star_ss

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP.18 ความลับ ความรัก【ปู❤โจ】

ชื่อตอน : EP.18 ความลับ ความรัก【ปู❤โจ】

คำค้น : EP.18 ปูโจ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 644

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 04:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.18 ความลับ ความรัก【ปู❤โจ】
แบบอักษร

★❥Update 13.06.2019 

 

 

【 EP.18 ความลับ ความรัก】​ 

 

 

 

"ขอบใจที่มานะ" 

 

"ครับท่าน" 

 

"เฮ้ออ... อันที่จริงฉันก็อยากเรียกแทนตัวเองว่าพ่อเหมือนเวลาที่นายอยู่กับลูกชายฉันนะ เพราะฉันเองก็เห็นนายเป็นเหมือนลูกชายของฉันคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ซิ.. ฉันรู้สึกว่ามันดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้ที่จะเรียกแทนตัวเองว่าพ่อเวลาที่ฉันคุยกับนายสองคนโดยที่ไม่มีลูกชายฉันอยู่ด้วย" 

 

"ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจดี" 

 

"นายคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?" 

 

"ไม่ครับ ผมเข้าใจ" 

 

"นายจะเรียกฉันว่าพ่อก็ได้นะ ฉันไม่ถือ" 

 

"ผมเรียกท่านแบบนี้ดีกว่าครับ เพราะถึงผมจะเรียกท่านว่าอะไรท่านก็คือพ่อของคนที่ผมรัก สรรพนามที่ใช้เรียกไม่ได้ทำให้ความเคารพที่ผมมีต่อท่านลดน้อยลงไปกว่าเดิมนี่ครับ" 

 

"ตอบได้ดี ฉันชอบ หึหึ" 

 

"ขอบคุณครับ" 

 

"งั้นเราเข้าเรื่องเลยแล้วกันจะได้ไม่เสียเวลามาก" 

 

"ครับ" 

 

"นายคงรู้คร่าวๆ ถึงอาการป่วยของฉันแล้วใช่ไหม?" 

 

"ครับท่าน" 

 

"นายรักลูกชายของฉันจริงอย่างที่นายเคยพูดใช่ไหม?" 

 

"ผมรักโจครับ" 

 

"หึ! ฉันชอบที่นายตอบคำถามฉันโดยที่ไม่ลังเลใจเลยสักนิดเดียว" 

 

"ผมตอบตามความจริง" 

 

"เออดี! ฉันชอบคนแบบนายนี่แหล่ะ หึหึ" 

 

"ครับ" 

 

"วันนี้ที่ฉันเรียกนายมาคุยเพราะฉันอยากขอให้ช่วยอะไรฉันสักอย่างได้ไหม?" 

 

"ถ้าเป็นสิ่งที่ผมพอจะช่วยได้ผมก็ยินดีช่วยเต็มที่ครับ" 

 

"เรื่องอาการป่วยของฉัน" 

 

"อาการป่วยของท่าน…?" 

 

"อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้ให้ลูกชายฉันรู้ได้ไหม ฉันอยากเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนแล้วฉันจะเป็นคนบอกเขาด้วยตัวเอง" 

 

"แต่สุขภาพท่านตอนนี้ ผมคิดว่า..." 

 

"ฉันไม่อยากทำให้ลูกฉันต้องเป็นห่วงฉันมากไปกว่านี้" 

 

 

แค่เริ่มต้นผมก็รู้สึกลำบากใจขึ้นมาแล้วซิ 

 

 

"เฮ้ออ.. ฉันไม่เคยทำตัวเป็นพ่อที่ดีเลยสักครั้ง จะพูดว่ายังไงดีล่ะ ที่โจเติบโตมาแล้วเป็นคนดีมาได้ขนาดนี้เป็นเพราะตัวเขาเองล้วนๆ ถึงเขาจะถูกเมียฉันรังแกยังไงเขาก็ไม่เคยตอบโต้หรือเรียกร้องอะไรจากฉันเลยสักครั้ง หึ! ฉันเป็นพ่อที่แย่มากเลยว่าไหม?" 

