คิโยชิ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลิขิตรัก :: END.

คำค้น : ลิขิตรัก กับดักซาตาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 491

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2562 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลิขิตรัก :: END.
แบบอักษร

 

 

เสียงหอบหายใจดังอย่างหนักหน่วงจากกิจกรรม เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มร่างกายกำยำของชายหนุ่ม ริมฝีปากหนาขบกัดติ่งหูของคนรักเพื่อระบายความเสียว ช่องทางสีหวานตอดรัดแกนกายใหญ่ไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว ร่างบางยกบั้นท้ายขึ้นเพื่อรอรับการกระแทกอย่างอัตโนมัติ มือนุ่มกำผ้าปูที่นอนแน่น พรางกัดปากล่างส่งเสียงครางอย่างมีความสุข ทั้งที่ร่างกายร้อนจนแทบละลายไปกับเตียงกว้างอยู่แล้ว  

“อ๊ะๆๆ! อะ อาเชอร์ อื้ออออ!” 

“ตอดแรงจังที่รัก อ๊าห์!” 

ชายหนุ่มส่งเสียงคำรามอย่างพึงพอใจ แม้เม็ดเหงื่อท่วมเต็มร่างกายมันกลับทำให้อารมณ์ปรารถนาของอาเชอร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มันไม่สามารถห้ามความต้องการได้เลย สอบสะโพกหนากระแทกแรงๆเน้นๆอยู่หลายรอบ ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างหิวกระหาย แถมยังขบกัดแผ่นหลังและอกของเฉิงซินจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำๆหลายจุด ร่างกายของคนตรงหน้ามันช่างยั่วยวนจนอาเชอร์อยากกลืนลงท้องเลยด้วยซ้ำ เสียงเตียงดังเล็กน้อยไปตามจังหวะการกระแทก มันไม่ได้ทำให้อาเชอร์กังวนว่าอาจหักได้ จะกลัวทำไมล่ะ หากเตียงหักพวกเขาทั้งสองยังมีโซฟาเป็นที่รองรับ อ้อมแขนแข็งแกร่งอุ้มร่างบางลอยขึ้นจากเตียงกว้าง เฉิงซินรีบคว้าต้นคอของคนรักเพราะกลัวตกลงกระแทกพื้น  

“อื้อออ! อ๊า!!! ทะ ท่านี้ มะ! มันลึก! อ๊า!!!” 

ร่างบางหลับตากัดปากเพื่อระบายความเสียว มันเสียวจนแทบหยุดหายใจเลยทีเดียว ไม่เคยรู้มาก่อนว่ากิจกรรมนี้ทำให้คนๆนึงสามารถหายใจไม่ทันได้ขนาดนี้ อาเชอร์ไม่รอช้ากระแทกแกนกายใหญ่สุดแรง ท่านี้ทำให้แกนกายแท่งร้อนเข้าไปในลึกขึ้นมากกว่าเดิม ความคิดในหัวไม่มีอะไรหลงเหลืออีกแล้ว มีเพียงภาพขาวโพลนเท่านั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงจากกิจกรรมนี้ดังลอดออกไปหรือเปล่า ทั้งคู่รู้เพียงแต่ว่าอยากถึงจุดสูงสุดให้เร็วขึ้น หากช้ากว่านี้คงได้ขาดใจตายแน่ๆ มือนุ่มจับแกนกายของตนรูดไปมาพร้องแรงกระแทกจากคนรัก  

“ซี๊ดดด!! มะ ไหว! อ๊า!! ละ แล้ว! จะออกแล้ว แฮ่กๆ!” 

