ปนิตา / มุมลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ยืดความสนุก (ต่อ)

ชื่อตอน : ยืดความสนุก (ต่อ)

คำค้น : คดีลับอำพรางรัก, สืบสวน สอบสวน, นิยายชุดสืบรัก, โรมานซ์, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 85

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 20:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยืดความสนุก (ต่อ)
แบบอักษร

       ายในห้องนอนชั้นสอง ปรรณพัชร์ที่ตื่นขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย เธอกำลังเดินสำรวจไปรอบห้อง ที่แท้ห้องนอนกว้างที่ดูโล่ง ๆ ว่าง ๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็มีสิ่งจำเป็นอยู่ครบ มุมซ้ายฝั่งที่เป็นกำแพงทึบนั้น นอกจากจะมีตู้เสื้อผ้าอยู่แล้ว ถัดไปยังมีห้องน้ำอยู่ด้วย ทว่าประตูเป็นแบบบานเลื่อน มองเผิน ๆ เหมือนเป็นแค่ผนังกั้นห้อง  ทว่าในห้องน้ำนั้น ไม่มีอ่างอาบน้ำ เพราะอ่างอาบน้ำ มาตั้งอยู่ตรงมุมขวาหน้าห้องติดผนังกระจก ที่เธอเห็นว่า ผู้ชายที่แบกเธอมาเดินถือผ้าเช็ดตัวไปกดปุ่มปิดม่าน เพราะว่าเขาจะนอนแช่น้ำในอ่าง ดูวิวทะเลไปด้วยนั่นเอง

 

            หญิงสาวเดินไปด้านหน้าสุด เลยช่วงที่ม่านกั้น เห็นพื้นต่างระดับต่ำกว่าพื้นห้องนอนเล็กน้อย ยาวเต็มหน้ากว้างของตัวตึก ซึ่งแบ่งได้เป็นสองห้องกว้างติดกันนั่นเอง ที่เธอยืนอยู่จึงเป็นระเบียงของสองห้องที่เชื่อมต่อกัน

            “โอ้โห! สุดยอด” ปรรณพัชร์ทึ่งกับการออกแบบของบ้านหลังนี้ และความสวยงามของธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้าเธอ “ได้นอนแช่น้ำในอ่างตรงนี้ คงผ่อนคลายน่าดู สวรรค์ดี ๆ นี่เอง”

            แต่เธอยังไม่คิดที่จะทำเช่นนั้นในตอนนี้ เพราะท้องเธอเริ่มร้องเตือน แสดงความหิวออกมาแล้วสิ

            ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก… เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนจะเปิดออกและเผยให้เห็นคนที่มาเคาะ

            “ทานข้าวต้มเสียหน่อยนะคะคุณ จะได้มีแรงค่ะ” ป้าวาสถือถาดข้าวต้มกุ้ง พร้อมเครื่องปรุง และน้ำ เข้ามาวางไว้ให้ที่โต๊ะเล็กหัวเตียง

            “ขอบคุณค่ะป้า” ปรรณพัชร์เดินยิ้มตรงเข้ามาหาชามข้าวต้ม กลิ่นหอม ๆ แทบจะทำให้เธอลอยมาลงชามเลยทีเดียว

            “ลองชิมดูนะคะ อ่อนรสอะไรไปหรือเปล่า เติมได้เลยค่ะ”

            ปรรณพัชร์ขึ้นมานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ยกถาดข้าวต้มขึ้นมาวางไว้บนตัก แล้วหยิบช้อนตักคำแรกเข้าปากก็ยิ้มออก “อื้อหือ อร่อยมากเลยค่ะป้า ไม่ต้องปรุงแล้ว”

            เป็นคำชมที่ทำให้คนทำยิ้มออกได้ด้วย ป้าวาสยืนมองสาวร่างเล็กรับประทานข้าวต้มฝีมือของตนด้วยความเอร็ดอร่อย แล้วก็ยิ้มไม่หุบ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนเองยังมีงานค้างอยู่อีกหลายอย่าง “อืม ป้าว่าป้าไปทำงานต่อดีกว่านะคะ คุณอยากได้อะไรก็ไปบอกป้าได้ค่ะ ป้าอยู่ในครัวข้างล่างนะคะ”

