จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทูตแห่งเทพอสูรเคลื่อนไหว

ชื่อตอน : ทูตแห่งเทพอสูรเคลื่อนไหว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2562 01:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทูตแห่งเทพอสูรเคลื่อนไหว
แบบอักษร

 

ริต้าเหมือนนอนอ้อนยังไงก็ไม่รู้

.........

ห้องนอนของราชินีจันทราโสมมวดี..

แม่ทัพแมวหลวงยังคงอยู่ในห้อง..และเป็นที่รู้กันว่า..แม่ทัพแมวหลวงจริง ๆ ก็คือใคร..

ราชินีโสมมวดีหวีสางผม..แม่ทัพแมวหลวงฉวยแปรงผมจากมือ..หวีสางให้..

“..ท่านเจ้าสำนัก..”ราชินีโสมมวดีถาม.. “..ใครจะเชื่อ..ว่าแม่ทัพแมวหลวงที่เลื่องลือ..กลับมีความนุ่มนวลปานนี้..”

แม่ทัพแมวหลวงยิ้มเล็กน้อย..ยังคงหวีแปรงอย่างทะนุถนอม..

“..โสมมวดี..ฉันก็นุ่มนวลแต่กับลูกเมียนั่นแหละ..”

“..ท่านว่า..”ราชินีจันทราโสมมวดีหันกลับมาคุย.. “..กลยุทธของข้า..เขาจะแก้ไขได้หรือไม่..”

“..ดูท่านกังวลผิดสังเกต..”

“..ท่านแม่ทัพ..การตัดสินใจทั้งมวลเป็นของข้า..และการตัดสินใจครั้งนี้..มีผลกระทบใหญ่หลวงยิ่ง..ต่ำ ๆ ..หากข้าคาดการณ์ผิด..แคว้นมิลินทระของลูกมุกดารา..ควรจะได้รับความเสียหาย..ซึ่งควรจะเป็นความเสียหายที่ใหญ่โตยิ่งนัก..ทั้งท่านพ่อและท่านลุงของนาง..อาจจะถึงแก่ชีวิต..”

แม่ทัพแมวหลวงผ่านโลกมามากมาย..ย่อมเข้าใจดี..

การตัดสินใจของผู้นำแคว้น..ย่อมจะกดดันกว่าการตัดสินใจของคนธรรมดา..และเกี่ยวพันกับบุคคลหลายคนเหลือเกิน..ดังนั้น..คนที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ..ย่อมต้องผ่านการเคี่ยวกรำมามากเพียงพอ..

ไม่ใช่ว่า..ใครก็เป็นผู้นำแคว้นได้..

แต่แม้จะมีแรงกดดันมากสักเท่าไหร่..ราชินีโสมมวดี..ก็เพียงหนักใจอยู่บ้างเท่านั้น..

แม่ทัพแมวหลวงครางอือม์..

“..ข้าจะอยู่ให้กำลังใจท่านตรงนี้..โสมมวดี..”

“..หากจะนับว่าโสมมวดีมีวาสนาแล้ว..ท่านควรจะเป็นวาสนาอันดับหนึ่งของข้า..”

แม่ทัพแมวหลวงยิ้มเล็กน้อย..

“..ท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว..”

โสมมวดีหันมาเผชิญหน้า..ลุกขึ้น..โอบรอบเอวคนที่นางรัก..ให้ตายก็ยังรัก..ไม่เคยรู้สึกผูกพันกับใครมากเท่านี้..

แม้จะอยู่ในวัยใกล้เคียง..แต่โสมมวดีดูจะสูงวัยกว่ามากนัก..

แม่ทัพแมวหลวงลูบผมที่จอนหูนาง..ไล้มือบางเบา..

“..สักวันหนึ่ง..หากภรรยาที่ท่านจากมาจากโลกใบเก่าได้ตามมาถึงที่นี่..ข้าคงไม่อาจจะขวางความรักของท่านได้..ท่านเจ้าสำนัก..”โสมมวดีพูดเสียงแผ่วเบา.. “..แต่ก็อยากให้ท่านดีต่อข้าไปเช่นนี้ตลอดไป..”

แม่ทัพแมวหลวงอดนึกถึงภรรยาที่จากมาไม่ได้..

ยังคงรัก..ยังคงตราตรึง..แต่รู้ว่าไม่มีโอกาสพบกันอีก..นางจึงยินดีรับไมตรีจากราชินีโสมมวดี..แต่ด้วยความระลึกถึงเพลินตาภรรยาที่รักคนนั้นไม่เสื่อมคลาย..จึงไม่อาจยอมรับสถานภาพอื่นได้อีก..

นางจึงไม่ยอมแต่งงานกับโสมมวดี..แต่ก็รับรัก..รับไมตรีด้วย..

โสมมวดีก็ทราบดีถึงความรักมั่นของแม่ทัพแมวหลวง..ไม่แต่งก็ไม่เป็นไร..ความรักมั่นเช่นนี้..กลับประทับใจนางนัก..ยิ่งเพิ่มความรักมากขึ้นไปอีก..

ราชินีจันทราถอนหายใจยิ้ม ๆ ..

“..ท่านเจ้าสำนัก..ท่านคงระลึกถึงภรรยาท่านใช่ไหม..”

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า..แต่ก็ไม่ได้ปริวิตกอันใด..เพราะยอมรับสภาพตั้งแต่แรกแล้ว..

