ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก จบ

ชื่อตอน : สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก จบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 18k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 23:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สุดแท้เเล้วเเต่จะ...รัก จบ
แบบอักษร

 “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ตามหาเอง” 

 

 “ค่ะ” จากนั้นเเล้วอัศวินก็วางสายไปทันที ดวงหน้าที่สะสวยยามนี้ของวานิสามันเต็มไปด้วยรอยยิ้มของคนมีชัย  

 ทางด้านของอัศวินหลังจากที่เขาวางสายวานิสาไป มือหนาก็รัวกดเบอร์ของอีกคนที่ยามนี้น่าจะสามารถช่วยเขาได้มากที่สุด! “ไอทัศ ช่วยตรวจสอบหาที่อยู่ของวานิสาตอนนี้ให้ฉันที” เเม้ว่าปากของสาวเจ้าจะบอกว่าเขมมิกาไม่ได้อยู่กับเธอเเต่ทว่าเขาไม่อาจจะละทิ้งไปได้ง่ายๆ ขอตรวจสอบให้เเน่ใจเสียว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ 

 “แกจะเอาไปทำอะไรวะ” 

 “เออน่า อย่าถามมากรีบทำตามที่ฉันบอกให้เร็วที่สุด ตอนนี้เขมหายตัวไป ฉันต้องการโลเคชั่นของวานิสาให้เร็วที่สุด!” 

 “ได้ๆ เดี๋ยวฉันจะรีบตรวจสอบและส่งไปให้แกเดี๋ยวนี้แหละ” ทัศนัยเมื่อรับคำของอัศวินแล้วเขาก็รีบเร่งทำคามที่เพื่อนบอกทันที 

 “ติ๊ง!” สักพักไม่นานนักทัศนัยก็ส่งที่อยู่ปัจจุบันของวานิสามาให้ อัศวินรีบเปิดดูทันทีแล้วตามด้วยการรับสายของทัศนัยที่โทรเข้ามา 

 “ฉันจะติดตามสัญญาณโทรศัพท์ของแกไว้เผื่อว่ามีเหตุฉุกเฉิน” 

 “ได้” เขารับคำแค่นั้นก่อนที่จะรีบเร่งคันเร่งแล้วมุ่งไปยังจุดหมายตามสัญญาณมือถือของวานิสาทันที 

 รถที่ขับเร็วราวกับพายุในยามนี้มันไม่อาจจะเทียบเท่ากับหัวใจของเจ้าของรถที่ร้อนรนแทบขาดใจ ยามเมื่อรับรู้ว่าภรรยาของตนเองนั้นหายไปเพราะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ร้ายๆขึ้นเขาก็แทบจะไม่ห่างจากตัวของเขมมิกาเลย ยามที่ไปทำงานก็รีบกลับบ้านอย่างเร็วไวแต่ทว่าวันนี้...ทำไม!  อัศวินรู้ดีว่าวานิสานั้นคิดยังไงกับเขมมิกา แต่เขาไม่เคยพูดและบอกให้เขมมิการะวังตัวจากผู้หญิงคนนั้นเลย แต่ในความคิดของอัศวินเข้าใจว่าลึกๆแล้วสาวเจ้าก็รู้ดีว่าวานิสานั้นเป็นเช่นไร แต่ทำไมเธอยังคงไว้ใจไปด้วยกัน 

รถที่แล่นเข้ามาในเขตพื้นที่ที่คุ้นเคย อัศวินจำได้ดีว่าที่ตรงนี้คือที่ไหนและเป็นบ้านของใคร ใช่แล้วนี่คือบ้านของวิชุดาหญิงสาวที่เขาเคยพร่ำบอกว่ารักเธอสุดหัวใจ...จนไม่อาจที่จะมองดวงใจนี้ให้ใครอีกได้ จนสุดท้ายทุกอย่างมันก็กลับคำเสียสิ้นคำมั่นสัญญา เมื่อคนที่เขาเคยบอกว่าเกลียดเธอหนักหนากลับเข้ามาพังทลายหัวใจด้านชานี้ให้ละลายลง... 

 “สวัสดีครับคุณแม่ สาอยู่มั้ยครับ” 

 “ได้ข่าวว่ายัยเขมมิกาท้องงั้นเหรอ” มารดาของอดีตแฟนสาวเอ่ยทักทายด้วยคำถามและหน้าตาที่คาดคั้นพร้อมทั้งยังทำสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด 

 “ครับ” ตอนนี้เขาไม่อยากพูดอะไรมาก ยามนี้ต้องการพบวานิสาให้เร็วที่สุด 

 “ฮึ! ขอบคุณนะตาวิน ที่ให้ความเชื่อใจกันแต่สุดท้ายก็ทำลายมันไม่เหลือชิ้นดี!”  

