กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่31 ไม่ยอมปล่อย

ชื่อตอน : บทที่31 ไม่ยอมปล่อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.3k

ความคิดเห็น : 143

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2562 11:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่31 ไม่ยอมปล่อย
แบบอักษร

 

“ซันนี่”

“ตะวัน! ตะวัน…” รวิพรรณหันไปตามเสียงเรียกก็ต้องเอ่ยออกมาด้วยความตกใจระคนตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าน้องสาวของเธอกำลังเดินเข้ามาโดยมีเชนคอยประคองอยู่ข้างๆ เพราะดูเธอจะก้าวเดินได้ลำบากจากท้องใหญ่ๆนั่น

“ซันขอโทษนะ ขอโทษ ฮึก…” รวิพรรณเข้าไปสวมกอดน้องสาวพร้อมน้ำตาที่รินไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“ขอโทษตะวันทำไม ซันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ” รวิกานต์กอดตอบพี่สาวพลางยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังบางอย่างต้องการปลอบประโลม

“ซันผิดที่ซันไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง ไม่เคยทำตัวเป็นพี่ที่ดีเลย” รวิพรรณผละออกมามองหน้าน้องสาวทั้งน้ำตา

“ที่ผ่านมาช่างมันเถอะนะ ตอนนี้ตะวันเชื่อว่าซันเป็นแล้ว เป็นทั้งพี่ที่ดีของตะวัน และเป็นป้าที่ดีของหลานด้วย” รวิกานต์คลี่ยิ้มให้พี่สาว พลางจับมือมาวางที่ท้องใหญ่ของเธอ

“หลาน” รวิพรรณยกมืออีกข้างขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า โดยที่อีกข้างก็สัมผัสไปที่ท้องของน้องสาวด้วยความอ่อนโยนแผ่วเบา

“พี่ว่าไปนั่งพักหน่อยมั้ยตะวัน” เชนเอ่ยขึ้นมาเพราะเห็นว่าสองสาวยืนคุยกันนานพอสมควร และดูว่าทั้งคู่ยังมีเรื่องราวที่ต้องไถ่ถามกันอีกมาก

“ไม่ต้องค่ะ ฉันจะพาน้องฉันกลับ” รวิพรรณรีบหันไปปฏิเสธ

“แต่คอนโดที่ตะวันจะอยู่ ยังต้องรอตกแต่งเฟอร์นิเจอร์อีกสองสามวัน คุณศิวะเลยให้ตะวันมาอยู่ที่นี่ก่อน” รวิกานต์เอ่ยบอกพี่สาว

“งั้นเราไปนอนโรงแรมกันก็ได้นะตะวัน แค่สองสามคืนเอง อย่าไปรบกวนคุณศิวะเขาเลย นะตะวันนะ” รวิพรรณมองสบตาน้องสาวอย่างต้องการให้เธอตอบตกลง

“ก็ได้จะ” รวิกานต์พยักหน้ารับ เพราะรู้สึกถึงได้ว่าพี่สาวของเธอไม่ต้องการให้เธออยู่ที่นี่

“แต่ตะวันขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะ”

“เดี๋ยวพี่พาไปเอง” เชนเสนอตัว

“เดี๋ยวฉัน…”

“เชนพารวิกานต์ไปเข้าห้องน้ำเถอะ ฉันจะคุยธุระกับรวิพรรณสักเดี๋ยว” ศิวะรีบเอ่ยขัดขึ้น เมื่อเห็นว่ารวิพรรณจ้องจะไปอยู่ท่าเดียว

“ครับ” เชนพยักหน้ารับ ก่อนจะค่อยๆประคองรวิกานต์ไปเข้าห้องน้ำด้านใน

“คิดว่าฉันจะหาตัวน้องสาวเธอให้ฟรีๆเหรอ ง่ายไปหน่อยมั้ง” ศิวะเอ่ยขึ้นเมื่อเหลือเขาและหญิงสาวเพียงแค่สองคน