“..ภรรยาท่านเป็นสตรีที่โชคดี..ข้าดีใจที่ได้เป็นเช่นเดียวกับนาง..”

“..โสมมวดี..ฉันรักเธอ..แต่ก็ไม่อาจจะลืมเพลินตาไปได้..ไม่เคยลืมแม้แต่เสี้ยวลมปราณ..”

“..ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านรู้สึกไขว้เขวบ้าง..”

“..ไม่หรอก..ข้าแยกแยะได้..คิดถึงก็ส่วนคิดถึง..มันมีความเป็นไปได้กับเป็นไปไม่ได้..คอยทำให้ข้าประคองความรู้สึกที่มีต่อท่านกับภรรยาได้อย่างสมดุล..”

แล้วแม่ทัพแมวหลวงก็ชะงัก..

ความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงสองคนที่รักทั้งคู่..มันชวนให้นึกถึงอะไรนะ..

ราชินีโสมมวดีเองก็ชะงัก..

“..ท่านแม่ทัพ..ท่านคิดอันใดได้..”

“..โสมมวดี..หากท่านเป็นคนบงการชุดม่วง..แล้วคนที่ถูกแฝงมาเป็นสื่อ..ท้ายสุดต้องฆ่าทิ้ง..ท่านจะทำอย่างไร..”

“..ก็แค่ส่งคนใหม่มา..”ราชินีโสมมวดีพูดโดยไม่คิด..

แต่แล้วนางก็คิด..

“..หากไม่ได้ส่งมาใหม่..แต่ส่งมาหลายคนอยู่ก่อนหน้านี้แล้วล่ะ..”

“..ความรักของข้า..ยังคงมอบให้ท่าน..แต่ก็มอบให้ภรรยาด้วยอย่างไม่เสื่อมคลาย..”แม่ทัพแมวหลวงยิ้ม.. “..มันทำให้ข้านึกไปถึงเรื่องนั้นได้..”

ราชินีโสมมวดีครางอือม์..

“..ชาวอุตระที่แต่งกายประหลาด..ปะปนกับชาวเมือง..”

“..ลูกมุกดาราไม่ได้บอกว่า..หากใช้สื่อมากกว่าหนึ่งคน..สามารถทำได้ไหม..”

“..หากเขาทำได้ล่ะ..”

แม่ทัพแมวหลวงนิ่งคิด..

“..โสมมวดี..เราต้องตรวจสอบให้รู้แน่..”

ราชินีโสมมวดีครางอือม์..

“..ท่านเจ้าสำนัก..เราไม่ใช่ระแวงไปนะ..”

“..ท่านลองคิดใคร่ครวญดู..มันเป็นไปได้หรือไม่..”

“..ท่านทำให้ข้าต้องคิดให้ละเอียด..คนอย่างภูตสีสัน..ไม่ควรมีคนเดียว..อย่างน้อยก็ในแคว้นเรา..”

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า..

ราชินีโสมมวดีอดพูดไม่ได้..

“..แต่ท่านกับคนอื่น ๆ ..รวมทั้งข้า..ต่างก็หูตาไว..ต่อให้ศิษย์ร่วมสำนักของภูตสีสันแฝงตัวเข้ามา..การจะเล็ดรอดสายตาพวกเราออกไป..ทำได้ยากยิ่ง..”

แม่ทัพแมวหลวงถอนหายใจ..

“..จะว่าไป..ก็มีช่วงที่หูตาพวกเราฝ้าฟางไปได้บ้าง..”

ราชินีจันทราใจหาย..ฉุกคิดอันใดขึ้นมาได้..

“..ลูกจินดาพิสุทธิ์..”

แม่ทัพแมวหลวงผุดลุกขึ้น..

แม้แต่ราชินีโสมมวดีก็เร็วไม่แพ้กัน..

ช่วงเวลาที่จินดาพิสุทธิ์และภรรยาจะหูตาฝ้าฟางที่สุด..คือเวลานี้..

.....

ยามที่จะไม่นึกถึงเรื่องอื่น..คือยามที่เป็นส่วนตัว..และมีความสุขที่สุด..

แม้จะดึกดื่น..แต่ทั้งสามเจ้าหญิงก็ยังไม่ง่วงแต่อย่างใด..

หนึ่งชั่วยามที่ปล่อยให้อจินไตยกับมุกดารามีความสุขตามลำพัง..แต่พอชั่วยามที่สอง..จินดาพิสุทธิ์เข้ามาในห้อง..ก็คงไม่อาจจะทานทนอันใดได้..

จะว่าไป..ผู้ใดจะทานทนได้..

อจินไตยกับมุกดาราทราบดี..

เมื่อจินดาพิสุทธิ์เข้ามาถึง..ปลดเปลื้องเสื้อผ้า..ภรรยาทั้งสองที่กอดกันกลมอยู่..ต่างก็ฉุดกระชากสามีล้มลงบนเตียง..จากนั้นก็ปรนนิบัติอย่างสมใจ..

ผลัดกันกระทำ..เล้าโลม..กระทำ..เล้าโลม..ผลัดกันขึ้นสวรรค์..

วิเศษนัก..คืนแรกที่ถึงบ้าน..กลับถึงอกถึงใจปานนี้..

มุกดาราฟุบกับร่างของท่านพี่ริต้าอย่างเหนื่อยอ่อน..

