็ชั่วช้ามากเช่นกัน..” 

 

“.เจ้าสำนักสูญญตา..คุณเคยฆ่าร่างโคลนของผมไป..แต่ครั้งนี้คงไม่เหมือนเดิม..เพราะ..คุณไม่ใช่เจ้าสำนักสูญญตาที่เป็นร่างจุติของเทวีแห่งสงครามเหมือนเดิมแล้ว..หรือต่อให้ใช่..แต่ด้วยกลยุทธของผม..ทำให้คุณไม่มีทางชนะ..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงหรี่ตา.. 

 

“..ครั้งนี้แกคงคิดผิดแล้วล่ะ..” 

 

“..ผมรู้ว่าคุณทราบ..ว่าผมจะเล่นกลยุทธอะไร..ใช่..แหวนเจ้าแคว้นสนธยาอยู่กับผม..และด้วยแหวนนี้..สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ของแคว้นสนธยาได้..ซึ่ง..สิ่งที่ผมกำหนดในตอนนี้..คือ..ใครก็ตามที่เป็นมนุษย์จากมิติอันไกลโพ้นจากมิติแห่งเทพอสูรหรือมิติสนธยา..จะต้องอ่อนแอและพ่ายแพ้ในแผ่นดินของแคว้นสนธยาที่แหวนเจ้าแคว้นมีผล..และสถานที่แห่งนี้..ถือเป็นแผ่นดินของแคว้นสนธยา..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ.. 

 

“..ฉันคิดว่า..นี่เป็นมิติที่แทรกอยู่ซ้อนกับมิติเดิม..ไม่ว่าอย่างไร..ในมิติแห่งนี้..ก็ยังไม่ใช่แคว้นสนธยา..” 

 

ฮัล เวสท์..หรือผู้บงการชุดม่วง..หัวเราะกังวาน.. 

 

“..คุณคิดอย่างนั้นหรือแคท..แต่สำหรับผม..ต่อให้เป็นมิติทับซ้อน..แต่ก็ทับซ้อนในแผ่นดินที่ถือว่าแคว้นสนธยาเป็นเจ้าของ..ดังนั้น..คุณต้องอ่อนแอและพ่ายแพ้ตามกฎที่ผมวางไว้ทุกประการ..” 

 

เขาคิดอย่างรวดเร็ว.. 

 

“..ที่ผมและคุณอยู่ที่นี่ได้..ก็ควรจะเป็นฝีมือของทูตแห่งเทพอสูรสินะ..คนที่ผมคิดว่า..เธอคือสาวเสียงเทพอีกคนหนึ่งที่มีเพลงเทพส่งวิญญาณ..น่าเสียดาย..เธอก็เข้ากฎเกณฑ์ที่แหวนแห่งเจ้าแคว้นสนธยากำหนดไว้เหมือนกัน..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงเลิกคิ้ว.. 

 

ฮัล เวสท์หัวเราะ.. 

 

“..ลองดูก็ได้..แคท..คุณไม่มีทางชนะหรอก..ต่อให้เก่งกล้าประการใดก็ตาม..เพราะต่อให้คุณแข็งแกร่งกว่านี้อีกร้อยเท่า..คุณต้องอ่อนแอ..และพ่ายแพ้ตามกฎแห่งแหวนของเจ้าแคว้นสนธยาแน่นอน..” 

 

ฮัล เวสท์ดึงมีดสังหารเทพขึ้น.. 

 

“..เตรียมตัวตายเถอะ..เจ้าสำนักสูญญตา..” 

 

...... 

 

เสียงเพลงเทพส่งวิญญาณยังคงดังอยู่..โหยหวน..โศกเศร้า..ชวนให้นึกถึงความตาย.. 

 

เรนยังคงร้องเพลงนี้..เหมือนรบกวนสมาธิของพิรุณเลือด..หรือเทวีแวมไพร์เรนี่.. 

 

แต่แล้ว..เรนก็ขมวดคิ้ว.. 

 

รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปรกติ.. 

 

เทวีแวมไพร์หัวเราะ.. 

 

“..ต่อให้ฉันไม่สามารถฆ่าสาวเสียงเทพคนปัจจุบัน..แต่ก็คงสามารถฆ่าสาวเสียงเทพคนก่อนหน้าได้ไม่ยาก..” 

