Lion-S

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 อบอุ่นหัวใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 อบอุ่นหัวใจ

คำค้น : ิbleach fanfic เบียคุยะ ฮิสึกายะ อุคิทาเกะ บลีชเทะมรณะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 52

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 23:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 อบอุ่นหัวใจ
แบบอักษร

ตอนที่ 7 อบอุ่นหัวใจ

           

           หญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้า เมื่อเคียวราคุเดินออกมาจากห้อง เธอภาวนาเพียงว่าให้ชายผู้นี้เดินจากไปโดยไม่ต้องหันมาสนใจหรือพูดคุยอะไรกับเธอ แต่ผิดคาด...

“พอมีเวลาไหม ชานะจัง...” นั่นไงว่าแล้วเชียว

“อะ..เอ่อ คือ...ค่ะ” 

           หญิงสาวเดินตามชายร่างสูงไปนั่งบริเวณระเบียง พร้อมหย่อนขาลงเพื่อให้ร่างกายสบายตัว ชายผู้นี้ยังมองเธอไม่ห่างสายตา จนหญิงสาวเริ่มรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม หากอยู่ที่โลกมนุษย์ ผู้ชายแบบนี้คงจัดอยู่ในหมวดหมู่บุคคลอันตรายแน่ๆ

“ข้าดีใจนะที่เจ้ามาเป็นผู้ช่วยของอุคิทาเกะ” //ทำไมเขาพูดแปลกๆ แบบนั้น//

“เอ่อ..ค่ะ”

“ข้ารู้จักอุคิทาเกะมานาน ร่างกายที่เป็นอุปสรรคแบบนั้น แต่เพราะความมองโลกในแง่ดีของเขา จิตใจที่ดีงามแบบนั้นทำให้ผ่านอุปสรรคต่างๆมาได้”

“ทำไมอยู่ๆ ถึงเล่าเรื่องคุณอุคิทาเกะให้ฉันฟังล่ะคะ”

“ก็เจ้าเป็นผู้ช่วยอุคิทาเกะนี่ ก็ต้องรู้เรื่องไว้บ้างเป็นธรรมดา เจ้ายังอยากจะฟังต่อหรือไม่”

“อะ..เอ่อ ค่ะ ช่วยกรุณาทีค่ะ”  ชายร่างสูงยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ นี่เขากำลังทำอะไรอยู่นะ

“แต่เจ้ารู้ไหม แม้เจ้านั่นจะยิ้มออกมาแบบนั้น นั่นล่ะที่น่าเป็นห่วงที่สุด ภายใต้รอยยิ้มแบบนั้นก็มักจะทำให้ใครหลายคนมองข้ามสิ่งที่อยู่ภายในใจของเขาไป ตัวข้าก็เป็นเพียงสหายที่เติบโตมาด้วยกัน ไม่อาจหยั่งรู้ได้ทุกสิ่ง ข้ารู้เพียงว่าแม้จะสดใสเพียงใด แต่ก็ล้วนมีความเศร้าหมองเสมอ ข้าถึงอยากฝากเจ้าดูแลอุคิทาเกะด้วย”

“ค่ะ ที่คุณเคียวราคุพูดมาฉันก็พอจะเข้าใจนะคะ แต่ฉันกับเขาช่างต่างกันมากจริงๆค่ะ ฉันอยากจะตายอยู่ในทุกวัน ส่วนคุณอุคิทาเกะก็อยากจะมีชีวิตอยู่ในทุกวัน เรื่องนี้ฉันพอจะเข้าใจนะคะ”

//เพราะแบบนี้ไงล่ะ ข้าถึงอยากให้พวกเจ้ามาเติมเต็มซึ่งกันและกัน// เคียวราคุคิดในใจ

“และคุณอุคิทาเกะไม่มี...เอ่อ...แบบว่า เขาอยู่คนเดียวแบบนี้มาตลอดเลยหรอคะ”

