up_2_me

นิยายแทนคำขอบคุณ ถ้าชอบกดถูกใจ กดดาว ให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ^^

ชื่อตอน : I A U # Special EP -16

คำค้น : Bl,ชายรักชาย,NC,โรแมนติก,อิโรติก,น่ารัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2562 00:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
I A U # Special EP -16
แบบอักษร

 

รถคันหรูสีแดงสดเข้าเทียบจอดหน้าโรงแรม ตามด้วยคนขับรถหนุ่มหล่อที่ลงมาเปิดประตูด้านหลังให้สาวสวย 

 

"นึกว่าคุณแวนเนสจะไปส่งเพื่อนก่อนซะอีก" 

 

สาวสวยที่เอ่ยเสียงอ้อน พร้อมแววตาที่เว้าวอน ทั้งอิดออดไม่ยอมเข้าโรงแรมที่ตนพักเสียที 

เธอคิดว่าแวนเนสจะไปส่งเพื่อนก่อน ที่ไหนได้ กลับมาส่งตนก่อนเสียนี่  

ทำให้เธอพลาดที่จะมีเวลาได้ทำความรู้จักกับชายหนุ่มที่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น 

 

ทั้งตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกันชายหนุ่มก็เอาแต่ใส่ใจคนที่นั่งเบาะด้านหน้า 

ทั้งถอดเสื้อนอกไปคลุมตัวให้เหมือนกลัวจะหนาว ทั้งคอยระวังเวลารถจอดหรือเจอถนนที่ขรุขระ 

แถมยังปล่อยเธอนั่งเหงาเป็นอากาศอยู่เบาะด้านหลัง ถามคำก็ตอบครึ่งคำ และไม่แม้แต่จะหันมามอง 

เพราะเวลาทั้งหมดถูกใช้ไปกับการดูแลผู้ชายที่หลับสนิทมาตลอดทาง  

ผู้ชายตัวโตพอๆกับแวนเนส แต่กลับถูกอุ้มมาขึ้นรถราวกับตัวเบาดังนุ่นได้จนเหลือเชื่อสำหรับเธอ 

 

"ผมกลัวว่ามันจะดึกไปมากกว่านี้น่ะครับ" 

 

แวนเนสที่ไม่สามารถละสายตาจากซันที่นอนนิ่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับได้เกินนาที บอกเสียงเรียบ 

เค้าไม่สนใจจะสบตาสาวสวยที่ยืนอยู่เบื้องหน้าตนด้วยซ้ำ เพราะห่วงว่าซันจะเป็นอะไรไป 

เรื่องเมาก็ห่วง เรื่องที่ตนทำร้ายให้ซันหมดฤทธิ์ก็ห่วง  

 

"แบบนี้กว่าคุณจะได้พักไม่สว่างพอดีเหรอคะ ไหนจะไปส่งเพื่อนอีก" 

 

 

"ขอตัวก่อนนะครับ " 

 

การตัดบทที่ตามมาด้วยการค้อมตัวลงน้อยๆเป็นการกล่าวลา ก่อนแวนเนสจะกลับเข้าไปในรถ 

แล้วออกตัวทันที ปล่อยหญิงสาวมองตามอย่างหงุดหงิดและยิ่งทวีความสงสัย 

 

"แค่เพื่อนจริงๆน่ะเหรอ " 

 

 

************** 

*********************** 

 

 

ในรถของแวนเนส ซันที่แกล้งหลับอยู่นาน ลืมตาขึ้นมามองคนข้างๆ แล้วว่าเสียงนิ่ง 

 

"ส่งกูแล้วก็กลับมาหาเค้าสิ  

เค้าคงรอมึงอยู่แล้วหล่ะ" 

 

ซันไม่ได้หลับ ไม่ได้หมดสติ ถึงจะจุกที่โดนต่อยท้อง แต่มันก็ทำให้เค้าหมดแรงต่อต้านไปครู่หนึ่งเท่านั้น 

ดังนั้นเขาจึงรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ตอนที่ถูกพร่ำบอกขอโทษพร้อมจูบย้ำๆที่หน้าผาก 

ตามด้วยการถูกอุ้มอย่างน่าอายมาที่รถของแวนเนส แน่นอนว่าบทสนทนาระหว่างหญิงสาวกับแวนเนสก็ชัดเจนเช่นกัน 

ชัดเจนว่าหล่อนอยากจะให้แวนเนสไปส่งซันก่อน แล้วค่อยมากับหล่อน  

 

 

"คืนนี้กูจะค้างกับมึง" 

 

แวนเนสว่าเสียงเข้ม สายตาที่จ้องมองไปยังถนนเบื้องหน้าตวัดมาจ้องอีกฝ่ายครู่หนึ่ง 

ทำเอาคนไม่ทันตั้งตัวว่าจะถูกมองเผลอสะดุ้ง  

 

 

มึงแม่ง..... 