เหนื่อยแทบขาดใจ..เพราะบดบี้จนสุขสม…

อจินไตยบิดกาย…เบียดบี้ตะโพกกับปากและลิ้นระคายเบื้องล่าง…ครั้นเจ้าหญิงแห่งมิลินทระฟุบลง..นางก็อุทานเสียงสูง..และฟุบไปที่แผ่นหลังแกร่งเนียนขาวนั้น..

แล้วอจินไตยก็ทะลึ่งกายขึ้นเพราะนางนั่งคร่อมหน้าของสามีอยู่..

ซึ่งสามีก็ทำต่อเนื่องอีก..ทั้งที่สามีนางเองก็ถูกมุกดาราบรรเลงกิจจนแทบตายมาแล้ว..

“..ไม่..ริต้า.ไม่ไหว..”อจินไตยถึงกับร้องขอชีวิต..

“..แล้วมาทำอย่างนี้กับสามี..มันถูกต้องหรือ..”

ใบหน้าเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ..ไม่ทราบว่าเหงื่อของนาง..หรือน้ำจากที่ใดกันแน่..

แล้วนางก็หน้าเหยเก..เพราะร่างแข็งแรงเริ่มขยับอีกครั้ง

“..มุกดารา..ยังไม่หมดแรงอีกหรือ..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง..

“..ท่าน..ท่านพี่..ข้า..ข้ายังสาว..ยังมีเรี่ยวแรง..ไม่ไหว..มือไม้ขาแข้งสั่นหมดแล้ว..”

“..อย่าฝืนเลยมุกน้อย..พักก่อนเถิด..”

พลางดึงร่างมุกดาราฟุบลงอีกที..

อจินไตยก็ฟุบลงเช่นกัน..

ต่างฝ่ายต่างเหนื่อยอ่อน..ร่างกายชุ่มฉ่ำไปด้วยเหงื่อ..

ต่างคนต่างก็หมดแรง..อยากจะนอนเต็มที..

แต่แล้ว..ทั้งสามก็ใจหาย..

แว่บหนึ่งของความรู้สึก..เหมือนมีคนอยู่ในห้อง..

มุกดาราคล้ายจะตื่นตัว..แต่ด้วยความที่หมดแรงจากรสสวาท..นางจึงลุกไม่ขึ้น..

จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจ..ลมปราณขาดห้วง..ไม่อาจจะผนึกอำนาจแห่งวาโยธาตุที่ฝึกฝนมาได้..

อจินไตยไม่ต้องพูดถึง..นางไม่ได้สวมสายรัดเอวแห่งวาโย..ไหนเลยจะทำอันใด..

ทั้งสามทั้งหมดเรี่ยวแรง..ทั้งหวาดวิตก..

ใครอยู่ในห้องนี้..

ทำไมพวกนางถึงไม่ทราบเลย..

....

ประตูห้องนอนของจินดาพิสุทธิ์ถูกเปิดออก..

แม่ทัพแมวหลวงเข้ามาพร้อมกับราชินีจันทราโสมมวดี..

ว่างเปล่า..ไม่มีใครอยู่เลย..

แม่ทัพแมวหลวงเม้มปาก..ราชินีจันทราดูจะเครียดหนักขึ้น..

“..ทหารที่หมดสติหน้าห้อง..คงไม่ทราบอะไรกระมัง..”ราชินีจันทราพูด..

แม่ทัพแมวหลวงพยักหน้า..

“..ใช่..พวกมันลอบเข้ามามากกว่าหนึ่งคนจริง ๆ ..อาศัยความเป็นสื่อที่คน ๆ นั้นวางไว้..คอยเล่นงานตอนพวกเราเผลอ..ริต้ากับภรรยาคงสุขสมตามประสา..ประมาทไม่ทันระวังมากที่สุด..”

ราชินีจันทราดูปริวิตก..

“..ท่านเจ้าสำนัก..นี่หมายความว่า..”

“..การที่คน ๆ นั้นจะลอบจับตัวลูกกับสะใภ้ทั้งสองของเราไปไป..ย่อมจะทำได้ไม่ยาก..”

ราชินีจันทรามีความรู้สึกหลากหลาย..ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี..

แม่ทัพแมวหลวงพูดขึ้นว่า..

“..ถ้าต้องการฆ่าฟัน..คงไม่เปลืองแรงนำพาตัวไป..นี่แปลว่า..การที่ลูกเราและสะใภ้ตกอยู่ในเงื้อมือคน ๆ นั้นกับพิรุณเลือด..ควรจะไม่ถึงแก่ชีวิต..”

ราชินีจันทราพยักหน้า..

“..มันควรจะใช้ลูกกับสะใภ้เราเป็นเครื่องต่อรอง..”

“..ริต้าเป็นลูกเรา..ย่อมมีอิทธิพลน้ำหนักถึงแคว้นจันทรา..ส่วนมุกดาราย่อมมีผลถึงแคว้นมิลินทระ..ส่วนอจินไตย..เกรงว่า..การคร่ากุมตัวนาง..ควรจะส่งผลถึงการบังคับข่มขู่ไปยังเจ้าแคว้นสนธยาและเจ้าตำหนักชิงพลบที่ถูกคร่ากุมไปก่อนหน้าไม่มากก็น้อย..”

แม่ทัพแมวหลวงได้แต่ถอนหายใจ..

“..คนบงการชุดม่วงคนนั้น..เฉลียวฉลาดมากกว่าที่คิด..ข้าประมาทเพียงเล็กน้อย..สถานการณ์ถึงกับเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้..”