“นั่นสินะ ก็หลังจากจบสถาบันวิญญาณ พวกเราก็ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วย จากนั้นเจ้านั่นก็เอาแต่ทำงาน หรือไม่ก็นอนพักอยู่ที่วัง อ้อ! และก็ใช้เวลาว่างแต่งงานกับบอนไซกับปลาโค่ยล่ะนะ ฮ่ะๆๆๆ”

           หลังจากได้ฟังคุณเคียวราคุพูดแบบนั้นออกมา ฉันก็ยิ้มแห้งๆ ออกมา บางทีฉันก็ลืมไปเลยว่ายิ้มครั้งสุดท้ายตั้งแต่เมื่อไหร่ เราคุยกันอยู่สักพัก เรื่องส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องน่าขำของคุณอุคิทาเกะ ไม่เคยคิดเลยว่าคุณเคียวราคุจะนินทาเรื่องราวของคุณอุคิทาเกะให้ฟัง แต่ก็น่าขำจริงๆแหละนะ..

“เอาล่ะ ข้าต้องไปก่อนล่ะ อย่าให้อุคิทาเกะรู้ล่ะว่าข้านินทาให้เจ้าฟัง ฮ่ะๆๆ” ชายร่างสูงหัวเราะอย่างสนุกปาก พลางมองไปที่ใบหน้าที่กำลังยิ้มของหญิงสาวคู่สนทนา

“ค่ะ ฉันจะเก็บไว้เป็นความลับ” เธอตอบ

           จากนั้นร่างสูงก็เดินจากไป หญิงสาวนึกถึงเรื่องราวของชายผู้เป็นหัวหน้าของเธอ พร้อมกับรอยยิ้มในหัวใจที่เริ่มพองโต เนื่องจากเรื่องราวไร้เดียงสาของชายผู้นั้น พลางรีบเดินเข้าไปที่ห้องทำงานผู้เป็นนาย

“คุณอุคิทาเกะคะ ฉันขอโทษที่มาช้าค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เคียวราคุน่ะคุยสนุกใช่ไหม”

“ค่ะ สนุกมากเลยค่ะ”

“ก็เป็นแบบนั้นมาตั้งนานแล้วนี่นา... ตอนบ่ายนี้ข้าต้องไปที่สวนน่ะ เจ้าไปพักเถอะ ไม่ต้องตามข้าไปก็ได้” ผู้เป็นนายสั่ง

           หญิงสาวไม่ได้สนใจคำกล่าวของอุคิทาเกะ เธอเดินไปที่โต๊ะทำงานของอุคิทาเกะ และจัดเก็บเอกสาร ส่วนอุคิทาเกะก็เข้าใจดีถึงการกระทำที่เชิงบอกว่า ทำตามที่อยากทำเถอะ เจ้าตัวจึงเดินออกจากห้องไปยังจุดหมายของตน

           ด้านหญิงสาว แม้มือจะจัดเก็บเอกสารที่โต๊ะแต่ในใจกลับคิดไปไกล //เขาจะไปที่สวน ไปแต่งกิ่งบอนไซแบบที่คุณเคียวราคุบอกรึเปล่านะ หรือจะไปทำอะไร อยากรู้จัง// หญิงสาวเมื่อจัดเอกสารทุกอย่างเสร็จก็รีบเดินไปที่สวนเพื่อหาเจ้านายของตน...

           สวนที่ร่มรื่น ลมพัดผมปลิวไปมา บริเวณสวนแห่งนี้เป็นสวนที่หัวหน้าหน่วยที่ 13 มักจะมาพักผ่อนหรือทำงานอดิเรกเสมอ นอกจากเขาจะแต่งงานกับงานที่หน่วยแล้ว เขายังแต่งงานกับสวนแห่งนี้อีกด้วย หญิงสาวเดินไปเรื่อยๆ จนพบกับผู้ที่กำลังตามหา