 

 

+++++++++++++++++ 

@คอนโดซัน 

 

ทันทีที่รถจอดสนิท ซันก็รีบออกจากรถด้วยร่างกายที่โซซัดโซเซและสมองที่มึงงงเพราะฤทธิ์เหล้า 

ซึ่งเพียงไม่กี่ก้าว แวนเนสก็ตามมาถึง  

และแม้จะอยากปฏิเสธการติดตามของอีกฝ่าย แต่ก็เกรงว่า 

หากผู้ชายตัวโตๆสองคนมายื้อยุดฉุดดึงหรือปะทะฝีปากกันคงเป็นเป้าสายตา 

ให้พนักงานรักษาความปลอดภัยนึกสงสัยในความสัมพันธ์  

ซันจึงคิดว่าจะรีบไปที่ห้องแล้วล็อคประตูเสีย หากแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมีฤทธิ์สุราเจือจางเรี่ยวแรงและสติไปไม่น้อย 

 

สุดท้าย 

 

ก็เป็นตัวซันเองนั่นแหล่ะที่ถูกอีกฝ่ายดึงแขนไว้แน่นตั้งแต่ตอนเข้าลิฟต์จนกระทั่งถูกเหวี่ยงลงเตียงของตัวเองในห้องโทนสีเทา 

 

"กลับไป" 

ซันว่าเสียงดุ   พยายามจะลุกจากเตียง  ก็ทำไม่ได้ เพราะถูกอีกฝ่ายตามมาคร่อมกักกันไว้ 

 

พยายามมองด้วยแววตาเอาเรื่อง  แต่อีกฝ่ายก็จ้องมองมาอย่างกับจะทำให้ละลาย 

และเมื่อคนไม่เมาโน้มตัวมาใกล้ พร้อมสองมือที่พยายามตรึงสองแขนของซันให้แนบไปกับเตียง 

"แวนเนส ไม่ มึง กูไม่ยอม ปล่อยกู" 

 

ซันก็ทั้งดิ้นทั้งตะคอกจนแสบคอ  หากแต่สุดท้ายก็สู้ได้เพียงพยายามเบี่ยงหน้าหลบใบหน้าของอีกฝ่าย 

จนแล้วจนรอด  ปากที่พยายามจะด่าทอต่อว่า ก็ถูกปิดแน่นด้วยปากของแวนเนสที่ฉกจูบเข้าหาอย่างรุนแรง 

เสียงดูดดึงของแรงจูบดังลั่นห้อง  ใบหน้าและริมฝีปากของซันคงได้ช้ำหากยังไม่สามารถหลบหนีจากสถานการณ์นี้ได้ 

คนใต้ร่างแวนเนสเริ่มดิ้นรุนแรง สองเท้าพยายามยกขึ้นถีบ และมีบ้างที่กระแทกเข้าตัวแวนเนส แต่มีหรือเค้าจะสะท้าน 

ดิ้นแรงได้ เขาก็มีวิธีให้หยุดดิ้นได้   เขาจะไม่ยอมปล่อยซันไปจนกว่าจะได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ 

 

คนตัวสูงกว่าแม้จะเล็กน้อยกดมือของซันไว้ข้างตัว ก่อนจะรีบใช้เข่านั่งทับไว้แน่น    

จากนั้นก็หันไปคว้าหมอนอีกใบมาฉีกปลอกหมอนออก  ก่อนจะริ้วๆของผ้าที่ฉีกได้มัดข้อมือทั้งสองข้าง 

ของซันไว้กับขาโต๊ะข้างเตียง   และนั่นทำให้ซันจุกจนพูดไม่ออกอีกครั้ง 

เพราะแม้ว่าแวนเนสจะรุนแรงกับตนบ้างยามที่มีอะไรกัน แต่ก็ไม่เคยมีการกระทำป่าเถื่อนรุนแรงแบบนี้มาก่อน 

พยายามจะดิ้น  ก็ไม่เป็นผล  ความเจ็บที่ใจจึงรวมกับความน้อยใจกลายเป็นความโกรธ 

ซันที่สองมือถูกพันธนาการไว้แน่น  จ้องมองคนที่นั่งคร่อมตัวเองอยู่ด้วยแววตาแดงเทือกก่อนเค้นเสียงออกมาดังๆ 

 

"ถ้ามึงทำ กูจะเกลียดมึง" 

 

เพราะหวังว่าความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่เกิดมาหลายปีจะทำให้แวนเนสหยุดทำร้ายจิตใจของตน 

แต่ความหวังนั้นก็มลายหายไป   

เมื่อแวนเนสที่จ้องตอบอยู่เพียงครู่นั้นใช้สองมือกำตัวเสื้อของซันแล้วออกแรงกระชากจนมันขาดเป็นสองฝั่ง 

ก่อนจะเร่งประทับจูบรุนแรงลงมาตามร่างกายของซันชนิดที่เรียกว่าผิวหนังแทบจะหลุดติดปาก 

 

ซันหลับตาลงเพื่อหยุดไอ้น้ำตาบ้าๆ ที่เกิดจากความสมเพชตัวเอง 

 

