!ขวัญหทัย!
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอน คนที่ไม่อยากเจอ

ชื่อตอน : ตอน คนที่ไม่อยากเจอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 187

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 00:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน คนที่ไม่อยากเจอ
แบบอักษร

 

ตอน คนที่ไม่อยากเจอ 

“น้ำหวาน...น้ำหวานจะออกไปไหนลูก”เสียงของภาดาเรียกลูกสาวคนเดียวสุดที่รักของเธอ ที่พอตกเย็นแล้วก็ต้องออกจากบ้านทันที นี่พึงกลับมาได้สองวันก็ออกไปเที่ยวกับเพื่อนตลอดเลย 

“ไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ” 

“นิชาภา”หญิงสาวที่มีความมั่นใจในตัวเอง รูปร่างหน้าตาผิวพรรณดีสไตล์ลูกครึ่ง ที่ไม่ว่าจะเดินไปไหนผู้ชายก็หันหลังตามอยู่ตลอดแทบทุกคนที่ได้เห็น เธอเป็นสาวหัวสมัยใหม่แล้วก็มีนิสัยที่ออกไปทางตะวันตกมากกว่าคนไทยซะอีก เพราะเธอเติบโตแล้วก็อยู่ที่นั่นเป็นสิบๆปี มันเลยทำให้หลายๆอย่างของนิชาภาเปลี่ยนไปด้วย 

“แล้วนี่ลูกเก็บเสื้อผ้าเสร็จแล้วใช่ไหม ลูกไม่ลืมใช่ไหมว่าพรุ่งนี้เราจะไปหาคุณยายกัน” 

“หนูไม่อยากไปเลยค่ะแม่ อยู่ที่นั่นมีแต่ไร่แต่เขาหวานไม่ชอบเลยค่ะ”นิชาภาเธอจำได้ดีว่ากัลยามีบุญคุณกับครอบครัวเธอมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ชอบบรรยากาศบ้านนอกอย่างนั้น ที่มีแต่ไร่นาวัวควายเต็มไปหมดจะมองไปทางไหนก็มีแต่ป่าเขาทั้งนั้น 

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะน้ำหวาน แม่บอกแล้วใช่ไหม...” 

“ว่าคุณยายมีบุญคุณกับครอบครัวของเรา หวานจำได้ดีค่ะแม่แต่หวานไม่ชอบนี่คะ แล้วนี่แม่จะไปเกี่ยวข้าวทำไร่ทำนาช่วยเขาอีก หวานขอบายนะคะแม่...”นิชาภาเธอพูดแล้วก็หันหลังให้จะเดินออกไปที่รถ เพราะนี่ก็ใกล้ถึงเวลาที่เธอนัดกับเพื่อนไว้แล้ว 

“น้ำหวานหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าดื้อกับแม่...เงินเดือนสิ้นเดือนนี้แม่จะไม่จ่าย”ภาดาเธอจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับนิชาภาทันที เพราะไม่อย่างนั้นเธอรู้ว่านิชาภาจะไม่ยอมเธอแน่ๆ เธอรู้ว่านิชาภาไม่อยากไปหากัลยาเพราะเหตุผลที่บ้านอยู่ที่บ้านนอก ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนกับอยู่ในเมืองอย่างนี้ 

“ไม่ได้นะคะแม่ หวานไม่ยอมนะคะ”นิชาภาเธอหันหน้ากลับมาหาภาดาทันที เธอยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแต่จะมาทำอย่างนี้กับเธอไม่ได้ 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปบ้านคุณยายกับแม่ ถ้าไม่ไปแม่ก็จะไม่จ่ายเงินเดือนจนกว่าลูกจะไปบ้านคุณยาย” 

“แต่แม่คะ...หวานไม่ชอบบ้านนอกอย่างนั้น” 

