ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 4 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 4 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 70.5k

ความคิดเห็น : 416

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มิ.ย. 2562 20:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 17,800
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 4 [100%]
แบบอักษร

 

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 4 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                         

                

 

“อะไรของมึง กูแค่ร้องเพลง” นันตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ในใจของเขาก็แอบขำอยู่ไม่น้อย เมื่อแม็ครู้ตัวว่านันกำลังสื่อความหมายของเพลงให้แม็ครับรู้  

 

“ไม่ต้องอ้างหรอก กูรู้ทัน”แม็คเถียงกลับ พร้อมกับกลั้นยิ้ม จริงๆแม็คก็เขินแหละ แต่ถ้าเขินต่อหน้านัน ก็จะยิ่งเข้าทางนันให้แกล้งเขามากขึ้นอีก จึงต้องทำเป็นนิ่งไว้ก่อน นันหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะลุกไปโยกหัวแม็คไปมา 

 

“ทำตัวฉลาดก็เป็นเหมือนกันนะมึง แต่โทษทีว่ะ กูไม่ได้คิดจะปีนขึ้นไปตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” นันพูดออกมาในตอนท้าย ทำให้แม็คชะงักแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันทันที 

“กูไม่ปีน เพราะกูจะหาทางหลอกล่อมึงให้ยอมลงมาอยู่กับกูจนได้แหละ เข้าใจมั้ยครับ คุณชายแม็ค” นันพูดพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาของแม็ค ทำให้แม็คใจเต้นแรงเพราะคำพูดของนันทันที ใบหน้าของแม็คร้อนผ่าว  

“รีบแต่งตัว กูจะลงไปรอข้างล่าง” นันพูดจบก็ชิ่งออกจากห้องนอนไปก่อน ทิ้งให้แม็คมองตามหลังอย่างนึกหมั่นไส้ แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกดี 

 

“เขินที่กูรู้ทันก็บอกมาเหอะ” แม็คพึมพำอยู่คนเดียวอย่างขำๆ เพราะการที่นันชิ่งออกไปก่อนแบบนี้ก็พอจะเดาได้ว่านันเองก็แอบมีมุมเขินเหมือนกัน  

แม็ครีบแต่งตัวแล้วลงมาหานันที่ชั้นล่าง และเมื่อเห็นว่าแม็คเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว นันก็พาแม็คขึ้นรถ แล้วขับไปรับพ่อของแม็คในทันที เมื่อไปถึง พ่อของแม็คก็แต่งตัวรออยู่ก่อนแล้ว 

 

“ไม่เข้าไปด้วยกันจริงๆน่ะเหรอนัน” พ่อของแม็คถามขึ้น เมื่อขึ้นรถมาเรียบร้อยแล้ว จึงลองถามลูกเขยตัวเองอีกครั้ง เผื่อนันจะเปลี่ยนใจ 

 

“ไม่ดีกว่าครับพ่อ ผมไม่ถนัดจริงๆ เอาไว้ถ้าเครื่องจักรในโรงงานมีปัญหา พ่อตามผมได้ตลอดเลย แบบนั้น ผมเข้าไปได้สบายมาก” นันพูดอย่างขำๆ พ่อของนันก็ยิ้มรับอย่างเข้าใจ  

 

“แล้วนี่แกจะไปรอที่ไหน” พ่อของแม็คถามขึ้น เพราะนันบอกไว้ก่อนแล้วว่าจะไปนั่งรอรับกลับด้วย 

 

“เดี๋ยวผมรอที่ล็อบบี้ของทางโรงแรมก็ได้ครับ พ่อไม่ต้องห่วง จะกลับเมื่อไรก็โทรหาผมก็ได้” นันตอบกลับไป แม็คหันไปมองคนรักเล็กน้อย นันก็หันมาเลิกคิ้วใส่ 

“อะไร” นันถามขึ้น  

 

“มึงจะไม่เบื่อใช่มั้ย ไปนั่งรอแบบนั้นน่ะ” แม็คถามอย่างนึกห่วง 

 

“ไม่เบื่อหรอกน่า กูหาอะไรทำระหว่างรอได้” นันตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ แม็คจึงเบาใจ จนมาถึงโรงแรมที่จัดงาน นันเอารถไปจอดที่ลานจอด แล้วเดินเข้าไปในโรงแรมพร้อมกับแม็คและพ่อของแม็ค เนื่องจากงานจะจัดที่ชั้นสอง นันจึงจะเข้ามานั่งรอที่ล็อบบี้ สถานที่จัดงานเป็นโรงแรมที่ค่อนข้างหรู จึงมีแต่คนแต่งตัวดีๆ เข้ามาใช้บริการ ตอนแรกพนักงานโรงแรมก็มองนันอย่างงงๆ แต่นันก็ไม่ได้สนใจสายตาใคร  

 

“เดี๋ยวผมรอตรงนี้นะครับพ่อ ถ้าออกมาไม่เจอก็โทรหาผมอีกทีก็ได้” นันพูดกับพ่อของแม็ค  

 