สีหน้าดูหนักใจยิ่ง..

ใครจะทราบ..คนบงการชุดม่วงช่างลึกล้ำนัก..ทำให้ระแวงกังวลในแว่นแคว้นอื่น..จนต้องส่งมือดีทั้งหมดไปหาทางป้องกัน..ลืมไปว่า..แท้ที่จริง..มีสิ่งที่ควรระวังมากกว่าที่คิดในแว่นแคว้นตัวเอง..

แม่ทัพแมวหลวงไม่เคยรู้สึกเสียรู้ใครขนาดนี้..นางเป็นคนรอบคอบ..เฉลียวฉลาด..เชี่ยวชาญกลศึก..เป็นนักรบไร้พ่าย..หากจะเป็นแม่ทัพ..ก็ไม่มีใครต่อต้าน..

หรือว่า..การทิ้งจิตแห่งเทวีสงคราม..จะทำให้นางมีช่องโหว่ที่น่ากังวลเกิดขึ้น..

หาไม่..เทวีสงครามจะไม่มีทางพ่ายแพ้เด็ดขาด..

ขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าจะแก้ไขกลยุทธอย่างไร..จิตสำนึกนาง..กลับได้ยินเสียง ๆ หนึ่ง..และเสียงนั้นแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ..เสียงที่คุ้นชินตั้งแต่สมัยเป็นเด็กสาว..รับตำแหน่งเจ้าสำนักสูญญตาฝ่ายตึกแดงใหม่ ๆ ..

แม่ทัพแมวหลวงหันมาทางราชินีโสมมวดี..

“..โสมมวดี..ท่านได้ยินหรือไม่..”

ราชินีแห่งแคว้นจันทราครางอือม์..

“..ข้าได้ยิน..แต่แปลกที่เหมือนไม่ได้ยินจากหู..”

ความรู้สึกช่างแปลกประหลาด..เสียงนี้ปรากฏขึ้นในจิต..หาได้เป็นเสียงทั่วไปไม่.

เพลงทำนองคล้ายโศกสลด..หดหู่..และมีท่วงทำนองแห่งความตาย..

แม่ทัพแมวหลวงอุทานออกมา..

“..เพลงเทพส่งวิญญาณ..เป็นไปไม่ได้..พี่ป้อนไม่มีทางมาที่นี่..”

“..ไม่ใช่นาง..”ราชินีโสมมวดีรู้จักป้อนดี..เพราะเคยพบเจอกันเมื่อหลายปีก่อน..ครั้งที่สองป้อนต้องตามคิตตี้เข้ามาผจญภัยในมิติแห่งเทพอสูรแห่งนี้.. “..หรือว่า..”

แม่ทัพแมวหลวงนิ่งขรึม..

“..คนที่สามารถร้องเพลงเทพส่งวิญญาณ..มีอีกคนหนึ่ง..นอกจากสาวเสียงเทพ..”

พลางหลับตา..กำหนดจิตสูญญตา..

เสียงเพลงค่อย ๆ จางหายไปจากจิตของทั้งราชินีโสมมวดีและแม่ทัพแมวหลวง..

ราชินีแห่งแคว้นจันทราถามว่า..

“..ท่านเจ้าสำนัก..นี่..”

“..นางกำลังรออยู่..”แม่ทัพแมวหลวงพูด..พลางดึงแขนของราชินีจันทราออกไปจากห้องนอนของลูกสาว..

.....

ห้องจันทร์ชมพู..

ห้องที่เหมือนกับห้องทำงานส่วนตัวของราชินีจันทรา..แตกต่างจากสถานที่ว่าราชการของแคว้น..

แม่ทัพแมวหลวงและราชินีจันทราปรากฏกายขึ้น..ด้วยสีหน้ากังวล..

แน่นอน..ในห้องนั้น.มีร่าง ๆ หนึ่งรออยู่..

นางสวมชุดดำ..และเมื่อราชินีแม่ทัพปรากฏกาย..นางก็หันมาทางเจ้าของสถานที่..

ใบหน้าของนางละม้ายคล้ายแม่ทัพแมวหลวง..แต่อ่อนเยาว์และอ่อนวัยกว่า..

ในความเป็นจริง..นางมีอายุมากมายเกินกว่าที่ทุกคนจะทำความเข้าใจได้..แต่นางก็หยุดวัยของนางไว้ที่อายุยี่สิบเศษเท่านั้น..หญิงวัยกลางคนอย่างแม่ทัพแมวหลวง..แม้อายุจริงจะน้อยกว่าอย่างมากมาย..แต่ก็ไม่ได้อำนาจที่จะคงความอมตะของวัยได้ขนาดนี้..

ราชินีจันทราทราบดีว่านางเป็นใคร..เพราะนางช่วยเหลือแคว้นจันทรามามากเหลือเกิน..รวมถึงบุตรีคนปัจจุบันจินดาพิสุทธิ์..ก็เหมือนนางช่วยประทานมาให้..

ราชินีจันทราเมื่อเห็นนาง..รู้สึกสีหน้าแช่มชื่นขึ้น..คุกเข่าก้มศีรษะให้..

ในแคว้นจันทรานี้..ยังจะมีใครที่เจ้าแคว้นอย่างโสมมวดีจะก้มศีรษะให้อีกเล่า..