“ลองไปดูก่อนนะลูก คุณยายบ่นคิดถึงหนูอยู่ตลอดเลยนะ แล้วลูกไม่คิดถึงหนูจันทร์หรอ รู้ไหมว่าหนูจันทร์ยิ้มคิดถึงลูกทุกวันเลยนะ”อัทราพูดแทรกขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้าน เห็นนิชาภากำลังงอแงที่ไม่อยากไปบ้านกัลยา 

“พ่อคะหวานจำไม่ได้หรอกนะคะว่าคนที่พ่อพูดถึงเป็นใคร แล้วหวานเองก็ไม่ได้คิดถึงเขาเลยสักนิดเดียว คนอะไรชื่อจันทร์ยิ้มแค่ชื่อก็บ้านนอกแล้ว..”ประโยคหลังเหมือนนิชาภาบ่นพูดกับตัวเองมากกว่า เพราะเธอไม่ได้คิดถึงอะไรเลยแม้แต่สักนิดเดียว 

“ไม่รู้แหละยังไงลูกก็ต้องไปบ้านคุณยายกับแม่แล้วก็พ่อ ไม่อย่างนั้นลูกก็อยู่ที่บ้านคนเดียวแล้วก็ไม่มีเงินใช้สักบาท”ภาดาเธอพูดจบแล้วก็เดินไปทางอื่นทันที เพราะนี่คือเธอยื่นคำขาดให้กับนิชาภาแล้ว และนิชาภารู้ว่าเธอพูดคำไหนเป็นคำนั้นตลอด 

“คุณพ่อคะ...” 

“ลูกก็รู้ว่าแม่ของลูกพูดคำไหนคำนั้น แต่ถ้าลูกไปบ้านคุณยายกับพ่อแล้วก็แม่ พ่อจะเพิ่มเงินเดือนให้ลูกเป็นสองเท่า หนูคิดดีๆนะลูก...ลูกรู้ใช่ไหมว่าเงินบาทของไทยมีค่ามากกว่าเงินบาทที่นั่น”อัทราเธอหาเหตุผลข้อเสนอที่คิดว่านิชาภาต้องสนใจ มาพูดเพื่อให้นิชาภาได้ตัดสินใจที่จะไปบ้านกัลยากับเขามากขึ้น 

“แต่หวานไม่อยากนะคะ...ทำไมไม่มีใครฟังเหตุผลเราบ้างเนี่ย...”นิชาภาเธอบ่นอยู่คนเดียวด้วยความหงุดหงิดใจเพราะว่าเธอไม่อยากไปจริงๆ ก่อนที่เธอจะเดินออกไปหน้าบ้านแล้วก็ขับรถออกไปหาเพื่อนของเธอทันที 

นิชาภาเธอเดินเข้ามาในร้านอาหารที่เพื่อนของเธอนัดไว้ด้วยความหงุดหงิดใจนิดหน่อย ที่พรุ่งนี้เธอจะต้องเดินทางไปบ้านคุณยาย ซึ่งเธอไม่อยากไปสถานที่บ้านนอกแบบนั้น เธอกลัวความลำบากเพราะใครๆก็ชอบพูดว่าบ้านนอกไม่มีความเจริญ ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เธอได้เที่ยวเหมือนในเมืองที่เธออยู่ เธอก็พยายามหาทางออกว่าจะทำยังไงไม่ให้ตัวเองจะต้องไปบ้านคุณยายในวันพรุ่งนี้ 

“เป็นอะไรว่ะแก กลับมาเมืองไทยมันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยหรอย่ะ” 

“น่าเบื่อมากน่ะสิ พรุ่งนี้ฉันต้องไปบ้านคุณยายที่บ้านนอกโน้นฉันไม่อยากไปเลย ยายก็ไม่ใช่ยายของฉันจริงๆด้วยน่ะ แค่เป็นผู้มีพระคุณกับพ่อแม่ของฉันเท่านั้น”นิชาภาเธอบ่นออกไปด้วยความที่ไม่อยากไปจริงๆ 