“ได้ๆ ถ้าแกมีธุระจะไปไหนก่อนก็โทรบอกแม็คละกัน อ่อ พ่อไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ แกรอตรงนี้ก่อนนะแม็ค” พ่อของแม็คพูดกับนัน แล้วหันมาพูดกับลูกชายตัวเองในตอนท้าย ก่อนจะแยกไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากล็อบบี้เท่าไรนัก 

 

“มึงจะทำอะไรระหว่างรอ” แม็คถามออกมา 

 

“กูจะนั่งดูเวปประมูลรถ แล้วก็ว่าจะหาข้อมูลไปเรื่อยๆ กูมีมือถือ ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีอะไรทำหรอก” นันตอบกลับไป แม็คจึงเบาใจ เขาพยักหน้ารับแล้วยืนรอพ่อตัวเอง ไม่นานนัก พอพ่อของเขาออกมา แม็คก็ขึ้นบันไดไปชั้นสอง เพื่อเข้าไปในงานเลี้ยง ส่วนนันก็นั่งเล่นมือถือรอไป 

ทันทีที่แม็คกับพ่อเดินไปถึงหน้างานก็พบเจอแต่คนระดับเจ้าของธุรกิจใหญ่ต่างๆบางคนแม็คก็คุ้นหน้า บางคนก็ไม่เคยเห็น เขากับพ่อไปลงทะเบียนแล้วเข้าไปในงานทันที งานเลี้ยงจะเป็นแบบบุฟเฟ่ท์ เพื่อความสะดวกสบายของแต่ละคน เพราะเอาจริงๆส่วนใหญ่ก็จะมาเพื่อคุยธุรกิจกันมากกว่า พ่อของแม็คพาลูกชายไปทักทายคู่ค้า และลูกค้าทางธุรกิจอยู่สักพัก และคอยบอกว่าใครเป็นใคร ทำธุรกิจอะไร มีใครที่ควรระวังในการพูดคุยให้แม็ครับรู้ไปด้วย แม็คก็พยายามเรียนรู้ให้มากที่สุด พูดง่ายๆว่านี่เป็นครั้งแรกกับการมาออกงานกับพ่อของเขา ที่แม็คดูตั้งใจมากกว่าเมื่อก่อน 

 

“สวัสดีครับ คุณกิจจา” เสียงทักทายพ่อของแม็คดังขึ้น  

 

“สวัสดีครับคุณรังสรรค์ ไม่คิดว่าคุณจะมาด้วยนะเนี่ย เพราะได้ข่าวว่าไปสวีเดน” พ่อของแม็คทักขึ้นยิ้มๆ 

 

“เพิ่งบินกลับมาเมื่อวานครับ เลยตัดสินใจมาแบบปุบปับเลย” อีกฝ่ายตอบกลับมา  

 

“แม็ค นี่คุณรังสรรค์ เจ้าของบริษัท KN ” พ่อของแม็คแนะนำให้แม็ครู้จักกับอีกฝ่ายทันที แม็คก็รีบยกมือไหว้ เขาคุ้นชื่อบริษัทนี้ดี เพราะทำธุรกิจเกี่ยวกับบ้านและคอนโด 

 

“สวัสดีครับ” แม็คทักทายขึ้นมาด้วยท่าทีสุภาพ  

 

“อ่า ลูกชายคุณใช่มั้ย หน้าตาดีมากเลยนะ สงสัยสาวๆในงานต้องกรี๊ดแน่ๆ” รังสรรค์พูดชมออกมาด้วยรอยยิ้ม 

 

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” แม็คตอบกลับไปอย่างถ่อมตัว ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงชูคอยอมรับคำชมอย่างภาคภูมิใจไปแล้ว 

 

“อ่อ ลูกชายผมก็มาด้วยเหมือนกัน เดี๋ยวพามาทักทาย” รังสรรค์พูดพร้อมกับมองหาลูกชายตนเอง  

 

“ที่ว่าไปดูแลบริษัทแทนคุณรังสรรค์ที่สวีเดนใช่มั้ยครับ” พ่อของแม็คถามกลับไป 

 

“ใช่ครับ แต่นี่ผมให้กลับมาดูแลบริษัทที่เมืองไทยละ เพราะทางนั้นเข้าที่เข้าทางแล้ว...เท็น มาทางนี้หน่อย” รังสรรค์โบกมือเรียกลูกชายตัวเอง แม็คหันไปมองก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำลังยืนคุยอยู่กับหญิงสาวกลุ่มหนึ่ง พออีกฝ่ายหันมา แม็คก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าอีกฝ่ายดูดีไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้แม็ครู้สึกตื่นเต้นอะไร เท็นขอตัวจากกลุ่มหญิงสาวเพื่อเดินมาหาพ่อตนเอง 

 

“ดูท่าจะเนื้อหอมนะครับ” พ่อของแม็คแกล้งแซวขึ้นมา รังสรรค์ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ 

 

“เปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่นเลยล่ะคุณกิจจา ผมล่ะเหนื่อยใจ” รังสรรค์ตอบกลับ พอดีกับที่ลูกชายเดินเข้ามา 

