เหล่าแปดสัญญาลักษณ์

สะกดรอยตามชีวิตเจ้าขี้เซากันเถอะ!!

ตอนที่ 241 ลงโทษคิเคียว

ชื่อตอน : ตอนที่ 241 ลงโทษคิเคียว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 21

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2562 00:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 241 ลงโทษคิเคียว
แบบอักษร

ตอนที่ 241 ลงโทษคิเคียว 

         …คิเคียวเป็นเด็กดีมากในสายตาใครหลายๆคน แต่ใครจะรู้นอกจากลุกกะ ปีศาจแพะน้อยตามติดชีวิตเจ้าหนูน้อยตลอดย่อมต้องรู้ ต้องเห็นพฤติกรรมส่อแววเกเร เอาแต่ใจ แถมขี้คร้านสุดๆของคิเคียว!! มีครั้งหนึ่งที่คิเคียวโกรธลุกกะหนักจนเผลอทำร้ายลุกกะ แล้วดวงซวยคุณแม่มิคุนิดันเห็นเหตุการณ์พอดิบพอดี คิเคียวเลยโดนลงโทษครั้งแรก นับแต่เรื่องครั้งนั้นคิเคียวก็ไม่รังแกลุกกะอีกเลย..ต่อหน้าคุณแม่อะนะ…

 

         ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ในห้วงแห่งม่านความฝันปรากฏภาพสีน้ำหยดประโปราย สีสันต่างๆเริ่มสร้างรูปร่างสถานที่ ต้นหญ้า กำแพง ท้องฟ้า และนกกางเขนบ้าน บรรยากาศยามเที่ยงวันมีแสงแดดสาดส่องสว่างไสว

         ณ บ้านคิเคียว คฤหาสน์หลังใหญ่ สวนหญ้าเขียวขจี และด้านในห้องนั่งเล่น

         สมาคมเปลวไฟเชียไรเนียมีจำนวนสมาชิกมากกว่าพันคน แน่นอนว่าพวกเขามีครอบครัวและมีลูกตัวจิ๋วๆ พวกลูกหลานสมาชิกส่วนใหญ่จะไม่โผล่หัวส่ายหางแถวคฤหาสน์สมาคมหากพ่อแม่พวกเขามาพาลูกมาด้วย พวกเด็กๆจะเล่น และใช้ชีวิตในหมู่บ้านที่เป็นเขตพักอาศัยของสมาชิก ไม่ค่อยวิ่งเล่นแถวที่ทำงาน

         บ้านลุกกะก็อยู่ในเขตชุมชน ในหมู่บ้านมีเด็กมากมาย แต่เจ้าแพะน้อยไม่สนใจ วันๆเธอเอาแต่นอนกลิ้ง เปิดพุง อ่านนิยายวาย และว่างๆก็บุกไปเล่นกับคิเคียว กวนเจ้าหนู ช่วยเด็กชายฝึกออกกำลังกาย

         ลุกกะรับงานเป็นคนคุ้มกันคิเคียวตั้งแต่ทั้งคู่พบกันได้ไม่นาน คิเคียวเป็นเด็กชายตัวเล็กตัวน้อย ชอบทำหน้านิ่งๆเหมือนตุ๊กตาแมวดำ แถมยังพูดน้อย ปัญหาด้านการสื่อสารทำให้คิเคียวไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันเลยสักคนนอกจากลุกกะ

         เจ้าแพะน้อยรุกใส่เจ้าหนูน้อยหนักมาก คิเคียวที่เป็นรับเลยถูกชะตากับลุกกะอย่างยิ่ง

         ทุกๆวันเขา และเธอจะเล่นด้วยกัน คิเคียวไม่ชอบใช้แรง การละเล่นอย่างวิ่งไล่จับหรือเล่นซ่อนหาเจ้าหนูไม่ชอบ และไม่เล่น ลุกกะเข้าใจเลยเสาะหาเกมกระดานมาเล่นกับคิเคียว

         หมากรุก หมากล้อม เกมบันไดงู เกมตัวเลข เกมอักษร ไม่ว่าเกมแบบใดคิเคียวเล่นชนะลุกกะทุกตา เจ้าแพะน้อยแพ้ยับ โดนคิเคียวกำจัดไม่เหลือซาก เธอเจ็บใจที่ไม่สามารถเอาชนะคิเคียว ดิ้นๆโวยวาย และเริ่มร้องไห้เป็นเขื่อนแตก

         คิเคียวในตอนนั้นไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองสามารถเอาชนะลุกกะทั้งที่เขาเกมกระดานครั้งแรก และเล่นไม่เป็น

         เขาแค่วางหมาก ตาแล้วตาเล่า

         วางทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องวางหมากตรงนั้น..

