ploknoy

อัพช้าถึงช้ามาก แต่ก็พยามอัพให้ไวที่สุดนะ ขอบคุณที่สนับสนุนค่ะ @[email protected]

ชื่อตอน : กอด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 67

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 00:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กอด
แบบอักษร

[ ริชาร์ด ]

“คัส...”

“.............”

“คัส...นี้คัส..ตื่นได้แล้วถึงบ้านแล้ว”

“..............”

“คัส...ตื่น..”

“..............”

ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก กรุณาติดต่อใหม่ในภายหลัง @$#^-$%@%^**

เฮ้อ...สงสัยวันนี้เขาคงจะเพลียจริงๆนั่นละ หลับสนิทแถมจับเสื้อผมไว้ซะแน่นไม่ยอมปล่อย น่ารัก ผมตัดสินใจอุ้มเขาเดินเข้าไปในบ้าน โชคดีที่พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้านออกไปข้างนอกกว่าจะกลับมาก็คงจะเป็นช่วงค่ำ พวกแม่บ้านก็ไม่ได้อยู่แถวนี้ ผมรีบเดินขึ้นไปที่ห้องของตัวเองทันทีตรงดิ่งไปที่เตียง ก่อนจะวางคนในอ้อมแขนลงอย่างเบามือ แต่ปัญหาต่อจากนี้คือ มือของคัสที่ไม่ยอมปล่อยจากเสื้อของผม

“นี้คัส...ปล่อยมือนายได้แล้วจะได้นอนสบายๆไง”

“...............”

ผมก้มลงไปกระซิบบอกเบา แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขาเท่านั้น

“เอาว่ะ...ตื่นมาก็อย่าโวยวายแล้วกัน..”

ผมขยับขึ้นไปบนเตียงนอนข้างๆเขา ก่อนจะยกแขนให้เขานอนหนุน คัสก็ขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นจนแนบชิดกัน กลิ่นตัวของคัสหอม หอมอ่อนๆไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมหรือโลชั่น แต่เป็นของเขาจริงๆ มันทำให้ผมผ่อนคลาย ผมก้มลงไปสูดดมเรือนผมของคัสอย่างอดใจไม่อยู่

“ความผิดนายนะคัส ที่ไม่ยอมปล่อยเสื้อฉัน”

ผมบ่นพึมพำก่อนจะหลับตามเด็กน้อยที่ตอนนี้กำลังนอนกอดผมอยู่

 

[ คัส ]

อ่า....อุ่นจัง....ไม่อยากตื่นเลย....เดี๋ยวนะ นี่ผมหลับไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ย ผมพยายามลืมตาขึ้นถึงจะมีอาการง่วงอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ทันทีที่ผมลืมตาขึ้นสิ่งแรกที่ผมเห็นคือแขนผมกำลังพาดอยู่ช่วงเอวของใครบางคน แล้วที่สำคัญหัวผมตอนนี้อยู่บนตัวเขาด้วย...ใครกัน

ผมรีบลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้างๆผม ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพี่ริชาร์ดที่ตอนนี้ดูเหมือนจะหลับสนิทไปแล้ว ผมมองไปรอบๆก็สังเกตว่าคงจะเป็นห้องของพี่เขาแน่ๆ สงสัยผมคงหลับลึกเกินไปสินะไม่รู้ตัวเลยแหะ ไม่รู้ว่าถึงบ้านตอนไหนแถมยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ามานอนที่นี้ได้ไง ให้เดานะพี่เขาอุ้มผมมาแน่ๆพี่เขาไม่ใช่พวกที่จะเสียเวลาเรียกคนอื่นมาหรอก และที่มาห้องพี่เขาคงเพราะพี่เขาก็คงจะเพลียด้วยเหมือนกันละนะ

ผมมองพี่ริชาร์ดที่กำลังหลับอยู่ ก่อนจะตัดสินใจยื่นน่าเข้าไปใกล้เขา จุ๊บ.... ผมจุ๊บน่าผากเขาเบาๆเพราะกลัวว่าเขาจะตื่น

“ขอบคุณครับ...พี่ริชาร์ด”

ผมเอ่ยคำขอบคุณเบาหวิว ไม่รู้ทำไมผมถึงขอบคุณเขา ส่วนไอ้ที่จุ๊บน่าผากพี่เขาน่ะผมจำมาจากคนรู้จักอีกที เห็นบอกว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้ฝันดี แต่ตอนนั้นผมไม่ได้หลับ เลยไม่รู้ว่ามันทำให้ฝันดีจริงๆรึป่าว ผมมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าฟ้ามืดแล้ว

โครกกกก.....