 

เรนรู้สึกปั่นป่วนในตัวเอง..เสียงเพลงขาดหาย..กระท่อนกระแท่นอย่างบอกไม่ถูก.. 

 

พิรุณเลือดเดินเข้ามา.. 

 

“..ในดินแดนของแคว้นสูญญตาที่อำนาจของแหวนแห่งเจ้าแคว้นสามารถปกครองได้..ผู้ที่มาจากมิติอันไกลโพ้นจากมิติของเทพอสูร..และแคว้นสนธยา..ซึ่งต้องเป็นมนุษย์..จะอ่อนแอ..และไม่มีวันชนะ..ต้องพ่ายแพ้ตลอดกาล..” 

 

ปีกของแวมไพร์ผงาดขึ้น.. 

 

“..ดูเหมือนก่อนที่เธอจะเป็นทูตของเทพอสูร..เธอก็เป็นคนที่อยู่ในกฎเกณฑ์ที่จะพ่ายแพ้นะ..” 

 

เรนถอยกรูด.. 

 

ไม่..มันมีกฎเกณฑ์อะไรแบบนี้ด้วยหรือ... 

 

....... 

 

รอยร้าวบังเกิดขึ้นที่ผลึกแห่งถ้ำอากาศธาตุที่ท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตนกำนัลให้แก่แม่ทัพแมวหลวง.. 

 

และนางก็วางไว้บนร่างของอจินไตยที่แน่นิ่งขาดลมหายใจ..พร้อมกับสายรัดเอวแห่งวาโย.. 

 

รอยร้าวที่บังเกิด..ค่อย ๆ ร้าวมากขึ้น.. 

 

จินดาพิสุทธิ์กับมุกดาราหลับตาอยู่เคียงข้าง..วางมือไว้บนร่างของอจินไตย..กำหนดจิตสูญญตาไปด้วย.. 

 

รอยร้าวของแก้วผลึกเริ่มสั่นไหว..แผ่นดินเริ่มสะเทือน..พลังอันมหาศาลนี้มาจากไหน.. 

 

ในที่สุด..รอยร้าวก็ร้าวถึงขีดสุด.. 

 

แก้วผลึกแตกออก..ระเบิดออก.. 

 

การระเบิดของแก้วผลึก..ก่อให้เกิดวัตถุหนึ่งขึ้นมา..นั่นคือ..แพรพรรณ.. 

 

แพรพรรณสีขาว..ขาวราวกับทางช้างเผือก.. 

 

แพรพรรณสีขาว..ถูกมือสามมือจับไว้.. 

 

หนึ่งคือมือของจินดาพิสุทธิ์.. 

 

สองคือมือของมุกดารา.. 

 

แต่อีกมือเล่า.. 

 

มือของร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่.. 

 

แพรพรรณสีขาวแผ่ขยาย..ยืดขยาย..ห่อหุ้มร่างสามร่างนั้นไว้.. 

 

แสงสว่างเจิดจรัส.. 

 

ร่างสามร่าง..ถูกหุ้มห่อด้วยแพรพรรณ..และจัดตัดเป็นชุดขาวที่กระทัดรัด..ชุดเดียวกับชุดที่จินดาพิสุทธิ์ปรกติสวมใส่..และความพิสดารยังคงปรากฏอย่างต่อเนื่อง..นั่นคือ..ร่างของอจินไตยพลันลุกขึ้น..และลืมตา.. 

 

จินดาพิสุทธิ์กับมุกดาราก็ลืมตาเช่นกัน.. 

 

ต่างคนต่างมองกันและกัน..พร้อมกับยิ้มปลาบปลื้ม.. 

 

คนแรกที่พูดก็คือจินดาพิสุทธิ์.. 

 

นางพูดขึ้นว่า.. 

 

“...เธอไม่ตาย..อจินไตย..เธอไม่ตายจริง ๆ ..” 

 

มุกดาราก็ปลาบปลื้มจนถึงที่สุด.. 

 

แสงสว่างค่อยจางลงแล้ว.. 

 

นางจึงพูดว่า.. 