           แผ่นหลังของชายหนุ่มผมสีขาวยาวสลวย ที่กำลังตัดแต่งกิ่งบอนไซอย่างเพลินตา ชานะอดยิ้มไปกับความน่ารักของเขายามนี้เป็นไม่ได้ ร่างกายที่ขยับไปมา เพื่อมองหลายๆมุมว่ากิ่งนี้ควรตัดหรือไม่ หรือตัดสินใจว่าจะตัดกิ่งนี้เพื่อให้บอนไซน้อยเติบโตไปในทิศทางไหน เธอเชื่อที่เคียวราคุบอกแล้วว่า แม่อุคิทาเกะจะชอบแต่งกิ่งบอนไซ แต่ศิลปะในการแต่งของเขานั้นคนละเรื่องเลย 

“ให้ฉันช่วยนะคะคุณอุคิทาเกะ” ชานะกล่าวจนคนตรงหน้าสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความแปลกใจที่หญิงสาวผู้นี้มาอยู่ที่นี่

“นี่เป็นเวลาพักของเจ้านะ ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าตามมานี่”

           หญิงสาวยิ้มอ่อนๆ แก่ชายหนุ่ม พร้อมกับเดินไปหญิงกรรไกรแต่งกิ่งอีกอัน ตอนนี้หญิงสาวเดินมาอยู่ที่ตรงหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับมือน้อยค่อยเอื้อมไปตัดกิ่งบอนไซ

“เดี๋ยวสิ เจ้าแน่ใจอย่างไรว่าจะตัดกิ่งนั้น” อุคิทาเกะผู้หวงบอนไซของตนท้วงติง

“ต้องตัดกิ่งนี้ค่ะ และกิ่งนี้ด้วย จึงจะทำให้บอนไซแตกกิ่งไปทางนี้ และทางนี้” หญิงสาวชี้แจงจนกระจ่าง

           ชายหนุ่มก็ได้เพียงมองการกระทำของเธอ แม้เขาจะไม่เข้าใจศิลปะเท่าไหร่ ก็ยอมให้เธอ “เชือดบอนไซ” ของเขา ในขณะที่ชานะกำลังตัดกิ่งอยู่นั้น เธอแทบไม่หุบยิ้มเลย เพราะกำลังคิดถึงเรื่องตลกๆของอุคิทาเกะ ที่เคียวราคุเล่าให้ฟังเกี่ยวกับบอนไซ วันนี้เธอเผลอยิ้มออกมาดดยไม่รู้ตัวอีกแล้ว

           ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานของหญิงสาว ตอนนี้แก้มของตนเริ่มมีสีระเรื่อๆขึ้น หัวใจเริ่มเต้นรัว //ทำไมกันนะ ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกัน//

จ๋อม !!!

        เสียงปลาโค่ยกระโดดเหนือน้ำ ทำให้อุคิทาเกะตื่นจากภวังค์  ตอนนี้เขาเริ่มไม่เข้าใจตัวเองสักนิด ว่าทำไมเวลามองหน้าผู้หญิงคนนี้ถึงได้ใจเต้นรัวแบบนี้

“เสร็จแล้วค่ะคุณอุคิทาเกะ รับรองอีกหน่อยคงโตได้กิ่งสวยๆแน่นอนค่ะ” หญิงสาวยิ้มอย่างภาคภูมิใจในฝีมือของตน

“ขอบใจเจ้ามากนะ เจ้ามีธุระที่ไหนรึเปล่า เอ่อ..ข้าหมายถึงบ่ายนี้เจ้าว่างรึเปล่า” ชายหนุ่มถามอย่างลนลาน

“ไม่มีค่ะ คุณอุคิทาเกะมีอะไรให้ฉันช่วยคะ”

“เปล่าหรอก ข้าแค่อยากมีเพื่อนนั่งดื่มชาในบ่ายนี้น่ะ”

“ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวฉันไปชงชามาให้นะคะ” ว่าแล้วหญิงสาวจึงเดินไปทำตามที่กล่าวไว้

 

           ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนกับเสื่อผืนใหญ่ กลิ่นชาหอมๆ สองถ้วย พร้อมกับลมพัดอ่อนๆ พอทำให้คนผมยาวทั้งสองผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า ร่างชายหญิงกำลังดื่มชาและพูดคุยกันอย่างสนุกปาก

“เห...!! เจ้ารู้เรื่องนั้นได้ยังไง ใครบอกกัน เคียวราคุหรอ” อุคิทาเกะหน้าแดงขึ้นมา

“ฮ่ะๆๆ แค่แลกเปลี่ยนความรู้กันน่ะค่ะ ฉันก็ต้องรู้เรื่องของเจ้านายตัวเองไว้บ้าง”

“แต่นี่มันเรื่องน่าอายนะ เคียวราคุนะเคียวราคุ” อุคิทาเกะกล่าวเชิงอายๆนิดหน่อย

“อย่าโทษคุณเคียวราคุเลยค่ะ คุณเคียวราคุน่ะหวังดีกับคุณอุคิทาเกะมากเลยนะคะ ส่วนเรื่องที่คุณเคียวราคุหาสาวๆมาให้คุณอุคิทาเกะ แต่กลับได้เป็นเพียงเพื่อนนั่นน่ะ ฉันจะไม่บอกใครหรอกนะคะ”

“มันเป็นเรื่องน่าอายมากๆเลย เรื่องแบบนี้น่ะ”

“คุณเคียวราคุบอกว่าคุณน่ะหัวโบราณ คิดแต่ว่าการมีความรักในขณะเรียนไม่ดี แบบนี้ไงคุณอุคิทาเกะถึงไม่แต่งงานสักทีไงคะ”

“ใครบอกกัน ข้าน่ะไม่กล้าคิดเรื่องแบบนี้หรอก และไม่อยากคิดด้วย ข้ามีเหตุผลของข้าน่ะ และผู้หญิงที่เคียวราคุใส่พานมาให้ข้า ข้าก็คิดกับพวกนางเพียงเพื่อนคนหนึ่งก็เท่านั้น”

“แต่คุณอุคิทาเกะก็ปฏิเสธพวกเธออย่างสุภาพมากๆเลยนะคะ จนสาวๆเขาไม่กล้ามาใกล้คุณเลย อันนี้คุณเคียวราคุบอกมาล่ะค่ะ”

“บอกเยอะจังนะ เอาเป็นว่าข้ามีเหตุผลของข้าแล้วกัน”

           ชานะมองใบหน้าที่เขินอายกับเรื่องแบบนี้ของอุคิทาเกะ เธอเชื่อที่เคียวราคุบอกแล้วว่าอุคิทาเกะไม่ประสีประสาเรื่องแบบนี้จริงๆ ....เธอรู้สึกได้ว่าการได้อยู่ใกล้ๆอุคิทาเกะแบบนี้มันทำให้เธอผ่อนคลาย อบอุ่น และรู้สึกปลอดภัย... การได้พูดคุยกับเขาทำให้เธอสบายใจอย่างที่ลูเคียบอก..

           //เคียวราคุนะเคียวราคุ เจ้าเล่าอะไรให้นางฟังบ้างเนี่ย แบบนี้ข้าจะทำยังไงละ เห้อ...แต่จะว่าไป...เวลานางหัวเราะก็ดีเหมือนกันนะ ทำไมรู้สึกอบอุ่นแปลกๆล่ะ// อุคิทาเกะครุ่นคิดในใจพลางมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า

“ว่าแต่เจ้าเล่าเรื่องของเจ้าบ้างสิ เจ้าได้ฟังเรื่องของข้าจากเคียวราคุแล้ว คงไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ถ้าถ้าไม่ได้ฟังเรื่องของเจ้าบ้าง” อุคิทาเกะคัดติง

“อืม...เรื่องของฉันไม่ค่อยจะน่าสนใจหรอกนะคะ”

“ก็ข้าอยากฟังนี่ เล่าให้ข้าฟังเถอะ”

“ฉันเป็นลูกคนเดียวค่ะ พ่อกับแม่ฉันเสียไปตอนเด็ก ฉันเลยต้องย้ายมาอยู่ในเมือง ต้องปรับตัวหลายอย่างเลย...การต้องใช้ชีวิตคนเดียวนั้นมันเหงาจริงๆนะคะ แต่โชคดีฉันมีเพื่อนที่รักและหวังดีค่อยช่วยเหลือ และคนที่รัก....”

