email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 24 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 18k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 23:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 24 {100%}
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

ห้าเดือนต่อมา  

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้อง หลังจากที่กลับมาจากมหาลัย เพื่อไปทำเรื่องจบการศึกษามา ฟังไม่ผิดหรอกค่ะทุกคน ตอนนี้ฉันเรียนจบแล้ว แต่ก็มีแพลนอยากจะเรียนต่อปริญญาโทหลังจากคลอดลูก ช่วงเดือนแรกๆที่มาอยู่ที่อังกฤษ ฉันบอกเลยว่ามันก็ยากมากเลยนะ แต่ก็ไม่ได้แย่ไปหมด ยังดีอยู่ที่ทางมหาลัยไม่เคร่งครัดเรื่องท้องก่อนไวอันควร แถมยังดีที่ฉันยังมีพี่เรียวคอยช่วยเหลือทุกอย่างแต่ก็ติดเกรงใจอยู่บ้างบางครั้ง คุณพ่อกับคุณแม่จะไม่ค่อยได้มาเยี่ยมเท่าไหร่เพราะท่านทั้งสองไปดูบริษัทที่บราซิลแต่ส่วนใหญ่ก็จะโทรมาหามากกว่า ส่วนพี่นินิวกับพี่ไฟต์สองคนนี้จะบินมาอังกฤษบ่อยฉันเลยได้เจอพี่สองคนบ่อย บ้างก็ไปนอนบ้านของพี่ไฟต์เตอร์ เพราะพี่เขยฉันบินมาทำธุรกิจที่อังกฤษบ่อยเลยต้องซื้อบ้านไว้เวลามาอังกฤษ ส่วนเฮียเนมม์รายนี้จะบินมาอยู่ด้วยทุกเดือนเดือนละสี่ห้าวัน ใจจริงฉันไม่ได้อยากให้พี่ชายมาบ่อยหรอกนะ เพราะงานที่ไต้หวันก็เยอะจะตายอยู่แล้ว แต่มีหรือที่พี่ชายสุดหล่อฉันจะเชื่อฟัง แกบอกว่าจะมาก็คือจะมา ยังไงก็ห้ามไม่ได้หรอก ที่ไม่อยากให้มาเพราะกลัวจะเหนื่อยหนะสิ ส่วนพวก อาร์ค แฟรงค์ เมล พวกเราก็ติดต่อกันตลอด ตอนนี้ทุกคนก็เรียนจบกันหมดแล้ว ได้ทำงานที่ที่ตัวเองอยากทำ  

ปิ๊งป่อง ปิ๊งป๊อง  

ฉันหันไปทางประตูที่มีเสียงสัญญาณบ่งบอกว่ามีแขกมาเยือน ฉันเลยค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดิน ตอนนี้ท้องของฉันมันใหญ่มาก เพราะลูกตัวน้อยที่นอนอยู่ในท้องของฉันมีถึงสองคน การเดินหรือการทำกิจกรรมต่างๆ การเคลื่อนไหวก็พลอยลดลงไปด้วย เหนื่อยง่าย ทำอะไรเองลำบาก  แต่มันก็มีความสุขดีนะ  

“มาแล้วค่ะ” ฉันไปเดินไปดูจอมอนิเตอร์ก็รู้ทันทีว่าใครมาแล้วทำให้ฉันยิ้มมีความสุขที่จะได้เจอด้วย ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้แล้วเพื่อนสาวคนสวยก็พุงเข้ามากอดทันที ด้วยความคิดถึง 

“เซอร์ไพร คิดถึงนินาวคนสวยที่สุดเลย”  

“นาวก็คิดถึงเหมือนกัน” 