อ่า...ท้องผมชักจะหิวแล้วสิ ผมค่อยๆขยับลงไปจากเตียงก่อนที่จะเดินตรงไปที่ประตู ผมหันไปมองพี่ริชาร์ดที่นอนอยู่บนเตียง ควรจะปลุกพี่เขาดีมั้ยนะ...อืม..ช่างเขาเถอะปล่อยให้นอนไปน่ะดีละ ผมเปิดประตูออกไปแล้วก็ปิดมันเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่ห้องของตัว

“อืม....อาบน้ำก่อนแล้วค่อยไปกินข้าวดีกว่า ดูจากเวลาแล้วคงอีกสักพักกว่าจะถึงเวลาอาหาร”

ผมอาบน้ำเสร็จก็ใส่ชุดนอนเดินลงมาที่ห้องอาหารเลย กะว่าทานเสร็จก็ขึ้นมานอนเลย

“อ้าว คุณคัสลงทาเร็วจังเลยนะคะ นั่งรอสักครู่นะคะ ตอนนี้กำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่”

คุณมิเชลที่กำลังจัดโต๊ะอาหารเอ่ยทักผมทั้งๆที่มือก็กำลังจัดเตรียมจานอาหารอย่างประณีต

“งั้น...เดี๋ยวผมช่วยนะครับ จะได้เสร็จเร็ว”

“ได้เลยค่ะ..เพราะต่อให้ดิฉันห้ามคุณก็จะช่วยอยู่ดีใช่มั้ยค่ะ”

“ตามนั้นเลยครับ”

“ฮุ..ฮุ..งั้นคุณคัสช่วยยกจานมาสัก 2-3 ใบ ก็แล้วกันนะคะ”

คุณมิเชลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะมอบงานให้ผมทำ จริงๆมันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรหรอก แต่ผมไม่อยากรออยู่เฉยๆ ไม่ใช่เจ้าของบ้านด้วยรำคาญพวกชอบนินทากับอีกหลายๆอย่างอ่ะ

“เอ่อ..คุณมิเชลครับ ทำไมวันนี้จัดแค่สองที่ละครับ คุณพ่อกับคุณแม่ยังไม่กลับหรอครับ”

ผมถามออกไปด้วยความสงสัย ก็รู้อยู่หรอกว่าพวกเขาไปทำธุระข้างนอก แต่ก็น่าจะกลับกันได้แล้วหรือว่าจะกลับมาช้านะ

“อ๋อ...ท่านโทรมาบอกว่าจะไปทำธุระที่อื่นสักอาทิตย์นึงน่ะค่ะ ท่านไม่ได้บอกคุณคัสหรอค่ะ”

“อ่า...ไม่ได้บอกเลยครับ แล้วพี่ริชาร์ดเขารู้มั้ยครับเนี่ย”

“น่าจะยังไม่ทราบนะคะ ปกตินายท่านจะไม่ค่อยบอกคุณริชาร์ดเขาเท่าไหร่น่ะค่ะ ส่วนนายหญิงก็คงจะโดนยึดเครื่องมือสื่อสารมั้งค่ะ”

“ที่ว่าธุระที่อื่นนี้...ไม่ใช่ว่าอยากไปสวีทกันสองต่อสองโดยไร้คนรบกวนสินะครับ แถมไปไม่บอกลูกตัวเองแบบนี้เนี่ย คงจะเป็นเหตุผลนี้สินะครับ”

“แหม...คุณคัสเนี่ย มองนายท่านซะทะลุเลยนะคะ”

