Arturaxia &YW
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 23 คำสาบาน

ชื่อตอน : บทที่ 23 คำสาบาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 01:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23 คำสาบาน
แบบอักษร

บทที่ 23 คำสาบาน 

 

( เค้าว่ากันว่าบรรยากาศอันแสนสุขนั้นมักมาพร้อมกับช่วงเวลาที่แสนสั้น… ) 

 

( และมันก็คงจะจริงอย่างที่ว่ากัน ) 

 

“คุณหนูขอรับรถม้าเตรียมพร้อมแล้วขอรับ เรือบินจากเมืองหลวงเองก็ใกล้จะมาถึงแล้วยังไงรีบออกเดินทางเถอะขอรับ” 

 

เฟลิกซ์กล่าวกับเซลิน่าที่แสดงท่าทีเฉยชาด้วยความกังวลใจ 

 

เพราะมีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมากมาย ทำให้เฟลิกซ์รู้ว่าตอนนี้เซลิน่านั้นไม่ได้รู้สึกเฉยชาดังที่แสดงออกมาให้เห็น 

 

“ท่านบารอนและขุนนางอื่นก็จะขึ้นเรือบินไปยังเมืองหลวงเหมือนกันสินะ?” 

 

เซลิน่าพูดออกมาในขณะที่กำลังระลึกถึงภาพในอดีต... 

 

ภาพที่ตัวเธอคนก่อนยืนมองแสงสว่างสีขาวถาโถมใส่ผู้คนที่เธอต้องปกป้องอย่างสิ้นหวัง 

 

“ใช่แล้วขอรับ...” 

 

“เป็นถึงผู้ปกครองแต่กลับละทิ้งประชาชน... ตัวเราคงมองท่านบารอนผิดไป” เซลิน่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย 

 

“คุณหนูขอรับ!! นี้คือความเป็นจริงไม่ใช่เรื่องแต่งในนิยายนะขอรับ!!” 

 

"จะให้ท่านบารอนแสดงผู้กล้าเช่นนั้นหรือขอรับ? หากทำแบบนั้นแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากฆ่าตัวตาย!! สิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถทำได้ในตอนนี้คือการถอยหลังกลับไปตั้งหลักขอรับคุณหนู!!” 

 

“เหล่าทหารที่กำแพงเมืองได้สละชีวิตอันแสนมีค่าเพื่อซื้อเวลาให้กับพวกเราและชาวบ้าน โปรดตั้งสติแล้วอยู่กับความเป็นจริงด้วยขอรับ ที่ท่านบารอนทำแบบนี้ก็เพื่อทุกคน!!” 

 

“เพื่อทุกคน?...” 

 

“หากเป็นอย่างที่กล่าวมาแล้ว...” 

 

“ทุกคนที่ว่านั้นก็คงไม่มีเราอยู่” 

 

เซลิน่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงก่อนจะลุกขึ้นยืน 

 

หากในเวลาปกติแล้วเฟลิกซ์อาจจะหยอกล้อด้วยหรือไม่ก็มองดูด้วยความชื่นชม 

 

หากแต่ตอนนี้ไม่ใช่ 

 

เฟลิกซ์ตะหวาดดังลั่น!! 

 

“นี้มันไม่ใช้เรื่องล้อเล่นขอรับคุณหนู!! ยังไงเสียคุณหนูมีทางเลือกเดียวคือขึ้นเรือบินไปยังเมืองหลวงเท่านั้น!! หากคุณหนูเป็นอะไรขึ้นมาตระกูลเอสรับผิดชอบไม่ไหวอย่างแน่นอนขอรับ!! หากคุณหนูยังคงดื้อดึงกระผมคงต้องขอล่วงเกินแล้ว!!” 

 

สิ้นเสียงตะหวาดของเฟลิกซ์บรรยากาศโดยรบที่เคยขมุกขมัวที่เคยอยู่รบตัวของเซลิน่าก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นบรรยากาศที่แสนเย็นยะเยือก ทำเอาเฟลิกซ์ต้องก้าวถอยห่างออกมาอย่างไม่รู้ตัว 

 

“เจ้าเป็นใครกันถึงริอาจกล่าวเช่นนั้นกับตัวเราช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!!” 