 

“..ท่านพี่..ท่านไม่ตาย..” 

 

อจินไตยพยักหน้า..จับศีรษะมุกดาราเขย่า .. 

 

ใช่..ตลอดเวลาที่ผ่านมา..คนที่ควรจะเสียใจและเป็นตราบาปมากที่สุด..คือมุกดารา.. 

 

อจินไตยไม่เพียงไม่ตาย..แต่สภาพที่บาดเจ็บทั้งมวล..กลับหายดีเป็นปลิดทิ้ง.. 

 

นางพูดขึ้นว่า.. 

 

“..หากท่านไม่สังหารข้า..คงไม่อาจเข้าถึงสภาวะสูญญตาได้..” 

 

ก่อนจะหันมาทางจินดาพิสุทธิ์.. 

 

“..นายแม่นำเอาแก้วผลึกแห่งอากาศธาตุมาด้วย..สภาวะสูญญตาที่ได้รับจากความตาย..ทำให้เข้าถึงสภาวะแห่งความว่าง..อันเป็นหัวใจสำคัญของอากาศธาตุ..กระตุ้นให้วิชาอากาศมนตราก่อกำเนิด..และด้วยแก้วผลึกนี้..ทำให้เราสาม..สำเร็จวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุด..” 

 

อจินไตยสูดลมหายใจ.. 

 

“..ไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิต..จะสำเร็จวิชานี้..ฉันได้วิชาอากาศมนตราเหมือนเธอแล้วนะริต้า..” 

 

แน่นอน..จินดาพิสุทธิ์ที่สูญเสียวิชาอากาศมนตราไปก่อนหน้านี้..ย่อมมีความยินดีที่ได้พลังที่เสียไปกลับคืน.. 

 

มุกดาราก้มมองร่างกายตัวเอง..นางเหมือนขาวผ่องขึ้นกว่าเดิมมากมายนัก.. 

 

พลังในร่างไหลเวียนจนรู้ได้ถึงความว่างสูงสุด.. 

 

สวรรค์..เคยคิดฝันถึงผู้กล้าที่ท่องไปทั่วแผ่นดินด้วยวิชาอากาศมนตราที่มีพลานุภาพ..นั่นคือ..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..แต่บัดนี้..นางกลับฝึกอากาศมนตราได้แล้ว.. 

 

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว.. 

 

“..ต่อให้ฉันได้อากาศมนตรา..แต่หากจะสู้กับพิรุณเลือดหรือผู้บงการชุดม่วงคนนั้น..ฉันก็คงยังไม่ชนะ..” 

 

อจินไตยครางอือม์.. 

 

“..ใช่..เพราะนี่คือแผ่นดินที่ถือว่าแคว้นสนธยาได้ครอบครอง..” 

 

มุกดาราใจหาย.. 

 

“..นายแม่..นายแม่เล่า..” 

 

“..นายแม่ไม่มีทางพ่ายแพ้..เพราะนางสมควรจะทราบดี..”อจินไตยหลับตา.. 

 

ร่างในชุดขาวกะทัดรัด..ใสสว่างราวกับอาบน้ำชำระกาย..ประทินโฉมใหม่..ค่อย ๆ จางหาย.. 

 

“..นางกำลังรอให้เราไป..”อจินไตยพูดอีกครั้ง.. 

 

ร่างของสามเจ้าหญิงหายวับไปจากที่นั่น.. 

 

.... 

 

ผู้บงการชุดม่วงหรือฮัล เวสท์ไม่เคยรู้สึกขัดใจเท่านี้.. 

 

การต่อสู้ที่อีกฝ่ายไม่คิดสู้..ทำให้รู้สึกขัดใจยิ่งนัก.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงหลบหลีกครั้งแล้วครั้งเล่า..ไม่ว่าฮัล เวสท์จะโจมตีอย่างไร..นางก็เพียงแค่หลบหลีก..แม้จะเห็นช่องว่าง..ก็ไม่ตีโต้.. 

 

ฮัล เวสท์ควงมีดสังหารเทพ.. 

 

“..แคท..เธอจะยืดเยื้อการต่อสู้ไปได้สักเท่าไหร่กัน..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงหัวเราะ.. 

