AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 24 ภารกิจสังหาร

ชื่อตอน : ตอนที่ 24 ภารกิจสังหาร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 40

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2562 09:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24 ภารกิจสังหาร
แบบอักษร

ตอนที่ 24 ภารกิจสังหาร 

หลังจากสังหารจักรพรรดิเฟลเลี่ยม และทำให้เหล่าทหาร กองกำลังอัศวิน รวมถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์ถูกทำให้ยอมรับโดยหน้าตาที่กระชากใจ การสถาปนาจักรพรรดิองค์ใหม่ถูกจัดขึ้นในวันถัดไป ด้วยงานเล็กๆ ที่มีแต่เหล่าอัศวิน ทหารของอาณาจักร และเหล่าขุนนางระดับสูงเท่านั้น

บรรยากาศงานถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายทหาร อัศวินของอาณาจักรที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหล่าขุนนางที่แสดงสีหน้าออกมาชัดเจนว่าตนเป็นผู้ที่มีอำนาจมากกว่าเหล่าทหารและอัศวิน เพราะอย่างนั้นพวกเขาจึงสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างตามอำเภอใจโดยที่เหล่าทหารไม่สามารถทำอะไรได้

แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อพิธีเสร็จสิ้นเหล่าขุนนางทั้งหลายต่างก็เข้ามาแนะนำตัว และเริ่มต้นพูดคุยถึงเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ มีทั้งการขออนุมัติให้พวกเขามีอำนาจในด้านนั้นด้านนี้ แลกกับการที่พวกเขาจะคอยสนับสนุนกลุ่มไผ่อย่างเต็มที่

แต่ว่า จักรพรรดิคนใหม่เช่นไผ่เพียงแค่ฟังเท่านั้น ไม่ได้ตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งงานได้เลิกราไป ซึ่งก็ถึงดึกดื่นของอีกคืนเลยทีเดียว และก่อนเลิกงาน ไผ่ได้แจกของขวัญให้กับเหล่าขุนนางทุกๆ คน 1 ชิ้น นั่นคือเครื่องประดับที่ทำจากโลหะอย่างดีสลักลวดลายอย่างวิจิตรงดงามจนเป็นที่ชอบอกชอบใจของพวกขุนนางซึ่งสิ่งนี้ไผ่ได้บอกไว้ว่ามันเป็นเข็มกลัดที่เป็นสัญลักษณ์สำหรับขอเข้าพบในภายหลัง

ในยามค่ำคืนที่เงียบสงบหลังจากจัดงานมาทั้งวันนั้น ไผ่ ฮอป โนบุ แพตตี้ คิวบิลัส นานะ ต่างมานั่งรอบโต๊ะไม้อย่างดีตัวหนึ่ง ในห้องบรรทมของจักรพรรดิองค์ก่อน ซึ่งห้องนี้ถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อย มีการเอาเตียงมาเพิ่มอีก 6 เตียงเพราะห้องมีขนาดกว้าง ทั้งยังมีโต๊ะนั่งเล่นและอะไรหลายๆ อย่าง ส่วนมีร่านั้นถูกทำให้หลับ ตอนนี้เธอนอนอยู่บนเตียงใกล้ๆ กับฮอป

“เรามาคุยถึงภารกิจที่กำลังจะทำกันเถอะ” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแฝงแววขี้เล่นเมื่ออยู่กับพวกพ้อง

“ทุกคนจำของที่ฉันให้กับเหล่าขุนนางตอนเลิกงานได้ใช่ไหม” ทุกคนพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน

“สิ่งนั้นมันคือเครื่องติดตามที่ทำขึ้นแม้จะรีบไปหน่อยจึงไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ก็สามารถยืนยันที่อยู่ของเหล่าขุนนางพวกนั้นได้แหละนะ และตอนนี้ก็ได้เวลาที่พวกเราจะได้เข้าไปสำรวจความเป็นอยู่ของพวกนั้น ส่วนภารกิจคือ ถ้าพบว่าขุนนางคนไหนมีการซุกซ่อนทาส มีการทรมานทาส รวมถึงชาวบ้าน หรือใครก็ตามให้กำจัดทิ้งโดยการตัดหัวเสียบประจานหน้าบ้านของมัน

หากพบว่าพวกเขาส่งคนไปลักพาตัว หรือไปข่มเหงคนอื่นจนถึงแก่อาการสาหัส หรือความตาย ให้กำจัดทิ้งและเสียบหัวประจานทันที เรื่องเป็นคนดีหรือไม่ บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ไม่ต้องไปสนใจ ขุนนางคนไหนที่ทำแบบสองข้อแรก ให้ฆ่าซะ

คืนนี้เราจะทำภารกิจแค่สองข้อนี้ก่อน เหล่าขุนนางทั้งหมด 147 คนที่มาในวันนี้ต้องถูกสำรวจ ส่วนโนบุกับฮอปนั้นคงจะเข้าใจถึงภารกิจนี้มากกว่าใครเพราะเคยทำงานแบบนี้มาอย่างโชกโชนแล้ว อีกสามคนอาจจะล่าช้าบ้างแต่ขอให้พยายาม ส่วนฉันก็จะเข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย เอาล่ะ มีใครสงสัยตรงไหนไหม” เสียงของไผ่พูดจบก็ถามความเห็นของทุกคน