“แล้วแกจะไปกี่วันล่ะ ถ้าไปแค่วันสองวันแกก็ไปเถอะ เดี๋ยวพ่อแม่แกบ่นให้แกอีกนะ”กชพรเธอแนะนำให้ทำตามที่พ่อแม่ของนิชาภาสั่งมากกว่าขัดคำสั่ง เพราะเธอรู้ว่าผลประโยชน์ที่ตามมามันคุ้มกว่ากัน 

“ไม่มีกำหนดกลับน่ะสิแก ฉันถึงเบื่ออยู่นี่ไง...แล้วนี่พ่อฉันบอกว่าถ้าไปน่ะจะเพิ่มเงินเดือนให้เป็นสองเท่า ถึงจะเงินเยอะแต่ลำบากฉันก็ไม่อยากไปน่ะว่าน” 

“แกไปเถอะ...”ยิ่งนิชาภาบอกว่าได้เงินเป็นสองเท่าเธอก็คิดว่านิชาภาจะต้องไป 

“ทำไมว่ะแก แกจะให้ฉันไปอยู่ที่บ้านนอกอย่างนั้นหรอ”นิชาภาเธอก็ไม่เข้าใจกชพรอีกเหมือนกันทำไมถึงอยากให้ฉันไปที่บ้านนอกนั้นเหมือนกับพ่อแม่ของเธอ 

“แกฟังเหตุผลฉันก่อนสิ เพราะถ้าแกไม่ไปแล้วแกจะเอาเงินที่ไหนมาลงทุนกับฉัน ฉันว่าแกควรต้องไปถ้าฉันว่างเดี๋ยวฉันไปหาที่นั่น” 

“จริงนะแก แล้วเงินที่ต้องลงทุนกับแกนี่มันเท่าไหร่นะแก ฉันจะได้รู้ว่าฉันจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ ถ้าฉันไปขอกับพ่อกับแม่ฉันต้องถามฉันยาวแน่ๆ ถ้าธุรกิจที่แกทำแล้วมันดีฉันจะได้ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ฉันอีก พ่อแม่ฉันจะต้องภูมิใจในตัวฉันมากแน่ๆ”แค่คิดว่าตัวเองจะมีงานทำที่มั่นคงมันก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขแล้ว 

“ก็ประมาณเกือบๆห้าสิบล้านแหละแก” 

“ห้าสิบล้าน!!...ทำไมมันเยอะอย่างนี้ว่ะแก”นิชาภาเธอไม่คิดว่าจะต้องลงทุนเยอะขนาดนี้ 

“นี่หารสามแล้วนะแก ช่วงแรกๆก็ต้องใช้เงินเยอะอย่างนี้แหละแก แต่ถ้าไปได้ดีกำไรมันเกินคุ้มนะแก นั่นไงหุ้นส่วนอีกคนที่ฉันเล่าให้แกฟัง”กชพรเธอชี้ไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาพวกเธอ นิชาภาเธอหันไปมองแล้วก็รู้สึกชอบเลยทันที เพราะเขาดูมีเสน่ห์แล้วก็เหมือนคนมีชาติตระกูลเธอก็เลยชอบทันที แถมยังหน้าตาหล่อเหลาเหมือนกับพระเอกหนังด้วย 

“รอนานหรือเปล่าว่าน ขอโทษนะที่มาช้า”นัทกรขอโทษกชพรเล็กน้อยที่ตัวเองมาช้า แล้วเขาก็หันไปมองนิชาภาอย่างชื่นชอบเหมือนกัน ผู้หญิงสวยๆรวยๆทำไมใครจะไม่ชอบเขาจึงมักใช้เสน่ห์ของตัวเองหลอกสาวสวยได้ตลอด 

“ไม่เป็นเลยนนท์ แล้วนี่ก็น้ำหวานนะที่เราเล่าให้ฟัง เป็นไงสวยเหมือนที่ฉันเล่าไหม..” 