 

“..ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าแก..ฮัล เวสท์..” 

 

ฮัล เวสท์ควงมีด..ไล่โถมแทงอีกสิบกระบวนท่า.. 

 

แต่ทั้งสิบกระบวนท่า..เหมือนเปล่าประโยชน์..เพราะฮัล เวสท์..เหมือนแทงฟันใส่สายน้ำ.. 

 

สายน้ำที่ไม่มีผลใด ๆ ต่อการโจมตี.. 

 

สายน้ำยังคงไหลไปเรื่อย..ไม่มีผลใด ๆ ต่อสรรพสิ่งรอบตัว.. 

 

ฮัล เวสท์เม้มปาก.. 

 

“..กำลังแห่งแม่พระคงคา..” 

 

“.ใช่..แล้วก็อีกอย่าง..ความพ่ายแพ้จะเกิดขึ้นหากต้องการชนะ..แต่หากไม่ได้ต้องการชนะ..ก็ไม่มีทางแพ้..” 

 

แม่ทัพแมวหลวงยังคงถอยกับการโจมตี..พลิ้วไหวกับการโจมตี..และโอนอ่อนกับการโจมตี.. 

 

นี่คือสายน้ำชัด ๆ .. 

 

ฮัล เวสท์แค่นเสียง.. 

 

“..แต่ก็ใช่จะเอาชนะสายน้ำไม่ได้..” 

 

ก่อนจะขว้างมีดออก.. 

 

มีดสังหารเทพที่คมกล้า..และน่ากลัว.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงขมวดคิ้ว..แต่แล้ว..มีดก็หายวับไปกับตา.. 

 

แต่ไปปรากฏอีกด้านหนึ่ง..พุ่งเข้าใส่ร่างของนาง.. 

 

นี่คือมีดบินข้ามมิติ.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงสะกิดเท้าหลบเลี่ยง..แต่มีดก็หายวับอีก.. 

 

พริบตา..มีดทั้งหายทั้งปรากฏเจ็ดแปดตำแหน่ง..จนตำแหน่งสุดท้าย..แม่ทัพแมวหลวงคงจะยากหลบเลี่ยงแล้ว 

 

แต่มีดเล่มนั้น..ก็ถูกบางอย่างพันไว้.. 

 

ผ้าสีขาว..แพรพรรณสีขาวบริสุทธิ์.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงเป่าปากอย่างโล่งอก.. 

 

“..ในที่สุดก็บรรลุเป้าประสงค์แล้ว..” 

 

นางถอยออกด้านข้าง.. 

 

ฮัล เวสท์ถึงกับขมวดคิ้ว.. 

 

มีดสังหารเทพของเขา..ถูกแพรพรรณที่เลื้อยได้ราวกับมีชีวิต..พันไว้ทั้งยังยึดแน่น.. 

 

แพรพรรณสองชายผงาดขึ้น.. 

 

ร่างชุดขาว..ดวงตาที่จ้องราวกับงู..ใบหน้างามหมดจด..งามอย่างที่หาคำตอบไม่ได้.. 

 

ฮัล เวสท์เม้มปาก.. 

 

“..อจินไตย..” 

 

“..ข้าสามารถฆ่าท่านได้..เพราะกฎแห่งแหวนเจ้าแคว้น..ไม่ควรมีผลต่อชาวแคว้นสนธยาที่แท้จริง..” 

 

เจ้าหญิงอจินไตยในชุดขาวกะทัดรัด..ชายแพรพรรณสองชายสามารถเคลื่อนไหวได้เองราวมีชีวิต..และนางยังสวมสายรัดเอวสีเขียวเรื่อของวาโยธาตุ.. 

 

สายรัดเอวความจริงไม่จำเป็นสำหรับนางอีกต่อไป..แต่นางยังคงสวม..เพราะนี่เป็นสิ่งที่จินดาพิสุทธิ์มอบให้นางด้วยความรัก.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงพูดขึ้นว่า.. 