ไม่เพียงแต่ราชินีจันทรา..กระทั่งแม่ทัพแมวหลวง..ก็คุกเข่าก้มศีรษะข้าง ๆ เจ้าแคว้น..

สตรีนางนั้นได้แต่หัวเราะ..

“..โชคชะตานำพาให้เทวีแห่งสงครามมาอยู่ที่แคว้นแห่งเทพอสูรจนได้..แคท.สบายดีไหม..”

แม่ทัพแมวหลวงพูดเสียงนอบน้อม..

“..คุณเรน..ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณอีก..”

สตรีนางนี้..คือเรน..ที่เคยเป็นสาวเสียงเทพรุ่นก่อนป้อน..และเมื่อร้องเพลงเทพส่งวิญญาณไปเมื่อครั้งล้างแวมไพร์ใหญ่ครั้งนั้นแล้ว..นางก็รับงานใหม่..มาเป็นคนใกล้ชิดของเทพอสูรเบญจะอังคะ..หลายคนเรียกนางว่าทูตแห่งเทพอสูร..

แม่ทัพแมวหลวงเคยพบเจอเรนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กสาว..แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีก..แม้แต่ตอนที่ต้องผจญภัยครั้งเพลงอสูรกลืนอาทิตย์..ก็ยังไม่มีโอกาสได้พบหน้ากัน..

แต่แม้กระนั้น...เรน..สาวเสียงเทพรุ่นก่อนป้อน..ก็ยังตราตรึงในความรู้สึกของนางเสมอมา..

เรนพยักหน้าช้า ๆ ..

“..ราชินีจันทรา..แคท..ไม่ต้องมากมารยาท..พวกท่านควรจะทราบว่าเรามาหาทำไม..”

ราชินีจันทราลุกขึ้นพร้อมกับแม่ทัพแมวหลวง..

“..กล่าวไปละอายนัก..ลูกข้าถูกศัตรูจับตัวไปแล้ว..”

เรนพยักหน้า..

“..เรื่องราวนี้..เทพอสูรท่านล่วงรู้ทั้งสิ้น..และสั่งการเราให้ต้องกระทำบางอย่าง..”

แม่ทัพแมวหลวงอดถามไม่ได้..

“..คุณเรน..หมายความว่าอย่างไร..”

“..แผ่นดินแห่งเบญจะอังคะ..ต้องไม่มีเชื้อร้ายของปีศาจปรากฏอยู่..แต่ก่อนนี้..ราชาแวมไพร์รุ่นที่สามถูกเพลงเทพส่งวิญญาณผลักออกจากภพของโลกเก่าของเธอกับฉัน..และมันพลัดมาที่นี่..องค์เทพอสูรจึงต้องจำกัดความสามารถของมัน..ทำให้มันไม่อาจจะมีฤทธิ์อันใดในแผ่นดินของท่านได้..”

นางหันหลัง..เงยหน้า..พูดอีกว่า..

“..ตำราของมันที่ถูกองค์เทพอสูรบังคับให้เขียนขึ้น..ก็เพราะหากมีปีศาจเผ่าพันธุ์เดียวกับมันปรากฏขึ้นอีก..ชาวแผ่นดินห้าแคว้น..จะได้ใช้ความรู้ที่มันเขียนขึ้นมา..จัดการไม่ให้เป็นเชื้อร้ายในแผ่นดินนี้ได้อีก..โดยที่ท่านไม่ต้องยุ่งเกี่ยวตามกฎเกณฑ์แห่งเทพกับมนุษย์..”

แม่ทัพแมวหลวงกับราชินีจันทราสบตากัน..

เรนพูดอีกว่า..

“..ลำพังเพียงเฉพาะเทวีปีศาจ..ย่อมจัดการได้ไม่ยากนัก..เพราะมันไม่อาจจะสำแดงอำนาจเฉกเช่นที่มีอยู่เดิม..เพียงแต่ในครั้งนี้..มีคน ๆ หนึ่ง..คอยบงการอยู่อีกชั้น..และมันกำลังทำให้แผ่นดินขององค์เทพอสูรสั่นคลอน..แน่นอน..หากทั้งห้าแคว้นรวมทั้งแคว้นสนธยาจะทำสงครามหรือแย่งชิงแผ่นดิน..ชิงอำนาจกันอย่างไร..ท่านก็จะไม่ยุ่งเกี่ยว..เพราะถือเป็นกรรมที่ต้องเป็นไปของมนุษย์ในแผ่นดินของท่าน..แต่หากมีสิ่งผิดปรกติ..ที่ทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามธรรมชาติของการช่วงชิงของมนุษย์..ท่านจำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวด้วย..”

เรนถอนหายใจ..

“..โดยเฉพาะการทำให้อำนาจของเชื้อร้ายอย่างเทวีปีศาจมีอำนาจแรงกล้าในแผ่นดินห้าธาตุ..ย่อมไม่เป็นที่พึงใจขององค์เทพอสูรแน่นอน..”

แม่ทัพแมวหลวงพูดขึ้นว่า..

“...ไม่ว่าอย่างไร..เทวีแวมไพร์เรนี่..ไม่ควรจะมีอำนาจในแคว้นของเทพอสูรไม่ใช่หรือ..”

“..มีทางเป็นไปได้ที่นางจะมีอำนาจในแผ่นดินนี้..”

“..ทำไมล่ะ..”