อาเชอร์อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นคนตัวเล็กมีความสุข เขาจึงวางร่างบางกลับลงบนเตียงอีกครั้ง แล้วยกเรียวขาสวยขึ้นพาดบ่าพร้อมกระแทกแรงๆเน้นๆสามถึงสี่ครั้ง มือหนาอีกข้างเปลี่ยนมารูดแกนกายเล็กช่วยอีกแรง เพื่อให้คนตัวเล็กเสร็จไปพร้อมกับตน ร่างกายของเฉิงซินกระตุกเล็กน้อยสามถึงสี่ครั้งแล้วปล่อยน้ำกามสีขาวขุนเลอะหน้าท้องขาวเนียน อาเชอร์เห็นดังนั้นจึงไม่รอช้าเร่งจังหวะการกระแทกถี่รัวมากขึ้น คนตัวเล็กยังคงเสียงครางไม่หยุดทั้งที่เสร็จไปแล้วก็ตาม ชั่วอึดใจชายหนุ่มจึงปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นเข้าสู่ช่องทางสีหวาน แถมยังไม่ยอมดึงแกนกายแท่งร้อนออกอีกต่างหาก ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงอยู่แล้ว ยิ่งแดงขึ้นไปอีก  

“อีกรอบดีมั้ย หื้ม” 

“พะ พอแล้ว” 

ร่างบางตอบพร้อมเบื้อนหน้าหนีอย่างเขินอาย ก่อนหน้านั้นไม่รู้ความอายมันหายไปไหนหมด และไม่รู้ว่าเสียงน่าเกลียดดังออกไปหรือเปล่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังมีความสุขอยู่นั้น มีหรือที่พี่น้องอย่างอาชา และอาเธอร์จะไม่ได้ยิน แม้ภรรยาของทั้งคู่จะไม่ได้มีนิสัยหมกมุ่นเรื่องแบบนี้ก็ตาม สองพี่น้องไม่รอช้ารีบเดินมาหาภรรยา ผู้ชายน่ะมีความต้องการทุกห้านาทีอยู่แล้ว อาจเป็นสำหรับผู้ชายเฉพาะบ้านนี้เท่านั้นแหละ อีกอย่างมีพี่เลี้ยงสำหรับเด็กเล็กๆอยู่ด้วย หากทั้งสี่หายไปสักชั่วโมงก็ไม่เป็นไรหรอก  

“จะไปไหนกันล่ะ?” 

“โถ่พ่อ ผมขอเวลาส่วนตัวหน่อยสิ” 

“เด็กพวกนี้ จริงๆเลย” 

“ผมกับอาชาได้นิสัยพ่อมาทั้งนั้นแหละครับ” 

ลีอันเดอร์ส่ายหน้าไปแล้วมาพรางหัวเราะอย่างชอบใจ ไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้มันถ่ายทอดผ่านสายเลือดได้ด้วย ไม่แน่ว่าลูกชายทั้งสามอาจมีนิสัยแบบนี้ แล้วโยนความผิดให้คนเป็นพ่ออย่างลีอันเดอร์ก็ได้ เมื่อลูกชายทั้งสองขึ้นห้องไปกับภรรยาของตน คฤหาสน์ทั้งหลังจึงเหลือเพียงเด็กๆและคนแก่สองคนเท่านั้น ลูกชายมีความสุขกันถ้วนหน้า ยังเหลือลีอันเดอร์อีกคนที่ยังไม่ได้เริ่มต้นเพลงรักเหมือนลูกชาย สายตาคมจ้องมองภรรยาอันเป็นที่รักที่กำลังอุ้มหลายชายไว้ในอ้อมแขน เมื่อไอดินเงยหน้าขึ้นมาจึงสบตากับคนรักด้วยความบังเอิญ  

“มองอะไรเหรอครับ?” 

“เปล่าหรอก รอเด็กๆลงมาก่อนแล้วกัน” 

ไอดินขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจเท่าไร ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันและมีลูกถึงห้าคน ไม่ได้ทำให้ไอดินรู้ทันความคิดของสามีเลยแม้แต่น้อย การไม่รู้ทันความคิดของสามีไม่ได้ทำให้ความสุขในทุกๆวันลดลง มันมีแต่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ลูกชายทั้งสามต่างผ่านความทุกข์ของช่วงนึงของชีวิตมาแล้ว ต่อจากนี้ยังมีอุปสรรคอีกมากให้พวกเขาได้ก้าวผ่าน สำหรับเรื่องของลูกชายไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว หากจะห่วงคงมีเพียงลูกสาวเท่านั้นแหละ อีกไม่นานทั้งอลิซและอเล็กซ์ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ปกติของทุกครอบครัว เมื่อลูกชายหรือลูกสาวอายุครบสิบเจ็ดปี จะต้องแยกย้ายอยู่ไปใช้ชีวิตของตนเอง สำหรับไอดินและลีอันเดอร์มันไม่ใช่แบบนั้น เพราะคิดว่าการอยู่กันพร้อมหน้ามันทำให้มีความสุขมากกว่า อีกอย่างธุรกิจของครอบครัวสามารถทำให้ลูกๆของทั้งคู่มีความสุขได้อยู่แล้ว ลีอันเดอร์จ้องมองหลานแล้วอมยิ้มกับตนเอง ไม่เคยเสียใจที่วันนั้นยอมกลับตัวกลับใจ เพราะสิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือครอบครัว สักวันลูกๆของทั้งคู่คงได้สัมผัสความรู้สึกแบบเดียวกันอย่างแน่นอน 

 

มนุษย์เรามีความสุขและความทุกข์ไม่เท่ากัน ทั้งความสุขและความทุกข์ไม่เคยอยู่กับเราได้นาน เว้นแต่เราจะทำให้ตนต้องเป็นทุกข์หรือพาตนเองออกจากจุดนั้น เฉิงซินไม่เคยรู้ว่าการให้อภัยใครสักคนจะได้พบกับความสุข มันเหมือนผ่านความเจ็บปวดมาเพียงคนเดียว แต่ไม่เลย เพราะอาเชอร์เองต้องผ่านความเจ็บปวดเหมือนกัน เพียงแค่รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นคนละแบบเท่านั้น นับวันชีวิตของเฉิงซินมีความสุขมากขึ้น จึงกลัวว่าความสุขเหล่านี้จะหายไป ยิ่งมีความสุขมากเท่าไรกลับอดคิดไม่ได้ อาเชอร์ถอนตัวจากวงการนายแบบหลังจากหายหน้าไปนาน โดยให้สาเหตุที่ว่าตนแต่งงานและกำลังจะสร้างครอบครัว คำตอบของอาเชอร์นั้นทำให้หลายคนสงสัยว่าเธอคนนั้นเป็นใคร แน่นอนว่าอาเชอร์ไม่ได้เปิดเผยเฉิงซินให้คนภายนอกรับรู้ เพราะอยากให้ลูกและเมียอยู่อย่างสงบ  

หลังจากที่อาชาและอาเชอร์ถอนตัวแบบกะทันหัน ทำให้วงการนายแบบต้องรีบสร้างนายแบบหน้าใหม่เข้ามาแทนที่ในสายตาของช่างภาพยังคงคิดว่ายังไม่มีใครมาแทนที่สองพี่น้องได้เลย ไม่ว่ายังไงแฝดทั้งสองตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับไปทำงานนายแบบ ถึงเป็นแบบนั้นกลับไม่ได้ทำให้ความฮอตที่เคยมีลดน้อยลงเลย เมื่ออายุของลูกชายทั้งสามสามารถรับช่วงต่อจากลีอันเดอร์ คนเป็นพ่อจึงแบ่งกิจการออกเป็นห้าส่วน สองส่วนที่เหลือตั้งใจเก็บไว้ให้บุตรสาว โดยให้พี่ชายทั้งสามช่วยกันบริหารไปก่อนจนกว่าน้องสาวทั้งสองจะโตพอ ทันทีที่ได้บริหารงานเองจึงได้รู้ถึงความลำบาก ได้พบปัญหาที่ลูกน้องหลายคนเอ่ยถึง เริ่มต้นจากผู้บริหารคงทำอะไรได้ไม่มาก จึงลงมาเรียนรู้งานต่างๆด้วยตนเอง เหนื่อยไปหน่อยแต่มันทำให้รู้สึกถึงการทำงานที่แท้จริง  