 

“..ได้สนทนากับท่านผู้เฒ่าไร้ตัวตน..ทำให้ทราบถึงอากาศมนตรา..ซึ่งเป็นพลังที่เกี่ยวเนื่องกับความว่าง..และเธอก็เหมือนกับเข้าถึงความว่างไปแล้ว..ดังนั้น..การปลุกเธอขึ้นมาจากความตาย..จึงสามารถทำได้..เพราะความตายคือความว่างเปล่าที่แท้จริง..” 

 

อจินไตยพยักหน้า..แม่ทัพแมวหลวงพูดอีกว่า.. 

 

“..อีกทั้งเธอจะไม่ถูกแหวนแห่งเจ้าแคว้นควบคุมบังคับ..รวมถึงมุกดาราด้วย..” 

 

“..นายแม่..มีแต่ข้ากับมุกน้อย.ถึงจะสามารถสะสางทุกสิ่งอย่าง..” 

 

“..ฝากด้วย..ลูกอจินไตย..” 

 

ฮัล เวสท์เม้มปาก.. 

 

ต่อให้คำนวณอย่างยอดเยี่ยมอย่างไร..ก็ยังคิดไม่ถึงว่า..ความตายจะสร้างเจ้าหญิงแห่งอากาศมนตราขึ้นมาได้.. 

 

การจะออกจากมิติซ้อนทับนี้..ทำได้ยากยิ่ง.. 

 

มีแต่เพลงเทพส่งวิญญาณ..และผู้ที่มีวิชาอากาศมนตรา..ถึงจะทำได้..เข้าออกได้อย่างอิสระ.. 

 

นี่ก็หมายความว่า..อจินไตยต้องจัดการเขาจนได้..โดยที่เขาไม่อาจจะหนีไปไหนได้เลย.. 

 

...... 

 

เรนกระอักเลือด..เมื่อถูกตบด้วยปีกแห่งแวมไพร์..จนกระทั่งเซผงะ. 

 

ใช่..เรนไม่สามารถเอาชนะเทวีแวมไพร์ได้จริง ๆ .. 

 

ต่อให้เก่งกาจ..ต่อให้เหนือล้ำประการใด..เรนก็ยังต้องอ่อนแอและพ่ายแพ้..เพราะอยู่ใต้กฎแห่งแหวนเจ้าแคว้นสนธยาตามที่ตราไว้.. 

 

เทวีแวมไพร์เรนี่หรือพิรุณเลือดย่ามใจ.เดินเข้ามาอีก.. 

 

“..ต่อให้ขังข้าไว้ในมิติเร้นซ่อนเหลื่อมทับกับมิติภายนอก..แต่ข้าจะต้องเรียนรู้วิธีออกไปจนได้..”พิรุณเลือดแค่นเสียง.. “..ตัวแทนแห่งเทพอสูร..ยังไม่อาจจะรอดจากเงื้อมือข้า..” 

 

“..กฎแห่งแหวนเจ้าแคว้น..มีอะไรบ้างนะ..”เรนแค่นเสียง.. 

 

“..มนุษย์ผู้มาจากมิติอันไกลโพ้นนอกเหนือจากมิติแห่งเทพอสูรและมิติของแคว้นสนธยา..จะอ่อนแอและไม่มีทางเอาชนะ..ต้องพ่ายแพ้ในอาณาเขตแห่งแคว้นสนธยาที่แหวนมีอำนาจ..” 

 

เทวีแวมไพร์ย่างเท้าเข้ามา. 

 

“..ข้ามาจากมิติอันไกลโพ้นก็จริง..แต่ข้าไม่ใช่มนุษย์..ข้าเป็นปีศาจ..เทวีแห่งปีศาจแวมไพร์ทั้งหลาย..ข้าจึงอยู่เหนือกฏเกณฑ์..” 

 

“..ถ้าอย่างนั้น..มนุษย์ที่มาจากแผ่นดินแห่งเทพอสูรล่ะ..” 

 

“..ไม่มีมนุษย์ในแผ่นดินแห่งเทพอสูร..สามารถชนะข้า..และท่านม่วงครามได้..” 

 

นี่สินะ..ถึงได้กล้าตรากฎนี้ไว้.. 

 

เพียงแต่..หากจะประกาศว่า..มนุษย์ในแผ่นดินแห่งเทพอสูร..ไม่มีทางชนะนาง..ก็อาจจะเกินไป.. 