“..เพราะ..สติปัญญาของคนบงการคนนั้น..มันรู้ดีว่า..มีสิ่งหนึ่งที่เทพอสูรไม่อาจจะเอาชนะ..นั่นคือ..คำพูดของตัวเอง..กฎที่ท่านวางไว้..ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้..แม้แต่ตัวท่านเองก็ไม่สามารถ..หาไม่..ก็คงไม่อยู่ในฐานะเทพแห่งแผ่นดินแล้ว..”

เรนพูดอีกว่า..

“..ดินแดนที่ถือเป็นดินแดนพิเศษ..ก็คือแคว้นสนธยา..ในที่นี้..เทพอสูรได้ให้อำนาจแก่ชาวแคว้นหลายสิ่ง..และดินแดนนี้..เป็นดินแดนเหนือโลกที่อยู่ในโลก..ท่านสร้างแคว้นสนธยาจนเป็นที่พึงใจ..และคิดว่า..แคว้นสนธยาที่เป็นดินแดนแห่งอากาศธาตุ..ที่อยู่เหนือโลกนี้..คงไม่มีอันใดจะสมบูรณ์แบบเท่า..ท่านจึงกล้าที่จะประกาศว่า..สิ่งใดที่เป็นของแคว้นสนธยา..ท่านจะไม่ยุ่งเกี่ยว..และชาวแคว้นสนธยา..ก็ไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวกับแผ่นดินทั้งห้าแคว้นในโลกของท่านด้วย..”

เรนพูดอีกว่า..

“..ในอดีตกาล..สมัยที่ก่อกำเนิดแคว้นสนธยาใหม่ ๆ ..เจ้าแคว้นสนธยาคนแรกยังไม่รู้เรื่องราวอันใดมากนัก..เขาได้ท่องไปทั่วแผ่นดินห้าแคว้น..และถือครองแผ่นดินบางส่วนเป็นของตัวเอง..เรื่องราวนี้..ทำให้เทพอสูรต้องตักเตือนโดยตรากฎว่า..เจ้าแคว้นสนธยาที่ทำการเช่นนี้.ต้องเสียชีวิตทันที..กฎนี้ได้ผล..ตั้งแต่นั้น..เจ้าแคว้นสนธยาจึงเลิกกระทำการถือครองที่ดินในแคว้นทั้งห้าอีก..แต่สิ่งที่ถือครองไปแล้ว..ก็ถือว่าแล้วไป..ดังนั้น..ดินแดนในแผ่นดินห้าแคว้นบางแห่งบางที่..เทพอสูรจึงไม่อาจจะมีอำนาจเหนือดินแดนนั้นได้..ตามที่ท่านตรากฎให้กับตัวเองว่า..สิ่งใดที่เป็นของแคว้นสนธยา..ท่านจะไม่ยุ่งเกี่ยว..นี่จึงเป็นช่องว่างทำให้ราชาแวมไพร์สิตา..ได้ซุกซ่อนตำราไว้ในที่ที่เทพอสูรไม่มีอำนาจ..ทำให้การเสาะหาตำราของมันทำได้ยากยิ่ง.....”

แม่ทัพแมวหลวงครางอือม์..

“..ถ้าอย่างนั้น..ยอดเขามัชฌิมา..เทือกเขาปัญจาก็คือดินแดนที่เจ้าแคว้นสนธยาคนแรกได้ถือครองมาก่อน..”

“..ใช่..ยังมีอีกหลายต่อหลายแห่งแต่ก็มีพื้นที่ไม่มากนักหรอก..การถือครองไม่อาจจะกระทำในพื้นที่ที่ใหญ่เกินไป..แต่สำหรับวังของแต่ละแคว้น..เป็นพื้นที่ที่เล็กเพียงพอ..ย่อมทำได้เสมอ..”

“..แล้ว..คุณกำลังจะบอกเราว่า..”

“..การถือครองแผ่นดิน..กระทำได้โดยเจ้าแคว้น..เพียงแค่สวมแหวนกฎเกณฑ์แห่งแคว้น..และประกาศถือครอง..ดินแดนนั้นจะเป็นชาวสนธยา..”

“..แต่หากแผ่นดินนั้น..เป็นของแคว้นอื่นอยู่แล้วเล่า..”

“..สมมติว่าไม่ทราบ..ก็ไม่เป็นไร..หรือหากจะทำเฉยก็ไม่มีปัญหา..แต่หากทราบและไม่ยอมรับ..ก็ต้องทำสงคราม..แคท..เธอคิดว่า..หากทำสงครามกันจริง ๆ ..จะมีแคว้นไหนสู้แคว้นสนธยาได้เล่า..”

“..สมมติว่า..มาประกาศครอบครองวังจันทรานี่ล่ะ..”

“..วังจันทราจะตกเป็นของแคว้นสนธยา..แต่หากไม่ยอม..รบกัน..แคว้นสนธยาพ่ายแพ้..ก็สิ้นอำนาจการครอบครอง..ก็เท่านั้น..”

แม่ทัพแมวหลวงครางอือม์..

“..ข้าพอจะเข้าใจแผนของคนบงการคนนั้นแล้ว..”

นางพูดอีกว่า..