            ป้าวาสเอ่ยขอตัว แต่ยังไม่ทันได้ออกจากห้อง ปรรณพัชร์ก็ส่งคำถามที่สงสัยให้เสียก่อน

            “เอ่อ ป้าคะ เมื่อกี้หนูเห็นไปรเวตเจ็ทมาที่นี่ แถวนี้มีที่จอดด้วยเหรอคะ?”

            “อะไร เวต ๆ เจ็ท ๆ นะคะ” ป้าวาสหันมาทำหน้างงใส่คนถาม

            “หนูหมายถึง เครื่องบินส่วนตัวน่ะค่ะ แถวนี้มีที่จอดเครื่องบินด้วยเหรอคะ” หญิงสาวถามเสร็จก็ตักกุ้งตัวโต ๆ ใส่ปากไปอีกคำ

            “อ้อ! ก็อยู่บนดาดฟ้าตึกนี่ละค่ะที่จอด”

            “โอ้โห! เจ้าของที่นี่คงรวยมากเลยนะคะ ถึงกับมีเครื่องบินส่วนตัว ทำลานจอดไว้เรียบร้อยเลย”

            “ก็มีอยู่ค่ะ แต่ลำที่มาเมื่อกี้ไม่ใช่ของคุณอาร์มหรอกนะคะ เป็นของเพื่อนเธอค่ะ”

            “อื้อหือ เข้าใจคบกันนะคะ รวยคบรวย สังคมดีกันจัง” หญิงสาวเอ่ยตอบไปตามที่คิด อย่างไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าข้าวต้มตรงหน้า เธอพูดจบก็ตักข้าวต้มเข้าปากไปอีกหนึ่งคำ

            ปรรณพัชร์เองก็ถือว่าเป็นคนมีฐานะร่ำรวยคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงขนาดจะซื้อเครื่องบินมาขับเล่นได้ คุณพ่อของเธอก็แค่ทำงานไปตามหน้าที่ ไม่ได้มีนอกมีในหรือส่อไปในทางร่ำรวยผิดปกติ นอกจากเงินเดือนที่ได้รับอยู่ทุกเดือน ก็ยังมีดอกผลจากทรัพย์สินเดิมที่สร้างไว้ ให้ลูกหลานได้กินได้ใช้กันสบาย แต่ก็ยังคงต้องทำเติมเข้าไปด้วยอยู่ดี

            “ป้าไปก่อนนะคะ” ป้าวาสส่งยิ้มให้หญิงสาวและเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่แค่เอื้อมไปจับลูกบิดประตู เสียงเอ่ยถามก็ดังขึ้นอีกจนต้องชะงักมือ

            “เอ่อ ป้าคะ ที่นี่คือเกาะอะไรคะ แล้วก็อยู่ในเขตจังหวัดอะไร”

            “ที่นี่คือเกาะถ้ำค่ะ อยู่เขตจังหวัดตราด”

            “แล้วป้ามีโทรศัพท์มือถือไหมคะ”

            “ไม่มีหรอกค่ะ ป้าไม่มี ไม่รู้จะโทรหาใคร ครอบครัวก็อยู่ที่เกาะนี้กันหมด เดินกลับบ้านก็เจอกันแล้วค่ะ ญาติพี่น้องก็อยู่ท้ายเกาะ มีอะไรก็ให้ลูกชายป้าขับรถไปหา นาน ๆ ถึงจะมีธุระจำเป็นสักที ก็ใช้โทรเครื่องที่บ้านนี้ค่ะ”

            “อ้อ!” หญิงสาวพยักหน้าหงึก ๆ เก็บข้อมูล “แล้วป้าออกจากเกาะนี้ยังไงคะ คือหนูหมายถึง ต้องมีออกไปซื้อของกินของใช้ที่ตลาดบ้างใช่ไหมคะ?”