ในเวลาเพียงไม่กี่ปีที่สามพี่น้องขึ้นมาบริหารงาน ธุรกิจที่ทำนั้นสามารถต่อยอดไปได้อีกหลายประเทศ เงินที่ช่วยกันหามานั้นใช้ชาตินี้ก็ไม่หมด ถึงจะเป็นแบบนั้น ร่างบางทั้งสามที่ขึ้นชื่อว่า ‘แม่’กลับไม่เคยสอนลูกรักใช้เงินฟุ่มเฟือย กลับสอนให้ประหยัด อดทนเก็บออม เพื่ออนาคตจะได้ไม่ต้องลำบาก เด็กทารกน้อยในวันนั้นเติบโตสง่าเหมือนคนเป็นพ่อไม่มีผิด เว้นแต่นิสัยไม่ค่อยจะได้บิดากันเท่าไรนัก อลินและอเล็กซ์เติบโตขึ้นเป็นสาวเต็มตัว แน่นอนว่าวงการนางแบบได้ติดต่อสองสาวเข้ามา และเธอทั้งสองได้ตอบปฏิเสธในทันทีด้วยเช่นกัน การใช้ชีวิตเป็นนางแบบมันไม่มีอะไรยุ่งยากหรอก แค่โดนรบกวนเวลาส่วนตัวเท่านั้น ลีอันเดอร์ก้มมองนาฬิกาข้อมืออย่างร้อนใจ เกือบสี่ทุ่มแล้วลูกสาวทั้งสองยังไม่กลับบ้าน มีหรือที่คนเป็นพ่อจะไม่เป็นห่วง ชั่วอึดใจเดียวเสียงรถเลี้ยวเข้ามาจอดในรั้วคฤหาสน์ พร้อมเสียงของใครหลายคนดังให้ได้ยิน  

“หยุด!!” 

ลีอันเดอร์ที่เดินออกมาจึงตวาดขึ้น ทำให้เสียงดังเหล่านั้นเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย แฝดสาวทั้งสองหันมองหน้ากันแล้วกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เพราะรู้ว่าหากบิดาโกรธแล้วจะเป็นยังไง ทั้งสองกลับบ้านตรงเวลาตามที่ได้บอกบิดาไว้ ไม่ได้เลทเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งสองเดินออกจากกลุ่มเพื่อนมาหาบิดาอย่างกล้าๆกลัวๆ ลีอันเดอร์ไม่ได้เอ่ยปากตำหนิลูกต่อหน้าเพื่อนๆ สายตาคมจ้องมองเพื่อนที่เหลือด้วยสายตาที่พร้อมปะทะเต็มที่ 

“คะ คุณพ่อครับ” 

“ลองก้าวมาอีกก้าว กูจะยิงให้ดู!” 

ทุกคนต่างยิ้มเจื่อนแล้วขอตัวกลับทันที หากอยู่ต่อคงได้กินลูกปืนของผู้ใหญ่คนนี้แน่ๆ ทั้งสองสาวมองต่ำไม่กล้าสบตากับบิดา ลีอันเดอร์เดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ ทั้งสองจึงหายใจได้โล่งมากขึ้น แล้วจึงเดินตามบิดาเข้ามาด้านใน ความเป็นพ่อแม้รู้ว่าลูกโตพอที่จะดูแลตนเองได้แล้ว ยังไงก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี สองสาวไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรเลยด้วยซ้ำ จนกระทั่งพี่ชายทั้งสามและภรรยาของเขากลับมาถึงบ้าน บรรยากาศจึงกลับเข้าสู่ปกติ อาชา อาเชอร์ และอาเธอร์ ต่างเติบโตเป็นชายเต็มตัว เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี ไม่เคยปล่อยให้ภรรยาและลูกต้องลำบาก ที่สำคัญตั้งแต่อยู่ด้วยกัน ทั้งสามไม่เคยมีเรื่องมือที่สามให้คนรักต้องปวดใจ  