“พี่ชาย หากพวกนั้นมีความผิดในข้อใดข้อหนึ่งให้ฆ่าเลยใช่ไหม ไม่ต้องสนถึงเหตุผลที่เขาทำใช่หรือเปล่า” นานะถามเพื่อทวนความเข้าใจของตัวเอง

“อื้อ ใช่แล้ว อาจมีการพลาดฆ่าขุนนางที่ทำไปเพื่อเหตุผลที่ต้องบ้าง แต่ไม่ต้องไปสนใจเรื่องนั้น เพราะเราคงไม่มีเวลาพอที่จะไต่ถามพวกเขา ส่วนคนอื่นๆ ล่ะ” เสียงของไผ่ยังคงถามความเห็นต่อ ทุกคนพยักหน้าตอบว่าเข้าใจ

ไผ่เดินไปยังเตียงของมีร่าเขาสร้างวงเวทป้องกันระดับสูงปกป้องเธอ แล้วทุกคนก็หายไปจากจุดที่ยืนอยู่

 

....................................

 

ในบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งมีชายห้าคนเดินเข้าไปยังห้องลับแห่งหนึ่งของบ้าน เขายังไม่ได้อาบน้ำแต่งตัว ยังคงใส่ชุดเดิม เขาติดเข็มกลัดที่จักรพรรดิคนใหม่ให้มาในวันนี้ที่อกซ้าย เขาเดินไปถึงชั้นหนังสือแห่งหนึ่งในบ้าน มือกดกลไกบางอย่างชั้นหนังสือนั้นก็เปิดออกต่างประตูเผยให้เห็นทางเข้ามืดๆ ไม่รอช้าทั้งห้าคนนั้นหัวเราะด้วยความชอบใจทันที

“ฮ่าๆ ในที่สุดข้าก็ได้มาปลุกปล่อยเสียที ให้ตายสิวันนี้ทั้งวันไม่ได้เล่นสนุกกับพวกมันก็เพราะไอ้จักรพรรดิคนใหม่นั่น แต่ก็เอาเถอะ คืนนี้ข้าจะเล่นสนุกให้เต็มที่” ชายคนนั้นหัวเราะชอบใจแล้วเดินนำเข้าไปในทางเข้านั้น เขาคือขุนนางคนหนึ่งที่พึ่งกลับมาถึงบ้านตัวเองพร้อมกับข้ารับใช้ที่เขาไว้วางใจ ซึ่งพวกนั้นต่างก็ยิ้มด้วยความชอบใจเช่นกัน

เมื่อเดินเข้าไปจนสุดก็เจอกับประตูบานหนึ่งที่ล็อกอย่างแน่นหนา ข้ารับใช้ทั้งสี่ต่างรู้หน้าที่ตนเองหยิบเอากุญแจ 4 ดอกไปไขอย่างพร้อมเพรียง เมื่อประตูเปิดออกเผยให้เห็นห้องขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่มีแสงไปจากผลึกเวทประดับให้ความสว่าง เสียงสะอื้นของผู้หญิงจำนวนมากดังขึ้นเบาๆ

ด้วยความขมขื่น พวกเธอไร้ซึ่งเสื้อผ้าหรืออาภรณ์ใดๆ ปกปิดร่างกาย หลายคนสิ้นใจไปแล้ว หลายคนตามร่างกายมีรอยแส้ รอยฟกซ้ำดำเขียวต่างๆ เมื่อเห็นว่าใครเข้ามาพวกเธอถึงกับขยับถอยไปจนชิดมุมห้อง

“อะไรกัน พวกยังคงหวาดกลัวข้าอีกหรือ ไอ้พวกลูกสวะอย่างเจ้ายังกล้าหนีข้าคนนี้อีกนะ แต่ก็เอาเถอะ วันนี้ข้าจะขอสนุกให้เต็มที่เลยละกัน คาบาลเอาแส้หนามมาซิ” เสียงดังหนักหน่วงของขุนนางคนนั้นดังขึ้น เขาเตรียมที่จะสนุกกับสาวๆ ตรงหน้าแล้ว

“จงหวาดกลัวข้าให้มาก ร้องโหยหวนมากกว่านี้ ข้าชอบเสียงแบบนี้ ชอบสีหน้าหวาดกลัวของพวกเจ้า ฮ่าๆ” ขุนนางพูดด้วยน้ำเสียงและแววตาคล้ายกับคนโรคจิต เขาเปลื้องเสื้อผ้าตนเองออกอย่างช้าๆ

เมื่อแส้มาส่งถึงมือก็ฟาดไปยังร่างหญิงสาวเหล่านั้นที่กำลังคลานหนีกันอย่างหวาดกลัว และไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

“เอาอีก กรีดร้องออกมาอีกซี่ ฮ่าๆ ข้าชอบเสียงโหยหวนแบบนี้ที่สุดเลยรู้ไหม” เสียงของขุนนางยังคงพูดออกมาอย่างใจเย็น แส้ในมือฟาดไปยังร่างของหญิงสาวอย่างบ้าคลั่ง

“อย่าคิดว่าจะมีใครเข้ามาช่วยพวกเจ้าได้ ต่อให้มันเป็นเทพก็ตา...”