 

เพราะมีอยู่คนเหนึ่งที่สามารถทำได้..เนื่องเพราะ..นางฝึกวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุดได้แล้ว.. 

 

ร่างในชุดขาวร่างหนึ่ง..เหมือน “ปรากฏ” ขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย.. 

 

เหนืออื่นใด..เหมือนร่างนั้น..จะมีบางอย่างขยับไหวได้..นั่นคือชายแพรสองชายข้างเอว.. 

 

ร่างที่ขาวใส..ใบหน้าดูจริงใจ..มุ่งมั่น..สดใสราวกับบุปผาแรกแย้ม..แต่แฝงความแข็งแกร่งของนักรบภายใต้ร่างอันบอบบาง.. 

 

นางสวมชุดขาว..ชุดที่กระทัดรัด.. 

 

พิรุณเลือดหรือเทวีแวมไพร์ไม่เคยคิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับนาง..เพราะตลอดเวลา.นางไม่เคยอยู่ในสายตา.. 

 

แต่ครั้งนี้ผิดแผก.. 

 

เพราะการเคลื่อนไหวราวกับงูของชายแพรสองชายข้างลำตัว..ทำให้พิรุณเลือดนึกถึงอะไรอย่างหนึ่ง.. 

 

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..และ..สุดยอดแห่งวิชา..อากาศมนตรา.. 

 

ใครที่ฝึกอากาศมนตราจนได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..คือได้วิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุด.. 

 

เทวีแวมไพร์อดอุทานไม่ได้.. 

 

“..เธอ..นี่เธอ..” 

 

ขาดคำ..แพรพรรณทั้งสองชาย..ก็แผ่พุ่ง..แข็งราวกับเหล็ก..แทงร่างของพิรุณเลือดสิบกว่าครั้ง.. 

 

เรนแค่นเสียง.. 

 

“..หากเป็นเจ้าหญิงมุกดาราแห่งแคว้นมิลินทระ..ถึงสามารถอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์แห่งแหวนเจ้าแคว้นสนธยาที่ถูกกำหนดใหม่นี้ใช่ไหม..” 

 

นางคือมุกดารานั่นเอง.. 

 

และนางคือหนึ่งในสามเจ้าหญิงที่สำเร็จวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุด... 

 

..... 

 

ฮัล เวสท์หรือผู้บงการชุดม่วง..ดึงมีดสังหารเทพอีกเล่มมาถือไว้.. 

 

ด้วยมีดเล่มนี้..ต่อให้เป็นผู้ฝึกวิชาอากาศมนตราขั้นสูงสุด..ก็สามารถถูกสังหารได้.. 

 

นี่คือมีดที่สามารถสังหารได้ทุกสิ่ง.. 

 

เขาโถมเข้าหาอจินไตย..ในขณะที่อจินไตยที่มีมีดสังหารเทพอยู่กับแพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ก็ถอยหลบเลี่ยง. 

 

ชายแพรพรรณที่ม้วนรัดมีดสังหารเทพเล่มก่อนหน้าไว้..ก็วกจู่โจมใส่ฮัล เวสท์ทางด้านหลัง.. 

 

ฮัล เวสท์ได้แต่ตวัดมีดรับมีด.. 

 

เสียงเปรื่อง ๆ ของมีดปะทะมีดดังแสบแก้วหู.. 

 

ทางหนึ่งถือด้วยมือเลือดเนื้อ..แต่อีกทาง..ถือด้วยแพรพรรณที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต.. 

 

สิ่งหนึ่งของผู้ฝึกอาวุธถือสา..คือมือที่จับอาวุธ.. 

 

แต่หากสิ่งที่จับอาวุธ..ไม่ใช่มือโดยทั่วไป..ย่อมจะไม่มีข้อกริ่งเกรงในการรุกและรับอีก.. 

 

มีดสังหารเทพที่อจินไตยใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกถือโจมตี..ก็รุกไล่โจมตีอย่างไม่ยั้ง..ไม่คล้ายจะใช้เพลงอาวุธอีก..เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เพลงอาวุธใด ๆ .. 

 

ใส่ได้เท่าไหร่ก็ใส่มันเข้าไป.. 