“ลองไม่คิดถึงดูสิ จะงอนเข้าให้” ฉันยิ้มให้กับท่าทีของเพื่อนตัวเอง เธอชื่อ ‘นิสซ่า’ เราสองคนเจอกันที่มหาลัยวันแรกที่ฉันเข้าไปเรียน นิสซ่าเรียนวิศวะเหมือนกันแต่คนละภาควิชา และด้วยความบังเอิญอีกอย่างคือ เพื่อนของฉันคนนี้เรียนภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์เหมือนกันกับพี่เรียว หลังจากนั้นเราก็มันจะไปไหนมาไหนด้วยกัน นิสซ่าคุยด้วยแล้วฉันรู้สึกสบายใจ และคุยกันได้ทุกเรื่องแถมนิสซ่ายังไม่รังเกียจที่จะมีเพื่อนที่มีลูกติดอย่างฉัน 

“สวัสดีค่ะลูกแม่นิสซ่า วันนี้เป็นเด็กดีไหม ไม่ได้ทำให้แม่นาวคนสวยเจ็บตัวอีกใช่ไหมค่ะลูก”  

“สวัสดีค่ะคุณแม่คนสวย วันนี้สองแสบเป็นเด็กดีคะแม่นิสซ่าคนสวย ” ฉันตอบแทนลูกๆที่อยู่ในท้องแล้วลูบหน้าท้องนูนด้วยความรักที่มีให้ลูกสุดหัวใจ 

“น่ารักมากคะ นิสซื้อของโปรดมาฝากนาวด้วยนะ” เพื่อนสาวฉันพูดบอกฉันไปเท้าก็เดินเข้าครัวไปด้วย ฉันจึงเดินตามไปด้วยความอยากรู้  

“รู้ได้ไงว่านาวอยากกินอ่ะ โอ้ย เจ็บนะ สองแสบหนูดูสิลูกแม่นิสซ่าทำร้ายแม่อีกแล้ว เจ็บมากๆเลย” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ จนเพื่อนทนไม่ไหวในความหมั่นไส้เลยดีดหน้าผากมนฉันไปหนึ่งทีเบาๆ 

“อย่ามาทำเป็นเจ็บย่ะ ไม่ได้ดีดแรงอะไรมากมายเบอร์นั้นซะหน่อย” เพื่อนฉันส่ายหน้าให้ฉัน แต่มือก็เทอาหารที่ซื้อมาฝากลงไปในจาน 

“ชิ ” 

“อย่าพึ่งงอนนิสเลย มานั่งค่ะคุณแม่ลูกสอง” ฉันแกล้งทำหน้าเสียงคล้ายงอนส่งให้เพื่อนสาวแล้วนั่งลงตามที่บอกแล้วเริ่มลงมือทานอาหารทันที 

“แล้วเป็นยังไงบ้าง เรื่องทัวร์คอนเสิร์ตหนะ เรียบร้อยดีนะ” ฉันถามเพื่อนเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบสองเดินที่เพื่อนกลับมาอังกฤษ เพราะตั้งแต่ที่เรียนจบนิสซ่าก็กลับเกาหลีทันที เพราะเพื่อนสาวคนสวยของฉันนั้นเป็นถึงนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปที่ดังที่สุดในวงการเพลงเคป็อบเลยก็ว่าได้ อีกอย่างความบังเอิญที่เราสองคนมีก็คือ เราสองคนเป็นลูกครึ่งเกาหลีเหมือนกัน  

“ก็เรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาอะไรมากมาย แถมได้ไปทัวร์หลายที่เลย น่าเสียดายที่นาวไม่ได้ไปด้วย หนุ่มๆที่ยุโรปหล่อล่ำกันทั้งนั้นเลย”  

“น้อยๆหน่อยนิสซ่า เธอไปทำงานนะไม่ใช่ไปหาหนุ่มๆ” ฉันแกล้งทำเสียงแข็งใส่เพื่อน ก่อนะส่ายหน้าไปมากับความขี้หยอกของเพื่อน 

“โถ่นาวก็ ทำงานก็ส่วนทำงาน ส่องหนุ่มๆก็ส่วนส่องหนุ่มๆไง ไม่ได้เกี่ยวกันเลยนะ แยกกันคนละส่วนเห็นๆ ” แถได้อีก  