 

ในตอนนั้นเองที่เฟลิกซ์รู้สึกเหมือนดวงตาของเซลิน่านั้นมีประกายแสงสีแดงเกินขึ้น ดวงตาที่เคยดูเฉื่อยชาแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาให้ความรู้สึกที่น่าพรั่นพรึง ทุกย่างก้าวของเซลิน่าที่ก้าวเข้าเฟลิกซ์หา ทำให้เฟลิกซ์รู้สึกหายใจลำบาก ร่างกายของเฟลิกซ์ในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยเหงื่อที่เกิดจากความตรึงเครียด 

 

เฟลิกซ์เคยสัมผัสบรรยากาศแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง... แม้จะเป็นเพียงชั่วพริบตาแต่ก็สามารถจดจำได้อย่างดี 

 

ในตอนนั้น... ตอนที่เซลิน่ารังสรรค์สายลมเพื่อโจมตีนักบวชเอริส... 

 

ในตอนที่อาดามาริสนั้นถูกดูหมิ่น 

 

บรรยากาศอันสูงส่งและโหดเหี้ยม... 

 

เซลิน่ายื่นมือออกมาเชยคางเฟลิกซ์ที่นั่งคุกเข่าลงโดยไม่รู้ตัวอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงอันเย็นเหยียบว่า 

 

“ไหนเจ้าลองพูดประโยคเมื่อครู่ให้ตัวเรานั้นได้ฟังอีกครั้งสิ?” 

 

เฟลิกซ์ตัวที่สั่นเหมือนลูกนกพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงและพูดออกไปอย่างตะกุกตะกัก 

 

“ข ข้าน้อย ข ขอ อ อภัย ค คือ ข ข้าน้อย...” 

 

เฟลิกซ์นั้นไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้พูดอะไรออกไปบ้างหลังจากนั้น สิ่งที่จดจำได้อย่างแน่ชัดมีเพียงดวงตาสีแดง และคำสั่งสองอย่างที่ออกมาจากริมฝีปากที่เรียวเล็ก 

 

แน่นอนว่าคำสั่งที่ว่านั้นถูกสลักฝังเอาไว้ในจิตใจส่วนลึกของเฟลิกซ์อย่างแน่นหนา 

 

เฟลิกซ์พยายามปรับลมหายใจของตัวเองอย่างยากลำบาก ก่อนจะมองไปยังทิศทางที่เซลิน่าเดินจากไปและพูดออกมาว่า 

 

“...เธอเป็น... ใครกัน?” 

 

......................................................................................................................................................................... 

 

ตอนนี้ทั่วทุกแห่งในเมืองลีฟและหมู่บ้านข้างเคียง ถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศแห่งสิ้นหวัง... ใบหน้าของชาวเมืองแสดงออกให้เห็นถึงความหวาดกลัวที่อยู่ในจิตใจ 

 

“อย่างที่ข้าได้กล่าวไปเมื่อครู่... เรือบินที่จะมาถึงนั้นเป็นเรือบินเร็วสำหรับส่งสาร เพราะแบบนั้นแล้วจึงสามารถรับรองจำนวนคนได้เพียงสามพันคนเท่านั้น โดยจะให้เด็ก...ผู้หญิง...และคนแก่ขึ้นตามลำดับ” ทหารคนหนึ่งพูดออกมาด้วยเสียงอันดังท่ามกล่างผู้คนจำนวนมากมายมหาศาลที่มารวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้างของเมือง 

 

“แกจะบ้าหรอ!!” เสียงของชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้น 

 

“ผู้หญิงและเด็กในเมืองลีฟรวมถึงเมืองข้างเคียงก็นับเข้าไปห้าพันกว่าแล้ว นี้ยังไม่นับรวมคนแก่เลย!! แล้วแกจะคัดเลือกคนที่จะได้ขึ้นเรือบนยังไงกัน!! 

 

“ใช่แล้ว!!” 