อั๊ค.....

ระหว่างที่ขุนนางคนนั้นกำลังพูดอย่างสนุกปากพร้อมกับแส้ที่ฟาดไปนั้นอยู่ๆ เสียงของเขาก็สะดุด และทุกอย่างก็เงียบไปหลงเหลือเพียงเสียงสะอื้นของเหล่าหญิงสาวเท่านั้น

เมื่อรู้สึกว่าเสียงของขุนนางคนนั้นเงียบไปหญิงสาวคนหนึ่งค่อยๆ เงยหน้ามองด้วยความหวาดกลัว และภาพที่เห็นก็คือ ร่างอันไร้ศีรษะของขุนนางคนนั้น ส่วนข้ารับใช้ทั้งสี่ต่างก็มีสภาพเดียวกันทั้งสิ้น โดยที่ข้ารับใช้มีหัวของมันตกอยู่ใกล้ๆ

ส่วนหัวของขุนนางไม่มีให้เห็น ภาพที่เธอมองนั้นตรงกับประตูพอดี จากที่มันปิดสนิทกลับเป็นรูโหว่พอให้คนเขาและออกได้ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย

เสียงกรีดของพวกเธอดังลั่น หลายคนเมื่อเห็นว่าทางออกถูกเปิดพวกเธอต่างก็วิ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต โดยเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกันก็ไม่ทราบได้ บ้านขุนนางที่ดูใหญ่โตนั้นต่างเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของเหล่าหญิงสาวที่หนีออกมา เหล่าทหาร และข้ารับใช้ส่วนใหญ่ในบ้าน นอกบ้านต่างถูกทำให้หมดสติ หรือไม่ก็ตาย

เมื่อออกมานอกบ้านหากมีสักคนเหลียวมองดูสักหน่อยจะเห็นศีรษะของขุนนางคนนั้นถูกเสียบด้วยปลายหอกแล้วเอาปักประจานอยู่อย่างนั้น

....................................

 

เสียงวิ่งของบุรุษร่างกำยำสี่คนซิกแซกไปตามซอกมุมต่างๆ อย่างชำนาญ บนบ่าของพวกเขาแบกถุงคนละใบ พวกเขาวิ่งแบบนี้จนไปหนึ่งหน้าคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ทหารก็ชูหอกขวาง แต่พวกนั้นก็ยื่นสัญลักษณ์บางอย่างให้เหล่าทหารก็เปิดทางให้เข้าไป

ตุบ!

ชายทั้งสี่คนโยนถุงขนาดใหญ่นั้นลงพื้น แววตาของพวกเขาเรียบนิ่งมือคนหนึ่งแบออกมา

“10 เหรียญทอง นังพวกนี้จับลำบาก” เขากล่าวออกมา ชายผู้เป็นขุนนางที่นั่งโซฟาอย่างหรูหราพยักหน้า จากนั้นข้ารับใช้ก็เอาถุงเหรียญทองมาให้

“ขอบคุณ” พวกเขาพูดแล้วเคลื่อนกายออกไปทันที

“อา…….ไหนขอดูหน้าเหล่าหญิงสาวที่ข้าสูญเสียเงินไปถึง 10 เหรียญทองเพื่อนำมาเล่นสนุกกับข้าคืนนี้เสียหน่อย หวังว่าคงจะไม่ตายคาที่หรอกนะ อา” เสียงอันหื่นกระหายของขุนนางคนนี้แย้มยิ้มจนเห็นฟันที่แหลมคมอันน่าเกลียด เขามีร่างที่อ้วน พุงโตหน่อยๆ และหัวที่ล้านดังดวงอาทิตย์เที่ยงวัน

ก่อนที่มือของเขาจะได้เปิดถุงทั้ง 4 นั้น พลันก็มีเลือดไหลชโลมทั่วร่างของเขา มือที่ค้างอยู่เกิดสั่นกระตุก แล้วร่างก็ล้มลงไปชักดิ้นทั้งร่าง ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างของเหล่าข้ารับใช้ ทั้งนี้ยังมีหลายคนในนั้นที่ล้มลงสิ้นชีวิตโดยที่ไม่มีสาเหตุ และที่สำคัญหัวของขุนนางได้หายไปแล้ว

ถุงผ้าขนาดใหญ่มีรอยของมีคมเฉือน พลันมันก็ขยับช้าๆ แล้วดิ้นอย่างรุนแรงจนปากถุงเปิดออกเผยให้เห็นหญิงสาวหน้าตาพอใช้ได้ เธอพึ่งฟื้นจากอาการสลบ และเมื่อกำลัง งงงวยว่าอยู่ที่ไหน สายตาเธอก็สอดส่องไปทั่ว แต่ภาพที่เห็นคือบ้านหลังโต และมีศพหลายศพนอนเกลื่อนพื้น

กรี๊ด.......

 

..............................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น