“ย่ะ ให้มันจริงเหอะ เอ้อ แล้วนี่จะกลับอังกฤษกี่วันหละคราวนี้” 

“ได้พักแค่อาทิตย์เดียวเองอ่ะ เพราะต้องไปลุยงานเดินแบบที่ปารีสต่อเลย นี่ดีนะที่อัลบั้มพึ่งปิดไปแถมโปรโมทที่เกาหลีก็หมดแล้วด้วย”  

“เอาน่า สู้ๆ นาวเชื่อว่าเพื่อนรักของนาวทำได้อยู่แล้ว” นิสซ่าพยักหน้า หลังจากนั้นไม่นานเราสองคนก็ทานอาหารเสร็จ ฉันเลยไล่นิสซ่าไปอาบน้ำ เพราะเธอบอกว่าลงเครื่องมาก็มาหาฉันเลย ดีนะที่คอนโดของฉันมีถึงสามห้อง แถมใหญ่ๆมากๆสำหรับการอยู่คนเดียว แต่ดีหน่อยที่นิสซ่ามาอยู่ด้วย ถึงจะไม่ตลอดก็ตาม 

ครืด ครืด ครืด  ฉันที่กำลังนั่งถักเสื้อไหมพรมอยู่ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มันคงจะเป็นของนิสซ่า แต่ตอนนี้เธอกำลังอาบน้ำอยู่ ฉันไม่อยากรับเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อน ไม่อยากก้าวก่ายเลยไม่สนใจปล่อยให้มันดับไปเอง แต่จนแล้วจนรอดนิสซ่าก็ยังไม่ออกมาซักที ส่วนคนที่ถือสายโทรเข้ามานั้นก็กระหน่ำโทรมาไม่ขาดสายจน ตอนนี้จากที่อารมณ์ที่กำลังดีๆของฉันมันเริ่มที่จะหงุดหงิดขึ้นมาทันใด ฉันเลยตัดสินใจเดินไปหยิบโทรศัพท์เพื่อนมาแล้วกดรับสายทันที 

“สวัสดีค่ะ ตอนนี้นิสซ่าไม่ว่าง ถ้าว่างเดี๋ยวเธอจะโทรกลับเอง แล้วก็ขอความกรุณาเรื่องของมารยาทด้วยว่าไม่ต้องโทรมาให้มันมากมายอีกนะค่ะ เพราะมันน่ารำคาญ” พูดจบฉันก็ตัดสายทันที ไม่รู้ด้วยว่าเป็นสายใคร แต่ก็ช่างสิ จะโทรมาทำไมเยอะแยะ ทำอย่างกับมีใครตายหรือไงแหละ น่ารำคาญ   

“นินาว เมื่อตะกี๊เป็นอะไร ” นิสซ่าออกมาในชุดนอน ก่อนจะถามฉันขึ้น 

“มีคนโทรนิสอ่ะ แต่โทรมาเป็นล้านสาย นินาวรำคาญเลยรับแทน แล้วก็บอกเขาว่านิสจะโทรกลับ” นิสดูจะอึ้งๆไปนิดแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรที่ฉันถือวิสาสะรับโทรศัพท์แทน แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรฉัน  

“ฮึ มีคนเดียวเท่านั้นแหละที่ผีบ้าผีบอโทรมากระหน่ำๆแบบนี้ ถ้านิสไม่รับสายหนะ” 

“ใครกัน ที่ทำแบบนี้เป็นบ้าหรือไง ว่างขนาดนั้นเชียวหรือไง” 

“ฮ่าๆๆ มันเป็นเพื่อนนิสเองแหละ เพื่อนสนิทสมัยเด็กเลยๆ มันอยู่เมืองไทยหนะ” ฉันพยักหน้าเข้าก่อนจะละสายตากลับมาถักเสื้อต่อ เพื่อลดความหงุดหงิดในใจลง  