“ง่ายเหรอ? หากจะมีเรื่องอะไรที่ง่ายก็คงเป็นเรื่องที่คุณพาตัวตะวันมาที่นี่มากกว่า รู้ทั้งรู้ว่าตะวันอยู่ที่ไหนก็ยังมาทำเป็นพาฉันขึ้นเหนือล่องใต้เพื่อตามหา โกหกสร้างหลักฐานสารพัดให้ฉันเชื่อ ทำตัวเป็นโจรชั่ว18มงกุฎ” รวิพรรณเถียงกลับไปอย่างไม่ยอม

“ก็ไม่ใช่เพราะไอ้18มงกุฎคนนี้เหรอที่พาน้องเธอมา ไม่ใช่ไอ้คนเลวๆคนนี้เหรอที่จะช่วยปิดบังให้น้องเธออยู่อย่างสงบสุข ถ้าไอ้คนที่เธอยืนด่าอยู่นี่ไม่ช่วย มีเหรอที่ตอนนี้เธอจะได้เจอน้อง อีกอย่างถ้าฉันบอกคุณเมฆไปคำเดียว รับรองเลยว่าเขาต้องมาเอาตัวรวิกานต์กลับไป”

“แล้วไง? อยากได้อะไรตอบแทนเหรอ คุณมันพวกทำดีหวังผลนี่เนอะ” รวิพรรณแสยะยิ้มน้อยๆ แต่เป็นการแสยะยิ้มให้ตัวเอง ที่เอาแต่คิดผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่าเขาจะยอมปล่อยเธอไปทั้งที่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย

“อะเอาไป ฉันคืนให้คุณทุกบาททุกสตางค์ ถือเป็นค่าตอบแทนที่คุณช่วยพาตะวันมาที่นี่” รวิพรรณเปิดกระเป๋าสะพาย ก่อนจะหยิบเหล่าสมุดบัญชีทั้งหลายที่เขาเคยให้ แล้วโยนลงไปบนโต๊ะตรงหน้าเขา

“อีกอย่างอย่าเอาเรื่องคุณเมฆมาขู่ เพราะต่อให้เขามาเจอตัวตะวันจริง ฉันก็มั่นใจว่าเขาจะไม่ทำอะไรเลวๆ และหากว่าเขาทำ ฉันก็จะหาทางพาตะวันหนีไปให้ไกลจากพวกคุณทุกคน” รวิพรรณเอ่ยออกไปด้วยความแน่วแน่ ต่อไปนี้เธอจะไม่ยอมให้เขาหาเรื่องอะไรมาข่มขู่เพื่อเอาเปรียบเธออีกแล้ว

“จะอดตายอยู่แล้วยังจะมาทำอวดดี” ศิวะไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้ เพราะก็รู้มาจากเมฆาอีกเช่นกันว่าครอบครัวของเธอกำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะผู้เป็นพ่อหาหนี้สินมาให้ถึงสามสิบล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลย

“จะเป็นตายร้ายดีมันก็เรื่องของฉัน คุณไม่ต้องมายุ่ง” แม้จะแอบเสียดายแต่เธอก็ต้องยอมตัดใจ เธอทำตัวน่าละอายมามากพอแล้ว ต่อแต่นี้เธอจะไม่แบมือขอเงินใคร แต่จะหามันด้วยแรงกำลังของเธอเอง

“ขอบคุณนะคะสำหรับความช่วยเหลือ” รวิพรรณเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าน้องสาวกำลังเดินกลับมา ก่อนจะรีบเข้าไปเป็นคนประคองน้องสาวไว้แทนเชน

“ตะวันขอบคุณคุณศิวะมากนะคะ ที่กรุณาช่วยเหลือ พี่เชนด้วยนะคะ ตะวันขอบคุณจริงๆ” รวิกานต์ยกมือไหว้ศิวะและเชนด้วยความนอบน้อมพร้อมกับรอยยิ้มหวาน

“ไปกันเถอะตะวัน” รวิพรรณบอกกับน้องสาว ก่อนที่จะพากันเดินออกจากบ้านไป

“จะปล่อยไปจริงๆเหรอครับนาย ผู้หญิงตัวเล็กๆสองคน ทั้งตะวันก็ท้องโตแล้ว” เชนอดที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“มึงก็รู้ดี ว่าถ้ากูไม่เป็นคนปล่อยเอง ใครก็ไม่มีสิทธิ์ออกจากชีวิตกู คอยดูเถอะไม่กี่วันขี้คร้านจะคลานกลับมาขอความช่วยเหลือเรื่องเงิน” ศิวะเอ่ยโดยที่สายตาก็ยังคงมองไปยังหญิงสาวที่กำลังพากันขึ้นรถ ถ้าเขาไม่เป็นคนไล่ก็อย่าหวังเลยว่าจะมีใครไปจากเขาได้ทั้งนั้น