 “ผมขอโทษครับ ที่ทำไม่ได้ตามสัญญา การกระทำที่ผมทำกับเขมมิกาผมคิดว่ามันคงจะเพียงพอแล้ว เพียงเท่านี้เธอก็เจ็บมากแล้ว และช่วงเวลาที่ผ่านมามันก็ทำให้ผมรู้ว่าคนที่เจ็บจริงๆแล้วไม่ใช่ใครนอกจากตัวผมเอง ที่ต้องเจ็บแบบไม่รู้ตัว...” 

 “จะบอกว่ารักมันเข้าแล้วสินะ” 

 “ครับ คำถามนี้ผมไม่ปฏิเสธว่าผมรักเขมมิกา คนเราจะรักใครสักคนมันก็ไม่ผิดไม่ใช่เหรอครับ” 

 “แต่วินกำลังทำให้ยัยวิต้องเสียใจ! ลืมไปแล้วหรือยังไงว่ามันทำอะไรไว้” 

 “ปล่อยวางเถอะครับ ผมรู้ว่าวิก็พร้อมจะยินดีกับผมเสมอ ระยะเวลาที่ผ่านมามันเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเป็นผมเองที่โง่ฝังใจกับความแค้นไม่ยอมมองย้อนดูสิ่งต่างๆจนทำให้คนที่รักต้องเจ็บเจียนตาย เพียงแค่นี้มันก็เพียงพอแล้ว ขอร้องเลิกอาฆาตกันสักทีเถอะครับ” ความฝันเมื่อครั้งนั้นมันทำให้เขาเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง เข้าใจความรู้สึกของตัวเองและวิชุดา ว่าสิ่งที่เธอต้องการจริงๆแล้วคืออะไรกันแน่ 

 “ฮึ! ปล่อยวางไปคนเดียวเถอะ ยังไงฉันก็ไม่มีทางให้อภัยอีผู้หญิงที่มันทำให้ลูกของฉันตายหรอกนะ!” 

 “ถ้าคุณแม่ยืนยันอย่างนี้ ผมก็คงจะห้ามอะไรไม่ได้ แต่ขอให้จำไว้ว่าผมเองก็จะปกป้องคนของผมเหมือนกัน”  

 “ปกป้องมันไว้ให้ดีๆล่ะ!” เสียงของสาววัยกลางคนพูดดังลั่นจนคนที่อยู่ในบ้านเดินต้องเดินออกมาดู 

 “มีอะไรกันคะคุณแม่...อ้าวพี่วิน” 

 “อดีตพี่เขยแกมาหา!” หันไปกระแทกเสียงใส่ลูกสาวก่อนที่จะเดินปึงปังเข้าไปภายในบ้าน 

 “พี่วินมาที่นี่มีธุระอะไรคะ” 

 “ไม่มีอะไรแล้วล่ะ พี่ขับรถผ่านมาเลยเข้ามาทักทาย” เขาโป้ปดคำโต 

 “อ้อ อย่างนั้นหรือคะ ถ้าอย่างนั้นเชิญเข้าบ้านก่อนก็ได้ค่ะ” 

 “ไม่เป็นไร พี่ว่าจะไปแล้ว ขอตัวก่อนนะ” ในเมื่อเขาแน่ใจแล้วว่ายามนี้วานิสาอยู่ที่นี่เขาก็ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ต่อไป 

 “ค่ะ เอ่อพี่วินคะ...พี่เจอคุณเขมหรือยังคะ” 

 “ยัง พี่ขอตัวก่อนนะ” เขาตอบแค่นั้นก่อนที่จะเดินออกมาทันที แต่ทว่ายามที่จะเดินไปขึ้นรถของตนเองเสียงโทรศัพท์มือถึอเครื่องแพงมันก็ดังขึ้นเสียก่อน ยามที่ยกขึ้นมาดูว่าเป็นใครเขาก็รีบสาวเท้าไวๆไปที่รถของตนเองทันที 

 “ฮัลโหลครับ” 

 “วิน เขมโทรมาหาแม่เมื่อกี้นี่เองลูก ว่าตอนนี้เขมอยู่กับดา เห็นว่าตารินก็อยู่ด้วยนะ” 

 “ปานธิดาน่ะเหรอครับ” เขาจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเลขาให้น้องชายของเขาและยังเป็นเพื่อนกับเขมมิกาอีกด้วย 

 “ใช่จ๊ะ” 

 “เดี๋ยวผมไปรับเขมเองครับ” 

 “แม่ฝากเขมด้วยนะ” 

 “ครับ” เขาวางสายของแม่ยายลงก่อนที่จะรีบบึ่งรถออกไปทันที ระหว่างทางอัศวินก็ต่อสายหาอัครินที่มารดาของเขมมิกาบอกว่าน้องชายเขานั้นอยู่ด้วย ยามที่รับโทรศัพท์เขาก็รีบถามไถ่ไม่สนสิ่งใดทั้งนั้น หัวใจดวงหนามันคลายกังวลไปได้เมื่อเขมมิกานั้นยังปลอดภัย  