            “อ๋อ! ปกติตานึกผัวป้าจะเอาเรือออกไปฝั่งโน้นเดือนละครั้งค่ะ ไปซื้อพวกของแห้ง พวกของใช้มาไว้ ส่วนพวกอาหารสดก็เลี้ยงเอาไว้เอง หรือบางทีลูกชายป้าเอาเรือออกไปลองเครื่องก็ได้ติดเรือกลับมาบ้างค่ะ”

            “ที่นี่มีเลี้ยงปลาด้วยเหรอคะ แล้วเขาไปเลี้ยงอยู่ตรงไหน หนูไม่เห็นเลย” ปรรณพัชร์ทำหน้าแปลกใจ เพราะเมื่อกี้เธอมองสำรวจผ่านผนังกระจกออกไปก็เห็นชายหาดไกลสุดลูกหูลูกตา แต่ไม่เห็นว่าจะมีตรงไหน ที่จะเป็นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล

            “มีกระชังอยู่ที่ท้ายเกาะค่ะ เลี้ยงไว้หลายอย่างเลย มีเลี้ยงหอยมุกด้วยนะคะ คุณอาร์มไปพานักวิชาการจากฝั่งโน้นมาสอนเลี้ยงค่ะ ”

            “แล้วเอาไปขายที่ไหนเหรอคะ?”

            “คุณอาร์มนี่ละค่ะ รับซื้อ  หาพันธุ์มาให้เพาะ หาครูมาสอน เลี้ยงโตมาก็รับซื้อด้วย ทุกคนก็เลยได้มีอาชีพ มีเงินพอกินพอใช้กันค่ะ”

            “ทุกคนเหรอคะ?”

            “ค่ะ ทุกคนที่อยู่บนเกาะนี้ละค่ะ”

            “ที่เกาะนี้มีคนอยู่เยอะเหรอคะ หนูเห็นมีบ้านนี้บ้านเดียว”

            “มีอีกค่ะ ก็พวกที่อยู่มาตั้งแต่ดั้งเดิม คุณอาร์มแกก็ไม่ได้           ขับไล่ไสส่งออกไปจากเกาะหรอกค่ะ เพียงให้ไปอยู่กันที่ท้ายเกาะโน่น รวมกันเป็นชุมชน มีอยู่ประมาณเกือบสิบครอบครัว เธอว่าอยู่รวมกันมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้ แล้วเธอก็ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายที่บ้านนี่ด้วย แยกกันเป็นสัดส่วน แล้วก็หาอาชีพให้ทำอย่างที่บอกนั่นละค่ะ”

            “ที่นี่กับท้ายเกาะ ไกลกันไหมคะ แล้วไปมาหากันยังไง”

            “เดินตัดเขาไปก็เป็นชั่วโมงค่ะ ส่วนใหญ่ก็ใช้เรือ ขับเรือไปประมาณสิบนาทีก็ถึงค่ะ”

            ป้าวาสตอบเสร็จก็ทำท่าว่าจะเปิดประตูออกจากห้อง แต่แล้วก็ต้องชะงักอีกครั้ง

            “เอ่อ ป้าคะ...แล้วเมื่อไหร่สามีป้าจะข้ามไปฝั่งโน้นอีกล่ะคะ?”