 

FUTURE TALK 

ผมได้แต่อึ้ง พาลทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาซะดื้อๆ เพราะอะไรหนะหรอครับ ก็เพราะว่าผมโทรไปหาเพื่อนสาวคนสนิทที่อยู่อังกฤษ แต่ดันมีเสียงผู้หญิงรับสายแทนโดยที่ไม่ใช่เสียงของเพื่อนผม แต่เสียงที่รับนั่นฟังดูหงุดหงิดไม่น้อย เพราะผมกระหน่ำโทรหาเพื่อนสาวคนสนิทนานเกือบสิบนาที ซึ่งมันอาจจะทำให้คนรับนั้นกรอกน้ำเสียงอันหงุดหงิดส่งมาให้ผมได้ยิน แต่มันกลับแฝงไปด้วยน้ำเสียงหวานๆแทรกอยู่ มันคล้ายกับเสียงของคนที่ผมไม่ได้เจอหน้านานถึงห้าเดือน ตั้งแต่เจอนินาวครั้งสุดท้ายที่คณะ ผมก็ไม่ได้เจอเธออีกเลย ติดต่ออะไรไม่ได้สักทาง ผมยอมรับเลยว่าผมรู้แล้วว่าผมรักเธอ รักมาก รักมานานเหลือเกิน แต่ถึงจะพูดตอนนี้เธอก็คงไม่รู้   

ช่วงสามเดือนแรกผมไม่รู้เป็นอะไร ผมมักจะอ้วกทุกเช้า เวียนหัวตลอดจนถึงช่วงบ่าย ไปไหนมาไหน หรือแม้แต่เวลามีผู้หญิงเข้ามาอยู่ใกล้ๆตัว ผมก็จะมีอาการอยากอ้วกตลอดเวลา ผมเลยไม่ได้เที่ยวนับตั้งแต่นั้นมา ผมไม่รู้ว่าตัวผมเองเป็นอะไรเลยลองไปหาหมอดู หมอก็บอกว่าถ้าผมมีเมียผมก็แพ้ท้องแทนเมีย ได้ยินตอนแรกผมตกใจมากเลยนะ ผมมีเมียที่ไหนกันหละ ไม่มีซะหน่อย จนช่วงหลังๆมานี้มันค่อยๆทุเลาลงไปบ้างแต่ก็ไม่ได้หายขาดไปซะทีเดียว ผมเลยเที่ยวบ่อยขึ้นแต่ไม่ได้หิ้วหญิงกลับหรอกนะครับเพราะตอนนี้ผมเป็นคนดีขึ้นมาแล้ว หลังจากเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นมันยังคงติดอยู่ในหัวของผมไม่ไปไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้   

ช่วงแรกๆผมยอมรับเลยนะครับว่าไม่ทำการทำงานอะไรเลย กินเหล้า ไม่ยอมไปเรียนหรือไปพบใครเก็บตัว จนสุดท้ายพี่ไฟต์เตอร์พี่ชายผมแกคงทนไม่ไหว จนต้องมาเค้นคอผมว่าเกิดอะไรขึ้น ผมเล่าความจริงทุกอย่างให้พี่ชายฟัง ตอนแรกพี่ชายผมก็ต่อยผมเพราะไม่คิดว่าผมจะมีความคิดที่ชั่วช้าแบบนี้ แต่ผมก็บอกว่าผมไม่ผิด เธอคนนั้นนั่นแหละผิดที่นอกใจผม แล้วมายัดเยียดสิ่งที่ผมยังไม่พร้อมที่จะมีมาให้ 

ครืด ครืด ครืด  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกสติผมให้กลับมาแล้วกดรับสาย 

(โทรมาหาฉันไม่อะไรไม่ทราบย่ะ) ปลายสายหรอกเสียงกระแนะกระแหนมาให้  

“เปล่า แค่เห็นว่าแกเงียบไปนานเลยโทรหา” 