“สวยสิ...สวยมากเลย ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้ำหวาน”เขาหันไปมองนิชาภาแล้วก็พูดคำชมออกมา และนั่นมันก็ทำให้นิชาภายิ่งรู้สึกเขินที่ถูกชมอย่างนี้ 

“เช่นเดียวกันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”นิชาภาเธอยื่นมือไปหาเขาทันทีเพราะเธอชินกับการทักทายแล้วก็ทำความรู้จักแบบนี้ไปแล้ว 

“ต่อว่าเราคงได้เจอกันบ่อยๆนะครับ”เขายื่นมือไปจับนิชาภาแล้วก็สำรวจมองดูนิชาภาด้วยแววตาของผู้ชายที่อยากได้ทันที ยิ่งนิชาภาแต่งตัวเซ็กซี่อย่างนี้เขายิ่งชอบแล้วก็ถูกใจ 

“แน่นอนค่ะ...”ทั้งสองคนมองแล้วก็ยิ้มให้กันซึ่งสายตามันก็บอกเขาและเธอว่ามีใจตรงกัน กชพรมองดูสองคนที่ดูเหมือนจะชอบกันเธอก็อดที่จะยิ้มตามด้วยไม่ได้ 

“มองกันอยู่นั่นแหละ กินข้าวก่อนไหมถ้าจะกินกันค่อยไปกินกันนอกรอบ” 

“แกก็พูดอะไรอย่างนั้นเล่า นนท์เขาอาจจะมีแฟนอยู่แล้วก็ได้ ถ้ามีแฟนแล้วฉันไม่ยุ่งหรอกนะ”นิชาภาเธอพูดอย่างนี้เพราะว่าเธออยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะโสดหรือเปล่า ถ้าหล่อแต่ไม่โสดเธอก็ขอบายเหมือนกัน 

“เรื่องนั้นฉันรับรองได้ว่าไม่มี และโสดร้อยเปอร์เซ็นต์” 

“ใช่ครับ ผมยังไม่มีแฟน แล้วคนสวยๆแบบน้ำหวานล่ะครับ...มีแฟนหรือยัง”เขาหันไปมองนิชาภาแล้วก็หวังว่าจะได้คำตอบที่เหมือนกับเขา 

“ยังค่ะ แต่อีกไม่นานก็คงจะมี...”นิชาภาเธอยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแต่สายตาส่งให้นัทกรเหมือนเป็นการบอกว่า เขานั่นแหละที่เธออยากจะเป็นแฟนด้วย 

“จีบกันพอแล้ว ฉันมีธุระต่อค่อยคุยนอกรอบกันเอาเองนะเรื่องอื่น ป่ะๆกินข้าวฉันหิว”กชพรเธอพูดขัดขึ้นซะก่อนเพราะตอนนี้อาหารก็เริ่มมาเสริฟเรื่อยๆแล้ว เธอเองก็มีธุระต่อเธอก็ขัดบรรยากาศการจีบกันไปมาซะก่อน นิชาภากับนัทกรพวกเขาก็ได้แต่ยิ้มให้กัน ซึ่งสายตานั้นต่างก็แสดงออกให้เห็นได้ชัดว่าต้องการซึ่งกันและกัน 

หลังจากที่นิชาภาเธอแยกจากกชพรแล้วเธอก็ไปหาอะไรดื่มเพราะยังไม่อยากกลับบ้านในตอนนี้ ถ้าเธอกลับไปในตอนนี้พ่อแม่ของเธอก็ยังไม่นอน แล้วก็ต้องพูดเรื่องที่จะให้เธอไปบ้านคุณยายอีกแน่นอน เธอก็เลยคิดว่ารอให้พ่อแม่เธอหลับแล้วค่อยกลับบ้านดีกว่า นิชาภาเธอจะได้หาข้ออ้างที่จะได้ไม่ต้องไปบ้านคุณยายพรุ่งนี้ด้วย ในขณะที่เธอนั่งดื่มอยู่คนเดียวก็มีหนุ่มๆเดินเข้ามาชนแก้วอยู่หลายคน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเลยสักคนที่จะให้นั่งลงข้างๆเธอ 