“..เขาต้องบังคับให้เจ้าแคว้นสนธยาประกาศครอบครองวังของสักแคว้น..เพื่อให้แผ่นดินนั้นเป็นของชาวสนธยา..และเมื่อเป็นแผ่นดินของชาวสนธยาแล้ว..พิรุณเลือดหรือเทวีปีศาจจะมีอำนาจเหนือดินแดนของแคว้นสนธยาทันที..สร้างเมฆปีศาจได้..ให้กำลังทหารปีศาจมีอำนาจได้..และครอบงำทำให้ทหารของแคว้นนั้นเป็นทหารปีศาจได้อีก..การจะตีชิงแผ่นดินคืน..จะทำได้ยากเย็นยิ่ง..”

ราชินีโสมมวดีอดวิตกไม่ได้..

“..แต่เจ้าแคว้นสนธยาจะต้องเสียชีวิตทันทีใช่ไหม..”

“..สมมติท่านประกาศครอบครองแผ่นดินใดแผ่นดินหนึ่ง..ท่านจะเสียชีวิตตามกฎ..และท่านเจ้าตำหนักชิงพลบ..จะได้เป็นเจ้าแคว้นแทน..หากประกาศครอบครองแผ่นดินอีกที่..ท่านจะเสียชีวิตอีก..ความเป็นเจ้าแคว้นจะตกเป็นของทายาท..ซึ่งคน ๆ นั้นคงเตรียมไว้แล้ว..”

ราชินีโสมมวดีอุทานออกมา..

“..ลูกอจินไตยใช่ไหม..”

“..หากจะว่าไปแล้ว..แคว้นอุตระเหมือนเป็นพันธมิตรที่ดีกับพิรุณเลือดและผู้บงการ..ย่อมตัดทิ้งไปได้..แต่หากผู้บงการและพิรุณเลือด..ใช้เจ้าแคว้นสนธยา..เจ้าตำหนักชิงพลบ..และอจินไตย..ประกาศครอบครองแผ่นดินในสามแคว้น..คือ..ธรรพ์ธารา..จันทรา..และสุริยะ..แม้จะไม่มีทายาทแห่งเจ้าแคว้นสนธยาอีก..ก็ไม่เป็นไร..เพราะหากมีสามแคว้นในครอบครอง..การรุกรานแคว้นมิลินทระแคว้นที่เล็กที่สุด..ย่อมไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง..”

“..แล้ว..ทำไมพวกมันถึงไม่ทำอันใดก่อน..”

“..เจ้าแคว้นสนธนาท่านอสงไขยกับท่านเมฆแดงเจ้าตำหนักชิงพลบคงยอมตายไม่ยอมทำตามคำขอร้อง..แต่หากได้อจินไตยไปเพื่อข่มขู่ต่อรอง..เรื่องราวจะเป็นอย่างไร..”

ราชินีโสมมวดีถอนหายใจ..

“..จวบจนถึงเงื่อนไขที่ลูกอจินไตยต้องเป็นเจ้าแคว้น..พวกมันคงใช้ลูกจินดาพิสุทธิ์กับลูกมุกดาราเป็นเครื่องต่อรอง..นี่เป็นเงื่อนไขที่ร้ายกาจนัก..”

แม่ทัพแมวหลวงถอนหายใจบ้าง..

“..พวกนางทั้งสามคงยอมตายไม่ยอมสยบ..ริต้าแม้จะไม่เด็ดเดี่ยวเท่าพี่สาวนาง..แต่นางรู้ดีว่าหากถึงเวลาต้องกระทำการใดสักอย่าง..ก็ต้องกระทำโดยไม่ลังเล..อจินไตยก็เป็นเช่นเดียวกัน..แม้มุกดาราก็คงจะเป็นเช่นนั้น..”

“..หากทรมาณสังขาร..จนทุกข์ทรมาณแสนสาหัส..ไม่ยอมให้ตาย..แต่อยู่ก็ราวตกนรกทั้งเป็น..”ราชินีโสมมวดีปริวิตก.. “..ท่านเจ้าสำนัก..ท่านคิดถึงข้อนี้หรือไม่..”

แม่ทัพแมวหลวงนิ่งงัน..

ความเป็นบุพการีทำให้นางร้อนใจผิดวิสัย..นึกถึงภาพที่ริต้าบุตรีนางถูกทรมาณให้อจินไตยทำในสิ่งที่พวกมันต้องการ..ก็แทบจะทานทนรับภาพที่สร้างจากจินตนาการไม่ได้แล้ว..

เรนพูดขึ้นว่า..

“..พวกมันจะใช้กฎเกณฑ์ที่เทพอสูรตราไว้ทำให้มีอำนาจเหนือดินแดนของท่าน..เรื่องเหล่านี้..องค์เทพอสูรไม่อาจจะยินยอมได้..ท่านจึงบัญชาให้เรามาจัดการ..อย่างน้อย..ก็ต้องจัดการเทวีปีศาจเรนี่หรือพิรุณเลือด..ไม่ให้เป็นเชื้อร้ายสร้างเมฆปีศาจ..สร้างทหารปีศาจ..ในแผ่นดินของท่านเพื่อกระทำการใหญ่แน่นอน..”

“..ศศินาเป็นชาวเผ่าหมาป่าเพียงคนเดียวในแผ่นดินนี้..มีแต่ใช้เลือดนางถึงจะทำยาแก้ความเป็นปีศาจได้..เพียงแต่..หากเป็นเช่นนั้น..ต้องใช้เลือดจำนวนมากจนนางไม่อาจจะรับไหว..”แม่ทัพแมวหลวงครางอือม์..นึกถึงสถานการณ์ต่อเนื่องต่อไปอีก..