แหะๆ ดูอย่างที่เจอกันครั้งแรกก็ดูออกหมดเลยละว่าหวงเมียแค่ไหน แต่จะสะวงสวีทก็เจียมเนื้อเจียมตัวหน่อเหอะอายุก็ปาไปตั้งเท่าไหร่แล้ว ตาแก่เอ๊ย

“จัดโต๊ะเสร็จหรือยัง”

พี่ริชาร์ดที่ไม่รู้ว่ามาตอนไหนพูดขึ้น เจ้าตัวใส่ชุดนอนลงมาเหมือนกันคงกะว่าทานเสร็จแล้วก็นอนเลยเหมือนผม แต่ดูจากสีหน้าเอื่อมๆของเขาแล้วคงจะได้ยินเรื่องที่คุณพ่อกับคุณแม่ที่จะไม่อยู่บ้านอาทิตย์แล้วละ คงจะบ่อยมากด้วยสินะ น่าสงสาร หึหึ

“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะคุณริชาร์ด”

คุณมิเชลตอบพี่เขาก่อนจะถอยหลังไปยืนอยู่มุมห้อง ส่วนผมกับพี่ริชาร์ดก็นั่งทานข้าวโดยที่ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น จนทานอาหารอิ่มกันแล้วพี่ริชาร์ดก็เปิดปากพูดกับผม

“คัส..ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย ตามมาที่ห้องฉันด้วยนะ”

ผมมองเขานิดๆ คุยที่นี้ก็ได้นี่ทำไมต้องที่ อืม...คงจะเรื่องสำคัญสินะ

“ครับ....”

พี่ริชาร์ดลุกขึ้นเดินนำไปก่อน ผมก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย คงจะเป็นเรื่องไอ้หมูตอนนั่นละมั้ง พี่เขาเดินไปที่ห้องนอนของเขา เอ๊ะ...เดี๋ยวนะจะคุยงานไม่ไปห้องทำงานหรอ หรือกะว่าคุยจบแล้วนอนเลยหรอ หรือขี้เกียจเดินไปเดินมากันนะ

“เข้ามาสิ”

พี่ริชาร์ดเปิดประตูให้ผมเข้าไป ผมเดินเข้ามาด้านในพี่เขาก็เดินตามมาก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งที่ปลายเตียง ก่อนที่จะเรียกผมให้ไปนั่งที่เตียงด้วย

“มาสิ...จะยืนอยู่ตรงนั้นทำไม”

ผมก็เดินไปนั่งข้างเขา

“มีเรื่องอะไรหรอครับ”

“คือ..เรื่องของเล่นของพวกมันเธอจะทำอะไรกับมันหรอ”

หา....เรียกมาถามเรื่องนี้เนี่ยนะ

“ก็กะว่าจะลองเอาข้อมูลที่อยู่ในนี้ออกมาดูน่ะ คิดว่าคงจะมีข้อมูลเก่าที่ใช้ได้อยู่ แล้วก็กะว่าจะใช้สืบเรื่องไอ้คนที่ยังใช้ของโบราณนี้อยู่ว่าเป็นใคร คงจะมีไม่กี่คนละมั้งที่ยังยึดติดกับพวกของเก่า”

ผมตอบเขาตามตรง เขาก็แค่พยักน่าเข้าใจ ก่อนจะจ้องน่าผม

“มีอะไรติดน่าผมหรอครับ”

“ป่าว..แค่คิดว่าตัวตนของนายเนี่ยคนไหน แค่นั้น”

หืม....ตัวตนของผมหรอ.....

“ทำไมครับ...”

“ก็นะ...นายเล่นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนสบสนเลยละ เดี๋ยวเยือกเย็นบ้างละ เดี๋ยวร่าเริงบ้าง ละเดี๋ยวโหดบ้างละ โรคจิตบ้าละ ถามจริงนะ นายเป็นโรคหลายบุคลิกป่ะเนี่ย”

“อุบ...ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...”