“พี่คะขออีกแก้วค่ะ” 

“มาดื่มคนเดียวอย่างนี้เดี๋ยวกลับบ้านไม่ไหวนะครับ”นิชาภาเธอกำลังจะหันไปตอบว่าตัวเองดูแลตัวเองได้ แต่เธอก็ต้องเปลี่ยนเป็นยิ้มแทน เพราะคนที่ยืนอยู่นั้นเป็นนัทกรคนที่เธอรู้สึกดีด้วย 

“จะมาทำไมไม่ชวนนนท์ละครับผมจะได้มาเป็นเพื่อน” 

“หวานก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมาดื่มหรอกค่ะ แต่หวานยังไม่อยากกลับบ้านก็เลยมาดื่มซะหน่อย แล้วนี่นนท์มาคนเดียวหรอ”เธอก็มองหากชพรเผื่อว่าตัวเองจะได้มีเพื่อนนั่งคุยแล้วก็ดื่มด้วยกัน 

“มาคนเดียวครับ ถ้าอย่างนั้นผมนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ” 

“ได้สิคะ นั่งเลยค่ะหวานจะได้มีเพื่อนคุย”เธอยิ้มให้นัทกรแล้วก็เอามือทัดผมตัวเองนิดหน่อย มันเลยทำให้เป็นการโชว์ต้นแขนขาวให้นัทกรได้มองมากขึ้นด้วย 

“ถ้าไม่อยากเป็นเพื่อนจะต้องทำยังไงละครับ...” 

“ของอย่างนี้มันอยู่ที่ว่าแสดงความจริงใจเห็นได้แค่ไหนค่ะ”นิชาภาหมุนแก้วเหล้าที่อยู่ในมือเล็กน้อยแล้วก็ยกขึ้นดื่ม แต่สายตาก็ยังคงจ้องมองนัทกรอยู่ไม่วาง 

“แล้วผมจะแสดงให้หวานเห็นว่าคนอย่างผมจริงใจแค่ไหน”นัทกรเขาขยับใบหน้าคมของเขาเข้าไปหานิชาภาใกล้กว่าเดิม จนเขาได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆจากนิชาภาซึ่งมันทำให้เขารู้สึกยิ่งต้องการอยากได้นิชาภาเร็วๆ นิชาภาเธอก็ไม่ได้หลบสายตาหรือว่าขยับหนีนัทกรแต่อย่างใด แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกหัวใจเต้นแรงเลยสักนิดเวลาที่ได้ใกล้ชิดนัทกรมากขึ้น มันอาจจะเป็นเพราะความเคยชินที่เธอได้อยู่ใกล้ชิดคนหล่อๆอยู่บ่อยๆก็เป็นได้ เธอเลยไม่รู้สึกหัวใจเต้นแรงหรือว่าสั่นไหวไปกับนัทกร 

เวลาผ่านไปได้เกือบสองชั่วโมงกว่าแล้วที่เธอนั่งคุยกับนัทกร ซึ่งนัทกรก็ชวนเธอคุยอยู่ตลอดมันเลยทำให้นิชาภาไม่รู้สึกเบื่อที่จะนั่งดื่มอย่างนี้ แต่ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมึนๆแล้ว เธอก็เลยคิดว่าตัวเองจะกลับบ้านแล้วตอนนี้ นัทกรเองเขาก็อยากจะไปส่งนิชาภาที่บ้าน แต่เขาก็ไม่รู้ว่านิชาภาจะให้เขาไปส่งหรือเปล่า แต่จริงๆแล้วนัทกรก็อยากให้นิชาภาเมามากกว่านี้ด้วย 

“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่งหวานที่รถ วันนี้หวานสนุกมากเลยค่ะ” 