         “ลุกกะเล่นอีก”

         เจ้าหนูอยากเล่นอีกหลายกระดาน แต่ลุกกะเบื่อแล้ว เธอเหนื่อย สมองน้อยๆทำงานหนักเกินเมื่อต้องเจอคิเคียว ลุกกะเบ้ปาก ไม่ยอมเล่น คิเคียวต้องการเล่นมาก เจ้าหนูหรี่ตาต่ำ และแสดงพฤติกรรมที่ไม่มีใครเคยเห็น

         “เล่นลุกกะ”

         น้ำเสียงที่แต่เดิมราบเรียบเริ่มปรากฏแววโมโห

         คุณพ่อเคยสอนว่าลุกกะเปรียบเหมือนคนใช้คิเคียว ฐานะของเธอต่ำกว่าเจ้าหนูขั้นหนึ่งดังนั้นลุกกะไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคิเคียว เจ้าหนูบอกอะไรก็ต้องทำตามที่บอก เด็กชายลุกจากเบาะ และเดินมาลากหัวลุกกะ “โอ้ย” ลุกกะตกใจกรีดร้องเจ็บหนังศีรษะจะขาด แต่คิเคียวก็ไม่ปล่อย

         เจ้าหนูลาก และเหวี่ยงลุกกะใส่เบาะรองนั่งบังคับให้เธอเล่นกับเขา ตุบ

         “อูย”

         “คิเคียว!!!”

         มิคุนิเห็นเหตุการณ์นี้โดยบังเอิญ เธอเบิกตากว้างตกตะลึงอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น เผลอตวาเสียงเกรี้ยวกราดใส่ลูกชายเป็นครั้งแรก “คุณแม่..” คิเคียวตกใจไม่แพ้กัน เขาไม่เคยเห็นคุณแม่โกรธเท่านี้ “..”

         ลูกชาย และมารดายืนสบตากัน มิคุนิโกรธจัดเมื่อเห็นลูกชายทำร้ายเด็กผู้หญิง ทำร้ายลุกกะ เธอไม่เคยสอนให้เขาเป็นเด็กแบบนี้ เห็นเขาทำตัวแบบนี้แล้วเธอเจ็บหน้าอก อึดอัด พวงแก้มพลันแดงระเรื่อ

         “ขอโทษลุกกะเดี๋ยวนี้”

         มิคุนิเข้าช่วยประคองลุกกะ ปีศาจแพะน้อยวางตัวไม่ถูกชั่วขณะ กว่าเธอจะเข้าใจเรื่องทั้งหมด เรื่องก็บานปลายไปไกลแล้ว “ม ไม่ต้องหรอกค่ะนายหญิง ลุกกะผิดเอง”

         “เจ็บหรือไม่”

         มิคุนิฟังเสียงลุกกะสั่นประกอบเห็นหัวเข่ามีแผลถลอกจากการโดนลากและเหวี่ยง สีหน้าคุณแม่วัยใสพลันอึมครึมทันใด “คิเคียว” น้ำเสียงแฝงแรงกดดันนั้นไม่ใช่เสียงเดิมที่คิเคียว และลุกกะเคยยิน

         แค่ฟังก็รู้แล้วคุณแม่โกรธมาก

         ลุกกะสะอึก เธอไม่อยากแม่ลูกทะเลาะกันเลยพยายามกล่อมมิคุนิ “ลุกกะไม่เป็นไรค่ะ แผลแค่นี้เอง อย่าโกรธนายน้อยเลยนะคะ” ตอนแรกเธอเจ็บแผลนะ แต่ตอนนี้ไม่กล้าเจ็บแล้ว ลุกกะเป็นห่วงมิคุนิจะตีคิเคียวเหมือนคุณแม่ท่านอื่นๆที่เวลาสั่งสอนลูกจะใช้มือตี ใช้ไม้เรียว ลุกกะไม่เคยเห็นมิคุนิตีคิเคียวก็จริง แต่ครั้งนี้ไม่แน่

         เธอกลัวเหลือเกิน “ลุกกะ..” จะให้เธอพูดยังไงดี ตอนนี้ไม่รู้เลย

         ฝ่ายมิคุนิเห็นลุกกะเหมือนลูกสาวแท้ๆไม่ต่างกับคิเคียว ลุกกะเป็นเด็กผู้หญิง และเด็กดีมาก กอปรเห็นลุกกะห่วงคิเคียวขนาดนี้ มิคุนิยิ่งทรมานเมื่อรู่ว่าลูกชายที่เธอรักมีนิสัยเลวร้าย รังแกสตรี