 

"โจคงไม่คิดอย่างนั้นหรอกครับ" 

 

"โจเป็นคนจิตใจดีเหมือนแม่ของเขา รายนั้นต่อให้ถูกต่อว่าหรือดูถูกยังไงเธอก็ไม่เคยปริปากพูดบอกฉันสักคำทั้งที่ฉันบอกทุกครั้งว่ามีอะไรให้บอก ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากให้ฉันลำบากใจจนบางครั้งฉันต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นทุกครั้ง เพราะฉันหวังว่าเธอจะเจ็บตัวน้อยที่สุดถ้าฉันทำเป็นไม่สนใจเธอ แต่กว่าที่ฉันจะคิดได้ว่าสิ่งที่ฉันทำคือการความปัดความรับผิดชอบต่อเธอมันก็สายเกินไปเสียแล้ว สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับมา นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองทำผิดพลาดมากที่สุดในชีวิต หึ! แล้วนี่ก็คงจะเป็นผลกรรมที่ฉันควรจะได้รับเหมือนกัน" 

 

"โจไม่ได้เกิดมาจากความผิดพลาดหรอกนะ ฉันตั้งใจทำให้เขาเกิดมาเอง เขาเกิดมาจากความรักของฉันจริงๆ แค่ความรักนั้นฉันเองที่รักษามันเอาไว้ไม่ได้ ฉันทำให้เขาทั้งสองคนเสียใจและทุกข์ใจมาโดยตลอด" 

 

"ผมเชื่อว่าแม่ของโจคงรู้สึกกับท่านไม่ต่างจากที่โจรู้สึกหรอกครับ ในใจทั้งสองคนยังคงรักและเคารพท่านเสมอ" 

 

"ฉันรู้... เพราะสาเหตุนี้แหล่ะที่ทำให้ฉันไม่อยากให้เขาต้องมาเป็นห่วงฉันไง ฉันไม่ได้เลี้ยงเขาเหมือนพ่อคนทั่วไปที่เลี้ยงลูกด้วยความรักหรอกนะ แล้วทำไมฉันต้องทำตัวเป็นภาระให้เขาต้องมาดูแลฉันด้วยล่ะ" 

 

"ผมคิดว่าโจคงไม่คิดว่าท่านคือภาระสำหรับเขาหรอกครับ โจเองก็เป็นห่วงท่านมาก ผมว่าท่านบอกโจเรื่องอาการป่วยของท่านเถอะนะครับ ยิ่งปล่อยไว้นานอาการท่านก็ยิ่งจะแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าโจรู้ทีหลังผมว่าโจคงเสียใจมากนะครับ" 

 

"ฉันขอเวลาอีกแค่เดือนเดียวแล้วฉันจะบอกเรื่องนี้กับลูกชายฉันเอง แต่ระหว่างนี้นายต้องช่วยฉันทำงานบางอย่าง" 

 

"ผมช่วยท่านได้ทุกเรื่อง แต่ผมขอร้องท่านแค่เรื่องเดียวท่านจะทำให้ผมได้ไหมล่ะครับ?" 

 

"นายต้องการให้ฉันทำอะไร?" 

 

"ท่านต้องเข้ารับการรักษาตัวทันที ผมจะเป็นคนดูแลเรื่องการรักษาให้ท่านทุกอย่างด้วยตัวเองโดยที่ท่านต้องทำตามและห้ามปฏิเสธการรักษา ในระหว่างรักษาตัวผมจะช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจนกว่าท่านจะพร้อมแล้วบอกเรื่องนี้กับโจด้วยตัวท่านเอง" 

 

"อืม… งั้นตกลงตามนี้ ฉันทำตามที่นายขอส่วนนายก็ต้องทำตามที่ฉันขอด้วยเหมือนกัน" 

 

"ได้ครับ ผมตกลงตามนี้" 

 

 

 

 

 

 

 

 

Tru Tru… 

 

"ฮัลโหล ว่าไงครับเพื่อนเลิฟ วันนี้จะชวนกูไปแดกเหล้าที่ไหนล่ะ" 

 

"แดกเหล้าห่าอะไรของมึง ตอนนี้มึงอยู่ไหนวะ?" 

 

"อ้าว… เวลานี้หมอหล่อๆ อย่างกูก็ต้องอยู่โรงพยาบาลซิวะ ไอ้นี่ถามแปลกเว้ย" 

 

"เออ! เดี๋ยวกูเข้าไปหา มึงนั่งหล่อๆ รออยู่ตรงนั้นแหล่ะดีแล้ว อย่าขยับตัวไปไหนล่ะ" 

 

"เออ! รีบมาหน่อยแล้วกันกูมีเคสผ่าตัดตอนเย็น" 

 

"อืม… เดี๋ยวเจอกัน" 

 

 

 

 

 

ครืดดด~~~ 

 

"ว่าไง?" 

 

"ทำอะไรอยู่?" 