(หรอ แน่ใจ๊? ไม่ใช่ว่าคิดถึงสาวอีกแล้ว ก็เลยโทรมาหาฉันหรอกนะ) ผมกับนิสซ่าเราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กๆ ครอบครัวเราสองคนสนิทกัน เพราะพ่อของนิสซ่าเป็นเพื่อนพ่อผม ท่านทำธุรกิจด้วยกัน ดังนั้นเราจึงสนิทกัน แถมมันยังเป็นเพื่อนผู้หญิงของผมคนเดียวที่ผมอีกด้วย ถึงเราจะไม่ไม่ค่อยได้เจอกันก็ตาม แต่เราสองคนก็ยังติดต่อกันตลอด ไม่ได้หายขาดไปเลย 

(คิดว่าฉันเชื่อแกหรือไงห่ะ ไอ้ฟิว มีเรื่องกลุ้มใจหรือไงถึงโทรมาหา อย่าแม้แต่คิดจะโกหกฉัน) 

“อืม กลุ้มใจจริงๆนั่นแหละ ”ผมบอกความจริงกับเพื่อนไป มีเรื่องเดียวเท่านั้นแหละที่ทำให้ผมเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้ 

(เรื่องอะไรอีกหละคราวนี้ แต่สำหรับแกนะฉันว่ามีอยู่เรื่องเดียวนั่นแหละที่แกกลุ้มใจ เรื่องแฟนเก่าแกใช่ไหมหละ) 

“แสนรู้เชียวนะยัยนิสซ่า” ผมยิ้มให้กับเพื่อนที่อ่านใจผมออก ราวกับเข้ามานั่งเอง 

(แน่นอนคนสวยซะอย่าง อ้อแถมฉลาดด้วย) 

“เอาที่แกสบายใจเลย” ผมถอนหายใจให้กับความหลงตัวเองของเพื่อน   

(ขอบคุณย่ะ ไอ้ฟิวเอ้ย แกรักเขาจะเป็นจะตาย ยังมีหน้าผลักไสเขาไปให้คนอื่น เป็นไงหละทีนี้ รู้ซึ้งเลยไหม สมน้ำหน้าตอนเขาอยู่กลับไม่รักษา พอตอนเขาไปกลับโหยหาจะเป็นจะตาย แล้วแกแน่ใจจริงอ่ะ ว่าเด็กในท้องเขาไม่ใช่ลูกของแก ฉันว่าที่แกเล่ามาเขาก็ไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายที่จะยอมอะไรกับใครง่ายๆนะ) 

“ตอนนั้นมั่นใจ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจแล้วว่ะ” ก็จริงนะตอนแรกผมยอมรับแหละว่าโกรธนินาวมาก เลยพูดอะไรที่มันสิ้นคิดออกไป โดนไม่คำนึงถึงผลที่ตามมาเลย สุดท้ายผมก็เสียเธอไป ผมสัญญากับตัวเองว่าถ้ากลับมาเจอกันอีกครั้ง ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอยอมอภัยให้ผม และกลับมารักผมอีกครั้ง ถึงจะต้องให้รอนานแค่ไหนผมก็จะรอ เพราะชีวิตนี้ผงคงรักใครไม่ได้แล้วนอกจากนินาวคนเดียว 

(เห้อ ฉันก็ไม่รู้จะช่วยแกยังไงหรอกนะ คราวหน้าคราวหลังก็จะทำอะไรก็คิดดีๆหน่อย ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ไม่ยอมฟังใครเขาแบบนี้ ) 

“เออน่า ฉันรู้หรอกน่าว่าอะไรเป็นอะไร ” เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นมันคือบทเรียนราคาแพงสำหรับผมที่จะจำไปตลอดชีวิตไม่รู้ลืม 

(โอ้ะ! ทำไมดิ้นแรงจังเลยลูก ดีใจอะไรค่ะ แบบนี้แม่ก็เจ็บแย่สิคะ) ผมขมวดคิ้ว อีกแล้วเสียงนี้อีกแล้ว มันช่างเหมือนมากเหลือเกิน  