ไม่ได้แคร์กูเลยสินะว่าจะเกลียดมึง จะโกรธมึง   ก็แค่อยากเอากับกูใช่มั้ย   มึงนี่แม่ง 

 

จูบหนักๆของแวนเนสเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากลำคอ ค่อยๆไล่ลงไปตามแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลง 

จนไปถึงหน้าท้องที่มีกล้ามเนื้อสวยงามของซัน  พรมจูบรอบๆแอ่งบุ๋ม ก่อนจะเริ่มใช้ปลายจมูกไล้ไปมาเบาๆ 

ค่อยๆ อ่อนโยนและไม่รุนแรงเหมือนแรกเริ่ม ให้ซันที่จากต่อต้านเริ่มหายใจติดขัดเพราะความวูบวาบในกาย 

ยิ่งมีสองมือของแวนเนสที่ไล้ขึ้นลงตามสีข้างเบาๆ ด้วยแล้ว  ความร้อนรุ่มที่เกิดจากความปรารถนาก็ทำให้ซันมึนงง 

ที่ซันรู้ดีว่าไม่ใช่เพราะฤทธิ์เหล้าที่ทำให้ตนคล้อยตามได้เร็วแบบนี้ แต่เพราะคนบนร่าง  คนที่ซันเกลียดที่จะยอมรับ 

ว่าใจนั้นไม่ได้คิดกับฝ่ายแค่เพื่อนสนิท หรือเพื่อนร่วมเตียงชั่วคืนอีกแล้ว 

 

กูเกลียดมึง แต่กูเกลียดตัวเองมากกว่าอีก 

 

สัมผัสวาบหวามที่ทำให้ซันกำลังสับสนบนความสมเพชในความรู้สึกของตัวเองค่อยๆเบาบาง 

สองมือของแวนเนสที่ไล้เล่นตามผิวนิ่มมือสอดไปกอดเอวอีกฝ่ายไว้แน่น 

ใบหน้าหล่อเหลาที่ติดจะเศร้าหม่นซบเข้ากับแผ่นท้องของซัน ก่อนจะเอ่ยบางอย่าง 

 

"ขอโทษครับ เจ็บมากรึเปล่า 

ผมไม่ได้อยากทำร้ายคุณเลย " 

 

ด้วยคำพูดที่ทำให้ความโกรธของซันหายไปจนอีกฝ่ายรู้สึกทำตัวไม่ถูก 

แวนเนสขอโทษย้ำๆ ก่อนจะขยับไปมองหน้าซันด้วยแววตาสำนึกผิด  

เพื่อสื่อความหมายว่าตนไม่มีทางเลือกจนต้องทำร้ายซันให้หมดฤทธิ์ และเมื่อครู่ก็ไม่ได้อยากจะทำรุนแรงและล่วงเกิด 

เพียงแต่จากใช้จุมพิตลบล้างความเจ็บปวดกายและใจของซัน แววตาที่ทำให้ซันเข้าใจทันที แต่ก็ทำหน้านิ่งเฉยใส่ 

เพราะไม่อยากเสียงหน้า  

 

แวนเนสกลับมาซบลงที่หน้าท้องของคนที่เค้าอยากจะได้เป็นแฟนอีกครั้ง  สองมือกอดแน่นแล้วหลับตาลง 

เค้าเต็มใจจะฟังซันด่า จะฟังซันบ่น    

 

ด้านซันก็กัดปากแน่น รู้สึกว่าในท้องปั่นป่วนไปหมด   

เพราะไอ้คนที่ทำรุนแรงกับตนราวหมาบ้าจู่ๆก็กลายเป็นแมวจอมอ้อนเสียนี่ 

 

ก่อนเสียงติดไม่พอใจจะดังขึ้น   ในเรื่องที่ยังติดอยู่ในความคิด 

 

"ทำไมมึงไม่เลือกกู " 

 

 

"เค้าเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทพ่อผมนะซัน และเค้าก็ไม่ได้อยู่เมืองไทย คืนนี้ผมปล่อยเค้าไว้แบบนั้นไม่ได้จริงๆ ผมขอโทษ" 

 

แม้ซันจะได้สรรพนามอย่างที่เคยใช้ แต่แวนเนสกลับพูดจาสุภาพทุกคำ และนั่นทำให้ซันไม่รู้ว่าควรจะน้อยใจต่ออีกหรือไม่ 

ได้เพียงแต่นอนนิ่ง  ยามคิดว่าควรทำอย่างไรดี ไอ้มือที่ถูกมันก็เหมือนจะคลายลงเสียด้วยสิ 

แค่ซันขยับแรงๆ ก็คงจะหลุด แล้วรีบเตะรีบถีบแวนเนสออกจากตัวก็คงจะได้ 

หากแต่ก็ได้แต่คิดอยู่อย่างนั้น   ไม่ยอมทำอย่างที่คิดเสียที  

 

ไม่นาน    เสียงของแวนเนสก็ดังขึ้นด้วยความรู้สึกที่จริงจัง 

"เป็นแฟนกันนะซัน คบกันเถอะ " 

 