 

"หึหึ ขับรถอยู่ ห่างกันไม่ถึงสามชั่วโมงคิดถึงกูขนาดนั้นเชียว" 

 

"ใครบอกว่าคิดถึงล่ะ โจแค่จะโทรมาถามว่าปูจะเข้ามากินข้าวด้วยกันไหมก็แค่นั้นเอง" 

 

"อ้าว! แล้วอย่างนี้เขาไม่เรียกว่าคิดถึงเหรอวะ?" 

 

"อ่ะๆ คิดถึงก็คิดถึงครับ แล้วจะเข้ามากินข้าวด้วยกันไหมโจจะได้รอ" 

 

"วันนี้ที่รักกินข้าวเที่ยงคนเดียวไปก่อนนะ พอดีกูติดธุระครับ หึหึ" 

 

"แอบไปหากิ๊กที่ไหนป่ะเนี่ย ปกติชวนกินข้าวแบบนี้ไม่เคยพลาดเลยนะ" 

 

"เฮ้ย! กิ๊กกั๊กที่ไหนไม่มี! ไปทำธุระจริงๆ เนี่ย" 

 

"ชิส์! แก้ตัวเสียงสูงเชียวนะ" 

 

"เฮ้ย! ไม่ได้แก้ตัว เนี่ยไปทำธุระจริงๆ เชื่อป่ะเนี่ย" 

 

"โอเคๆ งั้นเชื่อก็ได้ แต่อย่าให้จับได้ล่ะว่าแอบไปหาสาวที่ไหน" 

 

"โหห… ระดับนี้สาวๆ ไม่สน" 

 

"อืม… ใช่ซิ! ไอ้เราก็ลืมคิดไปว่าปูไม่สนใจสาวๆ แต่สนใจหนุ่มๆ แทน" 

 

"เฮ้ยๆ โจ เริ่มไม่ขำแล้วนะเนี่ย คิดจริงเหรอวะว่ากูแอบมีกิ๊กเนี่ย" 

 

"ปูจะให้โจตอบจริงเหรอ?" 

 

"อ้าว! ก็ตอบมาดิ" 

 

"เอ่อ… ตอนแรกก็แซวเล่นขำๆ อ่ะนะ แต่พอคุยไปเรื่อยก็แอบมีคิดนิดนึงอ่ะ" 

 

"หึหึ กลัวกูไปมีกิ๊กจริงอ่ะ กูดีใจเลยนะเนี่ย" 

 

"อ้าว… แทนที่จะกลัวโจโกรธทำไมกลายเป็นดีใจซะล่ะ" 

 

"ก็มึงหึงกูไง กูก็ต้องดีใจดิ" 

 

"คนบ้า! เลิกล้อเล่นได้แล้ว สรุปโจไม่รอนะ" 

 

"เออๆ ไม่ต้องรอกินข้าวไปก่อนเลย กินให้เยอะๆ ด้วยล่ะ อย่ากินเหมือนแมวดม" 

 

"คร๊าบ… รับทราบแล้วครับ" 

 

"เดี๋ยวตอนเย็นไปรับ" 

 

"วันนี้อาจจะช้าหน่อยนะปู เพราะโจหยุดงานไปหลายวันขอเคลียร์เอกสารที่ค้างก่อน" 

 

"ได้ๆ เดี๋ยวแวะซื้อของกินเข้าไปด้วยเลยจะได้ไม่เสียเวลา" 

 

"โอเคครับ" 

 

"อย่าทำงานหักโหมมากนักล่ะ เหนื่อยก็พักบ้าง" 

 

"อืม…" 

 

"พูดให้ฟัง ทำตามด้วย" 

 

"ครับ รู้แล้วๆ ปูขับรถอย่าเร็วมากนักล่ะ" 

 

"อืม… ไม่ขับเร็วหรอก กลัวมึงเป็นม้าย หึหึ" 

 

"ติ๊งต๊อง! งั้นแค่นี้นะปู เจอกันตอนเย็นนะครับ" 

 

"อืมๆ เจอกันตอนเย็น" 

 

 

เฮ้ออ… นี่แค่ได้ยินเสียงมันผมยังรู้สึกกังวลขนาดนี้ แล้วถ้ามันรู้เรื่องอาการป่วยของพ่อมันผมนี่คิดไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นยังไง 

 

 

