ปีกฝัน(Peakfan)

จะเป็นอย่างไร…เมื่อฟาร์ เพื่อนสนิทที่สุดของอันดาตั้งแต่อนุบาล กลับมาเรียนที่โฟลเบลตอนกลางเทอม และดูเหมือนว่าการกลับมาครั้งนี้ของเธอจะไม่ธรรมดาซะด้วยสิ แล้วแพมล่ะ…จะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

Chapter 31 : ปวดหัวสุดซี๊ด

ชื่อตอน : Chapter 31 : ปวดหัวสุดซี๊ด

คำค้น : นิยายวาย,ชายรักชาย,หญิงรักหญิง,โรงเรียน,รักวัยรุ่น,เฮฮา,ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 41

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2562 21:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 31 : ปวดหัวสุดซี๊ด
แบบอักษร

 

Chapter 31 

ปวดหัวสุดซี๊ด 

“นี่! จะโทรมาทำไมนักหนาเนี่ย ไม่ว่างงงงงง เข้าใจไหมว่าไม่ว่างๆๆ” อันดาบ่นกับปลายสายขณะเดินไปเปิดตู้เย็น

“ก็เปิดหน้าจอคุยกันสิ ตั้งไว้ก็ได้ อยากเห็นหน้าใจจะขาด ไม่รู้หรือไงว่าคิดถึงอ่ะ” เสียงผู้ชายปลายสายยังคงงอแง อันดาถึงกับทำหน้าเอือมใส่โทรศัพท์ โดยมีน้องชายที่นั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องนั่งเล่นมองตาม

“ไม่เปิด จะไปทำการบ้านแล้ว แค่นี้นะ” อันดากดวางสายเป็นรอบที่ 5 ของวัน

“ตี๊ดๆๆๆๆ” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง อันดาจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจ้องมองหน้าจอ

“ว่าไงฟาร์” อันดารับสายทันทีที่รู้ว่าสายนั้นไม่ได้เป็นสายของทอย

“แกทำอะไรอยู่ โทรไปสายไม่ว่างเลยอ่ะ” ฟาร์ถามทันที

“ก็ไอ้ทอยนะสิ โทรมากวนไม่หยุดหย่อนเลย” เด็กสาวบ่น แต่ปลายสายกลับเงียบไป

“ฮัลโหล ฟาร์ยังอยู่รึเปล่า ฮัลโหล”

“อืมๆ”

“เป็นไรเปล่า ง่วงนอนเหรอ ไปนอนก่อนได้นะ” อันดาบอกเสียงใส แต่ปลายสายนี่สิกำลังงอนอยู่

“อยากให้ฉันไปนอนมากนักเหรอ”

“อ้าว! ก็แกทำเสียงเหมือนคนง่วงนอนอ่ะ แล้วก็เงียบไป ฉันก็นึกว่าแกหลับไปแล้วอ่ะดิ” อันดาเดินมานั่งข้างๆน้องชาย โดยมีออกัสเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ

“นี่แกไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไรจริงๆเหรออันดา นี่แกสนใจฉันบ้างรึเปล่าเนี่ย”

“แล้วแกเป็นอะไรอ่ะ โกรธฉันเหรอ” อันดาถามออกไปทันที

“ก็เออนะสิ”

“เรื่องอะไรอ่ะ”

“ก็ไอ้ทอยอ่ะดิ มันเป็นใครถึงได้โทรหาแกอยู่เรื่อย แถมยังทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแกอีก ทั้งๆที่ฉันเป็นแฟนแกนะ” ฟาร์บ่นด้วยความไม่พอใจ

“แกก็รู้นิว่ามันเป็นยังไง แล้วฉันก็ไม่ได้เต็มใจรับโทรศัพท์มันด้วย”

“ไม่เต็มใจรับก็ไม่ต้องรับสิ”

“ถ้าไม่รับเดี๋ยวมันก็ทักมาทางอื่นเรื่อยๆอ่ะ รับๆไปจะได้จบไงไม่ดีเหรอ เอาน่า อย่างอนเลย แกก็รู้ว่าฉันมีแกอยู่คนเดียว ไม่นอกใจไปหาใครหรอก โดยเฉพาะไอ้ทอย ไม่มีทาง”