 

ฮัล..เวสท์อุทานเบา ๆ ..มีดหลุดมือ.. 

 

ไม่เพียงแต่มีด..นิ้วเขาก็ขาดออกมาด้วย.. 

 

มีดสังหารเทพที่อจินไตยใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกควบคุมไว้..สามารถรุกไล่ฟันอย่างบ้าคลั่งได้..ฟันจนนิ้วของฮัล..เวสท์ขาด. 

 

ฮัล เวสท์ถอยออกมา..มองดูมือที่เลือดอาบเพราะถูกตัดนิ้ว.. 

 

เขาขบกราม.. 

 

“..เจ้าหญิงอจินไตย..ท่าน..” 

 

“..แค่นิ้วเดียว..ม่วงคราม..”นางพูดเย็นชา.. 

 

เหมือนนางจะรู้แล้วว่า..คนที่นางสู้ด้วยคือใคร.. 

 

ปราชญ์ม่วงครามแห่งแคว้นมิลินทระ..ปราชญ์คนที่แปดของจอมปราชญ์แห่งแคว้นมิลินทระ.. 

 

นิ้วที่ขาดตกพื้น..ยังสวมแหวนวงหนึ่ง.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงหยิบนิ้วนั้นขึ้น..ดึงแหวนออก.. 

 

“..ลูกอจินไตย..จริง ๆ ลูกต้องการสิ่งนี้ใช่ไหม..” 

 

“..นายแม่..ต้องนำไปให้ท่านพ่อสวม..แก้ไขกฎเกณฑ์แห่งแคว้น..” 

 

นี่คือแหวนแห่งเจ้าแคว้นสนธยานั่นเอง.. 

 

ฮัล เวสท์เม้มปาก.. 

 

บัดซบ..นี่เราจะแพ้หรือนี่.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงหายวับไปแล้ว... 

 

อจินไตยเปิดช่องทางให้นางออกจากมิติทับซ้อน..และเผชิญหน้ากับฮัล เวสน์ หรือผู้บงการชุดม่วง..หรือปราชญ์ม่วงครามอีกครั้ง.. 

 

..... 

 

ในขณะเดียวกัน.. 

 

จินดาพิสุทธิ์ถูกวางไว้ให้เป็นคนปลดปล่อยเจ้าแคว้นสนธยาและเจ้าตำหนักชิงพลบ.. 

 

เพราะงานนี้..ไม่ต้องปะทะกับใคร.. 

 

เมื่อไม่ปะทะ..ก็ไม่ต้องแพ้.. 

 

จินดาพิสุทธิ์แก้มัดเจ้าแคว้นและเจ้าตำหนักทั้งสอง.. 

 

เจ้าแคว้นสนธยาพูดขึ้นว่า.. 

 

“..จินดาพิสุทธิ์..เรื่องของอจินไตยลูกข้า..” 

 

แม้จะมีความสามารถในการหยั่งรู้..แต่ในตอนนี้..ท่านอสงไขยแห่งแคว้นสนธยา..ไหนเลยจะอยากหยั่งรู้ด้วยตนเอง.. 

 

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มละไม.. 

 

“..การถูกทรมาณเคี่ยวกรำ..ทำให้มุกดาราต้องตัดสินใจยุติทรมาณ..แต่การกระทำเช่นนั้น..กลับทำให้นางเข้าถึงความว่าง..และสำเร็จวิชาอากาศมนตราสูงสุดอย่างไม่คาดคิด..นางไม่เป็นไรแล้วท่านพ่อ..แถมยังเก่งกาจกว่าเดิมมากมายนัก..ท่านวางใจเถิด..” 

 

เจ้าแคว้นสนธยายินดีนัก..เจ้าตำหนักชิงพลบก็เป็นอิสระ..ต่างก็ยินดีที่เป็นอิสระ.. 

 

“..ลูกมาได้อย่างไร..ไฉน..”เจ้าแคว้นสนธยาถาม.. 

 

“..นายแม่แมวหลวงกับสหายมาปลดปล่อยลูก..” 

 

“..แล้วนางเล่า..” 

 

“..นางกำลังปะทะกับผู้บงการชุดม่วงอยู่..” 