ผมเป็นห่วงมันมากเพราะโจมันเป็นคนอ่อนไหวง่าย ภายนอกมันอาจจะไม่แสดงออกให้ใครเห็นแต่ข้างในใจมันคงแย่แบบสุดๆ มันชอบเก็บความรู้สึกไว้คนเดียวตลอดบางครั้งผมต้องบังคับให้มันพูดระบายออกมา ซึ่งตอนนี้มันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะนะ เพราะมันพูดและแสดงออกมากขึ้น 

 

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดว่ะ ตอนนี้ที่ผมพอจะทำได้คือทำในสิ่งที่ผมพอจะทำแทนมันได้ล่ะกัน พ่อมันนี่ก็คิดเยอะมากมายไปหมด แต่ผมก็เข้าใจนะเพราะเรื่องบางเรื่องมันก็ต้องการเวลาที่เหมาะสม ผมหวังแค่ว่าเวลานั้นมันจะมาถึงเร็วขึ้น อย่างน้อยโจมันก็จะได้ทำหน้าที่ลูกได้เต็มที่ 

 

 

ผมใช้เวลาขับรถไม่นานนักก็มาถึงโรงพยาบาล พอจอดรถเสร็จผมก็รีบเดินเข้าไปด้านในแล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานไอ้หมอทันที 

 

 

แกร็ก~ 

 

"เข้ามาๆ แดกน้ำไรไหม นู้นเปิดแดกเองเลยในตู้เย็น"  

 

ไอ้เนย์เงยหน้าขึ้นมามองผมไม่ถึงสามวิก็หันไปจ้องมองโน๊ตบุ๊คมันต่อ 

 

"อะไรกันวะ โรงพยาบาลนี้เขาต้อนรับแขกกันแบบนี้เหรอวะ หึหึ" 

 

ผมเดินไปนั่งลงที่โซฟารับแขกในห้องทำงานมัน ดีหน่อยที่ในห้องไม่มีกลิ่นยาฆ่าเชื้อให้ชวนปวดหัว 

 

"เออ! มึงเป็นกรณีพิเศษเลยนะเว้ย ปกติกูให้พยาบาลจัดการให้แต่มึงเนี่ยกูให้หาแดกเองว่ะ" 

 

ไอ้เนย์ยักคิ้วกวนตีนสุดๆ แม่ง!! กริยามึงนี่ไม่เหมาะกับเสื้อกาวน์จริงๆ 

 

"หึ! พิเศษฉิบหาย" 

 

"เออ! แล้วมึงมีอะไรรึป่าววะถึงถ่อมาหากูถึงโรงพยาบาลเนี่ย" 

 

"อืม… พอดีมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อยว่ะ" 

 

ไอ้เนย์ละสายตาจากหน้าจอแล้วหันมาจ้องมองผมอย่างมีคำถาม 

 

"มีเรื่องอะไรวะถึงพูดเสียงเครียดขนาดนี้" 

 

ไอ้เนย์มันเลื่อนเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้ผมแล้วถอดแว่นที่ใส่ออกก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์มัน 

 

"กูอยากให้มึงช่วยตรวจคนไข้ให้กูคนหนึ่ง แต่เรื่องนี้มึงห้ามบอกใครจนกว่ากูจะเป็นคนพูดเอง" 

 

"ใครวะ?" 

 

"พ่อโจ" ผมตอบไอ้เนย์ 

 

"อืม… ได้ดิ มึงพร้อมเมื่อไหร่บอกกูมาได้เลย" 

 

ไอ้เนย์ตอบรับคำขอผมโดยที่ไม่ถามอะไรต่อ 

 

"กูอยากให้ตรวจเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ว่ะ มึงมีคิวว่างให้กูเมื่อไหร่?" 

 

"อีกสองวันมึงพามาได้เลย กูเคลียร์คิวตรวจให้" 

 

"อืม… ขอบใจมาก" 

 

"อาการหนักเหรอวะ?" 

 

"พอสมควรว่ะ แต่กูก็ยังไม่รู้อะไรมากเลยอยากให้พ่อมันมาตรวจอย่างละเอียดอีกที" 

 

"แล้วนี่ไอ้โจเมียมึงมันไม่รู้เหรอวะว่าพ่อมันป่วย" 

 

"โจมันรู้แค่ว่าพ่อมันไม่สบายแต่ไม่รู้ว่าพ่อมันป่วยเป็นอะไร พ่อแม่งก็โคตรดื้อ ป่วยก็ไม่ยอมบอกลูกให้รู้แถมยังให้กูช่วยเก็บเป็นความลับอีก กูปวดหัวฉิบหาย!!" 