“จริงนะ” ดูเหมือนฟาร์จะเริ่มใจอ่อนกับคำอธิบายยาวๆของอันดา

“จริงสิ”

“งั้นฉันไปนอนก่อนนะ ฝันดีนะ อย่านอนดึกล่ะ อย่ารับโทรศัพท์มันด้วย” ฟาร์บอกเสร็จก็วางสายไป อันดาจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเอนหลังกับโซฟา ส่วนออกัสนะเหรอ มองพี่สาวแล้วส่ายหน้าไปมาอยู่ข้างๆ

“เหนื่อยไหมเจ้” ออกัสถามออกไปตามตรง เพราะดูชีวิตของพี่สาวตอนนี้แล้ว อันดาไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าไหร่

“เหนื่อยอะไรล่ะ”

“ก็เหนื่อยที่ต้องคอยมาอธิบายเรื่องไม่เป็นเรื่องให้แฟนเข้าใจไงล่ะ” ออกัสถามออกไป เพราะแอบคิดว่าถ้าแฟนของอันดาในตอนนี้คือแพม แพมคงไม่จู๊จี๊กับอันดาขนาดนี้ และอันดาคงไม่ปวดหัวซ้ำซ้อนแบบนี้แน่

“มันก็เป็นเรื่องธรรมดาเปล่าวะที่จะต้องอธิบายให้แฟนเข้าใจ เพราะถ้าไม่คุยกันก็อาจจะทำให้ปัญหาบานปลายได้”

“มันก็จริง แต่ถามหน่อยเหอะ เจ้อธิบายให้ฟาร์เข้าใจแบบนี้ทุกวันไม่เหนื่อยเหรอ เป็นอาทิตย์แล้วนะที่ฉันเห็นเจ้อยู่ในโหมดนี้ เอาตรงๆนะ ไม่เจริญหูเจริญตาเลยว่ะ”

ออกัสนึกถึงพี่สาวสุดแสบที่ชอบแกล้งคนไปวันๆ และเสียงหัวเราะของอันดา เขาอยากให้พี่สาวชวนเขาไปทำเรื่องบ้าๆแบบเมื่อก่อน แต่ดูเหมือนว่าชีวิตของพี่สาวในช่วงนี้จะวุ่นวายเสียเหลือเกิน ทั้งเรื่องทอยที่ตามตื้อไม่เลิก เรื่องฟาร์ที่งอแงอยู่ตลอดเวลา นี่ถ้าอันดารู้เรื่องรักสามเศร้าที่แพมยอมยกธงขาวไปโดยดีอีก เธอคงจะปวดหัวหนักขึ้นอีกแน่

“ฉันก็ไม่อยากอยู่ในโหมดนี้หรอก แต่มันช่วยไม่ได้นี่หว่า ปัญหาเข้ามาก็ต้องแก้ไปตามนั้น จะให้ฉันย้อนเวลากลับไปมันก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”

“แล้วถ้าให้เลือกย้อนไปในอดีตได้ เจ้จะเลือกไม่เจอทอยหรือว่าเลือกไม่เจอฟาร์ดีล่ะ เจ้จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาวุ่นวายแบบนี้” ออกัสถาม

“มันก็เป็นไปไม่ได้เปล่าวะ ถ้าจะต้องเลือกไม่เจอใคร ถ้าฉันเลือกไม่ให้เจอไอ้ทอย มีหวังไอ้อาร์มโดนซ้อมตายแน่ๆ และถ้าเลือกไม่ให้เจอฟาร์ ตอนนี้ฉันก็ไม่มีแฟนอะดิ” อันดาตอบและหัวเราะออกมาบ้าง

“แสดงว่า ก็ต้องแก้ปัญหากันไป แถมปัญหาเจ้นี่แบบ…เกาะติดหนึบอย่างกับกาวตาช้างซะอีก สู้ๆละกันนะเจ้ เพราะถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ออกไปจากชีวิตเจ้ เจ้คงได้กินยาระงับประสาทแน่ๆเลยขอบอก”

***** 

“ไอ้กัสๆๆๆ ขอยาระงับประสาทกระปุกนึง” อันดาตาเหลือกเข้ามาในห้องของน้องชายที่กำลังนั่งเล่นเกมส์อยู่ แล้วมองเพดานอย่างเหม่อลอย