เชนได้ฟังคำบอกกล่าวของผู้เป็นนายก็ได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆ ที่เขาถามไม่ได้หมายความถึงแบบนี้ แต่ที่ถามว่าจะปล่อยไป มันหมายถึงว่านายของเขาจะปล่อยให้หญิงสาวผู้ที่มีผลต่อหัวใจให้หลุดลอยไปอย่างนั้นหรือ แต่ก็ดูเหมือนว่าเจ้านายของเขาจะไม่ยอมเข้าใจอะไรๆเอาเสียเลย โดยเฉพาะการเข้าใจความรู้สึกแท้จริงข้างในใจของตัวเอง

เวลาต่อมา โรงแรมแห่งหนึ่ง

“ตะวันหิวมั้ย เดี๋ยวซันโทรสั่งอาหารของโรงแรมมาให้กิน หรืออยากกินอะไรเป็นพิเศษ เดี๋ยวซันออกไปซื้อมาให้” รวิพรรณเอ่ยถามน้องสาว หลังจากที่พากันมาเปิดห้องของโรงแรมเพื่อค้างสักคืนสองคืนเพื่อรอคอนโดที่รวิกานต์หาซื้อเอาไว้ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์เสร็จ

“ก่อนมาบ้านคุณศิวะ ตะวันแวะทานมากับพี่เชนแล้วล่ะ ถ้าซันหิวซันก็สั่งมากินได้เลยนะ ไม่ต้องเผื่อตะวัน” รวิกานต์เอ่ยพลางเดินไปนั่งเอนหลังที่โซฟาภายในห้อง

“ซัน”

“หื้ม?” รวิพรรณขานรับ ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆน้องสาว

“เรื่องคุณศิวะกับซัน…”

“ไม่มีอะไรหรอก แค่บังเอิญรู้จักกัน และเขาก็มีอิทธิพลกว้างขวาง ซันเลยขอให้เขาช่วยตามหาตัวตะวันให้ก็เท่านั้นเอง” รวิพรรณเอ่ยตัดบทเพราะไม่อยากให้น้องสาวได้รู้อะไรที่ลงรายละเอียดมากไปนัก

“ซันรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้วนะ รู้แล้วว่าทำไมตะวันถึงเลือกที่จะอยู่กับคุณปู่คุณย่า” รวิพรรณเอ่ยด้วยสีหน้าเจือนลง

“เรื่องที่ผ่านมาแล้ว เราอย่าไปพูดถึงมันอีกเลยนะ ต่อแต่นี้เรามาเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน ใช้เวลาดีๆร่วมกันอย่างที่เราไม่เคยได้ทำกันดีกว่านะ” รวิกานต์เอื้อมไปกุมมือของพี่สาวเอาไว้

“ขอบคุณนะตะวัน และซันก็ขอโทษ ที่ซันดื้อดึง เอาแต่ใจ ไม่เคยฟังในสิ่งที่ตะวันคอยตักเตือนเลย”

“ตะวันดีใจนะที่อย่างน้อย ซันก็คิดได้ด้วยตัวของซันเอง”

“จะ” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนที่พี่น้องจะสวมกอดกันด้วยความรักและความเข้าใจ จากนั้นก็พากันพูดคุยสารทุกข์สุขดิบอีกมากมาย ซึ่งต่างฝ่ายต่างเปิดใจคุยกัน ยกเว้นเรื่องที่บ้าน ที่รวิพรรณพูดถึงเพียงผิวเผินเท่านั้น โดยไม่ยอมปริปากบอกถึงสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญแม้แต่น้อย เพราะไม่อยากให้น้องสาวต้องมารับรู้เรื่องวุ่นวายอะไรอีกต่อไปแล้ว

วันต่อมา บ้านเคนเน็ตตี้

ห้องรวิพรรณ

“ซันนี่ แม่เข้าไปได้มั้ยลูก”