 

"แล้วนี่มึงรู้เหรอว่าพ่อมันป่วยเป็นอะไร?" 

 

"อืม… รู้" 

 

"ใจเย็นๆ ไอ้สัส มีอะไรให้กูช่วยบอกได้ กูช่วยเต็มที่เว้ยเพื่อน" 

 

ไอ้เนย์ตบลงที่ไหล่ผมไม่แรงนัก 

 

"อืม… ขอบใจมากว่ะเพื่อน" 

 

"ว่าแต่พ่อมันป่วยเป็นอะไรวะกูจะได้เตรียมโปรแกรมตรวจเฉพาะให้" 

 

"โรคหัวใจ" 

 

ไอ้เนย์มองหน้าผมก่อนจะพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

 

"เมื่อวันก่อนเพิ่งวูบล้มไปแต่ไม่เป็นอะไรมากเพราะโจมันอยู่ด้วย" 

 

"มึงพาเข้ามาหากูก่อนแล้วกัน เดี๋ยวกูไปปรึกษาพ่อกูดูอีกทีเผื่อพ่อกูจะแนะนำอะไรเพิ่ม" 

 

"อืม… ขอบใจมากว่ะ" 

 

"มึงก็อย่าเครียดมากไอ้สัส! เดี๋ยวนี้หมอเก่งๆ เยอะกลัวอะไรวะ!" 

 

"กูสงสารเมียกูไอ้สัส!" 

 

"เฮ้ย! คิดมาก ไปๆ รีบกลับไปหาเมียมึงได้แล้ว พร้อมแล้วก็โทรมาบอกกู" 

 

"มึงแดกข้าวรึยังวะ?" ผมถามไอ้เนย์ 

 

"ยังว่ะ" 

 

"เออ! งั้นดีเลย ไปแดกกับกูนี่แหล่ะ" 

 

"เฮ้ย! ฟ้าผ่าไอ้สัส ชวนกูแดกข้าว หึหึ" 

 

"ไปๆ ลุกอย่าพูดมาก รำคาณ!" 

 

 

ไอ้เนย์มันพาผมไปกินข้าวที่โรงอาหารในโรงพยาบาลมันนั่นแหล่ะครับ ตอนแรกมันบอกว่าจะพาผมไปเปิดหูเปิดตา ไอ้ห่า! พากูไปเปิดหูเปิดตาไกลมากเลยสัส! แต่จะว่าไปอาหารที่โรงพยาบาลมันก็รสชาติใช้ได้เหมือนกันแฮะ 

 

 

ระหว่างที่ผมนั่งกินข้าวกับไอ้เนย์ผมก็เล่าเรื่องพ่อเมียผมให้มันฟัง มันเองก็เล่าเกี่ยวกับเคสผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายๆ พ่อของโจให้ผมฟังเช่นกัน ตอนนี้ผมยังทำอะไรมากไม่ได้นอกจากรอให้พ่อโจมาตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลไอ้เนย์ซะก่อน หลังจากนั้นผมคงจะรู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี 

 

 

ผมกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ไอ้เนย์มันมีเคสผ่าตัดช่วงเย็นส่วนผมก็มีหน้าที่ไปรับเมียผมกลับบ้าน หึหึ 

 

 

ก่อนเข้าไปรับโจผมก็แวะซื้ออาหารเย็นเข้าไปด้วยเลย วันนี้มันจะได้ไม่ต้องทำเองให้เหนื่อย หยุดทำงานไปแค่สองสามวันสำหรับมันคือเรื่องใหญ่ โจมันบ้างาน ผมนี่อยากให้มันบ้างานให้น้อยลงบ้างแล้วหันมาบ้ากับผมแทน กร๊ากกก… คงสนุกน่าดู หึหึ 

 

 

 

 

 

 

 

 

"สวัสดีค่ะคุณปู" 

 

"สวัสดีครับ" 

 

"บอสอยู่ในห้องค่ะ คุณปูจะรับน้ำหรือกาแฟดีคะ?" 