“เดี๋ยวฉันไปซื้อให้สามกระปุกเลย ไว้เผื่ออาทิตย์นี้ อาทิตย์หน้า และก็อาทิตย์นู๊น!!!!” ออกัสประชดพี่สาว

สองอาทิตย์ติดต่อกันแล้วที่ทอยและฟาร์ทำสงครามแย่งชินอันดากันแบบซึ่งๆหน้าและไม่ลดลาวาศอก ทั้งเวลาไปเที่ยวหรือเวลาอยู่บ้าน ทั้งสองคนเหมือนเล่นเกมส์กันอยู่ตลอดเวลา ถ้าทอยโทรมา ฟาร์ก็จะโทรมากวน พอเธอวางสายจากคนนั้น คนนี้ก็โทรมา เป็นแบบนี้ทุกวัน

พอตอนไปเที่ยว ทั้งสองก็จะดึงอันดาไปทางนั้นทีทางโน๊นที เหมือนกับเธอเป็นตุ๊กตาเดินได้ ขนาดเวลากินอาหาร พวกเขายังตักอะไรต่อมิอะไรใส่จานของเธอจนพูนเหมือนอาหารหมา ซึ่งอันดาก็โวยวายได้ซะที่ไหน เพราะฟาร์เตรียมท่าจะงอนเธอตลอดเวลาแบบนี้ ตอนนี้เธอจึงเหมือนจะสละร่างแล้ว

“ตืด!” เสียงตี๊ดเบาๆทำให้น้องชายหันมามองพี่สาวที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงของเขา และเขาก็รู้ว่าตอนนี้อันดาปิดโทรศัพท์ไปเรียบร้อยแล้ว

“ปิดโทรศัพท์แบบนั้นจะดีเหรอเจ้” ออกัสเริ่มผวา

“ก็ถ้าไม่ปิด พวกนั้นก็โทรมากวนอีกสิ ตอนนี้ก็แทบจะสละร่างแล้วเนี่ย” อันดาเหมือนกับเพิ่งกลับมาจากสงคราม

“แต่ถ้าปิดเอาไว้แล้วพวกนั้นมาหาถึงบ้านไม่ซวยกว่าเหรอ เดี๋ยวแม่โวยนะเจ้ มีคนมาหาดึกๆดื่นๆแบบนี้”

“โอยยยยย ช่างมันเหอะ นอนแล้วนะ” อันดาในชุดนักเรียนม้วนตัวเองกับผ้าห่มของน้องชายแล้วหลับตาทันที

“แหมะๆๆๆ ตัวเหม็นแล้วมานอนเตียงคนอื่น พรุ่งนี้ซักที่นอนให้ฉันเลยนะ” ออกัสบ่นทันที

“ทำหยั่งกับแกไม่เคยทำเตียงฉันเหม็น” พี่สาวยังคงตอบโต้ได้ทั้งๆที่หลับตาไปแล้ว

“แล้วคืนนี้จะไม่อาบน้ำเหรอ”

“ดึกๆค่อยตื่นมาอาบ ตอนนี้พักผ่อนก่อน” อันดาจบบทสนทนาแล้วหายเข้าไปใต้ผ้าห่มผื่นใหญ่ทันที ออกัสจึงนั่งเล่นเกมส์ต่อไปโดยที่…มีใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องและนั่งลงข้างๆเขา

คืนวันศุกร์แบบนี้ก็ต้องมีอะไรพิเศษเป็นธรรมดา ออกัสจึงชวนประธานสุดหล่อมานั่งเล่นเกมส์ที่บ้าน แต่ทว่า ดูเหมือนธีมจะไม่ได้มาแค่เล่นเกมส์ เพราะเขาเอาประเป๋าเสื้อผ้ามาด้วยหนึ่งใบ แล้ววางมันลงที่เตียง และเขาก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อใต้ผ้าห่มหนาๆนั้นมีใครคนหนึ่งนอนอยู่

“นั่นเจ้อัน” ออกัสกระซิบบอกเบาๆ ธีมจึงพยักหน้ารับรู้ แต่เขาก็แอบสงสัยอยู่ว่าทำไมอันดาถึงได้มานอนบนเตียงของออกัสแบบนี้