“แต่ผมมีความสุขมากกว่านะครับ”เขาพูดแล้วก็ขยับเข้าไปเอามือทัดผมให้นิชาภาเบาๆ 

“ทำไมล่ะคะ” 

“เพราะผมได้รู้จักกับหวานไงครับ ผมเลยมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน...”เป็นคำพูดที่ดูเหมือนจะเลี่ยนแต่มันก็ทำให้นิชาภาเขินได้เหมือนกัน 

“สงสัยจะจีบสาวเก่งนะคะ ถึงได้รู้ว่าควรพูดยังไงให้สาวๆเคลิ้ม...”เธอหันตัวหนีเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเขินสายตาของนัทกรที่จ้องมองมาที่เธออยู่ตลอด 

“ผมจะไม่จีบใครง่ายๆ ถ้าคนนั้นไม่ได้ทำให้ผมหัวใจเต้นแรงเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆอย่างนี้” 

“หวานว่าหวานคงเมาแล้วล่ะคะ หวานขอตัวกลับก่อนดีกว่านะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ...”นิชาภาเธอรู้สึกเขินแก้วร้อนผ่าวขึ้นมากับคำพูดของนัทกร เธอก็เลยขอตัวกลับก่อนดีกว่าไม่อย่างนั้นเธออาจจะได้อยู่ต่อก็ได้ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่ง นัทกรเขาจึงเคาะกระจกรถของเธอก่อนที่จะสตาร์ทรถ 

“คะ...มีอะไรหรือเปล่าคะ” 

“เปล่าครับ ผมแค่จะบอกว่า...ฝันดีนะครับ”นัทกรเขาพูดแล้วก็ยิ้มให้นิชาภาด้วย ซึ่งในตอนนี้มันเลยทำให้เขาดูเป็นคนน่ารักคนอ่อนโยนขึ้นมาเลยทันที 

“ค่ะ ฝันดีเหมือนกันนะคะ”นิชาภาเธอสูดลมหายใจเข้าเพื่อควบคุมตัวเอง ก่อนที่เธอจะสตาร์ทรถแล้วก็ขับออกไปจากตรงนั้น นัทกรก็ยืนยิ้มมองดูรถของนิชาภาวิ่งออกไป 

“ผู้หญิงแบบนี้สิฉันชอบ...”เขายกมือขึ้นลูบที่ปากตัวเองอย่างเสียดายที่คืนนี้ไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะยังไงเขากับนิชาภายังจะได้เจอกันอีกนาน ดูท่าทางแล้วนิชาภาน่าจะใจง่ายอยู่ไม่น้อย เขาเลยที่จะไม่รีบร้อนในคืนนี้เพราะวันหน้าก็ยังมีที่จะให้เขาได้จัดการ 

เช้าวันต่อมาภาดากับอัทราก็ตื่นลุกขึ้นอาบน้ำเตรียมตัวที่จะเดินทางไปบ้านคุณยายกัน แต่ยังมีอีกหนึ่งคนที่ยังไม่ตื่นจากที่นอน ภาดาเธอจึงขึ้นมาตามนิชาภาเมื่อเห็นว่าตอนนี้สายแล้ว ทุกคนเตรียมพร้อมกันหมดแล้วแต่ว่านิชาภายังไม่ลงมาจากห้องเลย และถ้าให้เธอคิดตอนนี้นิชาภาก็ยังไม่ยอมตื่น พอเธอเข้าไปปลุกก็งอแงไม่อยากจะตื่นอีกแน่ๆ ยิ่งรู้ว่าตัวเองจะต้องไปที่ไม่ชอบแบบนั้น 

“คิดว่าแค่นี้แม่จะทำอะไรไม่ได้อย่างนั้นหรอ”ภาดาเธอบ่นเมื่อเปิดประตูห้องของนิชาภาเข้ามา ก็เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าที่เธอจัดเตรียมไว้ให้ถูกรื้อออกจากกระเป๋าจนหมดเลย 