 

"ไม่เป็นไร ผมอยู่ไม่นานหรอกเดี๋ยวก็กลับแล้ว" 

 

"ดีเลยค่ะ ฝากลากบอสกลับบ้านด้วยนะคะ ตั้งแต่บ่ายยังไม่ออกมาจากห้องทำงานเลยค่ะ" 

 

"หึหึ นี่ขนมผมซื้อมาฝาก" ผมยื่นถุงขนมให้เธอ 

 

"อุ้ย! ขอบคุณค่ะ คุณปูนี่น่ารักตลอดเลยนะคะ" 

 

"เลิกงานแล้วจะกลับบ้านเลยก็ได้นะ เดี๋ยวผมจัดการบอสคุณให้เอง" 

 

"งั้นจูนขอตัวกลับก่อนนะคะ จูนฝากบอสด้วยนะคะคุณปู" 

 

"ครับ" 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก~ 

 

ผมเปิดประตูเข้าไปก็เห็นโจนั่งดูเอกสารหน้าตาดูเคร่งเครียดมาก โจเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองมาที่ผมก่อนจะเผยยิ้มบางๆ ส่งมาให้ผม 

 

"ยิ้มอะไร ดีใจที่เห็นหน้ากูขนาดนั้นเชียว" 

 

"แล้วจะให้ทำหน้ายังไงล่ะ ร้องไห้แทนดีไหม" 

 

"หึหึ เดี๋ยวนี้มียอกย้อนนะ" 

 

"ป่าวซะหน่อย ปูนั่งรออีกแป๊ปนะอีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้วครับ" 

 

"อืม… ทำไปเถอะรอได้" 

 

"หิวไหม อยากกินอะไรรองท้องก่อนไหมครับ เพราะกว่าจะกลับถึงบ้านคงอีกนานเลย รถติดแน่นอน" 

 

"ไม่ต้องห่วงกูหรอกน่า… รีบทำงานมึงเถอะ" 

 

"อืม… งั้นรอแป๊ปนะใกล้เสร็จแล้ว" 

 

แค่ผมได้เห็นมันยิ้มจากที่เครียดๆ ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย 

 

 

ผมนั่งรอโจทำงานโจทำงานจนเสร็จ เราสองคนขับรถตรงดิ่งกลับมาบ้าน ผมอยากให้โจมันพักผ่อนบ้าง ทำงานเหมือนคนเป็นบ้าแบบนี้ผมเห็นแล้วก็อดห่วงไม่ได้ 

 

 

 

"โจขอไปล้างหน้าล้างตาแป๊ปนึงนะเดี๋ยวรีบมาจัดอาหารใส่จานให้" 

 

"ไม่ต้องรีบมากขนาดนั้นก็ได้ ห่วงอะไรกูหนักหนา" 

 

"ปูไปเปลี่ยนเสื้อผ้ารอก่อนก็ได้นะ" 

 

"เออๆ มึงก็ไม่ต้องรีบมากนัก" 

 

"ครับ ไม่รีบแล้วก็ได้" 

 

 

 

โจมันห่วงว่าผมจะหิวตาย มันพูดบ่นตัวเองตลอดทางว่ามัวแต่ทำงานเพลินจนทำให้ผมรอนาน ขอโทษผมไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก็เป็นซะแบบนี้ชอบห่วงคนอื่นจนลืมห่วงตัวเอง ผมบอกมันแล้วนะว่าผมไม่เป็นอะไร จะเป็นห่วงก็ตัวมันเองนั่นแหล่ะไม่รู้กินข้าวเหมือนแมวดมอีกรึเปล่า 

 

 

 

โจเข้าไปล้างหน้าล้างตาแล้วเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ส่วนผมก็จัดการเปลี่ยนชุดเป็นชุดที่ใส่สบายแล้วออกมานั่งรอมันที่โซฟาข้างนอก ผมออกมาได้ไม่นานนักโจก็เดินออกมาจากห้อง 

 

 

 

"มานี่ก่อนดิ" ผมเรียกโจให้เดินเข้ามาหา 

 

"มีอะไรเหรอ?" 

 

ผมดึงโจให้นั่งลงที่ตกผมแล้วกอดเอวโจไว้หลวมๆ 

 

"รีบอะไรขนาดนั้น กูก็บอกอยู่ว่ายังไม่ค่อยหิวไง หื้ม" ฟอดดด… 

 

"ก็มันเลยเวลาอาหารเย็นมานานแล้วนี่ครับ ปูนั่งรอโจทำงานตั้งนานโจเลยกลัวปูจะหิวแล้วไม่ยอมบอกโจนี่ครับ" 

 

"หึ! มึงเนี่ยน้า… ชอบคิดเองเออเองตลอด กูต่างหากที่ต้องเป็นห่วงมึงไม่รู้มัวทำแต่งานจนลืมกินข้าวกินน้ำรึป่าว" 

 

"ไม่ลืมๆ โจกินข้าวครบทุกมื้อตามที่ปูบอกเลยนะ" 