“เออ…นายกับอันดานอนห้องเดียวกันเหรอ” ธีมที่เคยมาบ้านออกัสเป็นครั้งแรกถามแล้วมองไปรอบๆห้องที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์

“เปล่า พอดีเจ้มาหายาระงับประสาทกิน ก็เลยขี้เกียจกลับห้อง หลับไปแล้วมั้งนั่น” ออกัสนินทาพี่สาวให้ธีมฟัง

“อันดาไม่สบายเหรอ”

“ก็เรื่องนั้นแหละที่ทำให้ปวดหัว” ออกัสและธีมมองตากันก็รู้แล้วว่าเรื่องนั้นคือเรื่องอะไร ธีมที่นั่งข้างๆออกัสจึงขยับเข้าไปหาเด็กหนุ่มหน้าตี๋แล้วโอบรอบเอวออกัสเบาๆ เด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้งเพราะห้องนี้ไม่ได้มีเพียงแต่พวกเขาเท่านั้น

“เฮ้ย! เดี๋ยวอันดาเห็น”

“ไม่หรอก หลับไปแล้ว” ธีมยังคงเอาคางเกยกับไหล่ของแฟนหนุ่มเอาไว้ ออกัสจึงค่อยๆหันมามองใบหน้าของธีม และสบตากับตาราวเหยี่ยวนั้น แล้ว…

“บุ๊มๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงเกมส์รถแข่งดังขึ้นจนทั้งสองสะดุ้ง เมื่อรถคันสวยของออกัสล้อหลุดและกันชนหน้าหักครึ่งไปเรียบร้อยแล้ว…Game over!!!!!

“เพราะแกเลยไอ้ธีม!!!” ออกัสบ่นแล้วมองค้อนแฟน แต่ธีมก็ยังคงยิ้มหน้าบานแล้วจ้องตาบุคคลเบื้องหน้าต่อ

“งั้น…มาเล่นอย่างอื่นกันไหม” ธีมสวมกอดออกัสแน่นขึ้นอีก จนออกัสรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจของทั้งสองที่เต้นสอดประสานกัน

“เล่นอะไรล่ะ” ออกัสกัดริมฝีปากตัวเองแล้ว…คิดอะไรเรื่อยเปื่อย Oop!

“เล่น…ผีผ้าห่มไหมล่ะ” เสียงกระซิบที่ข้างหูทำให้ออกัสขนลุกซู่ๆๆๆ

“บ้าเหรอ! จะเล่นได้ไงล่ะอันดานอนอยู่เนี่ย” ออกัสรีบออกตัว แต่ทว่าธีมกลับหัวเราะออกมาทันที

“หัวเราะอะไร”

“ตอบแบบนี้แสดงว่า …ถ้าอันดาไม่อยู่ ก็จะยอมเล่นใช่ไหมล่ะ ไม่ปฏิเสธสักนิดเลยเหรอ” ธีมแซวด้วยตาพริ้ม เด็กหนุ่มหน้าตี๋จึงแทบจะเป็นลม

“บ้า!!!! ไม่คุยกับแกแล้ว ไปหาอะไรกินดีกว่า” ออกัสรีบลุกหนีและเดินไปชั้นล่าง โดยมีธีมเดินตามลงไปด้วย และดูเหมือนว่าวันนี้พ่อของออกัสจะไม่อยู่บ้าน มีเพียงแต่คุณแม่สุดสวยเท่านั้นที่กำลังปอกแอปเปิ้ลอยู่

“อ้าว! แม่ว่าจะยกขึ้นไปให้อยู่พอดีเลย” คุณแม่ทักขณะที่ธีมกับออกัสกอดคอกันลงมาจากบันได

“หูววววว น่ากินจังเลยครับ”

“แล้วอันดาล่ะ เล่นเกมส์อยู่ข้างบนเหรอ” คุณแม่ถามแล้วหันไปหยิบแอปเปิ้ลมาปอกอีกลูก

“เจ้หลับไปแล้วครับ สงสัยงานจะเยอะ ก็เลยเหนื่อย” ธีมมองหน้าออกัสอย่างรู้ทัน

“เออ…คืนนี้แม่ไม่อยู่บ้านนะ พอดีต้องเข้าบริษัท มีงานด่วนนิดหน่อย สั่งอาหารมาทานเองนะลูก เพราะว่าเดี๋ยวแม่บ้านกับคนขับรถก็จะกลับบ้านแล้ว” คุณแม่บอกแล้วก็ถอดชุดกันเปื้อนออก