           หญิงสาวหยุดพูดไปชั่วขณะ...

“แล้วยังไงต่อล่ะ เล่าต่อสิ”

           //ขอโทษนะคะคุณอุคิทาเกะ ฉันไม่สามารถเล่าให้คุณฟังได้จริงๆ หากเล่าเสียตอนนี้ฉันคงเก็บความเสียใจนี้ไม่อยู่ ฉันไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็นอีกแล้ว ขอโทษจริงๆค่ะ//

“ฉันต้องขอตัวก่อนนะคะคุณอุคิทาเกะ คือว่านัดคุณลูเคียไว้น่ะค่ะ”

           //เปล่าเลย เธอไม่ได้นัดใครไว้ทั้งนั้นแหละ แค่อยากเลี่ยงที่จะไม่คิดเรื่องนั้นอีกก็เท่านั้น//

“อ้าวหรอ งั้นเจ้าก็ไปเถอะ ไว้เล่าให้ข้าฟังต่อนะ”

           หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงยิ้มให้ชายตรงหน้า แต่รอยยิ้มนั้นช่างไม่ใช่รอยยิ้มที่เขารู้จักเลย ทำไมดูหมองเศร้าแบบนั้น //เจ้ามีอะไรในใจกันแน่ชานะ ข้าต้องรู้ให้ได้//

 

           หลังจากที่ชานะเดินออกมาจากสวน คิโยเนะก็วานหญิงสาวให้ไปส่งรายงานที่หน่วย 10  เนื่องจากตนต้องตรวจเอกสารอีกหลายกอง ส่วนเซนทาโร่มีหรือจะยอมแพ้คิโยเนะ ทั้งสองต่างเร่งทำงานแข็งกัน แม้กระนั้นก็ยังไม่วายหาผู้ชนะได้ จึงเป็นเหตุตนต้องไปที่หน่วยสิบตามลำพัง 

//แล้วหน่วยสิบ ต้องไปทางไหนล่ะเนี่ย//

           ชานะเหงื่อแบบตก เพราะตั้งแต่เธอมาอยู่ที่เซเรเทย์ก็ไม่เคยออกมาข้างนอกที่ทำการหน่วย 13 เลย คิโยเนะคงลืมไปกระมังว่าเธอนั้นไม่รู้เส้นทาง แต่จะปฏิเสธไปก็ไม่ทันแล้ว ขาเจ้ารีบเดินไปตามทางเรื่อยๆ ผ่านบ้านเรือนต่างๆ หญิงสาวได้เพียงถามทางจากยมทูตมากหน้าหลายตาที่สวนทาง แต่เมื่อมาถึงทางแยกกลับเป็นเรื่องยากที่จะมีคนเดินผ่านแถวนี้ แล้วตนต้องเดินไปทางไหนกัน หญิงสาวเลือกเดินไปทางซ้ายมือ...

           แต่ทำไมถึงยังไม่ถึงสักที เธอต้องรีบหาคนช่วยเสียแล้ว เมื่อที่หอบเอกสารชุดใหญ่รีบมองหาคนช่วยเหลือเพื่อถามทาง...พลันสายตาไปเห็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง เธอเห็นเพียงด้านหลังและไม่อาจทราบว่าเป็นผู้ใด เสียงใสรีบเอ่ยถาม...

“คุณคะ รอก่อนค่ะ...!!” เท้าเล็กรีบวิ่งไปให้ทันผู้ช่วยเหลือ (อาจเรียกแบบนี้ได้ล่ะมั้ง)

“คือว่าฉันกำลังหาทางไปที่หน่วยทำการหน่วยที่ 10 น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าไปทางไหนหรอคะ”

           หญิงสาวก้มหน้าเพราะความเหนื่อย ก็ใช่สิ เธอเป็นเพียงวิญญาณธรรมดาๆนี่ ไม่ใช่ยมทูต คงมีเหนื่อยกันบ้าง...

“นี่เจ้า...” ชายหนุ่มผมดำยาวประบ่า สวมชุดหัวหน้าหน่วยที่ 6 คุจิกิ เบียคุยะ

           หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ...เธอไม่ควรเจอเขาเลย..

“คะ...คุณพี่ชายของคุณลูเคีย เอ่อ ฉันขอโทษค่ะ ฉันต้องไปแล้ว..!!”

           หากอยู่อีกนานกว่านี้ คงไม่ดีแน่ๆ เธอกลัวเขาขนาดนั้นเลยหรือ..

“จะไปหน่วยสิบมิใช่รึ ตามมา”

           ชานะแปลกใจอย่างมากที่จู่ๆ เจ้าตัวก็อาสาพาไปส่ง ทำไมกันล่ะ..หรือเธอดูคนผิดไปงั้นหรือ รึว่าเขาก็เป็นคนใจดีอยู่แล้ว จะอะไรก็ช่างเถอะเพราะตอนนี้เธอมีหน้าที่ต้องทำ จึงต้องเดินตามชายผู้นี้ไปก่อน หากเพราะเขาเป็นผู้ช่วยเหลือเธอนี่นา..

           //ทำไมข้าต้องพูดแบบนั้นออกไป...ทำไมต้องพานางไปด้วย ทำไมกันล่ะ...// เบียคุยะยังคงตั้งคำถามต่อสิ่งที่ตนกำลังกระทำอยู่นั้น บางทีนี่อาจเป็นเพียงความช่วยเหลือธรรมดาก็เท่านั้น ใช่แล้ว...ก็แค่นั้นแหละ

           หญิงสาวเดินตามผู้นำแห่งตระกูลคุจิกิ จนตอนนี้ก็มาถึงที่ทำการหน่วยสิบแล้ว เมื่อพาหญิงสาวมาส่ง เบียคุยะก็เดินจากไป..

“ขอบคุณนะคะคุณพี่ชายของคุณลูเคีย” ชานะรีบกล่าวของคุณ

“เบียคุยะ...นั่นชื่อของข้า”

“คะ..ค่ะคุณเบียคุยะ ขออภัยค่ะ”

           ชายหนุ่มไม่สนใจหันไปมองหญิงสาว เพียงแต่ขาก้าวต่อไปยังเบื้องหน้าเท่านั้น //นี่ข้าทำอะไรลงไป..// คำถามนี้ยังวนเวียนกวนใจเขาไป...และจะคงอยู่ในนั้นไปอีกนาน

           

           ตอนนี้ชานะยืนอยู่หน้าประตูของหน่วยสิบ เธอแอบกลัวและกังวลใจนิดหน่อยว่าจะต้องเจออะไร เพราะนอกจากอุคิทาเกะที่ใจดีกับเธอ เวลาอยู่กับเขาแล้วเธอรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกปลอดภัย แต่นี่เธอต้องมาที่ไหนก็ไม่รู้ จะเจอคนแบบไหน หัวหน้าหน่วยที่ 10 จะใจดีเหมือนอุคิทาเกะหรือเปล่า เธอเพียงคิดไปต่างๆนานา

           จนในที่สุด มืออีกข้างที่ไม่ได้หอบเอกสารก็ตัดสินใจ เปิดประตูของหน่วยสิบเข้าไป...

จะเจออะไรบ้างนะ...

กังวลจังเลย....

 

 

 

จบไปอีกตอนค่า ขอบคุณที่ติตามกันมานะคะ เม้นให้กำลังใจกันหน่อยเร็ว

ขอบคุณมากๆค่า 

ความคิดเห็น