จริงจังสำหรับแวนเนส  แต่มันดูง่ายดายเกินไปสำหรับคนที่ถูกมัดถูกบังคับอยู่ในตอนนี้ 

 

 

"นี่มึงกำลังซื้อของอยู่เหรอ   ต่อยกูเสร็จ บังคับกู ลวนลามกู แล้วมาขอกูคบเนี้ยนะ  

มึงคิดว่าคำตอบคืออะไรวะ" 

 

ขอกูเป็นแฟน อย่างน้อยๆมึงควรจะไปถามไอ้เดฟบ้างว่ามันทำยังไงตอนบอกรักไอ้ตี๋ แม่งเอ๊ย อยากคบกูจริงป่ะวะ 

 

"ซันครับ" 

 

"ไม่ต้องมาปากหวานกับกู กูบอกแล้วว่า ไม่  

ขอโทษกูเสร็จแล้วก็ปล่อย ออกไปจากห้องกู แล้วอย่ามาทำแบบนี้อีก" 

 

คำพูดที่มาพร้อมกับการพยายามจะลุกนั่ง  แต่ก็ต้องหยุดไปเมื่อถูกกอดไว้แน่นกว่าเดิม   

พร้อมเจ้าของอ้อมกอดที่ว่าอย่างเอาแต่ใจ 

 

"ผมไม่ไป คืนนี้ผมจะนอนกอดคุณอยู่แบบนี้" 

 

 

"มึงแม่ง............" 

 

ซันที่ไม่อยากต่อสู้กับไอ้คนบนร่างสบถเสียงดุ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อบอกเป็นนัยว่าจะพักผ่อน 

ถ้าแวนเนสอยากจะนอนหรืออยากจะทำอะไรก็ตามใจ  

 

ช่างแม่ง............ 

 

************* 

*******************  

 

ซันลืมตาตื่นเพราะหลับไปหลายชั่วโมง  ความมืดจากหน้าต่างทำให้รู้ว่ายังไม่เช้า 

ก่อนคนที่หลับสนิทมานานจะจ้องมองใบหน้าของคนที่กำลังกอดตนอยู่   

แวนเนสที่แขนข้างหนึ่งกอดซันไว้  ส่วนแขนอีกข้างนั้นก็เป็นที่หนุนแทนหมอนให้กับซัน 

และนั่นทำให้ซันรู้ว่าตัวเองไม่ได้ถูกมัดไว้เหมือนก่อนที่จะเข้าสู่นิทรา 

 

“ถ้าเป็นแฟนกัน มึงต้องมีกูคนเดียว มึงทำได้มั้ยแวน” 

 

เสียงกระซิบแผ่วเบานั้น  คงมีเพียงซันที่รับรู้    

Rrrrrrrrrrrrrr 

 

ก่อนเสียงโทรศัพท์มือถือจะทำให้ซันรีบหลับตาลง เพื่อไม่ให้แวนเนสรู้ว่าตนตื่น 

 

 

ด้านแวนเนสที่ฝันหวานมาหลายชั่วโมงก็สะดุ้งตื่น  เมื่อได้ยินเสียงเครื่องมือสื่อสารของตน 

เค้ากลัวว่าซันจะตื่นจึงรีบลุกไปรับสาย  ทั้งยังเดินห่างจากเตียงไปหลายก้าวเพื่อให้เกิดเสียงดังน้อยที่สุด 

 

 

“ครับคุณเอพิล” 

 

 

๐สวัสดีค่ะคุณแวนเนส วันนี้เรามีนัดกัน จำได้มั้ยคะ๐ 

 

“จำได้ครับ แต่นี่มันยังไม่ตีห้าเลยนะครับ 

หรือคุณไม่รู้” 

 

๐ขอโทษค่ะ ที่ทำให้หงุดหงิดแต่เช้า   ฉันไม่คุ้นกับเวลาที่ไทยน่ะค่ะ  ๐ 

 

 

เฮ้อ............ 

 

“ไม่เป็นไรครับ   ผมเองก็ต้องขอโทษที่หงุดหงิดใส่  ผมไม่ค่อยตื่นเช้าๆแบบนี้ 

เอาเป็นว่าผมจะพาคุณไปทำธุระนะครับ   

เมื่อถึงเวลา” 

 

๐ถ้าอย่าง....๐ 

 

“แค่นี้นะครับ สวัสดี” 

 

 

บทสนทนาซึ่งคนที่นอนฟังอยู่บนเตียงไม่ได้รับรู้ว่าแวนเนสหัวเสียแค่ไหนที่ต้องรับสายๆนี้ 

เพราะมัวแต่ขุ่นเคืองยามคิดว่าสายสำคัญสายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ 

นอกจาก คุณลูกสาวเพื่อนพ่อของแวนเนสนั่นแหล่ะที่ติดต่อมา และคงจะมีแผนไปดูแลกันแน่นอน 

 

 

ดังนั้นเมื่อแวนเนสวางสายแล้วเดินกลับมาที่เตียง  ซันก็รีบลุกขึ้น   แล้วก้าวลงจากเตียงโดยไม่มองหน้าอีกคนแม้แต่น้อย 