“นั่นเสียงใครหนะยัยนิสซ่า”   

(แกจำที่ฉันเคยเล่าให้ฟังไหมว่า ฉันมีเพื่อนใหม่คนหนึ่ง เธอท้องเจ็ดเดือนหนะ) 

“อืม แกเคยพูดให้ฉันฟังแล้ว” ดูเหมือนว่าเพื่อนใหม่ของนิสซ่า จะมีอิทธิพลกับผมนะ ทุกครั้งที่เพื่อนผมพูดถึงเธอ หัวใจผมมันจะแกว่งแปลกๆ เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ตัวผมเองก็ยังไม่รู้ 

(ดูเหมือนว่าลูกฉันจะดิ้นหนะ ถีบแม่ใหญ่เลย แต่นี่เป็นครั้งแรกนะที่ถีบถี่ขนาดนี้) 

“ลูกเพื่อนแกไม่ใช่ลูกแกซะหน่อย อย่ามามโนหน่อยเลยยัยนิส แฟนก็ไม่มี ชาติคงขึ้นคานแหงๆ” ผมพูดกวนเพื่อนออกไป อย่างยัยนิสซ่าไม่มีทางขึ้นคานหรอก คนชอบมันเยอะจะตายยิ่งเป็นเกิร์ลกรุ๊ปของเกาหลีกับเป็นนางแบบแล้วด้วยผู้ชายครึ่งโลกคงอยากจะได้มันเป็นเมียไม่มากก็น้อยแหละ เพียงแต่มันยังไม่ชอบใครเท่านั้นเอง  

(อร๊าย ไอ้เพื่อนปากเสีย แกรู้ได้ไงว่าฉันไม่มีแฟน ผู้ชายตามจีบกันจนจะเหยียบกันตายอยู่แล้วย่ะรู้ไว้ซะด้วย เดี๋ยวฉันมาแกอยากวางก็เชิญ) พูดจบเพื่อนผมก็เหมือนจะวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ๆแล้วเดินไปหาเพื่อนเธอแหละมั้ง ผมยังไม่วางสาย เพราะผมสงสัยอะไรบางอย่าง ว่ามันจะใช่ในสิ่งที่ผมเคยคิดหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ ก็คงจะดีไม่น้อย   

(ลูกดิ้นหรอ นินาว) นะ นินาวงั้นหรอ ตอนนี้หัวใจผมมันเต้นแรงมาก เหมือนมันจะกระดอนออกมาข้างนอกให้ได้ จะมีใครกันที่มีชื่อแปลกกว่าคนอื่นๆแบบนี้  

(อืม ไม่รู้วันนี้สองแสบดีใจอะไร แข่งกันดิ้นตั้งแต่ตอนที่รับโทรศัพท์ให้นิสซ่าแล้วนะ จนถึงตอนนี้ยังไม่หยุดดิ้นเลย) น้ำเสียงเหมือนมากเหมือนจริงๆ หรืออาจจะแค่คนเสียงเหมือนชื่อเหมือนเฉยๆ คิดถึงเหลือเกิน ผมยังคิดถึงเธอเสมอตลอดเวลา ทั้งๆที่สั่งหัวใจให้เกลียดแต่มันก็ทำไม่ได้ 

(สงสัยอยากจะออกมาแล้วหละมั้ง ลูกแม่) 

(ลูกนิสซ่าที่ไหน อยู่ในท้องนินาวก็ลูกนินาวสิ ตัวเองยังไม่มีแฟนเลยนะโมเมเอาลูกคนเป็นลูกตัวเองได้ไงอ่ะ)  ผมนั่งยิ้มอยู่คนเดียว ถ้าเป็นเธอจริงๆก็คงจะดี แต่คงไม่ใช่หรอก ตอนนี้เธอคงจะยังโกรธผมอยู่ ดีไม่ดีอาจจะเกลียดผมไปแล้วก็ได้ แค่ได้ยินเสียงผมก็หายคิดถึงแล้ว คงต้องรอเวลาเท่านั้น 