อลินสะกิดแขนพี่ชายอย่างอาชาให้ช่วยพูดกับบิดาให้ เพราะดูแล้วบิดาจะไม่ยอมหายโกรธง่ายๆแน่ อาชาเลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อยแล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดให้บิดาอารมณ์เย็นลงบ้าง สมัยเรียนของลีอันเดอร์กับเด็กๆไม่เหมือนกัน กาลเวลาเปลี่ยน การเรียนก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว เวลาไม่มีวันย้อนกลับ จะหวังให้อะไรๆอยู่ที่เดิมคงไม่ได้ อารมณ์ขุ่นเคืองของบิดาจึงเบาลง มีหรือที่ลูกสาวทั้งสองจะไม่เข้ามาอ้อนบิดา แม้รู้ดีว่าลูกทั้งสองอ้อนเพื่อปกปิดความผิด ยังไงเธอก็คือลูกอยู่ดี อลินและอเล็กซ์อ้อนบิดาไม่นาน จึงขอตัวขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงเหลือเพียงผู้ชายของบ้านนี้แทนเท่านั้น หลังจากที่ทำงานมาหลายปี ลูกชายทั้งสามจึงออกไปตั้งตัวด้วยตนเอง มีบ้านและรถจากน้ำพักน้ำแรงของตน ทำให้พ่อและแม่หายห่วงไปด้วยเมื่อได้เห็นลูกรักเติบโตเป็นผู้ใหญ่ อาชาจึงเอ่ยปากขึ้นเมื่อเหลือกันตามลำพัง 

“ที่พวกผมมาวันนี้ ก็เพื่อมาหาพ่อกับแม่” 

“มาหาพ่อ?” 

“พวกเราไม่มีโอกาสตอบแทนพ่อกับแม่เลย” 

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แค่ลูกๆเอาตัวรอดได้ พ่อก็หายห่วงแล้ว” 

“…” 

สามพี่น้องมองสลับกันไปมา เพราะรู้ว่าบิดาต้องพูดแบบนี้แน่ๆ ไอดินที่เพิ่งรู้ว่าลูกทั้งสามกลับมาบ้านจึงรีบวิ่งเข้ามาสวมกอดด้วยความคิดถึง ตั้งแต่เด็กๆออกจากคฤหาสน์หลังนี้เพื่อไปสร้างตัว แทบไม่ได้เจอกันเลย มีเพียงภรรยาของทั้งสามที่แวะเวียนมาหาบ้าง คนแก่น่ะอยากมีลูกหลานอยู่ใกล้ๆ ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตเราจะอยู่ถึงวันพรุ่งนี้หรือเปล่า ทั้งสามจึงคุกเข่าลงตรงหน้าบิดามารดา พร้อมก้มลงกราบท่านทั้งสองอย่างขอบคุณ ไม่ว่าทั้งสามจะทำผิด หรือก่อเรื่องให้มากมายขนาดไหน ท่านกลับไม่เคยทอดทิ้ง ซ้ำยังยื่นมือเข้ามาช่วย เมื่อไรที่มีปัญหาเรื่องงาน มักมีมือของท่านเข้ามาประคองเสมอ 

“พวกผมอยากขอบคุณ ที่พ่อกับแม่คอยสนับสนุนมาตลอด” 

“คอยยื่นมือมาช่วยในยามลำบาก” 

“คอยปลอบโยนในวันที่ลูกมองไม่เห็นใคร” 

“แกทั้งสามเป็นลูกของพ่อกับแม่” 

ไอดินพูดไม่ออก หยดน้ำใสๆไหลจากดวงตาคู่สวยแทนคำตอบ ลูกชายเอาแต่ใจในวันนั้น เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตนเอง ทั้งสามเข้าสวมกอดบิดามารดาอีกครั้ง อลินและอเล็กซ์ที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วจึงเข้ามาหา คฤหาสน์หลังนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขอย่างแท้จริง และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป ร่างสูงทั้งสามแอบมองใบหน้าภรรยาของตนพรางอมยิ้ม คิดไม่ผิดเลยที่พวกเขาเลือกคนตัวเล็กยืนเคียงข้าง จะไม่มีอะไรมาทำลายความรักของทั้งหก และวันนึงที่ลูกๆของทั้งหกเติบโตขึ้น พวกเขาจะเล่าเรื่องอดีตให้เด็กเหล่านี้ฟัง ต่อให้ชีวิตต้องพบเจอความยากลำบากแค่ไหน ขอแค่เราอดทนและฝ่าฟันอุปสรรค ทุกอย่างจะลงเอ่ยด้วยความสุขเหมือนในวันนี้ 

END. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}