 

“..โอ..แต่ว่า..ครั้งนี้..ผู้บงการชุดม่วง..ใช้แหวนเจ้าแคว้น..ตรากฎที่ทำให้นางพ่ายแพ้ไว้..” 

 

“..ลูกแม้จะได้วิชาอากาศมนตรากลับคืน..แต่หากจะต้องสู้..ก็ยังต้องพ่ายแพ้เช่นกัน..แต่ท่านวางใจ..อจินไตยไปช่วยนายแม่แล้ว..” 

 

ม่านมิติเบื้องหน้ากระเพื่อมไหว.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงปรากฏกายขึ้นแล้ว.. 

 

นางยิ้มและพูดว่า.. 

 

“..ท่านเจ้าแคว้น..ท่านควรจะล้างกฎเกณฑ์ให้ข้ากับลูกชนะได้แล้วนะ..” 

 

พลางยื่นแหวนเจ้าแคว้นให้.. 

 

แต่ในขณะนั้น..คนของผู้บงการชุดม่วงและพิรุณเลือด..ปรากฏกายขึ้น..และทุกคนมีอาวุธครบมือ.. 

 

จินดาพิสุทธิ์ขยับกาย..แต่แม่ทัพแมวหลวงจับบ่าไว้.. 

 

“..อย่าเพิ่ง..ริต้า..สู้ตอนนี้ไม่ได้..เรายังอยู่ในกฎเกณฑ์อยู่..เราสู้ใครไม่ได้เลย..แม้ว่าลูกจะได้วิชาอากาศมนตราคืนมาก็ตาม..” 

 

เจ้าแคว้นสนธยาแค่นเสียง..สวมแหวนกับนิ้ว.. 

 

“..ถ้าเช่นนั้น..ก็สู้ได้แล้ว..เพราะข้าในฐานะเจ้าแคว้น..ขอใช้อำนาจแห่งแหวนเจ้าแคว้น..ยกเลิกกฎที่ว่า..มนุษย์ที่มาจากมิติอันไกลโพ้น..นอกเหนือจากมิติของเทพอสูรและมิติของแคว้นสนธยา..จะต้องอ่อนแอและพ่ายแพ้ในอาณาเขตของแคว้นสนธยาที่แหวนเจ้าแคว้นมีอำนาจ..” 

 

เขาสูดลมหายใจ.. 

 

“..พร้อมกับตรากฎ..ผู้ใดที่คิดกระทำการกบฏ..คิดยึดแคว้นสนธยาเป็นของตนโดยไม่สนใจกฎแห่งการสืบอำนาจแต่เดิม..ต้องพ่ายแพ้ทุกคน..” 

 

พูดจบ..คนของศัตรูก็ถึงตัวพอดี.. 

 

แต่เมื่อเป็นเช่นนี้..ไหนเลย..ที่จะมีใครทำอันตรายเจ้าแคว้นสนธยาเจ้าตำหนักชิงพลบ..และสองแม่ลูกแคทริต้าได้อีก..เพราะทั้งแม่ทัพแมวหลวง..และเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..สามารถอาละวาดได้อย่างสมใจแล้ว.. 

 

แม่ทัพแมวหลวงกำหมัด..พลิ้วกายไปท่ามกลางศัตรู..พูดขึ้นว่า.. 

 

“..ริต้า.นายแม่คิดค้นเพลงหมัดใหม่ขึ้นมาได้..เป็นเพลงหมัดที่ดัดแปลงมาจากเพลงดาบสายธารา..จะแสดงให้ดู” 

 

ท่าร่างนางราวกับสายน้ำ.. 

 

“..นี่คือหมัดสายธารา..ใช้ประกอบกับกำลังแห่งแม่พระคงคาได้ดีนัก..” 

 

จินดาพิสุทธิ์สยายแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกออก..จับยึดบริวารของพิรุณเลือดและผู้บงการชุดม่วง..เหวี่ยงลอยละลิ่วออกไปคนละทิศละทาง... 

 

สองแม่ลูกอาละวาดในครั้งนี้..ใครที่เป็นศัตรู..ล้วนแต่กระเด็นกระดอนออกมาทั้งสิ้น.. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น