ลั่น เลยครับ คิดได้ไงเนี่ย

“ขำอะไร...นี้จริงจังนะ”

“ฮึ..ฮึ...ขอโทษครับ..พอดีกลั้นไม่ไหวจริงๆ คิดได้ไงเนี่ย”

“มันก็...อ่า....ตอบมาเถอะน่าว่าเป็นหรือไม่เป็น”

“หึหึ...งั้นผมขอถามพี่นะ เวลาที่พี่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่กับเวลาที่อยู่กับพวกศัตรู พี่จะทำตัวแบบเดียวกันทั้งคู่หรือป่าว....แน่นอนว่า"ไม่" ใช่มั้ยล่ะ ผมก็แค่เจอคนประเภทไหนก็จะแสดงท่าทีในแบบที่ผมคิดว่ามันสมควรทำ มันก็เหมือนการแสดงอารมณ์ของคนเรานี่ล่ะครับ แต่ต่างกันที่ว่าสถานการณ์มันบังคับให้ใช้อารมณ์แบบไหน ถ้าถามว่าตัวตนของผมเป็นแบบไหนละก็ คงจะทั้งหมดที่พี่เห็นนั้นแหละนะ ไม่ว่าจะเป็นเด็กอวดดี หรือเด็กขี้อ้อน หรือฆาตกรร มันก็คือตัวผมนั่นแหละ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ทุกอย่างมันก็เป็นเพราะตัวผมที่ทำให้มันเกิดขึ้น”

“..................”

“ทีนี่..ยังจะสงสัยอะไรอีกมั้ยครับ”

ผมมองพี่ริชาร์ดที่ตอนนี้ กำลังมองผมนิ่งๆ ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมา

“งั้นผมกลับไปนอนก่อนนะครับ พรุ่งนี้ต้องเคลียร์เอกสารที่ค้างเอาไว้”

ผมกำลังจะลุก แต่ก็โดนพี่ริชาร์ดจับข้อมือดึงให้นั่งลงที่เดิม

“วันนี้นอนที่นี้แหละ ไม่ต้องไปไหนหรอก”

What....... อะไรว่ะ

“ไม่ดีกว่าครับ”

“อะไร..ก็ตอนนั้นยังนอนหลับสบายใจอยู่เลยนิ ไหนๆก็จะนอนแล้วฉันเองก็เริ่มจะง่วงแล้วด้วย ก็นอนที่ห้องก็สิ้นเรื่องจะได้รีบๆนอน ไม่ต้องเสียเวลาเดินกลับห้อง ไม่ดีหรือไง”

ได้ข่าวว่าห้องผมอยู่ข้างๆห้องพี่เองนะ

“เอิ่ม...คือ..”

“แถมวันนี้ยังนอนกอดฉันไม่ปล่อยอีก จะรังเกียจหรือกลัวว่าฉันจะอึดอัดก็คงจะไม่ใช่ ใช่มั้ย”

อุก.....เฮ้อ...เล่นพูดซะปฏิเสธไม่ได้เลยแหะ

“คร้าบบบ”

ผมคลานขึ้นไปบนเตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนอนทันที พี่ริชาร์ดก็ขึ้นมานอนข้างๆก่อนจะปิดไฟห้อง วันนี้ผมใส่ชุดนอนที่ค่อนข้างจะเรียบร้อยอ่ะนะเลยคิดว่าคงจะไม่น่าเกลียดอะไร อย่างน้อยก็ดีกว่าชุดที่ผมใส่นอนประจำละนะ ( แค่เสื้อตัวใหญ่ตัวเดียว ) เลยตามเลยนอนที่ห้องพี่เขาเพราะขี้เกียจเถียง

นอนกันไปสักพักผมก็รู้สึกถึงแขนของอีกคนที่เอื้อมมาดึงเอวผมเข้าไปกอด

“พี่ครับ....”

ผมเรียกพี่เขาเบาๆ แต่....

“อืม...นอน..”

เฮ้อ....ยอมให้ละกัน ตอบแทนที่วันนี้ให้ผมกอด ตอนนี้ให้กอดคืนนึงคงจะเจ๊าๆกันไปนะ ผมหลับตาลงเหมือนเดิมและปล่อยให้พี่เขานอนกอดอยู่แบบนั้น โดยไม่รู้เลยว่าคนที่กอดผมกำลังยิ้มอย่างพึงพอใจอยู่ภายใต้ความมืด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น