 ยามที่มาถึงหน้าบ้านของปานธิดาอัศวินก็รีบเดินลงมาจากรถด้วยความเร็วไว เร่งรีบที่จะได้เห็นหน้าศรีภรรยาที่แทบจะทำให้เขานั้นเป็นบ้าเมื่อเธอเล่นหายไปเสียดื้อๆโทรศัพท์โทรเท่าไหร่ก็ไม่ยอมรับ แต่แล้วจู่ๆก็โทรศัพท์มาบอกแม่ของตัวเองว่ายามนี้เธออยู่กับเพื่อน 

 “ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ รู้มั้ยว่าหายไปแบบนี้ พี่เป็นห่วงมากแค่ไหน” เดินเข้ามาก็ซักไซ้ไล่ความเอากับเขมมิกาที่นั่งอยู่ข้างปานธิดาเสียยกใหญ่ 

 “พอดีว่าโทรศัพท์แบตหมดพอดีค่ะ เลยไม่ได้รับสาย พอยืมสายชาร์จดาได้เห็นว่าแม่โทรมาหลายสายก็เลยโทรกลับ”  

 “แล้วทำไมไม่กลับบ้าน สาบอกว่าไปส่งเขมที่บ้าน แล้วทำไมถึงไม่เข้าบ้าน” อัศวินถามรัว เขาอยากรู้ว่าทำไมในเมื่อวานิสามาส่งถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมถึงไม่ยอมเข้าไปด้านใน และระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคาดคั้นเอาคำตอบจากภรรยาสาวทั้งอัครินและปานธิดาก็หลีกตัวออกไปอย่างเงียบๆไม่อยากกวนบทสนทนาระหว่างทั้งสองคน 

 “......” คำถามนี้มันทำให้เขมมิกานิ่งเงียบและเบนสายตาของตนเองมองไปทางอื่น 

 “เขม...เป็นอะไร บอกพี่สิ” อัศวินคล้ายรู้สึกว่าตนเองนั้นคาดคั้นมากจนเกินไปและเห็นปฏิกิริยาที่ผิดปกติของเขมมิกาจึงแปรเปลี่ยนน้ำเสียงของตนเองให้นุ่มขึ้นแล้วถามเธอด้วยเสียงอ่อนโยน 

 “ไม่มีอะไรค่ะ”  

 “สีหน้าเรามันฟ้อง มีเรื่องทุกข์ใจอะไรบอกพี่สิ บอกพี่นะครับคนดี” 

 “เขม...” เพียงเท่านั้นเธอก็หยุดแล้วเงียบลง 

 “บอกมาเถอะนะ”  

 “คะ...คุณ” 

 “เรียกพี่เถอะนะ พี่ขอร้อง” ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาอยากจะให้เธอเรียกเขาว่าพี่จนแทบใจจะขาดแต่เขมมิกานั้นใจแข็งนัก ไม่ยอมเอ่ยปากออกมาสักครั้งจนครั้งนี้เป็นเขาเองที่เอ่ยร้องขอ 

 “ค่ะ...” 

 “พี่วินยังแน่ใจใช่มั้ยคะว่ายอมรับเขมได้ที่ทำเรื่องในครั้งนั้น ไม่ใช่เพราะลูกที่กำลังจะเกิดมา...” 

 “อุบัติเหตุครั้งนั้น พี่แน่ใจใช่มั้ยว่าพี่เชื่อใจและให้อภัยเขมแล้วจริงๆ”  

 “ทำไมถามแบบนี้...” 

 “วันนี้คุณสามาหาเขมแล้วพาออกไปข้างนอก” 

 “พี่รู้...พี่ถึงเป็นห่วงเขมมากยังไงล่ะ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่สาพี่จะไม่ร้อนรนมากขนาดนี้” 

 “คุณสาเธอโกรธมาก โกรธที่เขมเป็นต้นเหตุของหลายๆเรื่องรวมทั้งเรื่องของคุณวิชุดา...” เพราะเหตุนี้มันจึงไม่อาจที่จะทำให้เธอเข้าไปสู้หน้าคนในบ้านทั้งน้ำตาที่มันไหลเออออกมาก่อนหน้านี้ สุดท้ายจึงตัดสินใจเรียกให้ปานธิดานั้นมารับไปร่วมทั้งยังมีอัครินพ่วงตามมาด้วย 

 “พี่รู้ดีว่าสาไม่มีทางที่จะยกโทษให้ใครได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ห้ามไปไหนมาไหนลำพังเด็ดขาดห้ามไว้ใจใคร ตอนนี้คนร้ายยังตามจับไม่ได้ ทุกที่มันอันตรายไปหมดไม่รู้ว่ามันจะไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหน อีกอย่างทีหลังอย่าไปไหนมาไหนกับสาเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” 

 

มาเเล้วจ้าาาาาา 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น