“ป๊าจะแนะนำให้แกรู้จักกับคุณกิจจาแล้วก็ลูกชายเค้าน่ะ นี่คุณกิจจา เจ้าของบริษัท...ส่วนนี้แม็ค ลูกชายคุณกิจจา” รังสรรค์แนะนำให้ลูกชายรู้จักกับกิจจาและแม็ค เท็นยกมือไหว้พ่อของแม็คทันที ส่วนแม็คก็ยกมือไหว้เท็น เพราะพอจะมองออกว่าอีกฝ่ายอายุมากกว่าเขา 

“นี่เท็นลูกชายผมเองครับ” รังสรรค์พูดขึ้นยิ้มๆ 

 

“คุณเท็นนี่เก่งจังเลยนะครับ เห็นว่าไปดูแลบริษัทแทนคุณรังสรรค์ถึงสวีเดนเลย” กิจจาเอ่ยชมจากใจจริง 

 

“ไม่ได้เก่งอะไรหรอกครับ ก็แค่ทำเท่าที่จะทำได้” เท็นตอบกลับมาอย่างสุภาพ และหันมามองแม็คด้วยสายตาแพรวพราว จนแม็ครู้สึกแปลกๆ  

“แล้วนี่ ทานอะไรกันรึยังครับ ผมไปเอาของว่างให้ดีมั้ยครับ” เท็นอาสาขึ้นมา 

 

“ก็ดีนะ เดี๋ยวป๊าจะชวนคุณกิจจานั่งคุยเรื่องธุรกิจสักหน่อย เอามาให้คุณกิจจาด้วยนะเท็น” พ่อของชายหนุ่มพูดขึ้นมา 

 

“เอ่อ เดี๋ยวผมไปตักให้พ่อเองก็ได้ครับ รบกวนคุณเท็นเปล่าๆ” แม็ครีบพูดออกมา เพราะไม่อยากรบกวนคนที่เพิ่งเคยเจอกัน 

 

“งั้นเดี๋ยวไปตักพร้อมพี่เลยก็ได้นะครับ” เท็นบอกออกมาอีก แม็คหันไปมองพ่อตนเองเล็กน้อย 

 

“ไปกับคุณเท็นก็ได้ แต่ไม่ต้องตักอะไรมาให้พ่อเยอะนักนะ” พ่อของแม็คพูดออกมา เพราะรู้ว่าทางรังสรรค์อยากปรึกษาเรื่องการทำธุรกิจใหม่ ก็เลยจะหาที่นั่งคุยกันด้วย 

 

“ครับ” แม็คตอบรับพ่อตนเอง ก่อนจะเดินตามเท็นไปยังโซนอาหาร เท็นหยิบจานมาให้แม็ค แม็คก็รับไว้ทันที 

“ขอบคุณครับ” แม็คตอบกลับไป 

 

“น้องแม็คเรียกพี่ว่า พี่เท็นก็ได้ ไม่ต้องเรียกคุณหรอกนะ” เท็นพูดออกมายิ้มๆ แม็คก็ยิ้มอ่อนๆกลับไป แล้วตักอาหารใส่จานไปด้วย ระหว่างที่ตัก แม็คก็คิดถึงนัน ว่านันจะหิวหรือไม่ เลยไม่ได้สังเกตว่ามีชายหนุ่มอีก 2 คนเดินเข้ามาสมทบ 

 

“ไงไอ้เท็น พาใครมาด้วยวะ ไม่แนะนำให้พวกกูรู้จักหน่อยเหรอ” เสียงพูดดังขึ้น ทำให้แม็คหันไปมองอย่างงงๆ 

 

“ไม่ได้มาด้วยกัน แต่น้องเค้าเป็นลูกเพื่อนป๊ากู กูเลยพามาหาของกิน เอ่อ น้องแม็คครับ นี่เพื่อนพี่ ฟอง กับ ดอม” เท็นแนะนำให้แม็ครู้จักเพื่อนของตัวเอง แม็คก็ยกมือไหว้ทันที แล้วเห็นเพื่อนของเท็นสะกิดกันไปมาแล้วมองเขาด้วยสายตาวาววับ  

 

“พวกพี่ไม่เคยเห็นหน้าน้องแม็คเลย ปกติไม่ค่อยได้มาออกงานเหรอครับ” ฟองถามขึ้น 

 

“ก็..ครับ พอดีผมเรียนอยู่ต่างประเทศ นี่กลับมาช่วงปิดเทอมน่ะครับ” แม็คตอบกลับไป ถ้าเป็นเมื่อก่อน แม็คคงพูดคุยกับคนทั้งสามด้วยท่าทีสบายๆไปแล้ว แต่ครั้งนี้แม็คกลับรู้สึกว่ามันต่างออกไป แม็ครู้สึกเหมือนมันไม่ใช่โลกของเขาซะอย่างนั้น แต่เขาก็เลี่ยงมันไม่ได้ 

 

“ถึงว่าไม่คุ้นหน้าเลย น่ารักแบบน้องแม็คเนี่ย ถ้าพี่เจอแล้วจำไม่ได้คงต้องไปเช็คสมองใหม่แล้วล่ะ” ดอมบอกออกมาอีกคน ทำให้แม็คยิ้มเจื่อนๆ ในใจก็แอบหงุดหงิดเล็กๆเหมือนกัน กับคำพูดของอีกฝ่าย 

 

“พวกมึงอย่าแซวน้องดิวะ เดี๋ยวน้องก็กลัวหรอก” เท็นได้ทีตำหนิเพื่อนกลับไป 

 

“แหม ไอ้เท็น หวงจังนะ”เพื่อนของเท็นยังคงแซวออกมาอีก แม็ครู้สึกเหมือนตัวเองมองกระจกสะท้อนอดีตอยู่ แม็ครู้ว่าเมื่อก่อนตัวเองก็มักจะแสดงความเป็นกันเองแบบนี้ให้กับคนที่ถูกใจ ไม่มีการวางตัว หรือไว้เชิงอะไรทั้งนั้น มั่นใจในตัวเองว่าดีกว่าทุกคนและพูดจาไม่ค่อยสนใจว่าใครจะอึดอัดหรือไม่ พอมาคิดย้อนก็เริ่มรู้สึกตัวว่าที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้ใครลำบากใจบ้าง 

 

“น้องแม็คอย่าไปถือสาเพื่อนพี่เลยนะ พวกมันก็แซวเล่นแบบนี้ไปอย่างนั้นแหละ ไม่มีอะไรหรอก” เท็นบอกออกมา แม็คยิ้มรับ 

 

“ครับ” แม็คตอบรับ แล้วตักอาหารต่อ เท็นก็คุยกับเพื่อนอีกเล็กน้อย ซึ่งแม็คไม่ได้สนใจว่าคุยอะไรกัน จนเสียงมือถือของแม็คดังขึ้น แม็คหยิบมาดูแล้วกดรับทันที เพราะคนที่โทรเข้ามาคือนัน 

“ว่าไง” แม็ครับสายนันไม่ดังมากนัก 

 

(“ติดคุยอะไรอยู่รึเปล่า”) นันถามขึ้นมา  

 

“เปล่าหรอก พอดีกำลังตักอาหารไปให้พ่อน่ะ มีอะไรรึเปล่า หรือว่าจะไปไหน” แม็คถามกลับไปทันที ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากทางฝั่งของนัน 

 

(“ไม่มีอะไร ไม่ได้จะไปไหน แค่จะโทรหาเฉยๆ กำลังจะกินอาหารใช่มั้ย”) นันถามออกมาอีก  

 

“อืม แล้วมึงหิวรึเปล่านัน ไปหาอะไรกินก่อนก็ได้นะ” แม็คบอกออกมาอย่างนึกห่วง 

 

(“ไม่เป็นไร กูยังไม่หิว ไว้กินตอนกลับทีเดียว”) นันตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ 

 

“น้องแม็คเอาเครื่องดื่มอะไรครับ เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้” เสียงของเท็นดังขึ้น ทำให้แม็คหันไปทันที 

“โอ๊ะ ขอโทษครับ ไม่รู้ว่าเราคุยสายอยู่” เท็นบอกออกมาเมื่อเห็นว่าแม็คกำลังคุยโทรศัพท์ 

 

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปเอาเองก็ได้ครับ” แม็คตอบกลับไป เท็นก็พยักหน้ารับ ก่อนที่แม็คจะหันมาสนใจคนในสายต่อ 

 

(“เสียงใคร”) นันถามขึ้นเสียงนิ่ง  

 

“ลูกชายคนรู้จักพ่อน่ะ พอดีพี่เค้ามาตักอาหารด้วยกัน” แม็คตอบกลับไป นันเงียบไปนิด  

“นันได้ยินมั้ย” แม็คนึกว่ามือถือมีปัญหา เพราะนันไม่ได้พูดอะไร 

 

(“ได้ยิน รีบตักแล้วรีบไปนั่งกินกับพ่อซะ งานเลิกค่อยโทรมาอีกที”) นันบอกกลับมา แม็ครับคำ ก่อนจะวางสายไป แล้วเขาก็รีบตักอาหารเพื่อไปนั่งทานที่โต๊ะ โดยมีเท็นเดินตามคอยช่วยอยู่ตลอด 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++++++ 

 

เมื่อแม็คกลับมานั่งที่โต๊ะกับพ่อตนเอง เท็นก็มานั่งข้างๆ และชวนคุยไปเรื่อยๆ แม็คจะถามคำตอบคำเสียมากกว่า เพื่อนๆของเท็นก็มานั่งคุยด้วยเช่นเดียวกัน จนกระทั่งพ่อของแม็คเห็นว่าสมควรได้เวลากลับ จึงหันมาหาลูกชายตัวเอง

“กลับเลยมั้ย” พ่อของแม็คถามขึ้น

“ครับ นันมันยังไม่ได้กินข้าวด้วย” แม็คพูดบอกพ่อตนเองกลับไป พ่อของเขาเลยพยักหน้ารับ แล้วหันไปลาพ่อของเท็นที่นั่งคุยเรื่องงานกันยาว

“จะกลับแล้วเหรอครับน้องแม็ค” เท็นถามขึ้น เมื่อเห็นแม็คเตรียมตัวจะกลับ

“ครับ ผมกลับก่อนนะครับ สวัสดีครับ” แม็คยกมือไหว้เท็นและเพื่อนของเท็น แล้วหันไปลาพ่อของเท็นส่งท้าย

“เดี๋ยวผมเดินไปส่งนะครับ” เท็นพูดอาสาขึ้นมา ครั้นแม็คจะปฏิเสธก็กลัวว่าจะเสียมารยาทไปหน่อย พ่อของแม็คเดินนำออกมา โดยมีแม็คกับเท็นเดินตามหลังไปติดๆ

“อ่อ น้องแม็ค พี่ขอเบอร์โทรเราหน่อยได้มั้ย เผื่อพี่มีข้อสงสัยเรื่องงานจะได้โทรไปปรึกษา” เท็นพูดขึ้น ขณะเดินออกมาจากงานพร้อมกับแม็ค ทำให้แม็คชะงักไปนิด เพราะพ่อของเท็นสนใจจะเปิดบริษัทเกี่ยวกับการรับรถจดประกอบจากต่างประเทศเข้ามาขายในไทย เลยอยากจะชวนพ่อของแม็ค มาทำธุรกิจด้วยกัน โดยการให้พ่อของแม็คเป็นฝ่ายรับอะไหล่เข้ามา แล้วขายให้กับทางพ่อของเท็นอีกที ซึ่งสามารถหาลูกค้าใหม่ที่เล่นรถจดประกอบนอกได้ด้วย พ่อของแม็คก็ขอคิดดูก่อน

**(“รถจดประกอบ”คือ “รถยนต์มือสอง”  แต่เป็นรถยนต์มือสองจากต่างประเทศ ที่นำเข้ามาในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่แล้วจะนำมาเพื่อขาย ซึ่งการนำเข้ามานั้นไม่ได้นำเข้ามาแบบทั้งคัน หากแต่จะต้องแยกชิ้นส่วน แล้วนำเข้ามาสำหรับรถจดประกอบส่วนใหญ่ที่นำเข้ามาเพื่อขายนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็น รถหรู หรือ Supercar แทบทั้งสิ้น) 

 

“คือ..เบอร์โทรที่ไทยผมจำเบอร์ตัวเองไม่ได้น่ะครับ เพราะปกติจะใช้เบอร์ตอนอยู่ต่างประเทศเสียมากกว่า” แม็คตอบกลับไป  

 

“งั้นแม็คยิงเบอร์เข้ามาในเครื่องพี่ได้มั้ย” เท็นพูดขอออกมาต่อ ใจจริงแม็คไม่อยากจะให้ แต่ก็ไม่อยากเสียมารยาท เขาจึงเอามือถือตนเอง โทรเข้าเบอร์ของเท็นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เท็นยิ้มรับออกมาทันที เมื่อได้เบอร์ของแม็คแล้ว เมื่อเดินลงมาถึงล็อบบี้ แม็คก็มองหานันทันที ก็พบว่านันนั่งรออยู่ที่เดิม พ่อของแม็คกับแม็คจึงไม่ต้องโทรหา  

 

“นัน กลับกันเถอะ” พ่อของแม็คพูดขึ้น นันจึงเงยหน้ามามอง ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นชายหนุ่มอีกคนเดินมาพร้อมกับแม็คด้วย เท็นมองนัน แต่ไม่ได้สนใจอะไร 

 

“ขอบใจนะเท็น ที่เดินมาส่งอากับแม็ค” พ่อของแม็คพูดออกมา เท็นยกมือไหว้พ่อของแม็คทันที 

 

“ไม่เป็นไรครับ ลาอีกครั้งครับ” เท็นยกมือไหว้พ่อของแม็คส่งท้าย นันก็มองหน้าแม็คนิ่งๆ ส่วนแม็คเองก็ยืนหน้าเครียดเล็กน้อย ก่อนจะยกมือไหว้เท็น เท็นยิ้มรับทันที 

“ไว้เจอกันนะครับน้องแม็ค” เท็นพูดกับแม็ค  

 

“ครับ” แม็คตอบรับแค่นั้นแล้วรีบเดินมาหานัน นันไม่ได้พูดอะไร แต่เดินออกจากโรงแรมทันที โดยมีพ่อของแม็คและแม็คเดินตามไป  

 

“อย่าทะเลาะกันนะ คุยกันดีๆ” พ่อของแม็คพูดดักขึ้นมา เมื่อขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว เขาพอจะมองออกว่านันสงสัยเรื่องของเท็นไม่น้อย แต่ไม่ได้ถามออกมา เพราะเกรงใจเขา 

 

“ไม่ทะเลาะหรอกครับพ่อ” นันตอบกลับไป พร้อมกับมองคนข้างๆตัวเองเล็กน้อย  

 

“พ่อครับ พ่อสนใจที่คุณลุงรังสรรค์ชวนรึเปล่า” แม็คถามขึ้นมาทันที เพราะอยากให้นันรับรู้ด้วย 

 

“ก็ 50 50 ล่ะนะ เอาจริงๆมันก็น่าสน เพราะพ่อคิดว่าถ้าทำจริงๆ คงให้นันเข้ามาช่วยดูแลตรงนี้ด้วย” พ่อของแม็คพูดออกมา ทำให้นันทำหน้างง  

 

“เอ่อ พ่อ ความจริง นันมันกำลังจะทำเต็นท์รถมือสองอยู่เหมือนกัน” แม็คบอกกับพ่อตนเอง  

 

“จริงเหรอ วางแผนยังไงไว้บ้างล่ะ” พ่อของแม็คถามอย่างสนใจ นันจึงต้องเล่าโครงการที่ตนเองจะทำให้พ่อของแม็คฟัง  

“อืม ก็ดีนะ ถ้าพ่อให้แกมาดูแลในส่วนของทางนี้ด้วย แกจะทำได้มั้ยนัน” พ่อของแม็คลองถามก่อน เพราะก็อยากจะเสริมธุรกิจให้กับแม็คและนันอยู่แล้ว 

 

“ผมขอคิดดูก่อนได้มั้ยครับ เพราะรายละเอียดปลีกย่อยผมก็ยังไม่รู้ เอาไว้ผมว่างแล้วจะเข้าไปคุยกับพ่ออีกทีนะครับ” นันตอบกลับไป เพราะเขาต้องการรายละเอียดมากกว่านี้ 

 

“อืมได้สิ ว่างเมื่อไรก็เข้าไปหาพ่อละกัน พ่อเองก็ยังไม่ได้คิดจะตัดสินใจวันนี้พรุ่งนี้หรอก” พ่อของแม็คพูดขึ้น แล้วนั่งคุยกับแม็คเรื่องงานไปเรื่อยๆ จนมาถึงบ้าน พ่อของแม็คก็ลงจากรถ นันกับแม็คจึงเดินทางกลับบ้านตัวเองบ้าง 

 

“มีอะไรจะเล่ามั้ย” นันถามทันทีเมื่ออยู่กันตามลำพังสองคน 

 

“เรื่องพี่เท็นอ่ะนะ” แม็คถามกลับ นันขมวดคิ้วเล็กน้อย 

 

“จะเล่าเรื่องของใครก็เล่ามา อย่าให้ถามมาก” นันพูดเสียงเรียบ  

 

“ก็.พี่เท็นก็เป็นลูกของลุงรังสรรค์ที่ชวนพ่อทำธุรกิจนั่นแหละ” แม็คตอบกลับไป  

 

“คนที่เสียงเข้ามาในมือถือตอนที่มึงคุยกับกูใช่มั้ย” นันถามต่อแม็คก็พยักหน้ารับ 

 

“คือ..นัน พี่เค้าขอเบอร์กูไปด้วยนะ กูไม่รู้จะปฏิเสธยังไง กูบอกเค้าแล้วว่ากูจำไม่ได้ แต่เค้าให้กูยิงเบอร์เข้ามือถือเค้าแทน” แม็คตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับนัน นันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  

 

“มึงดูท่าทีมัน คิดว่ายังไง ตั้งใจจะคุยกับมึงแค่เรื่องงานรึเปล่า หรือว่ามีอะไรแอบแฝง” นันถามออกมาตรงๆ  

 

“ก็...ไม่แน่ใจว่ะ กูพูดไปมึงจะหาว่ากูหลงตัวเองมั้ยล่ะ” แม็คถามออกมาก่อน นันยกยิ้มมุมปากอย่างเยาะๆ เพราะแม็คพูดแค่นี้ เขาก็พอจะเดาได้ว่าเท็นเข้าหาแม็คในรูปแบบไหน  

 

“ไม่ต้องพูดละ กูพอจะเดาได้” นันตอบกลับมา 

 

“กูไม่ได้อะไรกับเค้านะเว้ย ตอนเดินออกมาจากงาน พี่เค้าก็อาสาเดินออกมาส่ง กูกับพ่อก็ไม่อยากเสียมารยาท” แม็คบอกให้นันรับรู้ 

 

“เออน่า กูไม่ใช่คนไร้เหตุผล” นันตอบกลับ จริงอยู่ที่เขาไม่ใช่คนไร้เหตุผล แต่มันก็มีขุ่นๆในใจบ้าง เพียงแค่ไม่อยากทำอะไรต่อหน้าพ่อของคนรักเท่านั้นเอง 

 

“มึงแวะหาอะไรกินด้วยนะ” แม็คพูดขึ้นเมื่อนึกได้ 

 

“กินในงานมาไม่อิ่มเหรอ” นันถามด้วยน้ำเสียงปกติ เขาหมดข้อสงสัยแล้วว่าเท็นคือใคร และเกิดอะไรขึ้นบ้างในงาน เพราะแม็คบอกกับเขาแล้ว 

 

“กินไปนิดเดียว ตั้งใจจะมากินพร้อมมึง” แม็คพูดเสียงแผ่วในตอนท้าย ทำให้นันยกยิ้มออกมาได้ 

 

“กินก๋วยเตี๋ยวข้างถนนละกัน” นันตอบกลับ แม็คก็ไม่คัดค้านอะไร เพราะชินเสียแล้วกับการที่นันพาเขากินข้าวข้างทางแบบนี้ นันจอดรถที่ข้างถนนใกล้ร้านก๋วยเตี๋ยว แม็คถอดสูทเอาไว้ในรถ แล้วเดินตามนันไป นันสั่งก๋วยเตี๋ยวให้แม็คโดยกำชับเจ้าของร้านเรื่องกระเทียม ทำให้แม็ครู้สึกดีที่นันเอาใจใส่เขาขนาดนี้ ทั้งสองคนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวไปด้วยกัน ก่อนจะพากันกลับบ้านเพื่อพักผ่อน นันก็งดออกไปดูสนามหนึ่งวัน เพราะวันรุ่งขึ้น เขาจะต้องพาแม็คไปหาตากับยายของเขา 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

 

 

“กูไม่ได้ซื้ออะไรมาฝากตากับยายมึงเลยว่ะ” แม็คพูดขึ้นในช่วงสายของวัน หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมาและเตรียมตัวจะไปบ้านตายายของนัน  

 

“เดี๋ยวไปหาซื้อเอาข้างหน้า” นันตอบกลับ เมื่อพร้อมแล้ว นันก็พาแม็คขับรถออกจากบ้านทันที นันพาแม็คแวะซื้อผลไม้ที่ตลาดสดติดมือไป 3 อย่าง นันโทรบอกเอื้อแล้วว่ากำลังจะเข้าไปที่นั่น ไม่นานนักก็มาถึงบ้านตากับยาของเขา เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด นันจึงเห็นบรรดาญาติๆทางแม่ของเขาเดินไปเดินมาบริเวณบ้าน แต่นันก็ไม่ได้สนใจใคร เอื้อเดินออกมารับคนทั้งสอง 

 

“อ่าว นึกว่าจะมาตอนเที่ยงซะอีก เข้ามาก่อนสิ ตากับยายรออยู่ในบ้าน” เอื้อพูดขึ้น แม็คยกมือไหว้เอื้อทันที ส่วนนันก็แค่พยักหน้าทักทายเท่านั้น พอเห็นหน้านันกับแม็ค ตากับยายของนันก็ยิ้มออกมาทันที นันกับแม็คยกมือไหว้ผู้สูงอายุทั้งสอง รวมทั้งพ่อของเอื้อที่นั่งอยู่ด้วย 

 

“สวัสดีครับคุณตาคุณยาย ผมกับนันซื้อผลไม้มาฝาก”แม็คส่งผลไม้ให้กับตายายของนัน ทั้งสองก็รีบรับทันที 

 

“จริงๆไม่เห็นจะต้องลำบากเลยลูก มานั่งก่อนสิ” ยายของนันพูดด้วยความดีใจ แม็คดันให้นันไปนั่งข้างๆยายตัวเอง นันก็ยอมไปนั่งอย่างเสียไม่ได้  

 

“เป็นไงบ้าง สบายดีกันใช่มั้ย” ตาของนันถามขึ้นมา 

 

“ผมต้องเป็นคนถามตากับยายมากกว่ามั้ง” นันพูดขึ้น ซึ่งทุกคนก็รู้ดีว่านันไม่ใช่คนพูดจาสุภาพหรืออ่อนน้อมอะไรนัก แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงอยู่ดี 

 

“นั่นสินะ ตากับยายก็มีเจ็บมีไข้บ้างตามประสาคนแก่นั่นแหละ” ตาของนันพูดขึ้นมายิ้มๆ  

 

“คุณลุงสบายดีนะครับ” แม็คหันไปถามพ่อของเอื้อบ้าง 

 

“ก็เรื่อยๆ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยน มีไม่สบายบ้าง แต่กินยาก็หายละ ว่าแต่เราเถอะ จะกลับมาไทยกี่เดือน” พ่อของเอื้อถามแม็คขึ้นมา 

 

“2 เดือนครับ” แม็คตอบกลับไป ก่อนที่ตากับยายของนันจะถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งสองคนดูดีใจที่แม็คกับนันมาเยี่ยมจริงๆ 

 

“เดี๋ยวกินข้าวกลางวันด้วยกันก่อนนะนัน” ยายของนันชวนขึ้นมา  

 

“มีอะไรกิน ไอ้แม็คมันกินยากนะยาย”นันพูดขึ้น แม็คหันมามองค้อนนันเล็กน้อย 

 

“รู้หรอก คราวก่อนเราบอกยายแล้วนี่ ว่าแม็คแพ้กระเทียม ไม่กินเผ็ดน่ะ ยายเลยให้คนทำกับข้าวสำหรับแม็คไว้ด้วย” ยายของนันบอกอย่างเอาใจ แม็คก็หันไปยักคิ้วให้นัน  

 

“ไปเอาใจมันมาก เดี๋ยวเคยตัว” นันแกล้งว่าไปอย่างนั้นเอง 

 