 

"หึหึ เป็นเด็กดีแบบนี้ต้องให้รางวัลซะหน่อย" 

 

 

ฟอดดด… ฟอดดด… ฟอดดด… 

 

 

"อื้อ… พอแล้วปู เล่นเป็นเด็กไปได้" 

 

"เล่นที่ไหน นี่กูกำลังให้รางวัลมึงอยู่ไง" 

 

 

ฟอดดด… ฟอดดด… 

 

ผมหอมแก้มซ้ายสลับแก้มขวาไปมา โจมันก็พยายามพลักหน้าผมออกนะ แต่ถามหน่อยเถอะงานนี้ใครจะชนะใคร หึหึ 

 

 

"ปูครับพอได้แล้ว โจจะรีบไปจัดอาหารใส่จานเราจะได้กินข้าวกันนะๆ นะครับ" 

 

อ้อนแบบนี้อีกแล้ว! กูนี่แหล่ะจะตายเป็นหลงมึงไม่ได้ตายเพราะอดข้าวหรอก บ้าเอ้ย! 

 

"หึหึ มึงนี่ชอบทำให้กูใจอ่อนอยู่เรื่อย" 

 

ขนาดมันยังไม่อาบน้ำตัวแม่งโคตรหอมเลย หึหึ 

 

"รอแป๊ปนึงนะครับ" 

 

หื้ออ… มันหยิกแก้มผมแล้วยิ้มว่ะ โอ๊ยยย!! แบบนี้กูก็ตายดิวะแม่งโคตรน่ารักเลยเมียกู 

 

"เดี๋ยวกูเข้าไปช่วยมึงด้วยดีกว่า หึหึ" 

 

 

พรึ่บ! 

 

 

"เฮ้ยปู!!" 

 

 

ผมอุ้มมันเข้าไปในครัวแม่งเลย ก่อนจะปล่อยตัวมันก็จับมันจูบปากให้หายมันเขี้ยวซะก่อน หึหึ 

 

 

เราสองคนนั่งกินอาหารที่ผมแวะซื้อมาตอนไปรับโจที่ทำงาน ตอนนั่งกินข้าวนี่ก็มัวแต่ตักนู้นตักนี่ใส่จานให้ผมตลอด ผมเลยตักข้าวใส่ช้อนผมนี่แหล่ะป้อมมันแม่งเลย หึหึ 

 

พอกินอิ่มผมก็มานั่งรออาหารย่อยที่โซฟาแล้วเปิดหนังดูรอมันไปพลางๆ โจเดินออกมาจากห้องครัวหลังจากเก็บโต๊ะและล้างจานเสร็จ 

 

 

"ดูหนังเหรอ?" 

 

"อืม… เรื่องนี้ยังไม่ได้ดู มานั่งนี่ม่ะ" 

 

โจเดินเข้ามานั่งลงที่โซฟาข้างผม 

 

"อ่อ… เรื่องนี้น่าดูนะ เห็นแว๊ปๆ ในเน็ต" 

 

"มีเวลาเล่นเน็ตกับเขาด้วยเหรอมึงอ่ะ" 

 

"ก็ตอนพักกินข้าวไง โจก็เปิดดูนู้นนั่นนี่ไปเรื่อย" 

 

"หึหึ เหงาไหมกินข้าวคนเดียว" 

 

"ไม่เหงาเลย เงียบสงบดี" 

 

"จริงอ่ะ?" 

 

"อืม… จริง!" 

 

"หึหึ ตอบเสียงสูงแบบนี้ไม่น่าใช่" 

 

"ว่าแต่… วันนี้ไปทำธุระที่ไหนมา เดี๋ยวนี้มีความลับกันแล้วเหรอ" 

 

 

ฟอดดด… 

 

 

"ความลงความลับอะไรล่ะ กูแวะไปหาเพื่อนมา" 

 

"นัดกับเพื่อนไว้เหรอ ไม่เห็นปูจะบอกเลยว่าวันนี้นัดเพื่อนไว้" 

 

"ไปหาเพื่อนจริงๆ ไม่มีอะไรหรอก" 

 

"อืม… โจก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แค่ไปหาเพื่อนเองโจจะว่าอะไรได้ล่ะจริงไหม?" 

 

"หื้ออ… เดี๋ยวนี้พัฒนานะ" 

 

"อะไรเล่า!" 