“..แคท..เราต้องไปจัดการกับเทวีปีศาจกับผู้บงการโดยด่วนแล้ว..”

เรนพูดอย่างเรียบง่าย..

“..การจะจัดการเรื่องนี้..ฉันไม่อาจจะทำคนเดียวได้..ต้องพึ่งยอดฝีมืออย่างเธอ..”

แม่ทัพแมวหลวงถอนหายใจ..

“..ทำไมคุณถึงเชื่อมั่นในตัวฉัน..”

“..เพราะเธอคือเทวีสงครามจุติ..เทวีไร้พ่าย..ถูกส่งลงมาเกิดเพื่อสืบทอดวิชาของสำนักสูญญตา..”

“..แต่ฉันทิ้งจิตแห่งเทวีสงครามไปแล้ว..”

เรนหัวเราะ..

“..เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร..เธอคือเทวีสงครามจุติ..แปลว่า..ทั้งร่างกายและจิตใจของเธอ..คือเทวีแห่งสงคราม..การทิ้งจิต..คือการปล่อยวางไม่อยากต่อสู้..ไม่อยากทำสงคราม..ไม่ใช่ทิ้งความเป็นเทวีสงครามไปสักหน่อย..”

เรนตบบ่าแม่ทัพแมวหลวง..

“..ปล่อยวางทิ้งการต่อสู้เพราะไม่ต้องการสู้..ไม่ต้องการทำสงคราม..แต่ในเวลาที่ต้องทำเพื่อคนอื่น..เพื่อส่วนรวม..เพื่อคนที่ตัวเองรัก..เธอก็แค่คว้ามันกลับมาอีกครั้ง..”

“..การต่อสู้การสงครามไม่ใช่สิ่งดี..”แม่ทัพแมวหลวงถอนหายใจ.. “..ไม่อยากทำแต่ต้องกระทำ..เพราะต้องกระทำเพื่อคนอื่น..เพื่อส่วนรวม..”

ราชินีจันทราพูดขึ้นว่า..

“..ต้องการทหารไปด้วยหรือไม่..ข้าจะจัดการให้..”นางมีสายตาเด็ดเดี่ยว.. “..ข้าต้องการไปด้วย..จินดาพิสุทธิ์คือบุตรีข้า..ต้องไปช่วยเหลือนาง..”

“..โสมมวดี..”เรนยิ้ม.. “..ท่านเป็นราชินีแห่งแคว้นจันทรา..แคว้นไม่อาจจะขาดผู้นำ..ท่านอยู่รอฟังข่าวเถิด..ส่วนทหารนั้น..ไม่จำเป็น..ด้วยความสามารถของข้ากับแคท..เรื่องเพียงเท่านี้..ไปสองคนก็เพียงพอ..”

“..ต้องการให้ศศินากับแพคเกจไปด้วยหรือไม่..”

“..ดูเหมือนพวกนางก็มีภาระในส่วนของนาง..เธอก็รู้นี่แคท..เราไปกันแค่นี้แหละ..”

พูดจบก็ร้องเพลงเทพส่งวิญญาณบทที่สาม..บทเทพปรากฏ.ซึ่งมีผลในด้านการเดินทางข้ามมิติ..

ราชินีโสมมวดีปราดเข้าหาแม่ทัพแมวหลวง..กอด..และจูบอย่างรวดเร็ว..

แม่ทัพแมวหลวงจูบตอบ..

นี่คือการแสดงความรักของหญิงกลางคนทั้งสอง..นอกเหนือจากความรักที่มีให้กัน..สิ่งหนึ่งที่ราชินีโสมมวดีอยากจะบอก..คือ..นางห่วงใยลูกของนางเหมือนกัน..แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ..แต่เพราะเป็นลูกของแม่ทัพแมวหลวง..คนที่นางรัก..นางก็คิดเสมอว่า..จินดาพิสุทธิ์คือบุตรีที่นางรักเหมือนบุตรีในสายเลือด..

ร่างของแม่ทัพแมวหลวงเลือนหาย..

หายไปพร้อมกับเรน..

ราชินีจันทราถอนหายใจ..ร่างของคนที่นางรักหายไปแล้วด้วยอำนาจแห่งเพลงเทพส่งวิญญาณ..

การเดินทางด้วยเพลงเทพส่งวิญญาณ..ย่อมรวดเร็วกว่าการเดินทางโดยยานพาหนะใด ๆ ในแผ่นดินนี้..และเร็วกว่าการย่นย่อระยะทางอย่างที่ศศินามีความสามารถมากมายนัก..

“..ท่านเจ้าสำนัก..ท่านกับทูตแห่งเทพอสูร..ย่อมจะจัดการได้ทุกเรื่องราว..ข้าวางใจท่าน..โปรดช่วยเหลือลูกเราทั้งสามให้กลับมาโดยไวด้วยเถิด..”

......

 

ปล.ร่วมสนุกกันอีกครั้งนะคะเพราะเรื่องสุ่มเสี่ยงต่อการให้นางเอกจบไม่สวย

 

ถ้าสามเจ้าหญิงต้องตายคิดว่าควรจะ…

1.....(ตายหนึ่งคน…ระบุชื่อ)

2.ตายสอง(เหลือแต่ริต้า)

3.รอด แต่มีคนหนึ่งไม่อาจอยู่ร่วมกับอีกสองคน

4.อื่นๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น