         เป็นลูกผู้ชายจะทำร้ายผู้หญิงได้อย่างไร มิคุนิลูบหัวลุกกะปลอบประโลม เธอคงใจดีกับคิเคีวเกินไปใช่หรือไม่ถึงปล่อยให้เขามีนิสัยก้าวร้าว..เหมือนคุณพ่อไม่มีผิด

         “คิเคียว”

         มินุคิยืนยืดหลังตรงอย่างน่ากริ่งเกรง เธอรอฟังคิเคียวขอโทษนานแล้ว แต่ลูกชายยังไม่พูดสักคำ

         ทำให้คุณแม่ผิดหวัง

         ผัวะ!!!

         ไม่มีใครคาดคิดว่านายหญิงผู้เงียบขรึม และอ่อนโยนประดุจสายน้ำจะทำร้ายลูกชายตัวเองได้อย่างไร้ปรานี มิคุนิยกเท้า สะบัดขาฟาดเตะคิเคียวกระเด็นพุ่งใส่กระจกแตกเพล้ง เจ้าหนูลอยละลิ่วออกนอกบ้าน สภาพสักสะสะบอม กระอักเลือดดำ

         การโจมตีธรรมดาไม่อาจสร้างแผลให้คิเคียวก็จริง แต่ถ้าคนเตะนั้นมีแรงมากกว่าพระเจ้าก็อีกเรื่อง

         แรงที่มากพอเตะเจ้าหนูเลือดอาบ

         “นายน้อย!!!!!!!!”

         ลุกกะตะลึง เป็นเรื่องแล้ว!!! เธอคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด และตอนนี้เรื่องใกล้เลวร้ายเต็มที “พอเถอะค่ะ นายหญิง อย่าทำนายน้อยเลยนะคะ ลุกกะขอร้อง..โปรดหยุดเถอะค่ะ”

         เจ้าหนูแพะน้ำตาแตกพยายามเกาะขามิคุนิอ้อนวอนขอความเมตตาให้คิเคียวก่อนเด็กชายจะเจ็บมากกว่านี้ ลงโทษแค่นี้ก็เกินพอแล้ว ลุกกะไม่คิดมากหรอกค่ะ พอเถอะ

         มิคุนิในตอนนี้ไหนเลยจะฟังเสียงใคร เธอโกรธจัดขนาดออร่ารอบตัวแพร่จิตสังหารสีดำทมิฬ นัยน์เนตรสีดำน้ำหมึกปรากฏแววมืดมิดอย่างก้นสมุทร ไม่มีความอ่อนโยนใดๆหลงเหลือ

         “ท่านมิคุนิ”

         ลุกกะไม่กล้าเรียกชื่อมิคุนิ เพราะเมื่อใดที่เธอเรียกนายหญิงด้วยชื่อ เธอจะรู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะมิคุนิอยากให้ลุกกะเรียกแบบนี้ มันเป็นความต้องการคุณแม่คิเคียวที่แสดงถึงความรักใคร่ในตัวลุกกะ ซึ่งเจ้าแพะน้อยไม่กล้ารับความรักนี้ไว้ เธอจึงหลีกเลี่ยง และเรียกชื่อตำแหน่งของมิคุนิแทน

         “..”

         สายลมพัดกรรโชกแรง มิคุนิหลุบตามองลุกกะที่พยายามหยุดเธอสุดชีวิต “อย่าทำนายน้อยเลยนะคะ..” ฟังเสียงเด็กสาวอ้อนวอนใจจะตาย มิคุนิพลันใจอ่อนยวบ เธอรู้สึกเจ็บแทนลุกกะ สงสารทั้งที่ลุกกะเอาใจช่วยคิเคียวขนาดนี้ แต่ลูกชายกับใจร้ายทำร้ายลุกกะลงคอ

         เสียงกระจกแตก เสียงร้องไห้ ไม่นานคนทั้งคฤหาสน์เริ่มชุมนุมดูว่าเกิดอะไรขึ้น “ลุกกะ!!” พี่สาวลุกกะร้อนรนรีบมาดูอาการน้องสาว มูโชหน้าซีดเผือกคิดว่าต้นเรื่องเกิดเพราะลุกกะเป็นเหตุ “ต้องขออภัยด้วยนายหญิง!!”

         “..”