“น้ำวานตื่นเดี๋ยวนี้ลูก ตอนนี้สายแล้วเราต้องรีบไปบ้านคุณยายกัน” 

“อื้อ...หวานไม่ไปแม่ คุณแม่ก็ไปกับคุณพ่อแค่สองคนสิคะ”นิชาภาเธอก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเธอไม่อยากไป แต่ภาดาก็ไม่ยอมเธอจึงดึงให้นิชาภาลงขึ้นจากที่นอน 

“จะไม่ไปใช่ไหม...”เมื่อภาดาเห็นว่านิชาภาไม่ยอมเธอจึงหยุดแล้วก็หาทางใหม่ ก่อนที่เธอจะเห็นกระเป๋าสตางค์ของนิชาภา แล้วเธอก็จับมันขึ้นมาขู่นิชาภาให้ไปกับตัวเอง 

“ไม่ไปก็ไม่ต้องไป ไม่อยากไปก็อยู่ที่นี่โดยที่ไม่มีเงินใช้สักบาทก็แล้วกัน”นิชาภาเธอพูดอย่างนั้นแล้วก็เดินออกไปจากห้องทันที และเธอเชื่อว่ายังไงวันนี้นิชาภาก็จะต้องไปกับเธออย่างแน่นอน 

“ไม่มีเงิน...”นิชาภาเธอทวนคำที่แม่ของเธอพูดก่อนที่เธอจะหันไปมองดูกระเป๋าสตางค์ของเธอ ก็ไม่เห็นมีอยู่ที่เดิมแล้ว 

“โอ้โน!!...มัมเอากระเป๋าตังค์ของหวานมานะมัม”เธอรีบลงจากเตียงแล้วก็วิ่งตามภาดาออกไปจากห้องของตัวเองทันที เพราะถ้าไม่มีเงินติดตัวสักบาทเธออยู่ไม่ได้แน่ๆ ภาดาเธอได้ยินเสียงของนิชาภาเรียกเธอไว้เธอก็ยิ่งรีบเดินลงบันไดมา นิชาภาก็รีบวิ่งตามมาให้ทันผู้เป็นแม่ของตัวเอง 

“มัมอย่าเอากระเป๋าตังค์ของหวานไปนะมัม” 

“จวนขึ้นไปจัดกระเป๋าให้คุณหนูแล้วก็เอาลงมาไปใส่ไว้ที่ท้ายรถ” 

“ค่ะคุณดา...”ภาดาเธอสั่งสาวใช้แล้วก็หันไปมองนิชาภาที่กำลังลงบันไดมาหาตัวเอง นิชาภาเธอก็รีบลงมาเมื่อเห็นว่าภาดาหยุดอยู่กับที่แล้ว 

“ทำไมยังไม่อาบน้ำอีก ขึ้นไปอาบน้ำแม่ให้ยี่สิบนาที” 

“แม่อย่าบังคับหนูสิคะแม่ หนูไม่อยากไปบ้านคุณยายอะไรของคุณแม่ เอากระเป๋าตังค์ของหวานคืนมาเลยค่ะ” 

“ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องเอา ก็แล้วแต่ลูกแล้วกันว่าจะไปหรือไม่ไป”ภาดาเธอพูดแค่นั้นแล้วก็เดินหนีนิชาภาทันที 

“คุณแม่!!...”นิชาภาเธอจะเดินตามไปเอากระเป๋าสตางค์คืน แต่สายตาของภาดาที่มองมานั้นบอกว่าพูดจริง นิชาภาเธอจึงไม่กล้าเอากระเป๋าสตางค์คืน ก่อนที่เธอจะเดินกลับขึ้นไปบนห้องของตัวเองด้วยความเสียใจ ที่เธอไม่สามารถที่จะปฏิเสธไปบ้านคุณยายได้ 

จบตอน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}