(นินาวอ่ะ ทำไมต้องว่านิสด้วย พูดเหมือนไอ้เพื่อนบ้าเลยอ่ะ) 

(โอ๋ๆ ล้อเล่นเฉยๆ คนสวยๆแบบนิสเนี้ยหาแฟนได้ไม่ยากหรอก เพียงแค่คนแถวนี้ยังรอใครบางคนแค่นั้นแหละ) 

(รอใครเปล่าซะหน่อย ไม่มีหรอก อย่ามาเปลี่ยนเรื่องซะให้ยาก โอ๊ะ เพื่อนนิสมันยังไม่วางอีกหรอเนี้ย เดี๋ยวนิสมานะไปคุยกับเพื่อนแปบเดียวมาเล่นกับลูกต่อ) 

(จ๊ะ) 

(ทำไมแกยังไม่วางอีก ว่างมากหรือไงคะ ได้ข่าวว่าโปรเจ็คโรงแรมกำลังวุ่นๆหนิ) ผมยิ้มขำให้กับเพื่อนทางไกล  

“ว่างที่ไหนหละ ตอนนี้กำลังจะลงพื้นที่ไปภูเก็ต เรื่องทำโรงแรมห้าดาวอ่ะ ใครจะเหมือนแกกันหละ แม่นักร้องเกิร์ลกรุ๊ป แม่นางแบบแถวหน้าของวงการ” 

(แน่นอนได้มาเพราะฝีมือล้วนๆ  ไปๆๆแกไปทำงานได้แล้ว แค่นี้แหละฉันไปหานินาวก่อน บ๊ายๆ) 

“บาย” เพื่อนสาววางสายไปแล้ว มาถึงตอนนี้แล้ว ยังไงก็ยังสงสัยอยู่ดี หรือว่านินาวที่เป็นเพื่อนใหม่ของยัยนิสซ่าจะเป็น นินาวผู้หญิงคนที่ผมรักแต่ผมกลับทำร้ายเธอ  

 

 

ห้าปีผ่านไป (เร็วมากกกกกกกก) 

 

‘ฟิวเจอร์ เฟอร์นิสัน คิม แนสเซมเบิก วิศวกรหนุ่มสุดหล่อ มาดแมนแฮนสั่มที่สมาคมวิศวกรแห่งประเทศไทยจัดให้อยู่ในอันดับหนึ่งของประเทศไทยด้านการออกแบบโครงสร้างที่สามารถคว้ารางวัลยอดเยี่ยมจากงาน The Engineering’s Buiiding of Asean’ 

‘รางวัลนักวิศวกรยอดเยี่ยมแห่งเอเชียปีนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ‘ฟิวเจอร์ เฟอร์นิสัน คิม แนสเซมเบิก’ วิศวกรหนุ่มสุดหล่อที่สาวๆทั่วประเทศโหวตให้เป็นหนุ่มในฝันของสาวๆทั่วทวีปเอเชีย’ 

หัวข้อหลักทั้งบนหนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่ในรายการโทรทัศน์ก็คงหนีไม่พ้นหัวข้อเกี่ยวกับตัวผมเอง เวลาผ่านไปเร็วมาก อะไรๆมากมายในชีวิตมันก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม แต่มีเพียงอย่างหนึ่งที่ผมไม่เปลี่ยนคือความรู้สึกที่มีต่อเธอที่ไม่เคยหายไปไหนแม้วันเวลาจะผ่านเลยไปถึงห้าปีแล้วก็ตาม 

 

 

 

 

วันนี้มาเสิร์ฟให้สองตอนกันยาวๆเลยนะคะ  

กดติดตามให้กำลังใจไรท์ด้วยนะคะ 

#ลีมุนอา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว