จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความทรมาณใจของนักรบ

ชื่อตอน : ความทรมาณใจของนักรบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 57

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2562 12:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความทรมาณใจของนักรบ
แบบอักษร

 

 

.................เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกของอจินไตยในตอนนี้ได้ดีที่สุด

..........

มืดสว่าง..

นี่มันที่ไหน...

จินดาพิสุทธิ์ฝืนกายลืมตา..สติสัมปชัญญะยังไม่แจ่มใสดี..

สัญชาติญาณและลางสังหรณ์..ทำให้นางต้องไขว่คว้าไปข้างกาย..รู้สึกหวงแหน..ห่วงใยคนที่รักและต้องปกป้อง..

ร่างเนียนข้างกายทำให้อุ่นใจได้เปลาะหนึ่ง..

พยายามลืมตาจนเห็นว่า..ใบหน้าใสงดงามของมุกดาราอยู่ข้างกาย..

พยายามเรียกสติสัมปชัญญะ..จนพอจะแจ่มใสได้บ้าง..

แต่..คนบางคนหายไป..

ไม่..อจินไตย..

จินดาพิสุทธิ์แทบกระโดดตัวลอย..

แรงผลุดลุกทำให้มุกดาราได้สติเช่นกัน..

สิ่งที่นางเห็นเป็นครั้งแรกหลังจากได้สติ...คือท่านพี่ริต้าที่เหงื่อกาฬแตกทะลัก..กระวนกระวายเป็นที่สุด..

“..ท่านพี่..ท่านเป็นไปไป..”มุกดาราถาม..และพยายามกอดร่างนั้น..

ท่านพี่ร่างสั่นระริก..ไม่เคยหวาดกลัวเท่านี้..

“..มุกดารา..อจินไตย..อจินไตย..นางไม่อยู่..นาง..นาง..”

เหมือนลางสังหรณ์จะทำให้มุกดาราเริ่มหวาดวิตกเช่นกัน..

“..ท่านพี่..เยือกเย็นไว้..ท่านพี่อจินไตยอาจจะอยู่อีกห้องขังหนึ่ง..”

“..ไม่..ไม่.”จินดาพิสุทธิ์หวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด..

มุกดารามองไปรอบ ๆ ..นี่เป็นห้องขัง..ใช่..ห้องขัง..ลูกกรงไม้ใหญ่แข็งแรง..ประตูมีโซ่ล่ามด้วยกุญแจใหญ่..ยากจะตีหักออกไปได้..พื้นปูด้วยฟางหญ้าแห้ง..

สิ่งที่รู้สึกก่อนจะสิ้นสติ..คือ..พวกนางรู้สึกถึงอันตราย..แต่มันสายเกินไป..

น่าจะเปลือยกายอยู่ด้วย..แต่..เวลานี้..นางกับท่านพี่ริต้าสวมผ้าคลุมขาว..เชื่อว่า..ด้านในไม่มีอะไรเลย..

จินดาพิสุทธิ์ร่ำร้อง..มีลางสังหรณ์ที่อัปมงคลเกี่ยวกับอจินไตย..

แต่เพียงเท่านี้..ไหนเลยจะมีใครใส่ใจ..นอกจากคนข้างกายอย่างมุกดาราเท่านั้น..

ท่านพี่ริต้ารักท่านพี่อจินไตยมาก..แม้จะดูเหมือนสหายรักกันในบางขณะ..แต่จริง ๆ ..ท่านพี่ริต้ารักท่านพี่อจินไตยที่สุด..

รักจนสติแตกหากจะหวาดกลัวถึงอันตรายซึ่งอาจจะเกิดกับอีกคน...

“..ท่านพี่..”มุกดาราไม่ทราบจะพูดอย่างไรดี.. “..ท่านช่วยตั้งสติ..ช่วย..”

แต่อาการกระวนกระวายทุรนทุราย..ทำให้มุกดาราต้องทำในสิ่งที่ปรกติจะไม่เคยคิดจะทำ..

นางตบสามี..ตบที่ใบหน้าดังฉาด..

มีแต่สิ่งนี้..ที่จะช่วยให้ท่านพี่สงบได้..

จินดาพิสุทธิ์ชะงัก..ไม่เคยคิดว่า..มุกดาราจะตบหน้าตนเอง..

นางยังเขย่าที่ไหล่..พูดอีกว่า..

“..ท่านพี่..ท่านต้องตั้งสติ..ตั้งสติให้สมกับที่เป็นท่านพี่..”

จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจ..เยือกเย็นลง..

ก่อนจะหลับตา..

หลับตาพริ้ม..มีแต่การเดินจิตสูญญตา..ถึงจะทำให้ใจสงบได้..

นานจนจินดาพิสุทธิ์ลืมตาอีกครั้ง..

“..มุกดารา..พวกเราพลาดท่าถูกจับทั้งที่นอนอยู่ในห้องนอนของข้าเอง..”

“..สมควรจะมีสิ่งที่เรานึกไม่ถึง..เป็นเพราะเราสามคนมัวแต่เพลิดเพลินในรสรัก..จนเกิดความประมาท..ท่านพี่..ข้าเสียใจที่ข้าเองก็ขาดความรอบคอบไม่สมกับเป็นผู้ฝึกวิชาการต่อสู้..”

เรื่องเหล่านี้..ใครจะกล้าโทษมุกดาราได้เล่า..

จินดาพิสุทธิ์..มองดูร่างกายตัวเอง..

“..น่าละอายนัก..นี่เราเปลือยอยู่..”

“..มีแต่ผ้าที่คลุมกายเพียงเท่านี้..”

“..อจินไตยเล่า..ทำไม..”.

จินดาพิสุทธิ์พยายามครุ่นคิดความเป็นไปได้..ก่อนจะสรุปออกมาอย่างรวดเร็ว..

“..ว่ากันตามตรง..อจินไตยเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา.และศัตรูเราจับกุมบิดาและลุงของนางไป..ดังนั้น..เป็นไปได้ที่นางจะหายตัวไปเนื่องจากเกี่ยวกับบิดาและลุงของนาง..”

ไอเย็นยะเยือกทำให้จินดาพิสุทธิ์เป่าปาก..

“..ความเย็นนี่..คล้ายกับ..ใช่..เราเคยเผชิญกับความเย็นเช่นนี้มา..นี่เป็นยอดเขาสูง..”

มุกดาราแตกตื่น..

“..ยอดเขาสูง..หรือว่า..”

“..นี่ควรจะเป็นยอดเขามัชฌิมาเทือกเขาปัญจา..แคว้นอุตระ..แหล่งกบดานของพวกมัน..”

พลางฉุกคิด..เดินพลังวาโยธาตุ..แต่..พลังแตกซ่านไม่เป็นท่า..

มุกดาราก็สูดลมหายใจ..ก่อนจะส่ายหน้า..

“..พวกมันวางยาเรา..ไม่ให้ใช้พลังได้..ท่านพี่..เวลานี้..เราไม่มีทางทำอันใดได้เลย..”

ห้องขังเพียงแค่นี้ไหนเลยจะทานทนการอาละวาดของจินดาพิสุทธิ์และมุกดาราได้..หากศัตรูคาดเดาความสามารถและพลังของพวกนางออก..ย่อมจะต้องป้องกันไว้ก่อน..

เดิมที..สามเจ้าหญิงก็หมดแรงเพราะรสสวาทจนอยากจะนอนกันคนละหลาย ๆ งีบ..การจะจัดการให้อ่อนล้าต่อเนื่องจนใช้พลังไม่ได้.ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็น..

จินดาพิสุทธิ์พูดขึ้นว่า..

“..มุกดารา..ข้ากังวลเกี่ยวกับอจินไตย..เกรงว่า..”

“..ท่านพี่อจินไตยต้องไม่เป็นอะไร..”

แต่นี่เป็นเพียงคำปลอบใจเท่านั้น..

เพราะว่า..ในความมืด..ร่างตะคุ่มสามร่างปรากฏขึ้น..

หนึ่งในสามคืออจินไตยที่ถูกหิ้วปีก..สภาพร่างกายยับเยิน..

เลือดเกรอะกรัง..ใบหน้าบวมปูด..ปากแตก..ตาเขียว..

ประตูห้องขังเปิด..ร่างของนางถูกโยนเข้ามา..

จินดาพิสุทธิ์ตาแดงฉาน..

“..พวกแกทำอันใดนาง..ทำอันใดนาง..”

คนที่หิ้วปีกอจินไตยหัวเราะ..

“..นี่ต้องโทษบิดานางแล้ว..”

ประตูห้องขังปิดดังเดิม..

จินดาพิสุทธิ์รีบประคองร่างเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยา..

พลิกกายขึ้น..นางเหมือนจะได้สติ..บ้วนเลือดเป็นฟองออกมา..ดวงตามีประกายแตกซ่าน..

นางคิดจะพูดอันใด..แต่พูดไม่ออก..

จินดาพิสุทธิ์เจ็บปวดจนแทบจะตาย..ลูบศีรษะนาง..

“..อจินไตย..อจินไตย..ใครทำแบบนี้กับเธอ..”

ในที่สุดอจินไตยก็พูดว่า..

“..ริต้า..ฟังฉัน..มีแต่ทางนี้ทางเดียวที่จะขัดขวางความต้องการของมันได้..ฉันเจอท่านพ่อแล้ว..พวกมันขู่จะฆ่าฉัน..หากท่านพ่อไม่ยอมทำตามในสิ่งที่พวกมันต้องการ..แต่เราเป็นชาวแคว้นสนธยา..รู้ผิดถูก..รู้ดีชั่ว..รู้ควรไม่ควร..ฉันบอกว่าฉันยอมตาย..แต่คนบงการชุดม่วงกับพิรุณเลือดร้ายกาจนัก..พวกมันบอกกับท่านพ่อว่า..จะทนดูลูกสาวคนเดียวต้องถูกทรมาณไปได้สักเท่าไหร่..แล้วพวกมันก็ทรมาณฉันต่อหน้าท่านพ่อ..”

เล่าเพียงนี้..จินดาพิสุทธิ์หัวใจก็แทบจะแหลกสลายแล้ว..

อจินไตยพูดอีกว่า..

“..ทรมาณจนสลบ..และพวกมันจะข่มขู่ท่านพ่ออีก..โดยให้ฉันถูกทรมาณอีก..ริต้า..ฟังฉันนะ..มีทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างลงตัว..เธอหรือมุกดาราต้องฆ่าฉัน..หากฉันตายสักคน..ท่านพ่อก็จะไม่ยอมทำตามคำขู่ของพวกมันตลอดกาล.”

จินดาพิสุทธิ์ตรวจดูอาการของอจินไตย..ก่อนจะน้ำตาหลั่งไหล..

“..เธอเจ็บขนาดนี้..”

“..ริต้า..ฟัง..ถ้าท่านพ่อทำตามที่มันต้องการ..ท่านจะต้องเสียชีวิต..จากนั้น..ท่านลุงหรือฉันก็จะต้องทำตามความต้องการขั้นต่อไปของพวกมัน..ซึ่งจะต้องใช้เธอหรือมุกดาราเพื่อข่มขู่..ต้องถูกทรมาณปางตายเหมือนกับที่ฉันโดน..ริต้า..ฉันไม่อยากให้เธอกับมุกดาราโดนแบบนี้..ดีที่สุด..เธอฆ่าฉันเสีย..ฆ่าสิ..ทำสิ..มุกดารา..ทำเลย..”

จินดาพิสุทธิ์ไม่มีเวลาสงสัยหรือทำความเข้าใจ..นางร่ำไห้อย่างเจ็บปวดใจ..ร่างปางตายของอจินไตย..ก็ทำให้หัวใจนางแหลกสลายแล้ว..

มุกดารากลับนิ่งขรึม..

จินดาพิสุทธิ์ถูกผลักร่างออก..

“..ท่านพี่..”มุกดาราพูด.. “..ข้ากับท่านพี่ริต้าไม่มีเรี่ยวแรงจะทำวิธีอื่น..ทางเดียวที่จะฆ่าท่าน..คือรัดคอให้ตาย..”

อจินไตยพยักหน้า..

“..มุกดารา..นี่คือคำขอร้องครั้งสุดท้าย..ดูแลริต้าด้วย..”

“..ข้าจะทำตามที่ท่านพี่ขอร้องจนสุดความสามารถ..”

แม้เสียงจะเยียบเย็นเคร่งขรึม..แต่มุกดาราก็หลั่งน้ำตาออกมา..

จินดาพิสุทธิ์เวลานี้เรี่ยวแรงน้อยกว่ามุกดารามากมายนัก..อดร่ำร้องไม่ได้..

“..มุกดารา..ท่านจะทำอะไร..”

“..ท่านพี่..”มุกดาราเสียงเครือ..ฉีกชายผ้าควั่นเป็นเชือก.. “..ท่านไม่ทราบอันใดเพราะไม่ได้ฝึกการรบอย่างช่ำชองเช่นข้า..หาไม่ท่านจะดูออก..การปลิดชีพท่านพี่อจินไตย..เป็นสิ่งที่สมควรจะกระทำที่สุดแล้ว..”

นางพูดว่า..

“..นักรบพร้อมจะปักดาบที่ขั้วหัวใจเพื่อนร่วมศึกเพื่อให้สิ้นทรมาณ..ข้าจำเป็นต้องทำเช่นนั้น..”

พูดจบก็เปลื้องผ้าขาวของอจินไตยออก..

จินดาพิสุทธิ์นิ่งงัน..

ร่างกายของอจินไตยเต็มไปด้วยบาดแผล..และบาดแผลที่เห็น..ก็มีมากพอที่จะทำให้นางตายได้แล้ว..

ที่อยู่มาจนป่านนี้..นับว่าปาฏิหาริย์มาก..

มุกดาราเสียงเครือ..

“..ข้ารักท่านพี่อจินไตยไม่น้อยไปกว่าท่าน..แต่ข้าจำใจต้องทำการสังหารด้วยเมตตา..ความตายคือสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะมอบให้ท่านพี่อจินไตยได้แล้ว..ข้ารู้ว่า..ท่านคงไม่อาจจะกระทำในสิ่งนี้ได้..เพราะท่านพี่อจินไตยคือคนที่ท่านรักที่สุด..ข้าก็เช่นกัน..แต่ข้าจะยอมทรมาณใจทุกคืนวันเมื่อนึกถึงวันนี้..ดีกว่าจะให้ท่านพี่ต้องเจ็บปวดทรมาณมากกว่าที่เห็น..จนตายไปในที่สุดเช่นเดียวกัน..”

นางคล้องเชือกควั่นจากผ้า..รัดคออจินไตย..น้ำตาหลั่ง..มือสั่นระริก..

อจินไตยไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะเช็ดน้ำตาให้มุกน้อย..

“..มุกน้อย..ริต้า..พวกเธอคือความทรงจำที่สวยงามที่สุดของฉัน..”

จินดาพิสุทธิ์ร่ำร้อง..

“..ไม่..”นางอยากจะห้ามปราม..แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้า..คือสิ่งที่ทรมาณหัวใจของนางที่สุด..

มุกดารารัดเชือกที่คอของท่านพี่อจินไตยแน่นขึ้น..

มือนางสั่นระริก..

อจินไตยยิ้มให้มุกดารา..และเหลือบมองจินดาพิสุทธิ์..ก่อนจะยิ้มเช่นเดียวกัน..

“..ลาก่อน..ริต้า..มุกน้อยของฉัน..”

นางหลับตาลง...

ในขณะที่เชือกรัดแน่นทุกที..

ความตายใกล้เข้ามา..แต่ก็เป็นความตายที่นางต้องการ..เพราะต่อให้ต้องอยู่ต่อ..ก็ต้องตายอยู่ดี..

ในความจริง..นางเจ็บจากการทรมาณ..อย่างที่ควรจะตายไปแล้วสองสามรอบ..

บาดแผลที่ได้รับ..ควรถึงแก่ชีวิต..แต่นางก็ยังไม่ตาย..

นางโดนแทงสามจุด..หนึ่งจุดทำลายหัวใจ..หนึ่งจุดทำลายตับ..อีกหนึ่งจุด..ทำลายกระเพาะอาหาร..

เลือดที่หลั่งไหล..นางสมควรจะตายไปนานแล้ว..

อย่าว่าแต่ก่อนหน้า..นางถูกแทงแขนขาทั้งสี่..ใช้ดาบเชือดเฉือนร่างกายให้เจ็บปวด..ต่อยใบหน้าทุบตีอย่างแรงตามร่างกาย..กระดูกหัก..แตก..แหลกไปบางท่อน..

เหมือนพวกเห็นว่านางยังไม่ตาย..จึงทำร้ายนางมากขึ้น..แต่นางก็ไม่ตาย..

แต่เหตุที่นางไม่ตาย..เพราะคน ๆ หนึ่งอยู่ได้ด้วยลมปราณ..และลม..คือวาโยธาตุที่นางได้พลังของมันมาจากสายรัดเอวแห่งวาโย..

แม้นางจะไม่ได้สวมสายรัดเอว..แต่วาโยหรือลม..คือส่วนหนึ่งของนางไปแล้ว..

เพราะลม..นางจึงยังไม่ตาย..

แต่นางต้องการตาย..เพราะความตาย..จะทำให้คนเหล่านี้..ใช้นางข่มขู่บิดานางไม่ได้..

การรัดคอ..อาจจะทำให้นางตาย..เพราะนางจะขาดลม..

ลมคือชีวิต..นางคงได้ตายสมใจ..

วูบหนึ่ง..อจินไตยกลับนึกถึงคนสองคน..

ริต้า..มุกดารา..

ทำไม..ความตายถึงทำให้สงบใจ..หยุดคิดถึงพวกเธอไม่ได้แม้แต่น้อยนิด..

เพราะฉันรักเธอทั้งสองมากใช่ไหม..

ความรู้สึกหนึ่งแย้งขึ้นมา..นางไม่อยากตาย..

หากตายทั้งที่ยังห่วงใย..ยังคิดถึง..จะตายตาหลับไหม..

ความรู้สึกขัดแย้งทำให้นางทุรนทุราย..

ไม่..ฉันไม่ควรจะรักพวกเธอ..เพราะความรัก..ทำให้ฉันยังมีชีวิต..

แต่..เวลานี้..ฉันต้องตายสิ..ต้องตาย..

ขณะที่ทุรนทุรายไปกับความทรมาณ..เสียงเพลงหนึ่งดังขึ้น..เป็นเพลงที่ไพเราะแต่หดหู่นัก..

เพลงนี้ทำให้ใจของอจินไตยเริ่มสงบ..

ไม่เคยได้ยินเสียงเพลงอันใดเป็นแบบนี้..

เพลงอะไรนะ..

เพลงที่ทำให้เราลืมเลือนทุกสิ่ง..พร้อมจะตายอย่างสงบ..ไม่น่าเชื่อ..เพียงแค่เพลงนี้..กลับทำให้เราสงบใจลงได้

แว่บหนึ่งของความรู้สึก..นางนึกถึงความว่างเปล่า..

ใช่..ไม่ว่าจะอย่างไร..สักวันหนึ่ง..เราต้องพบกับมัน..ความว่างเปล่า..

พลังอากาศมนตรา..คือความว่างเปล่า..

อจินไตยนึกถึงสิ่งที่ริต้าสอนนางในถ้ำแห่งอากาศธาตุ..สอนวิธีกำหนดสมาธิ..สร้างความว่างในจิต..

เพลงที่ประหลาด..กลับทำให้ใจสงบ..และเคลื่อนจิตไปสู่ความว่างเปล่าได้ง่ายดายแท้

ว่าง..ว่างเปล่า..ว่างดุจอากาศธาตุ...

ทำไม..ทำไมเราถึงรู้สึกสงบเช่นนี้...

สงบเหลือเกิน..

.......

มุกดาราฟุบหน้าลง..นางพังทลายไปแล้ว..

นางรัดคอท่านพี่อจินไตยของนางจนแน่นิ่ง..

นางฆ่าคนที่นางรัก..เพราะความตาย..เป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับอจินไตยในเวลานี้..

นางเจ็บปวดยิ่งกว่าเจ็บปวด..ใครจะทราบ..ในชีวิตหนึ่ง..นางต้องฆ่าคนที่นางรักกับมือนางเอง..

อ้อมกอดของท่านพี่จินดาพิสุทธิ์..มีไว้ให้กับเรา..

จินดาพิสุทธิ์กอดนาง..สีหน้าราบเรียบ..น้ำตายังไหลไม่หยุด..

มุกดาราต้องแบกรับความเจ็บปวดที่ยิ่งกว่าที่จินดาพิสุทธิ์ได้รับ..นางต้องฆ่าคนที่นางรักที่สุด..

“..ท่านพี่.ท่านพี่..ข้า..ข้าทำอันใดลงไป..ไฉน..ข้าถึงทำเช่นนี้..”

จินดาพิสุทธิ์ไม่ตอบ..เพราะนางพูดอะไรออกมาไม่ได้..มันจุกที่ลำคอ..ตื้อไปหมด..

นางหลับตา..มุกดาราก็หลับตา...ต่างคิดใคร่ตายในเวลานี้..

ทำไมคนที่มีชีวิตอยู่ถึงเจ็บปวดที่สุด..เจ็บปวดเหลือเกิน...

นานจนทั้งสองลืมตาขึ้นอีกครั้ง...แต่สิ่งที่ประหลาด..คือ..พวกนางไม่คิดว่ามีคนอื่นนอกจากพวกนางอยู่อีกด้วย..

คนสองคนที่ปรากฏขึ้นทำให้จินดาพิสุทธิ์ประหลาดใจ..แม้จะยังเสียใจอยู่..

“..นายแม่..ท่าน....”

นายแม่ของนางมาแล้ว…มาพร้อมสตรีชุดดำ..หน้าตาละม้ายคล้ายนายแม่เป็นที่สุด..ละม้ายกว่านางซึ่งเป็นลูกแท้ ๆ เสียอีก..

แม่ทัพแมวหลวงนั่งอยู่ข้างร่างของอจินไตย..บนร่างของนาง..มีของสองสิ่ง..

หนึ่งคือ..สายรัดเอวสีเขียวแห่งวาโยธาตุ..

ไม่ว่าจะรีบร้อนปานไหน..แม่ทัพแมวหลวงก็ไม่ลืมของสำคัญชิ้นนี้...

และอีกสิ่งหนึ่ง..ก้อนผลึกที่ได้มาจากถ้ำแห่งอากาศธาตุ..ที่ผู้เฒ่าไร้ตัวตนกำนัลให้แม่ทัพแมวหลวง..

แม่ทัพแมวหลวงถอนหายใจ..

“..อจินไตยทำไมถึงเป็นแบบนี้..”

มุกดาราน้ำตานอง..พูดเสียงฟูมฟาย..

“..ข้า..ข้าฆ่าท่านพี่..ข้าเป็นคนฆ่าท่านพี่กับมือ..นายแม่..ท่านโปรด..โปรดสังหารข้าเสีย..ข้าไม่อยากจะทรมาณใจเช่นนี้อีก..”

จินดาพิสุทธิ์โอบศีรษะมุกดาราไว้..

นางทำร้ายความรู้สึกตัวเอง..แต่ก็ดีกว่าให้จินดาพิสุทธิ์ต้องรู้สึกผิดบาปไปชั่วชีวิต..

สิ่งหนึ่งที่ปรากฏขึ้นในเวลานี้..คือแสงสว่างที่มาจากก้อนผลึก...

ไฉนถึงเปล่งแสงได้..

สีหน้าของอจินไตยเหมือนยังหลับพริ้ม..ไม่คล้ายเป็นคนตาย..ทั้งที่ร่างอาบไปด้วยเลือด...

แต่นางไม่หายใจแล้ว...

แม่ทัพแมวหลวงส่ายหน้าอย่างหดหู่..

“..คนอย่างลูกย่อมต้องไม่ทำเช่นนี้โดยไม่มีเหตุ..นางต้องการพ้นทรมาณ..ลูกมุกดารา..ลูกถือว่าจำเป็นต้องทำเพื่อคนที่ลูกรัก..”

จินดาพิสุทธิ์พูดขึ้นว่า..

“..นายแม่..ริต้าไม่ทราบว่าท่านกับพี่สาวท่านนั้นปรากฏกายขึ้นมาตรงนี้ได้อย่างไร..ได้โปรด..ทำให้ริต้าฟื้นคืนพลังด้วยเถิด..”

“..ริต้า..”แม่ทัพแมวหลวงอุทาน..

ตั้งแต่ริต้ายังเล็ก..ไม่เคยเลยสักครั้งที่ริต้าจะมีแววตาเช่นนี้..

จินดาพิสุทธิ์พูดขึ้นว่า..

“..ลูกจะฆ่าพวกมัน..ต่อให้จะต้องตาย..ลูกก็ต้องฆ่าพวกมัน..”

น้ำตาแทบจะแห้งเหือด..

เพราะเวลานี้..จินดาพิสุทธิ์เหมือนไม่ใช่จินดาพิสุทธิ์คนเดิมอีกต่อไป...

....

ห้องสลัว..

ห้องนี้คือห้องที่พิรุณเลือดและคนบงการชุดม่วงอยู่พร้อมกับร่างสองร่างที่ถูกมัดตรงหน้า..

เจ้าแคว้นอสงไขยแห่งแคว้นสนธยาและเจ้าเมฆแดงแห่งตำหนักชิงพลบ....

เหมือนต่างคนต่างอยู่..เพราะคนบงการชุดม่วงกำลังพูดคุยกับพิรุณเลือด...ไม่ใส่ใจสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นสนธยา..และเจ้าแคว้นอสงไขยกำลังนิ่งงันไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า..จนเจ้าเมฆแดงต้องปลอบประโลม..

ใช่..การทรมาณอจินไตยต่อหน้าเจ้าแคว้นอสงไขย..ช่างทำร้ายความรู้สึกของผู้เป็นบิดายิ่งนัก..

เจ้าเมฆแดงถอนหายใจ..

“..อจินไตยนางเข้มแข็งนัก..สมกับเป็นบุตรีของท่าน..”

อสงไขยดวงตานิ่งแน่วแน่...

“..นางเจ็บจนไม่เป็นผู้เป็นคน..ข้าคิดว่า..นางต้องตายไปแล้วแน่นอน..แต่เพราะเหตุใด..นางจึงยังไม่ตาย..”

“..ในใจท่านคงเจ็บปวดยิ่งกว่า..”

“...ยิ่งนางไม่ตาย.พวกมันยิ่งทรมาณนางมากยิ่งขึ้น..หากเปลี่ยนเป็นข้า..คงตายไปสามรอบแล้ว.”

เสียงหัวเราะดังขึ้น..

คนบงการชุดม่วงเดินเข้ามา..พูดขึ้นว่า..

“..ตราบใดที่ยังมีลม.นางจะยังไม่ตาย..นี่เป็นสาเหตุที่นางอดทนกว่าคนทั่วไป..วิธีฆ่านางก็แค่ให้นางขาดลมหายใจ..แต่ข้าจะไม่ฆ่านาง..เพียงแต่ยินดีจะทรมาณนางไปเรื่อย ๆ ..จนกว่าท่านจะทำตามสิ่งที่ข้าต้องการ..”

เจ้าแคว้นอสงไขยแค่นเสียง..

“..ไม่ว่าอย่างไร..นางก็ต้องตาย..ท่านส่งนางไปขังรวมกับสามีนาง..นางต้องให้จินดาพิสุทธิ์ฆ่าตัวนางเองแน่นอน”

“..ข้ารู้จักจินดาพิสุทธิ์ดี..คนอย่างนางจะไม่ฆ่าใคร..ยิ่งเป็นคนที่นางรัก..ยิ่งไม่มีทาง..”

ผู้บงการชุดม่วงเอามือไพล่หลัง...พูดว่า..

“..การส่งนางไปขังรวมกัน..จะยิ่งทำลายขวัญ..ทำให้เจ็บปวด..และข้อสำคัญ..ตัวของอจินไตยเองจะทราบว่า..ท้ายสุด..สามีนางและมุกดารา..จะไม่มีทางรอดพ้นเฉกเช่นเดียวกับนาง..ความสิ้นหวัง..ทำลายกำลังใจเช่นนี้..ย่อมจะมีผลต่อการตัดสินใจของนางแน่นอน..”

เขาหัวเราะ..

“..อจินไตยอาจจะยอมตายไม่ยอมสยบ..และการสูญเสียนี้มีผลต่อความรู้สึกของจินดาพิสุทธิ์กับมุกดาราแน่นอน..พวกนางคงจะมีความคิดอ่านหลายประการ..แต่ไม่ควรจะทอดทิ้งความรักระหว่างกัน..นี่คือจุดอ่อนของพวกนาง..”

เจ้าแคว้นอสงไขยแค่นเสียง..

“..ท่านประเมินคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาต่ำไปแล้ว..”

เขาพูดอีกว่า..

“..ท่านเหมือนเป็นชาวแคว้นสนธยา..แต่ก็คล้ายไม่ใช่..เพราะหากท่านเป็นชาวแคว้นสนธยา..ท่านจะทราบว่า..ท้ายที่สุดแล้ว..ในความคิดของพวกเรา..คืออะไร..”

ผู้บงการชุดม่วงขมวดคิ้ว..

เจ้าแคว้นอสงไขยแค่นเสียงอีก..

“..พวกเรามีอำนาจหยั่งรู้..และอำนาจนี้..ฝึกฝนให้ตัวเรา..ทำในสิ่งที่ควรทำมากกว่าใช้ความรู้สึกเข้าตัดสินใจ..”

อำนาจหยั่งรู้หรือ..

ผู้บงการชุดม่วงส่งจิตหยั่งรู้ของชาวแคว้นสนธยาออกไป..ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย..

สิ่งที่รับรู้..เขารู้แต่ว่า..สามเจ้าหญิงทั้งหวาดกลัว..ทั้งเสียขวัญ..อ่อนแอถึงที่สุด..

“..ท่านคงผิดแล้วล่ะ..ท่านเจ้าแคว้น..”

จิตหยั่งรู้ของเจ้าแคว้นสนธยากลับหยั่งรู้ถึงสิ่งที่อจินไตยให้มุกดารากระทำ..คือ..รัดคอนางเสีย..

แต่ไฉน..จิตหยั่งรู้ของชาวสนธยาทั้งสอง..จึงหยั่งรู้ไม่เหมือนกัน..

ผู้บงการชุดม่วงคร้านจะพูดคุยต่อปากต่อคำกับเจ้าแคว้นสนธยาอีก..

เขาคิดว่า..รอให้อจินไตยพักฟื้นสักระยะ..จะนำตัวกลับมาทรมาณอีก..เคี่ยวกรำความรู้สึกของเจ้าแคว้นสนธยาไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะยอมจำนน..

เขาหันไปทางพิรุณเลือด..แต่แล้วก็ขมวดคิ้ว..

นางหายไป..

ทำไมนางถึงหายไป..อย่างน้อยควรจะมีสุ้มเสียงบอกกล่าว..

แต่แล้ว..เขาก็รู้สึกถึงความผิดปรกติของสภาวะแวดล้อม..

สถานที่ยังคงเดิม..แต่บรรยากาศประหลาดนัก..ราวกับเป็นคนละที่..

เขาหันมองไปรอบ ๆ ..แต่พอหันกลับมาทางเดิม..ก็เผชิญหน้ากับใครคนหนึ่ง..

นางมาแล้วหรือ..

แม่ทัพแมวหลวง....

ผู้บงการชุดม่วงแค่นเสียง..

“..นี่เป็นลูกเล่นใดของท่าน..แม่ทัพแมวหลวง..ไฉน..”

แม่ทัพแมวหลวงแค่นเสียง..

“..ได้เวลาสะสางกันแล้วใช่ไหม..”

นางจ้องมองร่างที่ปิดบังใบหน้าด้วยหมวกปีกกว้าง..

“..ฮัล..เวสท์..”

ผู้บงการชุดม่วงชะงัก..ก่อนจะแค่นหัวร่อ..ปลดหมวกปีกกว้างออก..

ใช่..เขาคือ.ฮัล เวสท์..ผู้นำแห่งองค์กรอิคลิปส์..ในมิติบ้านเกิดของแม่ทัพแมวหลวง..

แต่เขาไม่ควรจะเก่งกาจปานนี้..ลึกซึ้งปานนี้..และควบคุมเทวีแวมไพร์หรือพิรุณเลือดได้..

ในมิติบ้านเกิด..ฮัล..เวสท์โคลนนิ่งตัวเองไว้หลายร่าง..แต่ท้ายสุดทุกร่างก็ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของเทวีแวมไพร์..ไฉนในมิติของเทพอสูร..ถึงกลับตาลปัตรได้ขนาดนี้..

“..ท่านเจ้าสำนักสูญญตา..มรกต อิทธิวงศ์..หรือแคท..บอกตรง ๆ ..ผมไม่คิดว่าคุณจะใช้ชื่อแม่ทัพแมวหลวงในมิติแห่งเทพอสูรแห่งนี้..”เขาพูดอย่างเย้ยหยัน

แม่ทัพแมวหลวงสงบนิ่ง...ฮัล เวสท์หรือผู้บงการชุดม่วงพูดขึ้นว่า..

“..ผมเสียอีก..ที่ใช้นามว่า..ปราชญ์ม่วงคราม..ซึ่งผมว่า..มันดูดีกว่ามาก..”

มารร้ายแห่งแผ่นดินเทพอสูร..กลับพูดจาไร้สาระปานนี้..

แคทหรือแม่ทัพแมวหลวงดัดนิ้วมือ..ก่อนจะพูดว่า..

“..ก่อนที่เราจะต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง..บอกได้ไหมว่าทำไม..คุณถึงมาเป็นปราชญ์ม่วงครามอยู่ที่นี่..”

“..แคท..คุณเข้าใจว่า..ฮัล เวสท์ในโลกของคุณเป็นใคร..มีความเป็นมาอย่างไรล่ะ..”

แคทขมวดคิ้ว..

สายตาของสองสุดยอดฝีมือแห่งสองโลกจ้องกันแน่วแน่...

.......

ในขณะเดียวกัน..

เทวีแวมไพร์เรนี่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงไปของสภาพแวดล้อม..ซึ่งจู่ ๆ ก็เหมือนจะแตกต่างไปจากเดิม..ทั้งที่อยู่ที่เดิม..และรอบข้างยังดูเหมือนเดิม..

นางอดสยิวกายไม่ได้..เพราะมันเป็นความคุ้นเคยที่ห่างมานานนักหนาแล้ว..

ม่านมิติที่แอบเร้นแนบสนิทกับมิติเดิม..

นางเคยมีพลังอำนาจเข้าออกม่านมิตินี้อย่างอิสระ..แต่บัดนี้..พลังอำนาจได้หายไปเพราะข้อจำกัดในการอยู่ในแคว้นของเทพอสูร..

และแน่นอน..แม้จะมีอำนาจมากขึ้น..แต่อำนาจเกี่ยวกับการก้าวผ่านมิติ..เป็นอำนาจที่ยังต้องถูกผู้บงการชุดม่วงกักไว้เนื่องเพราะความไม่วางใจ..

ให้ตาย..ใครดึงเรามาที่นี่..

หรือว่า..

“..สาวเสียงเทพ..เธออยู่ที่นี่ได้อย่างไร..”นางอดร้องออกมาไม่ได้..

“..ฉันควรจะถามเธอ..ว่า..เธอทำไมถึงกล้าอาละวาดที่นี่..”

เสียงนั้นทำให้พิรุณเลือดหรือเทวีแวมไพร์สะท้านร่าง..

นี่ไม่ใช่สาวเสียงเทพที่ชื่อ..ป้อน..หรือชื่อจริงคือปัทมา อริยนรีวงศ์..คนที่มีแวมไพร์บอดี้การ์ดอย่างสอง..ทวิลักษณ์ อิทธิวงศ์เคียงข้าง..

ร่างในชุดดำ..ใบหน้าที่คลับคล้ายแคท..ปรากฏตรงหน้าแล้ว..

เรน..เธอคือสาวเสียงเทพรุ่นก่อนหน้าป้อน..และปัจจุบัน..หน้าที่ของเธอ..คือ..เป็นทูตแห่งเทพอสูร..

เรนพูดอีกว่า..

“...กล้ามาเพาะพันธุ์เชื้อร้ายในดินแดนขององค์เทพอสูร..แถมยังเหิมเกริม..คิดปกครองดินแดนแห่งหกแคว้นของท่าน..เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน..เทวีแวมไพร์เรนี่..”

เทวีแวมไพร์หรือพิรุณเลือด...เยือกเย็นลง..

“..สาวเสียงเทพรุ่นก่อนหรือนี่..หรือฉันต้องสู้กับเพลงเทพส่งวิญญาณอีกครั้ง..”

“..เพลงเทพส่งวิญญาณ..หากฝึกปรืออย่างถ่องแท้..แม้แต่เทวีแวมไพร์ก็ไม่ใช่คู่มือ..เพราะมันคือบทเพลงที่ทำลายแวมไพร์ได้จนถึงเทพเจ้า..”

เรนมีอายุเป็นพันปี..แตกต่างจากป้อนซึ่งแม้ตอนนี้จะช่ำชองการใช้เพลงเทพส่งวิญญาณมากขึ้น..แต่ก็ยังไม่มีทางเทียบเท่าคนที่ฝึกมาเป็นพันปีได้..

“..มีอำนาจกระทั่ง.บิดเบือนการรับรู้ของชาวแคว้นสนธยา..”เรนพูดย้ำ..

พิรุณเลือดแค่นเสียง..

“..คิดหรือว่าจะทำอะไรกันได้ง่าย ๆ ..”

พลางผงาดปีกทั้งสองออกมา..

เรนสงบนิ่ง..

“..แวมไพร์..ยังไงก็ยังเป็นแวมไพร์..ซึ่งฉันฆ่ามามากมายแล้ว..”

พลางเอ่ยเอื้อน..ร้องเพลงที่คำร้องทำนองเต็มไปด้วยความรันทดหดหู่..ของเพลงเทพส่งวิญญาณออกมา..

.........

ความโศกเศร้า..บรรยากาศที่หดหู่..

ร่างของอจินไตยนอนนิ่งอยู่..จินดาพิสุทธิ์กับมุกดารา..ทำได้เพียงเช็ดร่างนางให้สะอาดสะอ้าน..

แต่บนร่างนาง..สายรัดเอวสีเขียว..และก้อนผลึกยังคงอยู่..ก้อนผลึกแห่งอากาศธาตุ..ที่ใช้สร้างลูกแก้วมนตรา..

จินดาพิสุทธิ์นั่งเศร้าซึม..

มุกดาราวางมือบนบ่า..

“..ท่านพี่..ท่านดูไม่ดีเลย..”

“..มุกดารา..ไฉน..ไฉน..นายแม่จึงไม่ให้ข้าไปด้วย..กลับพาเรามาที่นี่..”

นี่คือ..ถ้ำบนยอดเขามัชฌิมา..อย่างน้อยก็ยังปลอดภัยกว่าที่กบดานของผู้บงการชุดม่วงกับพิรุณเลือด..

มุกดาราถอนใจ..

“..เพราะท่านยังไม่พร้อมจะไปแก้แค้น..”

“..ข้าอยากจะฆ่าพวกมันให้หมด..”

“..ท่านได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจมาก..แม้แต่คนที่ฝึกมาเป็นนักรบอย่างข้า..ก็รู้ตัวดีว่า..ยังไม่อาจจะทำอันใดได้..เพราะจิตใจข้ายังไม่พร้อม..หากตามนายแม่ไปต่อสู้..อาจจะตายเปล่า..”

มุกดาราพูดเสียงแผ่วเบา..

“..อย่าว่าแต่..ความแค้นไม่เหมาะกับท่าน..ท่านพี่..ข้ารู้ว่าท่านเศร้าเสียใจเพราะท่านพี่อจินไตยจากเราไป..แต่ท่านพี่อจินไตยหากทราบว่าท่านเป็นเช่นนี้..คงไม่ดีใจนัก..”

น้ำตานางคลอเบ้าทุกครั้งที่พูดถึงอจินไตย..

ที่จริงนางอาจจะเศร้าเสียใจกว่าจินดาพิสุทธิ์เสียอีก..แต่เพราะการรับปากว่าจะดูแลท่านพี่ริต้า..นางจึงกลายเป็นคนที่เข้มแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ..

ทั้งที่นางควรจะพังทลายกว่าใคร ๆ ..

เพราะอย่างน้อย..นางก็รัดคออจินไตยจนหมดลมหายใจไปคามือ..

สิ่งเหล่านี้..ทำให้จินดาพิสุทธิ์ต้องฉุกคิด..

นางคิดได้..ก่อนจะหันมาหามุกดารา..กอดร่างของมุกน้อยของนางและของอจินไตยไว้..

มุกน้อย..ท่านเข้มแข็งนัก..

มุกดาราได้รับการโอบกอด..นางที่พยายามยืนหยัดจนบัดนี้..ตอนนี้..ก็ไม่อาจจะยืนหยัดได้อีกต่อไป..

นางจะมากจะน้อยก็เป็นสตรี..ต้องการคนปกป้องดูแล..แม้จะเป็นสตรีด้วยกันก็ตาม..

นางเริ่มสะอื้น..ร่ำไห้..สะอื้นอย่างมาก..

“..ท่านพี่..ข้า..ข้าเจ็บปวด..เจ็บปวดที่สุด..ทำไมข้าถึงเจ็บปวดเช่นนี้..หากนักรบผู้กล้าต้องทำกระทั่งต้องฆ่าคนที่รักเพื่อให้พ้นทรมาณ..ข้าไม่อยากเป็นนักรบอีกต่อไปแล้ว..”

แสงสว่างวาบขึ้น..

สองเจ้าหญิงที่กอดกันสะอื้นไห้..ต่างชะงักกับแสงสว่างนี้..

แสงสว่างวาบขึ้นมาจากก้อนผลึกจากถ้ำอากาศธาตุ..และสายรัดเอวแห่งวาโย..ที่วางบนร่างของอจินไตย..

สว่างวาบมาหลายหน..แต่ก็ไม่คิดว่าจะสว่างมากขึ้นขนาดนี้..

จินดาพิสุทธิ์ผละจากกอด..เข้ามาดูร่างอจินไตยที่แน่นิ่ง..

มุกดาราก็เข้ามาใกล้..อุทานเบา ๆ ..

จินดาพิสุทธิ์เองก็อุทานด้วย..

พวกนางพบกับสิ่งประหลาด..

ใบหน้าของอจินไตยที่หลับตาแน่นิ่ง..เดิมทียับเยินไปด้วยการถูกทำร้าย..ทั้งแตก..ทั้งบวม..ทั้งช้ำ..แต่บัดนี้..ร่องรอยต่าง ๆ นั้นหายไปแล้ว..

“..ท่านพี่..ท่าน..ท่านเห็นอะไรเช่นนี้ไหม..”

“..เหมือนจะมีปาฎิหาริย์ใช่ไหม..”จินดาพิสุทธิ์มีความหวัง..

มุกดาราอดพูดไม่ได้..

“..ไฉนแก้วผลึกถึงมีรอยร้าว..ถึงกับร้าวมากขึ้น..”

จินดาพิสุทธิ์ฉุกคิด..

“..หรือว่า..”

พลางนั่งขัดสมาธิ..หลับตา..สูดลมหายใจ..

“..มุกดารา..จำที่ข้าสอนในถ้ำแห่งอากาศธาตุได้ไหม..นั่งสมาธิตามหลักวิชาสำนักสูญญตา..”

มุกดารานั่งขัดสมาธิบ้าง..

“..ท่านพี่..ท่านจะทำอันใด..”

“..มุกดารา..ท่านต้องทำมันอีกครั้ง..วางมือบนร่างของอจินไตยด้วย..”

มุกดาราทำตามที่ท่านพี่บอก..

รอยร้าวบนแก้วผลึกกลับร้าวมากขึ้น..สั่นไหวเป็นพิเศษ...

ทั้งจินดาพิสุทธิ์และมุกดารา..เริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ..

ความว่าง..

ความว่างของอากาศมนตรา...

..........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น