 

“ตื่นแล้วเหรอครับ ” 

 

ส่วนแวนเนสก็ถามอีกฝ่ายด้วยความสุภาพ    และแม้ว่าอีกฝ่ายจะเงียบใส่  

 

แวนเนสก็ไม่ละความพยายาม   เขาเข้าไปใกล้ซันที่กำลังหยิบผ้าขนหนูออกมาจากตู้เสื้อผ้า 

มันทำให้เดาได้ว่าคงจะไปอาบน้ำ   และนั่นทำให้เกิดความสงสัยว่าทำไมซันถึงได้อาบน้ำเช้าแบบนี้ 

 

 

“จะรีบอาบน้ำทำไม   มีธุระเหรอ ถ้างั้นเดี๋ยวผมไปด้วยนะ” 

 

ความใส่ใยที่ทำเอาใจซันรู้สึกดี  แต่เจ้าตัวก็รีบเขี่ยทิ้งด้วยความไม่พอใจ    

และทำใจแข็งโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่าย ยามเอ่ยเสียงเย็นชาใส่ 

 

“อย่าเลย กูจะไปหาหลาน ส่วนมึงก็รีบไปดูแลลูกสาวเพื่อนพ่อมึงเถอะ” 

 

 

เฮ้อ......... 

 

 

++++++++++++++++++ 

 

@คอนโดเต้ตี๋ 

ณ ห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางและปลอดโปร่งกลับมีบรรยากาศแปลกๆเกิดขึ้น 

 

“เอ่อ...........” 

ตี๋ที่กำลังให้นมลูกชายจากอก  มองดูพี่ชายและพี่แวนเนสที่กำลังจิบกาแฟกันอยู่ด้วยสีหน้าลำบากใจ 

คนทั้งคู่ที่มาถึงคอนโดของตนตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้า  คนหนึ่งที่ใบหน้าบูดบึ้ง  ส่วนอีกคนก็มาพร้อมสีหน้าลำบากใจ 

อยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่คิดว่าตนน่านะพอเดาได้    ว่าคงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เป็นแน่ 

 

คุณพ่อตี๋ได้แต่หันไปหาคนรักที่นั่งอยู่ข้างๆ  โดยที่เต้ก็เดาความคิดคนรักออก 

แต่ก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเพื่อน  เค้าจึงเพียงยกยิ้มยามลูบหัวคนรักเบาๆเป็นการปลอมให้อย่าคิดมาก 

 

ส่วนคนที่มาเยือนบ้านคนอื่นแต่เช้านั้น  คนหนึ่งก็กำลังเอาใจอีกคนเต็มที่ 

 

 

“ทานอีกหน่อยสิครับ  จะได้เล่นกับหลานไง” 

 

แวนเนสส่งคุ้กกี้ให้พร้อมส่งยิ้ม  แต่กลับถูกซันเบือนหน้าหนี และหลังจากกาแฟของซันหมดแล้ว 

เขาก็ย้ายตัวเองไปหาน้องชายทันที    ทำราวกับแวนเนสไม่มีตัวตน 

 

ความหงุดหงิดที่คงจะไม่มีมากขนาดนี้ หากไม่เป็นเพราะวันนี้แวนเนสดูจะสนใจโทรศัพท์มากกว่าปกติ 

 

 

 

“ไงหลานลุง  หม่ำเยอะๆนะครับคนเก่ง” 

 

ซันเอ่ยกับเจ้าหลานชายตัวอวบที่พอกินอิ่มก็เริ่มตาปรือในอ้อมอกของตี๋ 

 

ก่อนจะเงยหน้าถามน้องชาย 

 

 

“วันนี้จะไปทำงานแน่ใช่มั้ย” 

 

 

“ครับ” 

 

 

“ไปพร้อมไอ้เดฟเหรอ” 

 

คำถามที่ตี๋มองหน้าคนรักก่อนจะกลับมามองหน้าพี่ชายคนสนิทของตนแล้วตอบ 

 

 

“ไม่ใช่ครับ เดี๋ยวคุณไทม์ไปส่ง   ผมต้องรอแม่กับพ่อมาก่อน” 

 

วันนี้คือวันแรกที่ตี๋จะกลับไปทำงานหลังจากไม่ได้ไปมานาน   

และระหว่างนั้น  จะมีครอบครัวของตี๋และพี่เต้สับเปลี่ยนกันมาช่วยดูแลน้องติณณ์ 

 

 

 

“ความจริงพี่รอได้นะครับ ” 

 

ด้านเต้ที่อยู่ในชุดพร้อมทำงานก็บอกคนรักอย่างจริงจัง    เพราะเค้ารู้สึกเป็นห่วงที่จะปล่อยตี๋กลับไปทำงาน 

แต่ก็ไม่ได้ห้าม เพราะเข้าใจว่านั้นคือสิ่งที่คนรักทำแล้วสบายใจ 

 

 