 

เสียงด่าทอถ้อยคำที่แสนสับสนดังระงมไปทั่วลานกว้าง เซลิน่าที่อยู่ในชุดคลุมสีดำซึ่งถูกตกแต่งด้วยลวดลายสีทองได้แต่ยืนมองด้วยความหดหู่ 

 

แน่นอนว่าเรือบินเพียงลำเดียวไม่มีทางจะอพยพชาวบ้านออกไปได้หมดอย่างแน่นอน... ผู้ชายและคนแก่รวมถึงผู้หญิงและเด็กส่วนหนึ่งต้องถูกทิ้งไว้ที่นี่ 

 

( ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเมืองแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้คนแท้ๆ ) 

 

เซลิน่าคิดแบบนั้นก่อนจะย้อนนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กี่วันก่อน 

 

ภาพที่เธอโดนเจนาสเขกหัว...เพราะทำตัวเปิ่นๆออกไป ภาพของมาคิอัสที่หัวเราะออกมาอย่างจริงใจ อีกทั้งยังไม่รังเกียจที่จะให้ลูบหูและจับหางของต้น ภาพของเฟลิกซ์ที่หัวเราะแห้งๆ 

 

แต่เพียงชั่วข้ามคืนทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป 

 

เหล่าสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลได้เดินทางมายังชายขอบทวีปมืดซึ่งติดกับเมืองลีฟ 

 

และหลังจากนั้นไม่นานการปะทะก็เริ่มต้นขึ้น 

 

และดูเหมือนว่าในตอนนี้กำแพงเมืองลีฟคงต้านคลื่นอสูรลูกนี้ได้อีกไม่นานแล้ว 

 

เซลิน่ามองไปยังเด็กหญิงคนหนึ่งที่ยืนกอดกับแม่ทั้งน้ำตา... 

 

ตัวของเด็กคนนั้นร้องไห้ออกมาเพราะตัวของเธอนั้นไม่อยากจะพลัดพรากจากแม่ของตน 

 

เพราะด้วยการคัดกรองผู้มีสิทธิ์ขึ้นเรือนั้นจะให้ผู้ที่เป็นเด็กก่อนอันดับแรก... ก่อนจะตามด้วยผู้หญิงที่มีลูกอยู่บนเรืออีกส่วนหนึ่ง 

 

และด้วยคำว่า “ส่วนหนึ่ง” นั้นมันอาจจะทำให้คุณแม่ของเธอนั้นอาจจะไม่ได้ขึ้นไปยังเรือบินด้วย 

 

เซลิน่าเดินเข้าไปหาเด็กหญิงและลูบหัวอย่างอ่อนโยน... 

 

“ไม่ต้องเป็นห่วงคุณแม่จะได้ขึ้นเรือบินไปกับเธอด้วยอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นอย่างร้องไห้นะ?” 

 

เด็กหญิงคนนั้นมองมาที่เซลิน่าก่อนเอ่ยถามออกมาว่า 

 

“จริงหรอคะพี่สาว?” 

 

 “จริงสิ!! เห็นอย่างนี้พี่สาวเองก็เป็นคนใหญ่คนโตเหมือนกันนะ” 

 

หลังจากพูดจบเซลิน่าก็ยัดเหรียญตราซึ่งเป็นบัตรผ่านสำหรับขึ้นเรือบนของตนเอง มอบให้กับคุณแม่ของเด็กหญิงที่นั่งมึนงงอยู่ 

 

“เราขอตอบแทนสำหรับไม้เสียบเนื้อย่างที่แถมให้เราในวันนั้น... และอย่าส่งเสียดังไปเจ้าเองก็คงไม่อยากให้ใครรู้หรอกใช่หรือไม่?” 

 

เมื่อเซลิน่าพูดออกมาแบบนั้นคุณแม่ของเด็กหญิงก็ทำได้เพียงพยักหน้าขอบคุณซ้ำๆ 

 

...ทั้งน้ำตา 

 

และในตอนนั้นเองที่เซลิน่าบังเอิญได้เสียงกระซิบจากคุณแม่ของเด็กหญิงเมื่อครู่ซึ่งพูดกับตัวเองว่า 

 

“คุณคะ... การเสียสละของคุณ... จะต้องไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน” 

 

เซลิน่ากำมือแน่น... 

 

เธอโกรธมาก... โกรธมากจริงๆ 

 

( เจ้าพวกสัตว์อสูรเอ๋ย ) 

 

( ด้วยเกียรติของผู้สืบทอดราชวงศ์บริทาเนีย... ) 

 

( เราขอสาบาน!! ) 

                

          ( เลือดต้องล้างด้วยเลือด!! ) 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}