“ธีมก็ตามสบายนะลูก วันนี้แม่ไม่ว่างเลยไม่ได้ทำข้าวเย็นให้ทาน เอาไว้วันหลังแล้วกันเนอะ ธีมจะได้มาเที่ยวบ้านเราบ่อยๆ” คุณแม่ดูรักธีมเหมือนกับเป็นลูกชายอีกคน

“ครับแม่ ผมจะมาเที่ยวบ่อยๆครับ”

“หืมๆ น่ารักจัง อ้อ! ธีมเป็นประธานนักเรียนใช่ไหมลูก แม่ฝากออกัสด้วยนะ ลูกชายแม่มันไม่ค่อยตั้งเรียน เดี๋ยวเกรดจะออกมาไม่ดี แม่ฝากด้วยนะ” คุณแม่ยังคงเผาลูกชาย

“ไม่มีปัญหาเลยครับ เดี๋ยวผมจะตามคุมประพฤติออกัสให้เอง ผมจะไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางที่ไหนเลย” ธีมปรายตามองออกัสอย่างมีเลศนัยแล้วอมยิ้มเล็กๆ

“ดีมากกก งั้นเดี๋ยวแม่ไปแต่งตัวก่อนนะ จะไม่ทันแล้ว” คุณแม่หันไปมองนาฬิกาแขวนผนังแล้วก็เดินขึ้นชั้นสองทันที ออกัสจึงรีบหยิบจานผลไม้แล้วเดินไปยังห้องนั่งเล่นโดยมีธีมเดินตามอยู่ไม่ห่าง

“แม่นายยกนายให้ฉันแล้วนะ ต่อจากนี้ฉันจะทำอะไรนายก็ได้” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ทำให้ออกัสแทบจะสำลักแอปเปิลที่เคี้ยวอยู่

“บ้า! คิดอะไรอยู่เนี่ย” เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลลน

“ก็คิด….”

“หยุดเลย ฉันไม่ให้แกทำอะไรง่ายๆหรอก” ออกัสขยับหนี แต่ธีมก็ขยับตาม

“จริงเหรอ หืม…ขัดขืนได้เหรอ”

“ไอ้ธีม!!!” ออกัสร้องลั่นแล้วรีบยกมือปิดปากตัวเองไว้ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ เขาได้เสียหอมฟอดใหญ่ๆให้กับธีมไปแล้ว

“ตกใจทำไมล่ะ ก็เคยโดนแล้วนิ”

“แต่นี่มันบ้านฉัน”

“ก็เปลี่ยนสถานที่ไง เร้าใจดีออก” ธีมยังคงพูดแล้วทำหน้าทะลึ่ง ออกัสจึงหันซ้ายมองขวาเพราะกลัวว่าแม่จะมาเห็นเข้า

“แต่ตอนนี้แม่ยังอยู่บ้านอยู่เลย แกจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” ออกัสยังคงห้ามปราม ธีมจึงผละตัวออกแล้วนั่งตัวตรง

“ก็ได้ๆๆ แต่ว่า…ถ้าหลังจากที่แม่นายออกไปแล้ว…อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้นะ” ธีมยังคงใช้ตาราวเหยี่ยวหันมามองออกัส และมองต่ำลงไปยังกระดุมเสื้อนักเรียนที่ตอนนี้ยังคงอยู่ตรงนั้นอย่างสงบสุข แต่เขาไม่รับประกันนะ ว่ามันจะอยู่อย่างสงบสุขแบบนั้นไปอีกนานแค่ไหน

เอิ่มมมมมม ธีมคะ  

นี่จ้องจะมางาบออกัสอย่างเดียวเลยใช่ไหมเนี่ย 

อิอิ  

แม่ไม่อยู่ หนูกัสร่าเริงเลยใช่ไหมล่ะ 

ว่าแต่…เรื่องของอันดา 

เลือกแฟนผิดคิดจนตัวตายจริงๆนะเนี่ย 

เห็นไหมอันดา ชีวิตยุ่งยากขึ้นใช่ไหมล่ะ 

ติดตามต่อตอนหน้าค่ะ 

^^ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น