“พี่เต้บอกเองไม่ใช่เหรอครับว่ามีประชุมเช้า  ถ้ารอผมจะสายเอานะครับ 

นี่ก็ ควรจะไปได้แล้วนะครับ  ” 

 

ความห่วงใยของคู่รักที่คนหนึ่งก็เป็นห่วงคนพึ่งคลอดกลัวร่างกายจะไม่ไหว 

ส่วนอีกคนก็เป็นห่วงไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียงาน มันช่างสวยงามจนทำให้ซันอมยิ้มอย่างมีความสุข 

 

หากแต่เมื่อคิดถึงสถานะของตนกับไอ้คนที่กำลังนั่งจิ้มมือถือแบบไม่สนใจใครอยู่ตอนนี้มันก็ทำให้หงุดหงิด 

แต่ซันก็ทำเป็นไม่สนใจ แล้วหันไปคุยกับน้องชายตัวเองต่อ 

 

 

“พี่ว่าตี๋ไปพร้อมเดฟเถอะ มันคงห่วง   

ส่วนน้องติณเดี๋ยวพี่ดูไว้ให้ ” 

 

ซันห่วงใย ตี๋ก็รับรู้ ทว่า  การดูแลเด็กทารกไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนไม่มีประสบการณ์ 

 

 

“เอ่อ  ” 

 

คุณพ่อตี๋จึงค่อนข้างกังวล หากพี่ชายคนสนิทจะมารับภาระใหญ่ยิ่งนี้ไว้ 

 

ท่าทีลำบากใจที่พี่ชายผู้มั่นใจว่าตนดูแลหลานได้ เอ่ยเสียงหนัก 

 

“พี่เลี้ยงก็มีตั้งสองคน แม่บ้านอีก แล้วน้องติณน่ะอิ่มแล้วก็นอนไม่ใช่เหรอ 

พี่ดูให้ได้หรอกน่ะ   ไปเถอะ    นะ ” 

 

 

ความมั่นใจที่มาพร้อมน้ำเสียงหนักแน่นนี้ทำให้ตี๋คิดอยู่นาน  ทั้งปรึกษาพี่เต้ด้วยสายตา 

ก็ได้คำตอบว่าน่าจะวางใจซันได้  เพราะแม้ว่าซันจะไม่มีทารกให้ดูแลมาก่อน 

แต่พี่เลี้ยงที่เต้จัดหามาเพิ่มเป็นสองคน พร้อมแม่บ้าน ก็น่าจะจัดการทุกอย่างได้ 

ระหว่างรอพ่อตาแม่ยายของเต้มาถึง 

 

ดังนั้น เมื่อน้องติณณ์หลับสนิทในเปลที่วางอยู่ห้องนั่งเล่นแล้ว  ตี๋ก็ไปทำงานพร้อมกับเต้ 

โดยก่อนไปก็ยังกำชับพี่ชายให้ช่วยดูแลลูกรักของพวกตนอย่างระมัดระวังอยู่หลายหน 

 

 

และหลังจากส่งน้องชายออกนอกห้องไปแล้ว ซันก็หันมาเหวี่ยงเสียงดุใส่แวนเนสที่ประกบตัวเองเป็นเงาอยู่ตอนนี้ 

 

“มึงก็ควรจะกลับได้แล้วนะ” 

 

 

“ผมอยากเล่นกันหลาน” 

 

 

“น้องติณไม่ใช่ของเล่น   ” 

 

ซันสะบัดค้อนใส่ แล้วเดินไปหาหลายชายที่หลับพริ้มอยู่ใบเปลโยก   

 

 

 

“น่ารัก” 

 

เจ้าหลายแก้มยุ้ยสีแดง ปากนิดจมูกหน่อย ยิ่งมองก็ยิ่งเพลินตา ชวนให้อารมณ์หงุดหงิดทั้งหลายหายไปจนหมด 

 

ก่อนจะท่าทีลำบากใจระคนอยู่ไม่สุขของพี่เลี้ยงของน้องติณณ์จะดึงความสนใจของซัน 

 

 

“มีอะไรรึเปล่า” 

 

พี่เลี้ยงวัยคุณแม่หน้าซีดด้วยความเกรงอกเกรงใจ แต่เธอก็พึ่งได้รับข่าวร้ายจากทางบ้านที่จะต้องรีบไปจัดการ 

 

“คือฉันอยากจะขออนุญาตไปทำธุระซักครู่น่ะค่ะ ” 

 

เธอบอกถึงเหตุผลด่วนว่าลูกชายที่ต่างจังหวัดนั้นกำลังป่วยหนักและต้องการเงินในการรักษาตัว 

จึงอยากจะขอไปทำธุรกรรมที่ตู้กดเงินใกล้ๆนี้ซักครู่ 

 

ซันรับฟังอย่างไม่ถือสา  ก่อนจะเอ่ยยินยอม 

 

“ไปเถอะครับ  ” 

 

 

“ขอบคุณมากค่ะคุณ” 

 

และเมื่อพี่เลี้ยงออกไป  ซันก็ก็กลับมามองหลานชายต่อ 

 

 

 