         ในเมื่อเรื่องใหญ่แล้ว มิคุนินิ่วหน้าเย็นชา กำหมัด เธอก้มมองลุกกะสลับมองคิเคียวที่ลุกขึ้นได้แล้ว “ยืนกลางลานฝึกสามเดือน” มิคุนิยอมรับการกระทำชั้นเลวของลูกชายไม่ได้ เธอสั่งลงโทษคิเคียวให้ยืนนิ่งๆบนลานฝึกตลอดสามเดือน ห้ามขยับ ห้ามกินข้าว ยืนนิ่งๆไปทั้งอย่าง

         ต่อให้แดดแรง ฝนตกหนัก หิมะตก ยุ่งกัด ฟ้าถล่มก็ห้ามขยับ

         “ท่านมิคุนิ!!”

         นายน้อยยังเด็กนะคะ ลงโทษแบบนี้ไม่หนักไปหน่อยเหรอ!! ลุกกะเบิกตากว้าง เสียงสั่นเทิ้ม ขนาดทหารยังไม่อาจโดนลงโทษแบบนี้ แล้วคิเคียวที่เป็นว่าที่ประมุขสมาคมจะรับได้? ต่อให้คิเคียวร่างกายแข็งแกร่งปานใด แต่ต้องยืนตากลม ทนฝนแบบนี้ก็แย่เหมือนกัน

         “พาลุกกะไปทำแผลเถอะ”

         มิคุนิส่ายหน้าปฏิเสธเสียงเรียกร้องลุกกะ คุณแม่เจ็บปวดเหมือนกันเมื่อต้องตัดใจลงโทษลูกชาย แต่นี้ก็เพื่ออนาคตของคิเคียว “นายน้อย..” ลุกกะปากซีดไม่กล้าขอร้องใครอีก เธอลอบเห็นเจ้าหนูยืนไหวแล้ว

         “..”

         คิเคียวไม่พูดอะไรกับลุกกะ เจ้าหนูมองหน้าเธอ และสะบัดหนี เขาทำตามที่คุณแม่บอกอย่างไม่คัดค้านหรือขอร้องใดๆ เจ้าหนูยอมรับบทลงโทษ และยืนตากแดดตากฝนตลอดสามเดือน

         ท่ามกลางจุดเปลี่ยนฤดูร้อนระอุสู่ฤดูฝน

         -- 

         “ลุกกะ”

         ผ่านมาหลายวัน ลุกกะทนเห็นคิเคียวทรมานไม่ไหว เจ้าหนูไม่กินน้ำกินข้าวสักมื้อ เธอจะแอบเอาน้ำไปให้แต่ก็โดนมิคุนิจับได้ก่อน “นายหญิง..นายน้อยสำนึกผิดแล้วนะค่ะ” เจ้าแพะน้อยหงอย เขาตก เธอรู้ว่ามิคุนิกำลังใช้เรื่องนี้สั่นสอนบทเรียนให้คิเคียวไม่ทำร้ายผู้หญิง แต่ลุกกะทนไม่ได้ ตอนเธอมองเห็นเขารับโทษ เธอก็เจ็บเหมือกัน..

         “พอเถอะค่ะนายหญิง ท่านก็ทนไม่ไหวมิใช่หรือ”

         อาการคิเคียว่าหนักแล้ว แต่อาการมิคุนิหนักกว่าหลายเท่า คุณแม่ที่รักลูกชายมากกว่าใครมีหรือจะทนเห็นลูกทรมานไหว ใครๆก็รู้ว่าทุกวันมิคุนิจะแอบไปส่องดูคิเคียว แอบมองหลังต้นไม้ใกล้ๆไม่ห่างไปไหน ยืนมองเขาตากฝน เธอก็พลอยโดนฝนเทใส่หัวด้วย

         นับตั้งแต่วันนั้นมิคุนิก็กินข้าวไม่ลง กลายเป็นแม่ลูกต่างก็เจ็บตามๆกัน

         ลุกกะไม่อยากเห็นใครเจ็บแล้ว เธอขอร้องมิคุนิ “นะคะ”

         ลุกกะน้ำตาคลอ คุกเข่า ก้มหัวขอร้องมิคุนิให้ยุติเรื่องนี้ นายหญิงสะอึกรีบดึงลุกกะขึ้น “อือ พอเถอะ..”

         หลังจากนั้นหนึ่งเดือน คิเคียวพ้นโทษ เจ้าหนูไม่ทำอะไรตลอดหนึ่งเดือน ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่ขยับไปไหน

         เขาไม่นอนหลับด้วยซ้ำ..