“พูดเหมือนแกไม่เอาใจแม็คเลยนะ เรื่องอาหารการกินเนี่ย ได้ข่าวว่าเข้มงวดน่าดู กลัวว่าแม็คจะต้องเข้าโรงพยาบาลอีกใช่มั้ยล่ะ” เอื้อได้ทีแซวน้องชายตัวเอง แม็คก็ยิ้มขำนิดๆ เพราะมันจริงอย่างที่เอื้อว่า นันค่อนข้างเข้มงวดกับอาหารที่แม็คจะกินเป็นอย่างมาก ถ้าไปกินร้านอาหารก็จะกำชับพนักงานและพ่อครัวเรื่องกระเทียม ถ้าทำกินที่บ้านก็จะหากับข้าวที่แม็คชอบมาให้ถึงปากจะบอกว่ามีอะไรก็กินไป แต่สุดท้ายนันก็เลือกแต่ของชอบของแม็คมาให้อยู่ดี  

 

“เออ ขี้เกียจไปเฝ้า” นันบอกออกมาแต่ริมฝีปากยกยิ้ม ซึ่งแม็คก็รู้ดีว่านันแกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง  

 

“สรุปว่าอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะ” ยายของนันพูดสรุปให้ นันก็พยักหน้ารับ จนมื้ออาหารกลางวันก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะไม่ได้เชิญญาติคนไหนมาร่วมทานด้วย มีเพียงตา ยาย เอื้อและพ่อของเขา รวมทั้งนันและแม็คเท่านั้นเอง พอกินข้าวอิ่ม นันก็ขอพาแม็คกลับ เพราะจะไปหาซื้อของใช้เข้าบ้านด้วย ตากับยายก็บอกให้นันเข้ามาหาบ่อยๆ นันก็รับปาก ก่อนจะพาแม็คขับรถออกมาในช่วงบ่าย 

 

“รับปากตากับยายแล้วก็อย่าลืมเข้าไปหาเค้าบ่อยๆล่ะ” แม็คพูดย้ำขณะนั่งรถออกมา  

 

“ตอนนี้มึงเป็นฝ่ายต้องเตือนกูแล้วเหรอวะ” นันพูดออกมาอย่างขำๆ  

“ฟังเพลงมั้ย” นันพูดขึ้น แล้วทำท่าจะกดเปิดเพลงในรถ แต่แม็คก็ปัดมือของนันทันที 

“อะไรของมึง” นันถามกลับ  

 

“กูเปิดเอง เดี๋ยวมึงแม่งเปิดเพลงอะไรไม่รู้มาแกล้งกูอีก” แม็คโวยขึ้นมาก่อน นันก็หัวเราะขำในลำคอ 

 

“กูจะเปิดเพลงแกล้งมึงทำไม วุ้ย มึงนี่ขัดอารมณ์กูว่ะ” นันพูดขึ้นมาอย่างขำๆ ที่แม็ครู้ทันเขาอีกครั้ง  

 

“มึงน่ะตลอดแหละ ถามจริงถ้ามึงจะเปิดเพลงในรถให้กูฟัง มึงจะเปิดเพลงอะไร” แม็คถามกลับไปอย่างข้องใจ นันก็ยิ้มขำออกมา 

 

“งัดถั่งงัด” นันพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอ แม็คทำหน้างง 

 

“ชื่อเพลง?” แม็คถามกลับไปสั้นๆ นันก็พยักหน้ารับ 

 

“เออดิ ลองฟังก่อน มึงอาจจะชอบก็ได้” นันพูดขึ้น แม็คลังเลเล็กน้อย 

 

“อ่ะ ไหนลองเปิดดิ๊” แม็คยอมให้คนรักเปิดเพลงที่ว่า เพราะเขาไม่เคยได้ยินชื่อเพลงแบบนี้เลย นันส่งมือถือที่ต่อสัญญานเข้ากับรถให้แม็ค แล้วให้แม็คเซิร์ทหาชื่อเพลงตามที่เขาบอก แม็คก็ทำตามทันที ก่อนที่เพลงจะเริ่มขึ้น ช่วงแรกแม็คก็พอเดาได้ว่าเป็นเพลงทางภาคอิสานแน่ๆ แต่พอมาถึงท่อนฮุค 

 

“งัดถั่งงัด ถั่งงัด ถั่งงัด” 

 

“โอ๊ย เพลงอะไรของมึงเนี่ยยยยยยย” แม็คโอคครวญขึ้นมาทันที พร้อมกับเสียงหัวเราะของนัน  

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++ 100%  ++++++++++++++++++++++ 

 

 

2  Be Con 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

นันควรเปิดค่ายเพลงค่ะ ฮ่าๆๆๆ 

ตอนนี้ไม่มีอะไรมากนะคะ เรื่อยๆเนอะ 

 

สำหรับใครที่อยากสนับสนุนยอนิม สามารถกดให้ดาวยอนิมได้แล้วน๊า ^ ^ 

แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะติดเหรียญนะคะ ไม่ติดค่ะ  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น