            “เพิ่งจะไปซื้อของมาเมื่อต้นเดือนนี่เองค่ะ ถ้าไม่มีอะไรฉุกเฉิน จะไปอีกทีก็ต้นเดือนหน้านั่นละค่ะ”

            “โอ้โห! อีกตั้งนาน”

            หญิงสาวถึงกับหน้าสลดลง เมื่อเห็นว่าช่องทางกลับบ้านแบบง่าย ๆ ของตนหมดลงไปหนึ่งทาง แต่ไม่ถึงกับจะทำให้เธอกินข้าวไม่ลง หญิงสาวตักข้าวต้มช้อนสุดท้ายเข้าปากไป

            “หมดแล้วค่ะป้า อร่อยมากเลยค่ะ”

            ตักหมดจนหยดสุดท้าย เสร็จแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะส่งยิ้มกว้าง ยกถาดอาหารส่งให้ป้าวาสถือออกไปด้วย

            “อ๊า..ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วนะ ขอสักหน่อยแล้วกัน”

            ปรรณพัชร์เอ่ยขึ้นขณะลุกจากเตียง ขึ้นมายืนมองอ่างอาบน้ำตรงหน้าอย่างมีเป้าหมาย สองวันแล้วสิ ที่เธอไม่ได้อาบน้ำให้สบายตัว ที่ป้าวาสเช็ดตัวให้ก่อนนอนก็แค่รู้สึกดีขึ้น แต่ยังไม่สุด ตอนนี้มีโอกาสแล้ว จะขอนอนแช่น้ำในอ่างจากุซซี่มองฟ้าใสทะเลสวยสักหน่อย แล้วค่อยหาทางออกจากเกาะต่อละกัน

            หญิงสาวเดินไปล็อกประตูก่อนเป็นอันดับแรก

            “ขอยืมหน่อยนะ” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นขออนุญาตเจ้าของ ก่อนจะเปิดตู้บิลต์อินสูงจากพื้นถึงเพดาน เสื้อผ้าถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ มีทั้งที่เป็นราวแขวน และชั้นแยกเก็บผ้าเช็ดตัว

            ปรรณพัชร์เลือกหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่และผืนเล็กออกมา    อย่างละหนึ่งผืน แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำสระผมจนเรียบร้อย แล้วจึงใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พันตัวออกมา พร้อมกับโพกผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ที่หัวเพื่อซับน้ำจากผม

            จากนั้นจึงเดินไปกดปุ่มปิดม่าน แล้วลงไปนอนแช่น้ำในอ่าง    จากุซซี่มองวิวทะเลอย่างที่ตั้งใจ

            ร่างกายรู้สึกสบายขึ้นมากด้วยกระแสน้ำอุ่นที่ไหลวน ปรรณพัชร์อยากจะปล่อยใจปล่อยกายให้ล่องลอยไปกับความเพ้อฝันของตน จะได้ฟินได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องตัดใจเพราะสิ่งที่เธอจะต้องทำคือ หาวิธีกลับบ้านให้ได้

            “หรือว่าเราจะลองขอความช่วยเหลือจากนายนั่นไปตรง ๆ เลยดี ที่ป้าวาสเล่ามา นายคนนั้นก็ดูไม่ใช่คนเลวนี่นา” เสียงพึมพำดังขึ้น จากคนที่กำลังใช้ความคิด

            “แล้วถ้าไม่เป็นอย่างที่คิดล่ะ นายนั่นเกิดบ้าจี้จับตัวเราไปต่อรองกับคุณพ่อด้วยอีกคนล่ะ..ไม่ได้ ๆ”

            ปรรณพัชร์สะบัดหัวให้กับความคิดที่เกิดขึ้นมาใหม่ ก่อนจะคิดได้ว่าเธอไม่ควรจะไว้ใจใครในตอนนี้

            “เมื่อกี้ป้าบอกว่าบ้านนี้มีโทรศัพท์นี่นา ลงไปแอบโทรหาคุณพ่อดีกว่า”

            คิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงได้ลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาพันกาย เดินเข้าห้องหมายจะกลับไปหยิบเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงเลที่ถอดไว้ในห้องน้ำมาใส่

            แต่แค่เพียงเปิดม่านออก ก็ต้องตกใจสุดขีด

---------------------------------------

ไปฟินต่อกันยาว ๆ แบบไม่ต้องสะดุดอารมณ์กันได้ในอีบุ๊คที่เว็บพี่เมพนะคะ www.mebmarket.com ค่ะ 

ความคิดเห็น