“ค่ะคุณแม่” รวิพรรณขานรับ ขณะที่สองมือก็เลือกเก็บของใช้ต่างๆแยกลงกระเป๋าแต่ละใบ

“นี่จะเก็บข้าวของไปไหน” อรุณฉายเอ่ยถามลูกสาว เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วพบว่าลูกสาวกำลังคัดเลือกทั้งกระเป๋ารองเท้าออกมาจากตู้

“ซันจะเอาไปขายค่ะ” รวิพรรณตอบโดยสองมือก็ยังทยอยหยิบของมีค่าออกมาแยกใส่กล่อง ตั้งใจจะเอาไปขายเพื่อที่จะได้นำเงินมาใช้จ่ายในเรื่องที่จำเป็น อีกทั้งถ้าได้มากก็จะแบ่งไปให้กับผู้เป็นพ่อเอาไปสมทบใช้หนี้ด้วย ทั้งกระเป๋า เครื่องประดับเพชรพลอย ทั้งนาฬิกา เธอมีแต่ของแบรนด์เนมไฮโซทั้งนั้น คิดว่าถ้าเก็บไปขายได้หมดเธอก็น่าจะได้เงินก้อนใหญ่ทีเดียว

“จะไปขายทำไมห้ะยายซัน ถ้าไม่อยากใช้แล้วก็เอามาให้แม่นี่ แม่จะเอาไปเก็บไว้ มีแต่ของดีๆทั้งนั้น”

“ข้าวของพวกนี้มันมีมากเกินความจำเป็นแล้วค่ะคุณแม่ ซันอยากขายจะได้เอาเงินมาช่วยคุณพ่อใช้หนี้ด้วย ความจริงคุณแม่ก็ควรทำด้วยนะคะ ซันว่าถ้าเราช่วยกันต้องหาเงินใช้หนี้ให้คุณพ่อได้แน่”

“เรื่องอะไรฉันต้องเสียของๆฉัน พ่อแกสร้างหนี้มาก็หาใช้เอาเองสิ อีกอย่างถ้าไม่มีของหรูๆใช้ คนอื่นได้มองว่าเราไร้ค่าไม่มีราคาพอดี”

“ต่อให้ตัวเราเต็มไปด้วยของแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่หากเราไร้น้ำใจ เห็นแก่ตัว จ้องจะเอาแต่ได้ ตัวเราก็ไม่ได้มีราคาอะไรเลยค่ะคุณแม่” รวิพรรณเอ่ยพลางถอนหายใจเบาๆ เธอใช้ชีวิตแบบนั้นมาพอแล้ว ต่อแต่นี้จะไม่มีรวิพรรณคนนั้นอีกแล้ว ต่อให้เธอต้องสวมเสื้อผ้าราคาถูก ใช้ของทั่วไปที่ขายตามตลาดนัด เธอก็ยินดี ขอแค่เพียงคุณค่าของตัวเองมากขึ้นก็พอ

“อย่ามาว่าแดกดันฉันนะ วิธีอื่นมีเยอะแยะ มีแต่ได้ไม่มีเสีย”

“ไม่เสียเหรอคะ? ซันเป็นลูกคุณแม่นะ ซันต้องเปลืองตัวให้ผู้ชายเพื่อเงิน คุณแม่ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ” รวิพรรณมองสบตามารดาด้วยน้ำตาเอ่อคลอ รู้ดีว่าวิธีอื่นที่ผู้เป็นแม่เอ่ยนั้น มันคือวิธีการอะไร

“อย่าคิดแบบนั้นสิลูก แต่อะไรที่มันเสียแล้ว เสียอีกก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร” อรุณฉายรีบเข้ามาเอ่ยเสียงหวานกับลูกสาว

“คุณแม่!” รวิพรรณเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนของผู้เป็นแม่ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ยินคำนี้ออกมาจากปากของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่แท้ๆของตัวเอง

“อีกครั้งเดียวนะลูกซัน เฮียสมภพเพื่อนของเพื่อนแม่ แกเป็นเจ้าของไร่ชาอยู่ที่เชียงใหม่ แกยินดีจะช่วยใช้หนี้ให้ แต่แกขอ…”

“ขอให้ซันไปนอนด้วย” รวิพรรณเอ่ยออกมาก่อนที่ผู้เป็นแม่จะพูดจบ

“ก็…ก็นั่นแหละ แต่แกขอหนูไปอยู่ด้วยเลยนะ มีบ้านหลังใหญ่โตที่….”