 

 

ฟอดดด… 

 

 

"กูไปหาเพื่อนจริงๆ ไม่ได้แอบไปหากิ๊กที่ไหนแน่นอน" 

 

"อืม… ไปหาเพื่อนก็ไปหาเพื่อนครับ" 

 

"หึหึ ดูหนังกันเนอะ เอ๊ะ! หรือมึงอยากทำมากกว่าดูหนัง?" 

 

 

ตุบ! 

 

 

"อย่ามาตลก ดูหนังไปเลยครับ" 

 

 

จุ๊บบบ… 

 

 

"กูรักมึงนะ" 

 

"อืม… โจก็รักปูครับ" ^^ 

 

พอดูหนังไปได้สักพักยังไม่ทันจะถึงครึ่งเรื่องดีก็มีคนแอบทำตาเคลิ้มอยู่ข้างๆ ผม 

 

"โจถ้าง่วงก็เข้าไปอาบน้ำนอนไป" 

 

"อื้อ… วันนี้รู้สึกเพลียๆ น่ะ" 

 

"เหนื่อยก็ไปพัก" 

 

"ปูจะดูหนังต่อใช่ไหม งั้นโจขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะ" 

 

"พรุ่งนี้ค่อยดูต่อแล้วกัน" 

 

"อ้าว ทำไมล่ะ?" 

 

"ก็กูอยากอาบน้ำแล้วเข้านอนพร้อมมึง" 

^///^ 

 

"คิดอะไรอยู่หน้าแดงหูแดงหมดแล้ว หึหึ" 

 

"ป่าวนิ! โจว่าโจไปอาบน้ำดีกว่า อาบเสร็จปูจะได้อาบต่อเลย" 

 

 

พรึ่บ! 

 

"เดี๋ยวก่อน!" 

 

"อะ… อะไรเหรอ?" 

 

"กูเพิ่งพูดอยู่เมื่อกี้ว่าจะอาบน้ำแล้วเข้านอนพร้อมมึงไง หึหึ" 

 

oO! 

 

"ไม่ต้องมาทำตาโต ไปอาบน้ำ!" 

 

"เฮ้ย! ปูเดี๋ยวก่อน!" 

 

 

 

 

 

"หึหึ เป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้น" 

 

"นั่งนิ่งๆ ซิปู โจกำลังเช็ดผมให้อยู่นะ" 

 

 

ตอนนี้โจมันกำลังยืนเช็ดผมให้ผมอยู่ครับ ถามว่าตอนอาบน้ำผมทำอะไรมันรึเปล่าน่ะเหรอ ผมแค่หยอกๆ เอง จับนู้นนิดนี่หน่อยตามประสาผัวเมียนั่นแหละ อยากทำมากกว่านี้แต่กลัวพรุ่งนี้มันจะตื่นไปทำงานไม่ไหวเนี่ยดิ 

 

 

"อ๊ะ! ปูอย่าแกล้งได้ไหม!" 

 

"ก็กูมันเขี้ยวมึงนิ ตัวมึงแม่งห๊อมหอม" 

 

"เว่อ! ก็กลิ่นเดียวกันนั่นแหล่ะ ครีมอาบน้ำก็ใช้ด้วยกัน" 

 

"แต่ตัวมึงหอมกว่า หึหึ" 

 

"เลิกพูดเล่นได้แล้ว อ่ะ… เสร็จแล้วครับ" 

 

"ขอบใจ" 

 

 

จุ๊บบบ… 

 

 

"ปิดไฟเลยนะ" 

 

"เดี๋ยวกูปิดเอง มึงขึ้นไปนอนเถอะ" 

 

"ขอบคุณครับ" ^^ 

 

 

 

ผมเดินไปปิดไฟเสร็จก็เดินกลับมาที่เตียง โจนอนรอผมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ผมล้มตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวแล้วรวบตัวโจเข้ามากอด 

 

 

จุ๊บบ… 

 

"ฝันดีนะ" 

 

ฟอดดด… 

 

"ปูด้วยนะ ฝันดีนะครับ" ^^ 

 

 

 

 

 

"โจ" 

 

"อืม…" 

 

"อยู่กับกูมึงมีความสุขไหม?" 

 

"อืม… มีซิ" 

 

"ดีแล้ว" 

 

"อืม… รักปูนะ" 

 

 

จุ๊บบบ… 

 

 

"กูก็รักมึงเหมือนกัน" 

 

 

 

กูจะทำเพื่อมึงนะโจ  

 

TBC. 

 

อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงฝากเม้นให้กำลังกันบ้างน้า ^^ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}