         “ขอโทษลุกกะ”

         หลังไม่ได้คุยกันหนึ่งเดือน คำแรกที่คิเคียวพูดกับลุกกะคือคำขอโทษที่เขาคิดจะพูดตั้งแต่แรกแล้ว แต่สติยังติดสตั้นตอนโดนคุณแม่เตะท้อง รู้สึกตัวอีกทีทุกอย่างก็จบแล้ว..

         “ความรู้สึกช้านะคะนายน้อย..”

         ลุกกะขำ และปาดน้ำตา ช้าจริงๆๆ

         “จะไม่ทำอีกแล้วใช่ไหม คิเคียว”

         มิคุนิต้องการคำสัญญาว่าลูกชายจะไม่ทำร้ายลุกกะอีกแล้ว หากเขารับปากแล้วผิดคำสัญญา ครั้งต่อไปต่อให้ลุกกะอ้อน มิคุนิจะไม่สงสารอีกแล้ว

         เจ้าหนูส่ายหน้า บอกจะไม่ทำร้ายลุกกะอีกแล้ว

         “แม่ไม่เคยเชื่อคำสัญญา..”

         อนาคตไม่มีใครรู้ มิคุนิจะจับตามองลูกชายให้ดีกว่าเหมือนเดิม กีดกั้นให้เขาห่างจากคุณพ่อมากกว่าเดิม “ขอโทษนะคะนายน้อย..” ลุกกะก็ยังคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของเธอ

         “อือ”

         คิเคียวยกมือลูบหัวลุกกะ เขาจะไม่ทำร้ายเธออีกแล้ว “ลุกกะไม่ผิด” ยืนนิ่งนึ่งเดือน คิเคียวคิดตกแล้ว ทำร้ายผู้หญิงไม่ดีจริงๆ คุณแม่ไม่ชอบด้วย..

         “เพราะนายน้อยเป็นลูกผู้ชายน่ะค่ะ นายหญิงเลยไม่อยากให้ทำร้ายผู้หญิง”

         ลุกกะแย้มยิ้มแก้มบาน คิเคียวมองลุกกะ เจ้าแพะน้อยยิ้มแก้มบาน..

         “อือ”

         เห็นลุกกะยิ้มให้ขนาดนี้มีหรือคิเคียวจะไม่เข้าใจ..

         “ลุกกะ คิเคียวกินข้าว”

         มิคุนิร้องเรียกเด็กน้อยชายหญิง หลังจากเรื่องคาวนั้นคิเคียวก็ไม่เคยใช้ร่างเด็กผู้ชายทำร้ายลุกกะอีกเลย.. “ดื้อจริงนะลุกกะ” “ก็ลุกกะชอบแรงๆ” ลุกกะโดนเท้าคิเคียวเหยียบจมหมอน หลังจากโดนจับได้คราวก่อน คิเคียวก็เรียนรู้จะแอบทำลับๆไม่ให้คุณแม่เห็น แถมยังเปลี่ยนร่างเป็นสายน้อยรังแก ทรมานลุกกะอีกต่างหาก อย่างนี้คงไม่ผิดใช่มั้ย..

         ดูลุกกะชอบด้วยสิ.. อือ

         “ครั้งนี้ลุกกะผิดจริงจัง”

         “อึก”

         ผิดแน่.. ฐานล่อลวงว่าที่ประมุขสมาคม!!

         --

         เวลาปัจจุบัน คิเคียวลืมตาตื่นจากห้วงแห่งความฝัน สาเหตุที่ทำให้คิเคียวฝันถึงเรื่องสมัยก่อนคงเพราะเมื่อไม่นานมานี้คิเคียวเห็นเพื่อนสนิททำร้ายผู้หญิงละมั้ง ทั้งที่ตอนแรกซิวฟรอนดูเป็นคนดี สุภาพบุรุษแท้ๆ

         “ลั่นลา ลั่นลา”

         แว่วเสียงสาวน้อยร้องเพลง คิเคียวแอบหลบมานอนกลางวันในป่าเขา เจ้าหนูไม่ขอมีส่วนรู้เห็นหรือช่วยงานใดๆทั้งนั้น ยามกลางวันคือเวลานอนของเขา ห้ามใครกวน

         คิเคียวนอนกลางวันใต้ต้นไม้ใหญ่ ด้านใต้ร่มเงาสลัว เขาหลับนอนทั้งที่ยังยินเสียงร้องเพลงเบาๆสนุกสนาม

         เสียงของใครไม่แน่ใจ แต่คงเป็นเสียงเด็กกำพร้าของบ้านเด็กกำพร้าสักคน..

         “อือ”

         นับว่าเป็นเสียงเพลงกล่อมที่ไม่เลว..

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}