“ไม่ค่ะ ซันไม่ทำ” รวิพรรณปฏิเสธเสียงแข็ง

“ยายซัน! อย่าโง่น่า แกจะได้ดิบได้ดี ซ้ำยังมีเงินมาช่วยใช้หนี้พนันให้พ่อแก ไหนบอกว่าอยากช่วยพ่อแกไงล่ะ” อรุณฉายแผดเสียงใส่ลูกสาว ที่เอาแต่พูดขัดเธอตลอด อีกทั้งยังไม่ยอมทำตามที่เธอบอกอีกด้วย

“มีหลายวิธีที่จะช่วยค่ะคุณแม่ เราช่วยกันได้แน่หากคุณแม่ยอมเสียสละบ้าง ทำไมคุณแม่ไม่หวงซันเหมือนที่คุณแม่หวงสมบัติมีค่าพวกนั้น ที่ผ่านมาซันยอมคุณแม่ตลอด ทำตามคุณแม่ทุกอย่าง เพราะเชื่อเสมอว่าคุณแม่รักซัน อยากให้ซันได้ดีกว่าใคร แต่ตอนนี้ซันไม่แน่ใจอีกแล้ว ว่าคุณแม่รักซันอยากทำเพื่อซัน หรือว่าอยากทำเพื่อตัวคุณแม่เองกันแน่”

“ก็แค่อีกครั้งเดียวไม่ได้หรือยังไง ไม่เห็นจะมีอะไรยาก” อรุณฉายเอ่ยออกมาเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด

“ไม่ค่ะ จะอีกแค่ครั้งเดียว ชั่วโมงเดียว หรือแม้แต่นาทีเดียวซันก็ไม่ทำ ต่อไปนี้ซันจะขอทำตามใจตัวเองบ้าง” รวิพรรณเอ่ยพลางยกมือปาดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้ม ก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าเดินทางสองสามใบแล้วลากออกไปจากห้อง

“เนรคุณ!” อรุณฉายเอ่ยไล่หลัง ทำเอารวิพรรณชะงักไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินออกไปแม้จะมีคำว่าเนรคุณติดตัวไปด้วยก็ตาม

“ป้าวาดจ๊ะ ช่วยเก็บของที่เหลือของซันด้วย อีกสองสามวันซันจะเข้ามาเอา” เมื่อลงมายังชั้นล่างก็เอ่ยสั่งกับวาสนาไว้

“ค่ะคุณหนู” วาสนาพยักหน้ารับ

“งั้นซันไปนะ”

“คุณหนูจะไปอยู่ที่ไหนคะ ให้นังเข็มตามไปรับใช้ดีมั้ย” วาสนาเอ่ยด้วยความเป็นห่วง เพราะหญิงสาวไม่เคยทำอะไรเอง ทั้งงานบ้านงานเรือนก็ไม่เคยแตะ เธอกลัวว่าจะไปตกระกำลำบากที่ไหน

“ไม่ต้องห่วงนะป้าวาด ซันอยู่ได้ ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก ยังไงซันฝากช่วยดูแลคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะ มีอะไรก็โทรหาซันได้” รวิพรรณส่งยิ้มให้ น่าแปลกที่คนรับใช้ในบ้าน ยังห่วงเธอมากกว่าแม่แท้ๆเสียอีก

“ค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

“จะ” รวิพรรณพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกไป จากนี้ถึงเวลาที่จะทำอะไรเพื่อตัวเองสักที...

 

********************************************

ปล.ย้ำเตือนเรื่องเวลาอัพกันหน่อยนะคะ ไรท์ยังคงยืนยันเวลาเดิมนะ คืออัพไม่เกิน4ทุ่ม ถ้าเกินคือไม่อัพก็ไม่ต้องรอน๊า (อาจมีบางวันที่มาเกินเวลาบ้าง หรืออาจมาหลายตอนบ้าง แต่ส่วนมากก็จะเป็นวันที่ไรท์ว่าง หรือเป็นวันหยุดที่ไรท์มีเวลานะคะ) โอเคเนอะ รัก❤

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น