“หลับปุ๋ยเชียว  หลานน่ารักดีนะ” 

 

แวนเนสที่ขยับมานั่งอีกด้านหนึ่งของเปลโยก  ว่าเสียงชอบใจ    ซึ่งคนที่กำลังอารมณ์ดีเพราะหลายชายก็ส่งเสียงตอบรับ 

 

 

“อืม” 

 

 

แต่เพียงไม่นานอารมณ์ดีๆนั่นก็โดนรบกวน  

 

“แต่คุณน่ารักกว่า” 

 

เพราะคำพูดที่เมื่อซันหันไปมองคนพูดที่นั่งอยู่ตรงข้ามตนนั้นก็เจอสายตากรุ้มกริ่มที่ทำให้หงุดหงิดอีกรอบ 

 

 

“พูดอะไรของมึ...... คุณ  ไปไหนก็ไปไป   อย่ามากวน 

น้องติณกำลังนอน” 

 

คำสบทเกือบจะหลุดจากปาก แต่ซันก็เปลี่ยนได้ทัน แต่ความไม่พอใจนั้นยังคงอยู่ 

 

“ผมอยากอยู่ข้างๆแฟนตัวเองหนิครับ” 

 

แต่แวนเนสก็ยังไม่หยุดทำให้ซันหัวเสีย    

คนที่อยากได้เพื่อนมาเป็นแฟนใจจะขาดยังคงต่อปากต่อคำต่อด้วยถ้อยคำที่ทำให้ซันไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ 

 

 

“ใครแฟน อย่ามามั่ว  ” 

 

 

“แต่คุณเป็นเมียผมแล้วนะ” 

 

 

 

“คำก็เมียสองคำก็เมีย   เข้าใจคำนั้นดีแค่ไหนเหรอถึงพูดออกมา” 

 

 

คำต่อว่าที่กลายเป็นคำตัดพ้อ ทำให้แวนเนสกลัดกลุ้มหนัก   เขาไม่รู้จริงๆว่าต้องทำอย่างไร 

ซันถึงจะใจอ่อนกับตนเสียที 

 

 

“ซัน  จะให้ผมทำยังไง ถึงจะยอมคบกัน ” 

 

 

คำถามนี้ที่คนถูกถามไม่ได้คิดนานเลยที่จะตอบ   เพราะมันมีคำตอบของมันอยู่แล้ว 

 

“เลิกยุ่งกับคนอื่นให้ได้ก่อนเถอะ ค่อยมาพูดเรื่องนี้” 

 

 

คำตอบที่แวนเนสดูเหมือนจะไม่เคยเข้าใจเลย   

 

“ถ้าคุณยอมเป็นแฟนกับผม ผมจะเลิกยุ่งกับคนอื่น” 

 

 

เพราะหากคิดซักนิด 

แวนเนสจะรู้ว่าจริงๆแล้ว ด้วยร่างกายที่พอๆกัน หากซันจะขัดขืนการล่วงเกินมีหรือจะทำไม่ได้ 

แต่ทุกครั้งซันก็ยังตกเป็นของแวนเนส   มันไม่ใช่เพราะฤทธิ์เหล้าหรือความเผลอไผล 

ทว่ามันคือความ เต็มใจ ที่ซันไม่เคยยอมรับออกมาเป็นคำพูด 

เพราะกลัวตัวเองจะเจ็บปวด หากเปิดใจให้กับคนที่ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าจะมีแค่ซันคนเดียวซักที 

 

 

“มึงนี่” 

 

ซันที่ความโกรธปะทุ สบถเสียงดังลั่น  แต่ก่อนที่จะได้ว่าอะไรต่อ 

 

 

แง๊..... 

 

เสียงเจ้าตัวอวบในเปลโยกก็ดังขึ้น 

 

 

!!!..... 

 

ให้คุณลุงที่นั่งขนาบซ้ายขวาผวาตกใจ  ทั้งคู่มองดูหน้าหลานชายพร้อมๆกัน 

และเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวน้อยยังคงหลับตาอยู่   

 

 

เฮ้อ...... 

 

เสียงถอนหายใจของแวนเนสและซันก็ดังขึ้นพร้อมๆกันโดยไม่รู้ตัว 

 

จากนั้นซันก็ตวัดสายตาดุดันไปมองแวนเนสอย่างเอาเรื่อง แล้วเค้นเสียงออกมาด้วยความหัวร้อน 

 

 

 

“ถ้าหลานตื่นนะมึง” 

 

แต่เพียงสิ้นคำ 

 

ง๊า................. 

 

เด็กชายติณณ์พงศ์ วงศ์อิศรา ก็แผดเสียงร้องออกมาดังลั่น  

ดวงตากลมๆนั้นวาวด้วยน้ำตา ปากเล็กๆอ้าออกกว้างตามเสียงที่ส่งออกมา 

 

 

“เฮ๊ย!!” 

 

ทั้งซัน ทั้งแวนเนส ลนลานร้องลั่น ต่างจับเปลของหลานคนละด้านแล้วพยายามปลอบโยน 

 

 

 

“ชู่วว์ ไม่ร้องนะครับน้องติณ  โอ๋ๆๆๆ ” 

 

ซันเอ่ยเสียงร้อนใจ   พยายามโยกเปลให้ขยับเพราะคิดว่ามันน่าจะช่วยได้แต่ก็ไม่เป็นผล 

 

จากนั้นไม่นานพี่เลี้ยงอีกคนที่เมื่อครู่กำลังจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำก็รีบเข้ามาดูคุณหนูตัวน้อย 

 

เธอสำรวจอย่างชำนาญ  แต่ดูจะไม่ทันใจซันนัก 

 

 

“อึเหรอ หรือ ฉี่   ” 

 

คำถามเสียงหงุดหงิดดังแข่งกับเสียงร้องจ้าของหลานตัวอวบ      

 

หากแต่พี่เลี้ยงที่เคยผ่านงานดูแลเด็กทารกมาไม่น้อย   ตอนนี้กำลังเจอปัญหา 

 

 

“ไม่ใช่ทั้งสองอย่างค่ะ” 

 

 

 

“งั้นหิวเหรอ” 

 

 

“ไม่น่าใช่ค่ะ ยังไม่ถึงเวลาด้วย” 

 

 

เพราะคุณหนูไม่ได้ขับถ่าย แต่ก็ไม่น่าจะหิวเพราะยังไม่ครบรอบเวลา    

จะว่าไม่สบายก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเมื่อวันก่อนเจ้านายก็พึ่งจะพาคุณหนูติณณ์ไปตรวจสุขภาพมาโดยที่เธอก็ตามไปด้วย 

 

 

ความไม่รู้ของพี่เลี้ยง  และการที่ต้องเห็นหลานชายร้องไห้ไม่หยุด ทำให้ซันอารมณ์ขึ้น 

 

“แล้วหลานฉันร้องทำไม  เป็นพี่เลี้ยงไม่ใช่เหรอ” 

 

เสียงที่เรียกว่าตวาดลั่นดังขึ้น   จนพี่เลี้ยงที่กำลังใช้ความคิดว่าเกิดอะไรขึ้นสะดุ้งโหย่ง 

 

 

แวนเนสเห็นว่าเสียงดังๆของซันไม่ได้ช่วยอะไร  ก็เอื้อมมือมาจับมือซันไว้แล้วปรามให้เย็นลง 

 

“ใจเย็นสิครับซัน” 

 

 

แต่คนที่พึ่งจะทะเลาะกันมีหรือจะยอมฟัง    

 

“เงียบไปเลยมึงน่ะ  ยุ่งไม่เข้าเรื่อง  จะไปไหน ก็ ” 

 

ซันว่าอย่างไม่พอใจแล้วสะบัดมือออกจากมือของแวนเนส 

 

 

ทันใดนั้นเอง 

 

 

มือของซันและแวนเนสก็ถูกมือน้อยๆของน้องติณณ์จับไว้แน่น   

 

 

????........... 

 

 

ก่อนเรื่องน่าประหลาดใจจะตามมาติด  เมื่อจู่ๆน้องติณณ์ก็หยุดร้องไห้ 

 

 

“หยุดแล้ว??” 

 

ซันว่าอย่างแปลกใจ   ก่อนเสียงหัวเราะของแวนเนสจะดึงความสนใจของเขาให้หัวเสียอีกรอบ 

 

 

“ขำอะไร” 

 

ซันว่าเสียงแข็งใส่ไอ้เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ  ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยนกับน้องติณณ์ 

 

 

“น้องติณคนเก่ง  นอนนะลูก” 

 

ทั้งพยายามจะดึงมือตัวเองออกจากมือน้อยๆ ของน้องติณณ์   

 

 

ง๊า...... 

 

แต่เมื่อทำแบบนั้นเสียงร้องลั่นของเด็กน้อยก็ดังขึ้นอีกรอบ จนซันต้องหยุดและปล่อยให้น้องติณณ์จับมือตนไว้ 

 

 

“คงต้องปล่อยไว้แบบนี้แล้วหล่ะครับ” 

 

 

แวนเนสว่าเสียงอ่อนโยน พร้อมรอยยิ้มที่ซันละเกลียดนัก  เพราะมันทั้งอบอุ่นและน่ามอง 

หากแต่เค้าก็บอกตัวเองว่าจะไม่ใจอ่อนง่าย ๆ ให้อีกฝ่ายได้ใจ 

 

เพียงแต่ ตอนนี้คงต้องทำให้เจ้าหลานชายหลับเสียก่อน  จะได้หลุดจากสภาวะนี้เสียที 

 

 

แวนเนสที่เห็นซันไม่ต่อต้าน ก็ยกยิ้มพอใจ  เขามองไปทางพี่เลี้ยงแล้วส่งสัญญาณให้ออกไปจากตรงนี้ 

ก่อนที่จะใช้มือข้างที่ว่างโยกเปลเด็กเบาๆ เพื่อกล่อมให้กามเทพตัวน้อยเข้าสู่นิทรา 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น